ฉบับที่ 931 วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2554 สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

ท่ามกลางความทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงทั่วหน้ากันนี้ พ่อคิดว่าคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการปลอบใจเตือนความเชื่อของกันและกัน การปลอบใจเตือนความเชื่อของกันและกันนั้น คงมิได้หมายถึงการสวดภาวนาให้แก่กันและกันเท่านั้น แต่รวมความถึงการร่วมทุกข์ร่วมสุข ความเข้าใจ การให้กำลังใจ การปลอบใจ การชี้แนะกันและกันให้มองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเชิงบวกด้วยสายตาแห่งความเชื่อด้วย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้มีมุมมองหลายๆมุมมองเสมอ มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกมองหรือจมอยู่ในแง่ไหนมุมไหน ถ้าเราเลือกมองในสิ่งดีเชิงสร้างสรรค์ เราจะสามารถสร้างขวัญกำลังใจ พบพื้นที่สงบพักใจ ความหวังใหม่ทำให้เราลุกขึ้นและก้าวหน้าต่อไป อย่างที่บรรดานักปราชญ์เคยกล่าวว่า “เราสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ในสิ่งเลวร้ายเราสามารถเห็นสิ่งที่ดีงาม แทนที่จะบ่นว่าความมืดเราจุดเทียนขึ้นสักแท่งหนึ่งจะดีกว่า” การพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสจะต้องคิดกระทำด้วยความระมัดระวัง และด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง นั่นหมายความว่าในวิกฤติที่เกิดขึ้นเราสามารถหาช่องทางที่จะพัฒนา ทำชีวิตของเราให้ดีขึ้นในหนทางที่ถูกที่ควร อาทิ เราได้รับองค์ความรู้ใหม่ๆในการพัฒนาปรับเปลี่ยนระบบต่างๆและวิถีชีวิตของเราให้ดีขึ้น หรือเราพบช่องทางทำมาหากินใหม่ๆที่สุจริต ฯลฯ เพราะฉะนั้นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสจึงไม่ใช่การฉวยโอกาสหรือการเอาเปรียบคนอื่น อาทิ ในช่วงเวลาที่คนเดือดร้อนอพยพทิ้งบ้านช่องหนีน้ำบางคนสบโอกาสเหมาะเข้าขโมยงัดแงะบ้านคนอื่น คิดค่าเรือแพงๆ ขายของแพงๆ ฯลฯ การกระทำอย่างหลังนี้เขาเรียกว่า “การฉวยโอกาส การซ้ำเติมผู้ประสบภัยซึ่งเป็นการกระทำที่เลวทรามต่ำช้า”

พี่น้องเราอย่าอยู่อย่างคนสิ้นหวังเราต้องพยายามสร้างขวัญและกำลังใจให้ตนเองอยู่เสมอ ตราบใดที่ยังมีชีวิตมีลมหายใจเรายังมีโอกาสเริ่มต้นใหม่เสมอ ในมรรคาศักดิ์สิทธิ์พระเยซูคริสตเจ้าทรงล้มถึงสามครั้ง ที่ล้มสามครั้งเพราะเลขสามตามนัยทางพระคัมภีร์หมายถึงมากมาย แต่ทุกครั้งที่ล้มพระองค์ทรงลุกขึ้นก้าวต่อไปจนถึงที่หมายเพื่อทำให้พระประสงค์สำเร็จ หลายคนอาจจะเคยล้มลุกคลุกคลานมาแล้วหลายครั้ง และทุกครั้งเราลุกขึ้นมาสู้ใหม่ ถ้าเราไม่ลุกขึ้นสู้หรือถอดใจพ่าย เราคงนอนอยู่ตรงนั้นไม่มีทางก้าวมาได้จนถึงวันนี้ ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันถึงแม้ว่าการล้มครั้งนี้อาจจะเจ็บกว่าทุกครั้งสำหรับหลายคน แต่เราต้องลุกขึ้นมาสู้ด้วยใจที่กล้าแกร่งก้าวหน้าต่อไปด้วยความหวัง เราอย่าลืมว่าเราไม่ได้สู้อยู่คนเดียวเรายังมีพระเจ้า ยังมีผู้ที่ปรารถนาดีกับเราอีกมากมายที่อยู่เคียงข้างเราเสมอ มองไปที่บุคคลรอบข้างที่น่ารักที่ปรารถนาดีกับเรา คนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเราสู้มาด้วยกันจนถึงวันนี้ และสร้างขวัญกำลังใจขึ้นใหม่ พระเจ้าอยู่เคียงข้างเราเสมอเหมือนกับบทเพลงที่เราร้องในวัดบ่อยๆ “บนทางเดินที่ดูมืดมน เดียวดายจนเกินทน ใครเลยเข้าใจ เสียงนุ่มนวลยังคงก้องดังข้างใน เราอยู่เคียงข้างเสมอ พระเยซูผู้เดียวที่เป็น เพื่อนในยามลำเค็ญ เป็นความหวังให้เธอ แม้มีภัยใดมาพานพบเจอ มีพระหัตถ์อบอุ่นดูแลมั่นใจ”ขอให้บทความนี้เป็นขวัญเป็นกำลังให้ทุกคนก้าวหน้าต่อไป น้ำเริ่มลดลงเรื่อยๆแล้วครับ นี่เป็นนิมิตรหมายทำให้เราต้องอุ่นเครื่องขวัญและกำลังใจของเรา เพราะอีกไม่นานเราต้องเริ่มต้นต่อสู้กันใหม่ สัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าสู้ ๆครับ พระชนนีของพระเป็นเจ้า ช่วยวิงวอนเทอญจากคุณพ่อเจ้าวัด

การเป็นกษัตริย์ปกครองใจคน

พระมหากษัตริย์หมายถึง “ผู้นำของประเทศ องค์พระประมุข เจ้าแผ่นดิน” ในสมัยโบราณยังหมายถึงจอมทัพ เป็นผู้นำทัพเวลามีสงครามด้วย วันอาทิตย์นี้พระศาสนจักรสมโภชพระเยซูคริสตเจ้า กษัตริย์แห่งสากลจักรวาล ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องทำความเข้าใจกับความหมายของการเป็นกษัตริย์ การเป็นผู้นำอย่างชัดเจน เพื่อเราจะได้เข้าใจว่าพระเยซูคริสตเจ้าในฐานะเป็นกษัตริย์ผู้ปกครองมนุษยชาติหมายความว่าอะไร มนุษย์ผู้อยู่ในการปกครองของพระองค์ต้องเป็นอย่างไร การเป็นกษัตริย์ การเป็นผู้นำตามจิตตารมณ์พระวรสารมีความหมายสวนทางแตกต่างจากทางโลกโดยสิ้นเชิง “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่าคนต่างชาติที่เป็นหัวหน้าย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้เป็นใหญ่ย่อมใช้อำนาจบังคับ แต่ท่านทั้งหลายไม่ควรเป็นเช่นนั้น ผู้ที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่ จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น”(มธ.20:25-26) พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนอย่างชัดเจนว่า “การเป็นกษัตริย์หรือเป็นผู้นำ ต้องถ่อมตนลงรับใช้ผู้อื่น” พระองค์ไม่ได้สอนเพียงทฤษฎีแต่ด้วยชีวิตของพระองค์เอง “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์”(มธ.20:28) การดำเนินชีวิต การรับทนทรมาน และการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เป็นพยานอย่างเด่นชัดถึงคำสอนของพระองค์ นี่แหละกษัตริย์ผู้รับใช้ และพลีชีวิตเพื่อมนุษยชาติ

เมื่อมีกษัตริย์ต้องมีการปกครอง เมื่อมีการปกครองต้องมีกฎหมาย และกฎหมายแนวทางการดำเนินชีวิตสำหรับประชากรของพระองค์ก็คือบทบัญญัติแห่งความรัก “ให้ท่านทั้งหลายรักกันเหมือนดังที่เรารักท่าน”(ยน:15:12) และบทบัญญัติแห่งความรักนี้เป็นบทสรุปของพระบัญญัติและคำสอนทั้งปวง(มธ.22:40) หมายความว่าใครก็ตามที่ปฏิบัติบทบัญญัติแห่งความรัก เขาได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติและคำสอนทั้งปวงอย่างครบถ้วนแล้ว ถ้าเรายอมรับว่าพระเยซูคริสตเจ้าเป็นกษัตริย์ของเรา และเราเป็นประชากรของพระองค์ เราต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งความรักที่พระองค์มอบให้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต การปฏิบัติตามคำสอนหรือบทบัญญัติแห่งความรักที่พระองค์มอบให้ เป็นการยืนยันว่าเรายอมรับพระองค์เป็นกษัตริย์ปกครองใจเรา และเรารักพระองค์จริง “ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา”(ยน.14:15)

ในวันพิพากษาประมวลพร้อมพระเยซูคริสตเจ้าจะเสด็จมาอย่างกษัตริย์ “บุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในพระสิริรุ่งโรจน์…….พระองค์จะประทับเหนือพระบัลลังก์อันรุ่งโรจน์”(มธ.25:31) เมื่อเช่นนี้การพิพากษาจะต้องดำเนินไปตามบทบัญญัติของพระองค์ หมายความว่าในการพิพากษาพระองค์จะถามเราแต่ละคน ถึงการปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งความรักที่พระองค์มอบให้ นักบุญมัทธิวได้อธิบายไว้อย่างเป็นรูปธรรมว่าดังนี้ “เมื่อเราหิว ท่านให้เรากิน เรากระหาย ท่านให้เราดื่ม เราเป็นแขกแปลกหน้า ท่านก็ต้อนรับ เราไม่มีเสื่อผ้า ท่านก็ให้เสื้อผ้าเรา เราเจ็บป่วย ท่านก็มาเยี่ยม เราอยู่ในคุก ท่านก็มาหา…..ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเราคนหนึ่ง ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา”(มธ.25:35-40) ขอให้สิ่งที่นักบุญมัทธิวเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับการพิพากษา เตือนใจเราให้มุ่งมั่นปฏิบัติบทบัญญัติแห่งความรัก และเมื่อวันดังกล่าวมาถึงเราจะได้รับเชิญให้ไปรับความสุขในบ้านของพระบิดาตลอดนิรันดร

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนที่เราคิดถึงผู้ล่วงลับเป็นพิเศษ ขอให้พี่น้องสวดภาวนา ทำพลีกรรม และกิจเมตตาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับ เพื่อพวกท่านจะได้มีความสุขกับพระเจ้าโดยเร็ววัน
  2. เวลานี้วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า น้ำลดไป 25-30 ซม.แล้วครับ แต่ยังเหลืออยู่อีกประมาณเกือบๆเมตร ขอบคุณพระเจ้าที่น้ำไม่เข้าวัด ไม่เข้าบ้านพ่อเพราะกระสอบทรายกันไว้ได้สำเร็จ
  3. วันอาทิตย์นี้เป็นวันกระแสเรียก ให้เราสวดภาวนาเพื่อเราแต่ละคน และลูกหลานของเราจะได้ตัดสินใจอย่างถูกต้องในการเลือกวิถีทางดำเนินชีวิต ตามกระแสเรียกของตน
  4. สำหรับการเตรียมฉลองคริสตมาส และฉลองวัดของเรา เราจะพยายามทำตามความสามารถ ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขอพี่น้องสวดภาวนาให้ทุกสิ่งผ่านไปด้วยดีตามพระประสงค์ของพระเจ้า
  5. สารวัดฉบับนี้เป็นฉบับน้ำท่วมวัด ท่วมบ้าน เขียนขึ้นก็เผื่อว่าสามารถส่งขึ้น website ของวัดได้ ถ้าใครสามารถเปิดอ่านก็จะมีข้อคิดประจำสัปดาห์

สารวัดประจำสัปดาห์ ในรูปแบบของไฟล์

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 20-11-11

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.