บอกเล่าให้ฟัง
“ความเชื่อแท้พิสูจน์กันเมื่อยามยาก” ประโยคนี้เข้ามาในความคิดคำนึงของพ่อเมื่อนั่งรำพึงถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ เป็นเรื่องที่ง่ายที่เราจะบอกว่าเรามีความเชื่อในพระเจ้า ในยามที่เราขอแล้วเราก็ได้รับสมความปรารถนา ธุรกิจหน้าที่การงานของเรากำลังเจริญรุ่งเรือง เมื่อเรามีความสุขสุขภาพดีครอบครัวของเรามีความสงบสุข แต่ในยามนี้ที่ข้าวของที่เราหามาด้วยความเหนื่อยยากกำลังจมหายไปกับสายน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมบ้าน ท่วมโรงงาน ท่วมที่ทำมาหากินของเรา เรายังมีความเชื่อในพระองค์อยู่หรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่ท้าทายความเชื่อแท้ของเรา ในความทุกข์ยากลำบากของชีวิตเรื่องราวของมหาบุรุษโยบหลั่งไหลเข้ามาในการรำพึงภาวนาเพื่อหาคำตอบ พระเจ้าตรัสถามซาตานว่า “เจ้าไปๆมาๆบนแผ่นดินโลก เจ้าพบผู้รับใช้ของเรา ซึ่งเป็นคนดีเที่ยงธรรม และซื่อสัตย์หรือไม่ ซาตานทูลตอบพระเจ้าว่า โยบเคารพยำเกรงพระเจ้าเปล่าๆหรือ พระองค์ไม่ได้ทรงปกป้องเขา ครอบครัวของเขา พระองค์ไม่ได้ทรงอวยพรหน้าที่การงานของเขาหรือ พระองค์ลองเอาสิ่งเหล่านี้ไปจากเขา แล้วดูซิว่าเขาจะยังมีความเชื่อ และเคารพยำเกรงพระองค์อยู่หรือไม่ ซาตานมันยืนยันว่าโยบจะด่าว่าพระเจ้า”(โยบ 1:8-11) แต่เรื่องของโยบให้คำตอบแก่เราว่า มหาบุรุษโยบนั้นมีความเชื่อในพระเจ้าทั้งในยามสุขและในยามทุกข์ แน่นอนที่สุดความท้อแท้ ความสงสัย การผจญเกิดขึ้นในเรื่องราวของโยบ แต่ท่านผ่านพ้นมาได้ด้วยการรำพึงภาวนาถึงความยิ่งใหญ่ ความดี และความรักของพระเจ้า