Posts Tagged ‘สารวัด’

สารวัด ฉบับที่ 151327 วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 24:35-48

เวลานั้น ศิษย์ทั้งสองคนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามทางและเล่าว่าตนจำพระองค์ได้เมื่อทรงบิขนมปัง ขณะที่บรรดาศิษย์กำลังสนทนากันอยู่นั้น พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ในหมู่เขา ตรัสว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด” เขาต่างตกใจกลัว คิดว่าได้เห็นผี แต่พระองค์ตรัสว่า “ท่านวุ่นวายใจไปทำไม เพราะเหตุใดท่านจึงมีความสงสัยในใจ จงดูมือและเท้าของเราซิ เป็นเราเองจริงๆ จงคลำตัวเราดูเถิด ผีไม่มีเนื้อ ไม่มีกระดูกอย่างที่ท่านเห็นว่าเรามี” ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้เขาดูพระหัตถ์และพระบาท เขายินดีและแปลกใจจนไม่อยากเชื่อ พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “ท่านมีอะไรกินบ้าง” เขาถวายปลาย่างชิ้นหนึ่งแด่พระองค์ พระองค์ทรงรับมาเสวยต่อหน้าเขา     หลังจากนั้นพระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่คือความหมายของถ้อยคำที่เรากล่าวไว้ขณะที่ยังอยู่กับท่าน ทุกสิ่งที่เขียนไว้เกี่ยวกับเราในธรรมบัญญัติของโมเสส บรรดาประกาศกและเพลงสดุดีจะต้องเป็นความจริง”  แล้วพระองค์ทรงทำให้เขาเกิดปัญญาเข้าใจพระคัมภีร์ ตรัสว่า “มีเขียนไว้ดังนี้ว่า พระคริสตเจ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานและจะกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายในวันที่สาม จะต้องประกาศในพระนามพระองค์ให้นานาชาติกลับใจเพื่อรับอภัยบาป โดยเริ่มจากกรุงเยรูซาเล็ม ท่านทั้งหลายเป็นพยานถึงเรื่องทั้งหมดนี้”

 

  ข้อคิด

การยืนยันว่าพระเยซูทรงกลับคืนจากความตาย เป็นเรื่องที่ศิษย์ทุกคนเชื่อและประกาศว่าเป็นความจริง แต่สืบเนื่องจากความจริงนี้ก็ยังมีสิ่งที่ศิษย์ต้องประกาศเพิ่มเติมคือ ใครก็ตามที่เชื่อเรื่องนี้และยอมรับว่าพระเยซูเจ้าเป็นพระบุตรพระเจ้า เขาก็จะได้รับความรอดพ้นฝ่ายจิตวิญญาณ เขาจะมีสิทธิ์และมีส่วนในการเป็นบุตรของพระเจ้า เมื่อมีส่วนในการเป็นบุตรแล้ว เขาจะต้องประกาศต่อไปอีกว่า มนุษยชาตินั้นแต่ละวันต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายนานาชนิด การเป็นบุตรพระเจ้าหมายถึงการปฏิเสธสิ่งชั่วร้ายทุกประการและดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระเยซูเจ้าอย่างท้าทาย ชีวิตแห่งการเป็นบุตรพระเจ้าจึงจะเต็มเปี่ยมและบริบูรณ์ในตัวเขา.                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                          ผู้เลี้ยงแกะ

พระเยซู…ผู้เลี้ยงแกะ

ร่อนเร่นำพาฝูงแกะสู่ดินแดนอุดมด้วยหญ้าน้ำ

เฝ้าดูแล…ด้วยหัวใจอิ่มเต็มด้วยความรัก

คืนเดือนมืดที่น่าหวาดกลัว….ด้วยโจรผู้ร้าย

….ไม่เคยหวั่นไหว ….แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต

ชีวิตลูกแกะได้ถูกบรรจงวางไว้บนชีวิตของผู้เลี้ยง

ณ ที่นี้….สองขั้วชีวิตยื่นมือประสานอย่างกลมเกลียว

…อ่อนโยน และเข้มแข็ง

…เอาใจใส่ และมอบสละตนเอง

ขณะที่ชนชาวฟ้า…ฟาริสีและธรรมาจารย์….สงฆ์และนักบวชร่วมสมัย

ก้าวเดินด้วยดวงตาเปิดกว้าง  หื่นกระหายความสำคัญของตนเอง

จนมืดบอดต่อชีวิตที่ปวดร้าว ของชนชาวดินที่ต่ำต้อย

พระเยซู…ทรงก้าวเดินด้วยสองเท้าที่อ่อนโยนและหาญกล้า

…เผชิญหน้าศัตรูผู้มุ่งร้าย หวังฆ่าทำลาย

…กระชากหน้ากากผู้ขโมยศักดิ์ศรีของผู้ต่ำต้อย

เรียกเขาว่า หมาป่าในคราบลูกแกะ

…ทรงละจากศัตรู ดุจลูกแกะเชื่อง

…ทรงร้องเตือนผู้ร่วมทางถึงทางลำบากเบื้องหน้า

และทรงนำพาเขาให้ก้าวเดินข้ามไป

…ทรงโดดเข้าปกป้อง เมื่อพวกเขาถูกทำร้าย

…ทรงเข้าใจ…และประคองผู้อ่อนแอ…พลัดหลง

…ทรงยืนหยัดสู้ทน ความโดดเดี่ยว และการดูหมิ่นดูแคลน

…ทรงมองเห็นความหวาดกลัวของตนเอง

แต่…ยืนหยัดและสัตย์ซื่อ

…ทรงเสี่ยงชีวิต ในฤดูกาลแห่งการเข่นฆ่า

…ทรงสละชีวิต เพื่อลูกแกะของพระองค์

 

สัปดาห์ที่แล้ว                                                                                                       

วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2021    

ฉลองพระเมตตา (รักของพระเยซูเจ้า)

นักบุญยอห์น เขียนจดหมายเตือนใจคริสตชน ว่า..  “พี่น้องที่รักยิ่ง ทุกคนที่เชื่อว่าพระเยซูเสด็จกลับคืนชีพ – เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระคริสตเจ้า บังเกิดจากพระเจ้า  ดังนั้น  ทุกคนที่รักบิดา ย่อมรักบุตรของเขาด้วย เมื่อเรารักพระเจ้าและปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ ความรักต่อพระเจ้า คือ การปฏิบัติตามบทบัญญัติ บทบัญญัติของพระองค์มิใช่ภาระหนัก เพราะทุกคนที่เกิดจากพระเจ้าก็ชนะโลกแล้ว ชัยชนะที่ชนะโลกก็คือความเชื่อของเรานั่นเอง”   พี่น้องครับ นักบุญยอห์น ชี้ให้เราเห็นชัดเจน “ความรักต่อพระเจ้า คือ การปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ บัญญัติแห่งความรัก”  หนังสือกิจการคณะอัครสาวกเล่าไว้ว่า กลุ่มผู้มีความเชื่อในการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า ได้ดำเนินชีวิตเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ถึงกับไม่คิดว่าสิ่งที่ตนมีเป็นกรรมสิทธิ์ของตน แต่ทุกสิ่งเป็นของส่วนรวม บรรดาสาวกได้เป็นพยานยืนยันถึงการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า    วันนี้พระศาสนจักร จึงเชิญชวน-ย้ำเตือนให้เราตระหนักถึงพระเมตตารักของพระเยซูเจ้า ถ้าพระเยซูเจ้าไม่เสด็จมาไถ่บาปเรา ชีวิตมนุษย์ก้จะต้องตกนรกเหมือนกับลูซีแฟร์และพรรคพวกของมัน และพระเจ้าทรงพระเมตตาอย่างมากมายต่อมนุษย์ทุกคน ผู้ใดเชื่อในพระองค์ด้วยจริงใจ ผู้นั้นจะได้รับความรอดอย่างแน่นอน ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานความเชื่ออันมั่นคงในตัวข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด

****   ขอโมทนาพระคุณพระเจ้าที่โปรดให้พวกเราได้สมโภชปัสกาอย่างสง่างาม แม้จะถูกรบกวนด้วยการระบาดของโควิด ต่างกับอีกหลายๆสถานที่ที่ไม่มีโอกาส              ฉลองโดยตรง ต้องชมทาง on line พวกเราสัตบุรุษของวัดรังสิต ก็ได้มากัน        อย่างพร้อมเพรียงพอสมควร ร่วมตรีวารปัสกา   ตั้งแต่ วันพฤหัสศักดิ์สิทธ์ วัน        ศุกร์พระตาย และค่ำคืนวันเสาร์ปัสกา แถมยังได้พร้อมใจกันมาสมโภชการเสด็จ        กลับคืนชีพของพระเยซูเจ้าในวันอาทิตย์ ได้ร่วมพิธีเปิด-เสก   โรงอาหารใหม่ ได้    ทานเลี้ยงปัสการ่วมกัน ได้รับไข่ปัสกาและของขวัญปัสกากันถ้วนหน้า อิ่มทั้งพระ พรและอิ่มท้องสุขสันต์วันปัสกาแด่ทุกๆท่าน

**** งานสมโภชนี้ จะมีและจบลงอย่างเรียบร้อยเช่นนี้ไม่ได้เลย ถ้าปราศจากซึ่ง      น้ำใจดีของพี่น้องหลายๆท่าน อยากจะกล่าวชื่อของทุกคน ก็เกรงว่าจะไม่     ครบถ้วน และพระเยซูเจ้าก็สอนไว้ว่า ทำบุญมือซ้ายอย่าให้มือขวารู้……        ถ้าท่านได้  รับคำชมเชยจากมนุษย์แล้ว ท่านก็อาจจะไม่ได้รับรางวัลจากพระเจ้า  ดังนั้น ขอ  พระเจ้าโปรดตอบแทนน้ำใจดีของทุกๆ ท่านที่ได้มีส่วนให้งานสมโภชปัสกาปีนี้ผ่านไป        อย่างดียิ่ง ขอให้ผลบุญที่พี่น้องได้ทำแม้เล็กน้อยบันดาลให้ พี่น้องประสบแต่ความสุข  ความเจริญ คิดปรารถนาสิ่งใด  ขอพระเจ้าประทานพระพรนั้นๆแด่ท่านเสมอไปเทอญ

****    ขอให้พี่น้องสัตบุรุษ นำส่งกระปุกอดออมมหาพรตคืนมาย้งที่วัด เพื่อรวบรวมไปช่วยผู้ยากจนต่อไปด้วยครับ.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2021   

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา                       

นักบุญลูกา กล่าวในพระวรสารวันนี้ว่า…..   “ศิษย์ทั้งสองคนได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามทางในขณะที่พวกเขากำลังเดิน ทางไปเอมมาอูส และเขาทั้งสองจำพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงบิขนมปัง”  พระเยซูเจ้าได้ประจักษ์มาให้บรรดาสาวกได้เห็น เพื่อยืนยันว่าพระองค์ได้ทรงกลับคืนพระชนมชีพจริง บรรดาสาวกเต็มไปด้วยความเชื่อ พวกเขาไม่กลัวพวกยิวอีกต่อไป พวกเขากล้าหาญขึ้น และมีพลังที่จะประกาศถึงการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า ทุกครั้งที่พระเยซูเจ้าประจักษ์มาหาพวกเขา พระองค์ตรัสเสมอว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลาย” ทำให้พวกสาวกกล้าแกร่งขึ้น และมีความมั่นใจในองค์พระเยซูเจ้า     พี่น้องที่รัก พวกเราได้ร่วมฉลองการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าแล้ว เราได้มาร่วมพิธีปัสกา – ได้มาร่วมพิธิบิขนมปัง – เราได้มารับศีลมหาสนิท –เราได้มารับพระพรของพระเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว เราจะต้องมีความกล้าแกร่งดังเช่นบรรดาสาวกของพระเยซูเจ้า บัดนี้เราต้องพยายามดำเนินชีวิตใหม่ในแสงสว่างที่พระองค์ได้มาจุดส่องสว่างให้กับชีวิตของพวกเราทุกคน การเจริญชีวิตใหม่ในพระองค์ก็คือ การยอมรับและปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ เราได้ชัยชนะต่อบาปและความตายแล้วอาศัยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เราต้องเจริญชีวิตเป็นอิสระจากโลก เราต้องไม่ปล่อยตัวของเราไปตามกระแสโลก เจริญชีวิตตามแบบพระเยซูเจ้า คือ เจริญชีวิตที่มีความรักและความเมตตาเยี่ยงพระองค์ พระเยซูเจ้าเสด็จไปที่ใด พระองค์ก็ทรงกระทำแต่ความดีและมีเมตตาต่อทุกๆคน โดยเฉพาะต่อผู้ที่ตกทุกข์ยากจน และต้องการความช่วยเหลือ  ขอพระเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพอย่างรุ่งโรจน์ ประทานพระพร พระหรรษทานและพละกำลังแก่เราทุกคน เพื่อจะได้เจริญชีวิตใหม่ในความรักตามแบบของพระองค์         

****     อย่าลืม นำส่งกระปุกอดออมมหาพรตคืนมายังวัด เพื่อจะรวบรวม     นำไปช่วยผู้ยากจนยากไร้นะครับ

****     งานสมโภชปัสกาผ่านไป การฉลองโถงโรงอาหารใหม่ก็ผ่านไปและ การฉลองสงกรานต์ก็ผ่านไปเช่นกัน แม้จะถูกรบกวนด้วยการ ระบาด ของไวรัสโควิด และดูทีท่าว่าจะระบาดใหม่เป็นรอบที่ 3  และ 4 ด้วย  แต่มีข้อสังเกตุว่ามันระบาดในผับบาร์หรือร้านอาหารที่ผู้คนไปชุมนุม    กินอาหารและสนุกสนานกัน อย่างไรก็ดี ก็ขอพี่น้องระมัดระวังตัว –     ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก สวมแมสก์ ล้างมือ เว้นระยะห่าง ไม่ไปใน      สถานที่อโคจร ฯลฯ เพื่อจะไม่ติดโรคระบาดนะ ครับ และผู้ใดรู้ว่าตัวเอง         อยู่ในความเสียงก็อย่าเอาโรคมาปล่อยที่วัดของเรานะครับ พวกเราทุกคนต้องช่วยกันรับผิดชอบ ต้องช่วยกันและกันนะครับ  ขอขอบคุณพี่ น้องทุกๆท่าน ขอบพระคุณในความมีน้ำใจดีของพี่น้องทุกๆ ท่านเสมอ

****    ด้วยมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่    ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการร่วมกลุ่มเกิน 50 คนนั้น พิธิมิสซาในวันอาทิตย์   เวลา 09.00 น. จะเป็นพิธีแบบปิด งดการมาร่วมมิสซาที่วัด  ให้ร่วมพิธีทาง on line นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายนนี้เป็นต้นไป เป็น        เวลาสองสัปดาห์หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

***     ขอพี่น้องที่รักทุกท่านรักษาสุขภาพของตนเอง ร่วมมือกับทุกภาคส่วน และหมั่นสวดภาวนาวอนขอพระเมตตารักจากพระเจ้า เพื่อจะได้ผ่าน  วิกฤตนี้ไปได้อย่างดีนะครับ

 

ขอพระเจ้าอำนวยพระพรแด่พี่น้องทุกท่านเทอญ

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151326 วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา ฉลองพระเมตตารักของพระเยซูเจ้า

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 20:19-31

ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่เพราะกลัวชาวยิว พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามายืนตรงกลาง ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้บรรดาศิษย์ดูพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกาย เมื่อเขาเหล่านั้นเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็มีความยินดี พระองค์ตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น”       ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลาย ตรัสว่า “จงรับพระจิตเจ้าเถิด ท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย ท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย”    โทมัส ซึ่งเรียกว่า “ฝาแฝด” เป็นคนหนึ่งในบรรดาอัครสาวกสิบสองคน ไม่ได้อยู่กับอัครสาวกอื่นๆ เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมา ศิษย์คนอื่นบอกเขาว่า “พวกเราเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” แต่เขาตอบว่า “ถ้าข้าพเจ้าไม่ได้เห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ และไม่ได้เอานิ้วแยงเข้าไปในรอยตะปูและไม่ได้เอามือคลำที่ด้านข้างพระวรกาย ข้าพเจ้าจะไม่เชื่อเป็นอันขาด” แปดวันต่อมา บรรดาศิษย์อยู่ด้วยกันในบ้านนั้นอีก โทมัสก็อยู่กับเขาด้วย พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามายืนตรงกลางทั้งๆ ที่ประตูปิดอยู่ ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” แล้วตรัสกับโทมัสว่า “จงเอานิ้วมาที่นี่ และดูมือของเราเถิด จงเอามือมาที่นี่ คลำที่สีข้างของเรา อย่าสงสัยอีกต่อไป แต่จงเชื่อเถิด” โทมัสทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าและพระเจ้าของข้าพเจ้า”  พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็น ก็เป็นสุข”    พระเยซูเจ้ายังทรงกระทำเครื่องหมายอัศจรรย์อื่นอีกหลายประการให้บรรดาศิษย์เห็น แต่ไม่ได้บันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้ เรื่องราวเหล่านี้ถูกบันทึกไว้เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่า พระเยซูเจ้าเป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้า และเมื่อมีความเชื่อนี้แล้ว ท่านทั้งหลายก็จะมีชีวิตเดชะพระนามพระองค์.

 

  ข้อคิด

“คำสารภาพของโทมัส” ควรที่จะเป็นคำสารภาพของเราทุกคนตลอด ไป ยืนยันเถิด ประกาศเถิด พระเยซูเจ้าพระองค์นี้ พระองค์ “เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า” (My LORD)  พระองค์คือเจ้านาย คือชีวิต และผู้ประทานความรอดพ้น ชีวิตของเราทั้งหมดขึ้นกับพระองค์ “พระเจ้าของข้าพเจ้า” (My GOD)  พระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพ ทรงเป็นพระเจ้าสูงสุด ที่เรานมัสการบูชาตลอดไป ปัสกามาถึงจุดนี้แล้ว อาทิตย์ที่สองของปัสกา ให้เรากล้ายืนยันความจริงนี้ ประกาศเช่นโทมัสเสมอ และหัวใจสำคัญที่เราได้รับจากพระองค์ ขอให้เกิดกับเราทุกคน “สันติสุขจงอยู่กับท่าน” ขอให้เราพร้อมจะถูกส่งไปเพื่อประกาศพระองค์ผู้กลับคืนพระชนมชีพ ไปเป็นศิษย์ธรรมฑูต  ประกาศพระองค์ด้วยกัน..

 

โทมัส

ความหวาดกลัว แม้มีพลังเพียงพอทำให้ประตูปิดแน่น

แต่…มิอาจต้านทานอานุภาพแห่งความรักของพระเจ้า

…ผู้ทรงชนะความตาย

พระองค์…เสด็จเข้ามา ยืนตรงกลาง

…ทรงทักทายพวกเขาด้วยพระพรแห่งสันติสุข

และ…ทรงเป่าลมปราณเหนือพวกเขาทุกคน

ศิษย์ของพระองค์จึงหายใจด้วยลมหายใจใหม่ของพระเจ้า

ลมหายใจของพระองค์

…พระจิตของพระเจ้า จึงกลับเป็นชีวิตของพวกเขา

 

โทมัส…คนหนึ่งในบรรดาศิษย์มิได้อยู่ที่นั่น

และเมื่อได้ยินเรื่องเล่าขาน…เขาปฏิเสธที่จะเชื่อ

แม้จะเป็นหนึ่งในกลุ่มสิบสอง

แต่…ความเชื่อของกลุ่มก็มิอาจกลืนกลายความเชื่อของปัจเจก

การพูดง่ายๆ ว่าเชื่อ ดูเป็นการแสดงละคร

…แสดงบทบาทที่ผู้อื่นคาดหวัง

และ…มิใช่ตัวจริง…ชีวิตจริง

 

สำหรับศิษย์ที่ชื่อโทมัส…ความจริงใจมาก่อนความภักดี

…จึงกล้าปฏิเสธที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้มีความเชื่อ

…ไม่เพียงพอเลย ที่จะพักพิงในความเชื่อที่มิใช่ของตนเอง

คุณค่าสูงสุดมิอยู่ในการเป็นสมาชิกของกลุ่มนักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์

แต่…อยู่ในการพบปะพระเจ้าผู้ทรงชีวิต

เขา…ก้าวเดินผ่านทางสายนั้นที่ศิษย์ทุกคนเดินผ่าน

…จนได้พบเจอพระองค์…สัมผัสพระองค์

และประกาศความเชื่อในพระองค์

…องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า

และพระเจ้าของข้าพเจ้า

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน 2021

สมโภชปัสกา พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ

            วันเอ๋ยวันนี้ วันแสนปรีดา สมโภชปัสกาสบสมัย       ถ้าเราเป็นทุกข์โศกเศร้าร้าวระทมใจในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์วันที่พระเยซูเจ้าสิ้น พระชนม์มากเท่าใด……วันอาทิตย์ปัสกาก็จะต้องเป็นวันที่เราสุดแสนจะปรีดายินดีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น     ค่ำคืนวันปัสกา (At the Easter Vigil) พระศาสนจักรเชิญชวนให้เราคริสตชนหวนย้อนกลับไปคิดคำนึงถึงการเนรมิตสร้างโลกของพระเจ้า พระเป็นเจ้าทรงสร้างฟ้าและแผ่นดินจากความว่างเปล่า ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งมวล ทรงตรัสให้มีความสว่าง แยกความสว่างออกจากความมืด ที่สุดทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายาของพระองค์ ให้มนุษย์อยู่ในสวนสวรรค์ ทรงกำหนดให้วันที่เจ็ด เป็นวันที่ต้องพักจากการงานทั้งสิ้น และมาถวายเกียรติแด่พระองค์ แต่มนุษย์จองหอง อยากเป็นใหญ่เท่าเสมอพระ เพราะการหลอกลวงของปีศาจ (งู) พระเจ้ามิได้ทอดทิ้ง ทรงสัญญาจะเสด็จมาไถ่มนุษย์ ผ่านมาห้าพันปี บัดนี้แผนการการช่วยมนุษย์ก็สำเร็จบริบูรณ์แล้ว จึงสิ้นพระชนม์เพื่อมนุษย์ทั้งหลาย ผู้ใดเชื่อและปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์ ผู้นั้นก็จะรอดพ้น  เราเชื่อเหมือนกับมารีย์ ชาวมักดาเลนา  สตรีใจศรัทธา เราเชื่อเหมือนอัครสาวก เราเชื่อเหมือนกับบรรดาคริสตชนทั้งหลายหรือไม่อย่างไร???     ขอพระเจ้าโปรดให้เราเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมหัวใจ และปฏิบัติตนตามความเชื่อ (มิใช่เชื่อด้วยคำพูดหรือลมปาก)   ให้เราเป็นเหมือนกับนักบุญยอห์นที่กล่าวว่า   พระเยซูเจ้าทรงคืนพระชนมชีพ ความหวังของผู้เชื่อก็แจ่มใส รุ่งเรือง อัลเลลูยา อัลเลลูยา!!!          

****     ที่สุดแล้ว ในปีนี้เราทุกคนก็ได้ฉลองตรีวารปัสกากันอย่างถ้วนหน้า แม้            จะไม่เต็มร้อยเพราะการระบาดของโควิด พ่อมั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเป็น           เจ้ายอมให้เกิดขึ้นและเป็นไป ก็เพื่อสอนและเตือนใจเราเพื่อให้เราเชื่อมั่นและ วางใจในพระองค์ด้วยจริงใจ

****     สุขสันต์วันปัสกา แด่พี่น้องที่เคารพรักทุกท่าน พระองค์ได้ชัยชนะต่อบาป           ปีศาจและความตาย พระเยซูเจ้าเสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ ทำให้เรามี            ความหวังใหม่-มีชีวิตใหม่ เหมือนกับพระองค์ ขอให้เรากลับมาดำเนินชีวิตใน  ความสว่างของพระองค์ที่พระองค์ทรงจุดไว้ให้เราทุกคน

****             วัดเก่ารังสิตของเรากลายเป็นศูนย์กระจายอาหาร “บ้านดวงหทัยชนก” พวก      เราก็เลยได้โรงอาหารใหม่ที่ใหญ่โตสวยงาม และเราก็มีพิธีเสก มอบไว้แก่     นักบุญยอแซฟ และเฉลิมฉลองกินเลี้ยงปัสกาแบบครอบครัวรังสิตของพวก     เรา ขอขอบพระคุณพี่น้องผู้มีน้ำใจดีทุกท่านที่เอื้อเฟื้ออาหารให้เรากินเลี้ยง             กัน ฉลองปัสกากัน  ขอพระเจ้าตอบสนองและอำนวยพระพรแก่ทุกท่านให้

ประสบแต่ความสุข -โชคดีตลอดไป

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

                                         

                                                               

วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2021

 ฉลองพระเมตตา (รักของพระเยซูเจ้า)

นักบุญยอห์น เขียนจดหมายเตือนใจคริสตชน ว่า.

“พี่น้องที่รักยิ่ง ทุกคนที่เชื่อว่าพระเยซูเสด็จกลับคืนชีพ – เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระคริสตเจ้า บังเกิดจากพระเจ้า  ดังนั้น  ทุกคนที่รักบิดา ย่อมรักบุตรของเขาด้วย เมื่อเรารักพระเจ้าและปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ ความรักต่อพระเจ้า คือ การปฏิบัติตามบทบัญญัติ บทบัญญัติของพระองค์มิใช่ภาระหนัก เพราะทุกคนที่เกิดจากพระเจ้าก็ชนะโลกแล้ว ชัยชนะที่ชนะโลกก็คือความเชื่อของเรานั่นเอง”

พี่น้องครับ นักบุญยอห์น ชี้ให้เราเห็นชัดเจน “ความรักต่อพระเจ้า คือ การปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ บัญญัติแห่งความรัก”  หนังสือกิจการคณะอัครสาวกเล่าไว้ว่า กลุ่มผู้มีความเชื่อในการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า ได้ดำเนินชีวิตเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ถึงกับไม่คิดว่าสิ่งที่ตนมีเป็นกรรมสิทธิ์ของตน แต่ทุกสิ่งเป็นของส่วนรวม บรรดาสาวกได้เป็นพยานยืนยันถึงการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า    วันนี้พระศาสนจักร จึงเชิญชวน-ย้ำเตือนให้เราตระหนักถึงพระเมตตารักของพระเยซูเจ้า ถ้าพระเยซูเจ้าไม่เสด็จมาไถ่บาปเรา ชีวิตมนุษย์ก้จะต้องตกนรกเหมือนกับ ลูซีแฟร์และพรรคพวกของมัน และพระเจ้าทรงพระเมตตาอย่างมากมายต่อมนุษย์ทุกคน ผู้ใดเชื่อในพระองค์ด้วยจริงใจ ผู้นั้นจะได้รับความรอดอย่างแน่นอน                ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานความเชื่ออันมั่นคงในตัวข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด

**** ขอโมทนาพระคุณพระเจ้า ที่โปรดให้พวกเราได้สมโภชปัสกาอย่างสง่างาม       แม้จะถูกรบกวนด้วยการระบาดของโควิด ต่างกับอีกหลายๆสถานที่ที่ไม่มี  โอกาสฉลองโดยตรง ต้องชมทาง on line พวกเราสัตบุรุษของวัดรังสิต ก็ ได้มากันอย่างพร้อมเพรียงพอสมควร ร่วมตรีวารปัสกา   ตั้งแต่ วันพฤหัส      ศักดิ์สิทธ์ วันศุกร์พระตาย และค่ำคืนวันเสาร์ปัสกา แถมยังได้พร้อมใจกันมา สมโภชการเสด็จกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้าในวันอาทิตย์ ได้ร่วมพิธีเปิด-เสก      โรงอาหารใหม่ ได้ทานเลี้ยงปัสการ่วมกัน ได้รับไข่ปัสกาและของขวัญปัสกา  กันถ้วนหน้า อิ่มทั้งพระพรและอิ่มท้อง สุขสันต์วันปัสกาแด่ทุกๆท่าน

****        งานสมโภชนี้ จะมีและจบลงอย่างเรียบร้อยเช่นนี้ไม่ได้เลย ถ้าปราศจากซึ่ง   น้ำใจดีของพี่น้องหลายๆท่าน อยากจะกล่าวชื่อของทุกคน ก็เกรงว่าจะไม่         ครบถ้วน และพระเยซูเจ้าก็สอนไว้ว่า ทำบุญมือซ้ายอย่าให้มือขวารู้……      ถ้าท่านได้รับคำชมเชยจากมนุษย์แล้ว ท่านก็อาจจะไม่ได้รับรางวัลจากพระเจ้า ดังนั้น ขอพระเจ้าโปรดตอบแทนน้ำใจดีของทุกๆ ท่านที่ได้มีส่วนให้งานสมโภช  ปัสกาปีนี้ผ่านไปอย่างดียิ่ง ขอให้ผลบุญที่พี่น้องได้ทำแม้เล็กน้อย       บันดาลให้          พี่น้องประสบแต่ความสุข  ความเจริญ คิดปรารถนาสิ่งใด  ขอพระเจ้าประ      ทานพระพรนั้นๆแด่ท่านเสมอไปเทอญ

**** ขอให้พี่น้องสัตบุรุษ นำส่งกระปุกอดออมมหาพรตคืนมาย้งที่วัด เพื่อรวบรวมไปช่วยผู้ยากจนต่อไปด้วยครับ.

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล                                                                                                                   

 

สารวัด ฉบับที่ 151325 วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน ค.ศ. 2021 สมโภชปัสกา

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

 ยน 20:1-9

เช้าตรู่วันต้นสัปดาห์ ขณะที่ยังมืด มารีย์ชาวมักดาลาออกไปที่พระคูหา ก็เห็นหินถูกเคลื่อนออกไปจากพระคูหาแล้ว นางจึงวิ่งไปหาซีโมนเปโตรกับศิษย์อีกคนหนึ่งที่พระเยซูเจ้าทรงรักบอกว่า “เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหาแล้ว พวกเราไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ที่ไหน”    เปโตรกับศิษย์คนนั้นจึงออกไป มุ่งไปยังพระคูหา ทั้งสองคนวิ่งไปด้วยกัน แต่ศิษย์คนนั้นวิ่งเร็วกว่าเปโตร จึงมาถึงพระคูหาก่อน เขาก้มลงมองเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่บนพื้น แต่ไม่ได้เข้าไปข้างใน ซีโมนเปโตรซึ่งตามไปติดๆ ก็มาถึง เข้าไปในพระคูหาและเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่ที่พื้น รวมทั้งผ้าพันพระเศียรซึ่งไม่ได้วางอยู่กับผ้าพันพระศพ แต่พับแยกวางไว้อีกที่หนึ่ง ศิษย์คนที่มาถึงพระคูหาก่อนก็เข้าไปข้างในด้วย เขาเห็นและมีความเชื่อ เขาทั้งสองยังไม่เข้าใจพระคัมภีร์ที่ว่า พระองค์ต้องทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย.

 

   ข้อคิด

นี่คือการวิ่งร้อยเมตรรุ่นใหญ่ครั้งแรกในพระศาสนจักร มารีย์ “วิ่ง” จากพระคูหาไปบอกกับเปโตรและศิษย์ที่ทรงรัก จากนั้นเปโตรและศิษย์ที่ทรงรัก “วิ่ง” ไปที่พระคูหา วิ่งกันใหญ่เลย นักบุญยอห์นบันทึกไว้เช่นนี้ และเราก็อ่านทุกปีในเช้าวันปัสกา….  วันนี้ หลังจากอัดแน่นด้วยชีวิตแห่งความรักของพระเยซูเจ้าที่ยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ถูกฝังไว้ในพระคูหา และวันนี้  จะมีอะไรสุกใสภูมิใจยิ่งใหญ่ไปกว่า การ “วิ่ง” ของเราทุกคน วิ่งด้วยความเชื่อ ความรัก  และความหวัง ไปสู่พระคูหาที่เปิดแล้ว เพราะมีชัยชนะเหนือความตายแล้วอย่างแน่นอน เราคริสตชนคือชีวิตที่วิ่งไปสู่ความสุขในการกลับคืนชีพเสมอไป.

 

   เรื่องของความรัก

ทันที่ที่กฎบัญญัติเปิดประตู…เช้าตรู่วันต้นสัปดาห์

เธอเดินผ่านความมืด มุ่งสู่คูหาฝังศพ

เพียงหวังความบรรเทาเล็กๆ ที่ได้จากการอยู่ใกล้ชิดพระศพ

ค่ำคืนกำลังจะผ่านพ้นไป

แสงสว่างเริ่มเผยตน จนมองเห็นสิ่งผิดปกติ

….หินปิดปากพระคูหาได้ถูกเลื่อนออก

ความคิดและจินตนาการวิ่งวุ่นหาคำตอบ

เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหา….พระศพถูกขโมย

…ดูซิ แม้ในความตาย พวกเขายังไม่ยอมให้พระองค์พักผ่อน

ซีโมนเปโตร และศิษย์ที่พระองค์ทรงรัก

ได้ยินเรื่องราว และวิ่งไปที่พระคูหา

ทั้งสองวิ่งไปด้วยกัน….ทำสิ่งเดียวกัน

แต่….พบเจอต่างกัน

เปโตร…เข้าไปในพระคูหา…พบเจอผ้าคลุมศพ

ศิษย์ที่พระองค์ทรงรัก….เข้าไปในพระคูหา…พบเจอการกลับคืนชีพ

เขาได้เห็นและได้เชื่อ

สองหัวใจที่แตกต่าง พบเจอสองสิ่งที่แตกต่าง

หัวใจหนึ่งพบความตาย อีกหัวใจพบชีวิต

หัวใจบรรจุความรัก มองเห็นชีวิต…การกลับคืนชีพ

มิใช่ด้วยเหตุผลอื่นใด แต่….ด้วยเหตุเดียวที่ว่า

….หัวใจของการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคือ ความรัก

….เป็นความรักของพระบิดาที่ปลดปล่อยพระบุตรสุดที่รัก

ให้เป็นอิสระจากอำนาจแห่งความตาย

….เป็นความรักเดียวกันที่ปลดปล่อยมนุษยชาติ

ให้พ้นจากโซ่ตรวนของบาป และอำนาจมืด

มารีย์ มักดาลา

ยืนร้องไห้อยู่นอกพระคูหา แม้มีทูตสวรรค์เป็นเพื่อน

มีอีกเสียงหนึ่งร้องถามเธอด้วยความห่วงใย

นางเอ๋ย ร้องไห้ทำไม กำลังแสวงหาใคร

เธอเห็นพระองค์  แต่จำไม่ได้…. คิดว่าเป็นคนสวน

พระองค์ตรัสเรียกเธอ มารีย์

เธอหันกลับไป และร้องเรียก รับบี…พระอาจารย์

พระอาจารย์ผู้นี้เคยตรัส เราเป็นชุมพาบาลที่ดี เรารู้จักแกะของเรา

และแกะของเราก็รู้จักเรา

เราเรียกชื่อเขา และเขาก็จำเสียงเราได้

มารีย์ จำพระพักตร์พระองค์ไม่ได้ แต่จำเสียงของคนที่เธอรักได้

เธอโผเข้ากอดพระบาท

….น้ำตาแห่งความเศร้า ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาแห่งความสุข

เพลงรักบทสุดท้ายจึงเริ่มขึ้นและจบลงในความสุขยินดีของหัวใจ

 

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2021 

วันอาทิตย์พระมหาทรมาน (แห่ใบลาน)

            พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม ประชาชนที่มาในวันฉลอง เมื่อได้ข่าวว่า พระเยซูเจ้าเสด็จมา คนจำนวนมากปูเสื้อคลุมของตนตามทาง บางคนปูกี่งไม้ซี่งตัดมาจากทุ่งนา บางคนถือใบปาล์ม (ใบลาน กิ่งมะกอก) ออกไปรับเสด็จ พลางร้องว่า……“โฮซานนา ขอถวายพระพรแด่ผู้มาในนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า ขอถวายพระพรแด่กษัตริย์แห่งอิสราเอล โฮซานนา พระเจ้าสูงสุด”                ประชากรชาวอิสราแอลต้อนรับพระองค์ เมื่อพระองค์เสด็จไปที่กรุงเยรูซาเล็ม พวกเขาโห่ร้องต้อนรับพระองค์เป็นกษัตริย์ของพวกเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเขาเห็นพระเยซูเจ้าประกาศพระอาณาจักรของพระเจ้า ทรงประกาศถึงองค์พระเป็นเจ้า พระองค์ทรงกระทำอัศจรรย์มากมาย ทรงรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วย ทรงขับไล่ผิปีศาจ และที่สำคัญ คือ ทรงปลุกคนตายให้กลับคืนชีพ ทรงปลุกลาซารัสซึ่งพวกเขารู้จักให้กลับคืนชีพ พวกเขาปรารถนาจะให้พระองค์เป็นกษัตริย์ของพวกเขา …….แต่…..แต่…..ไม่เป็นที่พอใจของพวกฟารีสีและธรรมาจารย์ และพวกนั้นก็เสี้ยมสอนประชาชนและเพียงไม่นาน ประชาชนเหล่านั้นก็กลับร้องตะโกน ใปเอาพระเยซูเจ้าตรีงกางเขน…. “เอามันไปตรึงกางเขน” “เอาไปตรีงกางเขน”   ทุกครั้งที่เราทำบาป เราก็ร้องตะโกน……เช่นนี้เช่นกัน!!!!

****     จะเริ่มเรียนคำสอน เตรียมเด็กเพื่อรับศีลมหาสนิท-ศีลกำลัง (และอาจจะมีศีลสง่า) ตั้งแต่     วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม ศกนี้นะครับ จนถึงวันที่ 1พฤษภาคม ครับ.

****       ตามที่ได้ประกาศให้พี่น้องทราบแล้ว การปรับปรุงและสร้างโถงโรงอาหารของวัดรังสิต       ของพวกเราได้สร้าเสร็จแล้ว พี่น้องหลายท่านก็    เสนอคำแนะนำต่างๆ   สรุปคร่าวๆ ว่า เราจะเปิดโรงอาหารใหม่ของเราในวันอาทิตย์ปัสกา จะมีการทานเลี้ยงกันแบบครอบครัว     แจกไข่ปัสกาและของขวัญปัสกาให้กับพี่น้องสัตบุรุษทุกท่านที่มาร่วมฉลองปัสกา                    พี่น้องท่านใดจะเป็นสปอนเซอร์ก็ติดต่อคุณไพโรจน์ ผู้อำนวยการสภาภิบาลวัดรังสิต       นะครับ จะได้ไม่ซ้ำกัน

****      ขอบพระคุณสำหรับน้ำใจดีของพี่น้องทุกๆท่าน และขอเชิญชวนพี่น้องมาร่วมสมโภช         ปัสกา-ร่วมความชื่นชมยินดีการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า อันเป็นหลักประกัน        กับชีวิตของพวกเราทุกคนว่า เราจะกลับคืนชีพเหมือนกับพระองค์ในวาระสุดท้ายเช่นกัน การฉลองมิใชเพียงวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ แต่เป็นการฉลองต่อเนื่อง 3 วัน ตรีวาร     ปัสกา ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ – วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ – วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ – วัน อาทิตย์ปัสกา   จึงขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านอีกครั้งนะครับ  เชิญมาร่วมฟรีทุกวันเลย     นะครับ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

 วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน 2021

สมโภชปัสกา พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ

            วันเอ๋ยวันนี้ วันแสนปรีดา สมโภชปัสกาสบสมัย     ถ้าเราเป็นทุกข์โศกเศร้าร้าวระทมใจในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์วันที่พระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์มากเท่าใด……วันอาทิตย์ปัสกาก็จะต้องเป็นวันที่เราสุดแสนจะปรีดายินดีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น     ค่ำคืนวันปัสกา (At the Easter Vigil) พระศาสนจักรเชิญชวนให้เราคริสตชนหวนย้อนกลับไปคิดคำนึงถึงการเนรมิตสร้างโลกของพระเจ้า พระเป็นเจ้าทรงสร้างฟ้าและแผ่นดินจากความว่างเปล่า ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งมวล ทรงตรัสให้มีความสว่าง แยกความสว่างออกจากความมืด ที่สุดทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายาของพระองค์ ให้มนุษย์อยู่ในสวนสวรรค์ ทรงกำหนดให้วันที่เจ็ด เป็นวันที่ต้องพักจากการงานทั้งสิ้น และมาถวายเกียรติแด่พระองค์ แต่มนุษย์จองหอง อยากเป็นใหญ่เท่าเสมอพระ เพราะการหลอกลวงของปีศาจ (งู) พระเจ้ามิได้ทอดทิ้ง ทรงสัญญาจะเสด็จมาไถ่มนุษย์ ผ่านมาห้าพันปี บัดนี้แผนการการช่วยมนุษย์ก็สำเร็จบริบูรณ์แล้ว จึงสิ้นพระชนม์เพื่อมนุษย์ทั้งหลาย ผู้ใดเชื่อและปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์ ผู้นั้นก็จะรอดพ้น  เราเชื่อเหมือนกับมารีย์ ชาวมักดาเลนา  สตรีใจศรัทธา เราเชื่อเหมือนอัครสาวก เราเชื่อเหมือนกับบรรดาคริสตชนทั้งหลายหรือไม่อย่างไร???                   ขอพระเจ้าโปรดให้เราเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมหัวใจ และปฏิบัติตนตามความเชื่อ (มิใช่เชื่อด้วยคำพูดหรือลมปาก)   ให้เราเป็นเหมือนกับนักบุญยอห์นที่กล่าวว่า   พระเยซูเจ้าทรงคืนพระชนมชีพ ความหวังของผู้เชื่อก็แจ่มใส รุ่งเรือง อัลเลลูยา อัลเลลูยา!!!          

****    ที่สุดแล้ว ในปีนี้เราทุกคนก็ได้ฉลองตรีวารปัสกากันอย่างถ้วนหน้า แม้     จะไม่เต็มร้อยเพราะการระบาดของโควิด พ่อมั่นใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ พระเป็นเจ้ายอมให้เกิดขึ้นและเป็นไป ก็เพื่อสอนและเตือนใจเราเพื่อ       ให้เราเชื่อมั่นและวางใจในพระองค์ด้วยจริงใจ

****        สุขสันต์วันปัสกา แต่พี่น้องที่เคารพรักทุกท่าน พระองค์ได้ชัยชนะต่อ    บาป ปีศาจและความตาย พระเยซูเจ้าเสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ ทำ    ให้เรามีความหวังใหม่-มีชีวิตใหม่ เหมือนกับพระองค์ ขอให้เรากลับมา          ดำเนินชีวิตในความสว่างของพระองค์ที่พระองค์ทรงจุดไว้ให้เราทุกคน

****    วัดเก่ารังสิตของเรากลายเป็นศูนย์กระจายอาหาร “บ้านดวงหทัยชนก” พวก         เราก็เลยได้โรงอาหารใหม่ที่ใหญ่โตสวยงาม และเราก็มีพิธีเสก มอบไว้แก่     นักบุญยอแซฟ และเฉลิมฉลองกินเลี้ยงปัสกาแบบครอบครัวรังสิตของพวก     เรา ขอขอบพระคุณพี่น้องผู้มีน้ำใจดีทุกท่านที่เอื้อเฟื้ออาหารให้เรากินเลี้ยง           กัน ฉลองปัสกา กัน  ขอพระเจ้าตอบสนองและอำนวยพระพรแก่ทุกท่านให้ประสบแต่ความสุข -โชคดีตลอดไป

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล                                                                                                                   

สารวัด ฉบับที่ 151322 วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

Monday, November 29th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น            

                    ยน 3:14-21

เวลานั้น พระเยซูตรัสกับนิโคเดมัสว่า “โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร์ พระเจ้าทรงรักโลกมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร เพราะพระเจ้าทรงส่งพระบุตรมาในโลกนี้ มิใช่เพื่อตัดสินลงโทษโลก แต่เพื่อโลกจะได้รับความรอดพ้นเดชะพระบุตรนั้น ผู้ที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่ถูกตัดสินลงโทษ แต่ผู้ที่ไม่มีความเชื่อก็จะถูกตัดสินลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้มีความเชื่อในพระนามของพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระเจ้า ประเด็นของการตัดสินลงโทษก็คือ ความสว่างเข้ามาในโลกนี้แล้ว แต่มนุษย์รักความมืดมากกว่ารักความสว่าง เพราะการกระทำของเขานั้นชั่วร้าย ทุกคนที่ทำความชั่วยอมเกลียดความสว่างและไม่เข้าใกล้ความสว่าง เกรงว่าการกระทำของตนจะปรากฏชัดแจ้ง แต่ผู้ปฏิบัติตามความจริง ย่อมเข้าใกล้ความสว่าง เพื่อให้เห็นชัดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นได้ทำโดยพึ่งพระเจ้า”

 

 ข้อคิด

ความเมตตาที่สูงค่า….ไม่เลือกผู้รับ ไร้ขอบเขต  พระวรสารนักบุญยอห์นบันทึกบทสนทนาระหว่างพระเยซูเจ้าและนิโคเดมัส แม้ว่ามนุษย์จะต้องถูกลงโทษ แพราะการไม่ใส่ใจในคุณค่าของความสว่าง ตีตัวออกห่างด้วยการประพฤติผิด ใช้ชีวิตในความผิด แต่ความรัก ความเมตตาของพระเจ้าทรงปรากฏให้เห็น โดยการมอบพระบุตรเป็นแสงสว่าง เพื่อช่วยผู้ที่ความเชื่อให้รอดพ้นจากบาปผิดที่ติดยึดในชีวิต จดหมายนักบุญเปาโลย้ำเตือนถึง….ความเมตตาของพระเจ้า ที่โปรดประทานพระหรรษทานให้กับผู้มีความเชื่อ มิใช่เพราะความเก่งกล้าสามารถของมนุษย์ในการเข้าหาพระเจ้า แต่เป็นเพราะความรักของพระเจ้า ที่ปรารถนาให้มนุษย์ทุกคนทำสิ่งที่ดีงาม.

                                      

สว่าง

ในยามค่ำคืน นิโคเดมัส…ฟาริสีผู้ใฝ่หาความจริง

ก้าวเดินออกจากความมืด เข้าสู่แสงสว่าง

ตาของเขาเริ่มแลเห็น…หูของเขาเริ่มได้ยิน

พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก

จึงได้ประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์

เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร

ในคืนเดือนมืด แม้ทุกอย่างมืดมิด…น่าหวาดกลัว

เพียงพบเจอความรักของพระเจ้า ทุกอย่างสว่างไสว

…มั่นคงปลอดภัย

ดวงตาที่มืดบอดรุนแรง กัดกินชีวิตมนุษย์ในทุกยุคสมัย

…คือดวงจิตที่มองไม่เห็นความรักของพระองค์

และอยูอย่างโดดเดี่ยว ในป่าดงแห่งความเหงา

…คือดวงใจที่ไม่ได้ยินเสียงแห่งความรักของพระเจ้า

และอยู่อย่างปวดร้าว ในหุบเหวแห่งน้ำตา

มนุษย์มักขังพระเจ้าในกรอบกรงที่ตนสร้างขึ้น

ตาของเขาจึงไม่อาจจำพระองค์ หูของเขาจึงไม่อาจได้ยินพระองค์

…เมื่อพระองค์เสด็จมานอกกรอบกรงของความคิดและความหวัง

เขาจึงต้องก้มหน้าเดินอย่างรันทดท้อ…ห่อหุ้มตัวเองด้วยความมืด

…และไขว่คว้าไปอย่างไร้จุดหมาย

ชีวิตยิ่งดูมืดมนและร้ายกาจ

เมื่อมนุษย์ยึดคลุมตนเองด้วยความมืดหนาทึบ

…และดูแคลนดวงตะวันที่โผล่พ้นขอบฟ้านิรันดร์กาล

…..ความสว่างเข้ามาในโลกนี้แล้ว

แต่โลกยังรักความมืดมากกว่าความสว่าง

กาลเวลาแห่งพระพร….มหาพรต

ร่ำร้องบอกมนุษย์ให้ถอดทิ้งความมืด และสวมใส่ความสว่าง

ณ ที่นั้นเขาจะไม่ไขว่คว้าอย่างไร้จุดหมาย                                                                                                                                                                                                                                                                                           แต่จะก้าวเดินอย่างมั่นคงปลอดภัย

                    

  สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2021 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

พระเจ้าตรัสกับชาวอิสราเอลว่า ……   “เราคือองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่าน เป็นผู้นำท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์ ให้พ้นจากการเป็นทาส ท่านต้องไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากเรา ท่านต้องไม่กล่าวพระนามองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านอย่างไม่เหมาะสม และจงระลึกถึงวันสับบาโตเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ พวกท่านจะต้องนับถือบิดามารดา อย่าฆ่าคน อย่าล่วงประเวณี อย่าลักขโมย อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนบ้าน ตรงกันข้าม ท่านจะต้องรักเพื่อนบ้าน-พี่น้องเหมือนหนึ่งรักตัวท่านเอง….” นี่คือบัญญัติที่พระองค์ทรงมอบไว้แก่เราทุกคน    พระวรสารโดยนักบุญยอห์น วันนี้ กล่าวถึง พระเยซูเจ้าทรงใช้เชือกทำเป็นแส้ แล้วทรงขับไล่ทุกคนรวมทั้งแกะและโคออกจากพระวิหาร ทรงปัดเงินกระจายเกลื่อนกลาด และทรงคว่ำโต๊ะของผู้แลกเงิน ตรัสกับคนขายนกพิราบว่า “จงนำของเหล่านี้ออกไป อย่าทำบ้านของเราให้เป็นตลาด” พระองค์ทรงให้ความเคารพต่อวัด-ต่อวิหารของพระเจ้า วัดและวิหารมีไว้เพื่อเป็นสถานที่ไหว้นมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า พี่น้องที่รัก พระเยซูเจ้าในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเคารพต่อองค์พระบิดาเจ้า พระองค์รับไม่ได้ที่เห็นการเอารัด-เอาเปรียบ โดยใช้สถานที่ศักดิ์สิทธ์เพื่อการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน พระองค์สอนให้เรามนุษย์เคารพพระเจ้า และถือบัญญัติแห่งความรักที่เราจะต้องมีต่อพระเจ้า และพระองค์ทรงสอนให้เราให้เกียรติและรักศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และสิทธิของความเป็นมนุษย์ของกันและกัน สิ่งที่มนุษย์ทุกคนจะต้องระลึกอยู่เสมอก็คือ พระเจ้าทรงสร้างเรามา เพื่อให้เรามีความสุขกับพระองค์ เราจึงต้องรักพระเจ้าด้วยสุดกำลัง และเพราะรักพระเจ้า เราจึงต้องรักเพื่อนมนุษย์ทุกคนด้วยเช่นเดียวกัน

****        วันเวลาแต่ละวันแต่ละชั่วโมง ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ในมหา   พรตแล้ว เกือบครึ่งหนึ่งในมหาพรตแล้ว เราได้ทำอะไรเพื่อเป็นการพลีกรรม ใช้โทษบาป    ร่วมกับการไถ่บาปของพระเยซูเจ้ามาก-น้อยแค่ไหนแล้ว หลายสิ่ง-หลายอย่างเป็นเพียง   ความตั้งใจ..ตั้งใจ จะ….แต่ยังไม่ได้ลงไปสู่การกระทำที่เป็นรูปธรรมเลย ถึงเวลาหรือยังที่  เราจะลงมือปลูกต้นไม้แห่งความดี คนละสักต้นสองต้นหรือร่วมกันทำความดีมากกว่าที่เคยกระทำสักหนึ่งหรือสอง-สามอย่าง ความตั้งใจสักร้อยครั้งหรือพันครั้งก็เทียบไม่ได้  กับการกระทำเพียงครั้งเดียว

****             วัดรังสิตของเราจะเปิดสอนคำสอนสำหรับเด็กเพื่อเตรียมตัวรับศีลมหาสนิท และศีลกำลัง จะมีเณรใหญ่มาช่วยสอนคำสอน คาดว่าจะเริ่มเดือนเมษายนนี้  เชิญพ่อแม่พี่น้องแจ้งและบอกให้ลูกๆหลานเตรียมตัวมาเรียนคำสอนเพื่อรับศีลศักดิ์สิทธิ์   นะครับ

****   ขอพี่น้องอย่าเพิ่งการ์ดตกในการระมัดระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19นะครับ  แม้จะมีวัคซีนแล้ว  แต่คงจะต้องใช้ชีวิตแบบ New Normal นะครับส วมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ครับ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2564   

 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

พี่น้องที่รัก วันนี้พระวรสารโดยนักบุญยอห์น อัครสาวก กล่าวถึงคำสอนของพระเยซูเจ้าที่ตรัสไว้ว่า…….   “ความสว่างเข้ามาในโลกนี้แล้ว แต่มนุษย์รักความมืดมากกว่าความสว่าง เพราะการกระทำของเขานั้นชั่วร้าย ทุกคนที่ทำความชั่วย่อมเกลียดความสว่างและไม่เข้าใกล้ความสว่าง เกรงว่าการกระทำของตนจะปรากฎชัด แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามความจริง ย่อมเข้าใกล้ความสว่าง เพื่อให้เห็นชัดว่า สิ่งที่เขากระทำนั้น ได้ทำโดยพึ่งพระเจ้า และเพื่อพระสิริมงคลของพระเจ้า……”  พี่น้องครับ คงไม่ต้องกล่าวอะไรเพิ่มเติมแล้ว พระองค์พระเยซูเจ้าตรัสไว้ชัดเจนแล้ว พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาและสงสาร พระองค์ทรงสำแดงความรักยิ่งใหญ่ต่อเราเสมอ แม้เมื่อเราตายแล้ว พระเยซูเจ้ายังตรัสอีกว่า “โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร  “พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในองค์พระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร……”                                                                        ช่วงเวลามหาพรต จึงเป็นช่วงเวลาที่พิสูจน์พวกเราทุกคน เราเชื่อและเป็นลูกที่แท้จริงของพระองค์หรือไม่-อย่างไร เราพร้อมจะเสียสละทุกอย่างเพื่อร่วมการไถ่บาปกับพระองค์ไหม มิใช่ตอบรับด้วยคำพูดไพเราะ แต่ตอบพระวาจาพระองค์ด้วยการกระทำของเราทุกวัน-ทุกเวลา……

****       สัปดาห์ที่ 4 แล้วครับ พ่อคงเป็นได้เพียงเสียงตะโกน…อีกเพียงไม่กิ่วันที่ พระองค์เชิญชวนให้เราร่วมมหาทรมานกับพระองค์ อย่ารีรอ อย่าผลัด วันประกันพรุ่ง ลงมือทำ…ทำ…ภาวนา…พลีกรรม และใช้โทษบาป

****       วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม ศกนี้        พระคาร์ดินัลเกรียงศักดิ์ กำหนดให้เป็นวันทำพิธีเปิดสำนักงาน“หทัยชนก”   ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณวัดรังสิตของเรา เพื่อรวบรวมและกระจายเครื่องอุปโภค-บริโภค ไปยังสถานสงเคราะห์ต่างๆ พระคุณเจ้าปรารถนาให้พวกเราสภาภิบาลวัด และสัตบุรุษวัดรังสิตทุกคนได้     รับรู้-รับทราบ จึงขอเชิญมาร่วมพิธีเปิดสำนักงานในวันศุกร์ที่ 19 มีนาคม      นี้ เวลา 16 -18.00 น. ขอเชิญบรรดานักขับร้องด้วยนะครับ จะมีวจนพิธี        กรรมเสกอาคารสำนักงานด้วยครับ ขอบพระคุณทุกท่านล่วงหน้าครับ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151321 วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

Monday, November 29th, 2021

 บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น           

ยน 2:13-25

เทศกาลปัสกาของชาวยิวใกล้จะมาถึง พระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ในบริเวณพระวิหาร พระองค์ทรงพบพ่อค้าขายโค พ่อค้าขายแกะ พ่อค้าขายนกพิราบ และคนแลกเงินนั่งอยู่ที่โต๊ะ พระองค์ทรงใช้เชือกเป็นแส้ ทรงขับไล่ทุกคนรวมทั้งแกะและโคออกจากพระวิหาร ทรงปัดเงินกระจายเกลื่อนกลาด และทรงคว่ำโต๊ะของผู้แลกเงิน แล้วตรัสกับคนขายนกพิราบว่า “จงนำของเหล่านี้ออกไป อย่าทำบ้านของพระบิดาของเราให้เป็นตลาด” บรรดาศิษย์จึงระลึกได้ถึงคำที่เขียนไวในพระคัมภีร์ว่า “ความรักที่ข้าพเจ้ามีต่อบ้านของพระองค์เป็นเสมือนไฟที่เผาผลาญข้าพเจ้า” ชาวยิวจึงเข้ามาทูลถามพระองค์ว่า “ท่านมีเครื่องหมายอะไรแสดงให้เรารู้ว่าท่านมีอำนาจทำดังนี้” พระเยซูตรัสตอบว่า “จงทำลายพระวิหารนี้ แล้วเราจะสร้างขึ้นใหม่ภายในสามวัน” ชาวยิวพูดว่า “พระวิหารหลังนี้ต้องใช้เวลาสร้างถึงสี่สิบหกปี แล้วท่านจะสร้างขึ้นใหม่ในสามวันหรือ” แต่พระองค์กำลังตรัสถึงพระวิหารซึ่งหมายถึงพระกายของพระองค์ ดังนั้นเมื่อพระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชึพ จากบรรดาผู้ตายแล้ว บรรดาศิษย์จึงระลึกได้ว่าพระองค์ตรัสไว้ดังนี้ เขาจึงเชื่อทั้งพระคัมภีร์และพระวาจาที่พระองค์ตรัสไว้  ขณะที่พระองค์ประทับอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็มในเทศกาลปัสกา คนจำนวนมากเชื่อในพระนามพระองค์ เพราะได้เห็นเครื่องหมายอัศจรรย์ต่างๆ ที่ทรงกระทำ แต่พระเยซูเจ้าไม่วางพระทัยในคนเหล่านั้น ทรงรู้จักทุกคน พระองค์ไม่ปรารถนาให้ผู้ใดเป็นพยานในเรื่องมนุษย์ เพราะทรงทราบดีว่ามีสิ่งใดอยู่ในใจมนุษย์.

                         

 ข้อคิด

ความรัก ความซื่อสัตย์ ที่พระเยซูเจ้าในฐานะมนุษย์คนหนี่งที่มีต่อพระเจ้า ทำให้พระองค์รับไม่ได้ที่มองเห็นการเอารัดเอาเปรียบ ใช้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน หนังสืออพยพย้ำเตือน…..จำเป็นที่ประชากรของพระเจ้าต้องซื่อสัตย์ ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ ซึ่งพระเจ้าได้กำหนดไว้คือ ต้องรักพระเจ้าผู้เดียว ไม่เอ่ยนามพระเจ้าโดยไม่เหมาะสม ถือวันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ นับถือบิดามารดา ไม่ฆ่าคน ไม่ล่วงประเวณี ไม่ลักขโมย ไม่เป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนบ้าน ไม่โลภ

                                      

** ลมพายุ **

ในวันนั้น ที่พระเยซูก่อการจลาจลในพระวิหาร

ถ้ามีรูปปั้นตั้งอยู่บ้าง…รูปปั้นคงต้องโดดลงจากแท่นและเผ่นหนี

ภาพลักษณ์ของพระเยซูในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เราคุ้นเคย

พระเยซูเจ้าผู้อ่อนโยน….อ่อนหวานและสุภาพ

ได้กลับกลายเป็นผู้รุนแรง และก่อการปฏิวัติ

ดวงตาทุกคู่ในพระวิหารเป็นพยานถึงความรุนแรง

และแข็งกร้าวของพระเยซู

…ใช้เชือกเป็นแส้…ขับไล่ทุกคน รวมทั้งแกะและโคออกจากพระวิหาร

…ปัดเงินกระจายเกลื่อนกลาด…คว่ำโต๊ะผู้แลกเงิน

อะไรหรือที่ทำให้ สายลมแผ่ว ก่อตัวกลายเป็นพายุแรงกล้าในวันนั้น

สาวกรำลึกได้ถึงประโยคเดียวจากพระคัมภีร์

…ความรักที่ข้าพเจ้ามีต่อบ้านของพระองค์

เป็นเสมือนไฟที่เผาผลาญข้าพเจ้า

พระเยซูทรงท่วมท้นไปด้วยความร้อนรน…พลังกล้าหาญ

เมื่อบริเวณพระวิหารได้กลับกลายเป็นตลาด…ค้าขายสัตว์…และแลกเงิน

คำร้องตะโกนของพระเยซูเจ้าดังก้องชัดเจน

…เอาสิ่งเหล่านี้ออกไปให้หมด

และเลิกทำบ้านพระบิดาของฉันให้กลายเป็นตลาด

ลมพายุของพระเยซูพัดกล้าเพื่อความดีงามของบ้านพระบิดา

…เพื่อการเติบโตของพระอาณาจักร…เพื่อชีวิตและมิใช่ความตาย

เมื่อไรหนอที่ชีวิตฉันจะพัดกล้าเพื่อความดีงาม

…กล้าพอที่จะเผชิญกับอำนาจที่ลดคุณค่าของพระเจ้า

และพระวิหารของพระองค์

ในวันนั้นที่ฉันหยุดนิ่งหรือเอื่อยเฉื่อย

ฉันก็เปิดประตูให้พ่อค้าเข้าครอบครองพระวิหารของพระเจ้า

                      

  สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2021    สัปดาห์ที่ 2  เทศกาลมหาพรต

พระเจ้าทรงทดลองใจอับราฮัม ให้ถวายบุตรแต่คนเดียวที่ท่านรัก เผาเป็นบูชาถวายพระเจ้า อับราฮัมมิได้หวงบุตรคนเดียวนั้น ตั้งใจจะถวายแด่พระเจ้า ตามที่พระเจ้าตรัสสั่งแก่ท่าน พระเจ้าทรงเห็นความเชื่อและความจริงใจของท่านที่มีต่อพระองค์ พระเจ้าจึงทรงอำนวยพระพรแด่ท่านอย่างมาก และทรงอวยพรมายังบุตรหลานของท่านด้วย    องค์พระเจ้าก็เช่นกัน พระองค์มิได้หวงแหนบุตรแต่พระองค์เดียวของพระองค์ พระองค์ทรงมอบพระบุตรเพื่อมาไถ่และช่วยมนุษยชาติทั้งหลายให้รอด นี้แหละความรักและพระเมตตายิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเรามนุษย์ทุกคนอย่างแท้จริง  เราคริสตชนได้เห็นความรักของพระองค์ซึ่งมีต่อเราหรือไม่-อย่างไร? พระวรสารวันนี้ พระองค์ทรงเผยแสดงพระองค์ให้เปโตร-ยากอบ และยอห์น ได้เห็นพระสิริมงคลของพระเจ้า จนเปโตรถึงกับอุทานออกมาด้วยความดีใจ “พระอาจารย์เจ้าข้า ที่นี่สบายและน่าอยู่จริง……..”     พี่น้องที่รัก ช่วงเวลามหาพรต ช่วงเวลามาหาพระ เป็นช่วงเวลาที่เราจะมาพบความยิ่งใหญ่และพระเมตตารักของพระเจ้า เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้อยู่กับองค์แห่งความรัก ดูเหมือนกับมหาพรตเป็นห่วงเวลาแห่งความทุกข์-การพลีกรรม-ความยากลำบาก-การสละน้ำใจของตัวเอง แต่พี่น้องครับ พระหัตถ์หรือมือของพระองค์ใหญ่กว่ามือของเราซึ่งเป็นเพียงเด็กน้อยตัวเล็กๆ ขอเพียงเราได้ใช้เวลามาอยู่กับพระองค์ในช่วงมหาพรตนี้ เราจะพบความรักยิ่งใหญ่และความสุข เหมือนกับเปโตรได้พบและอุทานออกมาเช่นเดียวกัน

****      อย่าลืมนะครับพี่น้อง ช่วงเวลามหาพรตเป็นช่วงเวลาที่เราทุกคนจะต้องกลับมาหาพระให้มากยิ่งขึ้น และมิใช่เฉพาะตัวเรา เราจะต้องนำเพื่อนพี่น้อง-คนบาป-คนใจเย็นใจเฉย-คนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้ามาพบกับพระองค์ด้วย     แม้จะมีอุปสรรค-มีสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 มาขวางเราก็ตาม เราต้องข้าม- ผ่านมันไปให้ได้ เราจะได้ชัยชนะพร้อมกับพระองค์ ที่พระองค์ข้าม-ผ่านความทุกข์ทรมานและความตายสู่การกลับคืนชีพอย่างรุ่งเรือง

****      มีกิจกรรมต่างๆ ที่เราอาจจะทำได้มากมายช่วงเทศกาลมหาพรต มีการเดิน   รูป 14 ภาค เวลา 08.30 น. วันอาทิตย์ที่วัด หรือทำที่บ้านเอง การอดออม  ช่วยเหลือคนยากจนขัดสน ใส่กระบอกมหาพรต การเขียนความตั้งใจ-ปลูก    ต้นไม้ของความดี กิจกรรมที่จะเป็นรูปธรรมชัดๆ  ความรักที่แท้จริงมิใช่เพียงคำพูดแต่ต้องแสดงออก  ด้วยกิจกรรม-การกระทำ!!!!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

…พระเจ้าไม่ได้ทรงเรียกเรา แต่เป็นพระองค์เองที่เสด็จมากระทำตามและเรียกเราให้มีส่วนในกิจการอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ อย่าคิดว่าต้องขาดทุน เข้าเนื้อ ไม่มีกำไรที่ต้องใช้เวลาแห่งความสุขมาสวดภาวนา ทนทุกข์ยาก พลีกรรม ลด ละ เลิก กิจการไม่ดี เพียงเราร่วมมหากางเขนกับพระองค์ในช่วงเวลามหาพรต 40 วัน อย่างเด็กน้อยที่ยืนมองขวดขนมอย่างอดทน เพราะรู้ว่าลุงเจ้าของร้านจะหยิบให้มากกว่าด้วยมือที่ใหญ่กว่า เช่นเดียวกันพระเจ้าทรงมีพระหัตถ์ที่ใหญ่ ทรงมีแผนการที่ยิ่งใหญ่ คือไถ่บาปเราและมนุษยชาติให้รอดพ้น เราจะได้รอดพ้นร่วมยินดีกับเกียรติมงคลยิ่งใหญ่ของพระองค์.  (บทเทศน์วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์  2021…คุณพ่อเจ้าอาวาส)

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2021 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

พระเจ้าตรัสกับชาวอิสราเอลว่า ……“เราคือองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่าน เป็นผู้นำท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์ ให้พ้นจากการเป็นทาส ท่านต้องไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากเรา ท่านต้องไม่กล่าวพระนามองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านอย่างไม่เหมาะสม และจงระลึกถึงวันสับบาโตเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ พวกท่านจะต้องนับถือบิดามารดา อย่าฆ่าคน อย่าล่วงประเวณี อย่าลักขโมย อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนบ้าน ตรงกันข้าม ท่านจะต้องรักเพื่อนบ้าน-พี่น้องเหมือนหนึ่งรักตัวท่านเอง….” นี่คือบัญญัติที่พระองค์ทรงมอบไว้แก่เราทุกคน พระวรสารโดยนักบุญยอห์น วันนี้ กล่าวถึง พระเยซูเจ้าทรงใช้เชือกทำเป็นแส้ แล้วทรงขับไล่ทุกคนรวมทั้งแกะและโคออกจากพระวิหาร ทรงปัดเงินกระจายเกลื่อนกลาด และทรงคว่ำโต๊ะของผู้แลกเงิน ตรัสกับคนขายนกพิราบว่า “จงนำของเหล่านี้ออกไป อย่าทำบ้านของเราให้เป็นตลาด” พระองค์ทรงให้ความเคารพต่อวัด-ต่อวิหารของพระเจ้า วัดและวิหารมีไว้เพื่อเป็นสถานที่ไหว้นมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า พี่น้องที่รัก พระเยซูเจ้าในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเคารพต่อองค์พระบิดาเจ้า พระองค์รับไม่ได้ที่เห็นการเอารัด-เอาเปรียบ โดยใช้สถานที่ศักดิ์สิทธ์เพื่อการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน พระองค์สอนให้เรามนุษย์เคารพพระเจ้า และถือบัญญัติแห่งความรักที่เราจะต้องมีต่อพระเจ้า และพระองค์ทรงสอนให้เราให้เกียรติและรักศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และสิทธิของความเป็นมนุษย์ของกันและกัน สิ่งที่มนุษย์ทุกคนจะต้องระลึกอยู่เสมอก็คือ พระเจ้าทรงสร้างเรามา เพื่อให้เรามีความสุขกับพระองค์ เราจึงต้องรักพระเจ้าด้วยสุดกำลัง และเพราะรักพระเจ้า เราจึงต้องรักเพื่อนมนุษย์ทุกคนด้วยเช่นเดียวกัน

**** วันเวลาแต่ละวันแต่ละชั่วโมง ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราเข้าสู่สัปดาห์      ที่ 3     ในมหาพรตแล้ว เกือบครึ่งหนึ่งในมหาพรตแล้ว เราได้ทำอะไร เพื่อเป็นการพลีกรรม ใช้โทษบาป ร่วมกับการไถ่บาปของพระเยซูเจ้า     มาก-น้อยแค่ไหนแล้ว หลายสิ่ง-หลายอย่างเป็นเพียงความตั้งใจ..ตั้งใจ         จะ….   แต่ยังไม่ได้ลงไปสู่การกระทำที่เป็นรูปธรรมเลย ถึงเวลาหรือยัง  ที่เราจะ ลงมือปลูกต้นไม้แห่งความดี คนละสักต้นสองต้น หรือร่วมกันทำ      ความดี มากกว่าที่เคยกระทำสักหนึ่งหรือสอง-สามอย่าง ความ         ตั้งใจสัก         ร้อยครั้งหรือพันครั้งก็เทียบไม่ได้กับการกระทำเพียงครั้งเดียว

****     วัดรังสิตของเราจะเปิดสอนคำสอนสำหรับเด็กเพื่อเตรียมตัวรับศีล        มหาสนิท และศีลกำลัง จะมีเณรใหญ่มาช่วยสอนคำสอน คาดว่าจะ       เริ่มเดือนเมษายนนี้  เชิญพ่อแม่พี่น้องแจ้งและบอกให้ลูกๆหลานเตรียม ตัวมาเรียนคำสอนเพื่อรับศีลศักดิ์สิทธิ์นะครับ

****    ขอพี่น้องอย่าเพิ่งการ์ดตกในการระมัดระวังการแพร่ระบาดของ         ไวรัสโควิด 19 นะครับ  แม้จะมีวัคซีนแล้ว  แต่คงจะต้องใช้ชีวิตแบบ  New Normal นะครับ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ครับ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

พระไม่ได้มาให้เราเห็นแบบอัครสาวก เปโตร ยอห์น และยากอบ และไม่ได้มาหาเราแบบอับราฮัม พระองค์มาให้เราพบแบบนี้ไหม มีผู้คนมากมายในสังคมในสถาน การณ์ปัจจุบันที่ต้องตกทุกข์ได้ยาก ลำบาก หิวโหย กว่าเรานัก พระองค์ส่งพวกเขาเหล่านี้มา และเป็นเราไหมที่จะช่วยพวกเขา เมตตาสงสารพวกเขา เหมือนรูธที่บอกว่าตัวเองไม่มีอะไรยากจน แต่รูธก็สละทุกอย่างที่เตรียมไว้ต้อนรับพระเยซูเจ้าเพื่อช่วยคนหิวโหยหนาวเหน็บสองคน  บัดนี้ 40 วันในมหาพรต  พระองค์บอกเราให้ร่วมมหากางเขนกับพระองค์ พร้อมและเดินไปกับพระองค์ พระองค์จะทรงเป็นพละกำลังและเมตตาเรา เราคงมีความสุขใจแม้เราจะยากจน

บทเทศน์ วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2021 ……คุณพ่อเจ้าอาวาส

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151320 วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

Monday, November 29th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก                   

 มก 9:2-10

ต่อมาอีกหกวัน พระเยซูเจ้าทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นขึ้นไปบนภูเขาสูงตามลำพัง แล้วพระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา ฉลองพระองค์กลับมีสีขาวเจิดจ้า ขาวผ่องอย่างที่ไม่มีช่างซักฟอกคนใดในโลกทำให้ขาวเท่านั้นได้ แล้วประกาศกเอลียาห์กับโมเสสแสดงตนสนทนาอยู่กับพระเยซูเจ้า เปโตรจึงทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริงๆ เราจงสร้างเพิงขึ้นสามหลังเถิด หลังหนึ่งสำหรับพระองค์ หลังหนึ่งสำหรับโมเสส อีกหลังหนึ่งสำหรับประกาศกเอลียาห์” เขาไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรเพราะศิษย์ทั้งสามคนต่างตกใจกลัว  ครั้นแล้วเมฆก้อนหนึ่งลอยมาปกคลุมเขาไว้ มีเสียงหนึ่งออกมาจากเมฆก้อนนั้นว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา จงฟังท่านเถิด” ทันใดนั้น ศิษย์ทั้งสามคนเหลียวมองรอบๆ ไม่เห็นผู้ใดอยู่กับตนนอกจากพระเยซูเจ้าเท่านั้น   ขณะที่กำลังลงจากภูเขา พระองค์ตรัสสั่งเขามิให้เล่าเหตุการณ์ที่เห็นให้ผู้ใดฟัง จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย.

ข้อคิด

พระเยซูเจ้าเป็นพระบุตรของพระบิดา ให้เราฟังพระองค์

เราทุกคนมีเวลาเท่ากันคือ วันละ 24 ชั่วโมง ในมหาพรตนี้ เราควรถามตนเองว่า เราได้ใช้เวลาแต่ละวันอย่างไร เราให้เวลาแก่สิ่งใด แก่ใครบ้าง และให้เวลาแก่พระเจ้าบ้างไหม บรรดาอัครสาวกที่เห็นพระเยซูเจ้าสวยงามก็ต่อเมื่อ พระเยซูเจ้าพาพวกเขาออกจากความวุ่นวายของสังคม และอยู่กับพระองค์ตามลำพัง พวกเราเอง ถ้าอยากเห็นพระเยซูเจ้าสวยงามอย่างที่เป็นจริง เราก็ต้องมีเวลาอยู่กับพระองค์ตามลำพัง เพื่อภาวนาและอ่านพระวาจาของพระเจ้า   เรามีเวลาสำหรับเรื่องสำคัญยิ่งนี้หรือไม่ ขอพระเจ้าอวยพรท่าน.

 ** เงียบไว้ **

ภาพตื่นตาตื่นใจแห่งการปรากฎองค์บนภูเขา

จบลงอย่างแปลกประหลาดด้วยคำสั่งห้ามมิให้บอกเล่าแก่ใคร

ณ ที่บนภูเขา พวกเขาได้พบพระองค์ยิ่งใหญ่

….ท่ามกลางวีรบุรุษชื่อโมเสส และเอลียาห์

ทำไมหรือ….ทำไมต้องกำชับให้เก็บเงียบไว้

พระเยซูตรัสสั่งเขามิให้เล่าเหตุการณ์ที่เห็นให้ผู้ใดฟัง                 สังคมร่วมสมัยกำลังมองหาผู้นำทางการเมือง

….เข้มแข็งเพียงพอที่จะปลดแอกโรมันให้หลุดพ้น

เสียงร้องขับไล่ แม้ไม่ปรากฏแจ้ง เพราะความหวาดกลัว

แต่ลึกใต้ผืนแผ่นดิน

….แรงรักชาติคุกรุ่น และพร้อมแสดงอานุภาพ

กระแสคลื่นความคาดหวังของฝูงชน….แม้ยิ่งใหญ่และรุนแรง

แต่ก็มิอาจขีดเส้นทางชีวิตของชายผู้นี้ที่แสดงตนบนภูเขา

ชีวิตของเขาถูกกำหนดไว้….มิใช่ด้วยมือมนุษย์บนผืนแผ่นดิน

แต่….ด้วยพระหัตถ์ของพระบิดาบนฟ้าสวรรค์

ผลไม้มีฤดูกาล….ความจริงมีวันเวลา

ทุกชีวิตก้าวเดินผ่านเดือนปีที่เหมาะสม เพื่อพบเจอสัจธรรม

และไม่น้อยครั้ง ที่ต้องล้มกลิ้งบาดเจ็บ

เพียงเพื่อเข้าใจสัจธรรมที่ใฝ่หา

อับราฮัม….จำต้องก้าวเดินทางสายรันทด สู่ดินแดนโมรียา

ถวายบูชา อิสอัค….บุตรชายสุดที่รัก

เพียงเพื่อพบเจอพระเจ้าผู้สัตย์ซื่อ

เปโตร….จำต้องก้าวเดินทางสายทรยศสามโค้งตอน

เพียงเพื่อสัมผัสกับพระเจ้าผู้ทรงรักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข

ปราชญ์มิมีเพียงความคิดสร้างสรรค์

แต่ยังมีจังหวะเวลาที่เหมาะสม

เขาไม่หว่านปรีชาญาณบนผืนนาหน้าแล้ง….นอกฤดูกาล

เขา….เตรียมโลกสู่กาลเวลาที่พรั่งพร้อม

เพื่อเมล็ดพันธุ์แห่งปรีชาญาณจะเติบโต และออกดอกผล

 

 สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2021     สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

องค์พระเจ้า ตรัสว่า …..

“เวลาที่กำหนดไว้มาถึงแล้ว บัดนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว จงเป็นทุกข์กลับใจ และเชื่อข่าวดีเถิด….”  มหาพรต คือ มาหาพระ สี่สิบวันแห่งการลด – ละ – เลิก สิ่งไม่ดีต่างๆ และใช้โทษบาป      ฝนที่ตกติดต่อกัน 40 วัน 40 คืน ในสมัยโนอาห์ ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างหมดสิ้น เหลือเพียงครอบครัวของโนอาห์ และสัตว์อย่างละคู่ในเรือของโนอาห์เท่านั้นที่รอด  โมเสสจำศีลภาวนาและอดอาหารบนภูเขาซีนาย 40 วัน พระเจ้าทรงมอบบัญญัติ 10 ประการ ให้ประชากรของพระองค์ปฏิบัติ เพื่อจะปฏิบัติตนให้สมกับการเป็นบุตรของพระเจ้า  ประกาศเอลียาห์ เดินทางไปยังภูเขาโฮเร็บ ภูเขาของพระเจ้า ภาวนาและอยู่กับพระเจ้า 40 วัน 40 คืน

40 วันที่ประกาศกโยนาห์ ประกาศให้ชาวนินะเวห์กลับใจใช้โทษบาป มิฉะนั้นแล้วพระเจ้าจะทรงทำลายเมืองนินะเวห์ให้ราบเรียบ ชาวนินะเวห์กลับใจใช้โทษบาป และพระเจ้าทรงเปลี่ยนพระทัยไม่ทำลายเมืองนินะเวห์                                                             พี่น้องที่รัก ก่อนที่เราจะสมโภชปัสกา-ฉลองการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าอย่างรุ่งโรจน์ พระศาสนจักรเชิญชวนพวกเราให้เตรียมชีวิตของเรา-ฟื้นฟู-และปรับเปลี่ยนชีวิตที่อาจจะเฉื่อยชา-ขาดความเชื่อ กลับมาชิดสนิทกับพระเสียใหม่ วิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะต้องเป็นโอกาสให้เรากลับมามีความเชื่อมั่นและวางไว้ใจในพระเจ้าให้มากยิ่งขึ้น

ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานพละกำลังให้ข้าพเจ้าเข้มแข็งในการดำเนินชีวิตในช่วงมหาพรตนี้อย่างดีและเป็นที่พอพระทัยพระองค์ด้วยเทอญ   

****     เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด 19 ยังมีอยู่ แต่คงจะค่อยๆ ดี     ขึ้น ขอพี่น้องช่วยกันระมัดระวังรักษาสุขภาพ ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ   หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง สามารถไปสวดภาวนา-ร่วมมิสซาที่วัดตามศรัทธา หรือร่วมทาง  on line นะครับ อย่าให้น้ำใจตนเองทำให้เราเกียจคร้าน จะมีพิธีเดิน รูป 14 ภาค ทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.30 น. และต่อด้วยมิสซาครับ

****   เชิญพี่น้องรับกระบอกมหาพรต และพยายามอดออม ทำบุญใส่กระบอกเพื่อ     นำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้-ยากจนตามกำลังศรัทธานะครับ

**** ช่วงเวลามหาพรต-ช่วงเวลามาหาพระ เราต้องช่วยกันนำบรรดาคนบาป คนใจ    เย็นเฉยกลับมาหาพระนะครับ ช่วยกันเชิญชวน-ป่าวประกาศ ไปยังคริสตชน    ทุกๆ คน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังทุกข์ยากทั้งทางกายและทางใจนะครับ!!!!

ณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

“ทุกวันนี้เราถูกวิกฤตโควิดทับถมเรา เปรียบเหมือนดินที่โยนลงไปในบ่อทับถมลาตัวนั้น ขอแต่เราสลัดดินแห่งความทุกข์ยากลำบากออก ลุกขึ้นสู้อย่ายอมแพ้เช่นเดียวกับเจ้าลาตัวนั้นและคนโรคเรื้อน ที่ไม่หมดกำลังใจ ดิ้นรนพยายามเข้าหาพระเยซูเจ้าขอเพียงพระองค์พอพระทัยสัมผัสเขาก็จะหาย …ขอให้เราอย่าเฉยชาละทิ้งความเชื่อการสวดภาวนา จงมีกำลังใจหมั่นเข้ามาหาพระเจ้าองค์แห่งความรักอย่างเชื่อมั่นศรัทธาวางใจและมั่นใจเถอะพระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้งเราอย่างแน่นอน…”                  …เตือนใจ วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2021 โดยคุณพ่อเจ้าอาวาส…

 

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2021

สัปดาห์ที่ 2  เทศกาลมหาพรต    พระเจ้าทรงทดลองใจอับราฮัม ให้ถวายบุตรแต่คนเดียวที่ท่านรัก เผาเป็นบูชาถวายพระเจ้า อับราฮัมมิได้หวงบุตรคนเดียวนั้น ตั้งใจจะถวายแด่พระเจ้า ตามที่พระเจ้าตรัสสั่งแก่ท่าน พระเจ้าทรงเห็นความเชื่อและความจริงใจของท่านที่มีต่อพระองค์ พระเจ้าจึงทรงอำนวยพระพรแด่ท่านอย่างมาก และทรงอวยพรมายังบุตรหลานของท่านด้วย  องค์พระเจ้าก็เช่นกัน พระองค์มิได้หวงแหนบุตรแต่พระองค์เดียวของพระองค์ พระองค์ทรงมอบพระบุตรเพื่อมาไถ่และช่วยมนุษยชาติทั้งหลายให้รอด นี้แหละความรักและพระเมตตายิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเรามนุษย์ทุกคนอย่างแท้จริง เราคริสตชนได้เห็นความรักของพระองค์ซึ่งมีต่อเราหรือไม่-อย่างไร? พระวรสารวันนี้ พระองค์ทรงเผยแสดงพระองค์ให้เปโตร-ยากอบ และยอห์น ได้เห็นพระสิริมงคลของพระเจ้า จนเปโตรถึงกับอุทานออกมาด้วยความดีใจ “พระอาจารย์เจ้าข้า ที่นี่สบายและน่าอยู่จริง……..”           พี่น้องที่รัก ช่วงเวลามหาพรต ช่วงเวลามาหาพระ เป็นช่วงเวลาที่เราจะมาพบความยิ่งใหญ่และพระเมตตารักของพระเจ้า เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้อยู่กับองค์แห่งความรัก ดูเหมือนกับมหาพรตเป็นห่วงเวลาแห่งความทุกข์-การพลีกรรม-ความยากลำบาก-การสละน้ำใจของตัวเอง แต่พี่น้องครับ พระหัตถ์หรือมือของพระองค์ใหญ่กว่ามือของเราซึ่งเป็นเพียงเด็กน้อยตัวเล็กๆ ขอเพียงเราได้ใช้เวลามาอยู่กับพระองค์ในช่วงมหาพรตนี้ เราจะพบความรักยิ่งใหญ่และความสุข เหมือนกับเปโตรได้พบและอุทานออกมาเช่นเดียวกัน

****     อย่าลืมนะครับพี่น้อง ช่วงเวลามหาพรตเป็นช่วงเวลาที่เราทุกคนจะต้องกลับมา หาพระให้มากยิ่งขึ้น และมิใช่เฉพาะตัวเรา เราจะต้องนำเพื่อนพี่น้อง-คนบาป-   คนใจเย็นใจเฉย-คนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้ามาพบกับพระองค์ด้วย     แม้จะมีอุป          สรรค-มีสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 มาขวางเราก็ตาม เราต้องข้าม-        ผ่านมันไปให้ได้ เราจะได้ชัยชนะพร้อมกับพระองค์ ที่พระองค์ข้าม-ผ่านความ ทุกข์ทรมานและความตายสู่การกลับคืนชีพอย่างรุ่งเรือง

****     มีกิจกรรมต่างๆ ที่เราอาจจะทำได้มากมายช่วงเทศกาลมหาพรต มีการเดิน      รูป 14 ภาค เวลา 08.30 น. วันอาทิตย์ที่วัด หรือทำที่บ้านเอง การอดออม        ช่วยเหลือคนยากจนขัดสน ใส่กระบอกมหาพรต การเขียนความตั้งใจ-ปลูก  ต้นไม้ของความดี กิจกรรมที่จะเป็นรูปธรรมชัดๆ  ความรักที่แท้จริงมิใช่เพียง  คำพูดแต่ต้องแสดงออก       ด้วยกิจกรรม-การกระทำ!!!!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

…พระเจ้าไม่ได้ทรงเรียกเรา แต่เป็นพระองค์เองที่เสด็จมากระทำตามและเรียกเราให้มีส่วนในกิจการอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ อย่าคิดว่าต้องขาดทุน เข้าเนื้อ ไม่มีกำไรที่ต้องใช้เวลาแห่งความสุขมาสวดภาวนา ทนทุกข์ยาก พลีกรรม ลด ละ เลิก กิจการไม่ดี เพียงเราร่วมมหากางเขนกับพระองค์ในช่วงเวลามหาพรต 40 วัน อย่างเด็กน้อยที่ยืนมองขวดขนมอย่างอดทน เพราะรู้ว่าลุงเจ้าของร้านจะหยิบให้มากกว่าด้วยมือที่ใหญ่กว่า เช่นเดียวกันพระเจ้าทรงมีพระหัตถ์ที่ใหญ่ ทรงมีแผนการที่ยิ่งใหญ่ คือไถ่บาปเราและมนุษยชาติให้รอดพ้น เราจะได้รอดพ้นร่วมยินดีกับเกียรติมงคลยิ่งใหญ่ของพระองค์.

(บทเทศน์วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์  2021…คุณพ่อเจ้าอาวาส)