สารวัด ฉบับที่ 151322 วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น            

                    ยน 3:14-21

เวลานั้น พระเยซูตรัสกับนิโคเดมัสว่า “โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร์ พระเจ้าทรงรักโลกมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร เพราะพระเจ้าทรงส่งพระบุตรมาในโลกนี้ มิใช่เพื่อตัดสินลงโทษโลก แต่เพื่อโลกจะได้รับความรอดพ้นเดชะพระบุตรนั้น ผู้ที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่ถูกตัดสินลงโทษ แต่ผู้ที่ไม่มีความเชื่อก็จะถูกตัดสินลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้มีความเชื่อในพระนามของพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระเจ้า ประเด็นของการตัดสินลงโทษก็คือ ความสว่างเข้ามาในโลกนี้แล้ว แต่มนุษย์รักความมืดมากกว่ารักความสว่าง เพราะการกระทำของเขานั้นชั่วร้าย ทุกคนที่ทำความชั่วยอมเกลียดความสว่างและไม่เข้าใกล้ความสว่าง เกรงว่าการกระทำของตนจะปรากฏชัดแจ้ง แต่ผู้ปฏิบัติตามความจริง ย่อมเข้าใกล้ความสว่าง เพื่อให้เห็นชัดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นได้ทำโดยพึ่งพระเจ้า”

 

 ข้อคิด

ความเมตตาที่สูงค่า….ไม่เลือกผู้รับ ไร้ขอบเขต  พระวรสารนักบุญยอห์นบันทึกบทสนทนาระหว่างพระเยซูเจ้าและนิโคเดมัส แม้ว่ามนุษย์จะต้องถูกลงโทษ แพราะการไม่ใส่ใจในคุณค่าของความสว่าง ตีตัวออกห่างด้วยการประพฤติผิด ใช้ชีวิตในความผิด แต่ความรัก ความเมตตาของพระเจ้าทรงปรากฏให้เห็น โดยการมอบพระบุตรเป็นแสงสว่าง เพื่อช่วยผู้ที่ความเชื่อให้รอดพ้นจากบาปผิดที่ติดยึดในชีวิต จดหมายนักบุญเปาโลย้ำเตือนถึง….ความเมตตาของพระเจ้า ที่โปรดประทานพระหรรษทานให้กับผู้มีความเชื่อ มิใช่เพราะความเก่งกล้าสามารถของมนุษย์ในการเข้าหาพระเจ้า แต่เป็นเพราะความรักของพระเจ้า ที่ปรารถนาให้มนุษย์ทุกคนทำสิ่งที่ดีงาม.

                                      

สว่าง

ในยามค่ำคืน นิโคเดมัส…ฟาริสีผู้ใฝ่หาความจริง

ก้าวเดินออกจากความมืด เข้าสู่แสงสว่าง

ตาของเขาเริ่มแลเห็น…หูของเขาเริ่มได้ยิน

พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก

จึงได้ประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์

เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร

ในคืนเดือนมืด แม้ทุกอย่างมืดมิด…น่าหวาดกลัว

เพียงพบเจอความรักของพระเจ้า ทุกอย่างสว่างไสว

…มั่นคงปลอดภัย

ดวงตาที่มืดบอดรุนแรง กัดกินชีวิตมนุษย์ในทุกยุคสมัย

…คือดวงจิตที่มองไม่เห็นความรักของพระองค์

และอยูอย่างโดดเดี่ยว ในป่าดงแห่งความเหงา

…คือดวงใจที่ไม่ได้ยินเสียงแห่งความรักของพระเจ้า

และอยู่อย่างปวดร้าว ในหุบเหวแห่งน้ำตา

มนุษย์มักขังพระเจ้าในกรอบกรงที่ตนสร้างขึ้น

ตาของเขาจึงไม่อาจจำพระองค์ หูของเขาจึงไม่อาจได้ยินพระองค์

…เมื่อพระองค์เสด็จมานอกกรอบกรงของความคิดและความหวัง

เขาจึงต้องก้มหน้าเดินอย่างรันทดท้อ…ห่อหุ้มตัวเองด้วยความมืด

…และไขว่คว้าไปอย่างไร้จุดหมาย

ชีวิตยิ่งดูมืดมนและร้ายกาจ

เมื่อมนุษย์ยึดคลุมตนเองด้วยความมืดหนาทึบ

…และดูแคลนดวงตะวันที่โผล่พ้นขอบฟ้านิรันดร์กาล

…..ความสว่างเข้ามาในโลกนี้แล้ว

แต่โลกยังรักความมืดมากกว่าความสว่าง

กาลเวลาแห่งพระพร….มหาพรต

ร่ำร้องบอกมนุษย์ให้ถอดทิ้งความมืด และสวมใส่ความสว่าง

ณ ที่นั้นเขาจะไม่ไขว่คว้าอย่างไร้จุดหมาย                                                                                                                                                                                                                                                                                           แต่จะก้าวเดินอย่างมั่นคงปลอดภัย

                    

  สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2021 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

พระเจ้าตรัสกับชาวอิสราเอลว่า ……   “เราคือองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่าน เป็นผู้นำท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์ ให้พ้นจากการเป็นทาส ท่านต้องไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากเรา ท่านต้องไม่กล่าวพระนามองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านอย่างไม่เหมาะสม และจงระลึกถึงวันสับบาโตเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ พวกท่านจะต้องนับถือบิดามารดา อย่าฆ่าคน อย่าล่วงประเวณี อย่าลักขโมย อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนบ้าน ตรงกันข้าม ท่านจะต้องรักเพื่อนบ้าน-พี่น้องเหมือนหนึ่งรักตัวท่านเอง….” นี่คือบัญญัติที่พระองค์ทรงมอบไว้แก่เราทุกคน    พระวรสารโดยนักบุญยอห์น วันนี้ กล่าวถึง พระเยซูเจ้าทรงใช้เชือกทำเป็นแส้ แล้วทรงขับไล่ทุกคนรวมทั้งแกะและโคออกจากพระวิหาร ทรงปัดเงินกระจายเกลื่อนกลาด และทรงคว่ำโต๊ะของผู้แลกเงิน ตรัสกับคนขายนกพิราบว่า “จงนำของเหล่านี้ออกไป อย่าทำบ้านของเราให้เป็นตลาด” พระองค์ทรงให้ความเคารพต่อวัด-ต่อวิหารของพระเจ้า วัดและวิหารมีไว้เพื่อเป็นสถานที่ไหว้นมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า พี่น้องที่รัก พระเยซูเจ้าในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเคารพต่อองค์พระบิดาเจ้า พระองค์รับไม่ได้ที่เห็นการเอารัด-เอาเปรียบ โดยใช้สถานที่ศักดิ์สิทธ์เพื่อการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน พระองค์สอนให้เรามนุษย์เคารพพระเจ้า และถือบัญญัติแห่งความรักที่เราจะต้องมีต่อพระเจ้า และพระองค์ทรงสอนให้เราให้เกียรติและรักศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และสิทธิของความเป็นมนุษย์ของกันและกัน สิ่งที่มนุษย์ทุกคนจะต้องระลึกอยู่เสมอก็คือ พระเจ้าทรงสร้างเรามา เพื่อให้เรามีความสุขกับพระองค์ เราจึงต้องรักพระเจ้าด้วยสุดกำลัง และเพราะรักพระเจ้า เราจึงต้องรักเพื่อนมนุษย์ทุกคนด้วยเช่นเดียวกัน

****        วันเวลาแต่ละวันแต่ละชั่วโมง ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ในมหา   พรตแล้ว เกือบครึ่งหนึ่งในมหาพรตแล้ว เราได้ทำอะไรเพื่อเป็นการพลีกรรม ใช้โทษบาป    ร่วมกับการไถ่บาปของพระเยซูเจ้ามาก-น้อยแค่ไหนแล้ว หลายสิ่ง-หลายอย่างเป็นเพียง   ความตั้งใจ..ตั้งใจ จะ….แต่ยังไม่ได้ลงไปสู่การกระทำที่เป็นรูปธรรมเลย ถึงเวลาหรือยังที่  เราจะลงมือปลูกต้นไม้แห่งความดี คนละสักต้นสองต้นหรือร่วมกันทำความดีมากกว่าที่เคยกระทำสักหนึ่งหรือสอง-สามอย่าง ความตั้งใจสักร้อยครั้งหรือพันครั้งก็เทียบไม่ได้  กับการกระทำเพียงครั้งเดียว

****             วัดรังสิตของเราจะเปิดสอนคำสอนสำหรับเด็กเพื่อเตรียมตัวรับศีลมหาสนิท และศีลกำลัง จะมีเณรใหญ่มาช่วยสอนคำสอน คาดว่าจะเริ่มเดือนเมษายนนี้  เชิญพ่อแม่พี่น้องแจ้งและบอกให้ลูกๆหลานเตรียมตัวมาเรียนคำสอนเพื่อรับศีลศักดิ์สิทธิ์   นะครับ

****   ขอพี่น้องอย่าเพิ่งการ์ดตกในการระมัดระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19นะครับ  แม้จะมีวัคซีนแล้ว  แต่คงจะต้องใช้ชีวิตแบบ New Normal นะครับส วมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ครับ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2564   

 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

พี่น้องที่รัก วันนี้พระวรสารโดยนักบุญยอห์น อัครสาวก กล่าวถึงคำสอนของพระเยซูเจ้าที่ตรัสไว้ว่า…….   “ความสว่างเข้ามาในโลกนี้แล้ว แต่มนุษย์รักความมืดมากกว่าความสว่าง เพราะการกระทำของเขานั้นชั่วร้าย ทุกคนที่ทำความชั่วย่อมเกลียดความสว่างและไม่เข้าใกล้ความสว่าง เกรงว่าการกระทำของตนจะปรากฎชัด แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามความจริง ย่อมเข้าใกล้ความสว่าง เพื่อให้เห็นชัดว่า สิ่งที่เขากระทำนั้น ได้ทำโดยพึ่งพระเจ้า และเพื่อพระสิริมงคลของพระเจ้า……”  พี่น้องครับ คงไม่ต้องกล่าวอะไรเพิ่มเติมแล้ว พระองค์พระเยซูเจ้าตรัสไว้ชัดเจนแล้ว พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาและสงสาร พระองค์ทรงสำแดงความรักยิ่งใหญ่ต่อเราเสมอ แม้เมื่อเราตายแล้ว พระเยซูเจ้ายังตรัสอีกว่า “โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร  “พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในองค์พระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร……”                                                                        ช่วงเวลามหาพรต จึงเป็นช่วงเวลาที่พิสูจน์พวกเราทุกคน เราเชื่อและเป็นลูกที่แท้จริงของพระองค์หรือไม่-อย่างไร เราพร้อมจะเสียสละทุกอย่างเพื่อร่วมการไถ่บาปกับพระองค์ไหม มิใช่ตอบรับด้วยคำพูดไพเราะ แต่ตอบพระวาจาพระองค์ด้วยการกระทำของเราทุกวัน-ทุกเวลา……

****       สัปดาห์ที่ 4 แล้วครับ พ่อคงเป็นได้เพียงเสียงตะโกน…อีกเพียงไม่กิ่วันที่ พระองค์เชิญชวนให้เราร่วมมหาทรมานกับพระองค์ อย่ารีรอ อย่าผลัด วันประกันพรุ่ง ลงมือทำ…ทำ…ภาวนา…พลีกรรม และใช้โทษบาป

****       วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม ศกนี้        พระคาร์ดินัลเกรียงศักดิ์ กำหนดให้เป็นวันทำพิธีเปิดสำนักงาน“หทัยชนก”   ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณวัดรังสิตของเรา เพื่อรวบรวมและกระจายเครื่องอุปโภค-บริโภค ไปยังสถานสงเคราะห์ต่างๆ พระคุณเจ้าปรารถนาให้พวกเราสภาภิบาลวัด และสัตบุรุษวัดรังสิตทุกคนได้     รับรู้-รับทราบ จึงขอเชิญมาร่วมพิธีเปิดสำนักงานในวันศุกร์ที่ 19 มีนาคม      นี้ เวลา 16 -18.00 น. ขอเชิญบรรดานักขับร้องด้วยนะครับ จะมีวจนพิธี        กรรมเสกอาคารสำนักงานด้วยครับ ขอบพระคุณทุกท่านล่วงหน้าครับ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

Tags: , , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.