บอกเล่าให้ฟัง
ยามเช้าเมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องเรามองด้วยความหวัง แสงอรุณของวันใหม่ ทำให้เรารู้สึกได้ถึงชีวิตใหม่ลมหายใจใหม่ ที่พระเจ้าประทานให้แก่เรา ยามเย็นค่ำหลังจากตรากตรำทำงานมาจนเหนื่อยล้า เรามาถึงที่นอนพักผ่อนด้วยความรู้คุณ สวดภาวนาขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับวันเวลาที่ผ่านไปอีกวันหนึ่ง สิ่งใดดีที่เราทำเราขอบพระคุณถวายเป็นเกียรติแด่พระเจ้า สิ่งใดเป็นความผิดพลาดบกพร่องเพราะความอ่อนแอ เราขอโทษพระองค์ และวอนขอพระพรปกป้องคุ้มครองในยามที่เราพักผ่อนหลับนอน ฝากจิตวิญญาณของเราไว้ในอ้อมพระหัตถ์ของพระองค์ ที่เราทำเช่นนี้เพราะเราไม่แน่ใจว่าวันพรุ่งนี้จะมีสำหรับอีกหรือเปล่า วันพรุ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนสำหรับเรา ทำให้พ่อคิดถึงเพลงๆหนึ่งที่พ่อเคยฟัง ผู้แต่งเขาให้ชื่อว่า “พรุ่งนี้” พรุ่งนี้ เราจะได้พบอะไร คงมีคำถามมากมาย ที่ไม่อาจรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ไม่รู้ เราจะได้พบความสุข หรือเราจะต้องทุกข์เท่าไร คงไม่อาจทำให้เป็นเหมือนที่เราตั้งใจ พรุ่งนี้ ถ้าหากจะเจอปัญหา ขอฝากให้องค์พระคริสต์นำพา ให้ผ่านเหมือนในวันนี้ พรุ่งนี้ แม้อาจจะดีจะร้าย ไม่หวั่นไม่กลัว แต่ขอวางใจ ให้พระเยซูนำทาง
ในความไม่จีรังยั่งยืนมืดมิดแห่งชีวิต พระคริสตเจ้าเป็นความหวัง พระองค์เป็นดั่งแสงอรุณแห่งวันใหม่ที่ส่องเข้ามาในความมืด เป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่ขึ้นแล้วไม่มีวันล่วงลับดับแสง พระองค์เดินนำหน้าเราไปก่อนแล้วในหนทางแห่งความทุกข์ระทม ระบมไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวความตาย เพื่อปฏิบัติพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าสวรรค์ จนในที่สุด ชัยชนะของพระองค์ปรากฏเด่นชัดในวันที่สาม เมื่อพระองค์เสด็จกลับคืนพระชนมชีพ นี่เป็นพระธรรมล้ำลึกปัสกาซึ่งเป็นแสงอรุณใหม่แห่งความหวังของเรา พระธรรมล้ำลึกปัสกาจึงเป็นคำตอบสำหรับชีวิตของเรา ในยามที่เราประสบกับความทุกข์ยากลำบาก ความเจ็บป่วย ความสิ้นหวัง ความผิดหวังต่างๆ เมื่อเรามองไปยังไม้กางเขนของพระเยซูคริสตเจ้า เราจะพบว่าบนหนทางสายนี้พระเยซูคริสตเจ้าทรงเดินนำเราไปก่อนแล้ว และเชิญชวนเราทุกคนให้ติดตามพระองค์ไป ใครอยากติดตามพระองค์ต้องเลิกคิดถึงตนเองแบกกางเขนของตนแล้วตามพระองค์ไป
ปัสกาหมายถึง การผ่านพ้น เราต้องผ่านจากชีวิตเก่าวิถีชีวิตแบบ เดิมๆเข้าสู่ชีวิตใหม่ การผ่านนี้จะต้องยอมสละสภาพเก่าและสภาพใหม่ก็จะเริ่มต้นขึ้น เหมือนกับทฤษฎีเมล็ดข้าวที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงประกาศไว้เป็นสัจธรรมแห่งชีวิต “เมล็ดต้องตกลงในดินและเปื่อยเน่าไป จึงจะมีต้นใหม่งอกขึ้นและออกรวง ถ้ามันไม่ยอมเปื่อยเน่ามันจะคงอยู่เพียงเมล็ดเดิมเมล็ดเดียวเท่านั้น” ถ้าเราพิจารณาความเป็นมาเป็นไปของสรรพชีวิต เราจะพบว่าทุกๆชีวิตล้วนต้องอยู่ในกระบวนการนี้ทั้งสิ้น ตราบที่เรายังมีชีวิตอยู่บนโลกซึ่งเป็นอนิจจังใบนี้ ปัสกาจึงเป็นดั่งอรุณแห่งความหวังของเราทำให้เราแน่ใจว่าพรุ่งนี้แห่งชีวิตของผู้ชอบธรรม คือการมีส่วนร่วมในชัยชนะแห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า พระธรรมล้ำลึก ปัสกาจึงให้ความหมายใหม่แก่ชีวิตของเรา แม้ชีวิตจะมีอุปสรรคมากแค่ไหน แม้เราจะประสบกับความทุกข์ลำบากสักเท่าใดเราจะไม่ย่อท้อ เราจะคงเดินหน้าต่อไปในหนทางของพระเจ้าด้วยความเพียรอดทน เพราะเราแน่ใจในองค์พระเยซูคริสตเจ้าแล้วว่า นี่เป็นหนทางที่เราจะมีชีวิตใหม่ มีส่วนในชัยชนะแห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์.
จาก คุณพ่อเจ้าวัด
แกะที่ดีย่อมจำเสียงของผู้เลี้ยงแกะได้
คำอุปมาที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงเล่านั้นส่วนใหญ่เป็นวิถีชีวิตเป็นอาชีพ ที่ชาวยิวคุ้นเคยและเห็นเป็นประจำในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว สำหรับชาวยิวการเลี้ยงแกะ ฝูงแกะเป็นสิ่งที่พวกเขาเห็นอยู่เป็นประจำ เพราะฉะนั้นในหมู่บ้านจะมีคอกแกะที่เป็นส่วนกลาง หมายความว่าใครก็ตามที่มีอาชีพเลี้ยงแกะเมื่อนำฝูงแกะกลับเข้ามาในหมู่บ้าน เขาจะนำฝูงแกะเข้าไปเดินเกะกะในหมู่บ้านไม่ได้ จะต้องนำฝูงแกะของตนไปรวมไว้ในคอกแกะส่วนกลาง เวลาต้อนแกะเข้าคอกคงจะไม่ยากอะไรหรอก แต่เวลาจะต้อนแกะออกไปกินหญ้านี่แหละยากหน่อย เพราะผู้เลี้ยงไม่สามารถไปตามหาแกะที่ละตัว จึงต้องเป่าทำเสียงสัญญาณจนแกะของตนจำได้ และไปยืนเป่าที่หน้าคอก เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณของผู้เลี้ยงแกะของเขาจะเดินออกมาข้างนอก และผู้เลี้ยงจะคอยดูว่าใช่แกะของเขาหรือไม่ พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสว่า “เรารู้จักแกะของเรา และแกะของเราก็รู้จักเรา” (ยน.10:14) ภาพเช่นนี้เป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ใจอยู่มิใช่น้อย
ผู้เลี้ยงและแกะจะจำกันและกันได้จะมีความคุ้นเคย มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ทางด้านพระเยซูคริสตเจ้าผู้เลี้ยงแกะที่ดีของเรา ทรงจำเราได้อยู่แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย พระองค์ได้ทำหน้าที่ของพระองค์สำเร็จสมบูรณ์ไปแล้วโดยยอมสละชีวิตเพื่อแกะของพระองค์ “เรายอมสละชีวิตเพื่อแกะของเรา”(ยน.10:15) ฝ่ายพวกเราคงจะต้องลองไตร่ ตรองดูว่าใครเป็นผู้เลี้ยงแกะของเรา เรายังจำเสียงของผู้เลี้ยงแกะที่ดีของเราได้หรือเปล่า เสียงที่เราฟังอยู่นั้นใช่เสียงของพระเยซูคริสตเจ้าหรือไม่ การจำเสียงของพระองค์ได้ หมายถึงการติดตามพระองค์ การปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ ในปัจจุบันมีแหล่งที่มาของเสียงเชิญชวนพวกเราอยู่มากมาย เป็นเสียงที่ไพเราะเต็มไปด้วยของแจกของแถมที่ชวนให้หลงใหล ให้ซื้อ ให้ติดตามมันไปเรื่อยๆ จนเห็นว่ามันเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ อาทิ การโฆษณาต่างๆ คำขวัญ นโยบายหรูๆทางการเมือง ค่านิยมทางโลก สุขนิยม บริโภคนิยม วัตถุนิยม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นกระแสที่เชิญชวนดึงดูดเราอย่างรุนแรง จนเราหันเหออกจากหนทางของพระเจ้า จำเสียงของพระองค์ไม่ได้ จนในที่สุดละทิ้งความเชื่อเลิกติดตามพระองค์
การเป็นศิษย์ที่ดีของพระเยซูคริสตเจ้า ต้องจำเสียงของพระองค์ได้ ติดตามเสียงนั้นไป โดยปฏิบัติตามพระวาจาคำสอนของพระองค์ ดำเนินชีวิตตามความเชื่อ ตอบสนองเสียงเรียกของพระองค์ “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันตามเรา” (ยน.10:27) ทำไมแกะจึงจำเสียงของผู้เลี้ยงได้ คำตอบก็คือ มันได้ยินได้ฟังเสียงนั้นบ่อยๆจนมันคุ้นเคยและจำได้ เราคริสตชนซึ่งเป็นแกะของพระเยซูคริสตเจ้า เราจะจำเสียงของพระองค์ได้ก็ต่อเมื่อเราต้องคลุกคลีคุ้นเคยกับพระวาจาของพระองค์มากๆ สิ่งที่ชวนให้คิดก็คือ เราให้ความสำคัญกับพระวาจาของพระเจ้าแค่ไหน ในปัจจุบันแหล่งของเสียงมันอยู่ติดตัวเราตลอดเวลา ในรูปแบบของLine ของเกมส์ที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ บางคนยังเล่นเกมส์ Chat เล่นLine ตอนฟังพระวาจาของพระเจ้า ขณะร่วมบูชาขอบพระคุณ เมื่อเป็นเช่นนี้เราจะคุ้นเคยจำเสียงของพระเจ้าได้อย่างไร ขอให้พระวาจาของพระเจ้าที่เราได้ฟังนี้เตือนใจเรา ให้เราให้ความสำคัญ สนใจ ตั้งใจฟังพระวาจาของพระเจ้า เพื่อเราจะได้เข้าใจพระประสงค์ของพระองค์ ดำเนินชีวิตตามความเชื่อติดตามพระองค์ไป หนทางนี้แหละจะทำให้เราพบกับความสุขแท้ชีวิตนิรันดร. พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้ดำเนินการส่งให้เขต 2 และอัครสังฆมณฑล นำไปช่วยผู้ด้อยโอกาสต่อไป
- ขอจิตอาสาเด็กตั้งแต่ชั้น ป.2 – ชั้นป.6 เพื่อฝึกซ้อมโปรยดอกไม้ โอกาสสมโภชพระกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า ลงชื่อได้ที่น้าเล็ก
- วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ที่ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
- วันเสาร์ที่ 18 พ.ค. 2019 จะมีพิธีเปิดฉลอง 350 ปีมิสซังสยาม ที่ตึกจอห์น ปอล โรงเรียนยอแซฟ สามพราน ผู้ที่สนใจจะไปร่วมลงชื่อได้ที่หน้าวัด รถออกเวลา 7.00 น.
- วันอาทิตย์ที่ 19 พ.ค. 2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต
Tags: ประกาศจากทางวัด, ประกาศประจำสัปดาห์, วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต, เทศกาลปัสกา