สารวัด ฉบับที่ 151224 วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน ค.ศ. 2019 สมโภชปัสกา พระเยซูคริสตเจ้า ทรงกลับคืนพระชนมชีพ

บอกเล่าให้ฟัง

พระธรรมล้ำลึกปัสกา ถือว่า  เป็นพระธรรมล้ำลึกที่สำคัญที่สุดของพระศาสนจักร ทุกครั้งที่พระสงฆ์ถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณ เป็นการฉลองพระธรรมล้ำลึกนี้เป็นพิเศษในการถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์ วันสมโภช ปัสกา จึงเป็นการสมโภชใหญ่และสำคัญที่สุดในรอบปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร เพราะพระเยซูคริสตเจ้าทรงรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้น มีชีวิตใหม่ในพระองค์ ในวันสมโภชปัสกาจึงเป็นการฉลองชีวิตใหม่ที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เราทุกคน เมื่อเข้าเทศกาลมหาพรตเพื่อเตรียมสมโภชปัสกา ถ้าใครเคยไปยุโรปจะพบว่าช่วงเวลานั้นจะเป็นฤดูใบไม้ผลิพอดี เป็นฤดูที่สวยงามสดชื่นเป็นอย่างยิ่ง ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูกาลที่เสริมส่งให้เราเข้าใจพระธรรมล้ำลึกปัสกามากขึ้น เพราะต้มไม้กำลังผลิใบออกดอกหลังจากที่มันยืนต้นเป็นเหมือนต้นไม้ตาย มาหลายเดือนในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งธรรมชาติที่กลับมีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ในประเทศไทยฤดูกาลมันไม่ค่อยเสริมส่งเท่าไร เพราะวันปัสกามักจะอยู่ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร้อนมาก ด้วยเหตุนี้ฤดูกาลแทนที่จะเป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตใหม่ จึงกลับกลายเป็นเครื่องหมายแห่งความตาย ที่จริงก็ดีเหมือนกัน มันคงจะทำให้เรารำพึงถึงพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทำให้เราเข้าใจพระธรรมล้ำลึกปัสกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นการใช้สัญลักษณ์จึงเข้ามามีบทบาท    เพื่อช่วยเราให้เข้าใจพระธรรมล้ำลึก ปัสกามากขึ้น สัญลักษณ์ที่แสดงถึงชีวิตใหม่นอกจากฤดูกาลตามที่เขียนเล่ามาข้างต้นแล้ว ในพระศาสนจักรยังได้หยิบยกเอาธรรมเนียมโบราณของหลายประเทศ และสิ่งอื่นๆที่พอจะช่วยเราให้เข้าใจความหมายของพระธรรมล้ำลึกปัสกามาใช้อีกด้วย

“ไข่ปัสกา” เป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิตใหม่ที่นิยมใช้กันมากพอสมควร เพราะชาวอียิปต์โบราณและชาวเปอร์เซีย จะจัดงานฉลองใหญ่เมื่อฤดูใบไม้ผลิเวียนมาบรรจบครบรอบปี พวกเขาถือว่าชีวิตใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว ในงานฉลองฤดูใบไม้ผลินี้พวกเขาฉลองด้วยการกินไข่ “ไข่”เป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตเพราะเมื่อพบว่าที่ไหนมีไข่เราสามารถอนุมานได้ว่า อีกไม่นานจะมีชีวิตใหม่เกิดขึ้น ถ้าเห็นแม่ไก่กำลังฝักไข่เราก็มีความหวังว่าอีกไม่นานจะเห็นลูกเจี๊ยบเกิดขึ้น “ไข่” จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิดมาและการมีชีวิตใหม่ นอกนั้นยังมีธรรมเนียมโบราณของพระศาสนจักรที่ห้ามกินไข่ในเทศกาลมหาพรต เมื่อสิ้นสุดเทศกาลมหาพรตคริสตชนจึงฉลองปัสกาด้วยการกินไข่ คงจะเหมือนๆกับเทศกาลคาร์นิวัล (Carnaval) ซึ่งจะจัดขึ้นก่อนวันพุธรับเถ้า คำนี้มาจากภาษาลาตินว่า Carne แปลว่า เนื้อ Vale แปลว่า ลาก่อน พอมารวมกันเข้าจึงแปลว่า “เนื้อลาก่อน” หรือเรียกว่า “เทศกาลอำลาเนื้อ”

          “กระต่ายปัสกา” กระต่ายถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่ เพราะกระต่ายเป็นสัตว์ที่ออกลูกดก อีกทั้งยังมีตำนานเล่าว่า เมื่อไข่ปัสกาเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่แล้ว บางที่จึงมีการจัดกิจกรรมซ่อนและหาไข่ปัสกาเกิดขึ้น ครั้งหนึ่งมีการจัดกิจกรรมซ่อนไข่ปัสกา และให้เด็กออกไปหาขณะที่กำลังหาอยู่นั้นเผอิญเด็กคนหนึ่งไปพบกระต่ายกระโดดออกมาจากบริเวณที่เขาจะเดินเข้าไปหาไข่ปัสกาเมื่อ เข้าไปถึงก็พบไข่ปัสกาอยู่ตรงนั้น เลยเป็นที่มาของกระต่ายนำไข่ปัสกามาให้ ไข่ปัสกาหมายถึงชีวิตใหม่ กระต่ายจึงเป็นสัญลักษณ์ของการนำชีวิตใหม่ เมื่อคุณ ลักษณะการมีลูกดกของกระต่ายบวกด้วยตำนาน กระต่ายจึงเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของชีวิตใหม่

สัญลักษณ์เหล่านี้แม้จะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของพิธีกรรมโดยตรง แต่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยอธิบายความหมายแห่งปัสกาของพระเยซูคริสตเจ้า ที่นำชีวิตใหม่มาให้กับมนุษยชาติ และทำให้มนุษยชาติได้รับความรอดพ้น.

                                                                       จากคุณพ่อเจ้าวัด

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พระธรรมล้ำลึกปัสกา

พระธรรมล้ำลึกปัสกา หมายถึง การรับทนทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อไถ่บาปช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้นของพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางแห่งข้อความเชื่อทั้งหมดของเรา ถ้าพระเยซูคริสตเจ้า ไม่ได้รับทนทรมาน ไม่ได้สิ้นพระชนม์ และไม่ได้กลับคืนพระชนมชีพ ความเชื่อของเราจะเป็นความเท็จเป็นการโกหกทั้งสิ้น เพราะข้อความเชื่อของเราทั้งหมด ล้วนมีความสัมพันธ์กับพระธรรมล้ำลึก ปัสกา พระธรรมล้ำลึกปัสกาเป็นสิ่งที่ยากที่จะเชื่อและยอมรับตามประสามนุษย์ จากสิ่งที่บรรดาศิษย์และอัครสาวกประสบ คือคนๆหนึ่งถูกทรมาน ตอกตรึงบนไม้กางเขนสิ้นเรี่ยวแรงจนตาย ถูกหอกแทงที่สีข้างเลือดและน้ำไหลหลั่งออกมามากมาย ซึ่งแสดงว่าคนๆนั้นตายจริงๆ และจะให้พวกเขาเชื่อว่าคนที่พวกเขาเห็นด้วยตาว่าตายแล้ว ได้ฟื้นขึ้นมาจากความตายกลับมีชีวิตอีกครั้งหนึ่งได้อย่างไร

เนื่องจากตามประสามนุษย์เป็นสิ่งที่ยอมรับและเชื่อยากอย่างนี้ พระเยซูคริสตเจ้าจึงต้องแสดงเครื่องหมายทางกายภาพหลายอย่าง พระคูหาว่างเปล่าทุกอย่างถูกจัดวางไว้เป็นระเบียบ เห็นผ้าพันพระเศียรซึ่งไม่ได้วางอยู่กับผ้าพันพระศพ แต่พับแยกวางไว้อีกที่หนึ่ง (ยน.20:6-7) พระองค์ทรงปรากฏองค์ให้บรรดาศิษย์และอัครสาวกได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส และได้รับประทานอาหารร่วมกับพระองค์  เพื่อกระตุ้นเตือนพวกท่านให้คิดถึงการทำนายล่วงหน้าของพระองค์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยพวกเขาจะได้สามารถก้าวพ้นเหตุการณ์ทางกายภาพ ตามประสามนุษย์ไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งและมีความเชื่อในพระองค์ แต่กระนั้นก็ไม่ใช่ทุกคนที่ได้ยิน ได้เห็น จะก้าวพ้นเหตุการณ์ทางกายภาพและมีความเชื่อ เขายังคงไม่เชื่อและดำเนินชีวิตเหมือนเดิม แม้ว่าจะมีเครื่องหมายทางกายภาพหลายอย่าง มีคนจำนวนมากมายที่มีประสบการณ์รู้เห็นเหตุการณ์ เป็นพยาน ไปบอกเล่า พาไปดูหลักฐาน แต่ก็ยังมีคนมากมายที่ไม่เชื่อ ไม่มีใครมาหาเราได้ นอกจากพระบิดาผู้ทรงส่งเรามาจะทรงชักนำเขา…ทุกคนที่ได้ฟังพระบิดา และเรียนรู้จากพระองค์ก็มาหาเรา (ยน.6:44-45)

ความเชื่อจึงไม่ได้เป็นเพียงความรู้ ความเข้าใจ และการจำนนด้วยหลักฐานหรือเหตุผล แต่เป็นประสบการณ์ที่คนๆหนึ่งเข้าไปสัมผัสลิ้มรสความดีงาม ความรัก ความเมตตาของพระเจ้าด้วยตนเอง โดยอาศัยวิธีการต่างๆ อาทิ การมาร่วมบูชาขอบพระคุณ การรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ อย่างดี การสวดภาวนา การอ่าน ฟังพระวาจาของพระเจ้า และนำไปปฏิบัติตาม ฯลฯ เมื่อคนใดคนหนึ่งมีประสบการณ์ความเชื่อแล้ว หลักฐานและเหตุผลต่างๆ ก็จะเป็นเรื่องรองๆ ลงมาที่ช่วยเสริมให้เขามีความเชื่อมั่นคงมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อเขาประสบปัญหาความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ความเชื่อของเขาก็จะไม่คลอนแคลนหวั่นไหวง่ายๆ เพราะเขาเชื่อมั่นในการประทับอยู่และพยานสอดส่องของพระเจ้า

แม้พยานหลักฐานในการกลับคืนพระชนมชีพจะไม่เพียงพอ และพวกเจ้าคณะสงฆ์จะจ้างคนไปประกาศว่า อัครสาวกมาขโมยพระศพไป อีกทั้งยังมีการเบียดเบียนลงโทษ แต่บรรดาอัครสาวกและสาวกอื่นๆที่มีประสบการณ์ความเชื่อทั้งหลาย ก็ยังคงยืนยันด้วยชีวิตและประกาศความเชื่อ เรื่องการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้าต่อไป เหตุว่าพวกท่านมีประสบการณ์ความเชื่อเรื่องนี้จริงๆ และนี่คือพยานหลักฐานที่หนักแน่นที่สุด เพราะเป็นการยืนยันด้วยการยอมพลีชีวิตของตนเพื่อยืนยันความจริงที่พวกท่านได้ประกาศเทศน์สอน.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 ประกาศ

  1. สุขสันต์วันปัสกาสำหรับพี่น้องทุกท่าน และขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่มีส่วนช่วยทำให้พิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์และการสมโภชปัสกาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. วันเสาร์ที่ 27 เม.ย. 2019 จะมีพิธีโปรดศีลกำลังสำหรับเด็กๆที่มาจากทุกเขตของอัครสังมณฑลกรุงเทพ ที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ มีการซ้อมพิธี 8.30 น. มิสซาเวลา 10.00 น. ขอความร่วมมือจากผู้ใหญ่ เด็กที่จะรับศีลกำลังและพ่อแม่ทูลหัว ให้นัดแนะกับบราเดอร์ให้ตรงเวลาด้วย
  4. วันอาทิตย์ที่ 28 เม.ย. 2019 จะมีพิธีรับศีลมหาสนิทครั้งแรก และการรื้อฟื้นคำสัญญาศีลล้างบาปอย่างสง่าที่วัดของเรา ขอพี่น้องพาลูกที่จะรับศีลมาวัดก่อนเวลาเพื่อเตรียมตัวทำความเข้าใจกับพิธีการต่างๆ
  5. วันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค. 2019 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างเด็ก ผู้ที่ปรารถนาจะนำลูกหลานมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าและส่งข้อมูลล่วงหน้าด้วย
  6. ประกาศแต่งงาน

ระหว่าง                       ยอแซฟ วรพจน์ รวิวรกุล

บุตรของ           ยอแซฟ อภิทัศน์ และ โรซา ภาวนา รวิวรกุล

กับ                          นางสาว สุชาดา พงษ์เขตคาม

บุตรีของ        นาย สมชาติ และ นาง สุรีย์พร พงษ์เขตคาม

พิธีสมรสวันจันทร์ที่ 6 พ.ค. 2019 เวลา 10.00 น.

ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงานต้องแจ้งให้

พ่อเจ้าวัดทราบ

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

 

Tags: , , , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.