บอกเล่าให้ฟัง
เรากำลังเข้าสู่เทศกาลมหาพรตแล้ว เทศกาลนี้เป็นเทศกาลทำพลีกรรมจำศีลอดอาหารเพื่อใช้โทษบาป ซึ่งพระศาสนจักรกำหนดไว้เป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับเราคริสตชน กิจการที่เราควรกระทำในเทศกาลมหาพรตมิใช่เป็นเพียงกิจการ ลด ละ เลิก เพื่อใช้โทษบาปเท่านั้น แต่เรายังต้องพยามยามฝึกฝนตนให้รู้จักบังคับตนเอง ทำคุณงามความดี สวดภาวนา และทำกิจเมตตาอีกด้วย ด้วยเหตุนี้พ่อจึงเชิญชวนให้ทุกคนลองพิจารณาเรื่อง “ความต้องการ” มนุษย์มีความต้องการหลายอย่างหลายประเภท คนที่จะสามารถดำเนินชีวิตอย่างสงบสุขไม่กระเสือกกระสนจนเกินเลยได้ พ่อคิดว่าเขาจะต้องสามารถแยกแยะได้ว่า “อะไรเป็นความต้องการที่เกินความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต” “อะไรเป็นความต้องการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต” ถ้าใครไม่สามารถแยกแยะเรื่องนี้ได้เขาก็จะกระหาย อยาก และมีความต้องการไม่รู้จักจบสิ้น
พ่อเชื่อว่าใครก็ตามที่สามารถแยกแยะสิ่งเหล่านี้ได้ ความต้องการความกระหายอยากของเขาจะลดลง ไม่ต้องกระเสือกกระสนอะไรมากนักในการดำเนินชีวิต เขาจะสามารถดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของ “ความพอเพียง” มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ เพราะเมื่อเราพิจารณาอย่างถ่องแท้แล้วเราจะพบว่า สิ่งที่เราคิดว่ามันขาดไป มันไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งเกินความจำเป็นทั้งสิ้น ความยากจนที่เราคิดว่าจนก็อาจเป็นความยากจนในสิ่งที่เกินความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเรา
จากคุณพ่อเจ้าวัด
การแสวงหาพระเจ้าในชีวิตของเรา
เมื่อพิจารณาเรื่องการแสวงหาพระเจ้าในชีวิตคริสตชน เราคงต้องถามตนเองว่า เราแสวงหาพระองค์เมื่อไร ทำไม และเพื่ออะไร คำถามเหล่านี้มีความสัมพันธ์กันในคำตอบ และสะท้อนให้เห็นความเชื่อความศรัทธาของเราต่อพระเจ้า นักบุญมาระโกได้เล่าเรื่องการรักษาคนเป็นอัมพาตของพระเยซูคริสตเจ้า หลังจากข่าวเกี่ยวกับอัศจรรย์การรักษาโรคต่างๆได้แพร่สะพัดไปอย่างกว้างขวางแล้ว ท่านจึงเล่าว่า “เมื่อเป็นที่รู้กันว่าพระองค์ประทับอยู่ในบ้าน ประชาชนจำนวนมากจึงมาชุมนุมกันจนไม่มีที่ว่าง แม้กระทั่งที่ประตู”(มก.2:1-2) จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา “เขาก็ป่าวประกาศกระจายข่าวไปทั่ว จนพระองค์ไม่อาจเสด็จเข้าไปในเมืองได้อย่างเปิดเผยอีกต่อไป”(มก.1:45) ทำให้เราทราบสาเหตุของการมาของประชาชนอย่างเนืองแน่น บางพวกมาเพื่อให้พระองค์ช่วยเหลือรักษา บางพวกมาเพราะต้องการรู้ว่าคำเล่าลือเรื่องอัศจรรย์ที่พระเยซูคริสตเจ้าทำนั้นเป็นอย่างไรเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แสดงว่าไม่ใช่ทุกคนที่มาที่นั่นเพราะมีความเชื่อศรัทธาในพระองค์ พวกเขามาโดยมีความต้องการอะไรบางอย่างอยู่เบื้องหลัง ความเชื่อที่อิงกับอยู่ผลประโยชน์หรือความต้องการใดๆ ไม่ใช่ความเชื่อแท้และเป็นความเชื่อที่ไม่ยั่งยืน เพราะคนนั้นจะมีความเชื่อต่อเมื่อได้รับผลประโยชน์ หรือความต้องการได้รับการตอบสนอง
พระเยซูคริสตเจ้าทรงชื่นชมความเชื่อของผู้ที่แบกแคร่มา “เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเห็นความเชื่อของคนเหล่านี้”(มก.2:5) เพราะความเชื่อของพวกเขาได้รับการพิสูจน์จากการฟันฝ่าอุปสรรค์เพื่อเข้าไปพบพระองค์ แต่แทนที่พระองค์จะทำให้ความปรารถนาของพวกเขาบรรลุผลอย่างตรงไปตรงมาโดยทันที พระองค์กลับตรัสว่า “ลูกเอ๋ย บาปของท่านได้รับการอภัยแล้ว”(มก.2:5) สิ่งที่พระเยซูคริสตเจ้ากระทำนั้นทำให้เราทราบชัดเจนว่า ความเชื่อของผู้ที่สวดภาวนาขอความช่วยเหลือจากพระเจ้านั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ และพระองค์ไม่จำเป็นต้องประทานให้อย่างตรงไปตรงมาตามความปรารถนาของผู้ขอ เพราะพระเจ้าทรงสัพพัญญูรู้ทุกสิ่ง พระองค์ทรงทราบว่าอะไรจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้นั้นเป็นต้นด้านฝ่ายวิญญาณ พระองค์จะประทานสิ่งนั้นให้เพื่อความรอดพ้นของเขา การอภัยบาปช่วยให้มนุษย์เป็นอิสระจากบาปและความตาย เป็นพันธกิจของพระแมสซิยาห์ซึ่งพระองค์ทรงพอพระทัยกระทำก่อนสิ่งอื่นใด หลายๆคนคงมีประสบการณ์ทำนองนี้มาหลายครั้งแล้ว เราขอแล้วไม่ได้ตามความปรารถนา เราจึงคิดว่าพระเจ้าไม่ฟังคำภาวนาของเรา แต่ถ้าเรามองทุกสิ่งด้วยสายตาแห่งความเชื่อ เราจะพบว่าพระองค์ประทานสิ่งที่ดีกว่าและมากกว่าสิ่งที่เราขอเสียอีก นักบุญเปาโลเคยมีประสบการณ์เช่นนี้ในยามที่ท่านประสบความยากลำบาก และท่านเล่าให้คริสตชนฟังว่า “พระเจ้าทรงบันดาลให้ทุกสิ่งกลับเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่รักพระองค์”(รม.8:28)
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และจัดตารางเวลา
- วันพุธที่ 22 ก.พ. 2012 เป็นวันพุธรับเถ้าเข้าเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องทุกท่านมาร่วมมิสซาเสกและโปรยเถ้า เวลา 19.00 น.ในวันดังกล่าวนี้ด้วย และคริสตชนที่มีอายุ 14 ปีบริบูรณ์ต้องอดเนื้อ คริสตชนที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ จนถึง 59 ปีบริบูรณ์ต้องอดอาหาร
- วันเสาร์และวันอาทิตย์ในเทศกาลมหาพรต มีเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์ก่อนเริ่มมิสซาบูชาขอบพระคุณ
- วันอาทิตย์ที่ 26 ก.พ. 2012 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่สนใจอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
- ประกาศแต่งงานระหว่าง นาย วรรณชัย มากชู บุตรของ นาย เจริญ มากชู และ นาง เปลือน มากชู กับ มาร์ธา บุษกร ชวาลสุนทร บุตรีของ นาย สมศักดิ์ ชวาลสุนทร และ นาง บัวภา ชวาลสุนทร ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีขอขัดขวางใดๆในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ
สารวัดประจำสัปดาห์ ในรูปแบบของไฟล์
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 19-02-2012
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต