ฉบับที่ 934 วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม 2554 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ

บอกเล่าให้ฟัง

นานาทัศนะเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ธ.ค. 2011 สัตบุรุษหลายๆครอบครัวกลับมาดูบ้าน จึ่งทำให้มีคนมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณมากขึ้น เป็นวันที่มีสัตบุรุษมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณมากที่สุด ในช่วงน้ำท่วมวัดและท่วมบ้านมีสัตบุรุษมาร่วม 50 กว่าคน ความเสียหายซึ่งเกิดจากมหาอุทกภัยครั้งนี้หลายคนมองแล้วรู้สึกปลง ปลงหมายถึงการปล่อยวาง ของมันเสียหายไปแล้วจะคิดมากไปทำไม คิดได้เช่นนี้ก็ดีเหมือนกันเราจะได้ไม่เครียดจนเกินเลย สำหรับพ่อแล้วการปลงเหมือนกับการวางเฉยกับปัญหา ยังไม่เข้าใจ ยังไม่มีทางออก พ่อคิดว่าปัญหาอันใหญ่หลวงที่เกิดขึ้นนี้ เราต้องทำความเข้าใจกับมันว่า เราได้พยายามป้องกันสุดความสามารถแล้ว ไม่ใช่เราเสียหายอยู่คนเดียวคนที่อยู่ในเขตที่น้ำท่วมต่างก็ได้รับผลกระทบกันทุกครัวเรือน มองให้เข้าใจอย่ามองอย่างเสียดายท้อแท้ และเริ่มต้นคิดวางแผนฟื้นฟูต่อไป ตราบใดที่มีชีวิตลมหายเราต้องก้าวหน้าต่อไป ชีวิตของคนเราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ การเริ่มต้นที่ดีเท่ากับเราทำสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง

หลายๆ คนเมื่อได้ข่าวว่าที่วัดน้ำไม่เข้าวัดน้ำไม่ท่วมบ้านพ่อ บอกว่าพ่อโชคดี แล้วก็เริ่มต้นพรรณนาถึงความโชคร้ายหรือความเสียหายของตน พ่อยินดีรับฟังนะครับแต่ไม่ได้หมายความว่าพ่อโชคดีกว่า หรือไม่ได้รับความเสียหาย พ่อคิดว่าถ้ามีใครสักคนสามารถรับฟังความทุกข์ ความเดือดร้อนของผู้อื่นด้วยใจสงบ เขาจะสามารถบรรเทาใจผู้อื่นได้บ้าง แต่พวกเราต้องระวังเหมือนกันที่จะไม่เป็นเหมือนกับคนเรือล่ม ทุกคนในเรือต่างตกน้ำเหมือนกันหมด บางคนว่ายน้ำเป็น บางว่ายน้ำไม่เป็น บางคนว่ายน้ำแข็ง บางคนว่ายน้ำไม่แข็ง บางคนครองสติได้ บางคนครองสติไม่ได้ ถ้าคนที่อ่อนแอครองสติไม่ได้ว่ายน้ำไม่แข็งกอดรัดคนที่ว่ายน้ำเป็นจนแน่น จะทำให้เขาว่ายน้ำพยุงตัวไม่ได้ ทุกคนในเรือลำนั้นจะต้องจมน้ำตายกันหมด เพราะฉะนั้นทุกคนต้องครองสติให้มั่น ฟังคนที่ว่ายน้ำเป็นและปฏิบัติตาม ถ้าทำเช่นนี้ได้ทุกคนก็จะมีโอกาสรอดความเสียหายเช่นนี้เกิดขึ้นคงทำให้เรามีข้อคิดบทรำพึงไปอีกนานทีเดียว พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนว่า “อย่ามัวกังวลว่าจะเอาอะไรกินอะไรดื่ม อย่าเป็นห่วงเรื่องเสือผ้า เพราะนกกระจอกพระเจ้ายังทรงเลี้ยง ดอกไม้ในทุ่งยังสวยกว่าอาภรณ์ของกษัตริย์ซาโลมอน และเส้นผมบนศีรษะของท่านพระองค์ก็ทรงนับไว้หมดแล้ว” ทำให้พ่อคิดว่าการใช้กำลังความสามารถของมนุษย์ในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้เท่านั้นคงไม่เพียงพอ เราต้องพึ่งพาขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าด้วย ขอพระองค์โปรดประทานความหวัง กำลังใจ ขอให้เราพบวิธีการทางออกที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ การแก้ปัญหาในครั้งนี้จะต้องเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาวและยั่งยืน เพราะสาเหตุของปัญหามันสะสมมานานมันหยั่งรากลึกมากในสังคมของเรา เราจึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้ เพราะอีกไม่กี่เดือนเราจะเผชิญกับปัญหานี้อีกและอาจจะรุนแรงกว่าเดิม เพราะภาวะของโลกมันเสียหายแปรปรวนมากมายเหลือเกิน พ่อกล้าบอกกับพี่น้องตรงไปตรงมาว่า “พ่อยังคิดไม่ตกเลยว่าจะรับมือกับปัญหานี้อย่างไร” ถ้าพี่น้องท่านใดมีความคิดอย่างไรก็นำมาแบ่งปันกันได้นะครับ อย่าลืมสวดภาวนาให้แก่กันและกัน ที่ใดมีความมืดมนขอท่านเป็นแสงเทียน ขอพระเจ้าสองสว่างนำทางเราให้เราเดินในหนทางที่ถูกต้องเสมอ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

พระเยซุคริสตเจ้าแสงสว่างของชาวเรา

“พระเจ้าทรงส่งชายผู้หนึ่งมา เขาชื่อ ยอห์น เขามาในฐานะพยานเพื่อเป็นพยานถึงแสงสว่าง”(ยน.1:6-7) พระวาจาของพระเจ้าบอกกับเราอย่างชัดเจนถึงหน้าที่ของยอห์นบัปติสตา ท่านมีหน้าที่เตรียมทางรับเสด็จพระผู้ไถ่ และเป็นพยานแนะนำประชากรของพระเจ้าให้รู้จักพระผู้ไถ่ แสดงให้เห็นว่าการเสด็จมาขององค์พระเยซูคริสตเจ้า เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญจึงต้องมีการเตรียมตัวเตรียมจิตใจอย่างดี เหตุการณ์นี้จะทำให้หลายคนล้มลงและจะทำให้หลายคนลุกขึ้น จะทำความจริงความคลุมเครือทั้งหลายปรากฏแจ้ง เมื่อพระคัมภีร์กล่าวถึงพยานและแสงสว่างที่ส่องมาในโลก เราสามารถจินตนาการณ์ได้ว่าสภาพของมนุษย์ซึ่งตกในบาปมีสภาพมืดมนเพียงใด มนุษย์ตกอยู่ในสภาพความมืดมนอย่างแห่งชีวิตชนิดที่ว่าไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเป็นเวลายาวนาน เพราะฉะนั้นการจะได้เห็นแสงสว่างอีกครั้งหนึ่งจึงต้องมีการบอกล่วงหน้า และเตรียมการอย่างดีเพื่อจะได้พลาดพลั้ง เหมือนคนที่รักษาตาแล้วต้องปิดตานานๆ เวลาจะเปิดตาออกต้องค่อยๆเปิด หรือคนที่อยู่ในที่มืดนานๆเวลาจะออกไปในที่สว่าง ต้องค่อยๆลืมตาและต้องใส่แว่นกันแดด มิฉะนั้นแสงจะทำให้ดวงตาได้รับอันตราย พระเจ้าทรงทราบถึงอันตรายของความเคยชินในการดำเนินชีวิตในความมืดมนแบบเดิมๆเป็นอย่างดี จึงส่งยอห์นบัปติสตามาเพื่อเตรียมตัวเตรียมจิตใจของเรา เตือนเราให้สละละทิ้งชีวิตที่มืดมน เพื่อเราจะได้สามารถเห็นและยอมรับแสงสว่างนั้น

“แสงสว่างแท้จริงซึ่งส่องสว่างแก่มนุษย์ทุกคนกำลังจะมาสู่โลก”(ยน.1:9) เมื่อพระเยซูคริสตเจ้าเป็นแสงสว่างที่ส่องเข้ามาในโลก ในวันที่พระองค์เสด็จมาทุกสิ่งที่คลุมเครือบังซ่อนอยู่ในความมืดจะปรากฏแจ้ง เมื่อบุคคลสำคัญจะมาบ้านของเรา จะมาตรวจดูความเรียบร้อยเราจะทำอย่างไร เราจะต้องจัดบ้านข้าวของและสิ่งที่ท่านต้องการจะตรวจให้เรียบร้อยมิใช่หรือ เพราะนั่นเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเรา ถ้าท่านผู้นั้นมาแล้วพบว่าเราไม่ได้ตระเตรียมที่ทางอย่างดี และมิได้ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ เราจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเรา เพราะในวันนั้นจะเหมือนวันที่บุคคลสำคัญนั้นมาถึง แล้วเปิดประตูห้องมองเข้าไปจะเห็นทันทีว่าห้องนั้นเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือไม่อย่างไร และผู้รับใช้ที่อยู่ข้างในกำลังทำอะไรกันอยู่ ด้วยเหตุนี้การเตรียมตัวเตรียมจิตใจในการรับเสด็จพระเยซูคริสตเจ้าจึงสำคัญ เพราะพระองค์จะเสด็จมาอีกครั้งหนึ่งในฐานะพระมหาตุลาการ ท่านยอห์นบัปติสตาจึงมาเตรียมทางล่วงหน้าโดยประกาศ “ให้กลับใจใช้โทษบาป”

“ท่านทั้งหลายจงตื่นเฝ้าเถิด เพราะท่านไม่รู้ว่า เจ้าของบ้านจะมาเมื่อไร อาจจะมาเวลาค่ำ เวลาเที่ยงคืน เวลาไก่ขัน หรือเวลารุ่งเช้า ถ้าเขากลับมาโดยไม่คาดคิด อย่าให้เขาพบท่านกำลังหลับอยู่”(มก.13:35-36) พระดำรัสเตือนของพระเยซูคริสตเจ้า เตือนเราว่าการเตรียมรับเสด็จการกลับมาของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง จะต้องเป็นการเตรียมตัวเตรียมจิตใจให้พร้อมที่จะต้อนรับพระองค์ตลอดเวลา ไม่ใช่เตรียมเฉพาะช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง อาทิ เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า ฯลฯ เพราะเทศกาลต่างๆที่พระศาสนจักรจัดแบ่งไว้นั้น เป็นการกระตุ้นเตือนให้เรามีความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิตบนหนทางของพระเจ้า ขอให้พระวาจาของพระเจ้าช่วยเราให้เตรียมตัวเตรียมจิตใจอย่างดีในต้อนรับองค์พระเยซูคริสตเจ้า เพื่อต้อนรับพระองค์ด้วยความชื่นชมยินดีเมื่อวันนั้นมาถึง

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้หลังมิสซา ขอเชิญพี่น้องช่วยกันทำความสะอาดบริเวณวัดร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 18 ธ.ค. 2011 เทศน์ตรีวารฉลองวัดครั้งที่ 2 คุณพ่อ สุชาติ อุดมสิทธิพัฒนา เป็นประธาน มิสซาเวลา 9.00 น.
  3. ครอบครัวใดต้องการขอความช่วยเหลืองบฟื้นฟูหลังน้ำท่วมจากทางวัด ให้มารับใบแสดงเจตจำนงขอความช่วยเหลือที่บ้านพักพระสงฆ์ และครอบครัวที่พอช่วยเหลือตนเองได้และต้องการช่วยเหลือครอบครัวอื่นขอให้บริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด ใบแสดงเจตจำนงส่งภายในเดือนธันวาคม
  4. นพวารพระคริสตสมภพ 16-23 ธ.ค. 2011 เริ่มเวลา 18.30 น. ต่อด้วยมิสซาเวลา 19.00 น.
  5. ฉลองคริสตมาสคืนวันที่ 24 ธ.ค. 2011 เริ่มด้วยนพวารเวลา 18.00 น. ต่อจากนพวารพระสงฆ์ฟังแก้บาป มีวีดีทัศน์เรื่องการบังเกิดของพระเยซูเจ้า มิสซาเวลา 20.00 น. ฉลองคริสตมาสและเทศน์ตรีวารครั้งที่ 3 อาทิตย์ที่25 ธ.ค. 2011 มิสซาเวลา 9.30 น. คพ. เคลาดิโอ เป็นประธานหลังมิสซามีทานอาหารร่วมกันและกิจกรรมเล็กน้อย
  6. วันเสาร์ที่ 31 ธ.ค. 2011 มิสซาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มิสซาเวลา 19.00 น.
  7. วันอาทิตย์ที่ 1 ม.ค. 2012 ฉลองวัดของเราเป็นการฉลองภายใน พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เป็นประธาน มิสซาเวลา 10.30 น. พระคาร์ดินัลจะมาถึงเวลา 9.45 น. ขอเชิญพี่น้องมาร่วมกันต้อนรับพระคาร์ดินัลด้วย

สารวัดประจำสัปดาห์ ในรูปแบบของไฟล์

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 11-12-11

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.