ประมวลภาพวันสมโภชพระวรกาย และพระโลหิต พระคริสตเจ้า 2012

June 14th, 2012

วันสมโภชพระวรกาย และพระโลหิต พระคริสตเจ้า ของวัดรังสิต ในปีนี้ได้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และเราก็ได้นำภาพบรรยากาศในวันสมโภชมาให้ได้ชมกัน อีกตามเคย ติดตามชมกันได้เลยครับ

ฉบับที่ 960 วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2555 สมโภชพระวรกาย และพระโลหิต พระคริสตเจ้า

June 8th, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

เข้าเงียบประจำเดือนของพระสงฆ์ครั้งหนึ่งคุณพ่อผู้เทศน์แบ่งปันว่า พระสงฆ์คณะพระมหาไถ่ท่านหนึ่งไปเสวนากับดาไลลามะพระชาวธิเบต และถามท่านว่า “ศาสนาอะไรเป็นศาสนาที่ดีที่สุดในโลก” ดาไลลามะตอบว่าศาสนาที่ดีที่สุดในโลกคือ ศาสนาที่ทำให้มนุษย์มีความเมตตากรุณาต่อผู้อื่นมากขึ้น (more compassionate) ศาสนาที่ทำให้คนไวต่อความต้องการของผู้อื่นและของสังคมส่วนรวมมากขึ้น (more sensible) ศาสนาที่ทำให้คนสามารถปลดปล่อยตนเองจากความโลภ ความโกรธ ความหลง มากขึ้น (more detached) ศาสนาที่ทำให้คนแสดงความรักต่อผู้อื่นมากขึ้น (more loving) ศาสนาที่ทำให้คนมีมนุษยธรรมสูงขึ้น (more humanity) ศาสนาที่ทำให้คนมีชีวิตจิตสูงขึ้นเห็นคุณค่าด้านจิตวิญญาณมากกว่าคุณค่าด้านวัตถุ (more spirituality) ศาสนาที่ทำให้คนมีจิตใจสูงยึดมั่นในหลักจริยธรรม (more ethic)

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 959 วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2555 สมโภชพระจิตเจ้า

June 2nd, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

วันที่ 11 ตุลาคม ปี ค.ศ. 2012 พระศาสนจักรจะประกาศปีแห่งความเชื่อ เพื่อให้คริสตชนทั่วโลกสนใจเอาใจใส่ความเชื่อความศรัทธาของตนเองมากขึ้น ความเชื่อและการปฏิบัติเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ได้ เราเชื่ออย่างไรเราจะปฏิบัติหรือดำเนินชีวิตอย่างนั้น พ่อจึงกล่าวกับพี่น้องหลายครั้งมาแล้วว่า “หลายคนบอกว่าเป็นคริสตชนแต่การปฏิบัตินั้นไม่ใช่” จึงไม่สามารถบอกได้ว่าเราเชื่อในพระเจ้าหนึ่งเดียวจริงหรือไม่ หรือมีความเชื่ออื่นๆเข้ามาปะปนอยู่ด้วย ดังนั้นในปีแห่งความเชื่อที่พระศาสนจักรกำลังจะประกาศนี้จึงเป็นเวลาพิเศษที่เราจะหันกลับมาทบทบทวนความเชื่อของเรา ว่าเป็นความเชื่อเที่ยงแท้ที่สืบเนื่องมาจากอัครสาวกหรือเปล่า

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 958 วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2555 สมโภชพระจิตเจ้า

May 24th, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

พระคัมภีร์เป็นแนวทางเข็มทิศแห่งชีวิตคริสตชน แต่น่าเสียดายเราคริสตชนมักไม่ชอบอ่านพระคัมภีร์ วันหนึ่งพ่อขับรถไปข้างนอกและเปิดเพลงฟังในรถ เป็นเพลงภาษาอังกฤษนั่งฟังเพลินอยู่ก็ได้ยินเพลงตอนหนึ่ง กล่าวถึงพระคัมภีร์ไว้อย่างน่าฟัง “คนบางคนเที่ยวแสวงหาหนังสือนิตยสารราคาแพงมาอ่าน หนังสือและนิตยสารเหล่านี้สามารถให้เราได้แค่สิ่งที่ประเทืองปัญญา แต่ไม่สามารถให้ชีวิต มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ให้ทั้งปัญญาและชีวิตเรากลับไม่ชอบอ่าน หนังสือเล่มนั้นคือพระคัมภีร์” พ่อคิดว่าคนที่แต่งเพลงบทนี้คงจะเป็นคนที่มีประสบการณ์ความเชื่อ และได้ลิ้มรสความดีงามแห่งพระวาจาของพระเจ้ามาแล้ว เขาจึงเขียนเนื้อเพลงทำนองนี้เพื่อกระตุ้นเตือนใจเราให้เห็นความสำคัญของการอ่านพระคัมภีร์

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 957 วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2555 สมโภชพระเยซูเจ้า เสด็จสู่สวรรค์

May 19th, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

“แล้วมันก็จะผ่านไป” ดูเหมือนว่าประโยคนี้จะกลายเป็นประโยค ที่พ่อใช้บรรเทาใจสัตบุรุษและตนเองบ่อยๆยามที่เราต้องสูญเสียหรือวิตกกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะประโยคนี้มันเป็นสัจธรรมความจริงแห่งชีวิตที่เราปฏิเสธไม่ได้ โลกของเรามันหมุนของมันอยู่ทุกวัน เวลามันก็ไม่เคยหยุดคอยให้เราได้เตรียมพร้อมมีช่วงจังหวะดีๆ ที่จะรับมือกับสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น เหมือนกับนักเรียนที่กำลังเตรียมสอบแล้ววันสอบก็มาถึง เมื่อสอบเสร็จแล้วก็รอผลการสอบแล้ววันประกาศผลก็มาถึง จะเตรียมพร้อมหรือไม่พร้อมจะสอบได้หรือไม่ได้วันเหล่านี้ก็มาถึง “แล้วมันก็จะผ่านไป” ถ้าเราย้อนกลับคิดถึงเรื่องราวในอดีตและทบทวน เราจะพบว่าหลายเรื่องในอดีตเป็นเรื่องที่เรากังวล เป็นเรื่องที่น่าขื่นขมแต่วันนี้กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า สร้างความกล้าแกร่งให้กับชีวิตของเรา

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 956 วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม 2555 อาทิตย์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

May 9th, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

โลกส่วนตัวการมีเวลาส่วนตัวบ้างเพื่อจะได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ อาทิ เล่นตนตรี อ่านหนังสือ ปลุกต้นไม้ เลี้ยงกล้วยไม้ ฯลฯ เป็นสิ่งที่ดีถ้าการกระทำนั้นๆไม่เป็นบาป เพราะเวลาดังกล่าวนี้จะเป็นเวลาที่เราสามารถพักผ่อน และพลิกฟื้นชีวิตให้สดชื่นขึ้นได้ แต่ต้องไม่ใช่การสร้างโลกส่วนตัวขึ้นเพื่อปิดกั้นตนเองจนขาดมิติทางสังคม มิติทางสังคมเป็นเรื่องที่สำคัญเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมต้องดำเนินชีวิตมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น ความสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกันนี้พ่อคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมาทดแทนได้ หนังสือปฐมกาลเล่าเรื่องการสร้างมนุษย์ว่า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาเป็นชายก่อน และชายนั้นได้ดำเนินชีวิตอยู่กับสรรพสิ่งทั้งหลายที่พระเจ้าทรงสร้างมา จนในที่สุดพระเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็นว่าชายนั้นไม่สามารถอยู่คนเดียวกับสิ่งอื่นได้ จึงทรงดำริว่า “ไม่ควรให้ชายนั้นอยู่คนเดียว เราจะสร้างคู่ที่เหมาะสมกับเขาขึ้น” เมื่อสร้างอีกคนหนึ่งขึ้นแล้วพระองค์ทรงให้เขาทั้งอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์จึงเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมนุษย์

อ่านต่อ »