ในวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2553 ได้มีพิธีแต่งตั้งผู้อ่านพระคัมภีร์ โดยได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากทางสังฆมณฑลแล้ว และทางวัดรังสิตได้รับการแต่งตั้งจำนวน 4 ท่านด้วยกัน ใครได้รับการแต่งตั้งบ้าง ดูได้จากประมวลภาพครับ
ประมวลภาพ พิธีแต่งตั้งผู้อ่านพระคัมภีร์
July 11th, 2010สารวัด ฉบับที่ 860 วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2553 เทศกาลธรรมดา
July 10th, 2010บอกเล่าให้ฟัง
“การมี” และ “การเป็น” เรื่องที่สำคัญที่เราต้องนำมาพิจารณา เพราะถ้าเราพิจารณาผิดแง่ผิดมุมเราอาจจะหลงไปได้เหมือนกัน การคบกับใครสักคนหนึ่งถ้าเราเริ่มต้นที่ว่าเขามีอะไรบ้าง ฐานะของเขาเป็นอย่างไรเท่าเทียมกับเราหรือไม่ พ่อคิดว่าสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นเป็นสัมพันธภาพที่ไม่แท้และยั่งยืน พระเป็นเจ้าทรงสร้างเรามาตามภาพลักษณ์ของพระองค์ เป็นบุคคลที่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน เราเป็นลูกของพระองค์ นี่คือความเสมอภาคความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง เราอย่ายอมให้ใครมาหลอกเราได้ว่า “เขาสามารถสร้างความเสมอภาคเท่าเทียมกันในสังคมได้ด้วย “การมี” ทุกคนจะมีเท่าๆกันมีเหมือนๆกัน” นี่เป็นความคิดที่เพ้อฝันเป็นไปไม่ได้ การมีคนจนและคนรวยเป็นเรื่องธรรมดา เพราะความสามารถ ความคิดอ่าน ความขยันหมั่นเพียร และพื้นฐานหรืออาจเรียกว่า ต้นทุนชีวิตของแต่ละคนมีมาไม่เท่ากันอยู่แล้ว คนที่คิดหาช่องทางทำมาหากินในทางสุจริต และสามารถหาเงินทองได้มากกว่าคนอื่นผิดด้วยหรือ เพราะฉะนั้นคนรวยเป็นคนที่ไม่มีความผิด แต่ก็ต้องดูด้วยว่าที่มาของทรัพย์สินเงินทองนั้น หามาได้อย่างไร และใช้จ่ายอย่างไร ถ้าคนหนึ่งมีอาชีพสุจริต มีเงินทองมากมาย แต่กินอยู่อย่างฟุ่มเฟือยหรูหรากินทิ้งกินขว้าง และไม่เคยเหลียวแลความยากลำบากของเพื่อนพี่น้องรอบข้างบ้างเลย การดำเนินชีวิตเช่นนี้เป็นการดำเนินชีวิตที่ผิด เพราะเขาขาดความรักความเมตตาต่อผู้อื่น จริงอยู่เขามีอาชีพสุจริตไม่ได้ไปโกงใครมา แต่อย่าลืมว่าพระเป็นเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งมาเพื่อมนุษย์ทุกคน ไม่ใช่เพื่อคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นถ้าเรามีมากกว่าคนอื่นต้องขอบคุณพระเป็นเจ้า และต้องพยายามใช้สิ่งที่เรามีและสิ่งที่เราเป็นในการรัก รับใช้ และแบ่งปันให้กับผู้อื่นนี่เป็นความรักตามประสาคริสตชน ไม่ใช่คิดถึงแต่ตนเองด้วยความเห็นแก่ตัว “ของๆข้าใครอย่าแตะ” นักบุญเปาโลสอนว่า “ต้องใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม”
สารวัด ฉบับที่ 859 วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม 2553 เทศกาลธรรมดา
July 3rd, 2010บอกเล่าให้ฟัง
การจัดลำดับคุณค่าก่อนหลังแห่งชีวิตเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะจะทำให้ชีวิตของเรามีระเบียบไม่วุ่นวายจนเกินไป หลายคนมีชีวิตที่เครียดไม่มีความสุข เพราะเขาไม่ได้จัดลำดับคุณค่าก่อนหลังในชีวิต ในการดำเนินชีวิตนั้นเรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ เพราะเรามีบทบาทหน้าที่หลายอย่างตามสถานภาพที่เราเป็น เราเป็นคริสตัง เป็นพ่อแม่ เป็นนายจ้าง เป็นลูกจ้าง เป็นประชากรของประเทศ ฯลฯ สถานภาพเหล่านี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ เราจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าอะไรมีความสำคัญเร่งด่วน อะไรมีความจำเป็นขาดเสียมิได้ในการดำเนินชีวิต เมื่อเรารู้คุณค่าลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆในชีวิตแล้ว เราก็จะสามารถจัดลำดับในการปฏิบัติและให้เวลากับสิ่งต่างๆได้อย่างถูกต้อง
สารวัด ฉบับที่ 858 วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2553 วันสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล
June 26th, 2010บอกเล่าให้ฟัง
ขออย่ายอมแพ้ชีวิตของคนเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ในการทำหน้าที่ต่างๆหรือการทำงานใดๆการที่จะมีคนชอบไม่ชอบ มีอุปสรรค์ปัญหาความท้อแท้ใจบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเดือนพฤษภาคมหลังจากที่ทางวัดของเรา ได้เข้าไปเยี่ยมผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ พ่อสังเกตเห็นทีมผู้เข้าเยี่ยม แม้แต่ตัวพ่อเองเริ่มท้อแท้ใจแล้ว เพราะคนที่มาร่วมกิจกรรมกับพวกเรา จากที่เคยมีเป็นสิบๆคน เหลือแค่สามคน โดยไม่ทราบสาเหตุ คนหนึ่งในพวกเราบอกกับพ่อว่า เขาจะเลิกทำในสิ่งที่เคยทำอยู่แล้ว เพราะมันไม่ได้อะไรขึ้นมา (มันไม่ work) พ่อตอบเขาไปเพียงว่า “แล้วพ่อจะลองหาวิธีใหม่” พ่อกลับมานั่งหาวิธีการเดินรอบบ้าน เข้าห้องโน้นออกห้องนี้ดูซิมีอะไรพอจะใช้การได้บ้าง สิ่งแรกที่คิดได้คือความต้องการของพวกเขานั่นก็คือ นิตยสารวิชาการเพื่อเอาไปไว้ในห้องสมุด เพราะเจ้าหน้าที่เรือนจำขอมา
สารวัด ฉบับที่ 857 วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2553 เทศกาลธรรมดา
June 19th, 2010บอกเล่าให้ฟัง
การนมัสการพระเป็นเจ้าหมายถึง การถวายคารวกิจแด่พระเป็นเจ้าในฐานะที่ทรงเป็นพระผู้สร้าง และเจ้านายสูงสุดของสรรพสิ่ง การถวายคารวกิจที่กระทำร่วมกันในนามของพระศาสนจักร เราเรียกว่าคารวกิจสาธารณะ อาทิ มิสซาบูชาขอบพระคุณ การสวดทำวัตรประจำวันของพระสงฆ์ และจารีตอื่นๆที่พระสงฆ์กระทำในนามของพระศาสนจักร ในเมื่อมีคารวกิจที่กระทำร่วมกันเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องมีบทภาวนาทางการที่พระศาสนจักรแต่งขึ้น และบทตอบรับในพิธีกรรมต่างๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถสวดภาวนา ตอบ-รับร่วมกันโดยพร้อมเพียง บทภาวนาทางการที่พระศาสนจักรแต่งขึ้นเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเชื่อและคำสอนของพระศาสนจักร
สารวัด ฉบับที่ 856 วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2553 เทศกาลธรรมดา
June 12th, 2010บอกเล่าให้ฟัง
เห็นเด็กๆมาโปรยดอกไม้และมาช่วยมิสซากันหลายๆคนพ่อดีใจมาก ไม่ใช่เพราะนี่เป็นผลงานหรือความสำเร็จแต่อย่างใด แต่เพราะพ่อคิดว่าการที่เด็กๆ มีโอกาสนมัสการ และอยู่ใกล้พระเยซูคริสตเจ้าเป็นพิเศษ จะมาด้วยความสมัครใจ หรือได้รับการชักชวนจากพ่อแม่และใครก็ตาม เด็กเหล่านี้จะได้รับพระพรจากพระเยซูคริสตเจ้าแน่ๆ พระวรสารได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กๆไว้มากมาย “พระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของบุคคลที่เป็นเหมือนเด็กเล็กๆ” “ปล่อยให้เด็กๆเข้ามาหาเราเถิด และพระองค์ทรงอวยพรเด็กๆ” ฯลฯ คำพูดเหล่านี้ทำให้เราแน่ใจได้ว่า “พระยูคริสตเจ้าทรงรักเด็กๆ” นอกนั้นกิจกรรมดีๆที่เด็กสามารถมีส่วนร่วมได้เหล่านี้จะทำให้เกิดความประทับใจและตราตรึงในจิตใจของเด็กๆตลอดไป ความประทับใจเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรักพระเป็นเจ้าและพระศาสนจักรและทำสิ่งที่ดีงามในอนาคต หรือไม่เช่นนั้นก็จะเป็นแรงเหนี่ยวรั้งให้เขากลับมาสู่หนทางของพระเป็นเจ้าได้ง่าย พ่อเคยเชิญชวนผู้ที่ห่างเหินจากการปฏิบัติศาสนกิจหลายๆคนให้กลับมาปฏิบัติศาสนกิจ พวกเขามักจะเล่าเรื่องประทับใจในวัยเด็กให้พ่อฟังด้วยความภาคภูมิใจ อาทิ เคยช่วยมิสซา เคยโปรยดอกไม้ เคยช่วยคุณพ่อทำโน้นทำนี่ บางคนบอกว่าเป็นลูกศิษย์ของคุณพ่อท่านนั้นท่านนี้ ฯลฯ และในที่สุดสิ่งเหล่านี้แหละเป็นแรงเหนี่ยวรั้งให้เขากลับมาปฏิบัติศาสนกิจเหมือนเดิม








