เนื้อหาทั้งหมดของ ‘สารวัดแต่ละสัปดาห์’

สารวัด ฉบับที่ 151354 วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 10 : 46-52

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงเมืองเยริโคพร้อมกับบรรดาศิษย์ ขณะ ที่พระองค์เสด็จออกจากเมืองเยริโค พร้อมกับบรรดาศิษย์และประชาชนจำ นวนมาก บารทิเมอัสบุตรของทิเมอัส คนขอทานตาบอดนั่งอยู่ริมทาง เมื่อได้ยินว่าพระเยซูชาวนาซาเร็ธกำลังเสด็จผ่านมา เขาเริ่มส่งเสียงร้องตะโกนว่า “ข้าแต่พระเยซู โอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด” หลายคนดุเขาให้เงียบ แต่เขากลับตะโกนดังยิ่งกว่าเดิมว่า “พระโอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด” พระเยซูทรงหยุด ตรัสว่า “ไปเรียกเขามาสิ” เขาก็เรียกคนตาบอดพลางกล่าวว่า “ทำใจดีๆไว้ ลุกขึ้น พระองค์กำลังเรียกเจ้าแล้ว” คนตาบอดสลัดเสื้อคลุมทิ้ง กระโดดเข้าไปเฝ้าพระเยซูเจ้า พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ท่านอยากให้เราทำอะไรให้” คนตาบอดทูลว่า “รับโบนี ให้ข้าพเจ้าแลเห็นเถิด” พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “ไปเถิด ความเชื่อของท่านได้ช่วยท่านให้รอดพ้นแล้ว” ทันใดนั้น เขากลับแลเห็นและเดินทางติดตามพระองค์ไป.

ข้อคิด

คนที่แสวงหาพระในทุกกรณีของชีวิต เมื่อถึงเวลาอันควร ก็จะพบพระเยซูเจ้า เหมือนบารทิเมอัส คนขอทานตาบอด ที่เมื่อถึงเวลา ก็ “ได้ยินว่า พระเยซูเจ้ากำลังเสด็จผ่านมา” คนที่ทุ่มเทจริงจังในการแสวงหาพระ เมื่อมีโอกาสพบพระเยซูเจ้า ก็จะ “ส่งเสียงตะโกน” เรียกหาพระเยซูเจ้าอย่างไม่เกรงกลัวใคร คนที่จริงใจในชีวิต ก็จะพูดกับพระถึงเรื่องที่อยู่ในใจของตน ดังบารทิเมอัส ที่พูดความในใจกับพระเยซูเจ้าว่า “ให้ข้าพเจ้าเห็นเถิด” และที่สุด คนที่พบพระเยซูเจ้าจริง ก็จะติดตามพระองค์ อย่างที่บารทิเมอัส “เดินทางติดตามพระองค์ไป” เช่นกัน

 

ฉันชื่อบารทิเมอัส…พ่อฉันทิเมอัส

ฉันอยากเห็นหน้าพ่อ แต่…ไม่เคย เพราะฉันตาบอดตั้งแต่เกิด

ฉันอยากสัมผัสใบหน้าพ่อในยามเหงา แต่…ฉันไม่เคย

คนเขาบอกว่า พ่อฉันตาย ตั้งแต่ฉันยังเล็ก

หนทางชีวิตดูจะมืดมนไปทุกด้าน ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย

ฉันจึงนั่งอยู่บนทางเท้าที่ประตูเมืองเยริโค

…วอนขอเศษเงินจากพวกเขา ที่กำลังเดินทางไปเยรูซาเล็ม

ฉันอยากเดินไปกับพวกเขา…แต่ฉันมองไม่เห็นทาง

จริงๆ แล้ว ฉันไม่ชอบที่ตรงนี้ เพราะผู้คนพลุกพล่าน

แต่ฉันก็จำเป็นต้องนั่งตรงนี้ เพื่อความอยู่รอด

วันนี้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยว…สุนัขเพื่อนฉันได้ตายจากไป

โอ…ชีวิตฉันดูจะมีแต่การพลัดพราก และตายจาก

ฉันไม่เหลือเพื่อนอื่นใด นอกจากเสื้อคลุมกายเก่าๆ ที่ฉันคุ้นกลิ่นดี

ความโดดเดี่ยวดูทวีคูณ เมื่อมีคนมาบอกฉันว่า

ห้ามนั่งเกะกะบนทางเท้า

ฉันถามเขาว่า ทำไม…เขาตอบฉันอย่างดุๆ ว่า

พระเยซูกำลังจะผ่านทางนี้

ฉันคุ้นกับชื่อนี้มาก เพราะทุกคนที่มาจากกาลิลีต่างพูดถึงพระองค์

ฉันเริ่มเห็นแสงดาวแห่งความหวัง

…รวบรวมความกล้า ร้องตะโกนฝ่าฝูงชน

พระเยซูโอรสของดาวิด โปรดช่วยข้าพเจ้าด้วย

ฉันอยากให้พระองค์รับรู้ความทุกข์ทรมานที่กัดกินใจฉันมานาน

พวกเขาดุฉันอย่างรุนแรงว่า ให้เงียบ แต่ฉันเงียบไม่ได้จริงๆ

ประกายดาวแห่งความหวังในใจลุกสว่างไสว และมีพลังดั่งดวงอาทิตย์

ฉันไม่รู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น แต่ฉันรู้สึกว่าทุกคนกำลังหยุดเดิน

มีเสียงกระซิบที่หูของฉัน ทำใจดีๆ เถอะ พระองค์เรียกเจ้าแล้ว

…ด้วยพลังทั้งหมด ฉันสลัดเสื้อคลุมออก และกระโดดเข้าไปหาพระองค์

ท่านอยากให้เราทำอะไร เสียงของพระองค์อบอุ่นและห่วงใยจนสัมผัสได้

พระอาจารย์ ให้ข้าพเจ้าแลเห็นเถิด เสียงฉันแห้งผาก

ฉัน…พูดได้เพียงแค่นั้น เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันปรารถนา

ทรงโอบกอดฉัน และกระซิบที่หู ไปเถิดความเชื่อช่วยเจ้าให้หาย

ความมืดที่ปิดกั้นตาฉันมานาน ได้หล่นหายไป

ฉันเริ่มมองเห็น…ฉันมองดูพระองค์…พบรอยยิ้มที่อบอุ่น บนพระพักตร์

ฉันก้าวตามพระองค์…และจะไปในทุกแห่งที่พระองค์ไป

********************************

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา

พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นเที่ยงตรง  พระราชกิจของพระองค์น่าเชื่อถือ  พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและความยุติธรรม ความรักมั่นคงขององค์พระผู้เป็นเจ้าเปี่ยมล้นทั่วแผ่นดิน…แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเฝ้าพิทักษ์ผู้ที่ยำเกรงพระองค์ …ผู้ที่หวังในความรักมั่นคงของพระองค์   …พระองค์พระเจ้าจะทรงช่วยชีวิตของผู้มีความเชื่อให้พ้นจากความตาย…จะทรงรักษาเขาไว้ในยามที่เขาขาดแคลนอาหารขอให้จิตใจของเราทั้งหลายรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า…องค์แห่งความหวัง  พระองค์ทรงเป็นความช่วยเหลือและทรงเป็นโล่ป้องกันภัยของเรา   แล้วจิตใจของเราจะเป็นสุข….และชื่นชมในพระองค์  พี่น้องที่เคารพรัก  ในขณะที่พวกเรากำลังเผชิญกับความยากลำบาก เผชิญกับความทุกข์ทรมาน  พวกเรากำลังอ่อนแอ อีกหลายคนกำลังเผชิญความทุกข์ยากลำ บาก   ประสบกับภัยพิบัติน้ำท่วม   ไม่มีที่อยู่อาศัย – ไม่มีอาหารเพียงพอ    ในขณะที่มีผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง กำลังแสวงหาผลประโยชน์  แสวงหาอำนาจ   ต้องการเป็นใหญ่ – ต้องการเป็นที่หนึ่ง    ….แต่พระเยซูเจ้าสอนให้เราเต็มไปด้วยความรักและรับใช้ สอนให้เรามีเมตตา     เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พระองค์ก็เน้นให้เราแสวงหาพระอาณาจักรของพระเจ้า   ไม่หลงไปกับทรัพย์สมบัติ  และสิ่งของต่างๆในโลกนี้ ซึ่งไม่เที่ยงแท้ถาวร โลกนี้ไม่ใช่บ้านแท้ของเรา   เราจะต้องไม่หลงไปกับโลก       สถานการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกกำลังสอนและเตือนใจเรา ขอพระเจ้าประทานปรีชาญาณให้กับเรา เพื่อ ให้เราเดินในหนทาง ที่มุ่งตรงไปสู่ความรอดและความสุขนิรันดร

****    สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ดูท่าทีว่ากำลังจะค่อยๆ ดีขึ้น   และมีแนวโน้มว่าเราจะกำลังกลับไปดำเนินชีวิตเช่นเดิม   แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายๆท่านก็เตือนเราเสมอว่าต้องไม่ประมาทและจำเป็นต้องดำเนินชีวิตแบบ  New Normal         สิ่งต่างๆ อุบัติขึ้นเพื่อบอกให้เราปรับเปลี่ยนวิถีการ       ดำเนินชีวิต การทำมาหากิน – การงาน – การประกอบอาชีพ – การศึกษา – การติดต่อสื่อสารเราจะพบว่าเปลี่ยนไปเราจึงจำต้องปรับเปลี่ยนชีวิตของเราเช่นกัน ความเชื่อ – ความศรัทธา จุดมุ่งหมายของชีวิต เรายังมั่นคงใน    องค์พระเจ้า จริงไหม?? และเราจำต้องประพฤติ –ปฏิบัติ หรือ ปรับเปลี่ยนให้    ตรงเป้าหมายของชีวิตอย่างแท้จริง

ขอพระเจ้าอำนวยพระพรและประทับอยู่กับเราเสมอ                                                                       

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

บารทิเมอัสบุตรของทิเมอัส (คนขอทานตาบอด) ส่งเสียงร้องตะโกนว่า…… “ข้าแต่พระเยซู โอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าด้วยเถิด”  หลายคนดุเขาให้เงียบ!!!  แต่เขากลับตะโกนดังยิ่งกว่าเดิมว่า….“พระโอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด”        พระเยซูเจ้าทรงหยุดพระดำเนิน ตรัสว่า….   “ไปเรียกเขามาซิ” เขาก็ไปเรียกคนตาบอด พลางกล่าวว่า…“ทำใจดีๆ ไว้ ลุกขึ้น พระองค์ทรงเรียกเจ้าแล้ว!!!   คนตาบอดสลัดเสื้อคลุมทิ้ง กระโดดเข้าไปหาพระเยซูเจ้า                   พระเยซูเจ้าตรัสกับคนตาบอดว่า…“ท่านอยากให้เราทำอะไรให้” คนตาบอดทูลว่า… “รับโบนี ให้ข้าพเจ้าแลเห็นเถิด” พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า… “ไปเถิด ความเชื่อของท่านได้ช่วยท่านให้หายแล้ว

พี่น้องที่เคารพรัก คนตาบอดคนนั้น มองไม่เห็น เขาอยู่ในความทุกข์ อยู่ในความบอดมืด ชีวิตของเขาเหมือนคนสิ้นหวัง ทุกข์ทั้งกาย-ทุกข์ทั้งใจ แต่เมื่อได้ยินว่าพระเยซูเจ้าเสด็จผ่านมา เขามีความหวัง เขาไม่เพียงแต่คิดและรอคอย เขาเริ่มตะโกนร้องเรียกหาพระเจ้า-ร้องหาพระเยซูเจ้า และมิใช่เพียงร้องเรียก แต่เขาสลัดเสื้อคลุมทิ้ง-สลัดทุกสิ่งทิ้ง และกระโดดเข้าไปเฝ้าพระเยซูเจ้า และแม้หลายคนอาจจะดุเขา ให้เขาเงียบ และเลิกร้องเรียกหาพระเจ้า แต่เขากลับตะโกนร้องเรียกหาพระเจ้าให้ดังขึ้นอีก เพื่อให้พระองค์ได้ยิน การกระทำของเขาไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง เพราะที่สุดแล้ว..พระเยซูเจ้าได้ยินเสียงร้องของเขา-ตรัสเรียกเขา และรักษาเขาให้หายจากตาบอด-หายจากความทุกข์ที่สุดในชีวิต   ชีวิตของพวกเราก็เช่นกัน พวกเรากำลังเผชิญความยากลำ บากของชีวิต เจริญชีวิตด้วยความยากลำบาก เพราะการระบาดของไวรัสโควิด ไหนจะกลัวติดโรค ไหนจะตกงาน-ไม่มีงานทำ-ไม่มีเงินเลี้ยงชีพ ยากที่จะดำรงชีวิต ทุกข์..ทุกข์ทั้งกาย-ใจ ให้เราเป็นเหมือนคนตาบอดคนนั้นเถิด ร้องเรียกหาพระองค์ ตะโกนให้ดังๆ (สวดภาวนาให้มากๆ) สลัดความทุกข์ สลัดสิ่งที่เราติดกับโลก กระโดดเข้าไปหาพระเยซูเจ้าเถิด เราจะพบความรอดพ้นเหมือนคนตาบอดอย่างแน่นอน ต้องตะโกนร้องหาพระ ต้องสลัดทุกสิ่ง-โลก กระโดดเข้าหาพระองค์

***        ขณะนี้ทางวัดกำลังปรับปรุงบริเวณหน้าวัดและอีกบางสิ่งบางอย่าง อาจทำให้พี่น้องขลุกขลัก-ไม่สะดวก ขออภัยมา ณ ที่นี้ หาก                 ไม่มีอะไรขัดข้อง  ก็คงพร้อมต้อนรับพี่น้องทุกท่านกลับมาวัดเหมือนเดิมในเดือนพฤศจิกายนนี้ ขอขอบพระคุณสำหรับน้ำ     ใจดีของ  พี่น้องทุกท่าน เราทุกคนจะกลับมาเชื่อ-ศรัทธา และเข้าหาพระเจ้ามากขึ้นกว่าเดิม เราจะไม่ผิดหวังเหมือนคนตาบอดคนนั้นเลย!!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

                                                                                                                                                                    

สารวัด ฉบับที่ 151353 วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 10 : 35-45

เวลานั้น ยากอบและยอห์นบุตรของเศเบดีเข้ามาทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าทั้งสองปรารถนาให้พระองค์ทรงกระทำตามที่ข้าพเจ้าจะขอนี้” พระองค์ตรัสถามว่า “ท่านปรารถนาให้เราทำสิ่งใด” ทั้งสองคนทูลตอบว่า “ขอโปรดให้ข้าพเจ้าคนหนึ่งนั่งข้างขวา อีกคนหนึ่งนั่งข้างซ้ายของพระองค์ในพระสิริรุ่งโรจน์เถิด” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ท่านไม่รู้ว่ากำลังขออะไร ท่านดื่มถ้วยซึ่งเราจะดื่มได้ไหม หรือรับการล้างที่เราจะรับได้หรือไม่” ทั้งสองคนทูลว่า “ได้ พระเจ้าข้า” พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “ถ้วยที่เราจะดื่มนั้น ท่านจะได้ดื่ม และการล้างที่เราจะรับนั้น ท่านก็จะได้รับ แต่การที่จะนั่งข้างขวาหรือข้างซ้ายของเรานั้น ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะให้ แต่สงวนไว้สำหรับผู้ที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้”      เมื่อได้ยินดังนั้น อัครสาวกอีกสิบคนรู้สึกโกรธยากอบและยอห์น พระเยซูเจ้าจึงทรงเรียกเขาทั้งหมดมาพบ ตรัสว่า “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่า คนต่างชาติที่คิดว่าตนเป็นหัวหน้าย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้เป็นใหญ่ย่อมใช้อำนาจบังคับ แต่ท่านทั้งหลายไม่ควรเป็นเช่นนั้น ผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่งในหมู่ท่าน ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน เพราะบุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมนุษย์ทั้งหลาย

ข้อคิด

ในชีวิตของเรา เราก็อาจมีความโกรธหรือมีความปรารถนาที่คุกกรุ่นอยู่ในใจของเรา และเรามักจะพูดระบายปรับทุกข์ปรับสุขกับคนที่เราสนิทด้วย  ยอห์นและยากอบได้พูดความปรารถนากับพระเยซูเจ้า และบรรดาสาวกรู้สึกโกรธ และพวกเขาก็ได้แสดงออกให้พระเยซูเจ้าทรงทราบ พระองค์จึงได้ทรงดูแลพวกเขา ตามสภาวะของแต่ละคน ถ้าเราไม่พูดกับพระถึงความจริงที่อยู่ในใจของเรา ความรู้สึกและความปรารถนานั้นก็จะลุกลาม ทำร้ายเผาผลาญเราและหมู่คณะ และจะเกิดเป็นการประกาศจากตัวของเราโดยไม่ตั้งใจว่า “พระเยซูเจ้า เราไม่สนิกกัน ฉันไม่พูดกับพระองค์หรอก”.

       

ก่อนหน้านี้…พระเยซูเจ้าทรงบอกศิษย์ของพระองค์

ถึงเรื่องบุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบ…ถูกตัดสิน

…ถูกเหยียดหยาม โบยตี…และนำไปฆ่า

มาวันนี้…บุตรสองคนของเศเบดีดูจะลืมทั้งหมดไปสิ้น

กางเขนและความตายของพระเยซูดูจะไม่ได้อยู่ในความคิด

พวกเขามุ่งหวังเพียงสิ่งเดียวคือ…เกียรติอำนาจ

…นั่งข้างซ้ายและขวา ในวันเวลาแห่งพระสิริโรจนา

พวกเขากำลังหาทางลัดที่มุ่งไปสู่สิ่งที่คาดหวังและวาดฝัน

แต่…พระองค์ทรงนำพาพวกเขาให้หวนคืน

สิริโรจนาของพระเยซูเจ้ามิใช่กาลเวลาที่นั่งบัลลังก์แห่งเกียรติอำนาจ

แต่กาลเวลา…ที่ตรึงติดอยู่กับไม้กางเขน

พระองค์ทรงถามเขาอย่างจริงจังว่า ท่านจะดื่มถ้วยที่เราจะดื่มได้หรือ

คำตอบที่พระองค์ได้รับดูจริงจังไม่แพ้คำถาม

จนพระองค์จำต้องตอบพวกเขาทั้งสองตรงไปตรงมา

ถ้วยที่เราจะดื่มนั้น ท่านจะดื่ม

แต่การนั่งข้างซ้ายหรือข้างขวง มิใช่หน้าที่ของเรา

ทั้งหมดดูชัดเจนว่า ไม่มีเส้นทางลัดสู่สิริโรจนา

เส้นทางชีวิตของพวกเขาทั้งสอง และอีกสิบคนที่เหลือ

จำต้องทอดยาวผ่านท้องนาที่ถูกไถ่หว่าน

…ย่อมแยกสลาย และสูญหาย

จนกระทั่งวันนั้น ที่ดวงตะวันแห่งสิริโรจนาของพระเจ้า

จะโผล่พ้นขอบฟ้าแห่งกาลเวลา

********************************

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา

ชายคนหนึ่งเข้ามาคุกเข่า และทูลถามพระเยซูเจ้าว่า…..  “พระอาจารย์ผู้ทรงความดี ข้าพเจ้าต้องทำอะไรเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร”      หลายครั้งในชีวิตของมนุษย์เรา เราสงสัย – เรามีคำถาม – เราอยากจะรู้ว่าต้องดำเนินชีวิตอย่างไร….เพื่อจะมีชีวิตนิรันดร  ต้องถือตามบทบัญญัติของพระองค์ – บัญญัติ 10 ประการ รักพระเจ้าสุดหัวใจและพยายามที่จะรักเพื่อนมนุษย์ทุกคน และพระเยซูเจ้าก็ยังเสริมอีกว่า …. เรามนุษย์จะถือบัญญัติของพระเจ้าได้ จะไม่ถูกประจญล่อลวง หรือถูกปิศาจหลอกหลวงและหลงไป เขาผู้นั้นจะต้องไม่ติดใจกับทรัพย์สมบัติของโลกนี้ เพราะทรัพย์สมบัติในโลกนี้สูญสลายได้ – ไม่เที่ยงแท้ถาวร  หนังสือปรีชาญาณจึงเขียนเตือนใจว่า …. ทรัพย์สินเงินทองทั้งโลก เปรียบไม่ได้กับปรีชาญาณ ถ้าจะเปรียบ…ทรัพย์สินเงินทอง ก็เทียบได้เหมือนทรายหยิบมือเดียว หรือเหมือนดินโคลน แม้สุขภาพและความสวยงามในโลก ก็เทียบไม่ได้กับปรีชาญาณ  ปรีชาญาณเปรียบได้กับแสงสว่างที่ส่องแสงสุกใสอยู่ตลอดเวลา – ไม่มีวันที่จะอับแสง ปรีชาญาณจึงเป็นสมบัติล้ำค่าที่จะทำให้เรามีชีวิตนิรันดร                                          ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดเสด็จมาเถิด – โปรดอย่ารอช้าอีกเลย ข้าพเจ้าทั้งหลายรอคอยพระองค์ โปรดทรงสงสารบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ ทุกยามเช้า โปรดประทานความรักมั่นคงของพระองค์แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด โปรดสำแดงให้ผู้รับใช้ของพระองค์เห็นพระราชกิจของพระองค์ โปรดให้มนุษยชาติได้เห็นความรุ่งเรืองของพระองค์และโปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ขับร้องสรรเสริญและเทิดพระเกียรติพระองค์ชั่วนิจนิรันดร์

**** เดือนแม่พระ–เดือนตุลาคมเป็นเดือนที่พระศาสนจักรเชิญชวนในพวกเราศรัทธาในการสวดลูกประคำ  ยังไม่เคยได้ยินเลยว่า  “ผู้ที่รัก            ศรัทธา และเข้ามาขอพึ่งพระแม่ จะถูกพระแม่ทอดทิ้ง”  เชิญพี่น้องสวดภาวนา  ทุกๆวัน – รวมใจ+รวมตัวกันทั้งในครอบครัว และกับเพื่อนบ้าน สวด   ลูกประคำ ไม่มีวันที่พระแม่จะทอดทิ้งเราได้เลย

****      สมเด็จพระสันตะปาปาทรงประกาศเรียกประชุม ซีนอด (Synod)  เรื่อง Journey together หรือ Synodality ทรงเน้นย้ำว่าพระศาสนจักร คาทอลิกของเราเป็น Synodality Church คือพระศาสนจักรที่ก้าวไปด้วยกันพระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งและสร้างมนุษย์   ทรงปรารถนาให้เรามนุษย์ทุกคนก้าวเดินกลับไปหาพระองค์ร่วมเสวยสุขกับพระองค์ชั่วนิรันดร เราทุกคนจึงจะต้องก้าวเดินไปด้วยกันด้วยความเชื่อ – ความหวังและความรักแท้จริงในพระองค์

 

 คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

*************************************

วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา

พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นเที่ยงตรง  พระราชกิจของพระองค์น่าเชื่อถือ   พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและความยุติธรรม   ความรักมั่นคงขององค์พระผู้เป็นเจ้าเปี่ยมล้นทั่วแผ่นดิน   …แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเฝ้าพิทักษ์ผู้ที่ยำเกรงพระองค์…ผู้ที่หวังในความรักมั่นคงของพระองค์ …พระองค์พระเจ้าจะทรงช่วยชีวิตของผู้มีความเชื่อให้พ้นจากความตาย …จะทรงรักษาเขาไว้ในยามที่เขาขาดแคลนอาหาร     ขอให้จิตใจของเราทั้งหลายรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า…องค์แห่งความหวัง พระองค์ทรงเป็นความช่วยเหลือและทรงเป็นโล่ป้องกันภัยของเรา  แล้วจิตใจของเราจะเป็นสุข….และชื่นชมในพระองค์  พี่น้องที่เคารพรักในขณะที่พวกเรากำลังเผชิญกับความยากลำบาก เผชิญกับความทุกข์ทรมาน  พวกเรากำลังอ่อนแอ อีกหลายคนกำลังเผชิญความทุกข์ยากลำบาก  ประสบกับภัยพิบัติน้ำท่วม  ไม่มีที่อยู่อาศัย – ไม่มีอาหารเพียงพอในขณะที่มีผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง กำลังแสวงหาผลประโยชน์ แสวงหาอำนาจ  ต้องการเป็นใหญ่ – ต้องการเป็นที่หนึ่ง  ….แต่พระเยซูเจ้าสอนให้เราเต็มไปด้วยความรักและรับใช้ สอนให้เรามีเมตตา     เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พระองค์ก็เน้นให้เราแสวงหาพระอาณาจักรของพระเจ้าไม่หลงไปกับทรัพย์สมบัติและสิ่งของต่างๆในโลกนี้ ซึ่งไม่เที่ยงแท้ถาวร โลกนี้ไม่ใช่บ้านแท้ของเรา   เราจะต้องไม่หลงไปกับโลก สถานการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกกำลังสอนและเตือนใจเรา ขอพระเจ้าประทานปรีชาญาณให้กับเรา เพื่อให้เราเดินในหนทาง ที่มุ่งตรงไปสู่ความรอดและความสุขนิรันดร

****     สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ดูท่าทีว่ากำลังจะค่อยๆ    ดีขึ้น และมีแนวโน้มว่าเราจะกำลังกลับไปดำเนินชีวิตเช่นเดิม  แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายๆท่านก็เตือนเราเสมอว่า ต้องไม่ประมาทและจำเป็นต้องดำเนินชีวิตแบบ     New Normal       สิ่งต่างๆ อุบัติขึ้นเพื่อบอกให้เราปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต การทำมาหากิน – การงาน – การประกอบ         อาชีพ – การศึกษา – การติดต่อสื่อสาร  เราจะพบว่า เปลี่ยนไป  เราจึงจำต้องปรับเปลี่ยนชีวิตของเราเช่นกัน ความเชื่อ – ความศรัทธา จุดมุ่งหมาย     ของชีวิต เรายังมั่นคงในองค์พระเจ้า จริงไหม?? และเราจำต้องประพฤติ – ปฏิบัติ หรือ ปรับเปลี่ยนให้ตรงเป้าหมายของชีวิตอย่างแท้จริง

ขอพระเจ้าอำนวยพระพรและประทับอยู่กับเราเสมอ

 คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151352 วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

 มก 10:17-30

เวลานั้น ขณะที่พระเยซูเจ้ากำลังทรงพระดำเนินอยู่ระหว่างทาง ชายคนหนึ่งรีบเข้ามาคุกเข่าลง ทูลถามว่า “พระอาจารย์ผู้ทรงความดี ข้าพเจ้าต้องทำอะไรเพื่อจะได้มีชีวิตนิรันดร”  พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “ทำไมเรียกเราว่าผู้ทรงความดี ไม่มีใครทรงความดีนอกจากพระเจ้าเท่านั้น ท่านรู้จักบทบัญญัติแล้ว คือ อย่าฆ่าคน อย่าล่วงประเวณี อย่าลักขโมย อย่าเป็นพยานเท็จ อย่าฉ้อโกง จงนับถือบิดามารดา  ชายผู้นั้นทูลว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติเหล่านี้ทุกข้อมาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว” พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเขาด้วยพระทัยเอ็นดู ตรัสกับเขาว่า “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง  จงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจน  และท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์  แล้วจงติดตามเรามาเถิด” เมื่อได้ฟังพระวาจานี้ ชายผู้นั้นหน้าสลดลงเพราะเขามีทรัพย์สมบัติจำนวนมาก จึงจากไปด้วยความทุกข์  พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรโดยรอบ แล้วตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “ยากจริงหนอที่คนมั่งมีจะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า” บรรดาศิษย์แปลกใจกับพระวาจานี้ พระเยซูเจ้าจึงตรัสอีกว่า “ลูกเอ๋ย ยากจริงหนอที่จะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า อูฐจะลอดรูเข็มยังง่ายกว่าคนมั่งมีเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า”  บรรดาศิษย์ยิ่งประหลาดใจมากขึ้น พูดกันว่า “ดังนี้ ใครจะรอดพ้นได้”  พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรบรรดาศิษย์แล้วตรัสว่า สำหรับมนุษย์เป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับพระเจ้าเป็นเช่นนั้นได้ เพราะพระองค์ทรงทำได้ทุกสิ่ง  เปโตรทูลพระเยซูเจ้าว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายได้สละทุกสิ่งและติดตามพระองค์แล้ว” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราบอกความจริงกับท่านว่า ไม่มีใครละทิ้งบ้านเรือน พี่น้องชายหญิง บิดามารดา บุตรหรือไร่นาเพราะเห็นแก่เรา และเพราะเห็นแก่ข่าวดี จะไม่ได้รับการตอบแทนร้อยเท่าในโลกนี้ เขาจะได้บ้านเรือน พี่น้องชายหญิง มารดา บุตร ไร่นา พร้อมกับการเบียดเบียนและในโลกหน้าจะได้ชีวิตนิรันดร”

ข้อคิด

ความร่ำรวย เป็นได้ทั้ง “สะพาน” หรือ “กำแพง” ในการเข้าสู่พระอาณาจักรสวรรค์ การที่ชายหนุ่มผู้มีทรัพย์สมบัติมากมาย รู้จักเป็นทุกข์ที่ได้ฟังพระวาจาของพระเยซูเจ้า ก็เพราะเขาไม่ต้องการที่จะขายทุกสิ่ง มอบเงินให้คนยากจน แล้วติดตามพระเยซูเจ้าไป  ดังนั้น ความร่ำรวยจึงเป็น “อุปสรรค” สำหรับเขา อย่างไรก็ตาม หากเราพยายามด้วยตนเองแล้วจะรู้สึกว่ายาก แต่สำหรับพระเจ้าแล้ว พระ องค์สามารถทำได้ทุกสิ่ง ดังนั้น เราจงวอนขอพระเป็นเจ้า ได้โปรดดลใจเราให้ใช้ความมั่งมีในด้านต่างๆ เป็น “เครื่องมือ” ที่จะช่วยเราให้ได้ชีวิตนิรันดรได้ง่ายขึ้น.

 

       

บนเส้นทางสู่กรุงเยรูซาเล็ม

ชายหนุ่มจากตระกูลสูง และอุดมด้วยทรัพย์สิน

เข้ามาหาพระเยซู…ประกาศกจากนาซาเร็ธ

…เขาดูท่าทางจริงจัง และร้อนรนสมเป็นวัยรุ่น

เขามอบตำแหน่ง…พระอาจารย์ผู้ทรงความดี…ให้พระองค์

พระองค์ดูสงบเย็น และชัดเจนสมเป็นประกาศก

…ไม่ทรงตื่นเต้นกับตำแหน่ง แต่…ยกมอบให้แด่พระบิดา

…ไม่มีใครทรงความดีนอกจากพระเจ้าเท่านั้น

เขาวอนขอพระองค์สำหรับหนทางสู่ชีวิตนิรันดร

พระองค์มอบแก่เขาซึ่งหนทางดั้งเดิมที่ชาวยิวทุกคนเชื่อมั่น

…ปฏิบัติตามพระบัญญัติ

เขาเดินทางตามหนทางพระบัญญัติมาตั้งแต่จำความได้

แต่ก็ยังมั่นใจว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า

เขาจึงวิ่งมาหา และคุกเข่าต่อหน้าประกาศกจากนาซาเร็ธ

พระองค์ทรงมองเขาด้วยความรักเอ็นดู

และเขาเข้าสู่เส้นทางใหม่แห่งการเป็นสาวก

…ขายทุกสิ่ง…แจกจ่ายแก่คนจน…และติดตามเรามา

ทรงเรียกเขาให้เร่ร่อนกับพระองค์บนผืนแผ่นดิน

เพื่อประกาศข่าวดีแห่งพระอาณาจักรพระเจ้า

แต่…เขาตกใจกับเส้นทางใหม่

เพราะจำต้องละทุกสิ่งที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เล็ก

เขาลุกขึ้น…เดินก้มหน้าจากไปในความเงียบ

หนทางใหม่ดูคับแคบ

เกินกว่าที่เขาจะแบกสัมภาระแห่งทรัพย์สินและก้าวเดิน

เขาเดินกลับสู่หนทางเดิมที่คุ้นเคย

ทิ้งหนทางใหม่แห่งการเป็นสาวกให้รกร้าง และว่างเปล่า

และ…ไม่มีใครพบเจอเขาอีกเลย

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2021     

สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

พระเจ้าทรงสร้างและทรงค้ำจุนทุกสิ่ง พระองค์ทรงมีพระประสงค์จะนำบุตรจำนวนมาก เข้ามารับพระสิริรุ่งโรจน์ จึงเป็นการเหมาะสมแล้วที่พระองค์จะทรงทำให้ผู้ที่นำมนุษย์ให้รอดพ้นนั้นสมบูรณ์ โดยผ่านการทนทุกข์ทรมาน เพราะทั้งผู้ประทานความศักดิ์สิทธิ์และผู้รับความศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มาจากแหล่งเดียวกัน พระองค์จึงไม่ทรงอายที่จะเรียกคนเหล่านั้นว่า “พี่น้อง”      พระเยซูเจ้า ตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า….“ปล่อยให้เด็กเล็กๆ มาหาเราเถิด อย่าห้ามเขาเลย เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเล็กๆ เหล่านี้  ผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็กๆ เขาจะไม่อาจเข้าสู่พระอาณาจักรนั้นได้เลย แล้วพระองค์ทรงอุ้มเด็กเหล่านั้นไว้ ทรงปกพระหัตถ์ และประทานพระพร”      พี่น้องที่เคารพรัก พระเจ้าทรงสร้างเรามา พระองค์ทรงสร้างสารพัดทุกสิ่ง พระเจ้าทรงให้พระบุตรของพระองค์เสด็จลงมาในโลก ทรงไถ่บาป และนำทุกคนกลับเป็นบุตรของพระองค์ ทรงอำนวยพระพรและประทานพระหรรษทาน ทรงสอนทุกคนให้มีใจสุภาพ นอบน้อม และถ่อมตน สอนให้เราทุกคนมีจิดใจซื่อๆ เป็นเหมือนเด็กเล็กๆ ที่มอบความวางใจและเชื่อใจอย่างสนิทกับพ่อแม่ และผู้ที่เป็นพ่อแม่ก็ต้องรักลูกของตน พ่อแม่จะรักลูกของตนได้ ก็ต้องรักซึ่งกันและกัน หากพ่อแม่ไม่รักกัน ทะเลาะเบาะแว้งกัน ตบตีกัน หย่าร้างกัน เขาจะรักและเลี้ยงดูลูกๆได้ละหรือ พระเยซูเจ้าจึงกล่าวว่า แต่เมื่อแรกสร้างโลกนั้น พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง ชายหญิงจะเป็นเนื้อเดียวกัน เขาจะไม่เป็นสองแต่เป็นเนื้อเดียวกัน  ดังนั้นพระองค์จึงกล่าวสรุปว่า “สิ่งที่พระเจ้ารวมกันไว้ มนุษย์อย่าแยกเลย” พระศาสนจักรคาทอลิกเรา จึงยึดถือแนวปฏิบัตินี้เรื่อยมา คือ เมื่อแต่งงานแล้ว จะต้องไม่มีการหย่าร้าง ดังนั้น เพื่อจะไม่มีการหย่าร้าง เราจึงต้องดำรงชีวิตอยู่ด้วยกันด้วยความรัก – ความเห็นอกเห็นใจกัน – ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน – เมตตาอารีย์ต่อกัน และมิใช่เพียงในครอบครัว แต่แผ่ความรักของเราไปยังเพื่อนพี่น้อง เหมือนด้งที่พระเจ้าทรงรักและเมตตาต่อพวกเราทุกคน”

***           เดือนตุลาคม เป็นเดือนแม่พระลูกประคำ     เชิญชวนให้พี่น้องสวด    ลูกประคำทุกวัน อยากบอกเพียงสั้นๆ ว่า  “ยังไม่เคยได้ยินเลยว่า ผู้ ที่มาพึ่งพระแม่ จะถูกพระแม่ทอดทิ้ง” บ้านใดจะเชิญ พ่อไปสวดที่บ้าน ติดต่อพ่อได้เลยนะครับ!!!                                                                  

 ***  ขอขอบพระคุณในความมีน้ำใจดีของพี่น้องทุกๆท่าน พระเจ้า จะไม่มีวันลืมสิ่งที่พี่น้องได้ทำ แม้เพียงเล็กน้อย ขอพระเจ้าตอบแทนน้ำใจดีของพี่ น้องทุกท่านเทอญ.                                                                                                                                                            

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา

ชายคนหนึ่งเข้ามาคุกเข่า และทูลถามพระเยซูเจ้าว่า…..“พระอาจารย์ผู้ทรงความดี ข้าพเจ้าต้องทำอะไรเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร”   หลายครั้งในชีวิตของมนุษย์เรา เราสงสัย – เรามีคำถาม – เราอยากจะรู้ว่าต้องดำเนินชีวิตอย่างไร….เพื่อจะมีชีวิตนิรันดร  ต้องถือตามบทบัญญัติของพระองค์ – บัญญัติ 10 ประการ รักพระเจ้าสุดหัวใจและพยายามที่จะรักเพื่อนมนุษย์ทุกคน และพระเยซูเจ้าก็ยังเสริมอีกว่า …. เรามนุษย์จะถือบัญญัติของพระเจ้าได้ จะไม่ถูกประจญล่อลวง หรือถูกปิศาจหลอกหลวงและหลงไป เขาผู้นั้นจะต้องไม่ติดใจกับทรัพย์สมบัติของโลกนี้ เพราะทรัพย์สมบัติในโลกนี้สูญสลายได้ – ไม่เที่ยงแท้ถาวร  หนังสือปรีชาญาณจึงเขียนเตือนใจว่า …. ทรัพย์สินเงินทองทั้งโลก เปรียบไม่ได้กับปรีชาญาณ ถ้าจะเปรียบ…ทรัพย์สินเงินทอง ก็เทียบได้เหมือนทรายหยิบมือเดียว หรือเหมือนดินโคลน แม้สุขภาพและความสวยงามในโลก ก็เทียบไม่ได้กับปรีชาญาณ  ปรีชาญาณเปรียบได้กับแสงสว่างที่ส่องแสงสุกใสอยู่ตลอดเวลา – ไม่มีวันที่จะอับแสง ปรีชาญาณจึงเป็นสมบัติล้ำค่าที่จะทำให้เรามีชีวิตนิรันดร    ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดเสด็จมาเถิด – โปรดอย่ารอช้าอีกเลย ข้าพเจ้าทั้งหลายรอคอยพระองค์ โปรดทรงสงสารบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ ทุกยามเช้า โปรดประทานความรักมั่นคงของพระองค์แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด โปรดสำแดงให้ผู้รับใช้ของพระองค์เห็นพระราชกิจของพระองค์ โปรดให้มนุษยชาติได้เห็นความรุ่งเรืองของพระองค์ และโปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ขับร้องสรรเสริญและเทิดพระเกียรติพระองค์ชั่วนิจนิรันดร์

****    เดือนแม่พระ–เดือนตุลาคมเป็นเดือนที่พระศาสนจักรเชิญชวนในพวกเราศรัทธาในการสวดลูกประคำ  ยังไม่เคยได้ยินเลยว่า  “ผู้ที่รัก        ศรัทธาและเข้ามาขอพึ่งพระแม่ จะถูกพระแม่ทอดทิ้ง”  เชิญพี่น้องสวดภาวนาทุกๆวัน – รวมใจ+รวมตัวกันทั้งในครอบครัวและกับเพื่อนบ้าน สวดลูกประคำ ไม่มีวันที่พระแม่จะทอดทิ้งเราได้เลย

****     สมเด็จพระสันตะปาปาทรงประกาศเรียกประชุม ซีนอด (Synod)   เรื่อง Journey together หรือ Synodality ทรงเน้นย้ำว่าพระศาสนจักรคาทอลิกของเราเป็น Synodality Church คือพระศาสนจักรที่ก้าวไปด้วยกัน  พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่ง  และสร้างมนุษย์   ทรงปรารถนาให้เรามนุษย์ทุกคนก้าวเดินกลับไปหาพระองค์ร่วมเสวยสุขกับพระองค์ชั่วนิรันดร   เราทุกคนจึงจะต้องก้าวเดินไปด้วยกันด้วยความเชื่อ – ความหวังและความรักแท้จริงในพระองค์.

         

  คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151351 วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 10:2-16

เวลานั้น ชาวฟาริสีบางคนทูลถามหวังจะจับผิดพระเยซูเจ้าว่า “เป็นการถูกต้องหรือไม่ที่ชายจะหย่ากับภรรยา” พระองค์ตรัสตอบว่า “โมเสสได้บัญญัติไว้ว่าอย่างไร” เขาทูลตอบว่า “โมเสสอนุญาตให้ทำหนังสือหย่าร้างและหย่ากันได้” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เพราะใจดื้อแข็งกระด้างของท่าน โมเสสจึงได้เขียนบัญญัติข้อนี้ไว้ แต่เมื่อแรกสร้างโลกนั้น พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง ดังนั้น ชายจะละบิดามารดา และชายหญิงจะเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนี้ เขาจึงไม่เป็นสองอีกต่อไป แต่เป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่พระเจ้าทรงรวมไว้ มนุษย์อย่าแยกเลย” เมื่อกลับเข้าไปในบ้านแล้ว บรรดาศิษย์ทูลถามเรื่องนี้อีก พระองค์จึงตรัสตอบว่า “ผู้ใดหย่าร้างภรรยา และแต่งงานกับอีกคนหนึ่ง ก็ทำผิดประเวณีต่อภรรยาคนเดิม และถ้าหญิงคนหนึ่งหย่ากับสามี ไปแต่งงานกับอีกคนหนึ่ง ก็ทำผิดประเวณีเช่นเดียวกัน”    มีผู้นำเด็กเล็กๆ มาเฝ้าพระเยซูเจ้าเพื่อทรงสัมผัสอวยพร แต่บรรดาศิษย์กลับดุว่าคนเหล่านั้น เมื่อทรงเห็นเช่นนี้ พระองค์กริ้ว ตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ปล่อยให้เด็กเล็กๆ มาหาเราเถิด อย่าห้ามเลย เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเหล่านี้ เราบอกความจริงกับท่านว่า ผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็กๆ เขาจะไม่เข้าสู่พระอาณาจักรนั้นเลย” แล้วพระองค์ทรงอุ้มเด็กเหล่านั้นไว้ ทรงปกพระหัตถ์ และประทานพระพร.

ข้อคิด

เมื่อพระเยซูเจ้าทรงอวยพระพรเด็กเล็กๆ ก็เป็นการยืนยันถึงความสำคัญของการหย่าร้างไม่ได้ของการแต่งงาน ซึ่งพระองค์ได้ตรัสสอนก่อนหน้านี้ เพราะว่า เด็กเล็กๆ ซึ่งเป็นของขวัญจากพระเจ้าสำหรับคู่รักนั้น จะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการหย่าร้างของบิดามารดามากที่สุด พระเป็นเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้เด็กเล็กๆ ได้เติบโตขึ้นในครอบครัวที่มั่นคงและอบอุ่น ดังนั้น ให้เราวอนขอพระเป็นเจ้าโปรดให้เรามีจิตใจอ่อนโยนและถ่อมตน ยอมอยู่ภายให้พระบัญญัติแห่งความรักของพระเจ้า ซึ่งจะปกป้องคุ้มครองเราในครอบครัวใหญ่ของพระองค์.

 

พากลับบ้าน  

ในโลกที่เปราะบาง

ณ ที่ซึ่งความแตกแยก และความล่มสลายของครอบครัว

เกิดขึ้นได้ง่ายดายดังใบไม้ร่วง

พระเยซูทรงนำพาประชากรของพระองค์เดินทางกลับบ้าน

…กลับคืนสู่สวนเอเดน…ต้นกำเนิดของมนุษยชาติ

ณ ที่นั้น มนุษยชาติได้รับลมหายใจของพระเจ้า และมีชีวิต

ณ ที่นั้น พระเจ้าทรงเปลี่ยนดินแดนว่างร้างให้กลับเป็นสวนสวยงาม

และมองให้เป็นบ้านแรกของเขา

บ้านหลังนี้มีทุกสิ่ง…เว้นแต่ คู่ชีวิต ที่ยังคงขาดหายไป

พระเจ้าทรงปั้นบรรดาสัตว์ในท้องทุ่งและนกในท้องฟ้า

ทรงนำมาให้เขา เพื่อเขาจะได้ตั้งชื่อ

เขาตั้งชื่อสัตว์ทั้งปวงอย่างไร สัตว์นั้นก็มีชื่ออย่างนั้น

แต่อนิจจา…ยังไม่มีสัตว์ใดเลยที่ได้ชื่อ คู่ชีวิต

เขาจึงยังคงโดดเดี่ยวอยู่เช่นเดิม

พระเจ้าจึงจำเป็นต้องคิดใหม่…สร้างส่วนที่ขาดหายไป

ส่วนนั้นมาจากซี่โครง…สีข้างของเขาเอง

และทันทีที่เขาพบเห็น…เขาจำได้ และร้องตะโกนด้วยความสุขยินดี

…นี่แหละคือกระดูกจากกระดูกของฉัน…เนื้อจากเนื้อของฉัน

เขาเรียกเธอว่า คู่ชีวิต เพราะเธอคือส่วนหนึ่งของชีวิตเขา

เขาและเธอได้พบชิ้นส่วนที่ขาดหายไป…ในกันและกัน

มนุษยชาติจึงกำเนิดมาในเอกภาพ และจิตเกื้อกูล

แม้จะหล่นหายไปบ้างระหว่างทาง

แต่พระเจ้ายังคงเพียรทน นำพาพวกเขากลับบ้าน

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2021

สัปดาห์ที่ 26  เทศกาลธรรมดา

พระเยซูเจ้าตรัสว่า ….. “ผู้ใดให้น้ำท่านดื่มเพียงแก้วหนึ่ง เพราะท่านเป็นคนของพระคริสต เจ้า เราบอกความจริงกับท่านว่า เขาจะได้รับบำเหน็จรางวัลอย่างแน่นอน”   พี่น้องที่เคารพรักยิ่ง จากพระดำรัสของพระเยซูเจ้านี้ พระองค์ยืนยันกับเราว่า สิ่งที่เราทำต่อพี่น้อง โดยเฉพาะแม้กับผู้ต่ำต้อย เราได้ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก พวกเขาไม่มีโอกาสจะตอบแทนเราคืนได้เลย    แต่พระเป็นเจ้าตอบแทนและประ ทานรางวัลให้กับเราแทนเขา ซึ่งเราไม่ทราบว่า พระเป็นเจ้าจะตอบแทนเราเมื่อใด-อย่างใด สิ่งที่เราจะต้องมี คือ ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจในพระเป็นเจ้า   ในสถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน พี่น้องจำนวนมากมายได้รับความทุกข์ยาก ลำบาก การระบาดของไวรัสโควิดระบาดไปทั่ว  ผู้คนมากมายติดโควิด ผู้คนมากมายไม่มีงานทำ  อีกมากมายไม่มีรายได้  –  ไม่มีเงินหรือปัจจัยในการใช้สอย     ไม่มีเงินซื้ออาหารเพื่อประทังชีวิต  อย่างไรก็ดี ตามที่เราทราบและเป็นข่าว มีผู้คนจำนวนมากได้แสดงออกซึ่งความมีเมตตา และได้กระทำการช่วยเหลือผู้ขัดสนแล้ว จึงเป็นสิ่งที่เราแต่ละคนจะใคร่ครวญถึงตัวเราเอง    ว่าเราได้แสดงออกหรือกระทำอย่างไรหรือยัง???  เพราะบางครั้ง เราก็อาจคิดว่า    ฉันไม่ทำความชั่วหรือไม่ทำความไม่ดีก็เพียงพอแล้ว ซึ่งก็คือ ยังไม่พอ  มันเป็นการขาดหรือเรียกว่าการละเลย  พระเป็นเจ้าพระทรงเมตตาและประทานพระพรแก่เราอย่างมากมาย ทุกสิ่งที่เรามี–ทุกอย่างที่เราเป็น    ล้วนเป็นพระเมตตาของพระเจ้า   ผู้ทรงพระทัยดีต่อเรา พระองค์สอนให้เราเลียนแบบความมีเมตตาของพระองค์  ฉะนั้นอย่ากังวลใจ  จงเจริญชีวิตด้วยความเชื่อและความวางใจในพระเป็นเจ้า   พระองค์จะทรงดูแลเรา พระองค์ทรงเป็นนายชุมพาบาลที่ดีเสมอ  เราซึ่งเป็นลูกแกะของพระองค์จะไม่ขัดสนสิ่งใด ขอพระองค์ประทานพระพร และความเชื่อแก่เราทุกคนเสมอ เพื่อให้เราดำเนินชีวิตเป็นบุตรที่ดีของพระองค์เสมอทุกวันเวลา

***    พี่น้องที่รัก อดทนและเจริญชีวิตแบบ New Normal นะครับ     สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา   ล้างมือบ่อยๆ   เว้นระยะห่างทางสังคม  ไม่ทานอาหารร่วมกัน  ไม่ไปในที่แออัดหรือแหล่งมั่วสุม  และสิ่งสำคัญที่สุด  รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ต้องทานอาหารที่มีคุณภาพ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ  ต้องออกกำลังกาย ต้องทำใจให้มีอารมณ์ดี – ไม่อารมณ์เสีย และอีกสิ่งหนึ่งก็คือ เจริญชีวิตด้วยความเชื่อ  สวดภาวนา ไม่ลืมร่วมมิสซาแม้จะเป็นแบบ on line    เพื่อขอพระพร    จากพระเจ้า และก้าวเดินไปกับพระองค์ทุกวันเวลา.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

พระเจ้าทรงสร้างและทรงค้ำจุนทุกสิ่ง พระองค์ทรงมีพระประสงค์จะนำบุตรจำนวนมาก เข้ามารับพระสิริรุ่งโรจน์ จึงเป็นการเหมาะสมแล้วที่พระองค์จะทรงทำให้ผู้ที่นำมนุษย์ให้รอดพ้นนั้นสมบูรณ์ โดยผ่านการทนทุกข์ทรมาน เพราะทั้งผู้ประทานความศักดิ์สิทธิ์และผู้รับความศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มาจากแหล่งเดียวกัน พระองค์จึงไม่ทรงอายที่จะเรียกคนเหล่านั้นว่า “พี่น้อง”    พระเยซูเจ้า ตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า….

            “ปล่อยให้เด็กเล็กๆ มาหาเราเถิด อย่าห้ามเขาเลย เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเล็กๆ เหล่านี้  ผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็กๆ เขาจะไม่อาจเข้าสู่พระอาณาจักรนั้นได้เลย แล้วพระองค์ทรงอุ้มเด็กเหล่านั้นไว้ ทรงปกพระหัตถ์ และประทานพระพร”                                                                                                      พี่น้องที่เคารพรัก พระเจ้าทรงสร้างเรามา พระองค์ทรงสร้างสารพัดทุกสิ่ง พระเจ้าทรงให้พระบุตรของพระองค์เสด็จลงมาในโลก ทรงไถ่บาป และนำทุกคนกลับเป็นบุตรของพระองค์ ทรงอำนวยพระพรและประทานพระหรรษทาน ทรงสอนทุกคนให้มีใจสุภาพ นอบน้อม และถ่อมตน สอนให้เราทุกคนมีจิดใจซื่อๆ เป็นเหมือนเด็กเล็กๆ ที่มอบความวางใจและเชื่อใจอย่างสนิทกับพ่อแม่ และผู้ที่เป็นพ่อแม่ก็ต้องรักลูกของตน พ่อแม่จะรักลูกของตนได้ ก็ต้องรักซึ่งกันและกัน หากพ่อแม่ไม่รักกัน ทะเลาะเบาะแว้งกัน ตบตีกัน หย่าร้างกัน เขาจะรักและเลี้ยงดูลูกๆได้ละหรือ พระเยซูเจ้าจึงกล่าวว่า แต่เมื่อแรกสร้างโลกนั้น พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง ชายหญิงจะเป็นเนื้อเดียวกัน เขาจะไม่เป็นสองแต่เป็นเนื้อเดียวกัน  ดังนั้นพระองค์จึงกล่าวสรุปว่า “สิ่งที่พระเจ้ารวมกันไว้ มนุษย์อย่าแยกเลย” พระศาสนจักรคาทอลิกเรา จึงยึดถือแนวปฏิบัตินี้เรื่อยมา คือ เมื่อแต่งงานแล้ว จะต้องไม่มีการหย่าร้าง ดังนั้น เพื่อจะไม่มีการหย่าร้าง เราจึงต้องดำรงชีวิตอยู่ด้วยกันด้วยความรัก – ความเห็นอกเห็นใจกัน – ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน – เมตตาอารีย์ต่อกัน และมิใช่เพียงในครอบครัว แต่แผ่ความรักของเราไปยังเพื่อนพี่น้อง เหมือนด้งที่พระเจ้าทรงรักและเมตตาต่อพวกเราทุกคน”

***        เดือนตุลาคม เป็นเดือนแม่พระลูกประคำ   เชิญชวนให้พี่น้อง สวดลูกประคำทุกวัน อยากบอกเพียงสั้นๆ ว่า  “ยังไม่เคยได้ยิน          เลยว่า ผู้ที่มาพึ่งพระแม่ จะถูกพระแม่ทอดทิ้ง” บ้านใดจะเชิญ พ่อไปสวดที่บ้านติดต่อพ่อได้เลยนะครับ!!!                             

 ***   ขอขอบพระคุณในความมีน้ำใจดีของพี่น้องทุกๆท่าน พระเจ้า จะไม่มีวันลืมสิ่งที่พี่น้องได้ทำ แม้เพียงเล็กน้อย ขอพระเจ้า    ตอบแทนน้ำใจดีของพี่น้องทุกท่านเทอญ.                 

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151350 วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

  บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

   มก 9:38-43,45,47-48

เวลานั้น ยอห์นทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า เราได้เห็นคนคนหนึ่งขับไล่ปีศาจเดชะพระนามพระองค์ เราจึงพยายามห้ามปรามไว้ เพราะเขาไม่ใช่พวกเดียวกับเรา” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “อย่าห้ามเขาเลย ไม่มีใครทำอัศจรรย์ในนามของเรา แล้วต่อมาจะว่าร้ายเราได้ ผู้ใดไม่ต่อต้านเรา ก็เป็นฝ่ายเรา”   “ผู้ใดให้น้ำท่านดื่มเพียงแก้วหนึ่งเพราะท่านเป็นคนของพระคริสตเจ้า เราบอกความจริงกับท่านว่า เขาจะได้บำเหน็จรางวัลอย่างแน่นอน”  “ผู้ใดเป็นเหตุให้คนธรรมดาๆ ที่มีความเชื่อเหล่านี้ทำบาป ถ้าเขาจะถูกผูกคอด้วยหินโม่ถ่วงในทะเลก็ยังดีกว่ากระทำดังกล่าว ถ้ามือข้างหนึ่งของท่านเป็นเหตุให้ท่านทำบาป จงตัดมันทิ้งเสีย ท่านจะเข้าสู่ชีวิตนิรันดรโดยมีมือข้างเดียว ยังดีกว่ามีมือทั้งสองข้างแต่ต้องตกนรกในไฟที่ไม่รู้ดับ ถ้าเท้าข้างหนึ่งของท่านเป็นเหตุให้ท่านทำบาป จงตัดมันทิ้งเสีย ท่านจะเข้าสู่ชีวิตนิรันดรโดยมีเท้าข้างเดียว ยังดีกว่ามีเท้าทั้งสองข้าง แต่ถูกโยนลงนรก ถ้าตาข้างหนึ่งของท่านเป็นเหตุให้ท่านทำบาป จงควักมันออกเสีย ท่านจะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า โดยมีตาข้างเดียว ยังดีกว่ามีตาทั้งสองข้าง แต่ต้องถูกโยนลงนรก ที่นั่นหนอนไม่รู้ตาย ไฟไม่รู้ดับ”

ข้อคิด

พระเป็นเจ้าประทานพระจิตให้แก่เราทุกคนที่เชื่อในพระองค์เอลดาดและเมดาดไม่ได้อยู่ที่กระโจมนัดพบแต่ทั้งสองก็ได้รับพระพรพระจิตเจ้า และแม้เราฆราวาสจะไม่ได้อยู่ในกระโจมของคณะสงฆ์และนักบวช เราก็ได้รับพระพรพระจิตเจ้าเช่นเดียวกัน   อาจเป็นการดีที่พระสงฆ์ และนักบวชชายหญิงได้เปลี่ยนศูนย์กลางความสำคัญไปยังฆราวาส การเปิดโอกาสให้บรรดาฆราวาสเป็นผู้นำในบางด้าน (ผ่านการสนับสนุนและคำแนะนำอยู่เบื้องหลัง) อาจช่วยส่งเสริมพระศาสนจักรในทางที่ดีได้ เพราะพระจิตเจ้าไม่ได้ถูกจำกัดไว้ที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่พระจิตเจ้าเป็นของทุกคนที่เชื่อในพระองค์

       

ศิษย์พระเยซูไม่อาจยอมรับเขาคนนั้น

ที่ทำการอัศจรรย์โดยมิได้เป็นสมาชิกกลุ่มสาวก

ความสำเร็จของเขาผู้เป็นคนนอกทำให้บรรดาสาวกวุ่นวายใจ

จนจำต้องปรารภ และกล่าวรายงาน

พระอาจารย์เจ้าข้า

เราได้เห็นคนหนึ่งขับไล่ปึศาจเดชะพระนามของพระองค์

เราจึงพยายามห้ามปรามไว้ เพราะเขาไม่ใช่พวกเดียวกับเรา

เมื่อวันก่อน ชายผู้หนึ่งพาลูกถูกผีหนวกใบ้สิงมาหาสาวก

เพื่อขอให้พวกเขาขับไล่ผี…แต่สาวกทำไม่สำเร็จ

มาวันนี้ พวกเขาพบคนนอกคนหนึ่งทำสำเร็จ

ความสำเร็จของคนนอก ทำให้สาวกอึดอัด

…กังวลที่จะถูกเบียดแซง…หวาดกลัวที่จะสูญเสียสถานภาพ

จึงวิ่งมาหาพระเยซู

…หวังให้พระองค์ตำหนิและห้ามปรามเขา ผู้เป็นคนนอก

สำหรับสาวก…ชีวิตแห่งการช่วยเหลือรับใช้ ยังคงดูเป็นการแข่งขัน

ชัยชนะของผู้อื่น ดูเป็นความพ่ายแพ้ของฉัน

ความสำเร็จของคนนอก ดูเป็นความล้มเหลวของคนใน

ในขณะเดียวกัน…ความพ่ายแพ้ และความล้มเหลวของคู่แข่ง

ดูจะให้ความสะใจ และกำลังใจ

แท้จริงแล้ว…เขาวิ่งมาหาพระองค์

เพียงเพื่อขอให้พระองค์ฟาดฟันเขาคนนั้นให้ตายไปในความพ่ายแพ้

แต่…นั่นมิใช่หนทางของพระองค์

ตรงข้าม…พระองค์ทรงนำพาสาวกผู้คับแคบ และเปราะบาง

ให้มองเห็นความดีของพระเจ้า

ในขอบฟ้าที่กว้างใหญ่นอกกะลาความคิดของตนเอง

ทรงสั่งให้บรรดาสาวกปล่อยให้คนนอกนั้นทำการช่วยเหลือรับใช้ต่อไป

…ผู้ใดไม่ต่อต้านเรา ก็เป็นฝ่ายเรา

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2021

สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา

                จากจดหมายนักบุญยากอบ ในวันนี้   “พี่น้องที่รักยิ่ง ที่ใดมีความอิจฉาริษยาและความทะเยอทะยาน ที่นั่นย่อมมีแต่ความวุ่นวาย และความชั่วร้ายนานาชนิด….ส่วนปรีชาญาณที่มาจากเบื้องบน ประการแรกเป็นสิ่งบริสุทธิ์ แล้วจึงก่อให้เกิดสันติ เห็นอกเห็นใจ อ่อนน้อม เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา บังเกิดผลที่ดีงาม ไม่ลำเอียง ไม่เสแสร้ง ….ผู้ที่สร้างสันติย่อมเป็นผู้หว่านในสันติ และจะเก็บเกี่ยวผลเป็นความชอบธรรม….    การต่อสู้และการทะเลาะวิวาท เกิดจากการอยากได้  เมื่ออยากได้แต่ไม่ได้ จึงฆ่ากัน อยากได้แต่ไม่สมหวัง จึงเกิดการทะเลาะวิวาทและต่อสู้กัน…หลายครั้ง ท่านไม่มีเพราะไม่ได้วอนขอ….หลายครั้งท่านวอนขอ แต่ไม่ได้รับ เพราะท่านวอนขอไม่ถูกต้อง หรือวอนขอเพื่อจะนำไปสนองกิเลสตัณหา….”    พระวรสารในวันนี้ เราจะพบว่า พระเยซูเจ้าสอนให้เราเสียสละ ไม่รับใช้กิเลสตัณหาของตัวเอง พระองค์เรียกร้องให้เรา มีเมตตา-ช่วยเหลือ และรักเพื่อนพี่น้องของเรา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พระองค์สอนว่า ถ้าผู้ใดอยากติดตามพระองค์ ยกกางเขนขึ้นใส่บ่าแบกและติดตามพระองค์ไป อย่าเพียงรักตัวเอง แต่ต้องพยายามรักผู้อื่น อย่าหวังเพียงแค่ความสุขในโลกนี้ซึ่งไม่จีรังยั่งยืน ……พระเยซูเจ้าสอนให้เราแสวงหาและเพ่งไปที่ความ สุขที่เที่ยงแท้ถาวร ให้เราเสียสละความสุขที่ฉาบฉวย ความสุขที่ไม่จีรังยั่งยืน เราต้องเลือกเอาความสุขแท้จริง  ดังนั้น  เราจะต้องไม่หลงทาง-ไม่หลงไปกับทรัพย์สมบัติหรือสิ่งต่างๆในโลกนี้ ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ในโลกนี้  ทุกสิ่งจะดับสูญไป  แต่พระเจ้าและสวรรค์จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์

****            พี่น้องที่รัก สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดน่าจะค่อยๆดีขึ้น เพราะความร่วมไม้ร่วมมือของพวกเราทุกคน  ดังที่ได้กล่าวแล้ว ไวรัสโควิดมันจะอยู่กับเราตลอดไปเหมือนกับโรคอื่นๆ ที่ได้อุบัติขึ้นในโลก  พวกเราต้องรักษาสุขภาพ  ของตัวเราเองให้แข็งแรงเพื่อจะต่อสู้และชนะมัน  ใส่หน้ากากอนามัย  ล้างมือ  ทำความสะอาดร่างกาย  ไม่เปิดโอกาสให้มันเข้าสู่ร่างกายของเรา    ทำทุกอย่างเพื่อให้ร่างกายของเราแข็งแรง   สุขภาพกายแข็งแรง – สุขภาพจิตแจ่มใส  มโนธรรมเชื่อและวางไว้ใจในพระเจ้าเที่ยงแท้   ขับร้องสรรเสริญพระเจ้าสม่ำเสมอ  ชีวิตที่เต็มไปด้วยความรักพระเจ้า และพยายามรักผู้อื่น ประพฤติปฏิบัติแต่ความ   ดี  ชีวิตของเราก็จะพบแต่ความสุขแท้จริง.

 

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2021

สัปดาห์ที่ 26  เทศกาลธรรมดา

พระเยซูเจ้าตรัสว่า …..   “ผู้ใดให้น้ำท่านดื่มเพียงแก้วหนึ่ง เพราะท่านเป็นคนของพระคริสตเจ้า เราบอกความจริงกับท่านว่า เขาจะได้รับบำเหน็จรางวัลอย่างแน่นอน”  พี่น้องที่เคารพรักยิ่ง จากพระดำรัสของพระเยซูเจ้านี้ พระองค์ยืนยันกับเราว่า สิ่งที่เราทำต่อพี่น้อง โดยเฉพาะแม้กับผู้ต่ำต้อย เราได้ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก พวกเขาไม่มีโอกาสจะตอบแทนเราคืนได้เลย    แต่พระเป็นเจ้าตอบแทนและประ ทานรางวัลให้กับเราแทนเขา ซึ่งเราไม่ทราบว่า พระเป็นเจ้าจะตอบแทนเราเมื่อใด-อย่างใด สิ่งที่เราจะต้องมี คือ ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจในพระเป็นเจ้า    ในสถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน พี่น้องจำนวนมากมายได้รับความทุกข์ยากลำบาก การระบาดของไวรัสโควิดระบาดไปทั่ว  ผู้คนมากมายติดโควิด ผู้คนมากมายไม่มีงานทำ  อีกมากมายไม่มีรายได้  –  ไม่มีเงินหรือปัจจัยในการใช้สอย  ไม่มีเงินซื้ออาหารเพื่อประทังชีวิต  อย่างไรก็ดี ตามที่เราทราบและเป็นข่าว มีผู้คนจำนวนมากได้แสดงออกซึ่งความมีเมตตา และได้กระทำการช่วยเหลือผู้ขัดสนแล้ว จึงเป็นสิ่งที่เราแต่ละคนจะใคร่ครวญถึงตัวเราเอง   ว่าเราได้แสดงออกหรือกระทำอย่างไรหรือยัง???  เพราะบางครั้ง เราก็อาจคิดว่า   ฉันไม่ทำความชั่วหรือไม่ทำความไม่ดีก็เพียงพอแล้ว ซึ่งก็คือ ยังไม่พอ มันเป็นการขาดหรือเรียกว่าการละเลย พระเป็นเจ้าพระทรงเมตตาและประทานพระพรแก่เราอย่างมากมาย ทุกสิ่งที่เรามี –  ทุกอย่างที่เราเป็น    ล้วนเป็นพระเมตตาของพระเจ้า   ผู้ทรงพระทัยดีต่อเรา พระองค์สอนให้เราเลียน แบบความมีเมตตาของพระองค์  ฉะนั้นอย่ากังวลใจ  จงเจริญชีวิตด้วยความเชื่อและความวางใจในพระเป็นเจ้า   พระองค์จะทรงดูแลเรา พระองค์ทรงเป็นนายชุมพาบาลที่ดีเสมอ  เราซึ่งเป็นลูกแกะของพระองค์จะไม่ขัดสนสิ่งใด ขอพระองค์ประทานพระพร และความเชื่อแก่เราทุกคนเสมอ เพื่อให้เราดำเนินชีวิตเป็นบุตรที่ดีของพระองค์เสมอทุกวันเวลา

***        พี่น้องที่รัก อดทนและเจริญชีวิตแบบ New Normal นะครับ             สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างทางสังคม ไม่ทานอาหารร่วมกัน ไม่ไปในที่แออัดหรือแหล่งมั่วสุม และสิ่งสำคัญที่สุด รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ต้องทานอาหารที่มีคุณภาพ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ต้องออกกำลังกาย ต้องทำใจให้มีอารมณ์ดี – ไม่อารมณ์เสีย และอีกสิ่งหนึ่งก็คือ เจริญชีวิตด้วยความเชื่อ  สวดภาวนา ไม่ลืมร่วมมิสซาแม้จะเป็นแบบ on line   เพื่อขอพระพรจากพระเจ้า และก้าวเดินไปกับพระองค์ทุกวันเวลา.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151348 วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 8:27-35

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จพร้อมกับบรรดาศิษย์ไปตามหมู่บ้านต่างๆ ในบริเวณเมืองซีซารียาแห่งฟิลิป ขณะทรงพระดำเนิน พระองค์ตรัสถามบรรดาศิษย์ว่า “คนทั้งหลายว่าเราเป็นใคร” เขาทูลตอบว่า “บ้างว่าเป็นยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง บ้างว่าเป็นประกาศกเอลียาห์ บ้างก็ว่าเป็นประกาศกองค์หนึ่ง” พระองค์ตรัสถามอีกว่า “ท่านล่ะ ว่าเราเป็นใคร” เปโตรทูลตอบว่า “พระองค์คือพระคริสตเจ้า” พระองค์ทรงกำชับบรรดาศิษย์มิให้กล่าวเรื่องเกี่ยวกับพระองค์แก่ผู้ใด                                                                                                                       พระเยซูเจ้าทรงเริ่มสอนบรรดาศิษย์ว่า “บุตรแห่งมนุษย์จะต้องรับทรมานอย่างมาก จะถูกบรรดาผู้อาวุโส มหาสมณะ และธรรมาจารย์ปฏิเสธไม่ยอมรับ และจะถูกประหารชีวิต แต่สามวันต่อมา จะกลับคืนชีพ” พระองค์ทรงประกาศพระวาจานี้อย่างเปิดเผย เปโตรนำพระองค์แยกออกไป ทูลทัดทาน แต่พระเยซูเจ้าทรงหันไปทอดพระเนตรบรรดาศิษย์ ทรงตำหนิเปโตรว่า “เจ้าซาตาน ถอยไปข้างหลังเรา อย่าขัดขวาง เจ้าไม่คิดอย่างพระเจ้า แต่คิดอย่างมนุษย์”                                                                                                                      พระเยซูเจ้าทรงเรียกประชาชนและบรรดาศิษย์เข้ามา ตรัสว่า “ถ้าผู้ใดอยากติดตามเรา ก็ให้เขาเลิกนึกถึงตนเอง ให้แบกไม้กางเขนของตน และติดตามเรา ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้น จะต้องสูญเสียชีวิตนั้น แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเรา และเพราะข่าวดี ก็จะรักษาชีวิตได้”

ข้อคิด

นักบุญเปโตรในพระวรสารทูลตอบพระเยซูเจ้าได้ถูกต้องว่า พระองค์คือพระคริสตเจ้า แต่ท่านยอมรับไม่ได้ว่าพระเยซูเจ้าจะทนทรมานและถูกประหารชีวิต จึงเป็นโอกาสให้พระเยซูเจ้าทรงสอนให้เราเลิกนึกถึงตนเอง และแบกไม้กางเขนของตน ติดตามพระองค์ไป ในชีวิตคริสตชนนั้น นอกจากการอดทนต่อความยากลำบากโดยถือว่าเป็นการแบกกางเขนตามพระเยซูเจ้าแล้ว นักบุญยากอบในบทอ่านที่สองยังท้าทายให้เราแสดงความเชื่อของเราด้วยการกระทำด้วย ตัวอย่างของท่านคือการแบ่งปันอาหารและเครื่องนุ่งห่มให้ผู้ที่ขาดแคลน แม้เราไม่สามารถกอบกู้โลกทั้งโลกได้ แต่การทำกิจการดีแม้เพียงเล็กน้อยก็ดีกว่าไม่กระทำเลย.

 

พระเยซูผู้บาดเจ็บ                

เปโตรได้ให้คำตอบที่ยิ่งใหญ่ ว่าพระเยซูเจ้าเป็นใคร

…พระองค์พระคริสตเจ้า

คำตอบของเขาสวมใส่เสื้อคลุมสวยสง่า

ภายนอกแลดูยิ่งใหญ่ แต่สาระภายในยังคงห่างไกลจากความจริง

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่พระองค์ทรงกำชับให้เขาเงียบ…อย่าบอกใคร

เขามองพระเยซู เฉกเช่นคนร่วมสมัย

ผู้กำลังรอคอยผู้นำ…ผู้ปลดปล่อยจากอำนาจกดขึ่

…ผู้นำทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่…ไม่พ่ายแพ้…ไม่บาดเจ็บ และไม่ตาย

แต่…อนิจจา! เส้นทางสายนี้ของเปโตร

ขัดสวนกับเส้นทางของพระอาจารย์

สำหรับพระองค์…เอกลักษณ์แท้จริงของพระคริสตเจ้า

จะเผยบานในความทุกข์ทน

กางเขน คือตำนานร้องขานคำตอบ…ว่าพระเยซูเจ้าเป็นใคร

ทรงเรียกตนเองเป็นบุตรแห่งมนุษย์

ผู้ต้องรับทรมาน…ถูกปฏิเสธ และถูกประหาร

ไม่เพียงแค่ทนทุกข์ แต่…ทนทุกข์อย่างโดดเดี่ยว

…ปราศจากความบรรเทาใด

แม้ความตาย…จะไม่ตายด้วยความตายปกติ แต่…ถูกประหาร

เพื่อพบเจอว่าพระองค์เป็นใคร…จำต้องเพ่งมองไปยัง บุตรแห่งมนุษย์

…ผู้ก้าวเดินบนทางกางเขน

เส้นทางความทุกข์ เป็นเส้นทางที่โปโตรปฏิเสธ

เขาต้องการพระผู้ไถ่ผู้ยิ่งใหญ่…ไม่บาดเจ็บ และไม่พ่ายแพ้

แต่…พระเยซูเจ้าทรงปฏิเสธเส้นทางที่ปราศจากความทุกข์

ทรงปฏิเสธความใฝ่ฝันแห่งเกียรติอำนาจ

ที่เวียนว่ายในบ่อความคิดของเปโตร และสาวก

เพราะแท้จริงแล้ว

…พระเจ้าผู้ห่างไกลความทุกข์ทรมาน และการถูกปฏิเสธ

เป็นพระเจ้าเท็จเทียมที่ซาตานคิดค้นปั้นขึ้น

พระเจ้าเที่ยงแท้…ยอมให้พระบุตรสุดที่รักต้องบาดเจ็บ

และ…ทรงตัดสินใจรับความบาดเจ็บ เพราะเห็นแก่มนุษยชาติที่บาดเจ็บ

เขาผู้พบเจอสัจธรรมความบาดเจ็บ จึงพบเจอคำตอบ…ว่าพระองค์เป็นใคร

และ…เขาผู้ก้าวเดินบนความบาดเจ็บ ไม่เคยก้าวเดินคนเดียว

 แต่…เขามีเพื่อน…พระเยซูผู้บาดเจ็บ  ก้าวเดินไปพร้อมกับเขา

        

  สัปดาห์ที่แล้ว

 วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน 2021     สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

            ประกาศกอิสยาห์ กล่าวกับประชาชนว่า…   “จงมานะเถิด อย่ากลัวเลย…ดูซิ พระเจ้าของท่านทั้งหลายจะเสด็จมาเพื่อช่วยท่านให้รอดพ้น…นัยน์ตาของคนตาบอดจะมองเห็น…หูของคนหูหนวกจะได้ยิน  คนง่อยจะกระโดดได้อย่างกวาง และคนใช้จะร้องตะโกนด้วยความยินดี…”    พระวรสารนักบุญมาระโกวันนี้  ก็กล่าวถึงพระเยซูเจ้าทรงรักษาคนใบ้หูหนวกคนนั้นให้หาย ทั้งๆที่ตามธรรมชาติปกติ ไม่อาจจะรักษาได้เลย หมอหรือแพทย์คนใดก็ไม่สามารถรักษาได้ แต่พระเยซูเจ้าได้กระทำแล้ว นักบุญยากอบได้เขียนจดหมายให้กำลังใจแก่เราทุกคนว่า..“พี่น้องทั้งหลาย อย่าให้ความเชื่อของท่าน…มีความลำเอียงหรือเสียไปแม้แต่น้อย ความเชื่อที่เรามีต่อองค์พระเยซูเจ้า พระบุตรของพระบิดาเจ้าสวรรค์และความเชื่อนี้  จะต้องยังคงให้เรารักพระเจ้าด้วยสุดหัวใจของเรา  และเพราะความรักที่มีต่อพระเจ้า  เราจึงต้องรักและพยายามรักเพื่อนพี่น้องทุกคน รัก-เมตตา-และพยายามช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากลำบาก ผู้เจ็บป่วย  โดยเฉพาะในยามที่โลกกำลังวุ่นวาย ทั้งด้วยภัยพิบัติต่างๆ และการระบาดของโรคไวรัส พวกเขาเหล่านั้นกำลังต้องการความช่วยเหลือ – ต้องการความเมตตา และมันจะต้องเป็นความเมตตาที่มีการกระทำ-การปฏิบัติ มิใช่เพียงความรู้สึกหรือคำพูดลอยๆ เท่านั้น      ขอโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า ที่พระองค์ทรงเมตตาต่อเรา (มากกว่าผู้คนอื่นเป็นร้อยเป็นพันเป็นล้านคน ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากลำบากทั้งกายใจ) ลูกขอ ขอบพระคุณพระองค์  ขอให้พวกลูกมีใจ-มีพลกำลังและพร้อมที่จะเสียสละ-แบ่งปันและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้กำลังตกทุกข์ได้ยาก ตามกำลังความสามารถของพวกลูกด้วยเทอญ.       

***        เดิอนกันยายนนี้ รัฐบาลและคณะกรรมการป้องกันการระบาดของไวรัส    โควิดได้ปรับมาตรการ    และผ่อนปรน เพื่อให้การดำเนินวิถีชีวิตใหม่ของ  พวกเราเพื่อจะอยู่กับโควิดให้ได้ ขอพี่ น้องทำความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต หลายสิ่งหลายอย่างจำต้องเปลี่ยน ปรับให้เข้ากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่  หากเราไม่ยอมปรับ-ไม่ยอมเปลี่ยน เราจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างดีมีสุข                                                                                  

***        การมาร่วมมิสซาวันอาทิตย์ เขาอนุญาตเพียง 25 คน ขอพี่น้องทำใจและอดทนอีกสักระยะหนึ่งนะครับ  สงวน 25 ที่ไว้สำหรับผู้ที่ปรารถนาและต้องการพบพระเจ้าจริงๆ  พี่น้องที่คิดว่าตัวเองยังสามารถร่วมพิธีแบบ on line ได้ ก็ร่วมแบบ on line   อีกสักระยะหนึ่งนะครับ เปิดโอกาสสำหรับผู้ที่รู้สึกยากลำบากที่จะร่วมมิสซาแบบ on line นะครับ  พี่น้อง สามารถขอมิสซา-ขอสวด และตั้งจิตอธิษฐานได้เหมือนเดิมนะครับ. 

  ขอพระเจ้าสถิตอยู่กับพี่น้องเสมอทุกวันเวลา!!! 

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล