เนื้อหาทั้งหมดของ ‘สารวัดแต่ละสัปดาห์’

สารวัด ฉบับที่ 151361 วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

Monday, December 13th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 3 : 10-18

เวลานั้น เมื่อประชาชนถามยอห์นว่า “เราจะต้องทำอะไร” เขาก็ตอบว่า “ใครมีเสื้อสองตัว จงแบ่งตัวหนึ่งให้กับคนที่ไม่มี คนที่มีอาหาร ก็จงทำเช่นเดียวกัน”” คนเก็บภาษีมาหายอห์นเพื่อรับพิธีล้างด้วย และถามเขาว่า “ท่านอาจารย์พวกเราจะต้องทำสิ่งใด” ยอห์นตอบว่า “ท่านอย่าเรียกเก็บภาษีเกินพิกัด” พวกทหารถามเขาด้วยว่า “แล้วพวกเราล่ะ เราจะต้องทำสิ่งใด” เขาตอบว่า “อย่าขู่กรรโชก อย่ากล่าวหาเป็นความเท็จเพื่อเอาเงิน จงพอใจกับค่าจ้างของตน”     ขณะนั้น ประชาชนกำลังรอคอย ทุกคนต่างคิดในใจว่า ยอห์นเป็นพระคริสต์หรือ ยอห์นจึงประกาศต่อหน้าทุกคนว่า “ข้าพเจ้าใช้น้ำทำพิธีล้างให้ท่านทั้งหลาย แต่ผู้ที่ทรงอำนาจยิ่งกว่าข้าพเจ้าจะมา และข้าพเจ้าไม่สมควรแม้แต่จะแก้สายรัดรองเท้าของเขา เขาจะทำพิธีล้างให้ท่านเดชะพระจิตและด้วยไฟ เขากำลังถือพลั่วอยู่แล้ว จะชำระลานนวดข้าวให้สะอาด จะรวบรวมข้าวใส่ยุ้ง ส่วนฟางนั้นจะเผาทิ้งในไฟที่ไม่รู้ดับ” ยอห์นยังใช้ถ้อยคำอี่นอีกมากตักเตือนและประกาศข่าวดีแก่ประชาชน.

ข้อคิด

ไม่ว่าเราจะเป็นใครก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องตระหนักอยู่เสมอว่าเราทุกคนเป็นเครื่องมือของพระเจ้า เราต้องไม่พยายามบังคับคนอื่นให้ทำอย่างที่เราทำ หรือเชื่ออย่างที่เราเชื่อ เหมือนยอห์นผู้ทำพิธีล้าง สิ่งที่เราควรทำคือนำคนอื่นเข้ามาหาพระเยซูเจ้า เพื่อว่าพวกเขาจะได้รู้จักพระองค์ด้วยตัวเองในฐานะพระผู้ไก่ องค์พระผู้เป็นเจ้า พี่ และเพื่อนของพวกเขา เมื่อเรานำพวกเขามาหาพระองค์แล้ว ปล่อยให้พระองค์ทำงานในตัวพวกเขา แต่เราต้องไม่ลืมว่า พระองค์ทรงต้องการความร่วมมือจากพวกเรา และทรงปรารถนาทำงานผ่านทางพวกเราแต่ละคนผู้เป็นศิษย์ของพระ องค์  นี่แหละคือรูปแบบและความหมายของการประกาศข่าวดีหรือการนำพระวาสารไปสู่คนอื่น.

 

ยอห์นบัปติสต์ เชื่อมั่นในความจริงที่ว่า พระเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว

และเพราะความจริงประการนี้ ดวงใจท่านเปี่ยมล้นด้วยความสุขยินดี

ภาพใหม่ของยอห์นกำลังเคลื่อนตัวขึ้นจากเส้นขอบฟ้าเหมือนดวงตะวันในยามเช้า

ยอห์นฉายแสงแห่งความสุขใจจากรอยยิ้มที่เรียบง่ายบนใบหน้า

แม้ภาพนี้จะดูไม่คุ้นตานัก เพราะภาพเดิมของยอห์นยังคงฝังรากลึก

อยู่ใต้ท้องมหาสมุทรแห่งความรู้สึก

ยอห์นเคยถูกวาดไว้ให้รักสันโดษ….อยู่ในที่เปลี่ยว

…แต่งตัวประหลาด…กินอาหารพิสดาร…พูดจาท้าทายรุนแรง

แต่…ยอห์นผู้นี้มีบุคลิกที่ดึงดูดคนให้แสวงหาและติดตาม

ผู้คนคงไม่ดั้นด้นไปยังที่เปลี่ยวเพื่อฟังวาจาก้าวร้าว

ผู้คนคงไม่ติดตามเพียงเพราะชุดประหลาดและอาหารพิสดาร

แท้จริงแล้ว…พวกเขาสัมผัสถึงบางอย่างที่มาจากพระเจ้า

…จึงได้ถามท่านว่า…ดังนั้นแล้ว พวกเราต้องทำสิ่งใด?

เสียงตอบของยอห์นอบอุ่นนุ่มนวลสัมผัสดวงใจผู้ถาม

…เปิดทางพวกเขาสู่โลกใบใหม่ ที่มีการแบ่งปันและความยุติธรรม

เป็นอากาศหายใจ

แก่ฝูงชน ยอห์นตอบว่า…ให้อาหารแก่ผู้หิวโหย…ให้เสื้อผ้าแก่ผู้ขาดแคลน

แก่คนเก็บภาษีที่สังคมโกรธเคือง…อย่าเก็บเกินพิกัดและหักส่วนเกินเข้ากระเป๋า

…เพราะทุกคนได้ลำบากกันมามากแล้ว

แก่ทหารผู้คุ้มกันคนเก็บภาษี…อย่าใช้ยศตำแหน่งเป็นเครื่องมือกอบโกย

…พอใจในค่าจ้าง…ไม่ข่มขู่คนจนและคนอ่อนแอ

ถ้อยคำของยอห์นสัมผัสใจฝูงชน

จนกระทั่งพวกเขาคิดว่าท่านเป็นพระผู้ไถ่

ยอห์นผู้นี้ไม่เคยรู้แน่ชัดเจนจนบัดนี้ว่า พระผู้ไถ่เป็นใคร

แต่ท่านรู้แน่ชัดอยู่ตลอดเวลาว่า ท่านไม่ใช่พระผู้ไถ่

และแสงแห่งความสุขใจก็ฉายส่องอีกครั้ง

บนใบหน้าของชายหนุ่มผู้นี้…ผู้ศรัทธาความสัตย์จริง

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2021                                                                         

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า     สัปดาห์แห่งความรัก ( LOVE )

            คนคนหนึ่งร้องตะโกนในถิ่นทุรกันดารว่า……  จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงทำทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด หุบเขาทุกแห่งจะถูกถมให้เต็ม ภูเขาและเนินทุกแห่งจะถูกปรับให้ต่ำลง ทางคดเคี้ยวจะกลายเป็นทางตรง ทางขรุขระจะถูกทำให้ราบเรียบ แล้วมนุษย์ทุกคนจะเห็นความรอดพ้นจากพระเจ้า

พี่น้องที่เคารพรัก เราผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว เป็นช่วงเวลาที่พระศาสนจักรเชิญชวนให้เราเจริญชีวิตในความหวัง (HOPE) เจริญชีวิตด้วยความ หวัง และไม่ใช่ความหวังแบบลมลมแล้งแล้ง แต่เป็นความหวังที่จะเป็นจริงอย่างแน่นอน เป็นความหวังในองค์พระเจ้าเที่ยงแท้ ในพระธรรมเก่า ประชากรเลือกสรรของพระองค์ต้องใช้เวลาถึง 2,000 ปี ความหวังที่จะมีและได้รับพระผู้ไถ่จึงสำเร็จเป็นจริง พวกเขาต้องอดทนในความทุกข์ยากลำบากอีก 200 ปีด้วยความหวัง จึงได้รับการช่วยให้พ้นจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์ พวกเขายังต้องรอนแรมแห้งแล้งอดอยากอีกถึง 10 ปีในทะเลทราย ก่อนที่จะได้เข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจีและน้ำผึ้ง ส่วนพวกเรา พระองค์ให้เราเจริญชีวิตรอพระผู้ไถ่ – เตรียมชีวิต – เตรียมหนทาง –เตรียมที่ประทับของพระองค์เพียง 4 สัปดาห์ พระองค์คือความหวังของเรา เราจะสมหวัง เมื่อเราเจริญชีวิตในความรัก เมื่อใดที่เรารักพระองค์และรักเพื่อนพี่น้อง เราจะมีแต่ความชื่นชมยินดี เมื่อใดที่เราไม่มีรัก เราจะมีความสุขได้อย่างใด ตลอดสัปดาห์นี้ พระองค์จึงเชิญชวนพวกเรา ให้เจริญชีวิตในความรัก กิจการใดที่แสดงออกได้ว่า เรารักพระเจ้า เช่น การสวดภาวนา การมาวัด กิจศรัทธาต่างๆ กิจเมตตาแห่งความรักที่เราแสดงออกหรือปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ เช่น การให้ทาน การให้ความช่วยเหลือ ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น การไม่ใส่ความนินทา ไม่โกหกหรือพูดเท็จ เจริญชีวิตประกอบแต่ความดี – ละเว้นความชั่ว เราจะพบแต่ความสุขใจ – ร่าเริงยินดี  เชิญชวนทุกคนตลอดสัปดาห์นี้ ให้เราเจริญชีวิตทุกๆ วันด้วยความรักอย่างแท้จริง

****     เราเริ่มเดือนธันวาคม   เริ่มชีวิตในบรรยากาศแห่งความรักและความสุขสดชื่น     เชิญชวนพี่น้องเจริญชีวิตในความรักพระเจ้า และแสดงความรักเมตตาต่อเพื่อน   มนุษย์ แล้วเราจะพบความชื่นชมยินดี สัปดาห์หน้าจะเป็นสัปดาห์แห่งความชื่นชมยินดี!!!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม 2021   

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

 สัปดาห์แห่งความชื่นชมยินดี

            พี่น้องที่เคารพรัก พวกเราผ่านสัปดาห์แห่งความหวัง (Hope) ซึ่งเชิญชวนให้เราเจริญชีวิตด้วยความหวัง…หวังในองค์พระเจ้าเที่ยงแท้ถาวร และทรงพลานุภาพ พระองค์สอนให้เรา “รัก” (Love)รักพระเจ้าเหนือสิ่งอื่นใด และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนหนึ่งรักตนเอง และเมื่อเราเจริญชีวิตในความรัก ชีวิตของเราก็จะพบแต่ความชื่นชมยินดี (Joy)   ประกาศกอิสยาห์จึงบอกแก่เราในวันนี้ว่า  “จงเปล่งเสียงชื่นชมยินดีเถิด จงเปรมปรีย์และโห่ร้องยินดีสุดจิตสุดใจ ด้วยองค์พระผู้เป้นเจ้าทรงยกเลิกการพิพากษาลงโทษเจ้าแล้ว ทรงขับไล่ศัตรูของเจ้าออกไป…จะไม่มีเหตุร้ายที่เจ้าจะต้องกลัวอีกต่อไป อย่ากลัวเลย อย่าท้อแท้ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเจ้าทรงอยู่ในเจ้า ทรงพลานุภาพ และทรงช่วยเจ้าให้รอดพ้น…พระองค์ทรงฟื้นฟูเจ้าด้วยความรัก….”   นักบุญเปาโลก็เขียนจดหมายเน้น-ย้ำเตือนอีกว่า     “จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา จงให้ความอ่อนโยนของท่านปรากฏแก่คนทั้งปวง ด้วยพระองค์เสด็จมาใกล้แล้ว อย่ากระวนกระวายใจ ถึงสิ่งใดจนเกินไป จงทูลพระเจ้าในทุกสิ่ง โดยคำอธิษฐานภาวนา การวอนขอ พร้อมด้วยการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขของพระเจ้าซึ่งเกินสติปัญญาจะเข้าใจจะคุ้มครองดวงใจและความคิดของท่านไว้ในพระคริสตเยซู”    พี่น้องที่เคารพรัก พวกเราเจริญชีวิตทุกวันด้วยความหวังและด้วยความรักที่มีกิจการต่างๆ มิใช่เพียงคำพูด แบ่งปัน-เมตตา-ช่วยเหลือ-สละน้ำใจตัวเอง ไว้วางใจในพระเจ้า มอบทุกอย่างไว้กับพระองค์ เราจะพบแต่ความชื่นชมยินดี (Joy)

****    จากนี้ไป ก็จะเหลือเพียง 2 สัปดาห์ สิบกว่าวันก็จะถึงวันคริสตมาส   วันที่โลกรอคอย วันแห่งความหวัง ด้วยพระองค์จะเสด็จมาประทับอยู่กับเรา นำพระพรและสันติสุขมาสู่เรา หลายๆ ท่านได้แสดงออกแล้ว เพื่อเตรียมต้อนรับพระองค์ การตกแต่งถ้ำพระกุมาร-ทำต้นคริสตมาส-ประดับไฟ-สายรุ้ง-ปัดกวาด เช็ดถู ทำความสะอาดบ้าน- ที่อยู่อาศัย และที่สำคัญมิใช่เพียงภายนอก แต่เป็นจิตใจ-จิตวิญญาณ ไว้รอรับเสด็จพระกุมาร  พระองค์พระมหากษัตริย์แห่งกษัตริย์ทั้งหลาย กำลังเสด็จมา ประทับอยู่กับเรา จะนำมาซึ่งความชื่นชมยินดี    และความสุขแท้จริง ผู้ใดที่ยังพลัดวันประกันพรุ่งหรือยังไม่รู้ไม่ทราบ            ก็จะเปลี่ยนใจ เพราะใกล้วันเวลามากแล้ว  ขอพระเจ้าสถิตกับทุกท่านเทอญ.   

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151360 วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

Tuesday, December 7th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 3 : 1-6

ในปีที่สิบห้าแห่งรัชกาลพระจักรพรรดิทิเบรีอัล ปอนทิอัสปีลาสเป็นผู้ว่าราชการแคว้นยูเดีย กษัตริย์เฮโรดทรงเป็นเจ้าปกครองแคว้นกาลิลี ฟิลิปพระอนุชาทรงเป็นเจ้าปกครองแคว้นอิทูเรียและตราโคนิติส ลิซาเนียเป็นเจ้าปกครองแคว้นอาบีเลน อันนาสและคายาฟาสเป็นหัวหน้าสมณะ  พระวาจาของพระเจ้ามาถึงยอห์นบุตรของเศคาริยาห์ในถิ่นทุรกันดาร เขาจึงไปทั่วบริเวณแม่น้ำจอร์แดน เทศน์สอนเรื่องพิธีล้างซึ่งแสดงการเป็นทุกข์กลับใจเพื่อจะได้รับการอภัยบาป ตามที่มีเขียนไวในหนังสือบันทึกของประกาศกเอลิยาห์ว่า  “คนคนหนึ่งร้องตะโกนในถิ่นทุรกันดารว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงทำทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด หุบเขาทุกแห่งจะถูกถมให้เต็ม ภูเขาและเนินทุกแห่งจะถูกปรับให้ต่ำลง ทางคดเคี้ยวจะกลายเป็นทางตรง ทางขรุขระจะถูกทำให้ราบเรียบ แล้วมนุษย์ทุกคนจะเห็นความรอดพ้นจากพระเจ้า”

ข้อคิด

ก่อนนักบุญยอห์นผู้ทำพิธีล้างจะปฏิบัติพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย ท่านได้ยินเสียงเรียกและพระดำรัสของพระเจ้าในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเป็นสถานที่เงียบสงบและปราศจากความวุ่นวาย บางครั้งชีวิตของเราจำเป็นต้องอยู่ในสถานที่แบบนี้บ้างเพื่อจะได้ยินเสียงของพระเจ้าที่กำลังตรัสกับเรา ตราบใดที่จิตใจของเราไม่มีเวลาสงบนิ่งอย่างน้อยสักครู่หนึ่ง เราจะไม่มีวันได้ยินเสียงของพระเจ้าและเข้าใจสิ่งที่พระองค์ทรงต้องการให้เราทำ ระหว่างเตรียมรับเสด็จพระบุตรของพระองค์ เหมือนที่นักบุญเปาโลบอกเราในบทอ่านที่สอง ให้เราใช้สามสัปดาห์ที่เหลืออยู่ทำตนให้ “เป็นผู้บริสุทธิ์ปราศจากคำตำหนิจนถึงวันของพระคริสตเจ้า” (ฟป 1:10)

 

 

ฉันได้ยินเสียงร้องจากที่เงียบสงัดของจิตวิญญาณ

….จงเตรียมทางของพระเจ้า

ทางสายนั้นที่รกรุงรังด้วยความอยากมากมาย

ฉันอยากถางให้เตียน ด้วยความมั่นคงปลอดภัยของพระเจ้า

ทางสายนั้นที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ…น้อยใจในชะตาชีวิตของตนเอง

มองคนต่ำต้อยและด้อยค่า

ฉันอยากถมให้เต็ม ด้วยความรักของพระองค์

ทางสายนั้นที่เป็นเนินเขาสูง….ทรนงในความยิ่งใหญ่ของตนเอง

เหยียดหยามเขาเหล่านั้นที่อยู่รอบข้าง

ฉันอยากปรับให้ราบ ด้วยความเรียบง่ายของพระเจ้า

ทางสายนั้นที่คดเคี้ยว…หลอกล่อไม่มีจบสิ้น

ไม่ซื่อสัตย์ ไม่จริงใจ

ฉันอยากตัดให้ตรง ด้วยความสัตย์จริงของพระเจ้า

ทางสายนั้นที่ขรุขระ…ไม่อำนวยความสะดวก

ไม่ร่วมมือสนับสนุน….ก่อน้ำตาในผู้คน

ฉันอยากปรับให้เรียบ ด้วยความเอื้ออาทรของพระเจ้า

บนทางสายใหม่นี้ มนุษยชาติจะได้เห็นความรอดของพระเจ้า

 

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2021   สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

            นักบุญเปาโล ได้เขียนจดหมายเตือนใจเราทุกคน  “พี่น้อง องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดให้ความรักที่เรามีต่อกันและต่อทุกคนเพิ่มพูนขึ้น อย่างล้นเหลือดังทึ่เรารักท่าน ขอพระองค์โปรดให้ดวงใจของท่านมั่นคง และอยู่ในความศักดิ์สิทธิ์เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าพระบิดาของเรา เมื่อพระเยซู-องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราเสด็จมาพร้อมกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์”     “พี่น้องทั้งหลาย ในที่สุด เราวอนขอ และเตือนสติในพระเยซู-องค์พระผู้เป็นเจ้า ท่านเรียนรู้จากเราว่า เราจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไร เพื่อเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ท่านก็ดำเนินชีวิตเช่นนั้นอยู่แล้ว….แต่ขอให้ท่านมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น ท่านทั้งหลายก็รู้อยู่แล้วถึงคำสั่งสอนที่เราให้ท่าน เดชะพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า  พี่น้องที่เคารพรัก และแล้วปฏิทิน วงรอบปีพิธีกรรมของปีเก่าก็จบลงด้วยการที่เราเฉลิมฉลองพระเยซูเจ้า กษัตริย์แห่งสากลจักรวาล เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาในวันนี้ เราเริ่มต้น วงรอบปีพิธีกรรม-ปีใหม่ ด้วยเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งจะเป็นโอกาสให้เราเตรียมคริสตมาส 4 สัปดาห์ เราตั้งเทียน 4 เล่มหน้าพระแท่นบูชา และจะค่อยๆ จุดที่ละเล่ม เพื่อเตือนใจเราทีละสัปดาห์ ในการปัดกวาด-เช็ดถู ทำความสะอาด เตรียมที่ประทับไว้รอรับการเสด็จมาขององค์พระกุมารเยซู พระองค์กำลังเสด็จมาเพื่อประทับอยู่กับเรา ประทับในวิญญาณของเรา ไม่มีของขวัญหรือความสุขใดจะเทียบได้ เท่ากับการที่ได้พระองค์เป็นของขวัญ และเสด็จมาประทับอยู่กับเรา นักบุญเปาโลจึงบอกเราว่า ขอให้เรามีความก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไปอีก เราเชื่อ-ศรัทธา ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์อยู่แล้ว ต้องเพิ่มพูนและก้าวหน้าขึ้นไปอีก พระองค์ให้ยมฑูตมาเตือนเราแล้ว บัดนี้ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ให้เราพร้อมจะเริ่มต้นเตรียมต้อนรับพระองค์กันเถอะครับ

 

ประกาศแต่งงาน

 เทเรซา ดาริสา ตระกูลเง็ก       บุตรี นายเปาโล สุรชัย – เทเรซา ดารณี ตระกูลเง็ก   รับศีลล้างบาปที่วัดรังสิตของเรา  ปรารถนาจะแต่งงานกับ

นาย อติ ยิ้มสิงห์         บุตร นายสิทธา – นางสุนทรี ยิ้มสิงห์    เป็นคนพื้นเพจังหวัดปทุมธานี                                                             ในวันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม ศกนี้ เวลา 14.30 น.

***หากผู้ใดทราบว่า มีข้อขัดขวางที่จะทำให้ทั้งสองไม่อาจแต่งงานกันได้  ต้องแจ้งให้พระสงฆ์เจ้าอาวาสทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดด้วยเช่นกัน***

***      วัดรังสิตของเราเปิดให้พวกเรากลับมาสรรเสริญ-นมัสการ-โมทนาขอบพระคุณพระเจ้าเหมือนเดิมแล้วนะครับ เชิญบอกกันต่อๆไป และกลับมาถวายเกียรติพระเจ้าโดย      พร้อมเพรียงกัน

 

 คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล                                  

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2021     สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า   สัปดาห์แห่งความรัก ( LOVE )

            คนคนหนึ่งร้องตะโกนในถิ่นทุรกันดารว่า……   จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงทำทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด หุบเขาทุกแห่งจะถูกถมให้เต็ม ภูเขาและเนินทุกแห่งจะถูกปรับให้ต่ำลง ทางคดเคี้ยวจะกลายเป็นทางตรง ทางขรุขระจะถูกทำให้ราบเรียบ แล้วมนุษย์ทุกคนจะเห็นความรอดพ้นจากพระเจ้า

พี่น้องที่เคารพรัก เราผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว เป็นช่วงเวลาที่พระศาสนจักรเชิญชวนให้เราเจริญชีวิตในความหวัง (HOPE) เจริญชีวิตด้วยความ หวัง และไม่ใช่ความหวังแบบลมลมแล้งแล้ง แต่เป็นความหวังที่จะเป็นจริงอย่างแน่นอน เป็นความหวังในองค์พระเจ้าเที่ยงแท้ ในพระธรรมเก่า ประชากรเลือกสรรของพระองค์ต้องใช้เวลาถึง 2,000 ปี ความหวังที่จะมีและได้รับพระผู้ไถ่จึงสำเร็จเป็นจริง พวกเขาต้องอดทนในความทุกข์ยากลำบากอีก 200 ปีด้วยความหวัง จึงได้รับการช่วยให้พ้นจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์ พวกเขายังต้องรอนแรมแห้งแล้งอดอยากอีกถึง 10 ปีในทะเลทราย ก่อนที่จะได้เข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจีและน้ำผึ้ง ส่วนพวกเรา พระองค์ให้เราเจริญชีวิตรอพระผู้ไถ่ – เตรียมชีวิต – เตรียมหนทาง –เตรียมที่ประทับของพระองค์เพียง 4 สัปดาห์ พระองค์คือความหวังของเรา เราจะสมหวัง เมื่อเราเจริญชีวิตในความรัก เมื่อใดที่เรารักพระองค์และรักเพื่อนพี่น้อง เราจะมีแต่ความชื่นชมยินดี เมื่อใดที่เราไม่มีรัก เราจะมีความสุขได้อย่างใด ตลอดสัปดาห์นี้ พระองค์จึงเชิญชวนพวกเรา ให้เจริญชีวิตในความรัก กิจการใดที่แสดงออกได้ว่า เรารักพระเจ้า เช่น การสวดภาวนา การมาวัด กิจศรัทธาต่างๆ กิจเมตตาแห่งความรักที่เราแสดงออกหรือปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ เช่น การให้ทาน การให้ความช่วยเหลือ ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น การไม่ใส่ความนินทา ไม่โกหกหรือพูดเท็จ เจริญชีวิตประกอบแต่ความดี – ละเว้นความชั่ว เราจะพบแต่ความสุขใจ – ร่าเริงยินดี  เชิญชวนทุกคนตลอดสัปดาห์นี้ ให้เราเจริญชีวิตทุกๆ วันด้วยความรักอย่างแท้จริง

****    เราเริ่มเดือนธันวาคม เริ่มชีวิตในบรรยากาศแห่งความรักและความสุข  สดชื่น เชิญชวนพี่น้องเจริญชีวิตในความรักพระเจ้า และแสดงความรัก     เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ แล้วเราจะพบความชื่นชมยินดี สัปดาห์หน้าจะเป็นสัปดาห์แห่งความชื่นชมยินดี!!!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151359 วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

Thursday, December 2nd, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 21 : 25-28. 34-36

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า  “จะมีเครื่องหมายในดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวต่างๆ ชนชาติต่างๆ บนแผ่นดินจะทนทุกข์ทรมาน ฉงนสนเท่ห์ต่อเสียงกึกก้องของทะเลที่ปั่นป่วน มนุษย์จะสลบไปเพราะความกลัว และหวั่นใจถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในโลก เพราะสิ่งต่างๆ ในท้องฟ้าจะสั่นสะเทือน หลังจากนั้นประชาชนทั้งหลายจะเห็น บุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ เมื่อเหตุการณ์ทั้งปวงนี้เริ่มเกิดขึ้น ท่านทั้งหลายจงยืนตรง เงยหน้าขึ้นเถิด เพราะในไม่ช้าท่านจะได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระแล้ว”      “จงระวังให้ดี อย่าปล่อยใจของท่านให้หมกมุ่นอยู่ในความสนุกสนานรื่นเริง ความเมามายและความกังวลถึงชีวิตนี้ มิฉะนั้น วันนั้นจะมาถึงท่านอย่างฉับพลันเหมือนบ่วงแร้ว เพราะวันนั้นจะลงมาเหนือทุกคนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดิน ท่านทั้งหลายจงตื่นเฝ้าอธิษฐานภาวนาอยู่ตลอดเวลาเถิด เพื่อท่านจะมีกำลังหนีพ้นเหตุการณ์ทั้งปวงที่จะเกิดขึ้นนี้ไปอยู่เฉพาะพระพักตร์บุตรแห่งมนุษย์ได้”                  

ข้อคิด

วงจรชีวิตของคริสตชนเริ่มต้นอีกหนึ่งปีพิธีกรรม เป็นช่วงเวลาเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าประจำปี พระวาจาทรงชีวิตไม่เคยเปลี่ยนความหมาย แต่คงจะนำทางชีวิตเพื่อตื่นเฝ้ารับเสด็จพระคริสตเจ้าด้วยคำเตือนสอนทั้งของพระเยซูเจ้า และนักบุญเปาโลเป็นพิเศษ อย่าลืมว่า การเตือนสอนกันเป็นการสื่อถึงความรักและห่วงใย ความเปลี่ยนแปลงจากสิ่งไม่ดีสู่สิ่งที่ดี ถือเป็นพระพรที่พระองค์ทรงจัดให้ ให้เราใช้เวลา 4 สัปดาห์นี้ให้ดีที่สุด เตรียมจิตใจให้พร้อมเช่นพระแม่มารีย์และนักบุญโยเซฟ

 

เช่นเดียวกับประกาศกองค์อื่นๆ ที่ปรากฏตัวมาก่อน

พระเยซูทรงวาดภาพวันแห่งอนาคตที่น่าสะพึงกลัว ในบทเทศน์สุดท้าย

มิใช่เพื่อก่อให้เกิดการตกตะลึงจนหยุดนิ่ง

แต่เพื่อให้เกิดทิศทางและพลังที่จะก้าวเดินอย่างเข้มแข็ง

…ท่านทั้งหลาย จงยืนตรง และเงยหน้าขึ้น

พระองค์ทรงกล่าวถึง…วันสุดท้าย…เพื่อก่อให้เกิด…วันนี้…ที่ชัดเจน

…จงตื่นเฝ้าตลอดเวลาเถิด

มนุษยชาติพึงตื่นเฝ้ามองดูปัจจุบัน เพื่อก้าวเดินสู่อนาคต

แท้จริงเล้ว…อนาคตมีจุดเริ่มต้นในปัจจุบัน

วันนี้พระองค์ทรงร้องประกาศสองสิ่งที่ดูเหมือนยากที่จะอยู่ด้วยกัน

…การมองดูโลกปัจจุบันที่รุนแรงและสับสน

และในขณะเดียวกัน ก็เก็บรักษาความหวังแห่งอนาคตไว้อย่างเหนียวแน่น

ทั้งคู่ดูยากที่จะอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน

เพราะความทุกข์ทรมานดูเด่นจนปิดบังดวงตะวันแห่งความหวัง

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่พระเยซูจะใช้ชีวิตทั้งหมดของพระองค์

…ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งกลับคืนชีพ เพื่อยืนยันข้อประกาศประการนี้

เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

จึงนำพาชาววัดให้ก้าวเดินมองหาสัมผัสรักของพระเจ้าในกาลเวลาที่ผ่านมา

พวกเขาหวนคืนสู่ความทรงจำในอดีตที่เต็มด้วยรอยสัมผัสของพระองค์

พวกเขาเพ่งมองไปยังชีวิตแห่งความรักของพระองค์…พระเยซู

ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปฐมกาล

และดำเนินไปในกาลเวลา โดยมีผ้าพันกาย นอนอยู่ในรางหญ้า

เมื่อดวงตาปักแน่นอยู่ที่ความรักยิ่งใหญ่ของพระองค์

ความหวังจะคงอยู่และเติบโตเข้มแข็ง

แม้ในท่ามกลางความเจ็บปวดและสับสน

 

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน 2021

 สมโภชพระเยซูเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักรวาล  

ปีลาตถามพระเยซูเจ้าว่า…..   “ท่านเป็นกษัตริย์ใช่ไหม ?!?     พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า…..  “ท่านพูดว่าเราเป็นกษัตริย์นั้นก็ถูกต้องแล้ว เราเกิดมาเพื่อเป็นกษัตริย์ เรามาในโลกนี้เพื่อเป็นพยานถึงความจริง ผู้ใดอยู่ฝ่ายความจริงก็ฟังเรา”                                           พี่น้องที่รักยิ่ง วันนี้พระศาสนจักรคาทอลิกของเรา เชิญชวนเราทุกคนให้ทำการสมโภชพระเยซูเจ้า เป็นกษัตริย์แห่งสากลจักรวาล พระองค์พระเยซูเจ้าได้โต้ตอบและยืนยันว่า พระองค์เป็นกษัตริย์  พระองค์เกิดมาเพื่อเป็นกษัตริย์ เป็นกษัตริย์ของผู้ที่อยู่ฝ่ายความจริง พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้าที่ได้เสด็จมาในโลกนี้  เพื่อประกาศยืนยันถึงพระเจ้า องค์แห่งความจริงเที่ยงแท้ พระองค์เสด็จมาประกาศถึงอาณาจักรของพระเจ้า และพระองค์ก็เน้นย้ำว่า อาณาจักรของพระองค์มิใช่ในโลกนี้  ในโลกนี้พระองค์ดูเหมือนพ่ายแพ้  พระองค์ถูกจับ  ถูกทรมาน  และถูกประหาร พระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กาง เขนเยี่ยงโจรผู้ร้าย แต่สิ่งสำคัญยิ่ง คือ พระองค์ชนะความตาย พระองค์เสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ ประกาศถึงชีวิตในพระเจ้าเที่ยงแท้ที่ดำรงอยู่ถาวร และในความตายของพระองค์ พระองค์ไถ่บาปของเราทุกคน และทำให้เรากลับคืนสู่ความเป็นบุตรของพระองค์เสียใหม่ ผู้ใดเชื่อและเจริญชีวิตในพระองค์ – ในความจริง ก็จะมีชีวิตนิรันดรในอาณาจักรของพระองค์เช่นกัน                                                                                              ฉะนั้น พี่น้องที่รัก เราจำเป็นจะต้องผ่านหนทางในโลกนี้ ซึ่งไม่ใช่อาณาจักรที่เที่ยงแท้ถาวร เราอาจจะต้องผจญกับความทุกข์ยากลำบากต่างๆ มากมาย  เหมือนกับที่พระองค์ได้เผชิญมาแล้ว    แต่สำหรับผู้ที่เชื่อและเจริญชีวิตโดยมีพระองค์เป็นจุดหมาย เจริญชีวิตในความเป็นจริงที่พระองค์สอน ผู้นั้นก็จะพบความรอดนิรันดร                ขอพระเจ้า ประทานความเชื่อและพลกำลังแก่เราทุกคน-ทุกวันเวลา เพื่อให้เราเดินในหนทางแห่งความจริงนี้ จนบรรลุถึงจุดหมายนิรันดรนั้นด้วยเทอญ

***        หลังจากวันสมโภชนี้   พวกเราก็จะเข้าสู่ ช่วงเวลาของการเตรียมตัวรับเสด็จ  พระกุมารเยซูเจ้า เราจะมีเวลาเตรียมตัวสี่สัปดาห์ เตรียมหนทาง ปัดกวาด-   เช็ดถู ชีวิตวิญญาณของเราให้สะอาด เรียบร้อย สวยงาม เพื่อรอรับเสด็จ       พระองค์เข้ามาประทับอยู่กับเราในวันคริสตมาส ที่เราจะเตรียมรับเสด็จพระองค์          ด้วยความยินดี   สิ่งที่แสดงออกว่าเรากำลังจะจัดเตรียมต้อนรับพระองค์ คือ  การจัดบรรยากาศ จัดทำถ้ำ ตกแต่งต้นคริสตมาส เตรียมของขวัญ ของขวัญที่จะมอบให้พระองค์และกับทุกคนที่เรารัก  อันหมายถึง หัวใจแห่งรัก  รักพระและรัก-เมตตาต่อทุกๆคน  ที่ใดมีรักแท้ ที่นั้นก็มีความสุขแท้ แล้วเราจะได้ฉลองคริสตมาส-ฉลองปีใหม่และฉลองวัดพระชนนีของพวกเราด้วยความยินดี.

                                                               

 

 

 คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล                                                                                 

 

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2021   

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

            นักบุญเปาโล ได้เขียนจดหมายเตือนใจเราทุกคน     “พี่น้อง องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดให้ความรักที่เรามีต่อกันและต่อทุกคนเพิ่มพูนขึ้น อย่างล้นเหลือดังทึ่เรารักท่าน ขอพระองค์โปรดให้ดวงใจของท่านมั่นคง และอยู่ในความศักดิ์สิทธิ์เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าพระบิดาของเรา เมื่อพระเยซู-องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราเสด็จมาพร้อมกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์”      “พี่น้องทั้งหลาย ในที่สุด เราวอนขอ และเตือนสติในพระเยซู-องค์พระผู้เป็นเจ้า ท่านเรียนรู้จากเราว่า เราจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไร เพื่อเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ท่านก็ดำเนินชีวิตเช่นนั้นอยู่แล้ว….แต่ขอให้ท่านมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น ท่านทั้งหลายก็รู้อยู่แล้วถึงคำสั่งสอนที่เราให้ท่าน เดชะพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า    พี่น้องที่เคารพรัก และแล้วปฏิทิน วงรอบปีพิธีกรรมของปีเก่าก็จบลงด้วยการที่เราเฉลิมฉลองพระเยซูเจ้า กษัตริย์แห่งสากลจักรวาล เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาในวันนี้ เราเริ่มต้น วงรอบปีพิธีกรรม-ปีใหม่ ด้วยเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งจะเป็นโอกาสให้เราเตรียมคริสตมาส 4 สัปดาห์ เราตั้งเทียน 4 เล่มหน้าพระแท่นบูชา และจะค่อยๆ จุดที่ละเล่ม เพื่อเตือนใจเราทีละสัปดาห์ ในการปัดกวาด-เช็ดถู ทำความสะอาด เตรียมที่ประทับไว้รอรับการเสด็จมาขององค์พระกุมารเยซู พระองค์กำลังเสด็จมาเพื่อประทับอยู่กับเรา ประทับในวิญญาณของเรา ไม่มีของขวัญหรือความสุขใดจะเทียบได้ เท่ากับการที่ได้พระองค์เป็นของขวัญ และเสด็จมาประทับอยู่กับเรา นักบุญเปาโลจึงบอกเราว่า ขอให้เรามีความก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไปอีก เราเชื่อ-ศรัทธา ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์อยู่แล้ว ต้องเพิ่มพูนและก้าวหน้าขึ้นไปอีก พระองค์ให้ยมฑูตมาเตือนเราแล้ว บัดนี้ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ให้เราพร้อมจะเริ่มต้นเตรียมต้อนรับพระองค์กันเถอะครับ

 

ประกาศแต่งงาน

เทเรซา ดาริสา ตระกูลเง็ก บุตรี นายเปาโล สุรชัย – เทเรซา ดารณี ตระกูลเง็ก

รับศีลล้างบาปที่วัดรังสิตของเรา

ปรารถนาจะแต่งงานกับ

นาย อติ ยิ้มสิงห์   บุตร นายสิทธา – นางสุนทรี ยิ้มสิงห์   เป็นคนพื้นเพจังหวัดปทุมธานี

 

นวันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม ศกนี้ เวลา 14.30 น.    ***หากผู้ใดทราบว่า มีข้อขัดขวางที่จะทำให้ทั้งสองไม่อาจแต่งงานกันได้  ต้องแจ้งให้พระสงฆ์เจ้าอาวาสทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดด้วยเช่นกัน***

***      วัดรังสิตของเราเปิดให้พวกเรากลับมาสรรเสริญ-นมัสการ-โมทนาขอบพระคุณพระ      เจ้าเหมือนเดิมแล้วนะครับ เชิญบอกกันต่อๆไป และกลับมาถวายเกียรติพระเจ้าโดยพร้อมเพรียงกัน

 

              คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

                                                                   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151357 วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

Thursday, December 2nd, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 13 : 24-32

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า  “ในวันเหล่านั้นเมื่อทุกขเวทนาผ่านไปแล้ว ดวงอาทิตย์จะมืดไป ดวงจันทร์จะไม่ทอแสง ดวงดาวจะตกจากท้องฟ้า และอานุภาพบนท้องฟ้าจะสั่นสะเทือน เมื่อนั้น  ประชาชนทั้งหลายจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ เมื่อนั้น พระองค์จะทรงใช้ทูตสวรรค์ไปรวบรวมผู้ที่ทรงเลือกสรรจากทั้งสี่ทิศ จากปลายแผ่นดินจนสุดขอบฟ้า”    “จงเรียนคำอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อเทศเถิด เมื่อมันแตกกิ่งอ่อนและผลิใบ ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว ท่านก็เช่นเดียวกัน เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ก็จงรู้เถิดว่าพระองค์ทรงอยู่ใกล้แล้ว อยู่ที่ประตูแล้ว เราบอกความจริงแก่ท่านว่า คนในชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงพ้นไปก่อนที่เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้น ฟ้าดินจะสูญสิ้นไป แต่วาจาของเราจะไม่สูญสิ้นไปเลย”

ข้อคิด

เรากำลังจะถึงสิ้นปีของปฏิทินพระศาสนจักร บทอ่านวันนี้จึงเตือนให้เราคิดถึงวันสุดท้ายของโลก พระวรสารวันนี้พูดถึงการทำลายกรุงเยรูซาเล็มและการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสตเจ้า สำหรับคริสตชนวันสิ้นโลก เราไม่ได้มองว่าเป็นการทำลายล้างโลกและจักรวาล แต่เรามองไปที่การเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสตเจ้า ไม่ใช่เป็นวันที่เราต้องหวาดกลัว แต่เป็นวันแห่งความหวัง เพราะมันนำเรามาซึ่งความสมบูรณ์ของประวัติศาสตร์และอาณาจักรของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์ เราไม่รู้ว่าวันสิ้นโลกจะมาถึงเมื่อไหร่ เราต้องรอด้วยความอดทนและอย่างมีความหมาย นั่นคือในระหว่างรอ ให้เราทำแต่กิจการที่ดีงามและรับใช้เพื่อนพี่น้องของเรา

 

ภาพชีวิตเมื่อกาลเวลาจบสิ้น ดูน่าสะพรึงกลัว

….พระเยซูเจ้าเสด็จมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม น่าเกรงขาม

…ประทับนั่งบนบัลลังก์สูง อ่านรายการความดีความชั่วของมนุษยชาติ

…พินิจพิเคราะห์ในความเงียบอยู่ครู่ใหญ่ เพื่อความตื่นเต้นเร้าใจ

และ…เงยพระพักตร์…ผงกศีรษะต้อนรับผู้ชอบธรรมที่สอบผ่าน

ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแห่งความสุขยินดี

อีกบางช่วงตอน…ส่ายศีรษะขับไล่คนบาปสอบตกออกไปพ้นพระพักตร์

ในความมืดหมดหวัง

เป็นไปได้หรือ ที่พระเยซูจะเปลี่ยนไป

พระผู้เคยต้อนรับเด็กเล็กๆ ด้วยอ้อมแขนที่อบอุ่น

…พระผู้เคยกินอยู่กับคนบาป

…พระผู้เคยเล่าเรื่อง บิดาผู้ใจดี

เป็นไปได้หรือ ที่พระผู้นี้ จะร้องขับไล่คนบาปออกจากพระพักตร์

ความคลาดเคลื่อนทางความเข้าใจในรูปแบบวรรณกรรมปาเลสไตน์

ยุคต้นคริสตกาล

ได้วาดภาพพระผู้เคร่งขรึม ใส่ไว้ในความนึกคิดของคริสตชนมาช้านาน

แต่อนิจจา! … เป็นภาพนี้ที่ทำร้ายหัวใจอบอุ่นนุ่มนวลของพระเยซู

…ไม่แพ้รอยจูบของยูดาส

ภาษาดวงดาวที่ร่วงหล่น และดวงจันทร์ที่อับแสง

ถูกใช้เพียงเพื่อประกาศความสำคัญของเรื่องราว

และมิใช่เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์

การตีความนอกกรอบวรรณกรรม จึงเป็นความผิดพลาด

และนำสู่การทรยศ

ชีวิตเมื่อกาลเวลาจบสิ้น

เป็นเพียงอีกก้าวหนึ่งที่ต่อเนื่องของชีวิตในกาลเวลา

ถ้า…เขาเลือกที่จะอยู่ห่างไกลพระองค์ในกาลเวลา

เขาจะอยู่ ณ จุดเดิมที่เขาได้เลือก…ห่างไกลจากพระองค์

เมื่อกาลเวลาจบสิ้น

แต่…แม้กระทั่งวันนั้น

พระเนตรที่ห่วงหาอาทรของพระองค์ยังคงมั่นคง ไม่แปรเปลี่ยน

ยังคงตรัสกับเขาด้วยเสียงที่อบอุ่นจริงใจว่า

เรารักท่าน…และจะรักท่านตลอดนิรันดร

และแม้ในวาระสุดท้าย

…เมื่ออิสรภาพยังคงอนุญาตให้เขาเมินเสียงแห่งความรัก

พระเจ้ายังคงไม่เคยเลิกรักมนุษยชาติ

พระองค์ผู้นี้ไม่เคยเลิกรักยูดาส แม้เขาจะตัดสินใจ

…ประทับรอยจูบทรยศ บนพระพักตร์พระองค์

 

 

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2021

สมโภชนักบุญทั้งหลาย

อาแมน คำถวายพระพร พระสิริรุ่งโรจน์ พระปรีชาญาณ คำขอบพระคุณพระเกียรติยศ พระอาณุภาพ และ พระพลานุภาพ เป็นของพระเจ้าของเราตลอดนิรันดร อาแมน”    ผู้อาวุโสคนหนึ่งถามข้าพเจ้าว่า….คนที่สวมเสื้อขาวเหล่านี้เป็นใคร และ มาจากไหน?”     ข้าพเจ้าตอบว่า….    “นายขอรับ ท่านก็รู้อยู่แล้ว…คนเหล่านี้ คือผู้ที่มาจากการเบียด เบียน เขาซักเสื้อของเขาจนขาวสะอาดในพระโลหิตขององค์พระเยซูเจ้า”

            พี่น้องที่เคารพรัก พระศาสนจักรคาทอลิกกำหนดให้เราทุกคนร่วมยินดีกับบรรดานักบุญบนสวรรค์ทุกคนในวันที่ 1 พฤศจิกายน ของทุกปี  พวกชาวสวรรค์เหล่านั้นก็เคยเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา และเคยอยู่กับเราในโลกนี้ พวกเขาได้ใช้ชีวิตของพวกเขาพิสูจน์ว่า เขาเป็นบุตรของพระเจ้า–เขารักพระเจ้ามากกว่าสิ่งใดๆ และที่สุด เมื่อเขาต้องจากโลกนี้ไป พวกเขาจึงได้รับเชิญให้อยู่กับพระองค์ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์  และทุกวันที่ 2 พฤศจิกายน  พระศาสนจักรยังเชิญชวนให้พวกเราระลึกถึงวิญญาณที่กำลังทนทุกข์อยู่ในไฟชำระ พวกเขาเหล่านั้นได้จบชีวิตในโลกนี้ แต่ขณะนี้ พวกเขาต้องไปอยู่ในสถานะหนึ่งเพื่อรับการชำระให้สะอาดบริสุทธิ์เพียงพอ ที่จะไปรับเกียรติในเมืองสวรรค์   ขณะนี้พวกเขาช่วยตัวเองไม่ได้เลย  จะทำความดีไถ่โทษก็ทำไม่ได้  หมดเวลาของเขาแล้ว จะทำชั่วอีกก็ไม่ได้  พวกเขาเฝ้ารอ…รอ…พระเมตตาของพระเจ้า รอความช่วยเหลือ–บุญกุศล–คำภาวนา–มิสซา จากพวกเรา  พวกเขารอดแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์  รอจนถูกชำระและใช้โทษในความผิดให้หมดไป  เพื่อจะเข้าไปเชยชมพระพักตร์ของพระเจ้า และเสวยสุขกับบรรดาชาวสวรรค์    พี่น้องครับ   พวกเราที่ยังเจริญชีวิตอยู่ในโลกนี้    จึงมีหน้าที่ที่จะดำเนินชีวิตให้ศักดิ์สิทธิ์และดีพอที่จะได้ไปสวรรค  ทำอย่างไรหรือ ?!?   พระเยซูเจ้าบอกกับเราในวันนี้ ถือบัญญัติของพระองค์ รักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจ และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเอง นั่นคือปฏิบัติตามมหาบุญลาภ 8 ประการ มีใจยากจน มีใจอ่อนโยน ใจเมตตา ใจบริสุทธิ์ รักสันติ รักความชอบธรรม แม้เป็นทุกข์โศกเศร้า หรือ ถูกเบียดเบียน จงน้อมรับเถิด บำเหน็จรางวัลของเราคือสวรรค์

            ข้าแต่ชาวสวรรค์ทั้งหลาย โปรดวิงวอนพระเจ้าเพื่อเราเทอญ

****       ตามที่ได้ประกาศไปทางไลน์ของวัดแล้ว และตามที่ได้สอบถามไปยัง   เจ้าหน้าที่ของจังหวัดปทุมธานีแล้ว เราเปิดวัดให้มีพิธีกรรมตามปกติได้แล้ว           เพียงแต่จำกัดจำนวนคนในแต่ละรอบ 200 คน และต้องสวมหน้ากาก   อนามัย วัดไข้ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง สแกนไทยชนะ  ช่วยกันดูแล           ตัวเอง  รักษา   สุขภาพให้แข็งแรง   และป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด       อย่างเต็มที่ ช่วย           บอกกันต่อๆ ไปด้วยนะครับ  จะมีถ่ายทอดออนไลน์ต่อไป    ทุกวันอาทิตย์ เวลา   09.00 น. สำหรับผู้ที่ไม่อาจมาร่วมด้วยตนเองได้ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงครับ ขอบพระคุณครับ.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

             

  วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2021 

สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า……   “ในวันนั้น เมื่อทุกขเวทนาผ่านไปแล้ว พระอาทิตย์จะมืดไป ดวงจันทร์จะไม่ทอแสง ดวงดาวจะตกจากฟากฟ้า และอานุภาพบนท้องฟ้าจะสั่นสะเทือน เมื่อนั้นประชาชนทั้งหลายจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ เมื่อนั้น พระองค์จะทรงใช้ทูตสวรรค์ไปรวบรวมผู้ที่ทรงเลือกสรรจากทั้งสี่ทิศ จากปลายแผ่นดินจนสุดขอบฟ้า…..”

พี่น้องที่เคารพรัก วันนี้เราเข้าสู่สัปดาห์ที่ 33 อันเป็นสัปดาห์สุดท้ายของเทศกาลธรรมดา และหลังจากนี้ พระศาสนจักรจะให้เฉลิมฉลองพระเยซูเจ้า ผู้ทรงเป็นกษัตริย์แห่งสากลจักรวาล แล้วจากนั้น พระศาสนจักรก็จะเริ่มปฏิทินปีใหม่ ด้วยเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า วันนี้ในภาคบทอ่าน จึงได้ยกเอา พระคัมภีร์ตอนที่กล่าวถึง วันสิ้นโลก มาเตือนใจพวกเราทั้งจากบทอ่าน  จากหนังสือประกาศกดาเนียลและบทจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวฮีบรู…

“วันเวลาแห่งความทุกข์ยากจะผ่านไป ทุกสิ่งจะจบสิ้นลง …ทุกคนที่มีชื่อเขียนไว้ในหนังสือ…ทุกคนที่อยู่ในความเชื่อ…ทุกคนที่เจริญชีวิตในพระเจ้า….เขาเหล่านั้นจะได้รับความรอดพ้น

พี่น้องครับ เราจะเป็นหนึ่งในบรรดาของผู้ได้รับความรอดพ้นหรือไม่? ก็ขึ้นอยู่กับการดำเนินชีวิตของเราเอง เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ในดลก เราจะไม่สามารถแก้ตัวอะไรหรืออย่างไรได้เลย จะติดสินบนใครก็ไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างจะปรากฏชัดแจ้งเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า แล้วทุกคนจะได้รับการตัดสิน เพื่อรับรางวัลหรือรับโทษทัณฑ์ แต่เรื่องวันและเวลานั้น ไม่มีใครรู้เลย แม้แต่บรรดาทูตสวรรค์ นอกจากพระบิดาเพียงพระองค์เดียว                                       

****    เราเริ่มเปิดวัด ให้พี่น้องกลับมาวัด สรรเสริญ-โมทนาขอบพระคุณพระเจ้าด้วยตัวของเราเอง แทนการร่วม on line อยู่ที่บ้าน     แต่ทุกคนต้องช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการของการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิดอย่างเคร่งครัด ประมาทไม่ได้เลย ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง ไม่ชุมนุม เฮฮาปาร์ตี้ หรือ มั่ว  สุม หรือไปในสถานที่เสี่ยง ต้องช่วยๆ กันอีกสักระยะหนึ่งนะครับ    แล้วเราจะฉลองคริสตมาส ปีใหม่และฉลองวัดของเราอย่างสบาย   อกสบายใจ ถ้าเราประมาทและไม่ช่วยกันระมัดระวัง เราจะพลาด โอกาสนี้อย่างแน่นอน                                                 

   ****         ทางวัดกำลังเร่งปรับปรุงหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อบริการพี่น้องทุก ท่าน ขอขอบพระคุณในน้ำใจดีของพี่น้องทุกๆ ท่านเสมอ ขอพระ          เจ้าตอบแทนน้ำใจดีของพี่น้องเสมอไปและอำนวยพระพรเทอญ.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

                                                                                                                                                                       

 

 

 

 

 

                                                                   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151356 วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 32 สมโภชนักบุญทั้งหลาย

Thursday, December 2nd, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 5 : 1-12ก

เวลานั้น พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเห็นประชาชนจำนวนมาก จึงเสด็จขึ้นบนภูเขา เมื่อประทับแล้ว บรรดาศิษย์เข้ามาห้อมล้อมพระองค์ พระองค์ทรงเริ่มตรัสสอนว่า  “ผู้มีใจยากจน ย่อมเป็นสุข เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา ผู้เป็นทุกข์โศกเศร้าย่อมเป็นสุขเพราะเขาจะได้รับการปลอบโยนผู้มีใจอ่อนโยน ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับแผ่นดินเป็นมรดก    ผู้หิวกระหายความชอบธรรม ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะอิ่ม       ผู้มีใจเมตตา ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับพระเมตตา   ผู้มีใจบริสุทธิ์ ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้เห็นพระเจ้า     ผู้สร้างสันติ ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า     ผู้ถูกเบียดเบียนข่มเหงเพราะความชอบธรรม ย่อมเป็นสุข เพราะ อาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา      ท่านทั้งหลายย่อมเป็นสุข เมื่อถูกดูหมิ่น ข่มเหงและใส่ร้ายต่างๆ นานาเพราะเรา จงชื่นชมยินดีเถิด เพราะบำเหน็จรางวัลของท่านในสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่นัก”

ข้อคิด

วันนี้ เราไม่ได้มุ่งไปที่บรรดานักบุญที่พระศาสนจักรแต่งตั้ง แต่มุ่งไปที่บรรดานักบุญองค์น้อยๆ ที่ไม่ได้รับการประกาศแต่งตั้ง แต่ท่านเหล่านั้นเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ท่านเหล่านั้นอาจเป็นปู่ ย่า ตา ยาย เพื่อนหรือญาติพี่น้องของเราเอง นักบุญคือผู้ที่เป็นพยานถึงความรักของพระเจ้า เราทุกคนมีกระแสเรียกให้เป็นนักบุญ ทุกคนเกิดมาไม่ใช่ “เกิดเป็นนักบุญ” แต่เกิดมา “เพื่อกลายเป็นนักบุญ” บุญลาภ 8 ประการที่นำมาอ่านวันนี้คือสิ่งที่จะทำให้เราเป็นนักบุญถ้าเราปฏิบัติตาม  ขอให้การสมโภชนักบุญทั้งหลาย โดยเฉพาะนักบุญที่ไม่มีใครรู้จัก ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เราเป็นนักบุญให้ได้.

 

เขาผู้ยากจน…ขาดพี่น้อง และพ้องเพื่อน

เขาพึ่งพิงพระเจ้า…พระเจ้าแต่ผู้เดียว

…เขาคนนี้คือผู้ชอบธรรมแห่งพระอาณาจักรพระเจ้า

เขาผู้มีใจสุภาพถ่อมตน…พระเจ้าไม่เคยมองข้าม

…เขาเป็นที่ต้อนรับ ในทุกแห่งบนผืนแผ่นดิน

เขาผู้เป็นทุกข์โศกเศร้า…ร้องไห้ถึงบาปของตน

…เป็นเพื่อนของคนมีทุกข์

…พระเจ้าจะทรงปลอบโยนเขา

เขาผู้หิวกระหายความชอบธรรม และยุติธรรม

…มิได้คุมขังตัวเองในเรื่องปากท้อง

…เขาจะพบความอิ่มสุขของจิตวิญญาณแห่งพระอาณาจักร

เขาผู้มีใจเมตตากรุณา…ไม่ทำร้ายผู้อื่นใด

…เขาจะได้รับความเมตตากรุณากลับคืน

เขาผู้มีใจบริสุทธิ์…สัตย์ซื่อและภักดี

…เขาจะได้ชื่นชมองค์พระเจ้าในทุกสิ่งและทุกคน

เขาผู้สร้างสันติบนผืนแผ่นดิน

…เขาเป็นเสมือนพระเจ้า…พระบิดาของเขา ผู้ทรงนำพาความสุขสันติ

เขาผู้ขมขื่น…ถูกเบียดเบียนข่มเหงเพราะความชอบธรรม

…เขามีที่ในพระอาณาจักรพระเจ้า

เขาผู้นี้มิใช่ใครอื่น….คือเพื่อนพระเยซู

ผู้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตบนผืนนาแห่งประวัติศาสตร์โลก

เขาเคยอยู่ในอดีต…และยังคงอยู่ในปัจจุบัน

ชื่อของเขาไม่เคยปรากฎแก่สายตาปวงชน

แต่…พระเยซูรู้จักเขา…ทรงเรียกเขาด้วยชื่อจริง

เขาคือเพื่อนของพระองค์…เขาอยู่ในหมู่ฉัน…ทุกวันคืน

 

   สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

ธรรมาจารย์คนหนึ่งทูลถามพระเยซูเจ้าว่า…“บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ?”  พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า….

“บทบัญญัติเอกก็คือ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญา และสุดกำลังของท่าน….และบทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่าบท  บัญญัติสองประการนี้”   พี่น้องที่เคารพรัก พ่อมั่นใจว่า พวกเราได้ยิน-ได้ฟัง คำตอบขององค์พระเยซูเจ้าตอนนี้ มาเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้วในช่วงชีวิตของพวกเราทุกคน ตั้งแต่เด็กจนโต หรือทุกครั้งที่เราพูดสนทนากัน และอีกหลายครั้งที่เราคงเคยได้ยินว่า “ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาแห่งความรัก”  ฉะนั้น เรื่องมันอยู่ที่ว่า….เมื่อเราได้ยิน-ได้ฟัง-ได้รับรู้แล้ว มันได้ลงไปสู่ภาคปฏิบัติหรือไม่อย่างไร? มันไม่ได้อยู่ที่ได้ยิน-ได้ฟังหรือเปล่า? หรือได้ยินได้ฟังกี่ครั้ง-กี่หน?   รักพระผู้เป็นเจ้าสุดจิต-สุดใจ-สุดกำลัง คืออย่างไร?  รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง หมายความว่าอย่างไร?    ยิ่งกว่านั้น นักบุญเปาโลได้สอนและเสริมว่า….ผู้ใดกล่าวว่า “รักพระเจ้า แต่ไม่รักเพื่อนมนุษย์ ผู้นั้นเป็นคนโกหก!!!! ด้วยมนุษย์ที่ท่านแลเห็น ท่านยังไม่รัก แล้วพระเป็นเจ้าที่ท่านมองไม่เห็น ท่านจะรักได้อย่างไร?  การแสดงออกที่แสดงว่ารักเพื่อนมนุษย์ สิ่งแรกคือ ปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ เมื่อปรารถนาดีต่อผู้อื่นแล้ว สิ่งที่ตามมาก็จะแสดงออกด้วยการมีน้ำใจ-มีความเมตตา-กรุณา-ช่วยเหลือ ทุกคนรักตัวเอง จะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีความสุข….ทำเช่นนั้นกับผู้อื่น-เพื่อนมนุษย์ด้วย  ยากไหม ยากแน่นอน คงจะทำไม่ได้เต็มร้อย สัก 20-30-40-50 หรือมากกว่านั้น…!!!! พระเยซูเจ้ายังได้ตรัสอีกว่า “ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่กว่าสละชีวิตเพื่อผู้ที่ตนรัก”   ขอพระเจ้าโปรดเผาผลาญดวงใจของเราให้ร้อนรักพระองค์และเพื่อนมนุษย์ด้วยเทอญ.

****     พี่น้องครับ วันนี้เราเปิดวัดเพื่อให้พวกเรามาปิดเดือนแม่พระ ด้วยความเชื่อศรัทธาและวอนขอพระพรจากพระเจ้าผ่านทางพระแม่เจ้า อาทิตย์      หน้า เรา จะมาเฉลิมฉลองสมโภชนักบุญทั้งหลาย –   ร่วมยินดีกับชาว  สวรรค์   และก่อนถึงวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย. ค่ำวันอังคารที่ 2 พ.ย. เวลา 19.00น. เชิญพี่น้องมาสวด      ภาวนา-ร่วมมิสซา เพื่อระลึกถึงดวงวิญญาณของญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ-วิญญาณในไฟชำระ โดยพร้อมเพรียงกันด้วย

****     หลังมิสซาวันนี้ มีประชุมสภาอภิบาลวัดของเรา  เชิญพี่น้องร่วมแสดงความคิดเห็นต่อด้วยครับ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2021

สมโภชนักบุญทั้งหลาย

            “อาแมน คำถวายพระพร พระสิริรุ่งโรจน์ พระปรีชาญาณ คำขอบพระคุณ          พระเกียรติยศ พระอาณุภาพ และ พระพลานุภาพ เป็นของพระเจ้าของเราตลอดนิรันดร อาแมน”  ผู้อาวุโสคนหนึ่งถามข้าพเจ้าว่า…. “คนที่สวมเสื้อขาวเหล่านี้เป็นใคร และ มาจากไหน?”      ข้าพเจ้าตอบว่า…  “นายขอรับ ท่านก็รู้อยู่แล้ว…คนเหล่านี้ คือผู้ที่มาจากการเบียด เบียน เขาซักเสื้อของเขาจนขาวสะอาดในพระโลหิตขององค์พระเยซูเจ้า”   พี่น้องที่เคารพรัก พระศาสนจักรคาทอลิกกำหนดให้เราทุกคนร่วมยินดีกับบรรดานักบุญบนสวรรค์ทุกคนในวันที่ 1 พฤศจิกายน ของทุกปี  พวกชาวสวรรค์เหล่านั้นก็เคยเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา และเคยอยู่กับเราในโลกนี้ พวกเขาได้ใช้ชีวิตของพวกเขาพิสูจน์ว่า เขาเป็นบุตรของพระเจ้า–เขารักพระเจ้ามากกว่าสิ่งใดๆ และที่สุด เมื่อเขาต้องจากโลกนี้ไป พวกเขาจึงได้รับเชิญให้อยู่กับพระองค์ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์  และทุกวันที่ 2 พฤศจิกายน  พระศาสนจักรยังเชิญชวนให้พวกเราระลึกถึงวิญญาณที่กำลังทนทุกข์อยู่ในไฟชำระ พวกเขาเหล่านั้นได้จบชีวิตในโลกนี้ แต่ขณะนี้ พวกเขาต้องไปอยู่ในสถานะหนึ่งเพื่อรับการชำระให้สะอาดบริสุทธิ์เพียงพอ ที่จะไปรับเกียรติในเมืองสวรรค์   ขณะนี้พวกเขาช่วยตัวเองไม่ได้เลย  จะทำความดีไถ่โทษก็ทำไม่ได้  หมดเวลาของเขาแล้ว จะทำชั่วอีกก็ไม่ได้  พวกเขาเฝ้ารอ…รอ…พระเมตตาของพระเจ้า รอความช่วยเหลือ–บุญกุศล–คำภาวนา–มิสซา จากพวกเรา  พวกเขารอดแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์  รอจนถูกชำระและใช้โทษในความผิดให้หมดไป  เพื่อจะเข้าไปเชยชมพระพักตร์ของพระเจ้า และเสวยสุขกับบรรดาชาวสวรรค์      พี่น้องครับ   พวกเราที่ยังเจริญชีวิตอยู่ในโลกนี้    จึงมีหน้าที่ที่จะดำเนินชีวิตให้ศักดิ์สิทธิ์และดีพอที่จะได้ไปสวรรค  ทำอย่างไรหรือ ?!?   พระเยซูเจ้าบอกกับเราในวันนี้ ถือบัญญัติของพระองค์ รักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจ และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเอง นั่นคือปฏิบัติตามมหาบุญลาภ 8 ประการ มีใจยากจน มีใจอ่อนโยน ใจเมตตา ใจบริสุทธิ์ รักสันติ รักความชอบธรรม แม้เป็นทุกข์โศกเศร้า หรือ ถูกเบียดเบียน จงน้อมรับเถิด บำเหน็จรางวัลของเราคือสวรรค์

           

ข้าแต่ชาวสวรรค์ทั้งหลาย โปรดวิงวอนพระเจ้าเพื่อเราเทอญ

 

****      ตามที่ได้ประกาศไปทางไลน์ของวัดแล้ว และตามที่ได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของจังหวัดปทุมธานีแล้ว เราเปิดวัดให้มีพิธีกรรมตามปกติได้แล้ว     เพียงแต่จำกัดจำนวนคนในแต่ละรอบ 200 คน และต้องสวมหน้ากากอนามัย วัดไข้ ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง สแกนไทยชนะ  ช่วยกันดูแลตัวเอง  รักษาสุขภาพให้แข็งแรง   และป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด อย่างเต็มที่ ช่วยบอกกันต่อๆ ไปด้วยนะครับ  จะมีถ่ายทอดออนไลน์ต่อไป  ทุกวันอาทิตย์ เวลา   09.00 น. สำหรับผู้ที่ไม่อาจมาร่วมด้วยตนเองได้  จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงครับ ขอบพระคุณครับ.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                      

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151355 วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

 มก 12 : 28-34

เวลานั้น ธรรมาจารย์คนหนึ่งเข้ามาเฝ้าพระเยซูเจ้า ได้ฟังการโต้เถียงเรื่องนี้ และเห็นว่าพระองค์ทรงตอบได้ดี จึงทูลถามพระองค์ว่า “บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “บทบัญญัติเอกก็คือ อิสราเอลเอ๋ย จงฟังเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเราทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญา และสุดกำลังของท่าน บทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่าบทบัญญัติสองประการนี้” ธรรมาจารย์คนนั้นทูลว่า “พระอาจารย์ ท่านตอบได้ดี จริงทีเดียวที่ท่านกล่าวว่า พระเจ้ามีแต่เพียงพระองค์เดียวและนอกจากพระองค์แล้วไม่มีพระเจ้าอื่นเลย การจะรักพระองค์สุดจิตใจ สุดความเข้าใจและสุดกำลัง และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเองนี้มีคุณค่ามากกว่าเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องสักการบูชาใดๆ ทั้งสิ้น” พระเยซูเจ้าทรงเห็นว่าเขาพูดอย่างเฉลียวฉลาด จึงตรัสว่า “ท่านอยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า” หลังจากนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าทูลถามพระองค์อีกเลย.

 

ข้อคิด

พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ท่าน (ผู้มีภูมิรู้และตอบถูกต้อง) อยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า” ซึ่งการอยู่ไม่ไกลนั้น ก็เป็นการบอกขยายความต่อว่า “ท่านยังไม่ได้เข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้านะ” เขาผู้นั้นมีต้นทุนที่ดีมาก แต่สำนวนไทยบอกว่า “ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” การลงมือปฏิบัติให้เป็นจริงในชีวิต จึงเป็นเรื่องสำคัญและเป็นประเด็นที่รอคอยให้หลากหลายผู้คน ก้าวไปสู่การรักพระเป็นเจ้าสุดหัวใจ สุดหัวคิดและสุดน้ำใจ ไม่มีการกั๊กเอาไว้ และเมื่อนั้นก็จะเกิดผลเป็นการรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเองตามมา.

 

 

มีธรรมบัญญัติมากมาย

กระจายเกลื่อนผืนดินอิสราเอล

…จนยากแก่การเก็บและจัดวาง

แม้มีความเพียรพยายามมากมายในหมู่อาจารย์และผู้เรียน

แต่…ยังไม่ปรากฎเป็นเอกภาพที่อาจยุติการถกเถียง

บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ

จนกระทั่งวันนั้น…ที่ชายหนุ่มไร้สังกัด…จากนาซาเร็ธ

ได้รับคำเชิญให้ส่งคำตอบ

ทรงหยิบปรีชาญาณเก่าแก่ของชนชาติ…บรรจงวางต่อหน้าผู้ซักถาม

ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ

สุดวิญญาณ สุดสติปัญญา และสุดกำลังของท่าน

ตลอดประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน

…ถ้อยความนี้ถูกบรรจงเก็บไว้ในกล่องศักดิ์สิทธิ์

…แขวนติดไว้ทุกประตูบ้านและทุกประตูห้อง

แต่…พร้อมกับปรีชาญาณเก่าแก่ที่ไม่อาจมีใครโต้แย้ง

พระองค์…ทรงเดินเต็มตัวด้วยอีกฟากหนึ่งของฝั่งน้ำ

รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง

สองธรรมบัญญัติเกาะเกี่ยวเป็นหนึ่งเดียว

…ร้องบอกถึงจิตวิถี…บริสุทธิ์และครบครัน

เสียงเรียกแห่งการรักพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์

สูงค่ากว่าเสียงร้องแห่งสักการบูชาใดๆ

เสียงเรียกสูงส่งนี้…มิเป็นเพียงบทสรุปของธรรมบัญญัติที่ล้ำค่า

แต่…เป็นชีวิตของพระองค์ที่ไหลเทความรักเมตตา

…แก่ผืนแผ่นดินที่เหือดแห้ง

 

 

   สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

บารทิเมอัสบุตรของทิเมอัส (คนขอทานตาบอด) ส่งเสียงร้องตะโกนว่า…… ข้าแต่พระเยซู โอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าด้วยเถิด หลายคนดุเขาให้เงียบ!!!  แต่เขากลับตะโกนดังยิ่งกว่าเดิมว่า….“พระโอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด พระเยซูเจ้าทรงหยุดพระดำเนิน ตรัสว่า….   ไปเรียกเขามาซิ เขาก็ไปเรียกคนตาบอด พลางกล่าวว่า…ทำใจดีๆ ไว้ ลุกขึ้น พระองค์ทรงเรียกเจ้าแล้ว!!! คนตาบอดสลัดเสื้อคลุมทิ้ง กระโดดเข้าไปหาพระเยซูเจ้า                 พระเยซูเจ้า ตรัสกับคนตาบอดว่า…“ท่านอยากให้เราทำอะไรให้ คนตาบอดทูลว่า… รับโบนี ให้ข้าพเจ้าแลเห็นเถิด     พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า… ไปเถิด ความเชื่อของท่านได้ช่วยท่านให้หายแล้ว

พี่น้องที่เคารพรัก คนตาบอดคนนั้น มองไม่เห็น เขาอยู่ในความทุกข์ อยู่ในความบอดมืด ชีวิตของเขาเหมือนคนสิ้นหวัง ทุกข์ทั้งกาย-ทุกข์ทั้งใจ แต่เมื่อได้ยินว่าพระเยซูเจ้าเสด็จผ่านมา เขามีความหวัง เขาไม่เพียงแต่คิดและรอคอย เขาเริ่มตะโกนร้องเรียกหาพระเจ้า-ร้องหาพระเยซูเจ้า และมิใช่เพียงร้องเรียก แต่เขาสลัดเสื้อคลุมทิ้ง-สลัดทุกสิ่งทิ้ง และกระโดดเข้าไปเฝ้าพระเยซูเจ้า และแม้หลายคนอาจจะดุเขา ให้เขาเงียบ และเลิกร้องเรียกหาพระเจ้า แต่เขากลับตะโกนร้องเรียกหาพระเจ้าให้ดังขึ้นอีก เพื่อให้พระองค์ได้ยิน การกระทำของเขาไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง เพราะที่สุดแล้ว..พระเยซูเจ้าได้ยินเสียงร้องของเขา-ตรัสเรียกเขา และรักษาเขาให้หายจากตาบอด-หายจากความทุกข์ที่สุดในชีวิต  ชีวิตของพวกเราก็เช่นกัน พวกเรากำลังเผชิญความยากลำ บากของชีวิต เจริญชีวิตด้วยความยากลำบาก เพราะการระบาดของไวรัสโควิด ไหนจะกลัวติดโรค ไหนจะตกงาน-ไม่มีงานทำ-ไม่มีเงินเลี้ยงชีพ ยากที่จะดำรงชีวิต ทุกข์..ทุกข์ทั้งกาย-ใจ ให้เราเป็นเหมือนคนตาบอดคนนั้นเถิด ร้องเรียกหาพระองค์ ตะโกนให้ดังๆ (สวดภาวนาให้มากๆ) สลัดความทุกข์ สลัดสิ่งที่เราติดกับโลก กระโดดเข้าไปหาพระเยซูเจ้าเถิด เราจะพบความรอดพ้นเหมือนคนตาบอดอย่างแน่นอน ต้องตะโกนร้องหาพระ ต้องสลัดทุกสิ่ง-โลก กระโดดเข้าหาพระองค์

***        ขณะนี้ทางวัดกำลังปรับปรุงบริเวณหน้าวัดและอีกบางสิ่งบางอย่าง    อาจทำให้พี่น้องขลุกขลัก-ไม่สะดวก ขออภัยมา ณ ที่นี้ หากไม่มีอะไรขัดข้อง ก็คงพร้อมต้อนรับพี่น้องทุกท่านกลับมาวัดเหมือนเดิมในเดือนพฤศจิกายนนี้ ขอขอบพระคุณสำหรับน้ำใจดีของพี่น้อง ทุกท่าน เราทุกคนจะกลับมาเชื่อ-ศรัทธา และเข้าหาพระเจ้ามากขึ้นกว่าเดิมเราจะไม่ผิดหวังเหมือนคนตาบอดคนนั้นเลย!!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

ธรรมาจารย์คนหนึ่งทูลถามพระเยซูเจ้าว่า…  “บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ?”  พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า….

“บทบัญญัติเอกก็คือ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญา และสุดกำลังของท่าน….และบทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่าบท  บัญญัติสองประการนี้”   พี่น้องที่เคารพรัก พ่อมั่นใจว่า พวกเราได้ยิน-ได้ฟัง คำตอบขององค์พระเยซูเจ้าตอนนี้ มาเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้วในช่วงชีวิตของพวกเราทุกคน ตั้งแต่เด็กจนโต หรือทุกครั้งที่เราพูดสนทนากัน และอีกหลายครั้งที่เราคงเคยได้ยินว่า “ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาแห่งความรัก”   ฉะนั้น เรื่องมันอยู่ที่ว่า….เมื่อเราได้ยิน-ได้ฟัง-ได้รับรู้แล้ว มันได้ลงไปสู่ภาคปฏิบัติหรือไม่อย่างไร? มันไม่ได้อยู่ที่ได้ยิน-ได้ฟังหรือเปล่า? หรือได้ยินได้ฟังกี่ครั้ง-กี่หน?    รักพระผู้เป็นเจ้าสุดจิต-สุดใจ-สุดกำลัง คืออย่างไร?    รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง หมายความว่าอย่างไร?     ยิ่งกว่านั้น นักบุญเปาโลได้สอนและเสริมว่า….ผู้ใดกล่าวว่า “รักพระเจ้า แต่ไม่รักเพื่อนมนุษย์ ผู้นั้นเป็นคนโกหก!!!! ด้วยมนุษย์ที่ท่านแลเห็น ท่านยังไม่รัก แล้วพระเป็นเจ้าที่ท่านมองไม่เห็น ท่านจะรักได้อย่างไร?      การแสดงออกที่แสดงว่ารักเพื่อนมนุษย์ สิ่งแรกคือ ปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ เมื่อปรารถนาดีต่อผู้อื่นแล้ว สิ่งที่ตามมาก็จะแสดงออกด้วยการมีน้ำใจ-มีความเมตตา-กรุณา-ช่วยเหลือ ทุกคนรักตัวเอง จะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีความสุข….ทำเช่นนั้นกับผู้อื่น-เพื่อนมนุษย์ด้วย  ยากไหม ยากแน่นอน คงจะทำไม่ได้เต็มร้อย สัก 20-30-40-50 หรือมากกว่านั้น…!!!! พระเยซูเจ้ายังได้ตรัสอีกว่า “ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่กว่าสละชีวิตเพื่อผู้ที่ตนรัก”     ขอพระเจ้าโปรดเผาผลาญดวงใจของเราให้ร้อนรักพระองค์และเพื่อนมนุษย์ด้วยเทอญ.

****    พี่น้องครับ วันนี้เราเปิดวัดเพื่อให้พวกเรามาปิดเดือนแม่พระด้วยความเชื่อศรัทธาและวอนขอพระพรจากพระเจ้าผ่านทางพระแม่เจ้า  อาทิตย์      หน้า   เราจะมาเฉลิมฉลองสมโภชนักบุญทั้งหลาย –   ร่วมยินดีกับชาวสวรรค์และก่อนถึงวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย.     ค่ำวันอังคารที่ 2 พ.ย. เวลา  19.00น. เชิญพี่น้องมาสวดภาวนา-ร่วมมิสซาเพื่อระลึกถึงดวงวิญญาณ    ของญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ-วิญญาณในไฟชำระ โดยพร้อมเพรียงกันด้วย

****    หลังมิสซาวันนี้ มีประชุมสภาอภิบาลวัดของเรา  เชิญพี่น้องร่วมแสดงความคิดเห็นต่อด้วยครับ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล