สารวัด ฉบับที่ 151355 วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

 มก 12 : 28-34

เวลานั้น ธรรมาจารย์คนหนึ่งเข้ามาเฝ้าพระเยซูเจ้า ได้ฟังการโต้เถียงเรื่องนี้ และเห็นว่าพระองค์ทรงตอบได้ดี จึงทูลถามพระองค์ว่า “บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “บทบัญญัติเอกก็คือ อิสราเอลเอ๋ย จงฟังเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเราทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญา และสุดกำลังของท่าน บทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่าบทบัญญัติสองประการนี้” ธรรมาจารย์คนนั้นทูลว่า “พระอาจารย์ ท่านตอบได้ดี จริงทีเดียวที่ท่านกล่าวว่า พระเจ้ามีแต่เพียงพระองค์เดียวและนอกจากพระองค์แล้วไม่มีพระเจ้าอื่นเลย การจะรักพระองค์สุดจิตใจ สุดความเข้าใจและสุดกำลัง และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเองนี้มีคุณค่ามากกว่าเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องสักการบูชาใดๆ ทั้งสิ้น” พระเยซูเจ้าทรงเห็นว่าเขาพูดอย่างเฉลียวฉลาด จึงตรัสว่า “ท่านอยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า” หลังจากนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าทูลถามพระองค์อีกเลย.

 

ข้อคิด

พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ท่าน (ผู้มีภูมิรู้และตอบถูกต้อง) อยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า” ซึ่งการอยู่ไม่ไกลนั้น ก็เป็นการบอกขยายความต่อว่า “ท่านยังไม่ได้เข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้านะ” เขาผู้นั้นมีต้นทุนที่ดีมาก แต่สำนวนไทยบอกว่า “ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” การลงมือปฏิบัติให้เป็นจริงในชีวิต จึงเป็นเรื่องสำคัญและเป็นประเด็นที่รอคอยให้หลากหลายผู้คน ก้าวไปสู่การรักพระเป็นเจ้าสุดหัวใจ สุดหัวคิดและสุดน้ำใจ ไม่มีการกั๊กเอาไว้ และเมื่อนั้นก็จะเกิดผลเป็นการรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเองตามมา.

 

 

มีธรรมบัญญัติมากมาย

กระจายเกลื่อนผืนดินอิสราเอล

…จนยากแก่การเก็บและจัดวาง

แม้มีความเพียรพยายามมากมายในหมู่อาจารย์และผู้เรียน

แต่…ยังไม่ปรากฎเป็นเอกภาพที่อาจยุติการถกเถียง

บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ

จนกระทั่งวันนั้น…ที่ชายหนุ่มไร้สังกัด…จากนาซาเร็ธ

ได้รับคำเชิญให้ส่งคำตอบ

ทรงหยิบปรีชาญาณเก่าแก่ของชนชาติ…บรรจงวางต่อหน้าผู้ซักถาม

ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ

สุดวิญญาณ สุดสติปัญญา และสุดกำลังของท่าน

ตลอดประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน

…ถ้อยความนี้ถูกบรรจงเก็บไว้ในกล่องศักดิ์สิทธิ์

…แขวนติดไว้ทุกประตูบ้านและทุกประตูห้อง

แต่…พร้อมกับปรีชาญาณเก่าแก่ที่ไม่อาจมีใครโต้แย้ง

พระองค์…ทรงเดินเต็มตัวด้วยอีกฟากหนึ่งของฝั่งน้ำ

รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง

สองธรรมบัญญัติเกาะเกี่ยวเป็นหนึ่งเดียว

…ร้องบอกถึงจิตวิถี…บริสุทธิ์และครบครัน

เสียงเรียกแห่งการรักพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์

สูงค่ากว่าเสียงร้องแห่งสักการบูชาใดๆ

เสียงเรียกสูงส่งนี้…มิเป็นเพียงบทสรุปของธรรมบัญญัติที่ล้ำค่า

แต่…เป็นชีวิตของพระองค์ที่ไหลเทความรักเมตตา

…แก่ผืนแผ่นดินที่เหือดแห้ง

 

 

   สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

บารทิเมอัสบุตรของทิเมอัส (คนขอทานตาบอด) ส่งเสียงร้องตะโกนว่า…… ข้าแต่พระเยซู โอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าด้วยเถิด หลายคนดุเขาให้เงียบ!!!  แต่เขากลับตะโกนดังยิ่งกว่าเดิมว่า….“พระโอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด พระเยซูเจ้าทรงหยุดพระดำเนิน ตรัสว่า….   ไปเรียกเขามาซิ เขาก็ไปเรียกคนตาบอด พลางกล่าวว่า…ทำใจดีๆ ไว้ ลุกขึ้น พระองค์ทรงเรียกเจ้าแล้ว!!! คนตาบอดสลัดเสื้อคลุมทิ้ง กระโดดเข้าไปหาพระเยซูเจ้า                 พระเยซูเจ้า ตรัสกับคนตาบอดว่า…“ท่านอยากให้เราทำอะไรให้ คนตาบอดทูลว่า… รับโบนี ให้ข้าพเจ้าแลเห็นเถิด     พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า… ไปเถิด ความเชื่อของท่านได้ช่วยท่านให้หายแล้ว

พี่น้องที่เคารพรัก คนตาบอดคนนั้น มองไม่เห็น เขาอยู่ในความทุกข์ อยู่ในความบอดมืด ชีวิตของเขาเหมือนคนสิ้นหวัง ทุกข์ทั้งกาย-ทุกข์ทั้งใจ แต่เมื่อได้ยินว่าพระเยซูเจ้าเสด็จผ่านมา เขามีความหวัง เขาไม่เพียงแต่คิดและรอคอย เขาเริ่มตะโกนร้องเรียกหาพระเจ้า-ร้องหาพระเยซูเจ้า และมิใช่เพียงร้องเรียก แต่เขาสลัดเสื้อคลุมทิ้ง-สลัดทุกสิ่งทิ้ง และกระโดดเข้าไปเฝ้าพระเยซูเจ้า และแม้หลายคนอาจจะดุเขา ให้เขาเงียบ และเลิกร้องเรียกหาพระเจ้า แต่เขากลับตะโกนร้องเรียกหาพระเจ้าให้ดังขึ้นอีก เพื่อให้พระองค์ได้ยิน การกระทำของเขาไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง เพราะที่สุดแล้ว..พระเยซูเจ้าได้ยินเสียงร้องของเขา-ตรัสเรียกเขา และรักษาเขาให้หายจากตาบอด-หายจากความทุกข์ที่สุดในชีวิต  ชีวิตของพวกเราก็เช่นกัน พวกเรากำลังเผชิญความยากลำ บากของชีวิต เจริญชีวิตด้วยความยากลำบาก เพราะการระบาดของไวรัสโควิด ไหนจะกลัวติดโรค ไหนจะตกงาน-ไม่มีงานทำ-ไม่มีเงินเลี้ยงชีพ ยากที่จะดำรงชีวิต ทุกข์..ทุกข์ทั้งกาย-ใจ ให้เราเป็นเหมือนคนตาบอดคนนั้นเถิด ร้องเรียกหาพระองค์ ตะโกนให้ดังๆ (สวดภาวนาให้มากๆ) สลัดความทุกข์ สลัดสิ่งที่เราติดกับโลก กระโดดเข้าไปหาพระเยซูเจ้าเถิด เราจะพบความรอดพ้นเหมือนคนตาบอดอย่างแน่นอน ต้องตะโกนร้องหาพระ ต้องสลัดทุกสิ่ง-โลก กระโดดเข้าหาพระองค์

***        ขณะนี้ทางวัดกำลังปรับปรุงบริเวณหน้าวัดและอีกบางสิ่งบางอย่าง    อาจทำให้พี่น้องขลุกขลัก-ไม่สะดวก ขออภัยมา ณ ที่นี้ หากไม่มีอะไรขัดข้อง ก็คงพร้อมต้อนรับพี่น้องทุกท่านกลับมาวัดเหมือนเดิมในเดือนพฤศจิกายนนี้ ขอขอบพระคุณสำหรับน้ำใจดีของพี่น้อง ทุกท่าน เราทุกคนจะกลับมาเชื่อ-ศรัทธา และเข้าหาพระเจ้ามากขึ้นกว่าเดิมเราจะไม่ผิดหวังเหมือนคนตาบอดคนนั้นเลย!!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

ธรรมาจารย์คนหนึ่งทูลถามพระเยซูเจ้าว่า…  “บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ?”  พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า….

“บทบัญญัติเอกก็คือ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญา และสุดกำลังของท่าน….และบทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่าบท  บัญญัติสองประการนี้”   พี่น้องที่เคารพรัก พ่อมั่นใจว่า พวกเราได้ยิน-ได้ฟัง คำตอบขององค์พระเยซูเจ้าตอนนี้ มาเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้วในช่วงชีวิตของพวกเราทุกคน ตั้งแต่เด็กจนโต หรือทุกครั้งที่เราพูดสนทนากัน และอีกหลายครั้งที่เราคงเคยได้ยินว่า “ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาแห่งความรัก”   ฉะนั้น เรื่องมันอยู่ที่ว่า….เมื่อเราได้ยิน-ได้ฟัง-ได้รับรู้แล้ว มันได้ลงไปสู่ภาคปฏิบัติหรือไม่อย่างไร? มันไม่ได้อยู่ที่ได้ยิน-ได้ฟังหรือเปล่า? หรือได้ยินได้ฟังกี่ครั้ง-กี่หน?    รักพระผู้เป็นเจ้าสุดจิต-สุดใจ-สุดกำลัง คืออย่างไร?    รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง หมายความว่าอย่างไร?     ยิ่งกว่านั้น นักบุญเปาโลได้สอนและเสริมว่า….ผู้ใดกล่าวว่า “รักพระเจ้า แต่ไม่รักเพื่อนมนุษย์ ผู้นั้นเป็นคนโกหก!!!! ด้วยมนุษย์ที่ท่านแลเห็น ท่านยังไม่รัก แล้วพระเป็นเจ้าที่ท่านมองไม่เห็น ท่านจะรักได้อย่างไร?      การแสดงออกที่แสดงว่ารักเพื่อนมนุษย์ สิ่งแรกคือ ปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ เมื่อปรารถนาดีต่อผู้อื่นแล้ว สิ่งที่ตามมาก็จะแสดงออกด้วยการมีน้ำใจ-มีความเมตตา-กรุณา-ช่วยเหลือ ทุกคนรักตัวเอง จะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีความสุข….ทำเช่นนั้นกับผู้อื่น-เพื่อนมนุษย์ด้วย  ยากไหม ยากแน่นอน คงจะทำไม่ได้เต็มร้อย สัก 20-30-40-50 หรือมากกว่านั้น…!!!! พระเยซูเจ้ายังได้ตรัสอีกว่า “ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่กว่าสละชีวิตเพื่อผู้ที่ตนรัก”     ขอพระเจ้าโปรดเผาผลาญดวงใจของเราให้ร้อนรักพระองค์และเพื่อนมนุษย์ด้วยเทอญ.

****    พี่น้องครับ วันนี้เราเปิดวัดเพื่อให้พวกเรามาปิดเดือนแม่พระด้วยความเชื่อศรัทธาและวอนขอพระพรจากพระเจ้าผ่านทางพระแม่เจ้า  อาทิตย์      หน้า   เราจะมาเฉลิมฉลองสมโภชนักบุญทั้งหลาย –   ร่วมยินดีกับชาวสวรรค์และก่อนถึงวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย.     ค่ำวันอังคารที่ 2 พ.ย. เวลา  19.00น. เชิญพี่น้องมาสวดภาวนา-ร่วมมิสซาเพื่อระลึกถึงดวงวิญญาณ    ของญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ-วิญญาณในไฟชำระ โดยพร้อมเพรียงกันด้วย

****    หลังมิสซาวันนี้ มีประชุมสภาอภิบาลวัดของเรา  เชิญพี่น้องร่วมแสดงความคิดเห็นต่อด้วยครับ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

'งดแสดงความคิดเห็น'.