เนื้อหาทั้งหมดของ ‘ประกาศจากทางวัด’

สารวัด ฉบับที่ 151351 วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 10:2-16

เวลานั้น ชาวฟาริสีบางคนทูลถามหวังจะจับผิดพระเยซูเจ้าว่า “เป็นการถูกต้องหรือไม่ที่ชายจะหย่ากับภรรยา” พระองค์ตรัสตอบว่า “โมเสสได้บัญญัติไว้ว่าอย่างไร” เขาทูลตอบว่า “โมเสสอนุญาตให้ทำหนังสือหย่าร้างและหย่ากันได้” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เพราะใจดื้อแข็งกระด้างของท่าน โมเสสจึงได้เขียนบัญญัติข้อนี้ไว้ แต่เมื่อแรกสร้างโลกนั้น พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง ดังนั้น ชายจะละบิดามารดา และชายหญิงจะเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนี้ เขาจึงไม่เป็นสองอีกต่อไป แต่เป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่พระเจ้าทรงรวมไว้ มนุษย์อย่าแยกเลย” เมื่อกลับเข้าไปในบ้านแล้ว บรรดาศิษย์ทูลถามเรื่องนี้อีก พระองค์จึงตรัสตอบว่า “ผู้ใดหย่าร้างภรรยา และแต่งงานกับอีกคนหนึ่ง ก็ทำผิดประเวณีต่อภรรยาคนเดิม และถ้าหญิงคนหนึ่งหย่ากับสามี ไปแต่งงานกับอีกคนหนึ่ง ก็ทำผิดประเวณีเช่นเดียวกัน”    มีผู้นำเด็กเล็กๆ มาเฝ้าพระเยซูเจ้าเพื่อทรงสัมผัสอวยพร แต่บรรดาศิษย์กลับดุว่าคนเหล่านั้น เมื่อทรงเห็นเช่นนี้ พระองค์กริ้ว ตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ปล่อยให้เด็กเล็กๆ มาหาเราเถิด อย่าห้ามเลย เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเหล่านี้ เราบอกความจริงกับท่านว่า ผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็กๆ เขาจะไม่เข้าสู่พระอาณาจักรนั้นเลย” แล้วพระองค์ทรงอุ้มเด็กเหล่านั้นไว้ ทรงปกพระหัตถ์ และประทานพระพร.

ข้อคิด

เมื่อพระเยซูเจ้าทรงอวยพระพรเด็กเล็กๆ ก็เป็นการยืนยันถึงความสำคัญของการหย่าร้างไม่ได้ของการแต่งงาน ซึ่งพระองค์ได้ตรัสสอนก่อนหน้านี้ เพราะว่า เด็กเล็กๆ ซึ่งเป็นของขวัญจากพระเจ้าสำหรับคู่รักนั้น จะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการหย่าร้างของบิดามารดามากที่สุด พระเป็นเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้เด็กเล็กๆ ได้เติบโตขึ้นในครอบครัวที่มั่นคงและอบอุ่น ดังนั้น ให้เราวอนขอพระเป็นเจ้าโปรดให้เรามีจิตใจอ่อนโยนและถ่อมตน ยอมอยู่ภายให้พระบัญญัติแห่งความรักของพระเจ้า ซึ่งจะปกป้องคุ้มครองเราในครอบครัวใหญ่ของพระองค์.

 

พากลับบ้าน  

ในโลกที่เปราะบาง

ณ ที่ซึ่งความแตกแยก และความล่มสลายของครอบครัว

เกิดขึ้นได้ง่ายดายดังใบไม้ร่วง

พระเยซูทรงนำพาประชากรของพระองค์เดินทางกลับบ้าน

…กลับคืนสู่สวนเอเดน…ต้นกำเนิดของมนุษยชาติ

ณ ที่นั้น มนุษยชาติได้รับลมหายใจของพระเจ้า และมีชีวิต

ณ ที่นั้น พระเจ้าทรงเปลี่ยนดินแดนว่างร้างให้กลับเป็นสวนสวยงาม

และมองให้เป็นบ้านแรกของเขา

บ้านหลังนี้มีทุกสิ่ง…เว้นแต่ คู่ชีวิต ที่ยังคงขาดหายไป

พระเจ้าทรงปั้นบรรดาสัตว์ในท้องทุ่งและนกในท้องฟ้า

ทรงนำมาให้เขา เพื่อเขาจะได้ตั้งชื่อ

เขาตั้งชื่อสัตว์ทั้งปวงอย่างไร สัตว์นั้นก็มีชื่ออย่างนั้น

แต่อนิจจา…ยังไม่มีสัตว์ใดเลยที่ได้ชื่อ คู่ชีวิต

เขาจึงยังคงโดดเดี่ยวอยู่เช่นเดิม

พระเจ้าจึงจำเป็นต้องคิดใหม่…สร้างส่วนที่ขาดหายไป

ส่วนนั้นมาจากซี่โครง…สีข้างของเขาเอง

และทันทีที่เขาพบเห็น…เขาจำได้ และร้องตะโกนด้วยความสุขยินดี

…นี่แหละคือกระดูกจากกระดูกของฉัน…เนื้อจากเนื้อของฉัน

เขาเรียกเธอว่า คู่ชีวิต เพราะเธอคือส่วนหนึ่งของชีวิตเขา

เขาและเธอได้พบชิ้นส่วนที่ขาดหายไป…ในกันและกัน

มนุษยชาติจึงกำเนิดมาในเอกภาพ และจิตเกื้อกูล

แม้จะหล่นหายไปบ้างระหว่างทาง

แต่พระเจ้ายังคงเพียรทน นำพาพวกเขากลับบ้าน

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2021

สัปดาห์ที่ 26  เทศกาลธรรมดา

พระเยซูเจ้าตรัสว่า ….. “ผู้ใดให้น้ำท่านดื่มเพียงแก้วหนึ่ง เพราะท่านเป็นคนของพระคริสต เจ้า เราบอกความจริงกับท่านว่า เขาจะได้รับบำเหน็จรางวัลอย่างแน่นอน”   พี่น้องที่เคารพรักยิ่ง จากพระดำรัสของพระเยซูเจ้านี้ พระองค์ยืนยันกับเราว่า สิ่งที่เราทำต่อพี่น้อง โดยเฉพาะแม้กับผู้ต่ำต้อย เราได้ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก พวกเขาไม่มีโอกาสจะตอบแทนเราคืนได้เลย    แต่พระเป็นเจ้าตอบแทนและประ ทานรางวัลให้กับเราแทนเขา ซึ่งเราไม่ทราบว่า พระเป็นเจ้าจะตอบแทนเราเมื่อใด-อย่างใด สิ่งที่เราจะต้องมี คือ ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจในพระเป็นเจ้า   ในสถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน พี่น้องจำนวนมากมายได้รับความทุกข์ยาก ลำบาก การระบาดของไวรัสโควิดระบาดไปทั่ว  ผู้คนมากมายติดโควิด ผู้คนมากมายไม่มีงานทำ  อีกมากมายไม่มีรายได้  –  ไม่มีเงินหรือปัจจัยในการใช้สอย     ไม่มีเงินซื้ออาหารเพื่อประทังชีวิต  อย่างไรก็ดี ตามที่เราทราบและเป็นข่าว มีผู้คนจำนวนมากได้แสดงออกซึ่งความมีเมตตา และได้กระทำการช่วยเหลือผู้ขัดสนแล้ว จึงเป็นสิ่งที่เราแต่ละคนจะใคร่ครวญถึงตัวเราเอง    ว่าเราได้แสดงออกหรือกระทำอย่างไรหรือยัง???  เพราะบางครั้ง เราก็อาจคิดว่า    ฉันไม่ทำความชั่วหรือไม่ทำความไม่ดีก็เพียงพอแล้ว ซึ่งก็คือ ยังไม่พอ  มันเป็นการขาดหรือเรียกว่าการละเลย  พระเป็นเจ้าพระทรงเมตตาและประทานพระพรแก่เราอย่างมากมาย ทุกสิ่งที่เรามี–ทุกอย่างที่เราเป็น    ล้วนเป็นพระเมตตาของพระเจ้า   ผู้ทรงพระทัยดีต่อเรา พระองค์สอนให้เราเลียนแบบความมีเมตตาของพระองค์  ฉะนั้นอย่ากังวลใจ  จงเจริญชีวิตด้วยความเชื่อและความวางใจในพระเป็นเจ้า   พระองค์จะทรงดูแลเรา พระองค์ทรงเป็นนายชุมพาบาลที่ดีเสมอ  เราซึ่งเป็นลูกแกะของพระองค์จะไม่ขัดสนสิ่งใด ขอพระองค์ประทานพระพร และความเชื่อแก่เราทุกคนเสมอ เพื่อให้เราดำเนินชีวิตเป็นบุตรที่ดีของพระองค์เสมอทุกวันเวลา

***    พี่น้องที่รัก อดทนและเจริญชีวิตแบบ New Normal นะครับ     สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา   ล้างมือบ่อยๆ   เว้นระยะห่างทางสังคม  ไม่ทานอาหารร่วมกัน  ไม่ไปในที่แออัดหรือแหล่งมั่วสุม  และสิ่งสำคัญที่สุด  รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ต้องทานอาหารที่มีคุณภาพ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ  ต้องออกกำลังกาย ต้องทำใจให้มีอารมณ์ดี – ไม่อารมณ์เสีย และอีกสิ่งหนึ่งก็คือ เจริญชีวิตด้วยความเชื่อ  สวดภาวนา ไม่ลืมร่วมมิสซาแม้จะเป็นแบบ on line    เพื่อขอพระพร    จากพระเจ้า และก้าวเดินไปกับพระองค์ทุกวันเวลา.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

พระเจ้าทรงสร้างและทรงค้ำจุนทุกสิ่ง พระองค์ทรงมีพระประสงค์จะนำบุตรจำนวนมาก เข้ามารับพระสิริรุ่งโรจน์ จึงเป็นการเหมาะสมแล้วที่พระองค์จะทรงทำให้ผู้ที่นำมนุษย์ให้รอดพ้นนั้นสมบูรณ์ โดยผ่านการทนทุกข์ทรมาน เพราะทั้งผู้ประทานความศักดิ์สิทธิ์และผู้รับความศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มาจากแหล่งเดียวกัน พระองค์จึงไม่ทรงอายที่จะเรียกคนเหล่านั้นว่า “พี่น้อง”    พระเยซูเจ้า ตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า….

            “ปล่อยให้เด็กเล็กๆ มาหาเราเถิด อย่าห้ามเขาเลย เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเล็กๆ เหล่านี้  ผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็กๆ เขาจะไม่อาจเข้าสู่พระอาณาจักรนั้นได้เลย แล้วพระองค์ทรงอุ้มเด็กเหล่านั้นไว้ ทรงปกพระหัตถ์ และประทานพระพร”                                                                                                      พี่น้องที่เคารพรัก พระเจ้าทรงสร้างเรามา พระองค์ทรงสร้างสารพัดทุกสิ่ง พระเจ้าทรงให้พระบุตรของพระองค์เสด็จลงมาในโลก ทรงไถ่บาป และนำทุกคนกลับเป็นบุตรของพระองค์ ทรงอำนวยพระพรและประทานพระหรรษทาน ทรงสอนทุกคนให้มีใจสุภาพ นอบน้อม และถ่อมตน สอนให้เราทุกคนมีจิดใจซื่อๆ เป็นเหมือนเด็กเล็กๆ ที่มอบความวางใจและเชื่อใจอย่างสนิทกับพ่อแม่ และผู้ที่เป็นพ่อแม่ก็ต้องรักลูกของตน พ่อแม่จะรักลูกของตนได้ ก็ต้องรักซึ่งกันและกัน หากพ่อแม่ไม่รักกัน ทะเลาะเบาะแว้งกัน ตบตีกัน หย่าร้างกัน เขาจะรักและเลี้ยงดูลูกๆได้ละหรือ พระเยซูเจ้าจึงกล่าวว่า แต่เมื่อแรกสร้างโลกนั้น พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง ชายหญิงจะเป็นเนื้อเดียวกัน เขาจะไม่เป็นสองแต่เป็นเนื้อเดียวกัน  ดังนั้นพระองค์จึงกล่าวสรุปว่า “สิ่งที่พระเจ้ารวมกันไว้ มนุษย์อย่าแยกเลย” พระศาสนจักรคาทอลิกเรา จึงยึดถือแนวปฏิบัตินี้เรื่อยมา คือ เมื่อแต่งงานแล้ว จะต้องไม่มีการหย่าร้าง ดังนั้น เพื่อจะไม่มีการหย่าร้าง เราจึงต้องดำรงชีวิตอยู่ด้วยกันด้วยความรัก – ความเห็นอกเห็นใจกัน – ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน – เมตตาอารีย์ต่อกัน และมิใช่เพียงในครอบครัว แต่แผ่ความรักของเราไปยังเพื่อนพี่น้อง เหมือนด้งที่พระเจ้าทรงรักและเมตตาต่อพวกเราทุกคน”

***        เดือนตุลาคม เป็นเดือนแม่พระลูกประคำ   เชิญชวนให้พี่น้อง สวดลูกประคำทุกวัน อยากบอกเพียงสั้นๆ ว่า  “ยังไม่เคยได้ยิน          เลยว่า ผู้ที่มาพึ่งพระแม่ จะถูกพระแม่ทอดทิ้ง” บ้านใดจะเชิญ พ่อไปสวดที่บ้านติดต่อพ่อได้เลยนะครับ!!!                             

 ***   ขอขอบพระคุณในความมีน้ำใจดีของพี่น้องทุกๆท่าน พระเจ้า จะไม่มีวันลืมสิ่งที่พี่น้องได้ทำ แม้เพียงเล็กน้อย ขอพระเจ้า    ตอบแทนน้ำใจดีของพี่น้องทุกท่านเทอญ.                 

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151350 วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

  บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

   มก 9:38-43,45,47-48

เวลานั้น ยอห์นทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า เราได้เห็นคนคนหนึ่งขับไล่ปีศาจเดชะพระนามพระองค์ เราจึงพยายามห้ามปรามไว้ เพราะเขาไม่ใช่พวกเดียวกับเรา” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “อย่าห้ามเขาเลย ไม่มีใครทำอัศจรรย์ในนามของเรา แล้วต่อมาจะว่าร้ายเราได้ ผู้ใดไม่ต่อต้านเรา ก็เป็นฝ่ายเรา”   “ผู้ใดให้น้ำท่านดื่มเพียงแก้วหนึ่งเพราะท่านเป็นคนของพระคริสตเจ้า เราบอกความจริงกับท่านว่า เขาจะได้บำเหน็จรางวัลอย่างแน่นอน”  “ผู้ใดเป็นเหตุให้คนธรรมดาๆ ที่มีความเชื่อเหล่านี้ทำบาป ถ้าเขาจะถูกผูกคอด้วยหินโม่ถ่วงในทะเลก็ยังดีกว่ากระทำดังกล่าว ถ้ามือข้างหนึ่งของท่านเป็นเหตุให้ท่านทำบาป จงตัดมันทิ้งเสีย ท่านจะเข้าสู่ชีวิตนิรันดรโดยมีมือข้างเดียว ยังดีกว่ามีมือทั้งสองข้างแต่ต้องตกนรกในไฟที่ไม่รู้ดับ ถ้าเท้าข้างหนึ่งของท่านเป็นเหตุให้ท่านทำบาป จงตัดมันทิ้งเสีย ท่านจะเข้าสู่ชีวิตนิรันดรโดยมีเท้าข้างเดียว ยังดีกว่ามีเท้าทั้งสองข้าง แต่ถูกโยนลงนรก ถ้าตาข้างหนึ่งของท่านเป็นเหตุให้ท่านทำบาป จงควักมันออกเสีย ท่านจะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า โดยมีตาข้างเดียว ยังดีกว่ามีตาทั้งสองข้าง แต่ต้องถูกโยนลงนรก ที่นั่นหนอนไม่รู้ตาย ไฟไม่รู้ดับ”

ข้อคิด

พระเป็นเจ้าประทานพระจิตให้แก่เราทุกคนที่เชื่อในพระองค์เอลดาดและเมดาดไม่ได้อยู่ที่กระโจมนัดพบแต่ทั้งสองก็ได้รับพระพรพระจิตเจ้า และแม้เราฆราวาสจะไม่ได้อยู่ในกระโจมของคณะสงฆ์และนักบวช เราก็ได้รับพระพรพระจิตเจ้าเช่นเดียวกัน   อาจเป็นการดีที่พระสงฆ์ และนักบวชชายหญิงได้เปลี่ยนศูนย์กลางความสำคัญไปยังฆราวาส การเปิดโอกาสให้บรรดาฆราวาสเป็นผู้นำในบางด้าน (ผ่านการสนับสนุนและคำแนะนำอยู่เบื้องหลัง) อาจช่วยส่งเสริมพระศาสนจักรในทางที่ดีได้ เพราะพระจิตเจ้าไม่ได้ถูกจำกัดไว้ที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่พระจิตเจ้าเป็นของทุกคนที่เชื่อในพระองค์

       

ศิษย์พระเยซูไม่อาจยอมรับเขาคนนั้น

ที่ทำการอัศจรรย์โดยมิได้เป็นสมาชิกกลุ่มสาวก

ความสำเร็จของเขาผู้เป็นคนนอกทำให้บรรดาสาวกวุ่นวายใจ

จนจำต้องปรารภ และกล่าวรายงาน

พระอาจารย์เจ้าข้า

เราได้เห็นคนหนึ่งขับไล่ปึศาจเดชะพระนามของพระองค์

เราจึงพยายามห้ามปรามไว้ เพราะเขาไม่ใช่พวกเดียวกับเรา

เมื่อวันก่อน ชายผู้หนึ่งพาลูกถูกผีหนวกใบ้สิงมาหาสาวก

เพื่อขอให้พวกเขาขับไล่ผี…แต่สาวกทำไม่สำเร็จ

มาวันนี้ พวกเขาพบคนนอกคนหนึ่งทำสำเร็จ

ความสำเร็จของคนนอก ทำให้สาวกอึดอัด

…กังวลที่จะถูกเบียดแซง…หวาดกลัวที่จะสูญเสียสถานภาพ

จึงวิ่งมาหาพระเยซู

…หวังให้พระองค์ตำหนิและห้ามปรามเขา ผู้เป็นคนนอก

สำหรับสาวก…ชีวิตแห่งการช่วยเหลือรับใช้ ยังคงดูเป็นการแข่งขัน

ชัยชนะของผู้อื่น ดูเป็นความพ่ายแพ้ของฉัน

ความสำเร็จของคนนอก ดูเป็นความล้มเหลวของคนใน

ในขณะเดียวกัน…ความพ่ายแพ้ และความล้มเหลวของคู่แข่ง

ดูจะให้ความสะใจ และกำลังใจ

แท้จริงแล้ว…เขาวิ่งมาหาพระองค์

เพียงเพื่อขอให้พระองค์ฟาดฟันเขาคนนั้นให้ตายไปในความพ่ายแพ้

แต่…นั่นมิใช่หนทางของพระองค์

ตรงข้าม…พระองค์ทรงนำพาสาวกผู้คับแคบ และเปราะบาง

ให้มองเห็นความดีของพระเจ้า

ในขอบฟ้าที่กว้างใหญ่นอกกะลาความคิดของตนเอง

ทรงสั่งให้บรรดาสาวกปล่อยให้คนนอกนั้นทำการช่วยเหลือรับใช้ต่อไป

…ผู้ใดไม่ต่อต้านเรา ก็เป็นฝ่ายเรา

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2021

สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา

                จากจดหมายนักบุญยากอบ ในวันนี้   “พี่น้องที่รักยิ่ง ที่ใดมีความอิจฉาริษยาและความทะเยอทะยาน ที่นั่นย่อมมีแต่ความวุ่นวาย และความชั่วร้ายนานาชนิด….ส่วนปรีชาญาณที่มาจากเบื้องบน ประการแรกเป็นสิ่งบริสุทธิ์ แล้วจึงก่อให้เกิดสันติ เห็นอกเห็นใจ อ่อนน้อม เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา บังเกิดผลที่ดีงาม ไม่ลำเอียง ไม่เสแสร้ง ….ผู้ที่สร้างสันติย่อมเป็นผู้หว่านในสันติ และจะเก็บเกี่ยวผลเป็นความชอบธรรม….    การต่อสู้และการทะเลาะวิวาท เกิดจากการอยากได้  เมื่ออยากได้แต่ไม่ได้ จึงฆ่ากัน อยากได้แต่ไม่สมหวัง จึงเกิดการทะเลาะวิวาทและต่อสู้กัน…หลายครั้ง ท่านไม่มีเพราะไม่ได้วอนขอ….หลายครั้งท่านวอนขอ แต่ไม่ได้รับ เพราะท่านวอนขอไม่ถูกต้อง หรือวอนขอเพื่อจะนำไปสนองกิเลสตัณหา….”    พระวรสารในวันนี้ เราจะพบว่า พระเยซูเจ้าสอนให้เราเสียสละ ไม่รับใช้กิเลสตัณหาของตัวเอง พระองค์เรียกร้องให้เรา มีเมตตา-ช่วยเหลือ และรักเพื่อนพี่น้องของเรา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พระองค์สอนว่า ถ้าผู้ใดอยากติดตามพระองค์ ยกกางเขนขึ้นใส่บ่าแบกและติดตามพระองค์ไป อย่าเพียงรักตัวเอง แต่ต้องพยายามรักผู้อื่น อย่าหวังเพียงแค่ความสุขในโลกนี้ซึ่งไม่จีรังยั่งยืน ……พระเยซูเจ้าสอนให้เราแสวงหาและเพ่งไปที่ความ สุขที่เที่ยงแท้ถาวร ให้เราเสียสละความสุขที่ฉาบฉวย ความสุขที่ไม่จีรังยั่งยืน เราต้องเลือกเอาความสุขแท้จริง  ดังนั้น  เราจะต้องไม่หลงทาง-ไม่หลงไปกับทรัพย์สมบัติหรือสิ่งต่างๆในโลกนี้ ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ในโลกนี้  ทุกสิ่งจะดับสูญไป  แต่พระเจ้าและสวรรค์จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์

****            พี่น้องที่รัก สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดน่าจะค่อยๆดีขึ้น เพราะความร่วมไม้ร่วมมือของพวกเราทุกคน  ดังที่ได้กล่าวแล้ว ไวรัสโควิดมันจะอยู่กับเราตลอดไปเหมือนกับโรคอื่นๆ ที่ได้อุบัติขึ้นในโลก  พวกเราต้องรักษาสุขภาพ  ของตัวเราเองให้แข็งแรงเพื่อจะต่อสู้และชนะมัน  ใส่หน้ากากอนามัย  ล้างมือ  ทำความสะอาดร่างกาย  ไม่เปิดโอกาสให้มันเข้าสู่ร่างกายของเรา    ทำทุกอย่างเพื่อให้ร่างกายของเราแข็งแรง   สุขภาพกายแข็งแรง – สุขภาพจิตแจ่มใส  มโนธรรมเชื่อและวางไว้ใจในพระเจ้าเที่ยงแท้   ขับร้องสรรเสริญพระเจ้าสม่ำเสมอ  ชีวิตที่เต็มไปด้วยความรักพระเจ้า และพยายามรักผู้อื่น ประพฤติปฏิบัติแต่ความ   ดี  ชีวิตของเราก็จะพบแต่ความสุขแท้จริง.

 

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2021

สัปดาห์ที่ 26  เทศกาลธรรมดา

พระเยซูเจ้าตรัสว่า …..   “ผู้ใดให้น้ำท่านดื่มเพียงแก้วหนึ่ง เพราะท่านเป็นคนของพระคริสตเจ้า เราบอกความจริงกับท่านว่า เขาจะได้รับบำเหน็จรางวัลอย่างแน่นอน”  พี่น้องที่เคารพรักยิ่ง จากพระดำรัสของพระเยซูเจ้านี้ พระองค์ยืนยันกับเราว่า สิ่งที่เราทำต่อพี่น้อง โดยเฉพาะแม้กับผู้ต่ำต้อย เราได้ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก พวกเขาไม่มีโอกาสจะตอบแทนเราคืนได้เลย    แต่พระเป็นเจ้าตอบแทนและประ ทานรางวัลให้กับเราแทนเขา ซึ่งเราไม่ทราบว่า พระเป็นเจ้าจะตอบแทนเราเมื่อใด-อย่างใด สิ่งที่เราจะต้องมี คือ ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจในพระเป็นเจ้า    ในสถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน พี่น้องจำนวนมากมายได้รับความทุกข์ยากลำบาก การระบาดของไวรัสโควิดระบาดไปทั่ว  ผู้คนมากมายติดโควิด ผู้คนมากมายไม่มีงานทำ  อีกมากมายไม่มีรายได้  –  ไม่มีเงินหรือปัจจัยในการใช้สอย  ไม่มีเงินซื้ออาหารเพื่อประทังชีวิต  อย่างไรก็ดี ตามที่เราทราบและเป็นข่าว มีผู้คนจำนวนมากได้แสดงออกซึ่งความมีเมตตา และได้กระทำการช่วยเหลือผู้ขัดสนแล้ว จึงเป็นสิ่งที่เราแต่ละคนจะใคร่ครวญถึงตัวเราเอง   ว่าเราได้แสดงออกหรือกระทำอย่างไรหรือยัง???  เพราะบางครั้ง เราก็อาจคิดว่า   ฉันไม่ทำความชั่วหรือไม่ทำความไม่ดีก็เพียงพอแล้ว ซึ่งก็คือ ยังไม่พอ มันเป็นการขาดหรือเรียกว่าการละเลย พระเป็นเจ้าพระทรงเมตตาและประทานพระพรแก่เราอย่างมากมาย ทุกสิ่งที่เรามี –  ทุกอย่างที่เราเป็น    ล้วนเป็นพระเมตตาของพระเจ้า   ผู้ทรงพระทัยดีต่อเรา พระองค์สอนให้เราเลียน แบบความมีเมตตาของพระองค์  ฉะนั้นอย่ากังวลใจ  จงเจริญชีวิตด้วยความเชื่อและความวางใจในพระเป็นเจ้า   พระองค์จะทรงดูแลเรา พระองค์ทรงเป็นนายชุมพาบาลที่ดีเสมอ  เราซึ่งเป็นลูกแกะของพระองค์จะไม่ขัดสนสิ่งใด ขอพระองค์ประทานพระพร และความเชื่อแก่เราทุกคนเสมอ เพื่อให้เราดำเนินชีวิตเป็นบุตรที่ดีของพระองค์เสมอทุกวันเวลา

***        พี่น้องที่รัก อดทนและเจริญชีวิตแบบ New Normal นะครับ             สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างทางสังคม ไม่ทานอาหารร่วมกัน ไม่ไปในที่แออัดหรือแหล่งมั่วสุม และสิ่งสำคัญที่สุด รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ต้องทานอาหารที่มีคุณภาพ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ต้องออกกำลังกาย ต้องทำใจให้มีอารมณ์ดี – ไม่อารมณ์เสีย และอีกสิ่งหนึ่งก็คือ เจริญชีวิตด้วยความเชื่อ  สวดภาวนา ไม่ลืมร่วมมิสซาแม้จะเป็นแบบ on line   เพื่อขอพระพรจากพระเจ้า และก้าวเดินไปกับพระองค์ทุกวันเวลา.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151348 วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 8:27-35

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จพร้อมกับบรรดาศิษย์ไปตามหมู่บ้านต่างๆ ในบริเวณเมืองซีซารียาแห่งฟิลิป ขณะทรงพระดำเนิน พระองค์ตรัสถามบรรดาศิษย์ว่า “คนทั้งหลายว่าเราเป็นใคร” เขาทูลตอบว่า “บ้างว่าเป็นยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง บ้างว่าเป็นประกาศกเอลียาห์ บ้างก็ว่าเป็นประกาศกองค์หนึ่ง” พระองค์ตรัสถามอีกว่า “ท่านล่ะ ว่าเราเป็นใคร” เปโตรทูลตอบว่า “พระองค์คือพระคริสตเจ้า” พระองค์ทรงกำชับบรรดาศิษย์มิให้กล่าวเรื่องเกี่ยวกับพระองค์แก่ผู้ใด                                                                                                                       พระเยซูเจ้าทรงเริ่มสอนบรรดาศิษย์ว่า “บุตรแห่งมนุษย์จะต้องรับทรมานอย่างมาก จะถูกบรรดาผู้อาวุโส มหาสมณะ และธรรมาจารย์ปฏิเสธไม่ยอมรับ และจะถูกประหารชีวิต แต่สามวันต่อมา จะกลับคืนชีพ” พระองค์ทรงประกาศพระวาจานี้อย่างเปิดเผย เปโตรนำพระองค์แยกออกไป ทูลทัดทาน แต่พระเยซูเจ้าทรงหันไปทอดพระเนตรบรรดาศิษย์ ทรงตำหนิเปโตรว่า “เจ้าซาตาน ถอยไปข้างหลังเรา อย่าขัดขวาง เจ้าไม่คิดอย่างพระเจ้า แต่คิดอย่างมนุษย์”                                                                                                                      พระเยซูเจ้าทรงเรียกประชาชนและบรรดาศิษย์เข้ามา ตรัสว่า “ถ้าผู้ใดอยากติดตามเรา ก็ให้เขาเลิกนึกถึงตนเอง ให้แบกไม้กางเขนของตน และติดตามเรา ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้น จะต้องสูญเสียชีวิตนั้น แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเรา และเพราะข่าวดี ก็จะรักษาชีวิตได้”

ข้อคิด

นักบุญเปโตรในพระวรสารทูลตอบพระเยซูเจ้าได้ถูกต้องว่า พระองค์คือพระคริสตเจ้า แต่ท่านยอมรับไม่ได้ว่าพระเยซูเจ้าจะทนทรมานและถูกประหารชีวิต จึงเป็นโอกาสให้พระเยซูเจ้าทรงสอนให้เราเลิกนึกถึงตนเอง และแบกไม้กางเขนของตน ติดตามพระองค์ไป ในชีวิตคริสตชนนั้น นอกจากการอดทนต่อความยากลำบากโดยถือว่าเป็นการแบกกางเขนตามพระเยซูเจ้าแล้ว นักบุญยากอบในบทอ่านที่สองยังท้าทายให้เราแสดงความเชื่อของเราด้วยการกระทำด้วย ตัวอย่างของท่านคือการแบ่งปันอาหารและเครื่องนุ่งห่มให้ผู้ที่ขาดแคลน แม้เราไม่สามารถกอบกู้โลกทั้งโลกได้ แต่การทำกิจการดีแม้เพียงเล็กน้อยก็ดีกว่าไม่กระทำเลย.

 

พระเยซูผู้บาดเจ็บ                

เปโตรได้ให้คำตอบที่ยิ่งใหญ่ ว่าพระเยซูเจ้าเป็นใคร

…พระองค์พระคริสตเจ้า

คำตอบของเขาสวมใส่เสื้อคลุมสวยสง่า

ภายนอกแลดูยิ่งใหญ่ แต่สาระภายในยังคงห่างไกลจากความจริง

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่พระองค์ทรงกำชับให้เขาเงียบ…อย่าบอกใคร

เขามองพระเยซู เฉกเช่นคนร่วมสมัย

ผู้กำลังรอคอยผู้นำ…ผู้ปลดปล่อยจากอำนาจกดขึ่

…ผู้นำทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่…ไม่พ่ายแพ้…ไม่บาดเจ็บ และไม่ตาย

แต่…อนิจจา! เส้นทางสายนี้ของเปโตร

ขัดสวนกับเส้นทางของพระอาจารย์

สำหรับพระองค์…เอกลักษณ์แท้จริงของพระคริสตเจ้า

จะเผยบานในความทุกข์ทน

กางเขน คือตำนานร้องขานคำตอบ…ว่าพระเยซูเจ้าเป็นใคร

ทรงเรียกตนเองเป็นบุตรแห่งมนุษย์

ผู้ต้องรับทรมาน…ถูกปฏิเสธ และถูกประหาร

ไม่เพียงแค่ทนทุกข์ แต่…ทนทุกข์อย่างโดดเดี่ยว

…ปราศจากความบรรเทาใด

แม้ความตาย…จะไม่ตายด้วยความตายปกติ แต่…ถูกประหาร

เพื่อพบเจอว่าพระองค์เป็นใคร…จำต้องเพ่งมองไปยัง บุตรแห่งมนุษย์

…ผู้ก้าวเดินบนทางกางเขน

เส้นทางความทุกข์ เป็นเส้นทางที่โปโตรปฏิเสธ

เขาต้องการพระผู้ไถ่ผู้ยิ่งใหญ่…ไม่บาดเจ็บ และไม่พ่ายแพ้

แต่…พระเยซูเจ้าทรงปฏิเสธเส้นทางที่ปราศจากความทุกข์

ทรงปฏิเสธความใฝ่ฝันแห่งเกียรติอำนาจ

ที่เวียนว่ายในบ่อความคิดของเปโตร และสาวก

เพราะแท้จริงแล้ว

…พระเจ้าผู้ห่างไกลความทุกข์ทรมาน และการถูกปฏิเสธ

เป็นพระเจ้าเท็จเทียมที่ซาตานคิดค้นปั้นขึ้น

พระเจ้าเที่ยงแท้…ยอมให้พระบุตรสุดที่รักต้องบาดเจ็บ

และ…ทรงตัดสินใจรับความบาดเจ็บ เพราะเห็นแก่มนุษยชาติที่บาดเจ็บ

เขาผู้พบเจอสัจธรรมความบาดเจ็บ จึงพบเจอคำตอบ…ว่าพระองค์เป็นใคร

และ…เขาผู้ก้าวเดินบนความบาดเจ็บ ไม่เคยก้าวเดินคนเดียว

 แต่…เขามีเพื่อน…พระเยซูผู้บาดเจ็บ  ก้าวเดินไปพร้อมกับเขา

        

  สัปดาห์ที่แล้ว

 วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน 2021     สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

            ประกาศกอิสยาห์ กล่าวกับประชาชนว่า…   “จงมานะเถิด อย่ากลัวเลย…ดูซิ พระเจ้าของท่านทั้งหลายจะเสด็จมาเพื่อช่วยท่านให้รอดพ้น…นัยน์ตาของคนตาบอดจะมองเห็น…หูของคนหูหนวกจะได้ยิน  คนง่อยจะกระโดดได้อย่างกวาง และคนใช้จะร้องตะโกนด้วยความยินดี…”    พระวรสารนักบุญมาระโกวันนี้  ก็กล่าวถึงพระเยซูเจ้าทรงรักษาคนใบ้หูหนวกคนนั้นให้หาย ทั้งๆที่ตามธรรมชาติปกติ ไม่อาจจะรักษาได้เลย หมอหรือแพทย์คนใดก็ไม่สามารถรักษาได้ แต่พระเยซูเจ้าได้กระทำแล้ว นักบุญยากอบได้เขียนจดหมายให้กำลังใจแก่เราทุกคนว่า..“พี่น้องทั้งหลาย อย่าให้ความเชื่อของท่าน…มีความลำเอียงหรือเสียไปแม้แต่น้อย ความเชื่อที่เรามีต่อองค์พระเยซูเจ้า พระบุตรของพระบิดาเจ้าสวรรค์และความเชื่อนี้  จะต้องยังคงให้เรารักพระเจ้าด้วยสุดหัวใจของเรา  และเพราะความรักที่มีต่อพระเจ้า  เราจึงต้องรักและพยายามรักเพื่อนพี่น้องทุกคน รัก-เมตตา-และพยายามช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากลำบาก ผู้เจ็บป่วย  โดยเฉพาะในยามที่โลกกำลังวุ่นวาย ทั้งด้วยภัยพิบัติต่างๆ และการระบาดของโรคไวรัส พวกเขาเหล่านั้นกำลังต้องการความช่วยเหลือ – ต้องการความเมตตา และมันจะต้องเป็นความเมตตาที่มีการกระทำ-การปฏิบัติ มิใช่เพียงความรู้สึกหรือคำพูดลอยๆ เท่านั้น      ขอโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า ที่พระองค์ทรงเมตตาต่อเรา (มากกว่าผู้คนอื่นเป็นร้อยเป็นพันเป็นล้านคน ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากลำบากทั้งกายใจ) ลูกขอ ขอบพระคุณพระองค์  ขอให้พวกลูกมีใจ-มีพลกำลังและพร้อมที่จะเสียสละ-แบ่งปันและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้กำลังตกทุกข์ได้ยาก ตามกำลังความสามารถของพวกลูกด้วยเทอญ.       

***        เดิอนกันยายนนี้ รัฐบาลและคณะกรรมการป้องกันการระบาดของไวรัส    โควิดได้ปรับมาตรการ    และผ่อนปรน เพื่อให้การดำเนินวิถีชีวิตใหม่ของ  พวกเราเพื่อจะอยู่กับโควิดให้ได้ ขอพี่ น้องทำความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต หลายสิ่งหลายอย่างจำต้องเปลี่ยน ปรับให้เข้ากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่  หากเราไม่ยอมปรับ-ไม่ยอมเปลี่ยน เราจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างดีมีสุข                                                                                  

***        การมาร่วมมิสซาวันอาทิตย์ เขาอนุญาตเพียง 25 คน ขอพี่น้องทำใจและอดทนอีกสักระยะหนึ่งนะครับ  สงวน 25 ที่ไว้สำหรับผู้ที่ปรารถนาและต้องการพบพระเจ้าจริงๆ  พี่น้องที่คิดว่าตัวเองยังสามารถร่วมพิธีแบบ on line ได้ ก็ร่วมแบบ on line   อีกสักระยะหนึ่งนะครับ เปิดโอกาสสำหรับผู้ที่รู้สึกยากลำบากที่จะร่วมมิสซาแบบ on line นะครับ  พี่น้อง สามารถขอมิสซา-ขอสวด และตั้งจิตอธิษฐานได้เหมือนเดิมนะครับ. 

  ขอพระเจ้าสถิตอยู่กับพี่น้องเสมอทุกวันเวลา!!! 

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

สารวัด ฉบับที่ 151347 วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก  

 มก 7:31-37

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จออกจากเขตเมืองไทระผ่านเมืองไซดอน ไปยังทะเลสาบกาลิลีกลางดินแดนทศบุรี มีผู้นำคนใบ้หูหนวกคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์ ทูลขอร้องให้พระองค์ทรงปกพระหัตถ์ พระองค์ทรงแยกคนใบ้หูหนวกคนนั้นไปจากกลุ่มชน ทรงใช้นิ้วพระหัตถ์ยอนหูของเขา ทรงใช้พระเขฬะแตะลิ้นของเขา ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นเบื้องบน ถอนพระทัย แล้วตรัสว่า “แอฟฟาธา” แปลว่า “จงเปิดเถิด” ทันใดนั้นหูของเขากลับได้ยิน สิ่งที่ขัดลิ้นอยู่ก็หลุด เขาพูดได้ชัดเจน พระเยซูเจ้าทรงห้ามประชาชนเหล่านั้นมิให้พูดเรื่องนี้กับผู้ใด แต่ยิ่งห้าม ก็ยิ่งเล่าลือกันมากขึ้น ต่างประหลาดใจมาก กล่าวว่า “คนคนนี้ทำสิ่งใดดีทั้งนั้น เขาทำให้คนหูหนวกกลับได้ยิน และคนใบ้กลับพูดได้”

ข้อคิด

ในบทอ่านที่หนึ่งและบทพระวรสาร พระเจ้าทรงรักษาคนพิการ ส่วนในบทอ่านที่สอง นักบุญยากอบสอนเราให้เอาใจใส่คนยากจน พระคัมภีร์ตอนอื่นกล่าวถึงบุคคลอีกหลายประเภทที่เราควรดูแลเนื่องจากพระเจ้าทรงเป็นห่วงพวกเขา เช่น หญิงม่ายและลูกกำพร้า ผู้เจ็บป่วย ผู้ถูกจองจำ และคนต่างด้าว นอกจากนี้ ในสังคมไทยยุคปัจจุบัน ยังมีคนไร้สัญชาติที่ถูกจำกัดการดำรงชีวิต ผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ผู้ที่ประสบปัญหาทางจิต ฯลฯ ซึ่งเรียกร้องให้เราดูแลตามจิตตารมณ์เดียวกัน  สุดท้าย พระศาสนจักรในปัจจุบันสอนให้เราขยายความห่วงใยออกไปสู่สิ่งสร้างทั้งมวลของพระเจ้า คือโลกซึ่งเป็นบ้านที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน.

 

 

อคติ  

                       

ชายหนวกใบ้ ยื่นนิ่งอยู่ในความยากจนและต่ำต้อย

เขาคือคนต่างชาติ ที่ชาวยิวผู้สูงศักดิ์ถือว่ามีมลทิน และ…ไม่ยอมคบหา

เขาคือผู้หนวกใบ้ไร้ปากเสียง

ความยากจนและต่ำต้อย จึงกลับกลายเป็นโรคร้ายที่กัดกินหัวใจชายหนวกใบ้

พระเยซูไม่ลังเลใจที่จะยืนเคียงข้างเขา…แม้จะไม่มีใครอื่นใด

…ไม่ลังเลใจที่จะสัมผัสหูและลิ้นของเขา…แม้จะไม่มีใครกล้า

…ทรงเปิดหูเขาให้ได้ยิน และปลดปล่อยลิ้นเขาให้เป็นอิสระ

พระองค์จึงมิใช่ใครอื่น แต่…เพื่อนของผู้ยากจน และต่ำต้อย

ทุกคนรอบข้างประหลาดใจ และร้องด้วยความชื่นชม

…คนคนนี้ทำสิ่งใดดีทั้งนั้น

ความรักเมตตาของพระเจ้ามีเตรียมไว้สำหรับทุกคน

ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร…มาจากไหน…เชื้อชาติใด…ศาสนาใด

แม้เขาจะเป็นผู้ต่ำต้อยที่ทุกคนมองว่าเปรอะเปื้อนมลทิน

และ…แม้เขาจะยากจนสิทธิ และอาจไม่เรียกร้องสิ่งใด

พระองค์ทรงก้าวเดินไปเคียงข้างเขาโดยปราศจากกำแพงแห่งอคติขวางกั้น

พระองค์ไม่ปล่อยให้เขาเดินโดดเดี่ยว ในโลกที่ไร้ปากเสียง

ไม่ปล่อยให้เขาถูกทอดทิ้ง ในโลกที่เมินเฉย

การต้อนรับและความรักของพระองค์เปิดขอบฟ้าใหม่ให้ชีวิตชายหนวกใบ้

เมื่อฉันก้าวเข้าไปในบ้านแห่งชีวิตของผู้ใด

ฉันพึงถอดรองเท้าแห่งอคติ เพราะนั่นคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

มิฉะนั้น ฉันอาจขวางกั้นความฝันสูงส่งของเขา

หรือร้ายกว่านั้น

…ฉันอาจจะเหยียบย่ำพระเจ้าที่ประทับอยู่ ณ ที่นั้น ก่อนฉันมาถึง

 

            สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 2021

สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา

            จากหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ โมเสสได้กล่าวเตือนประชากรอิสราเอลให้ถือกฏเกณฑ์และปฏิบัติตามข้อกำหนด และบทบัญญัติที่พระเจ้าทรงมอบให้อย่างเคร่งครัด     “พวกท่านจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด  และถือบัญญัติของพระเจ้าอย่างซื่อ สัตย์ และจะต้องไม่เพิ่มเติมสิ่งใดลงไป และไม่ตัดทอนตอนใดออกไปด้วย พวกท่านจงรู้ไว้ด้วยว่า ไม่มีชนชาติยิ่งใหญ่ชาติใดมีข้อกำหนดและกฏเกณฑ์เที่ยงธรรมเท่ากับธรรมบัญญัติที่พระเจ้าทรงมอบแก่ท่าน และข้าพเจ้ากำลังสอนท่านในวันนี้!”   นักบุญยากอบ กล่าวย้ำเตือนว่า ….ของประทานทุกอย่างที่ดีและบริบูรณ์ย่อมมาจากเบื้องบน   ลงมาจากพระบิดาผู้ทรงสร้างความสว่าง พระองค์ไม่ทรงเปลี่ยนแปลง ไม่มีแม้แต่เงาแห่งความแปรปรวนใดๆ พระองค์ทรงพระทัยดีต่อเราเสมอ จงน้อมรับพระวาจานั้น และปฏิบัติตามอย่างซื่อสัตย์ และจะทำให้เรามีชีวิต!      พี่น้องที่เคารพรัก พระเจ้าทรงประทานบทบัญญัติให้กับพวกเรา เป็นบัญญัติ ที่ทำให้เราทราบดีถึงน้ำพระทัยรักและเมตตาของพระเจ้า สอนให้เรารักพระเจ้าเที่ยงแท้ และรักเพื่อนมนุษย์ทุกคน ความเชื่อและความศรัทธาที่แท้จริงต่อพระเจ้า ที่พระเจ้าต้องการจากเรา สอนให้เราปฏิบัติด้วยจริงใจ มิใช่ปฏิบัติอย่างเสียมิได้ พระเจ้ามิทรงต้องการเครื่องบูชาหรือของถวายใดๆ ภายนอก หากเราบอกว่ารักพระเจ้า แต่ไม่รักเพื่อนมนุษย์ –ไม่มีน้ำใจเมตตา -ไม่ช่วยเหลือในยามที่พวกเขาต้องการ เราก็มุสาหรือโกหก ฉะนั้น  พี่น้องที่เคารพ ยามที่โลกเกิดวิกฤต ยามที่เพื่อนมนุษย์หลายคนทุกข์ยากลำบาก เป็นโอกาสที่เราต้องพิสูจน์ความรักแท้ที่เรามีต่อพระองค์ ยามนี้ เราจึงต้องแสดงความรักต่อพระเจ้าด้วยการแสดงความรักและเมตตาช่วยเหลือผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก จนสุดความสามารถของเรา

            ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานความรักเที่ยงแท้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ให้ข้าพเจ้ารักพระองค์สุดดวงใจ และเพราะรักพระองค์ โปรดให้ข้าพเจ้ารักเพื่อนพี่น้องของข้าพเจ้าด้วยเทอญ!!!

****      พี่น้องที่รัก พวกเราคงได้ยิน – ได้รับรู้ ถึง  “ตู้ปันสุข” “ถุงแบ่งรัก” “อาหารปะทังชีวิต” “น้ำใจช่วยเพื่อน” ฯลฯ ในยามวิกฤตของเพื่อนมนุษย์จำนวนมาก หลายๆ คนได้แสดงออกซึ่งความมีน้ำใจ – ความมี  เมตตา และการช่วยเหลือต่างๆ พี่น้องสัตบุรุษวัดของเราหลายท่านก็มี  น้ำใจ ปรารถนาจะช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์ยากลำบากจริงๆ ขอพี่น้องสำรวจ  เพื่อนพี่น้องใกล้ๆ บ้านของพวกเราในหมู่บ้าน -ในละแวกบ้าน หากพบว่าเขาต้องการความช่วยเหลือประการใด ขอให้แจ้งให้พ่อ หรือกรรมการสภาภิบาลวัดของเราได้ทราบ เพื่อจะได้ช่วยเขา  ไม่จำกัดว่าจะ ต้องเป็นคริสตชนเท่านั้น ใครก็แล้วแต่ที่ทุกข์ยากลำบากจริงๆ เป็นเรา  ที่จะต้องช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้น ขอพี่น้องสำรวจเลยครับ  พระเจ้าทรงเตือนใจเราด้วยพระวาจาของพระองค์ในวันนี้แล้ว เพื่อเราจะได้ช่วยเหลือผู้ที่กำลังทุกข์ยากลำบากจริงๆ  นี้คือความรักที่แท้   จริงต่อพระเจ้า                                                                                                                                                           

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                         

สารวัด ฉบับที่ 151346 วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 7:1-8ก, 14-15, 21-23

เวลานั้น ชาวฟาริสีและธรรมาจารย์บางคนจากกรุงเยรูซาเล็มมาเฝ้าพระเยซูเจ้าพร้อมกัน เขาสังเกตุว่าศิษย์บางคนของพระองค์กินอาหารด้วยมือที่ไม่สะอาด คือไม่ได้ล้างมือก่อน  เพราะชาวฟาริสีและชาวยิวโดยทั่วไปย่อมถือขนบธรรมเนียมของบรรพบุรุษ เขาไม่กินอาหารโดยมิได้ล้างมือตามพิธีก่อน เมื่อกลับจากตลาดเขาจะไม่กินอาหารเว้นแต่จะได้ทำพิธีชำระตัวก่อน เขายังถือขนบธรรมเนียมอื่นๆ อีกมาก เช่น การล้างถ้วย จานชามและภาชนะทองเหลือง ชาวฟาริสีและธรรมาจารย์จึงทูลพระองค์ว่า “ทำไมศิษย์ของท่านไม่ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมของบรรพบุรุษ และทำไมเขาจึงกินอาหารด้วยมือที่ไม่สะอาด”  พระองค์ตรัสตอบว่า  “ประกาศกอิสยาห์ได้พูดอย่างถูกต้องถึงท่าน คนหน้าซื่อใจคด ดังที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า ประชาชนเหล่านี้ให้เกียรติเราแต่ปาก แต่ใจของเขาอยู่ห่างไกลจากเรา    เขานมัสการเราอย่างไร้ความหมาย   เขาสั่งสอนบัญญัติของมนุษย์เหมือนกับเป็นสัจธรรม     ท่านทั้งหลายละเลยบทบัญญัติของพระเจ้า กลับไปถือขนบธรรมเนียมของมนุษย์”   พระองค์ทรงเรียกประชาชนเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ตรัสว่า “ทุกคนจงฟังและเข้าใจเถิด ไม่มีสิ่งใดเลยจากภายนอกของมนุษย์ทำให้เขามีมลทินได้ แต่สิ่งที่ออกมาจากภายในของมนุษย์นั้นแหละทำให้เขามีมลทิน จากภายในคือจากใจมนุษย์นั้นเป็นที่มาของความคิดชั่วร้าย การประพฤติผิดทางเพศ การลักขโมย การฆ่าคน การมีชู้ ความโลภ การทำร้าย การฉ้อโกง การสำส่อน ความอิจฉา การใส่ร้าย ความหยิ่งยโส ความโง่เขลา สิ่งชั่วร้ายทั้งหมดนี้ออกมาจากภายใน และทำให้มนุษย์มีมลทิน”

ข้อคิด

พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ เตือนใจเราให้เข้าใจถึงบทบัญญัติของพระ เป็นบทบัญญัติที่ทำให้เราทราบว่า พระเจ้าที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร ให้เราสังเกตุในบทอ่านที่ 2 ความศรัทธาในพระเจ้าที่แท้จริง คือ การปฏิบัติเมตตาจิตและความรักต่อผู้อื่น ความศรัทธาที่แท้จริงที่พระต้องการจากเราคือ การที่เรารักและช่วยเหลือผู้อื่นอย่างจริงใจ พระไม่ต้องการเครื่องบูชาหรือของถวายภายนอกใดๆ จากเรา นอกจากจิตใจที่เปี่ยมด้วยความรักเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง ให้เราวอนขอพระพรจากพระเป็นเจ้า ได้โปรดประทานพระหรรษทานให้กับเราแต่ละคน เพื่อจะได้เข้าใจว่า การรักพระเป็นเจ้าที่แท้จริงนั้น คือ การที่เราแต่ละคนสามารถที่จะรัก ช่วยเหลือและให้อภัยแก่กันและกัน เพราะพระเจ้าคือองค์ความรัก ดังนั้น ของถวายที่ดีที่สุดที่เราสามารถมอบให้กับพระองค์ได้ก็คือ ความรัก.

 

ในใจฉัน                                

ฉันเคยอึดอัดมานานกับกฏเกณฑ์มากมายของมนุษย์

ที่ถูกสร้างขึ้น และถูกตั้งเป็นกฏเกณฑ์เบ็ดเสร็จ

…ที่ต้องเป็นอย่างนี้อย่างนั้น และเป็นอย่างอื่นไม่ได้

เผด็จการสำเร็จรูปดูจะรบกวนหัวใจอิสระของฉันจนรู้สึกอ่อนล้า

มาวันนี้…หัวใจอ่อนล้าแอบอมยิ้มอยู่อย่างเงียบๆ

…ชอบใจและสะใจกับคำวิพากษ์ของพระเยซูเจ้าที่ยกโยนใส่ชาวฟาริสี

และธรรมาจารย์ผู้สูงศักดิ์จากกรุงเยรูซาเล็ม

…สั่งสอนบัญญัติของมนุษย์เหมือนกับเป็นสัจธรรม

ฉันชอบใจในความลึกซึ้ง และสะใจในความกล้าหาญของพระองค์

ทรงลึกซึ้งและกล้าหาญเพียงพอที่จะลุกขึ้นยืนต่อหน้าผู้สูงศักดิ์

เพื่อปกป้องผู้ต่ำต้อยที่ไร้ปากเสียง

…พวกท่านหน้าซื่อใจคด…ท่านทั้งหลายละเลยบทบัญญัติของพระเจ้า

และกลับไปถือขนบธรรมเนียมของมนุษย์

กฏเกณฑ์ภายนอกของมนุษย์ได้ถูกสร้างขึ้นมากมาย

และได้รับการเทิดทูนบูชา

จนบทบัญญัติของพระเจ้าที่ถูกเขียนไว้ในส่วนลึกของใจมนุษย์

ถูกกลบ และลบทิ้ง

ความรักเมตตา…ความห่วงหาอาทร ที่พระเจ้าบรรจงปลูกไว้ในใจมนุษย์

ต้องตายจากไปด้วยข้อกำหนดที่แล้งน้ำใจของมนุษย์

จนในที่สุดมนุษย์ก็สร้างคุกแห่งกฏเกณฑ์คุมขังตนเองและคนรอบข้าง

โลกจึงมุ่งเดินไปสู่ความเป็นทาส และห่างไกลจากความเป็นไทอยู่ทุกขณะ

ฉันไม่เคยโกรธเกลียดกฏเกณฑ์ภายนอก…การทักทาย…รอยยิ้ม

แต่…การทักทาย และรอยยิ้มทื่ปราศจากหัวใจแห่งความรัก

ดูหลอกลวง และไร้ค่า

ฉันจึงเฝ้าเดินหาหัวใจรักที่ทักทาย และแย้มยิ้ม

พบบ้าง…ไม่พบบ้าง สมหวังบ้าง…ผิดหวังบ้าง

ฉันใฝ่ฝันเหลือเกิน…ที่จะให้เมล็ดพันธุ์ความรักเมตตา และห่วงหาอาทร

 เติบใหญ่ในส่วนลึกแห่งใจฉัน…ขอพระเจ้าช่วยฉันด้วย    

            

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2021   

สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

            จากหนังสือโยชูวา ในพระธรรมเก่า โยชูวาถามประชาชนว่า… “พวกท่านจะรับใช้และเชี่อในพระเจ้าของบรรพบุรุษที่เคยรับใช้มา    หรือพวกท่านจะหันเหใจของพวกท่านไปนับถือเทพเจ้าอื่น….?!?    ประชาชนตอบโยชูวา ว่า….  “เราจะไม่ละทิ้งองค์พระผู้เป็นเจ้าของบรรพบุรุษ เพื่อไปรับใช้หรือกราบไหว้เทพเจ้าอื่นใด…..!!!     พระวรสารในวันนี้ พระเยซูเจ้าก็ตรัสถามพวกอัครสาวกเช่นกันว่า  “พวกท่านจะไปด้วยหรือ (พวกท่านจะไม่เชื่ออีกต่อไป และจะไปจากเราหรือไม่??)      ซีโมนเปโตรทูลตอบว่า….”พระเจ้าข้า พวกเราจะไปหาใครเล่า พระ องค์ทรงมีพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร…. พวกเราเชื่อและรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าอย่างแน่นอน    พี่น้องที่รัก ยามที่เราประสบการระบาดของไวรัสโควิดอย่างหนักในขณะนี้ ซึ่งพวกเราไม่เคยเจอะเจอมาในชั่วชีวิตของพวกเรา หลายครั้งทำให้เราท้อแท้ใจ ความเชื่อสั่นคลอน หรืออาจหมดความวางใจในพระเจ้า ทำให้เราไม่อยากสวดภาวนา ไม่อยากร่วมมิสซา (แม้เป็นมิสซา on line) หลายครั้งทำให้พวกเราห่อเหี่ยวใจ หมดกำลังใจ และไม่อยากจะก้าวเดินต่อไป….พ่อขอให้บทเพลงสดุดีที่ยกมากล่าวในวันนี้ เป็นบทสดุดีที่พวกเราจะกล่าวสดุดีพระเจ้าพร้อมๆ กัน….

 

ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าจะถวายพระพรแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดกาล  คำสรรเสริญพระองค์จะติดอยู่กับริมฝีปากของข้าพเจ้าเสมอ   จิตใจข้าพเจ้าจะภูมิใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า   ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายกำลังร้องขอความช่วยเหลือ ขอพระองค์โปรดทรงสดับฟัง   โปรดทรงช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากความทุกข์ระทม    ขอพระองค์ทรงเสด็จมาอยู่ใกล้ผู้มีใจเป็นทุกข์    โปรดทรงกอบกู้ผู้มีใจสำนึกผิด    โปรดทรงเสด็จมาช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้พ้นจากความทุกข์ร้อนด้วยเทอญ    โปรดส่งพระจิตของพระองค์ลงมาปกป้องบรรดาบุตรของพระองค์ให้พ้นภัย     แม้พวกลูกจะทรยศและไม่ซื่อสัตย์ต่อพระองค์      โปรดทรงประทานอภัยโทษและเมตตาข้าพเจ้าทั้งหลายผู้เป็นคนบาปด้วยเถิด ด้วยพระองค์ทรงเป็นองค์แห่งความรักและเมตตาอย่างหาขอบเขตมิได้    โปรดทรงพระเมตตาและช่วยพวกลูกทั้งหลายด้วยเทอญ.   

****     พี่น้องที่เคารพ เราเพิ่งเฉลิมฉลองสมโภชพระแม่เจ้าเสด็จเข้าสวรรค์ทั้งร่าง กายและวิญญาณ พ่อได้เชิญชวนพี่น้องให้สวดภาวนาวอนขอพระแม่เจ้า วอน  ขอพระแม่เจ้าช่วยเสนอวิงวอนต่อพระเป็นเจ้า โปรดเมตตา ต่อมนุษยโลก  ขอ  พี่น้องร่วมใจกันภาวนาต่อๆ ไป อย่าได้ท้อใจและหยุดภาวนา อย่าเสียความเชื่อนะครับ พระเยซูเจ้าตรัสไว้ว่า ผู้ที่มีความเชื่อและภาวนาด้วยจริงใจพระองค์จะฟังคำภาวนานั้นเสมอ

 

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล  

 

วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 2021

สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา

            จากหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ โมเสสได้กล่าวเตือนประชากรอิสราเอลให้ถือกฏเกณฑ์และปฏิบัติตามข้อกำหนด และบทบัญญัติที่พระเจ้าทรงมอบให้อย่างเคร่งครัด    “พวกท่านจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด และถือบัญญัติของพระเจ้าอย่างซื่อสัตย์ และจะต้องไม่เพิ่มเติมสิ่งใดลงไป และไม่ตัดทอนตอนใดออกไปด้วย พวกท่านจงรู้ไว้ด้วยว่า ไม่มีชนชาติยิ่งใหญ่ชาติใดมีข้อกำหนดและกฏเกณฑ์เที่ยงธรรมเท่ากับธรรมบัญญัติที่พระเจ้าทรงมอบแก่ท่าน และข้าพเจ้ากำลังสอนท่านในวันนี้!”      นักบุญยากอบ กล่าวย้ำเตือนว่า ….ของประทานทุกอย่างที่ดีและบริบูรณ์ย่อมมาจากเบื้องบน ลงมาจากพระบิดาผู้ทรงสร้างความสว่าง พระองค์ไม่ทรงเปลี่ยนแปลง ไม่มีแม้แต่เงาแห่งความแปรปรวนใดๆ พระองค์ทรงพระทัยดีต่อเราเสมอ จงน้อมรับพระวาจานั้น และปฏิบัติตามอย่างซื่อสัตย์ และจะทำให้เรามีชีวิต!     พี่น้องที่เคารพรัก พระเจ้าทรงประทานบทบัญญัติให้กับพวกเรา เป็นบัญญัติที่ทำให้เราทราบดีถึงน้ำพระทัยรักและเมตตาของพระเจ้า สอนให้เรารักพระเจ้าเที่ยงแท้ และรักเพื่อนมนุษย์ทุกคน ความเชื่อและความศรัทธาที่แท้จริงต่อพระเจ้า ที่พระเจ้าต้องการจากเรา สอนให้เราปฏิบัติด้วยจริงใจ มิใช่ปฏิบัติอย่างเสียมิได้ พระเจ้ามิทรงต้องการเครื่องบูชาหรือของถวายใดๆภายนอก หากเราบอกว่ารักพระเจ้า แต่ไม่รักเพื่อนมนุษย์-ไม่มีน้ำใจเมตตา-ไม่ช่วยเหลือในยามที่พวกเขาต้องการ เราก็มุสาหรือโกหก ฉะนั้น พี่น้องที่เคารพ ยามที่โลกเกิดวิกฤต ยามที่เพื่อนมนุษย์หลายคนทุกข์ยากลำบาก เป็นโอกาสที่เราต้องพิสูจน์ความรักแท้ที่เรามีต่อพระองค์ ยามนี้ เราจึงต้องแสดงความรักต่อพระเจ้าด้วยการแสดงความรักและเมตตาช่วยเหลือผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก จนสุดความสามารถของเรา      ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานความรักเที่ยงแท้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ให้ข้าพเจ้ารักพระองค์สุดดวงใจ และเพราะรักพระองค์ โปรดให้ข้าพเจ้ารักเพื่อนพี่น้องของข้าพเจ้าด้วยเทอญ!!!

****      พี่น้องที่รัก พวกเราคงได้ยิน – ได้รับรู้ ถึง  “ตู้ปันสุข” “ถุงแบ่งรัก”    “อาหารปะทังชีวิต” “น้ำใจช่วยเพื่อน” ฯลฯ ในยามวิกฤตของเพื่อนมนุษย์จำนวนมาก หลายๆ คนได้แสดงออกซึ่งความมีน้ำใจ – ความมี เมตตา และการช่วยเหลือต่างๆ พี่น้องสัตบุรุษวัดของเราหลายท่านก็มี น้ำใจ ปรารถนาจะช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์ยากลำบากจริงๆ ขอพี่น้องสำรวจ        เพื่อนพี่น้องใกล้ๆ บ้านของพวกเราในหมู่บ้าน -ในละแวกบ้าน หากพบ ว่าเขาต้องการความช่วยเหลือประการใด ขอให้แจ้งให้พ่อ หรือกรรมการสภาภิบาลวัดของเราได้ทราบ เพื่อจะได้ช่วยเขา  ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นคริสตชนเท่านั้น ใครก็แล้วแต่ที่ทุกข์ยากลำบากจริงๆ เป็นเรา ที่จะต้องช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้น ขอพี่น้องสำรวจเลยครับพระเจ้าทรงเตือนใจเราด้วยพระวาจาของพระองค์ในวันนี้แล้ว เพื่อเราจะได้ช่วยเหลือผู้ที่กำลังทุกข์ยากลำบากจริงๆ  นี้คือความรักที่แท้จริงต่อพระเจ้า

 

 คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล                                                                                                                                                                                                                                                                                                           

สารวัด ฉบับที่ 151345 วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น ยน 6:60-69

เวลานั้น เมื่อศิษย์หลายคนได้ยินพระเยซูเจ้าตรัสดังนี้ก็กล่าวว่า “ถ้อยคำนี้ขัดหูจริง ใครจะฟังได้”     พระเยซูเจ้าทรงทราบด้วยพระองค์ว่าบรรดาศิษย์กำลังบ่นกันเรื่องนี้ จึงตรัสแก่เขาว่า “เรื่องนี้ทำให้ท่านเคลือบแคลงใจหรือ แล้วถ้าท่านจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์กลับขึ้นสู่สถานที่ที่เคยอยู่แต่ก่อนเล่า ท่านจะว่าอย่างไร พระจิตเจ้าทรงเป็นผู้ประทานชีวิต ลำพังมนุษย์ทำอะไรไม่ได้ วาจาที่เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายนั้นให้ชีวิตเพราะมาจากพระจิตเจ้า แต่บางท่านไม่เชื่อ”  พระเยซูเจ้าทรงทราบตั้งแต่แรกแล้วว่าผู้ใดไม่เชื่อ และผู้ใดจะทรยศต่อพระองค์ พระองค์ตรัสต่อไปว่า “ดังนั้น เราจึงบอกท่านทั้งหลายว่า ไม่มีผู้ใดมาหาเราได้ เว้นแต่ผู้ที่พระบิดาประทานให้เขามา” หลังจากนั้น ศิษย์หลายคนเปลี่ยนใจ ไม่ติดตามพระองค์อีกต่อไป  พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับอัครสาวกสิบสองคนว่า “ท่านทั้งหลายจะไปด้วยหรือ” ซีโมนเปโตรทูลตอบว่า “พระเจ้าข้า พวกเราจะไปหาใครเล่า พระองค์มีพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร พวกเราเชื่อและรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า”

ข้อคิด

บทอ่านที่ 1 ชาวอิสราเอลให้สัญญาก่อนที่จะเข้าสู่ดินแดนแห่งพัทธสัญญาว่า จะซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าและไม่มีทางที่จะละทิ้งพระองค์ ในพระวรสาร เปโตรก็กล่าวเช่นเดียวกันว่า “พระเจ้าข้า พวกเราจะไปหาใครเล่า” และเหตุการณ์หลังจากนั้นเราก็ทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น ชาวอิสราเอลได้ทรยศต่อคำพูด และเปโตรก็ปฏิเสธที่จะรู้จักพระเยซูเจ้า เมื่อพระองค์ถูกจับกุม แต่ไม่ว่าเราจะทำผิดขนาดไหน พระองค์ก็ยังทรงรักเรา เป็นความรักที่นักบุญเปาโลอธิบายว่าเป็นธรรมล้ำลึก และที่สุดเรารู้ว่า เปโตรสามารถสัมผัสได้ถึงความรักนั้น และได้อุทิศชีวิตทั้งหมดของท่านเพื่อตอบแทนความรักของพระที่มีให้ ขอให้เราขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรักมั่นคงของพระองค์ และเมื่อเราทำผิด อย่ากลัวที่จะกลับเข้ามาหาพระอีกครั้งหนึ่ง และเช่นเดียวกัน เมื่อเราได้รับโอกาสจากพระเจ้า ขอให้เราให้โอกาสนี้กับพี่น้องที่ทำผิดต่อเราเช่นกัน.

 

ปังและปลาที่เคยได้รับ ได้กลับเป็นอาหารถูกใจ

จนพวกเขาอยากตั้งพระองค์เป็นกษัตริย์

     วันนั้น ที่ทรงพูดและทำถูกใจ…พวกเขาก็ออกเรือตามหาพระองค์

แต่…วันนี้ ที่ศาลาธรรม ทรงพูดและทำสิ่งไม่ถูกใจ

ผู้ที่กินเนื้อและโลหิตของเรา จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป

พวกเขาเคลือบแคลงใจในพระองค์….พากันบ่นว่า

และในที่สุด…ก็เดินจากพระองค์ไป

 

แม้พบตนเองโดดเดี่ยว…และถูกทอดทิ้ง

แต่หัวใจ ยังคงเต็มอิ่มด้วยความรักและห่วงใย

ไม่ปรากฏหมอกควันความโกรธแค้นขุ่นเคือง

ไม่ปรากฏกลิ่นอายความน้อยเนื้อต่ำใจ

      ทรงยอมปล่อยเขาไป…เคารพในการตัดสินใจเลือกของพวกเขา

แม้จะรู้ดีว่าการตัดสินใจนั้นผิดพลาด

 

กับเพื่อนสนิท…ทรงมองด้วยดวงตาที่ห่วงอาทร และถามพวกเขา

….ท่านทั้งหลายจะจากเราไปด้วยหรือ

                  จริงซิ…พวกเขาได้ตัดสินใจทิ้งอวนและบิดา ติดตามพระองค์มาจนวันนี้

แต่การตัดสินใจของอดีตอาจแก่ชรา และหมดกำลัง

…จนอาจพบเจอนอนตายอยู่บนซากหักพังของชีวิต

จึงต้องการการเหลียวแล และฟื้นฟูให้สดชื่นแจ่มใส

 

พระองค์ไม่ปรารถนาให้เมล็ดพันธุ์ที่อ่อนเยาว์ต้องจบสิ้น

แต่…ให้เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ จนนกในอากาศมาพักพึ่งพิง

จึงทรงนำพาพวกเขาเข้าสู่บทสรุปแห่งชีวิตที่เติบโตเข้มแข็ง

….พระเจ้าข้า พวกเราจะไปหาใคร

พระองค์ทรงมีพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร  

 

  สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2021

สมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ

            หนังสือวิวรณ์ได้บันทึกไว้ว่า….   “เครื่องหมายยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้นในสวรรค์….สตรีผู้หนึ่งมีดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์ มีดวงจันทร์อยู่ใต้เท้า มีมงกุฏดาวสิบสองดวงประดับศีรษะ……”   ปี 1950 สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ประกาศข้อความเชื่อเรื่องการรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ…..พระนางได้รับการยกเว้นจากบาปกำเนิด พระนางมารีย์ พรหมจารี จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะได้อยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าในสรวงสวรรค์ และด้วยการดำเนินชีวิตของพระนางพรหมจารีย์ พระนางเต็มไปด้วยความสุภาพ นอบน้อมต่อน้ำพระทัยของพระเจ้าในทุกสิ่ง องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงทรงรับพระนางให้ร่วมสุขกับพระเจ้าทั้งกายและวิญญาณ พี่น้องที่รัก เดือนสิงหาคม เป็นเดือนที่เราระลึกถึงผู้เป็นแม่เป็นพิเศษ ประเทศไทยเชิญชวนให้ฉลองวันแม่ในวันที่ 12 สิงหาคม พระศาสนจักรเชิญชวนพี่น้องให้เฉลิมฉลองแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งร่างกายและวิญญาณในวันที่ 15 สิงหาคม ของทุกปี และปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์นี้พอดี จึงขอเชิญชวนพี่น้องคริสตชนทุกคน ร่วมกันภาวนาวิงวอนขอต่อพระแม่เจ้าตลอดเดือนสิงหาคมนี้ วอนขอพระแม่เจ้าช่วยวอนขอองค์พระผู้เป็นเจ้าโปรดเมตตาต่อมนุษยโลก โปรดเมตตาต่อพวกเราทุกคน ให้เรารวมใจกันเป็นกองทัพแห่งการภาวนา พลังแห่งการสวดสายประคำ สวดด้วยความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความเชื่ออันมั่นคง ขอพระเจ้าโปรดรับฟังคำภาวนาของเราด้วยเทอญ (มี Clip Video นำสวดทาง Line และ Facebook ของวัดด้วยนะครับ พี่น้องทุกท่านสามารถติดตาม และ copy ไว้สวดทุกๆวันเลยนะครับ)

****          นอกนั้น พ่อมีบทความทางเทวศาสตร์-เทววิทยา มาฝากพี่น้องด้วย เพราะหลายครั้งในช่วงเวลานี้ พวกเรารู้สึกหดหู่-ท้อแท้ใจ-และสงสัยในพระเจ้า ความเชื่อหดหายไป   ขอพี่น้องค่อยๆอ่าน และพิจารณา-รำพึง พ่อมั่นใจว่า พระเป็นเจ้าเที่ยงแท้จะทรงบรรเทาใจเราและเป็นกำลังใจแก่เราทุกคน

****        ไม่ลืมเหมือนเดิมขอขอบพระคุณ-ขอบพระคุณจากใจจริง สำหรับความมีน้ำใจดีของพี่น้องที่มีต่อวัดรังสิตและต่อพ่อเสมอๆมา พ่อพร้อมที่จะสวดภาวนาและถวายบูชา  มิสซาโมทนาขอบพระคุณทุกวันแก่พี่น้องทุกท่าน และระลึกถึงพี่น้องทุกท่านที่พระยกไปแล้วด้วยครับ ขอพระแม่มารีย์พระมารดาของพระเจ้าโปรดเสนอคำภาวนานั้น และขอพระองค์ประทานพระพรแก่พวกเราทุกคนเทอญ.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2021

สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

            จากหนังสือโยชูวา ในพระธรรมเก่า โยชูวาถามประชาชนว่า.. “พวกท่านจะรับใช้และเชี่อในพระเจ้าของบรรพบุรุษที่เคยรับใช้มาหรือพวกท่านจะหันเหใจของพวกท่านไปนับถือเทพเจ้าอื่น….?!?  ประชาชนตอบโยชูวา ว่า….  “เราจะไม่ละทิ้งองค์พระผู้เป็นเจ้าของบรรพบุรุษ เพื่อไปรับใช้หรือกราบไหว้เทพเจ้าอื่นใด…..!!!       พระวรสารในวันนี้ พระเยซูเจ้าก็ตรัสถามพวกอัครสาวกเช่นกันว่า  “พวกท่านจะไปด้วยหรือ (พวกท่านจะไม่เชื่ออีกต่อไป และจะไปจากเราหรือไม่??)     ซีโมนเปโตรทูลตอบว่า….”พระเจ้าข้า พวกเราจะไปหาใครเล่า พระ องค์ทรงมีพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร…. พวกเราเชื่อและรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าอย่างแน่นอน   พี่น้องที่รัก ยามที่เราประสบการระบาดของไวรัสโควิดอย่างหนักในขณะนี้ ซึ่งพวกเราไม่เคยเจอะเจอมาในชั่วชีวิตของพวกเรา หลายครั้งทำให้เราท้อแท้ใจ ความเชื่อสั่นคลอน หรืออาจหมดความวางใจในพระเจ้า ทำให้เราไม่อยากสวดภาวนา ไม่อยากร่วมมิสซา (แม้เป็นมิสซา on line) หลายครั้งทำให้พวกเราห่อเหี่ยวใจ หมดกำลังใจ และไม่อยากจะก้าวเดินต่อไป….  พ่อขอให้บทเพลงสดุดีที่ยกมากล่าวในวันนี้ เป็นบทสดุดีที่พวกเราจะกล่าวสดุดีพระเจ้าพร้อมๆ กัน….

ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าจะถวายพระพรแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดกาล  คำสรรเสริญพระองค์จะติดอยู่กับริมฝีปากของข้าพเจ้าเสมอ  จิตใจข้าพเจ้าจะภูมิใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า   ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายกำลังร้องขอความช่วยเหลือ  ขอพระองค์โปรดทรงสดับฟัง  โปรดทรงช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากความทุกข์ระทม     ขอพระองค์ทรงเสด็จมาอยู่ใกล้ผู้มีใจเป็นทุกข์     โปรดทรงกอบกู้ผู้มีใจสำนึกผิด     โปรดทรงเสด็จมาช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้พ้นจากความทุกข์ร้อนด้วยเทอญ   โปรดส่งพระจิตของพระองค์ลงมาปกป้องบรรดาบุตรของพระองค์ให้พ้นภัย   แม้พวกลูกจะทรยศและไม่ซื่อสัตย์ต่อพระองค์     โปรดทรงประทานอภัยโทษและเมตตาข้าพเจ้าทั้งหลายผู้เป็นคนบาปด้วยเถิด ด้วยพระองค์ทรงเป็นองค์แห่งความรักและเมตตาอย่างหาขอบเขตมิได้   โปรดทรงพระเมตตาและช่วยพวกลูกทั้งหลายด้วยเทอญ.         

****     พี่น้องที่เคารพ เราเพิ่งเฉลิมฉลองสมโภชพระแม่เจ้าเสด็จเข้าสวรรค์ทั้งร่างกายและวิญญาณ พ่อได้เชิญชวนพี่น้องให้สวดภาวนาวอนขอพระแม่เจ้าวอนขอพระแม่เจ้าช่วยเสนอวิงวอนต่อพระเป็นเจ้า โปรดเมตตาต่อมนุษยโลก  ขอพี่น้องร่วมใจกันภาวนาต่อๆ ไป อย่าได้ท้อใจและหยุดภาวนา อย่าเสียความเชื่อนะครับ พระเยซูเจ้าตรัสไว้ว่า ผู้ที่มีความเชื่อและภาวนาด้วยจริงใจ พระองค์จะฟังคำภาวนานั้นเสมอ

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล