เนื้อหาทั้งหมดของ ‘ประกาศจากทางวัด’

สารวัด ฉบับที่ 151357 วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

Thursday, December 2nd, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 13 : 24-32

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า  “ในวันเหล่านั้นเมื่อทุกขเวทนาผ่านไปแล้ว ดวงอาทิตย์จะมืดไป ดวงจันทร์จะไม่ทอแสง ดวงดาวจะตกจากท้องฟ้า และอานุภาพบนท้องฟ้าจะสั่นสะเทือน เมื่อนั้น  ประชาชนทั้งหลายจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ เมื่อนั้น พระองค์จะทรงใช้ทูตสวรรค์ไปรวบรวมผู้ที่ทรงเลือกสรรจากทั้งสี่ทิศ จากปลายแผ่นดินจนสุดขอบฟ้า”    “จงเรียนคำอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อเทศเถิด เมื่อมันแตกกิ่งอ่อนและผลิใบ ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว ท่านก็เช่นเดียวกัน เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ก็จงรู้เถิดว่าพระองค์ทรงอยู่ใกล้แล้ว อยู่ที่ประตูแล้ว เราบอกความจริงแก่ท่านว่า คนในชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงพ้นไปก่อนที่เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้น ฟ้าดินจะสูญสิ้นไป แต่วาจาของเราจะไม่สูญสิ้นไปเลย”

ข้อคิด

เรากำลังจะถึงสิ้นปีของปฏิทินพระศาสนจักร บทอ่านวันนี้จึงเตือนให้เราคิดถึงวันสุดท้ายของโลก พระวรสารวันนี้พูดถึงการทำลายกรุงเยรูซาเล็มและการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสตเจ้า สำหรับคริสตชนวันสิ้นโลก เราไม่ได้มองว่าเป็นการทำลายล้างโลกและจักรวาล แต่เรามองไปที่การเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสตเจ้า ไม่ใช่เป็นวันที่เราต้องหวาดกลัว แต่เป็นวันแห่งความหวัง เพราะมันนำเรามาซึ่งความสมบูรณ์ของประวัติศาสตร์และอาณาจักรของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์ เราไม่รู้ว่าวันสิ้นโลกจะมาถึงเมื่อไหร่ เราต้องรอด้วยความอดทนและอย่างมีความหมาย นั่นคือในระหว่างรอ ให้เราทำแต่กิจการที่ดีงามและรับใช้เพื่อนพี่น้องของเรา

 

ภาพชีวิตเมื่อกาลเวลาจบสิ้น ดูน่าสะพรึงกลัว

….พระเยซูเจ้าเสด็จมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม น่าเกรงขาม

…ประทับนั่งบนบัลลังก์สูง อ่านรายการความดีความชั่วของมนุษยชาติ

…พินิจพิเคราะห์ในความเงียบอยู่ครู่ใหญ่ เพื่อความตื่นเต้นเร้าใจ

และ…เงยพระพักตร์…ผงกศีรษะต้อนรับผู้ชอบธรรมที่สอบผ่าน

ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแห่งความสุขยินดี

อีกบางช่วงตอน…ส่ายศีรษะขับไล่คนบาปสอบตกออกไปพ้นพระพักตร์

ในความมืดหมดหวัง

เป็นไปได้หรือ ที่พระเยซูจะเปลี่ยนไป

พระผู้เคยต้อนรับเด็กเล็กๆ ด้วยอ้อมแขนที่อบอุ่น

…พระผู้เคยกินอยู่กับคนบาป

…พระผู้เคยเล่าเรื่อง บิดาผู้ใจดี

เป็นไปได้หรือ ที่พระผู้นี้ จะร้องขับไล่คนบาปออกจากพระพักตร์

ความคลาดเคลื่อนทางความเข้าใจในรูปแบบวรรณกรรมปาเลสไตน์

ยุคต้นคริสตกาล

ได้วาดภาพพระผู้เคร่งขรึม ใส่ไว้ในความนึกคิดของคริสตชนมาช้านาน

แต่อนิจจา! … เป็นภาพนี้ที่ทำร้ายหัวใจอบอุ่นนุ่มนวลของพระเยซู

…ไม่แพ้รอยจูบของยูดาส

ภาษาดวงดาวที่ร่วงหล่น และดวงจันทร์ที่อับแสง

ถูกใช้เพียงเพื่อประกาศความสำคัญของเรื่องราว

และมิใช่เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์

การตีความนอกกรอบวรรณกรรม จึงเป็นความผิดพลาด

และนำสู่การทรยศ

ชีวิตเมื่อกาลเวลาจบสิ้น

เป็นเพียงอีกก้าวหนึ่งที่ต่อเนื่องของชีวิตในกาลเวลา

ถ้า…เขาเลือกที่จะอยู่ห่างไกลพระองค์ในกาลเวลา

เขาจะอยู่ ณ จุดเดิมที่เขาได้เลือก…ห่างไกลจากพระองค์

เมื่อกาลเวลาจบสิ้น

แต่…แม้กระทั่งวันนั้น

พระเนตรที่ห่วงหาอาทรของพระองค์ยังคงมั่นคง ไม่แปรเปลี่ยน

ยังคงตรัสกับเขาด้วยเสียงที่อบอุ่นจริงใจว่า

เรารักท่าน…และจะรักท่านตลอดนิรันดร

และแม้ในวาระสุดท้าย

…เมื่ออิสรภาพยังคงอนุญาตให้เขาเมินเสียงแห่งความรัก

พระเจ้ายังคงไม่เคยเลิกรักมนุษยชาติ

พระองค์ผู้นี้ไม่เคยเลิกรักยูดาส แม้เขาจะตัดสินใจ

…ประทับรอยจูบทรยศ บนพระพักตร์พระองค์

 

 

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2021

สมโภชนักบุญทั้งหลาย

อาแมน คำถวายพระพร พระสิริรุ่งโรจน์ พระปรีชาญาณ คำขอบพระคุณพระเกียรติยศ พระอาณุภาพ และ พระพลานุภาพ เป็นของพระเจ้าของเราตลอดนิรันดร อาแมน”    ผู้อาวุโสคนหนึ่งถามข้าพเจ้าว่า….คนที่สวมเสื้อขาวเหล่านี้เป็นใคร และ มาจากไหน?”     ข้าพเจ้าตอบว่า….    “นายขอรับ ท่านก็รู้อยู่แล้ว…คนเหล่านี้ คือผู้ที่มาจากการเบียด เบียน เขาซักเสื้อของเขาจนขาวสะอาดในพระโลหิตขององค์พระเยซูเจ้า”

            พี่น้องที่เคารพรัก พระศาสนจักรคาทอลิกกำหนดให้เราทุกคนร่วมยินดีกับบรรดานักบุญบนสวรรค์ทุกคนในวันที่ 1 พฤศจิกายน ของทุกปี  พวกชาวสวรรค์เหล่านั้นก็เคยเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา และเคยอยู่กับเราในโลกนี้ พวกเขาได้ใช้ชีวิตของพวกเขาพิสูจน์ว่า เขาเป็นบุตรของพระเจ้า–เขารักพระเจ้ามากกว่าสิ่งใดๆ และที่สุด เมื่อเขาต้องจากโลกนี้ไป พวกเขาจึงได้รับเชิญให้อยู่กับพระองค์ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์  และทุกวันที่ 2 พฤศจิกายน  พระศาสนจักรยังเชิญชวนให้พวกเราระลึกถึงวิญญาณที่กำลังทนทุกข์อยู่ในไฟชำระ พวกเขาเหล่านั้นได้จบชีวิตในโลกนี้ แต่ขณะนี้ พวกเขาต้องไปอยู่ในสถานะหนึ่งเพื่อรับการชำระให้สะอาดบริสุทธิ์เพียงพอ ที่จะไปรับเกียรติในเมืองสวรรค์   ขณะนี้พวกเขาช่วยตัวเองไม่ได้เลย  จะทำความดีไถ่โทษก็ทำไม่ได้  หมดเวลาของเขาแล้ว จะทำชั่วอีกก็ไม่ได้  พวกเขาเฝ้ารอ…รอ…พระเมตตาของพระเจ้า รอความช่วยเหลือ–บุญกุศล–คำภาวนา–มิสซา จากพวกเรา  พวกเขารอดแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์  รอจนถูกชำระและใช้โทษในความผิดให้หมดไป  เพื่อจะเข้าไปเชยชมพระพักตร์ของพระเจ้า และเสวยสุขกับบรรดาชาวสวรรค์    พี่น้องครับ   พวกเราที่ยังเจริญชีวิตอยู่ในโลกนี้    จึงมีหน้าที่ที่จะดำเนินชีวิตให้ศักดิ์สิทธิ์และดีพอที่จะได้ไปสวรรค  ทำอย่างไรหรือ ?!?   พระเยซูเจ้าบอกกับเราในวันนี้ ถือบัญญัติของพระองค์ รักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจ และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเอง นั่นคือปฏิบัติตามมหาบุญลาภ 8 ประการ มีใจยากจน มีใจอ่อนโยน ใจเมตตา ใจบริสุทธิ์ รักสันติ รักความชอบธรรม แม้เป็นทุกข์โศกเศร้า หรือ ถูกเบียดเบียน จงน้อมรับเถิด บำเหน็จรางวัลของเราคือสวรรค์

            ข้าแต่ชาวสวรรค์ทั้งหลาย โปรดวิงวอนพระเจ้าเพื่อเราเทอญ

****       ตามที่ได้ประกาศไปทางไลน์ของวัดแล้ว และตามที่ได้สอบถามไปยัง   เจ้าหน้าที่ของจังหวัดปทุมธานีแล้ว เราเปิดวัดให้มีพิธีกรรมตามปกติได้แล้ว           เพียงแต่จำกัดจำนวนคนในแต่ละรอบ 200 คน และต้องสวมหน้ากาก   อนามัย วัดไข้ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง สแกนไทยชนะ  ช่วยกันดูแล           ตัวเอง  รักษา   สุขภาพให้แข็งแรง   และป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด       อย่างเต็มที่ ช่วย           บอกกันต่อๆ ไปด้วยนะครับ  จะมีถ่ายทอดออนไลน์ต่อไป    ทุกวันอาทิตย์ เวลา   09.00 น. สำหรับผู้ที่ไม่อาจมาร่วมด้วยตนเองได้ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงครับ ขอบพระคุณครับ.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

             

  วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2021 

สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า……   “ในวันนั้น เมื่อทุกขเวทนาผ่านไปแล้ว พระอาทิตย์จะมืดไป ดวงจันทร์จะไม่ทอแสง ดวงดาวจะตกจากฟากฟ้า และอานุภาพบนท้องฟ้าจะสั่นสะเทือน เมื่อนั้นประชาชนทั้งหลายจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ เมื่อนั้น พระองค์จะทรงใช้ทูตสวรรค์ไปรวบรวมผู้ที่ทรงเลือกสรรจากทั้งสี่ทิศ จากปลายแผ่นดินจนสุดขอบฟ้า…..”

พี่น้องที่เคารพรัก วันนี้เราเข้าสู่สัปดาห์ที่ 33 อันเป็นสัปดาห์สุดท้ายของเทศกาลธรรมดา และหลังจากนี้ พระศาสนจักรจะให้เฉลิมฉลองพระเยซูเจ้า ผู้ทรงเป็นกษัตริย์แห่งสากลจักรวาล แล้วจากนั้น พระศาสนจักรก็จะเริ่มปฏิทินปีใหม่ ด้วยเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า วันนี้ในภาคบทอ่าน จึงได้ยกเอา พระคัมภีร์ตอนที่กล่าวถึง วันสิ้นโลก มาเตือนใจพวกเราทั้งจากบทอ่าน  จากหนังสือประกาศกดาเนียลและบทจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวฮีบรู…

“วันเวลาแห่งความทุกข์ยากจะผ่านไป ทุกสิ่งจะจบสิ้นลง …ทุกคนที่มีชื่อเขียนไว้ในหนังสือ…ทุกคนที่อยู่ในความเชื่อ…ทุกคนที่เจริญชีวิตในพระเจ้า….เขาเหล่านั้นจะได้รับความรอดพ้น

พี่น้องครับ เราจะเป็นหนึ่งในบรรดาของผู้ได้รับความรอดพ้นหรือไม่? ก็ขึ้นอยู่กับการดำเนินชีวิตของเราเอง เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ในดลก เราจะไม่สามารถแก้ตัวอะไรหรืออย่างไรได้เลย จะติดสินบนใครก็ไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างจะปรากฏชัดแจ้งเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า แล้วทุกคนจะได้รับการตัดสิน เพื่อรับรางวัลหรือรับโทษทัณฑ์ แต่เรื่องวันและเวลานั้น ไม่มีใครรู้เลย แม้แต่บรรดาทูตสวรรค์ นอกจากพระบิดาเพียงพระองค์เดียว                                       

****    เราเริ่มเปิดวัด ให้พี่น้องกลับมาวัด สรรเสริญ-โมทนาขอบพระคุณพระเจ้าด้วยตัวของเราเอง แทนการร่วม on line อยู่ที่บ้าน     แต่ทุกคนต้องช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการของการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิดอย่างเคร่งครัด ประมาทไม่ได้เลย ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง ไม่ชุมนุม เฮฮาปาร์ตี้ หรือ มั่ว  สุม หรือไปในสถานที่เสี่ยง ต้องช่วยๆ กันอีกสักระยะหนึ่งนะครับ    แล้วเราจะฉลองคริสตมาส ปีใหม่และฉลองวัดของเราอย่างสบาย   อกสบายใจ ถ้าเราประมาทและไม่ช่วยกันระมัดระวัง เราจะพลาด โอกาสนี้อย่างแน่นอน                                                 

   ****         ทางวัดกำลังเร่งปรับปรุงหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อบริการพี่น้องทุก ท่าน ขอขอบพระคุณในน้ำใจดีของพี่น้องทุกๆ ท่านเสมอ ขอพระ          เจ้าตอบแทนน้ำใจดีของพี่น้องเสมอไปและอำนวยพระพรเทอญ.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

                                                                                                                                                                       

 

 

 

 

 

                                                                   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151356 วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 32 สมโภชนักบุญทั้งหลาย

Thursday, December 2nd, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 5 : 1-12ก

เวลานั้น พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเห็นประชาชนจำนวนมาก จึงเสด็จขึ้นบนภูเขา เมื่อประทับแล้ว บรรดาศิษย์เข้ามาห้อมล้อมพระองค์ พระองค์ทรงเริ่มตรัสสอนว่า  “ผู้มีใจยากจน ย่อมเป็นสุข เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา ผู้เป็นทุกข์โศกเศร้าย่อมเป็นสุขเพราะเขาจะได้รับการปลอบโยนผู้มีใจอ่อนโยน ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับแผ่นดินเป็นมรดก    ผู้หิวกระหายความชอบธรรม ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะอิ่ม       ผู้มีใจเมตตา ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับพระเมตตา   ผู้มีใจบริสุทธิ์ ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้เห็นพระเจ้า     ผู้สร้างสันติ ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า     ผู้ถูกเบียดเบียนข่มเหงเพราะความชอบธรรม ย่อมเป็นสุข เพราะ อาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา      ท่านทั้งหลายย่อมเป็นสุข เมื่อถูกดูหมิ่น ข่มเหงและใส่ร้ายต่างๆ นานาเพราะเรา จงชื่นชมยินดีเถิด เพราะบำเหน็จรางวัลของท่านในสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่นัก”

ข้อคิด

วันนี้ เราไม่ได้มุ่งไปที่บรรดานักบุญที่พระศาสนจักรแต่งตั้ง แต่มุ่งไปที่บรรดานักบุญองค์น้อยๆ ที่ไม่ได้รับการประกาศแต่งตั้ง แต่ท่านเหล่านั้นเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ท่านเหล่านั้นอาจเป็นปู่ ย่า ตา ยาย เพื่อนหรือญาติพี่น้องของเราเอง นักบุญคือผู้ที่เป็นพยานถึงความรักของพระเจ้า เราทุกคนมีกระแสเรียกให้เป็นนักบุญ ทุกคนเกิดมาไม่ใช่ “เกิดเป็นนักบุญ” แต่เกิดมา “เพื่อกลายเป็นนักบุญ” บุญลาภ 8 ประการที่นำมาอ่านวันนี้คือสิ่งที่จะทำให้เราเป็นนักบุญถ้าเราปฏิบัติตาม  ขอให้การสมโภชนักบุญทั้งหลาย โดยเฉพาะนักบุญที่ไม่มีใครรู้จัก ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เราเป็นนักบุญให้ได้.

 

เขาผู้ยากจน…ขาดพี่น้อง และพ้องเพื่อน

เขาพึ่งพิงพระเจ้า…พระเจ้าแต่ผู้เดียว

…เขาคนนี้คือผู้ชอบธรรมแห่งพระอาณาจักรพระเจ้า

เขาผู้มีใจสุภาพถ่อมตน…พระเจ้าไม่เคยมองข้าม

…เขาเป็นที่ต้อนรับ ในทุกแห่งบนผืนแผ่นดิน

เขาผู้เป็นทุกข์โศกเศร้า…ร้องไห้ถึงบาปของตน

…เป็นเพื่อนของคนมีทุกข์

…พระเจ้าจะทรงปลอบโยนเขา

เขาผู้หิวกระหายความชอบธรรม และยุติธรรม

…มิได้คุมขังตัวเองในเรื่องปากท้อง

…เขาจะพบความอิ่มสุขของจิตวิญญาณแห่งพระอาณาจักร

เขาผู้มีใจเมตตากรุณา…ไม่ทำร้ายผู้อื่นใด

…เขาจะได้รับความเมตตากรุณากลับคืน

เขาผู้มีใจบริสุทธิ์…สัตย์ซื่อและภักดี

…เขาจะได้ชื่นชมองค์พระเจ้าในทุกสิ่งและทุกคน

เขาผู้สร้างสันติบนผืนแผ่นดิน

…เขาเป็นเสมือนพระเจ้า…พระบิดาของเขา ผู้ทรงนำพาความสุขสันติ

เขาผู้ขมขื่น…ถูกเบียดเบียนข่มเหงเพราะความชอบธรรม

…เขามีที่ในพระอาณาจักรพระเจ้า

เขาผู้นี้มิใช่ใครอื่น….คือเพื่อนพระเยซู

ผู้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตบนผืนนาแห่งประวัติศาสตร์โลก

เขาเคยอยู่ในอดีต…และยังคงอยู่ในปัจจุบัน

ชื่อของเขาไม่เคยปรากฎแก่สายตาปวงชน

แต่…พระเยซูรู้จักเขา…ทรงเรียกเขาด้วยชื่อจริง

เขาคือเพื่อนของพระองค์…เขาอยู่ในหมู่ฉัน…ทุกวันคืน

 

   สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

ธรรมาจารย์คนหนึ่งทูลถามพระเยซูเจ้าว่า…“บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ?”  พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า….

“บทบัญญัติเอกก็คือ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญา และสุดกำลังของท่าน….และบทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่าบท  บัญญัติสองประการนี้”   พี่น้องที่เคารพรัก พ่อมั่นใจว่า พวกเราได้ยิน-ได้ฟัง คำตอบขององค์พระเยซูเจ้าตอนนี้ มาเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้วในช่วงชีวิตของพวกเราทุกคน ตั้งแต่เด็กจนโต หรือทุกครั้งที่เราพูดสนทนากัน และอีกหลายครั้งที่เราคงเคยได้ยินว่า “ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาแห่งความรัก”  ฉะนั้น เรื่องมันอยู่ที่ว่า….เมื่อเราได้ยิน-ได้ฟัง-ได้รับรู้แล้ว มันได้ลงไปสู่ภาคปฏิบัติหรือไม่อย่างไร? มันไม่ได้อยู่ที่ได้ยิน-ได้ฟังหรือเปล่า? หรือได้ยินได้ฟังกี่ครั้ง-กี่หน?   รักพระผู้เป็นเจ้าสุดจิต-สุดใจ-สุดกำลัง คืออย่างไร?  รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง หมายความว่าอย่างไร?    ยิ่งกว่านั้น นักบุญเปาโลได้สอนและเสริมว่า….ผู้ใดกล่าวว่า “รักพระเจ้า แต่ไม่รักเพื่อนมนุษย์ ผู้นั้นเป็นคนโกหก!!!! ด้วยมนุษย์ที่ท่านแลเห็น ท่านยังไม่รัก แล้วพระเป็นเจ้าที่ท่านมองไม่เห็น ท่านจะรักได้อย่างไร?  การแสดงออกที่แสดงว่ารักเพื่อนมนุษย์ สิ่งแรกคือ ปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ เมื่อปรารถนาดีต่อผู้อื่นแล้ว สิ่งที่ตามมาก็จะแสดงออกด้วยการมีน้ำใจ-มีความเมตตา-กรุณา-ช่วยเหลือ ทุกคนรักตัวเอง จะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีความสุข….ทำเช่นนั้นกับผู้อื่น-เพื่อนมนุษย์ด้วย  ยากไหม ยากแน่นอน คงจะทำไม่ได้เต็มร้อย สัก 20-30-40-50 หรือมากกว่านั้น…!!!! พระเยซูเจ้ายังได้ตรัสอีกว่า “ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่กว่าสละชีวิตเพื่อผู้ที่ตนรัก”   ขอพระเจ้าโปรดเผาผลาญดวงใจของเราให้ร้อนรักพระองค์และเพื่อนมนุษย์ด้วยเทอญ.

****     พี่น้องครับ วันนี้เราเปิดวัดเพื่อให้พวกเรามาปิดเดือนแม่พระ ด้วยความเชื่อศรัทธาและวอนขอพระพรจากพระเจ้าผ่านทางพระแม่เจ้า อาทิตย์      หน้า เรา จะมาเฉลิมฉลองสมโภชนักบุญทั้งหลาย –   ร่วมยินดีกับชาว  สวรรค์   และก่อนถึงวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย. ค่ำวันอังคารที่ 2 พ.ย. เวลา 19.00น. เชิญพี่น้องมาสวด      ภาวนา-ร่วมมิสซา เพื่อระลึกถึงดวงวิญญาณของญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ-วิญญาณในไฟชำระ โดยพร้อมเพรียงกันด้วย

****     หลังมิสซาวันนี้ มีประชุมสภาอภิบาลวัดของเรา  เชิญพี่น้องร่วมแสดงความคิดเห็นต่อด้วยครับ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2021

สมโภชนักบุญทั้งหลาย

            “อาแมน คำถวายพระพร พระสิริรุ่งโรจน์ พระปรีชาญาณ คำขอบพระคุณ          พระเกียรติยศ พระอาณุภาพ และ พระพลานุภาพ เป็นของพระเจ้าของเราตลอดนิรันดร อาแมน”  ผู้อาวุโสคนหนึ่งถามข้าพเจ้าว่า…. “คนที่สวมเสื้อขาวเหล่านี้เป็นใคร และ มาจากไหน?”      ข้าพเจ้าตอบว่า…  “นายขอรับ ท่านก็รู้อยู่แล้ว…คนเหล่านี้ คือผู้ที่มาจากการเบียด เบียน เขาซักเสื้อของเขาจนขาวสะอาดในพระโลหิตขององค์พระเยซูเจ้า”   พี่น้องที่เคารพรัก พระศาสนจักรคาทอลิกกำหนดให้เราทุกคนร่วมยินดีกับบรรดานักบุญบนสวรรค์ทุกคนในวันที่ 1 พฤศจิกายน ของทุกปี  พวกชาวสวรรค์เหล่านั้นก็เคยเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา และเคยอยู่กับเราในโลกนี้ พวกเขาได้ใช้ชีวิตของพวกเขาพิสูจน์ว่า เขาเป็นบุตรของพระเจ้า–เขารักพระเจ้ามากกว่าสิ่งใดๆ และที่สุด เมื่อเขาต้องจากโลกนี้ไป พวกเขาจึงได้รับเชิญให้อยู่กับพระองค์ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์  และทุกวันที่ 2 พฤศจิกายน  พระศาสนจักรยังเชิญชวนให้พวกเราระลึกถึงวิญญาณที่กำลังทนทุกข์อยู่ในไฟชำระ พวกเขาเหล่านั้นได้จบชีวิตในโลกนี้ แต่ขณะนี้ พวกเขาต้องไปอยู่ในสถานะหนึ่งเพื่อรับการชำระให้สะอาดบริสุทธิ์เพียงพอ ที่จะไปรับเกียรติในเมืองสวรรค์   ขณะนี้พวกเขาช่วยตัวเองไม่ได้เลย  จะทำความดีไถ่โทษก็ทำไม่ได้  หมดเวลาของเขาแล้ว จะทำชั่วอีกก็ไม่ได้  พวกเขาเฝ้ารอ…รอ…พระเมตตาของพระเจ้า รอความช่วยเหลือ–บุญกุศล–คำภาวนา–มิสซา จากพวกเรา  พวกเขารอดแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์  รอจนถูกชำระและใช้โทษในความผิดให้หมดไป  เพื่อจะเข้าไปเชยชมพระพักตร์ของพระเจ้า และเสวยสุขกับบรรดาชาวสวรรค์      พี่น้องครับ   พวกเราที่ยังเจริญชีวิตอยู่ในโลกนี้    จึงมีหน้าที่ที่จะดำเนินชีวิตให้ศักดิ์สิทธิ์และดีพอที่จะได้ไปสวรรค  ทำอย่างไรหรือ ?!?   พระเยซูเจ้าบอกกับเราในวันนี้ ถือบัญญัติของพระองค์ รักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจ และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเอง นั่นคือปฏิบัติตามมหาบุญลาภ 8 ประการ มีใจยากจน มีใจอ่อนโยน ใจเมตตา ใจบริสุทธิ์ รักสันติ รักความชอบธรรม แม้เป็นทุกข์โศกเศร้า หรือ ถูกเบียดเบียน จงน้อมรับเถิด บำเหน็จรางวัลของเราคือสวรรค์

           

ข้าแต่ชาวสวรรค์ทั้งหลาย โปรดวิงวอนพระเจ้าเพื่อเราเทอญ

 

****      ตามที่ได้ประกาศไปทางไลน์ของวัดแล้ว และตามที่ได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของจังหวัดปทุมธานีแล้ว เราเปิดวัดให้มีพิธีกรรมตามปกติได้แล้ว     เพียงแต่จำกัดจำนวนคนในแต่ละรอบ 200 คน และต้องสวมหน้ากากอนามัย วัดไข้ ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง สแกนไทยชนะ  ช่วยกันดูแลตัวเอง  รักษาสุขภาพให้แข็งแรง   และป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด อย่างเต็มที่ ช่วยบอกกันต่อๆ ไปด้วยนะครับ  จะมีถ่ายทอดออนไลน์ต่อไป  ทุกวันอาทิตย์ เวลา   09.00 น. สำหรับผู้ที่ไม่อาจมาร่วมด้วยตนเองได้  จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงครับ ขอบพระคุณครับ.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                      

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151355 วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

 มก 12 : 28-34

เวลานั้น ธรรมาจารย์คนหนึ่งเข้ามาเฝ้าพระเยซูเจ้า ได้ฟังการโต้เถียงเรื่องนี้ และเห็นว่าพระองค์ทรงตอบได้ดี จึงทูลถามพระองค์ว่า “บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “บทบัญญัติเอกก็คือ อิสราเอลเอ๋ย จงฟังเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเราทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญา และสุดกำลังของท่าน บทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่าบทบัญญัติสองประการนี้” ธรรมาจารย์คนนั้นทูลว่า “พระอาจารย์ ท่านตอบได้ดี จริงทีเดียวที่ท่านกล่าวว่า พระเจ้ามีแต่เพียงพระองค์เดียวและนอกจากพระองค์แล้วไม่มีพระเจ้าอื่นเลย การจะรักพระองค์สุดจิตใจ สุดความเข้าใจและสุดกำลัง และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเองนี้มีคุณค่ามากกว่าเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องสักการบูชาใดๆ ทั้งสิ้น” พระเยซูเจ้าทรงเห็นว่าเขาพูดอย่างเฉลียวฉลาด จึงตรัสว่า “ท่านอยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า” หลังจากนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าทูลถามพระองค์อีกเลย.

 

ข้อคิด

พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ท่าน (ผู้มีภูมิรู้และตอบถูกต้อง) อยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า” ซึ่งการอยู่ไม่ไกลนั้น ก็เป็นการบอกขยายความต่อว่า “ท่านยังไม่ได้เข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้านะ” เขาผู้นั้นมีต้นทุนที่ดีมาก แต่สำนวนไทยบอกว่า “ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” การลงมือปฏิบัติให้เป็นจริงในชีวิต จึงเป็นเรื่องสำคัญและเป็นประเด็นที่รอคอยให้หลากหลายผู้คน ก้าวไปสู่การรักพระเป็นเจ้าสุดหัวใจ สุดหัวคิดและสุดน้ำใจ ไม่มีการกั๊กเอาไว้ และเมื่อนั้นก็จะเกิดผลเป็นการรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเองตามมา.

 

 

มีธรรมบัญญัติมากมาย

กระจายเกลื่อนผืนดินอิสราเอล

…จนยากแก่การเก็บและจัดวาง

แม้มีความเพียรพยายามมากมายในหมู่อาจารย์และผู้เรียน

แต่…ยังไม่ปรากฎเป็นเอกภาพที่อาจยุติการถกเถียง

บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ

จนกระทั่งวันนั้น…ที่ชายหนุ่มไร้สังกัด…จากนาซาเร็ธ

ได้รับคำเชิญให้ส่งคำตอบ

ทรงหยิบปรีชาญาณเก่าแก่ของชนชาติ…บรรจงวางต่อหน้าผู้ซักถาม

ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ

สุดวิญญาณ สุดสติปัญญา และสุดกำลังของท่าน

ตลอดประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน

…ถ้อยความนี้ถูกบรรจงเก็บไว้ในกล่องศักดิ์สิทธิ์

…แขวนติดไว้ทุกประตูบ้านและทุกประตูห้อง

แต่…พร้อมกับปรีชาญาณเก่าแก่ที่ไม่อาจมีใครโต้แย้ง

พระองค์…ทรงเดินเต็มตัวด้วยอีกฟากหนึ่งของฝั่งน้ำ

รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง

สองธรรมบัญญัติเกาะเกี่ยวเป็นหนึ่งเดียว

…ร้องบอกถึงจิตวิถี…บริสุทธิ์และครบครัน

เสียงเรียกแห่งการรักพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์

สูงค่ากว่าเสียงร้องแห่งสักการบูชาใดๆ

เสียงเรียกสูงส่งนี้…มิเป็นเพียงบทสรุปของธรรมบัญญัติที่ล้ำค่า

แต่…เป็นชีวิตของพระองค์ที่ไหลเทความรักเมตตา

…แก่ผืนแผ่นดินที่เหือดแห้ง

 

 

   สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

บารทิเมอัสบุตรของทิเมอัส (คนขอทานตาบอด) ส่งเสียงร้องตะโกนว่า…… ข้าแต่พระเยซู โอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าด้วยเถิด หลายคนดุเขาให้เงียบ!!!  แต่เขากลับตะโกนดังยิ่งกว่าเดิมว่า….“พระโอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด พระเยซูเจ้าทรงหยุดพระดำเนิน ตรัสว่า….   ไปเรียกเขามาซิ เขาก็ไปเรียกคนตาบอด พลางกล่าวว่า…ทำใจดีๆ ไว้ ลุกขึ้น พระองค์ทรงเรียกเจ้าแล้ว!!! คนตาบอดสลัดเสื้อคลุมทิ้ง กระโดดเข้าไปหาพระเยซูเจ้า                 พระเยซูเจ้า ตรัสกับคนตาบอดว่า…“ท่านอยากให้เราทำอะไรให้ คนตาบอดทูลว่า… รับโบนี ให้ข้าพเจ้าแลเห็นเถิด     พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า… ไปเถิด ความเชื่อของท่านได้ช่วยท่านให้หายแล้ว

พี่น้องที่เคารพรัก คนตาบอดคนนั้น มองไม่เห็น เขาอยู่ในความทุกข์ อยู่ในความบอดมืด ชีวิตของเขาเหมือนคนสิ้นหวัง ทุกข์ทั้งกาย-ทุกข์ทั้งใจ แต่เมื่อได้ยินว่าพระเยซูเจ้าเสด็จผ่านมา เขามีความหวัง เขาไม่เพียงแต่คิดและรอคอย เขาเริ่มตะโกนร้องเรียกหาพระเจ้า-ร้องหาพระเยซูเจ้า และมิใช่เพียงร้องเรียก แต่เขาสลัดเสื้อคลุมทิ้ง-สลัดทุกสิ่งทิ้ง และกระโดดเข้าไปเฝ้าพระเยซูเจ้า และแม้หลายคนอาจจะดุเขา ให้เขาเงียบ และเลิกร้องเรียกหาพระเจ้า แต่เขากลับตะโกนร้องเรียกหาพระเจ้าให้ดังขึ้นอีก เพื่อให้พระองค์ได้ยิน การกระทำของเขาไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง เพราะที่สุดแล้ว..พระเยซูเจ้าได้ยินเสียงร้องของเขา-ตรัสเรียกเขา และรักษาเขาให้หายจากตาบอด-หายจากความทุกข์ที่สุดในชีวิต  ชีวิตของพวกเราก็เช่นกัน พวกเรากำลังเผชิญความยากลำ บากของชีวิต เจริญชีวิตด้วยความยากลำบาก เพราะการระบาดของไวรัสโควิด ไหนจะกลัวติดโรค ไหนจะตกงาน-ไม่มีงานทำ-ไม่มีเงินเลี้ยงชีพ ยากที่จะดำรงชีวิต ทุกข์..ทุกข์ทั้งกาย-ใจ ให้เราเป็นเหมือนคนตาบอดคนนั้นเถิด ร้องเรียกหาพระองค์ ตะโกนให้ดังๆ (สวดภาวนาให้มากๆ) สลัดความทุกข์ สลัดสิ่งที่เราติดกับโลก กระโดดเข้าไปหาพระเยซูเจ้าเถิด เราจะพบความรอดพ้นเหมือนคนตาบอดอย่างแน่นอน ต้องตะโกนร้องหาพระ ต้องสลัดทุกสิ่ง-โลก กระโดดเข้าหาพระองค์

***        ขณะนี้ทางวัดกำลังปรับปรุงบริเวณหน้าวัดและอีกบางสิ่งบางอย่าง    อาจทำให้พี่น้องขลุกขลัก-ไม่สะดวก ขออภัยมา ณ ที่นี้ หากไม่มีอะไรขัดข้อง ก็คงพร้อมต้อนรับพี่น้องทุกท่านกลับมาวัดเหมือนเดิมในเดือนพฤศจิกายนนี้ ขอขอบพระคุณสำหรับน้ำใจดีของพี่น้อง ทุกท่าน เราทุกคนจะกลับมาเชื่อ-ศรัทธา และเข้าหาพระเจ้ามากขึ้นกว่าเดิมเราจะไม่ผิดหวังเหมือนคนตาบอดคนนั้นเลย!!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

ธรรมาจารย์คนหนึ่งทูลถามพระเยซูเจ้าว่า…  “บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ?”  พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า….

“บทบัญญัติเอกก็คือ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญา และสุดกำลังของท่าน….และบทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่าบท  บัญญัติสองประการนี้”   พี่น้องที่เคารพรัก พ่อมั่นใจว่า พวกเราได้ยิน-ได้ฟัง คำตอบขององค์พระเยซูเจ้าตอนนี้ มาเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้วในช่วงชีวิตของพวกเราทุกคน ตั้งแต่เด็กจนโต หรือทุกครั้งที่เราพูดสนทนากัน และอีกหลายครั้งที่เราคงเคยได้ยินว่า “ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาแห่งความรัก”   ฉะนั้น เรื่องมันอยู่ที่ว่า….เมื่อเราได้ยิน-ได้ฟัง-ได้รับรู้แล้ว มันได้ลงไปสู่ภาคปฏิบัติหรือไม่อย่างไร? มันไม่ได้อยู่ที่ได้ยิน-ได้ฟังหรือเปล่า? หรือได้ยินได้ฟังกี่ครั้ง-กี่หน?    รักพระผู้เป็นเจ้าสุดจิต-สุดใจ-สุดกำลัง คืออย่างไร?    รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง หมายความว่าอย่างไร?     ยิ่งกว่านั้น นักบุญเปาโลได้สอนและเสริมว่า….ผู้ใดกล่าวว่า “รักพระเจ้า แต่ไม่รักเพื่อนมนุษย์ ผู้นั้นเป็นคนโกหก!!!! ด้วยมนุษย์ที่ท่านแลเห็น ท่านยังไม่รัก แล้วพระเป็นเจ้าที่ท่านมองไม่เห็น ท่านจะรักได้อย่างไร?      การแสดงออกที่แสดงว่ารักเพื่อนมนุษย์ สิ่งแรกคือ ปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ เมื่อปรารถนาดีต่อผู้อื่นแล้ว สิ่งที่ตามมาก็จะแสดงออกด้วยการมีน้ำใจ-มีความเมตตา-กรุณา-ช่วยเหลือ ทุกคนรักตัวเอง จะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีความสุข….ทำเช่นนั้นกับผู้อื่น-เพื่อนมนุษย์ด้วย  ยากไหม ยากแน่นอน คงจะทำไม่ได้เต็มร้อย สัก 20-30-40-50 หรือมากกว่านั้น…!!!! พระเยซูเจ้ายังได้ตรัสอีกว่า “ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่กว่าสละชีวิตเพื่อผู้ที่ตนรัก”     ขอพระเจ้าโปรดเผาผลาญดวงใจของเราให้ร้อนรักพระองค์และเพื่อนมนุษย์ด้วยเทอญ.

****    พี่น้องครับ วันนี้เราเปิดวัดเพื่อให้พวกเรามาปิดเดือนแม่พระด้วยความเชื่อศรัทธาและวอนขอพระพรจากพระเจ้าผ่านทางพระแม่เจ้า  อาทิตย์      หน้า   เราจะมาเฉลิมฉลองสมโภชนักบุญทั้งหลาย –   ร่วมยินดีกับชาวสวรรค์และก่อนถึงวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย.     ค่ำวันอังคารที่ 2 พ.ย. เวลา  19.00น. เชิญพี่น้องมาสวดภาวนา-ร่วมมิสซาเพื่อระลึกถึงดวงวิญญาณ    ของญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ-วิญญาณในไฟชำระ โดยพร้อมเพรียงกันด้วย

****    หลังมิสซาวันนี้ มีประชุมสภาอภิบาลวัดของเรา  เชิญพี่น้องร่วมแสดงความคิดเห็นต่อด้วยครับ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151354 วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 10 : 46-52

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงเมืองเยริโคพร้อมกับบรรดาศิษย์ ขณะ ที่พระองค์เสด็จออกจากเมืองเยริโค พร้อมกับบรรดาศิษย์และประชาชนจำ นวนมาก บารทิเมอัสบุตรของทิเมอัส คนขอทานตาบอดนั่งอยู่ริมทาง เมื่อได้ยินว่าพระเยซูชาวนาซาเร็ธกำลังเสด็จผ่านมา เขาเริ่มส่งเสียงร้องตะโกนว่า “ข้าแต่พระเยซู โอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด” หลายคนดุเขาให้เงียบ แต่เขากลับตะโกนดังยิ่งกว่าเดิมว่า “พระโอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด” พระเยซูทรงหยุด ตรัสว่า “ไปเรียกเขามาสิ” เขาก็เรียกคนตาบอดพลางกล่าวว่า “ทำใจดีๆไว้ ลุกขึ้น พระองค์กำลังเรียกเจ้าแล้ว” คนตาบอดสลัดเสื้อคลุมทิ้ง กระโดดเข้าไปเฝ้าพระเยซูเจ้า พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ท่านอยากให้เราทำอะไรให้” คนตาบอดทูลว่า “รับโบนี ให้ข้าพเจ้าแลเห็นเถิด” พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “ไปเถิด ความเชื่อของท่านได้ช่วยท่านให้รอดพ้นแล้ว” ทันใดนั้น เขากลับแลเห็นและเดินทางติดตามพระองค์ไป.

ข้อคิด

คนที่แสวงหาพระในทุกกรณีของชีวิต เมื่อถึงเวลาอันควร ก็จะพบพระเยซูเจ้า เหมือนบารทิเมอัส คนขอทานตาบอด ที่เมื่อถึงเวลา ก็ “ได้ยินว่า พระเยซูเจ้ากำลังเสด็จผ่านมา” คนที่ทุ่มเทจริงจังในการแสวงหาพระ เมื่อมีโอกาสพบพระเยซูเจ้า ก็จะ “ส่งเสียงตะโกน” เรียกหาพระเยซูเจ้าอย่างไม่เกรงกลัวใคร คนที่จริงใจในชีวิต ก็จะพูดกับพระถึงเรื่องที่อยู่ในใจของตน ดังบารทิเมอัส ที่พูดความในใจกับพระเยซูเจ้าว่า “ให้ข้าพเจ้าเห็นเถิด” และที่สุด คนที่พบพระเยซูเจ้าจริง ก็จะติดตามพระองค์ อย่างที่บารทิเมอัส “เดินทางติดตามพระองค์ไป” เช่นกัน

 

ฉันชื่อบารทิเมอัส…พ่อฉันทิเมอัส

ฉันอยากเห็นหน้าพ่อ แต่…ไม่เคย เพราะฉันตาบอดตั้งแต่เกิด

ฉันอยากสัมผัสใบหน้าพ่อในยามเหงา แต่…ฉันไม่เคย

คนเขาบอกว่า พ่อฉันตาย ตั้งแต่ฉันยังเล็ก

หนทางชีวิตดูจะมืดมนไปทุกด้าน ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย

ฉันจึงนั่งอยู่บนทางเท้าที่ประตูเมืองเยริโค

…วอนขอเศษเงินจากพวกเขา ที่กำลังเดินทางไปเยรูซาเล็ม

ฉันอยากเดินไปกับพวกเขา…แต่ฉันมองไม่เห็นทาง

จริงๆ แล้ว ฉันไม่ชอบที่ตรงนี้ เพราะผู้คนพลุกพล่าน

แต่ฉันก็จำเป็นต้องนั่งตรงนี้ เพื่อความอยู่รอด

วันนี้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยว…สุนัขเพื่อนฉันได้ตายจากไป

โอ…ชีวิตฉันดูจะมีแต่การพลัดพราก และตายจาก

ฉันไม่เหลือเพื่อนอื่นใด นอกจากเสื้อคลุมกายเก่าๆ ที่ฉันคุ้นกลิ่นดี

ความโดดเดี่ยวดูทวีคูณ เมื่อมีคนมาบอกฉันว่า

ห้ามนั่งเกะกะบนทางเท้า

ฉันถามเขาว่า ทำไม…เขาตอบฉันอย่างดุๆ ว่า

พระเยซูกำลังจะผ่านทางนี้

ฉันคุ้นกับชื่อนี้มาก เพราะทุกคนที่มาจากกาลิลีต่างพูดถึงพระองค์

ฉันเริ่มเห็นแสงดาวแห่งความหวัง

…รวบรวมความกล้า ร้องตะโกนฝ่าฝูงชน

พระเยซูโอรสของดาวิด โปรดช่วยข้าพเจ้าด้วย

ฉันอยากให้พระองค์รับรู้ความทุกข์ทรมานที่กัดกินใจฉันมานาน

พวกเขาดุฉันอย่างรุนแรงว่า ให้เงียบ แต่ฉันเงียบไม่ได้จริงๆ

ประกายดาวแห่งความหวังในใจลุกสว่างไสว และมีพลังดั่งดวงอาทิตย์

ฉันไม่รู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น แต่ฉันรู้สึกว่าทุกคนกำลังหยุดเดิน

มีเสียงกระซิบที่หูของฉัน ทำใจดีๆ เถอะ พระองค์เรียกเจ้าแล้ว

…ด้วยพลังทั้งหมด ฉันสลัดเสื้อคลุมออก และกระโดดเข้าไปหาพระองค์

ท่านอยากให้เราทำอะไร เสียงของพระองค์อบอุ่นและห่วงใยจนสัมผัสได้

พระอาจารย์ ให้ข้าพเจ้าแลเห็นเถิด เสียงฉันแห้งผาก

ฉัน…พูดได้เพียงแค่นั้น เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันปรารถนา

ทรงโอบกอดฉัน และกระซิบที่หู ไปเถิดความเชื่อช่วยเจ้าให้หาย

ความมืดที่ปิดกั้นตาฉันมานาน ได้หล่นหายไป

ฉันเริ่มมองเห็น…ฉันมองดูพระองค์…พบรอยยิ้มที่อบอุ่น บนพระพักตร์

ฉันก้าวตามพระองค์…และจะไปในทุกแห่งที่พระองค์ไป

********************************

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา

พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นเที่ยงตรง  พระราชกิจของพระองค์น่าเชื่อถือ  พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและความยุติธรรม ความรักมั่นคงขององค์พระผู้เป็นเจ้าเปี่ยมล้นทั่วแผ่นดิน…แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเฝ้าพิทักษ์ผู้ที่ยำเกรงพระองค์ …ผู้ที่หวังในความรักมั่นคงของพระองค์   …พระองค์พระเจ้าจะทรงช่วยชีวิตของผู้มีความเชื่อให้พ้นจากความตาย…จะทรงรักษาเขาไว้ในยามที่เขาขาดแคลนอาหารขอให้จิตใจของเราทั้งหลายรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า…องค์แห่งความหวัง  พระองค์ทรงเป็นความช่วยเหลือและทรงเป็นโล่ป้องกันภัยของเรา   แล้วจิตใจของเราจะเป็นสุข….และชื่นชมในพระองค์  พี่น้องที่เคารพรัก  ในขณะที่พวกเรากำลังเผชิญกับความยากลำบาก เผชิญกับความทุกข์ทรมาน  พวกเรากำลังอ่อนแอ อีกหลายคนกำลังเผชิญความทุกข์ยากลำ บาก   ประสบกับภัยพิบัติน้ำท่วม   ไม่มีที่อยู่อาศัย – ไม่มีอาหารเพียงพอ    ในขณะที่มีผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง กำลังแสวงหาผลประโยชน์  แสวงหาอำนาจ   ต้องการเป็นใหญ่ – ต้องการเป็นที่หนึ่ง    ….แต่พระเยซูเจ้าสอนให้เราเต็มไปด้วยความรักและรับใช้ สอนให้เรามีเมตตา     เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พระองค์ก็เน้นให้เราแสวงหาพระอาณาจักรของพระเจ้า   ไม่หลงไปกับทรัพย์สมบัติ  และสิ่งของต่างๆในโลกนี้ ซึ่งไม่เที่ยงแท้ถาวร โลกนี้ไม่ใช่บ้านแท้ของเรา   เราจะต้องไม่หลงไปกับโลก       สถานการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกกำลังสอนและเตือนใจเรา ขอพระเจ้าประทานปรีชาญาณให้กับเรา เพื่อ ให้เราเดินในหนทาง ที่มุ่งตรงไปสู่ความรอดและความสุขนิรันดร

****    สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ดูท่าทีว่ากำลังจะค่อยๆ ดีขึ้น   และมีแนวโน้มว่าเราจะกำลังกลับไปดำเนินชีวิตเช่นเดิม   แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายๆท่านก็เตือนเราเสมอว่าต้องไม่ประมาทและจำเป็นต้องดำเนินชีวิตแบบ  New Normal         สิ่งต่างๆ อุบัติขึ้นเพื่อบอกให้เราปรับเปลี่ยนวิถีการ       ดำเนินชีวิต การทำมาหากิน – การงาน – การประกอบอาชีพ – การศึกษา – การติดต่อสื่อสารเราจะพบว่าเปลี่ยนไปเราจึงจำต้องปรับเปลี่ยนชีวิตของเราเช่นกัน ความเชื่อ – ความศรัทธา จุดมุ่งหมายของชีวิต เรายังมั่นคงใน    องค์พระเจ้า จริงไหม?? และเราจำต้องประพฤติ –ปฏิบัติ หรือ ปรับเปลี่ยนให้    ตรงเป้าหมายของชีวิตอย่างแท้จริง

ขอพระเจ้าอำนวยพระพรและประทับอยู่กับเราเสมอ                                                                       

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

บารทิเมอัสบุตรของทิเมอัส (คนขอทานตาบอด) ส่งเสียงร้องตะโกนว่า…… “ข้าแต่พระเยซู โอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าด้วยเถิด”  หลายคนดุเขาให้เงียบ!!!  แต่เขากลับตะโกนดังยิ่งกว่าเดิมว่า….“พระโอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด”        พระเยซูเจ้าทรงหยุดพระดำเนิน ตรัสว่า….   “ไปเรียกเขามาซิ” เขาก็ไปเรียกคนตาบอด พลางกล่าวว่า…“ทำใจดีๆ ไว้ ลุกขึ้น พระองค์ทรงเรียกเจ้าแล้ว!!!   คนตาบอดสลัดเสื้อคลุมทิ้ง กระโดดเข้าไปหาพระเยซูเจ้า                   พระเยซูเจ้าตรัสกับคนตาบอดว่า…“ท่านอยากให้เราทำอะไรให้” คนตาบอดทูลว่า… “รับโบนี ให้ข้าพเจ้าแลเห็นเถิด” พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า… “ไปเถิด ความเชื่อของท่านได้ช่วยท่านให้หายแล้ว

พี่น้องที่เคารพรัก คนตาบอดคนนั้น มองไม่เห็น เขาอยู่ในความทุกข์ อยู่ในความบอดมืด ชีวิตของเขาเหมือนคนสิ้นหวัง ทุกข์ทั้งกาย-ทุกข์ทั้งใจ แต่เมื่อได้ยินว่าพระเยซูเจ้าเสด็จผ่านมา เขามีความหวัง เขาไม่เพียงแต่คิดและรอคอย เขาเริ่มตะโกนร้องเรียกหาพระเจ้า-ร้องหาพระเยซูเจ้า และมิใช่เพียงร้องเรียก แต่เขาสลัดเสื้อคลุมทิ้ง-สลัดทุกสิ่งทิ้ง และกระโดดเข้าไปเฝ้าพระเยซูเจ้า และแม้หลายคนอาจจะดุเขา ให้เขาเงียบ และเลิกร้องเรียกหาพระเจ้า แต่เขากลับตะโกนร้องเรียกหาพระเจ้าให้ดังขึ้นอีก เพื่อให้พระองค์ได้ยิน การกระทำของเขาไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง เพราะที่สุดแล้ว..พระเยซูเจ้าได้ยินเสียงร้องของเขา-ตรัสเรียกเขา และรักษาเขาให้หายจากตาบอด-หายจากความทุกข์ที่สุดในชีวิต   ชีวิตของพวกเราก็เช่นกัน พวกเรากำลังเผชิญความยากลำ บากของชีวิต เจริญชีวิตด้วยความยากลำบาก เพราะการระบาดของไวรัสโควิด ไหนจะกลัวติดโรค ไหนจะตกงาน-ไม่มีงานทำ-ไม่มีเงินเลี้ยงชีพ ยากที่จะดำรงชีวิต ทุกข์..ทุกข์ทั้งกาย-ใจ ให้เราเป็นเหมือนคนตาบอดคนนั้นเถิด ร้องเรียกหาพระองค์ ตะโกนให้ดังๆ (สวดภาวนาให้มากๆ) สลัดความทุกข์ สลัดสิ่งที่เราติดกับโลก กระโดดเข้าไปหาพระเยซูเจ้าเถิด เราจะพบความรอดพ้นเหมือนคนตาบอดอย่างแน่นอน ต้องตะโกนร้องหาพระ ต้องสลัดทุกสิ่ง-โลก กระโดดเข้าหาพระองค์

***        ขณะนี้ทางวัดกำลังปรับปรุงบริเวณหน้าวัดและอีกบางสิ่งบางอย่าง อาจทำให้พี่น้องขลุกขลัก-ไม่สะดวก ขออภัยมา ณ ที่นี้ หาก                 ไม่มีอะไรขัดข้อง  ก็คงพร้อมต้อนรับพี่น้องทุกท่านกลับมาวัดเหมือนเดิมในเดือนพฤศจิกายนนี้ ขอขอบพระคุณสำหรับน้ำ     ใจดีของ  พี่น้องทุกท่าน เราทุกคนจะกลับมาเชื่อ-ศรัทธา และเข้าหาพระเจ้ามากขึ้นกว่าเดิม เราจะไม่ผิดหวังเหมือนคนตาบอดคนนั้นเลย!!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

                                                                                                                                                                    

สารวัด ฉบับที่ 151353 วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 10 : 35-45

เวลานั้น ยากอบและยอห์นบุตรของเศเบดีเข้ามาทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าทั้งสองปรารถนาให้พระองค์ทรงกระทำตามที่ข้าพเจ้าจะขอนี้” พระองค์ตรัสถามว่า “ท่านปรารถนาให้เราทำสิ่งใด” ทั้งสองคนทูลตอบว่า “ขอโปรดให้ข้าพเจ้าคนหนึ่งนั่งข้างขวา อีกคนหนึ่งนั่งข้างซ้ายของพระองค์ในพระสิริรุ่งโรจน์เถิด” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ท่านไม่รู้ว่ากำลังขออะไร ท่านดื่มถ้วยซึ่งเราจะดื่มได้ไหม หรือรับการล้างที่เราจะรับได้หรือไม่” ทั้งสองคนทูลว่า “ได้ พระเจ้าข้า” พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “ถ้วยที่เราจะดื่มนั้น ท่านจะได้ดื่ม และการล้างที่เราจะรับนั้น ท่านก็จะได้รับ แต่การที่จะนั่งข้างขวาหรือข้างซ้ายของเรานั้น ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะให้ แต่สงวนไว้สำหรับผู้ที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้”      เมื่อได้ยินดังนั้น อัครสาวกอีกสิบคนรู้สึกโกรธยากอบและยอห์น พระเยซูเจ้าจึงทรงเรียกเขาทั้งหมดมาพบ ตรัสว่า “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่า คนต่างชาติที่คิดว่าตนเป็นหัวหน้าย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้เป็นใหญ่ย่อมใช้อำนาจบังคับ แต่ท่านทั้งหลายไม่ควรเป็นเช่นนั้น ผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่งในหมู่ท่าน ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน เพราะบุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมนุษย์ทั้งหลาย

ข้อคิด

ในชีวิตของเรา เราก็อาจมีความโกรธหรือมีความปรารถนาที่คุกกรุ่นอยู่ในใจของเรา และเรามักจะพูดระบายปรับทุกข์ปรับสุขกับคนที่เราสนิทด้วย  ยอห์นและยากอบได้พูดความปรารถนากับพระเยซูเจ้า และบรรดาสาวกรู้สึกโกรธ และพวกเขาก็ได้แสดงออกให้พระเยซูเจ้าทรงทราบ พระองค์จึงได้ทรงดูแลพวกเขา ตามสภาวะของแต่ละคน ถ้าเราไม่พูดกับพระถึงความจริงที่อยู่ในใจของเรา ความรู้สึกและความปรารถนานั้นก็จะลุกลาม ทำร้ายเผาผลาญเราและหมู่คณะ และจะเกิดเป็นการประกาศจากตัวของเราโดยไม่ตั้งใจว่า “พระเยซูเจ้า เราไม่สนิกกัน ฉันไม่พูดกับพระองค์หรอก”.

       

ก่อนหน้านี้…พระเยซูเจ้าทรงบอกศิษย์ของพระองค์

ถึงเรื่องบุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบ…ถูกตัดสิน

…ถูกเหยียดหยาม โบยตี…และนำไปฆ่า

มาวันนี้…บุตรสองคนของเศเบดีดูจะลืมทั้งหมดไปสิ้น

กางเขนและความตายของพระเยซูดูจะไม่ได้อยู่ในความคิด

พวกเขามุ่งหวังเพียงสิ่งเดียวคือ…เกียรติอำนาจ

…นั่งข้างซ้ายและขวา ในวันเวลาแห่งพระสิริโรจนา

พวกเขากำลังหาทางลัดที่มุ่งไปสู่สิ่งที่คาดหวังและวาดฝัน

แต่…พระองค์ทรงนำพาพวกเขาให้หวนคืน

สิริโรจนาของพระเยซูเจ้ามิใช่กาลเวลาที่นั่งบัลลังก์แห่งเกียรติอำนาจ

แต่กาลเวลา…ที่ตรึงติดอยู่กับไม้กางเขน

พระองค์ทรงถามเขาอย่างจริงจังว่า ท่านจะดื่มถ้วยที่เราจะดื่มได้หรือ

คำตอบที่พระองค์ได้รับดูจริงจังไม่แพ้คำถาม

จนพระองค์จำต้องตอบพวกเขาทั้งสองตรงไปตรงมา

ถ้วยที่เราจะดื่มนั้น ท่านจะดื่ม

แต่การนั่งข้างซ้ายหรือข้างขวง มิใช่หน้าที่ของเรา

ทั้งหมดดูชัดเจนว่า ไม่มีเส้นทางลัดสู่สิริโรจนา

เส้นทางชีวิตของพวกเขาทั้งสอง และอีกสิบคนที่เหลือ

จำต้องทอดยาวผ่านท้องนาที่ถูกไถ่หว่าน

…ย่อมแยกสลาย และสูญหาย

จนกระทั่งวันนั้น ที่ดวงตะวันแห่งสิริโรจนาของพระเจ้า

จะโผล่พ้นขอบฟ้าแห่งกาลเวลา

********************************

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา

ชายคนหนึ่งเข้ามาคุกเข่า และทูลถามพระเยซูเจ้าว่า…..  “พระอาจารย์ผู้ทรงความดี ข้าพเจ้าต้องทำอะไรเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร”      หลายครั้งในชีวิตของมนุษย์เรา เราสงสัย – เรามีคำถาม – เราอยากจะรู้ว่าต้องดำเนินชีวิตอย่างไร….เพื่อจะมีชีวิตนิรันดร  ต้องถือตามบทบัญญัติของพระองค์ – บัญญัติ 10 ประการ รักพระเจ้าสุดหัวใจและพยายามที่จะรักเพื่อนมนุษย์ทุกคน และพระเยซูเจ้าก็ยังเสริมอีกว่า …. เรามนุษย์จะถือบัญญัติของพระเจ้าได้ จะไม่ถูกประจญล่อลวง หรือถูกปิศาจหลอกหลวงและหลงไป เขาผู้นั้นจะต้องไม่ติดใจกับทรัพย์สมบัติของโลกนี้ เพราะทรัพย์สมบัติในโลกนี้สูญสลายได้ – ไม่เที่ยงแท้ถาวร  หนังสือปรีชาญาณจึงเขียนเตือนใจว่า …. ทรัพย์สินเงินทองทั้งโลก เปรียบไม่ได้กับปรีชาญาณ ถ้าจะเปรียบ…ทรัพย์สินเงินทอง ก็เทียบได้เหมือนทรายหยิบมือเดียว หรือเหมือนดินโคลน แม้สุขภาพและความสวยงามในโลก ก็เทียบไม่ได้กับปรีชาญาณ  ปรีชาญาณเปรียบได้กับแสงสว่างที่ส่องแสงสุกใสอยู่ตลอดเวลา – ไม่มีวันที่จะอับแสง ปรีชาญาณจึงเป็นสมบัติล้ำค่าที่จะทำให้เรามีชีวิตนิรันดร                                          ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดเสด็จมาเถิด – โปรดอย่ารอช้าอีกเลย ข้าพเจ้าทั้งหลายรอคอยพระองค์ โปรดทรงสงสารบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ ทุกยามเช้า โปรดประทานความรักมั่นคงของพระองค์แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด โปรดสำแดงให้ผู้รับใช้ของพระองค์เห็นพระราชกิจของพระองค์ โปรดให้มนุษยชาติได้เห็นความรุ่งเรืองของพระองค์และโปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ขับร้องสรรเสริญและเทิดพระเกียรติพระองค์ชั่วนิจนิรันดร์

**** เดือนแม่พระ–เดือนตุลาคมเป็นเดือนที่พระศาสนจักรเชิญชวนในพวกเราศรัทธาในการสวดลูกประคำ  ยังไม่เคยได้ยินเลยว่า  “ผู้ที่รัก            ศรัทธา และเข้ามาขอพึ่งพระแม่ จะถูกพระแม่ทอดทิ้ง”  เชิญพี่น้องสวดภาวนา  ทุกๆวัน – รวมใจ+รวมตัวกันทั้งในครอบครัว และกับเพื่อนบ้าน สวด   ลูกประคำ ไม่มีวันที่พระแม่จะทอดทิ้งเราได้เลย

****      สมเด็จพระสันตะปาปาทรงประกาศเรียกประชุม ซีนอด (Synod)  เรื่อง Journey together หรือ Synodality ทรงเน้นย้ำว่าพระศาสนจักร คาทอลิกของเราเป็น Synodality Church คือพระศาสนจักรที่ก้าวไปด้วยกันพระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งและสร้างมนุษย์   ทรงปรารถนาให้เรามนุษย์ทุกคนก้าวเดินกลับไปหาพระองค์ร่วมเสวยสุขกับพระองค์ชั่วนิรันดร เราทุกคนจึงจะต้องก้าวเดินไปด้วยกันด้วยความเชื่อ – ความหวังและความรักแท้จริงในพระองค์

 

 คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

*************************************

วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา

พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นเที่ยงตรง  พระราชกิจของพระองค์น่าเชื่อถือ   พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและความยุติธรรม   ความรักมั่นคงขององค์พระผู้เป็นเจ้าเปี่ยมล้นทั่วแผ่นดิน   …แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเฝ้าพิทักษ์ผู้ที่ยำเกรงพระองค์…ผู้ที่หวังในความรักมั่นคงของพระองค์ …พระองค์พระเจ้าจะทรงช่วยชีวิตของผู้มีความเชื่อให้พ้นจากความตาย …จะทรงรักษาเขาไว้ในยามที่เขาขาดแคลนอาหาร     ขอให้จิตใจของเราทั้งหลายรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า…องค์แห่งความหวัง พระองค์ทรงเป็นความช่วยเหลือและทรงเป็นโล่ป้องกันภัยของเรา  แล้วจิตใจของเราจะเป็นสุข….และชื่นชมในพระองค์  พี่น้องที่เคารพรักในขณะที่พวกเรากำลังเผชิญกับความยากลำบาก เผชิญกับความทุกข์ทรมาน  พวกเรากำลังอ่อนแอ อีกหลายคนกำลังเผชิญความทุกข์ยากลำบาก  ประสบกับภัยพิบัติน้ำท่วม  ไม่มีที่อยู่อาศัย – ไม่มีอาหารเพียงพอในขณะที่มีผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง กำลังแสวงหาผลประโยชน์ แสวงหาอำนาจ  ต้องการเป็นใหญ่ – ต้องการเป็นที่หนึ่ง  ….แต่พระเยซูเจ้าสอนให้เราเต็มไปด้วยความรักและรับใช้ สอนให้เรามีเมตตา     เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พระองค์ก็เน้นให้เราแสวงหาพระอาณาจักรของพระเจ้าไม่หลงไปกับทรัพย์สมบัติและสิ่งของต่างๆในโลกนี้ ซึ่งไม่เที่ยงแท้ถาวร โลกนี้ไม่ใช่บ้านแท้ของเรา   เราจะต้องไม่หลงไปกับโลก สถานการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกกำลังสอนและเตือนใจเรา ขอพระเจ้าประทานปรีชาญาณให้กับเรา เพื่อให้เราเดินในหนทาง ที่มุ่งตรงไปสู่ความรอดและความสุขนิรันดร

****     สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ดูท่าทีว่ากำลังจะค่อยๆ    ดีขึ้น และมีแนวโน้มว่าเราจะกำลังกลับไปดำเนินชีวิตเช่นเดิม  แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายๆท่านก็เตือนเราเสมอว่า ต้องไม่ประมาทและจำเป็นต้องดำเนินชีวิตแบบ     New Normal       สิ่งต่างๆ อุบัติขึ้นเพื่อบอกให้เราปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต การทำมาหากิน – การงาน – การประกอบ         อาชีพ – การศึกษา – การติดต่อสื่อสาร  เราจะพบว่า เปลี่ยนไป  เราจึงจำต้องปรับเปลี่ยนชีวิตของเราเช่นกัน ความเชื่อ – ความศรัทธา จุดมุ่งหมาย     ของชีวิต เรายังมั่นคงในองค์พระเจ้า จริงไหม?? และเราจำต้องประพฤติ – ปฏิบัติ หรือ ปรับเปลี่ยนให้ตรงเป้าหมายของชีวิตอย่างแท้จริง

ขอพระเจ้าอำนวยพระพรและประทับอยู่กับเราเสมอ

 คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151352 วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 1st, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

 มก 10:17-30

เวลานั้น ขณะที่พระเยซูเจ้ากำลังทรงพระดำเนินอยู่ระหว่างทาง ชายคนหนึ่งรีบเข้ามาคุกเข่าลง ทูลถามว่า “พระอาจารย์ผู้ทรงความดี ข้าพเจ้าต้องทำอะไรเพื่อจะได้มีชีวิตนิรันดร”  พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “ทำไมเรียกเราว่าผู้ทรงความดี ไม่มีใครทรงความดีนอกจากพระเจ้าเท่านั้น ท่านรู้จักบทบัญญัติแล้ว คือ อย่าฆ่าคน อย่าล่วงประเวณี อย่าลักขโมย อย่าเป็นพยานเท็จ อย่าฉ้อโกง จงนับถือบิดามารดา  ชายผู้นั้นทูลว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติเหล่านี้ทุกข้อมาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว” พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเขาด้วยพระทัยเอ็นดู ตรัสกับเขาว่า “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง  จงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจน  และท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์  แล้วจงติดตามเรามาเถิด” เมื่อได้ฟังพระวาจานี้ ชายผู้นั้นหน้าสลดลงเพราะเขามีทรัพย์สมบัติจำนวนมาก จึงจากไปด้วยความทุกข์  พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรโดยรอบ แล้วตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “ยากจริงหนอที่คนมั่งมีจะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า” บรรดาศิษย์แปลกใจกับพระวาจานี้ พระเยซูเจ้าจึงตรัสอีกว่า “ลูกเอ๋ย ยากจริงหนอที่จะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า อูฐจะลอดรูเข็มยังง่ายกว่าคนมั่งมีเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า”  บรรดาศิษย์ยิ่งประหลาดใจมากขึ้น พูดกันว่า “ดังนี้ ใครจะรอดพ้นได้”  พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรบรรดาศิษย์แล้วตรัสว่า สำหรับมนุษย์เป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับพระเจ้าเป็นเช่นนั้นได้ เพราะพระองค์ทรงทำได้ทุกสิ่ง  เปโตรทูลพระเยซูเจ้าว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายได้สละทุกสิ่งและติดตามพระองค์แล้ว” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราบอกความจริงกับท่านว่า ไม่มีใครละทิ้งบ้านเรือน พี่น้องชายหญิง บิดามารดา บุตรหรือไร่นาเพราะเห็นแก่เรา และเพราะเห็นแก่ข่าวดี จะไม่ได้รับการตอบแทนร้อยเท่าในโลกนี้ เขาจะได้บ้านเรือน พี่น้องชายหญิง มารดา บุตร ไร่นา พร้อมกับการเบียดเบียนและในโลกหน้าจะได้ชีวิตนิรันดร”

ข้อคิด

ความร่ำรวย เป็นได้ทั้ง “สะพาน” หรือ “กำแพง” ในการเข้าสู่พระอาณาจักรสวรรค์ การที่ชายหนุ่มผู้มีทรัพย์สมบัติมากมาย รู้จักเป็นทุกข์ที่ได้ฟังพระวาจาของพระเยซูเจ้า ก็เพราะเขาไม่ต้องการที่จะขายทุกสิ่ง มอบเงินให้คนยากจน แล้วติดตามพระเยซูเจ้าไป  ดังนั้น ความร่ำรวยจึงเป็น “อุปสรรค” สำหรับเขา อย่างไรก็ตาม หากเราพยายามด้วยตนเองแล้วจะรู้สึกว่ายาก แต่สำหรับพระเจ้าแล้ว พระ องค์สามารถทำได้ทุกสิ่ง ดังนั้น เราจงวอนขอพระเป็นเจ้า ได้โปรดดลใจเราให้ใช้ความมั่งมีในด้านต่างๆ เป็น “เครื่องมือ” ที่จะช่วยเราให้ได้ชีวิตนิรันดรได้ง่ายขึ้น.

 

       

บนเส้นทางสู่กรุงเยรูซาเล็ม

ชายหนุ่มจากตระกูลสูง และอุดมด้วยทรัพย์สิน

เข้ามาหาพระเยซู…ประกาศกจากนาซาเร็ธ

…เขาดูท่าทางจริงจัง และร้อนรนสมเป็นวัยรุ่น

เขามอบตำแหน่ง…พระอาจารย์ผู้ทรงความดี…ให้พระองค์

พระองค์ดูสงบเย็น และชัดเจนสมเป็นประกาศก

…ไม่ทรงตื่นเต้นกับตำแหน่ง แต่…ยกมอบให้แด่พระบิดา

…ไม่มีใครทรงความดีนอกจากพระเจ้าเท่านั้น

เขาวอนขอพระองค์สำหรับหนทางสู่ชีวิตนิรันดร

พระองค์มอบแก่เขาซึ่งหนทางดั้งเดิมที่ชาวยิวทุกคนเชื่อมั่น

…ปฏิบัติตามพระบัญญัติ

เขาเดินทางตามหนทางพระบัญญัติมาตั้งแต่จำความได้

แต่ก็ยังมั่นใจว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า

เขาจึงวิ่งมาหา และคุกเข่าต่อหน้าประกาศกจากนาซาเร็ธ

พระองค์ทรงมองเขาด้วยความรักเอ็นดู

และเขาเข้าสู่เส้นทางใหม่แห่งการเป็นสาวก

…ขายทุกสิ่ง…แจกจ่ายแก่คนจน…และติดตามเรามา

ทรงเรียกเขาให้เร่ร่อนกับพระองค์บนผืนแผ่นดิน

เพื่อประกาศข่าวดีแห่งพระอาณาจักรพระเจ้า

แต่…เขาตกใจกับเส้นทางใหม่

เพราะจำต้องละทุกสิ่งที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เล็ก

เขาลุกขึ้น…เดินก้มหน้าจากไปในความเงียบ

หนทางใหม่ดูคับแคบ

เกินกว่าที่เขาจะแบกสัมภาระแห่งทรัพย์สินและก้าวเดิน

เขาเดินกลับสู่หนทางเดิมที่คุ้นเคย

ทิ้งหนทางใหม่แห่งการเป็นสาวกให้รกร้าง และว่างเปล่า

และ…ไม่มีใครพบเจอเขาอีกเลย

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2021     

สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

พระเจ้าทรงสร้างและทรงค้ำจุนทุกสิ่ง พระองค์ทรงมีพระประสงค์จะนำบุตรจำนวนมาก เข้ามารับพระสิริรุ่งโรจน์ จึงเป็นการเหมาะสมแล้วที่พระองค์จะทรงทำให้ผู้ที่นำมนุษย์ให้รอดพ้นนั้นสมบูรณ์ โดยผ่านการทนทุกข์ทรมาน เพราะทั้งผู้ประทานความศักดิ์สิทธิ์และผู้รับความศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มาจากแหล่งเดียวกัน พระองค์จึงไม่ทรงอายที่จะเรียกคนเหล่านั้นว่า “พี่น้อง”      พระเยซูเจ้า ตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า….“ปล่อยให้เด็กเล็กๆ มาหาเราเถิด อย่าห้ามเขาเลย เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเล็กๆ เหล่านี้  ผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็กๆ เขาจะไม่อาจเข้าสู่พระอาณาจักรนั้นได้เลย แล้วพระองค์ทรงอุ้มเด็กเหล่านั้นไว้ ทรงปกพระหัตถ์ และประทานพระพร”      พี่น้องที่เคารพรัก พระเจ้าทรงสร้างเรามา พระองค์ทรงสร้างสารพัดทุกสิ่ง พระเจ้าทรงให้พระบุตรของพระองค์เสด็จลงมาในโลก ทรงไถ่บาป และนำทุกคนกลับเป็นบุตรของพระองค์ ทรงอำนวยพระพรและประทานพระหรรษทาน ทรงสอนทุกคนให้มีใจสุภาพ นอบน้อม และถ่อมตน สอนให้เราทุกคนมีจิดใจซื่อๆ เป็นเหมือนเด็กเล็กๆ ที่มอบความวางใจและเชื่อใจอย่างสนิทกับพ่อแม่ และผู้ที่เป็นพ่อแม่ก็ต้องรักลูกของตน พ่อแม่จะรักลูกของตนได้ ก็ต้องรักซึ่งกันและกัน หากพ่อแม่ไม่รักกัน ทะเลาะเบาะแว้งกัน ตบตีกัน หย่าร้างกัน เขาจะรักและเลี้ยงดูลูกๆได้ละหรือ พระเยซูเจ้าจึงกล่าวว่า แต่เมื่อแรกสร้างโลกนั้น พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง ชายหญิงจะเป็นเนื้อเดียวกัน เขาจะไม่เป็นสองแต่เป็นเนื้อเดียวกัน  ดังนั้นพระองค์จึงกล่าวสรุปว่า “สิ่งที่พระเจ้ารวมกันไว้ มนุษย์อย่าแยกเลย” พระศาสนจักรคาทอลิกเรา จึงยึดถือแนวปฏิบัตินี้เรื่อยมา คือ เมื่อแต่งงานแล้ว จะต้องไม่มีการหย่าร้าง ดังนั้น เพื่อจะไม่มีการหย่าร้าง เราจึงต้องดำรงชีวิตอยู่ด้วยกันด้วยความรัก – ความเห็นอกเห็นใจกัน – ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน – เมตตาอารีย์ต่อกัน และมิใช่เพียงในครอบครัว แต่แผ่ความรักของเราไปยังเพื่อนพี่น้อง เหมือนด้งที่พระเจ้าทรงรักและเมตตาต่อพวกเราทุกคน”

***           เดือนตุลาคม เป็นเดือนแม่พระลูกประคำ     เชิญชวนให้พี่น้องสวด    ลูกประคำทุกวัน อยากบอกเพียงสั้นๆ ว่า  “ยังไม่เคยได้ยินเลยว่า ผู้ ที่มาพึ่งพระแม่ จะถูกพระแม่ทอดทิ้ง” บ้านใดจะเชิญ พ่อไปสวดที่บ้าน ติดต่อพ่อได้เลยนะครับ!!!                                                                  

 ***  ขอขอบพระคุณในความมีน้ำใจดีของพี่น้องทุกๆท่าน พระเจ้า จะไม่มีวันลืมสิ่งที่พี่น้องได้ทำ แม้เพียงเล็กน้อย ขอพระเจ้าตอบแทนน้ำใจดีของพี่ น้องทุกท่านเทอญ.                                                                                                                                                            

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา

ชายคนหนึ่งเข้ามาคุกเข่า และทูลถามพระเยซูเจ้าว่า…..“พระอาจารย์ผู้ทรงความดี ข้าพเจ้าต้องทำอะไรเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร”   หลายครั้งในชีวิตของมนุษย์เรา เราสงสัย – เรามีคำถาม – เราอยากจะรู้ว่าต้องดำเนินชีวิตอย่างไร….เพื่อจะมีชีวิตนิรันดร  ต้องถือตามบทบัญญัติของพระองค์ – บัญญัติ 10 ประการ รักพระเจ้าสุดหัวใจและพยายามที่จะรักเพื่อนมนุษย์ทุกคน และพระเยซูเจ้าก็ยังเสริมอีกว่า …. เรามนุษย์จะถือบัญญัติของพระเจ้าได้ จะไม่ถูกประจญล่อลวง หรือถูกปิศาจหลอกหลวงและหลงไป เขาผู้นั้นจะต้องไม่ติดใจกับทรัพย์สมบัติของโลกนี้ เพราะทรัพย์สมบัติในโลกนี้สูญสลายได้ – ไม่เที่ยงแท้ถาวร  หนังสือปรีชาญาณจึงเขียนเตือนใจว่า …. ทรัพย์สินเงินทองทั้งโลก เปรียบไม่ได้กับปรีชาญาณ ถ้าจะเปรียบ…ทรัพย์สินเงินทอง ก็เทียบได้เหมือนทรายหยิบมือเดียว หรือเหมือนดินโคลน แม้สุขภาพและความสวยงามในโลก ก็เทียบไม่ได้กับปรีชาญาณ  ปรีชาญาณเปรียบได้กับแสงสว่างที่ส่องแสงสุกใสอยู่ตลอดเวลา – ไม่มีวันที่จะอับแสง ปรีชาญาณจึงเป็นสมบัติล้ำค่าที่จะทำให้เรามีชีวิตนิรันดร    ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดเสด็จมาเถิด – โปรดอย่ารอช้าอีกเลย ข้าพเจ้าทั้งหลายรอคอยพระองค์ โปรดทรงสงสารบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ ทุกยามเช้า โปรดประทานความรักมั่นคงของพระองค์แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด โปรดสำแดงให้ผู้รับใช้ของพระองค์เห็นพระราชกิจของพระองค์ โปรดให้มนุษยชาติได้เห็นความรุ่งเรืองของพระองค์ และโปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ขับร้องสรรเสริญและเทิดพระเกียรติพระองค์ชั่วนิจนิรันดร์

****    เดือนแม่พระ–เดือนตุลาคมเป็นเดือนที่พระศาสนจักรเชิญชวนในพวกเราศรัทธาในการสวดลูกประคำ  ยังไม่เคยได้ยินเลยว่า  “ผู้ที่รัก        ศรัทธาและเข้ามาขอพึ่งพระแม่ จะถูกพระแม่ทอดทิ้ง”  เชิญพี่น้องสวดภาวนาทุกๆวัน – รวมใจ+รวมตัวกันทั้งในครอบครัวและกับเพื่อนบ้าน สวดลูกประคำ ไม่มีวันที่พระแม่จะทอดทิ้งเราได้เลย

****     สมเด็จพระสันตะปาปาทรงประกาศเรียกประชุม ซีนอด (Synod)   เรื่อง Journey together หรือ Synodality ทรงเน้นย้ำว่าพระศาสนจักรคาทอลิกของเราเป็น Synodality Church คือพระศาสนจักรที่ก้าวไปด้วยกัน  พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่ง  และสร้างมนุษย์   ทรงปรารถนาให้เรามนุษย์ทุกคนก้าวเดินกลับไปหาพระองค์ร่วมเสวยสุขกับพระองค์ชั่วนิรันดร   เราทุกคนจึงจะต้องก้าวเดินไปด้วยกันด้วยความเชื่อ – ความหวังและความรักแท้จริงในพระองค์.

         

  คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล