ฉบับที่ 908 วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2554 สมโภชพระจิตเจ้า

บอกเล่าให้ฟัง

ศีลล้างบาปเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ที่ลบบาปและโทษบาปของเราทั้งหมด ทำให้เราเป็นคริสตังเป็นดั่งอวัยวะของพระเยซูคริสตเจ้าในพระกายทิพย์ เป็นสมาชิกของพระศาสนจักร และทำให้เราสามารถรับศีลศักดิ์สิทธ์อื่นๆได้ เนื่องจากในที่นี้พ่อไม่ต้องการเน้นเรื่องความหมายของศีลล้างบาป แต่มีความปรารถนาที่จะอธิบายความสำคัญของใบรับรองศีลล้างบาป การขอใบรับรองศีลล้างบาป และการใช้ใบรับรองศีลล้างบาป พ่อจึงเน้นเรื่องทำให้เราสามารถรับศีลศักดิ์สิทธิ์อื่นๆได้ ดังนั้นการรับศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรกจึงต้องมีใบรับรองศีลล้างบาปมายืนยันว่าคนๆนั้นรับศีลล้างบาปแล้วจริง นอกนั้นยังมีศีลศักดิ์สิทธิ์บางประการรับได้เพียงครั้งเดียวเป็นตราประทับตลอดนิรันดร อาทิ ศีลล้างบาป ศีลกำลัง ศีลบรรพชา อีกทั้งยังมีศีลสมรสซึ่งเรียกร้องพันธะที่มีต่อกันจนกว่าชีวิตจะหาไม่ นั่นหมายความว่าพันธะแห่งศีลสมรสจะสิ้นสุดต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต ตราบเท่าที่ทั้งสองยังมีชีวิตอยู่จะทำการสมรสอีกไม่ได้ ยกเว้นในกรณีที่มีปัญหาและศาลของพระศาสนจักรสามารถพิสูจน์ว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะ

ด้วยเหตุนี้ทุกครั้งที่จะมีการรับศีลศักดิ์สิทธิ์ในกรณีที่กล่าวข้างต้น จึงต้องมีใบรับรองศีลล้างบาปมายืนยันว่าผู้ที่จะรับศีลศักดิ์สิทธิ์นั้นรับศีลล้างบาปแล้วจริง และยังไม่เคยรับศีลศักดิ์สิทธิ์ประการนั้นๆจริง เพราะในใบรับรองศีลล้างบาปจะมีข้อมูลการรับศีลศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญดังกล่าวข้างต้นระบุอยู่ด้วย อาทิเวลาที่ใครรับศีลกำลัง ศีลบรรพชา ศีลสมรส ผู้ที่รับผิดชอบจะต้องส่งข้อมูลไปลงในทะเบียนศีลล้างบาปที่ผู้นั้นรับศีลล้างบาป ดังนั้นการขอและการใช้ใบรับรองศีลล้างบาปจึงต้องทำอย่างถูกต้องตามระเบียบของพระศาสนจักร การขอใบรับรองศีลล้างบาปจะต้องเตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้คือ 1. นักบุญ….ชื่อ….นามสกุล…..ของผู้รับศีลล้างบาป และต้องแจ้งชื่อเดิมที่ใช้ในวันที่รับศีลล้างบาป 2. วัน…เดือน…ปีเกิดของผู้รับศีลล้างบาป รวมทั้งประมานการด้วยว่ารับศีลล้างบาปเมื่อไรตอนเด็กหรือตอนเป็นผู้ใหญ่อายุประมานเท่าไร 3. นักบุญ….ชื่อ….นามสกุลของบิดามารดา 4. นักบุญ….ชื่อ….นามสกุลของพ่อแม่ทูนหัว 5. ขอไปเพื่อทำอะไร 

ที่ต้องการข้อมูลเช่นนี้ก็เพื่อความสะดวกในการค้นหา เป็นต้นวัดที่มีทะเบียนศีลล้างบาปหลายเล่มซึ่งมีตั้งแต่สมัยที่ยังใช้ภาษาวัดบันทึก และใช้ในการยืนยันว่าเป็นของผู้นั้นจริง อาทิ นักบุญวันเดือนปีเกิดอาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้างแต่ข้อมูลส่วนใหญ่ตรงก็ถือว่าใช่ ถ้าจะให้ชัดเจนจะต้องถามข้อมูลอื่นเพิ่มเติมอีก เช่นมีพี่น้องฝาแฝดหรืออายุใกล้เคียงกันหรือไม่ ใบรับรองศีลล้างบาปมีอายุการใช้งาน 6 เดือน ดังนั้นการมาขอครั้งเดียวแล้วนำไปถ่ายเอกสารใช้ไปเรื่อยๆจึงใช้ไม่ได้ เพราะข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน มีบางคนทำอย่างนี้ในกรณีต้องการรับศีลสมรส ใบที่เขานำไปให้พระสงฆ์ไม่มีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการสมรส แต่เมื่อตรวจสอบไปที่ต้นฉบับปรากฏว่าคนนั้นสมรสแล้ว พ่อไม่ทราบว่าเจตนาของเขาทำไปเพื่ออะไร แต่ก็ส่อให้เห็นความไม่ซื่อตรงของเขา คนอย่างนี้ถ้ายังจะแต่งงานด้วยอีกก็เป็นเรื่องที่น่าคิดมากในการวินิจฉัยของพระสงฆ์

จากคุณพ่อเจ้าวัด

พระจิตเจ้าผู้ประทานชีวิต

“ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่ เพราะกลัวชาวยิว พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามา……พระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลาย ตรัสว่า จงรับพระจิตเจ้าเถิด”(ยน.20:19-22) การมาชุมนุมกันของบรรดาศิษย์ในค่ำวันต้นสัปดาห์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเป็นวันที่สามหลังจากพระเยซูคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์ พวกเขาจึงชวนกันมาเพื่อรอคอยการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ ถ้าเรามองเหตุการณ์ต่างๆด้วยสายตาแห่งความเชื่อ เราจะพบว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ที่ปรารถนาให้เรื่องเหล่านี้ย้ำเตือนความเชื่อของเราให้เข้มแข็ง วันที่บรรดาศิษย์ชุมนุมกันเป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ เป็นวันแรกของการกลับคืนพระชนมชีพมีชีวิตใหม่ของพระเยซูคริสตเจ้า วันเปนเตกอสเตวันที่พระจิตเจ้าเสด็จลงมาก็เป็นวันต้นสัปดาห์เช่นกัน วันนี้เป็นวันที่ห้าสิบหลังจากสมโภชปัสกาซึ่งชาวอิสราเอลฉลองวันเริ่มต้นความเป็นชาติของพากเขา เพราะพวกเขาได้รับพระบัญญัติ 10 ประการ และยังเป็นวันเริ่มต้นของพระศาสนจักรด้วย

การเริ่มต้นใหม่ ชีวิตใหม่ที่กล่าวถึง รวมทั้งการที่พระเยซูคริสตเจ้าประทานพระจิตเจ้าแก่บรรดาศิษย์ “ด้วยการเป่าลมเหนือพวกเขา” ลมปราณหมายถึงชีวิต เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในพระคัมภีร์หนังสือปฐมกาลบทที่ 1 และ 2 เหตุการณ์เหล่านี้หมายถึงการเริ่มต้นของโลกใหม่ และการสร้างใหม่ที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ทำให้มนุษย์มีชีวิตโดยระบายลมปราณเข้าไปในมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้าง พระเยซูคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพมีชีวิตใหม่ด้วยฤทธานุภาพของพระจิตเจ้า พระศาสนจักรเริ่มต้นวันที่พระจิตเจ้าเสด็จลงมา เราคริสตชนเกิดใหม่มีชีวิตใหม่โดยศีลล้างบาปด้วยน้ำและพระจิตเจ้า บรรดาศิษย์กลับกลายเป็นคนใหม่เพราะได้รับพระจิตเจ้า พระจิตเจ้าจึงเป็นชีวิตและแรงบันดาลใจของพระศาสนจักรและคริสตชนในการเริ่มต้นชีวิตใหม่เสมอ

ข้อสังเกตจากวันต้นสัปดาห์ซึ่งในสมัยนั้นเป็นวันอาทิตย์ เป็นวันนัดพบของคริสตชนที่มาชุมนุมกันอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ พระศาสนจักรถือกำเนิดมีชีวิตชีวาจากการชุมนุมทุกๆวันอาทิตย์ตราบจนทุกวันนี้ ในปัจจุบันมีกลุ่มองค์กรธุรกิจหลายๆองค์กรเห็นความสำคัญของการนัดพบรวมตัวกัน เพื่อปลุกจิตสำนึกทำให้อุดมการณ์เข้มแข็ง หนุนใจให้กำลังใจกันและกัน วันนั้นเป็นเหมือนกับวันที่สมาชิกมาเติมพลังใหม่ ทำให้สมาชิกมีกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจก้าวหน้าต่อไป สำหรับเราคริสตชนวันอาทิตย์เป็นวันนัดพบระหว่างเรากับพระเยซูคริสตเจ้า เป็นวันที่เรามาหนุนใจกันด้วยพระวาจาของพระเจ้า และมาเติมพลังชีวิตด้วยพระหรรษทานแห่งศีลมหาสนิท การมาร่วมบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะนี่คือต้นกำเนิดแห่งชีวิตของพระศาสนจักรและของเราคริสตชน

ขอพระจิตเจ้าผู้เสด็จมาบันดาลให้บรรดาศิษย์เปลี่ยนเป็นคนใหม่ มีความกล้าหาญเต็มเปี่ยมไปด้วยพระปรีชาญาณของพระเจ้าในการประกาศข่าว บันดาลให้เราทุกคนมีชีวิตใหม่ในพระองค์ เป็นคริสตชนที่กล้าหาญ มีความกระตือรือร้นในการประกาศข่าวดีแห่งความรอดพ้น ซึ่งเป็นพันธกิจที่ได้รับจากองค์พระเยซูคริสตเจ้าจนสุดปลายแผ่นดิน

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. หนังสือภาวนาในครอบครัวที่แจกไปตอนต้นปี พี่น้องสวดภาวนาแล้วอย่าลืมบันทึกลงในเล่มใดเล่มหนึ่งจนถึงสิ้นปี และให้พี่น้องนำเล่มที่บันทึกนั้นมาส่งคืนเดือนมกราคม
  2. วันอาทิตย์ที่ 19 มิ.ย. 2011 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่สนใจจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน พบกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน จัดตารางเวลา และซักซ้อมขั้นตอนการอ่านบทอ่าน
  3. วันอาทิตย์ที่ 26 มิ.ย. 2011 สมโภชพระกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้า จะมีแห่ศีลมหาสนิท อวยพรศีลมหาสนิท และโปรยดอกไม้ จะมีเด็กๆโปรยดอกไม้ และสัตบุรุษทุกคนจะมีส่วนร่วมโปรยดอกไม้ ดังนั้นตอนแห่ศีลมหาสนิทขอให้สัตบุรุษบางส่วนเดินนำหน้า และยืนสองข้างทางโปรยดอกไม้บนทางเดินเพื่อต้อนรับพระเยซูคริสตเจ้า ขอให้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเดินนำหน้าโปรยดอกไม้ต้อนรับพระเยซูคริสตเจ้า
  4. อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ มีนโยบายให้ทุกวัดทำให้วัดเป็นพระศาสนจักรแห่งการมีส่วนร่วม โดยใช้แนวทาง “วิถีชุมชนวัด” วัดของเรามีนโยบายที่จะทำวิถีชุมขนวัด โดยเริ่มต้นที่วัด หลังมิสซาจะมีการรวมกลุ่มสัตบุรุษ ให้ทำความรู้จักกัน มีกิจกรรมร่วมกัน อาทิ ดื่มน้ำทานขนมร่วมกัน อ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน ฯลฯ โดยเริ่มจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว และกลุ่มองค์กรต่างๆของวัด พ่อขอความร่วมมือจากพี่น้องด้วย

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.