บอกเล่าให้ฟัง
เพื่อนร่วมทางแห่งความเชื่อเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเราคริสตชน ถ้าเราเปรียบเทียบชีวิตเหมือนกับการเดินทาง ความเชื่อเป็นชีวิต การดำเนินชีวิตในความเชื่อจึงเป็นการเดินทางเช่นเดียว แต่เป็นการเดินทางติดตามองค์พระเยซูคริสตเจ้าด้วยความเชื่อและวางใจในพระองค์ แน่นอนที่สุดในหนทางที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงพระดำเนินเป็นหนทางแห่งไม้กางเขน เป็นหนทางแห่งการตอบสนองพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าไม่ใช่การทำตามใจตนเอง หนทางนี้จึงต้องการความเพียรพยายามและความอดทนเป็นอย่างยิ่ง เพราะบนหนทางสายนี้มีอุปสรรค์มากมาย เริ่มจากตนเองการเอาชนะอำเภอใจของตนเองไม่ใช่เรื่องง่าย อุปสรรค์ยังอาจมาจากผู้คนรอบข้าง แบบอย่างไม่ดี สิ่งยั่วยวนทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้ในการเดินทางแห่งความเชื่อคริสตชนต้องช่วยกัน เป็นเพื่อนร่วมทางของกันและกัน
ในสถานการณ์ปัจจุบันการเป็นเพื่อนร่วมทางยิ่งวันยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น เพราะความเสื่อมทางจริยธรรมและศีลธรรมทวีความรุนแรงมากขึ้น มีหลายสิ่งหลายอย่างชวนให้มนุษย์หลงไปจากหนทางของพระเจ้า คุณค่าทางด้านวัตถุจึงเข้ามาแทนที่คุณค่าด้านจิตใจ เราจะวัดค่าความเป็นมนุษย์ด้วยอะไรก็เป็นสิ่งที่น่าคิดอยู่ไม่น้อย ในช่วงเวลานี้ลูกๆหลานๆของหลายๆครอบครัวกำลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย พ่อคิดว่าในช่วงเวลานี้พ่อแม่ผู้ใหญ่ทั้งหลายต้องพยายามเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีของลูกหลาน โดยพยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ว่า อะไรเป็นคุณค่าที่แท้จริงที่เราควรยึดไว้เป็นสรณะ อาทิ ผู้บริหารหลายๆโรงเรียนเรียกเด็กนักเรียนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆได้ มาเป็นแบบอย่างให้แก่รุ่นน้องๆและแสดงความชื่นชมว่าเป็นคนดีมีคุณภาพเป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียน สิ่งที่เราต้องคิดและเราต้องถามบ่อยๆก็คือเด็กๆที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆไม่ได้ เป็นลูกศิษย์โรงเรียนของเราหรือเปล่า และเวลานี้เขาอยู่ที่ไหน เราจะวัดค่าของคนแค่ entrance ติด หรือไม่ติดเท่านั้นหรือ หรือว่าเราจะพิจารณาคนทั้งครบว่าเขาเป็นคนอย่างไร พ่อคิดว่าช่วงเวลาดังกล่าวนี้พ่อแม่ต้องเอาใจใส่ลูกๆเป็นพิเศษ คอยแนะนำลูกๆในสิ่งที่ถูกที่ควร ให้ลูกคิดดี พูดดี ทำดี ไม่ใช่กับตนเองเท่านั้น แต่กับผู้อื่นด้วย เพื่อเราทุกๆคนจะได้สามารถช่วยประคับประคองกันและกันให้เดินในหนทางที่ดีงามจนถึงจุดหมายปลายทาง
จากคุณพ่อเจ้าวัด
จังหวะเวลาที่เหมาะสมของชีวิต
ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตมีช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมของมัน เมื่อถึงจังหวะช่วงเวลานั้นถ้าเรากล้าหาญพอที่จะหยิบยกฉกฉวยนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ มันจะเป็นดั่งเวลาแห่งพระหรรษทานที่จะให้ประโยชน์มากมายต่อชีวิตของเรา ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ผ่านมาในชีวิตของเราครั้งแล้วครั้งเล่าแต่เราอาจจะไม่ได้สังเกต และปล่อยให้มันผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ อาทิ เวลาเราที่มีความสุขความชื่นชมยินดี เวลานั้นอาจจะเป็นเวลาที่เราจะสวดภาวนาขอบคุณพระเจ้าได้ดี เวลามีความทุกข์ความผิดหวังความล้มเหลวในชีวิต อาจจะเป็นเวลาที่เราจะรำพึงถึงการประทับอยู่ของพระเจ้า พยานสอดส่องของพระองค์ หลังจากผ่านเวลาเหล่านั้นไปได้แล้ว เราอาจจะพบคุณค่าความดีงามมากมายจากเหตุการณ์เหล่านั้น ซึ่งเป็นผลงานแห่งความเอื้ออาทรของพระเจ้า วันเกิด วันที่คนที่เรารักจากไปล้วนเป็นจังหวะชีวิตที่เราจะสามารถเพิ่มพูนความเชื่อความศรัทธาในชีวิตของเรา ถ้าเราจะมองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสายตาแห่งความเชื่อ
พระเยซูคริสตเจ้าเป็นผู้ที่เข้าใจและฉกฉวยจังหวะชีวิตในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างได้แม่นยำ และใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด หลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแล้ว บรรดาอัครสาวกและสาวกของพระองค์สับสนสิ้นหวัง ความเชื่อหวั่นไหว สงสัยตกใจมีความกลัวมาก หลายคนถอดใจพ่ายไปแล้ว จังหวะนี้เองพระองค์เสด็จมาพบกับพวกเขา ทรงตักเตือน บรรเทาใจ ให้กำลัง เติมความหวังโดยพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่าพระองค์กลับคืนพระชนมชีพจริง มาย้ำเตือนถึงคำสอนคำทำนายของบรรดาประกาศกและของพระองค์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับบรรดาสาวกของพระองค์ “ใจของท่านทั้งหลายจงอย่าหวั่นไหวเลย จงเชื่อในพระเจ้า และเชื่อในเราด้วย”(ยน.14:1) การเสด็จมาของพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ เป็นเวลาแห่งพระหรรษทาน ทำให้บรรดาสาวกของพระองค์สัมผัสได้ถึงความรักและความเมตตาของพระเจ้า มีประสบการณ์เกี่ยวกับการประทับอยู่ของพระองค์อย่างลึกซึ้ง ทำให้พวกเขาและแน่ใจว่าพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับมนุษย์ต้องเป็นจริงทุกประการ และสิ่งที่พวกเขากระทำด้วยความเชื่อและวางใจในพระองค์เป็นสิ่งที่ดี อีกทั้งเป็นการดำเนินชีวิตในหนทางที่ถูกต้องซึ่งเป็นหนทางของพระเจ้าแล้ว
พระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต ไม่มีใครไปเฝ้าพระบิดาได้นอกจากผ่านทางเรา”(ยน.14:6) คำตรัสของพระองค์เป็นการยืนยันตอกย้ำว่าผู้ที่ติดตามพระองค์จะไม่มีวันผิดหวังแน่นอน ถึงแม้ว่าดูตามประสามนุษย์แล้ว พระองค์จะเป็นผู้แพ้ ต้องทนทรมาน ต้องสิ้นพระชนม์ แต่ในที่สุดพระองค์ได้รับชัยชนะและพระเกียรติรุ่งโรจน์ในการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ การตรัสเช่นนี้ทำให้เราแน่ใจว่าพระเยซูคริสตเจ้าเป็นหนทางเดียวที่สามารถนำเรากลับบ้านของพระบิดาได้รับความรอดพ้น ดังนั้นแม้บนหนทางสายนี้เราจะประสบความทุกข์ยากลำบาก ปัญหาต่างๆมากมาย จงเดินด้วยความเพียรทนอย่าย่อท้อต่ออุปสรรค์ต่างๆ เพราะหนทางสายนี้จะนำเราไปถึงเป้าหมายปลายทาง “บ้านของพระบิดา” แน่นอน สถานการณ์และช่วงเวลาที่บรรดาสาวกต้องเผชิญ ทำให้พวกเขามั่นคงในความเชื่อ มั่นใจในความหวัง และมีพลังในการประกาศข่าวดี ขอให้เราได้ฉกฉวยเวลาโอกาสต่างๆที่พระเจ้าประทานให้ในชีวิต เพื่อเพิ่มพูนความเชื่อ ความหวัง และความรักในพระเจ้า ซึ่งจะทำให้เราเดินในหนทางของพระองค์ด้วยความมั่นใจ
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้สามารถดำเนินการส่งให้เขต 2 และอัครสังฆมณฑลต่อไปเพื่อใช้ในงานเมตตาจิตช่วยผู้รอโอกาส
- ขอรับอาสาสมัครเด็กโปรยดอกไม้วันสมโภชศีลมหาสนิท รับตั้งแต่ ป. 2 – ป. 5 ลงชื่อได้ที่หน้าวัด ซ้อมหลังมิสซาวันอาทิตย์
- ผู้ใดมีความปรารถนาขอทุนการศึกษาให้ลูกหลาน ให้เขียนใบยื่นคำร้อง ใบยื่นคำร้องรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ หมดเขตวันที่ 31 พ.ค. 2011 เพื่อสภาภิบาลจะได้นำไปพิจารณาตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ต่อไป
- มูลนิธิเซนต์หลุยส์ จัดแรลลี่การกุศลเพื่อช่วยคนจนเป็นต้นผู้ป่วยที่ยากไร้ ค่าสมัครมีทีมละ 5,000 และ ทีมละ 50,000 บาท ผู้ใดต้องการร่วมการกุศลครั้งนี้ รับใบสมัครและดูรายละเอียดได้ที่หน้าวัด
- วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่สนใจรวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อแบ่งปันพระวาจาและจัดตารางเวลาร่วมกันหลังมิสซาเวลา 10.30 น.
- วันอาทิตย์ที่ 29 พ.ค. 2011 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซาและผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและนัดแนะการช่วยมิสซา หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต