บอกเล่าให้ฟัง
พี่น้องเวลานี้เราผ่านเทศกาลมหาพรตเข้าสู่เทศกาลปัสกา ตั้งแต่วันพุธรับเถ้าซึ่งเป็นวันเริ่มต้นเทศกาลมหาพรต จนถึงวันสมโภชพระจิตเจ้าเสด็จมา เป็นช่วงเวลาที่เราเรียกกันว่ากำหนดปัสกา ซึ่งมีระบุไว้ในพระบัญญัติของพระศาสนจักรว่า “จงรับศีลอภัยบาป และจงรับศีลมหาสนิทอย่างน้อยปีละครั้งในกำหนดปัสกา” พ่ออยากให้พี่น้องสังเกตวลีที่ว่า “อย่างน้อยปีละครั้ง” ไม่ใช่ปีละครั้งเฉยๆนะครับ ก็แสดงว่านี่เป็นขั้นต่ำสุดหรือเส้นตายถ้าใครไม่ทำเช่นนี้ต้องถือว่าเสียความเชื่อแล้ว สำหรับคนที่ปฏิบัติศาสนกิจอยู่เสมอก็ไม่ต้องกังวลใจอะไร เพราะเราได้ปฏิบัติอยู่แล้ว ส่วนคนที่ห่างเหินการปฏิบัติศาสนกิจไปบ้างก็ไม่ต้องถือเคร่งจนเกินเหตุ ถ้าเราจะรับศีลอภัยบาปสามารถมาได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องรอให้ถึงกำหนดปัสกา เพราะที่พระศาสนจักรกำหนดไว้เช่นนี้เป็นเพียงการกำหนดเวลา เพื่อเตือนสำนึกคริสตชนในการปฏิบัติศาสนกิจเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เองพระศาสนจักรจึงให้ความสำคัญกับช่วงเวลานี้เป็นพิเศษ เพื่อเตือนใจคริสตชนให้คิดถึงความรักของพระเจ้าที่ทรงพระกรุณาช่วยเราให้พ้นจากการเป็นทาสของบาปและความตาย คืนสิทธิและศักดิ์ศรีการเป็นบุตรของพระเจ้าให้กับเรา เราทุกคนจึงต้องสรรเสริญขอบคุณพระองค์ เพราะพระองค์พระทัยดีและความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิจ และดำเนินชีวิตให้สมศักดิ์ศรีแห่งการเป็นบุตรของพระองค์
หลายๆคนอาจจะสงสัยประโยคที่ว่า “พระเยซูคริสตเจ้าทรงไถ่บาปมนุษยชาติ” ประโยคนี้แสดงว่าพระองค์ทรงไถ่บาปมนุษย์ทุกคนแล้ว ทำไมเราคริสตชนยังต้องประกาศข่าวดี ยังต้องเผยแผ่พระธรรมต่อไปอีก คำตอบก็คือพระเยซูคริสตเจ้าทรงไถ่บาปมนุษยชาติแล้วก็จริง แต่มีมนุษย์อีกจำนวนมากมายที่ยังไม่รู้ข่าวดีนี้ ยังมีมนุษย์อีกจำนวนเท่าไรที่ไม่รู้คุณค่าของการไถ่บาปของพระเยซุคริสตเจ้า หรือแม้กระทั่งรู้จักพระองค์อย่างแท้จริง ดังนั้นในช่วงกำหนดปัสกาจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่เราจะต้องเตือนตัวเราเอง ให้ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของพระโลหิตทุกหยาดหยดที่หลั่งลงเพื่อลบล้างบาปของเรา นอกนั้นยังต้องถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญยิ่งที่จะประกาศข่าวดีนี้ให้ผู้อื่นได้รับทราบ ด้วยวาจาและกิจการเป็นพยานต่อหน้ามนุษย์ทั้งหลาย
จากคุณพ่อเจ้าวัด
อำนาจในการอภัยบาป
การแสดงพระองค์ของพระเยซูคริสตเจ้ากับบรรดาศิษย์ในตอนแรกๆ ลูกศิษย์มีความกลัว ความไม่แน่ใจ ความเชื่อกำลังหวั่นไหว และสิ่งแรกที่พระองค์ประทานให้กับบรรดาศิษย์ก็คือสันติสุข “สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด”(ยน.20:19) สันติสุขเป็นเครื่องหมายแสดงถึงชัยชนะต่อบาปและความตาย บาปได้รับการอภัยและลบล้างแล้ว อีกทั้งยังแสดงให้เห็นด้วยว่าพระอาณาจักรของพระเจ้ามาถึงแล้ว ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ความยุติธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดี ขอให้เราลองคิดถึงช่วงเวลาที่เรามีปัญหาบาดหมางใจกับใคร หรือมีเรื่องคับข้องใจอะไรและยังไม่ได้ทำความเข้าใจยังมีเรื่องค้างคาใจกันอยู่ ยังไม่ได้กลับคืนดีต่อกันเราจะมีความรู้สึกอย่างไร หลังจากที่ได้กลับคืนดีและเข้าใจกันแล้วเราจะรู้สึกอย่างไร โล่งอกและมีสันติสุขมากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นการมอบสันติสุขให้จึงเป็นการย้ำเตือนว่า พวกท่านได้รับการไถ่โทษพ้นจากบาป เป็นอิสระจากบาปแล้วอย่ามัวจมปลักอยู่กับความมืดมนของชีวิต ความสงสัย ความกลัวและบาปอีกเลย เป็นการตอกย้ำให้บรรดาศิษย์มีความเชื่อ และวางใจในพระองค์มากขึ้น
สิ่งที่พระเยซูคริสตเจ้าได้แสดงให้บรรดาศิษย์ได้เห็นประจักษ์นั้น ทำให้เราแน่ใจได้ว่าเราได้รับการไถ่ให้พ้นจากบาปแล้วก็จริง แต่พระเจ้าก็ยังทรงทราบและเข้าใจธรรมชาติของเรามนุษย์อย่างดีที่สุดว่า เราเป็นคนอ่อนแอเราจะทำผิดพลาดตกในบาปได้อีก ดังนั้นพระองค์จึงมอบอำนาจอภัยบาปให้แก่ศาสนบริกรซึ่งเป็นคนธรรมสามัญเหมือนกับเราทุกอย่าง “ท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย ท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย”(ยน.20:23) ศีลอภัยบาปจึงเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ซึ่งแสดงถึงความรักความเมตตาของพระเจ้า ซึ่งรักเราไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้เราจะทำบาปกี่ครั้งกี่หนพระเจ้าก็ทรงรักและพร้อมที่จะให้อภัยแก่เราเสมอ พระองค์ยังทรงรอคอยเราทุกคนให้กลับมาคืนดีกับพระองค์ตลอดเวลา
พระเยซูคริสตเจ้าทรงมอบอำนาจอภัยบาปให้แก่มนุษย์หรือตั้งศีลอภัยบาป นอกจากจะเป็นการแสดงถึงความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์แล้ว พระองค์ยังต้องการทำให้การกลับคืนดีกับพระเจ้าเป็นหนทางที่ง่าย เราจึงทราบพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างชัดเจนว่า พระองค์ทรงความเมตตา เป็นพระหัตถ์ที่คอยพยุงคนบาป และพระองค์ไม่ต้องการให้ลูกๆของพระองค์เสียไปแม้แต่คนเดียว เมื่อเราทราบว่าพระเจ้าทรงรักเมตตา และให้โอกาสเราถึงเพียงนี้แล้วทำไมเราไม่รู้จักฉกฉวยโอกาสที่ดีอย่างนี้ไว้ ยอมปล่อยตัวจมอยู่ในความมืดมนแห่งชีวิต ยอมปล่อยตัวอยู่ในบาปต่อไป พระเยซุคริสตเจ้านำสันติสุขมาให้กับเราเป็นสันติสุขแท้ที่โลกให้ไม่ได้ ถ้าเราปรารถนาที่จะรักษาสันติสุขซึ่งเป็นพระพรอันล้ำค่านี้ไว้ให้คงอยู่กับเรา ทุกครั้งที่เราทำบาปจะต้องรีบไปคืนดีกับพระเจ้าโดยทางศีลอภัยบาป เพื่อนำสันติสุขนั้นกลับคืนมา นี่คือการใช้ศีลอภัยบาปอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย ขอให้สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไปเทอญ
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ประชุมสภาภิบาลวันอาทิตย์นี้ หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญสมาชิกสภาภิบาลเข้าประชุมโดยพร้อมเพียง
- วันจันทร์ที่ 2 พ.ค. 2011 ขอย้ายมิสซามาตอนเช้า เวลา 7.00 น. เพราะพ่อต้องไปเทศน์ให้กับเยาวชนโฟโคลาเรที่สุขุมวิทซอย 101
- วันเสาร์ที่ 7 พ.ค. 2011 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณเวลา 10.30 น. ก่อนมิสซามีสวดภาวนาและเฝ้าศีลร่วมกัน
- ขอขอบคุณพี่น้องทุกๆท่านที่ให้การสนับสนุน ทำให้ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนผ่านพ้นไปด้วยดี และขอขอบคุณบราเดอร์ มาสเตอร์เณร 2 ท่าน รวมทั้งบรรดาเยาวชนพี่เลี้ยงบรรดาอาสาสมัครที่มาช่วยดูแลเด็ก และช่วยทำงาน ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องทุกท่าน
- เดือนพฤษภาคมเป็นเดือนแม่พระ ขอให้ทุกคนแสดงความศรัทธาต่อแม่พระเป็นพิเศษ โดยการสวดสายประคำ เป็นต้นสวดร่วมกันในครอบครัว
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต