ฉบับที่ 13015 วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2013 อาทิตย์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

บอกเล่าให้ฟัง

ในที่สุดเราก็ผ่านสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ การแห่ใบลาน วันพฤหัสฯศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเราเรียกวันทั้งสามนี้ว่า “ตรีวารปัสกา” และวันสมโภชปัสกาพระเยซูคริสตเจ้ากลับคืนพระชนมชีพ ไปอย่างดีพอสมควรด้วยความร่วมมือร่วมใจของพวกเราทุกๆคนที่นี่ ในช่วงก่อนสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ระหว่างสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ และเมื่อถึงวันฉลองสมโภชต่างๆ พ่อนั่งรำพึงเรื่องราวของพระเยซูคริสตเจ้า เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับพระองค์ สัญลักษณ์และขั้นตอนต่างๆของพิธีกรรมทุกวัน ทำให้พ่อรู้สึกอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง ทำไมหนอเราทำเรื่องเดียวกันทุกๆปี แต่เราต้องเตรียมก่อนกลับไปดูใหม่ ไปนั่งรำพึงใหม่ในเรื่องเดิมๆ และเมื่อทำเช่นนี้ทุกครั้งจะพบเรื่องใหม่ ความคิดใหม่ ทุกครั้งไป ในรอบปีพิธีกรรมก็เช่นเดียวกัน ของวันธรรมดาจันทร์-วันเสาร์ แบ่งเป็นปีคู่และปีคี่ ของวันอาทิตย์แบ่งเป็น ปี A ปี B ปี C ใครก็ตามที่มาร่วมบูชาขอบพระคุณในวันธรรมดา 2 ปี ก็จะได้ฟังพระวาจาตอนสำคัญเกือบทั้งหมด ถ้าเป็นวันอาทิตย์จะต้องใช้เวลา 3 ปี แม้จะเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่พ่ออ่านพระวาจาของพระเจ้า เตรียมเทศน์ พ่อจะพบเรื่องใหม่ที่จะเทศน์เหมือนกัน

ประสบการณ์ในการร่วมพิธีกรรมและอ่านพระวาจาของพระเจ้า ไม่ทราบว่าพี่น้องเคยมีประสบการณ์เหมือนกับพ่อบ้างไหม จากประสบการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าพยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์กับมนุษย์ พระองค์ตรัสกับเราโดยอาศัยพระวาจาของพระองค์ โดยทางเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกในสังคม และบางครั้งโดยบุคคลต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา รวมทั้งปัญหาต่างๆที่เราต้องเผชิญ เราจึงต้องเปิดมองเปิดหูฟังสิ่งต่างๆด้วยความเชื่อ เพื่อเราจะได้พบกับพระองค์และได้ยินเสียงของพระองค์ตรัสกับเรา โดยอาศัยเหตุการณ์และสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา ความพยายามของพระเจ้าที่ต้องการสื่อสารสร้างความสัมพันธ์กับมนุษย์นี่แหละ ที่ทำให้เราสามารถพบสิ่งใหม่ในเรื่องเดิมๆ เพราะฉะนั้นความเชื่อความศรัทธาในการสวดภาวนา อ่านพระคัมภีร์ และการมาร่วมพิธีกรรมนั้น จะทำให้สิ่งที่เรากระทำนั้นมีชีวิตชีวาอยู่เสมอแม้จะเป็นการทำซ้ำในเรื่องเดิมๆก็ตามในทุกๆขณะจิตวันเวลาเลยผ่านเราไปทุกวันเพราะโลกไม่เคยหยุดหมุน และเรายังมีชีวิตลมหายใจบนโลกที่สวยงามใบนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา มีทั้งสบอารมณ์และไม่สบอารมณ์ ถูกใจและไม่ถูกใจ สมหวังและไม่สมหวัง ถ้าเราสามารถเปิดใจให้กว้างมองทุกสิ่งทุกอย่างด้วยสายตาแห่งความเชื่อ เราจะสามารถพบกับพระเจ้าเรียนรู้จักพระประสงค์ของพระองค์ และรู้ว่าเราควรทำอะไรไม่ควรทำอะไรในสถานการณ์แบบไหน นี่คือวิธีการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าทำให้เราเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า เป็นการใช้เวลาซึ่งเป็นของประทานอันล้ำค่าจากพระเจ้าคุ้มสุดคุ้ม นักคิดท่านหนึ่ง ชื่อ มีแชล เดอ มงแตญ ท่านให้ข้อคิดไว้ว่า “พรสวรรค์ชั้นยอดถูกทำลายลงได้ด้วยความเกียจคร้าน” ในศาสนาของเรามีวลีๆหนึ่งที่ใช้เรียกคนที่ไม่ค่อยมาปฏิบัติศาสนกิจ ดำเนินชีวิตหายใจเปลืองออกซิเจนไปวันๆว่า “คนใจเย็นเฉย” พอได้อ่านหรือได้ยินวลีนี้ภาพที่ปรากฏต่อหน้าพ่อก็คือ คนที่ไม่เอาไหนไร้ประโยชน์ ความเกียจคร้านและใจเย็นเฉยจึงเป็นศัตรูตัวสำคัญที่เราต้องคอยระมัดระวัง เพราะมันจะทำให้เราเป็นคนไร้ประโยชน์ในสายพระเนตรของพระเจ้า และในสายตาของมนุษย์

จากคุณพ่อเจ้าวัด

การรู้จัก ความเชื่อ ความหวัง และความรัก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบรรดาอัครสาวกและบรรดาศิษย์ เป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจพัฒนาการทางความเชื่ออย่างชัดเจน ความเชื่อเริ่มต้นจากการรู้จักหรือความรู้ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ปรารถนาที่จะเป็นคาทอลิก จะต้องมาเรียนคำสอนก่อนในการสอนคำสอนผู้สอนจะถ่ายทอดความรู้ และความเชื่อของตนให้ผู้เรียน พระเยซูคริสตเจ้าทรงกระทำเช่นเดียวกันเมื่อพระองค์เริ่มออกมาเทศน์สอน พระองค์ทรงเรียกอัครสาวกทั้งสิบสองให้มาใช้ชีวิตกับพระองค์ และทรงสั่งสอนพวกเขาให้รู้จักพระองค์ เนื่องจากการรู้จักหรือความรู้เป็นจุดเริ่มต้นของความเชื่อ แสดงว่าความเชื่อระดับนี้เป็นความเชื่อที่ยังไม่ลึกซึ้งไม่เข้มแข็ง ยังต้องการการพัฒนาทำให้ลึกซึ้งเข้มแข็งมากขึ้น โดยเชิญชวนให้ผู้เรียนมาสวดภาวนาและร่วมบูชาขอบพระคุณร่วมกัน เพื่อผู้เรียนจะได้มีประสบการณ์ความเชื่อในกลุ่มคริสตชน

สภาพของอัครสาวกหลังจากพระเยซูคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์ ที่เราพบในพระวรสารแสดงให้เห็นว่าความเชื่อของพวกท่านยังผิวเผินอ่อนแอ อาจจะเป็นการรู้จักพระเยซูคริสตเจ้าตามทัศนะของพวกท่านเท่านั้น ด้วยเหตุนี้การสิ้นพระชนม์ของพระองค์จึงทำให้พวกท่านสิ้นหวัง และกลับไปประกอบอาชีพเดิม “ซีมอน เปโตรบอกคนอื่นว่า “ข้าพเจ้าจะไปจับปลา” ศิษย์คนอื่นตอบว่า พวกเราจะไปกับท่านด้วย”(ยน.21:3) เมื่อความเชื่อของอัครสาวกเป็นเช่นนี้ พระเยซูคริสตเจ้าจึงเสด็จมาหาพวกท่าน และกระทำกิจการหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อพัฒนาฟื้นฟูความเชื่อของพวกท่านให้เข้มแข็ง และลึกซึ้งมากขึ้น อาทิ ทำให้พวกท่านจับปลาได้มากมายซึ่งช่วยให้พวกท่านระลึกถึงเหตุการณ์ที่พวกท่านเคยประสบมาแล้ว “บรรดาศิษย์จึงเหวี่ยงแหออกไป และดึงขึ้นไม่ไหว เพราะได้ปลาเป็นจำนวนมาก”(ยน.21:6) ทรงนั่งย่างปลาและปิ้งขนมปัง เพื่อจะได้ให้บรรดาศิษย์รู้ว่าพระองค์ไม่ใช่ผี “บรรดาศิษย์…..เห็นถ่านติดไฟลุกอยู่ มีปลาและขนมปังวางอยู่บนไฟ….ไม่มี…คนใดกล้าถามว่า “ท่านเป็นใคร” เพราะรู้ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า”(ยน.21:9-12)

ความเชื่อเริ่มจากการรู้จักเชื่อมั่นมีความหวังจนในที่สุดรักพระองค์ ดังนั้นหลังจากที่พระเยซูคริสตเจ้าทำให้บรรดาศิษย์มีความเชื่อในพระองค์แล้ว พระองค์จึงถามนักบุญเปโตรซึ่งเป็นผู้นำของพระศาสนจักรว่า รักพระองค์หรือเปล่าถึง 3 ครั้ง และสั่งดูแลฝูงแกะของพระองค์ เพราะถ้ารักพระองค์จริงจะต้องรักทุกสิ่งที่พระองค์รัก และปฏิบัติตามคำสอนติดตามพระองค์ไปในหนทางของพระองค์ “พระองค์ตรัสถามเป็นครั้งที่สามว่า….ท่านรักเราไหม….เขาทูลตอบว่า….ข้าพเจ้ารักพระองค์….จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด”(ยน.21:15-17) และหลังจากที่พระองค์ตรัสถึงชะตากรรมในบั้นปลายชีวิตของท่านแล้วพระองค์เชิญชวนท่านให้ติดตามพระองค์ “จงตามเรามาเถิด”(ยน.21:19) จนในที่สุดท่านได้ตอบรับคำเชิญของพระองค์โดยยอมถูกตรึงตายบนไม้กางเขน ที่บรรดาศิษย์ของพระองค์ยอมลำบากทนทุกข์ทรมานยอมสละชีวิต ก็เพราะรักพระองค์ซึ่งเป็นความเชื่อที่ลึกซึ้งที่สุด เราคริสตชนทั้งหลายจึงต้องพยายามพัฒนาความเชื่อของตนให้ลึกซึ้งมากขึ้นทุกๆวัน โดยอาศัยการสวดภาวนา พระวาจาของพระเจ้า และศีลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเราจะได้รู้จักและรักพระองค์จนกระทั่งมีความเชื่อมั่นมีความกล้าหาญ ที่จะเลิกคิดถึงตนเองอุทิศตนเดินบนหนทางแห่งไม้กางเขนตามพระองค์ไปจนถึงเป้าหมายปลายทาง

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ทางวัดจัดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ปีนี้มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 50-60 คน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้ในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ศาลาอเนกประสงค์คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว กำลังทำกำแพงและหินล้างอยู่ ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
  3. ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้ดำเนินการส่งให้เขต 2 และอัครสังฆมณฑล นำไปช่วยผู้ด้อยโอกาสต่อไป
  4. วันอาทิตย์นี้ มีพิธีรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ มีตรวจสุขภาพเบื้องต้นโดยเวชบุคคลคาทอลิกที่มาร่วมมิสซาที่วัดของเรา หลังมิสซาบูชาขอบพระคุณ
  5. วันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2013 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่จะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนามาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  6. วันอาทิตย์ที่ 28 เม.ษ. 2013 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่ต้องการมาช่วยมิสซา และผู้ที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและพระคัมภีร์ร่วมกัน

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 14-04-2013

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.