บอกเล่าให้ฟัง
ความศรัทธา ความยึดมั่นถือมั่นอย่างผิดๆ อาทิ คิดว่าตนเองถูกต้องเสมอ ถ้าจะมีความผิดพลาดอะไรก็เพราะคนอื่นไม่ใช่ฉันแน่นอน การยึดติดกับการปฏิบัติที่สืบทอดต่อกันมาอย่างไม่รู้เหตุผล หรือการเชื่อถืออย่างตาบอด ฯลฯ คือสาเหตุที่ก่อให้เกิดความทุกข์ร้อนแก่เรามากที่สุด เราจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ต่อเมื่อเราตั้งจุดหมายที่จะแก้ไขมันอย่างจริงจัง โดยทำให้จุดเริ่มต้นที่ไร้เหตุผลในชีวิตของเรา กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่มีเหตุผล เพื่อจะทำดังที่ว่านี้มีสิ่งสำคัญสองประการที่เราต้องทำคือ
- ต้องมองสิ่งที่ไร้เหตุผล สิ่งที่เบาปัญญาทุกอย่างในชีวิตให้ออก แล้วตั้งใจเรียนรู้มัน
- ต้องเข้าใจว่า ชีวิตที่ตระหนักรู้และมีเหตุผลนั้นเกิดขึ้นได้ (ต้องกล้าคิด กล้าทำ และยอมเปลี่ยนแปลงตนเองด้วยใจกว้าง)
สาเหตุที่สำคัญที่สุดที่ทำให้คนไม่พัฒนาในทุกมิติแห่งชีวิต คือ ความจองหอง ความจองหองทำให้เราบูชาตนเองเป็นพระเจ้า ฉันเก่งอยู่แล้ว ดีอยู่แล้ว รู้ทุกอย่าง ไม่เคยทำผิด ฉันจึงเป็นมาตรการตัดสินทุกสิ่ง ศาสนาพุทธนิกายเชนเรียกคนพวกนี้ว่าชาล้นถ้วย จะเทน้ำชาดีเท่าไรขนาดไหนก็ล้นทิ้งเสียเปล่าไม่เกิดประโยชน์ ศาสนาคริสต์พระเยซูคริสตเจ้าเรียกคนพวกนี้ว่าคนที่ทำบาปผิดต่อพระจิตเจ้า และพระองค์ยังตรัสต่อไปด้วยว่าบาปทุกชนิดที่เราทำผิดต่อพระเจ้า จะได้รับการอภัย แต่บาปผิดต่อพระจิตเจ้าจะไม่ได้รับการอภัย เพราะมันคือการทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดไม่ยอมกลับใจ เราจะเห็นได้ว่าคนที่จองหอง ยึดมั่นถือมั่น ไม่ยอมรับความจริงแห่งตนเป็นคนที่พัฒนาไม่ได้ในทุกๆมิติแห่งชีวิตมนุษย์ เพราะดื้อรั้นในความผิดไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นนี่เองแหละ ที่ทำให้เขาไม่มีการพัฒนาชีวิตต้องจมอยู่ในสภาพเดิมๆเช่นนั้นตลอดไป.
จากคุณพ่อเจ้าวัด
พระเมตตาและการเยียวยารักษาจากพระเจ้า
หลังจากพระเยซูคริสตเจ้าทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน บรรดาสาวกและอัครสาวกทั้งหลายสิ้นหวัง หนีเอาตัวรอดกระจัดกระจาย สภาพความเชื่อของบรรดาศิษย์หลังจากที่พระเยซูคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์ เป็นสภาพความเชื่อที่หวั่นไหวคลอนแคลนและบอบช้ำ ความมืดมนแห่งชีวิตความกลัวครอบงำพวกเขาจนไม่สามารถทำอะไร นอกจากหลบซ่อนตัวให้พ้นจากสายตาของพวกชาวยิว “ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่เพราะกลัวชาวยิว” (ยน.20:19) พระเยซูคริสตเจ้าทรงเข้าใจสภาพความอ่อนแอของพวกเขา พวกเขาต้องการการฟื้นฟูสภาพต้องการกำลังใจและการเยียวยารักษา เพื่อทำให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านพ้นความกลัวความมืดมนแห่งชีวิต ไปสู่แสงสว่างใหม่ชีวิตใหม่มีความหวังใหม่พร้อมที่จะปฏิบัติตามพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย
วิธีการฟื้นฟูสภาพและเยียวยารักษาขององค์พระเยซูคริสตเจ้าก็คือ การทำให้บรรดาศิษย์เข้าใจความหมายของพระธรรมล้ำลึกปัสกา ซึ่งเป็นความหมายที่แท้จริงของชีวิต นั่นก็คือต้องผ่านความยากลำบากความทุกข์ทรมาน ความตาย แล้วจึงจะได้รับเกียรติรุ่งโรจน์ในการกลับคืนชีพ ผ่านกางเขนไปสู่แสงสว่าง ด้วยเหตุนี้เมื่อพระองค์เสด็จมาประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา พระองค์จึงทรงแสดงพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกายให้พวกเขาเห็นรอยแผล ซึ่งเป็นร่องรอยที่เกิดมาจากการถูกทรมานและการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนั่นเอง “พระองค์ทรงให้บรรดาศิษย์ดูพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกาย เมื่อเขาเหล่านั้นเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็มีความยินดี” (ยน.20:20) ทำไมบรรดาศิษย์จึงมีความยินดีเมื่อเห็นพระองค์ที่อยู่ในสภาพรอยแผลเต็มไปหมด อาจเป็นเพราะเขาจำพระองค์ได้และคิดถึงคำทำนายล่วงหน้าถึงพระองค์ว่า พระองค์ต้องสิ้นพระชนม์แล้วอีกสามวันจะกลับคืนพระชนมชีพ และก็เป็นไปได้เหมือนกันว่าเมื่อพวกเขาเห็นสภาพของพระองค์แล้ว ก็เริ่มเข้าใจความหมายของพระธรรมล้ำลึกปัสกา ซึ่งเป็นความหมายที่แท้จริงของการเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ ต้องติดตามพระองค์บนหนทางแห่งไม้กางเขน พวกเขาจึงสามารถน้อมรับความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ความผิดหวังด้วยความชื่นชมยินดี
มีข้อสังเกตที่น่าสนใจจากเหตุการณ์นี้บางประการ บรรดาศิษย์ชุมนุมกันในค่ำวันต้นสัปดาห์ ซึ่งเป็นวันอาทิตย์พวกเขาต้องกำลังทำตามคำสั่งของพระอาจารย์ “จงทำอย่างนี้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระองค์” เมื่อพวกเขาทำตามคำสั่งแล้ว พระเยซูคริสตเจ้าก็เสด็จมาประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา และประทานสันติสุขให้ (ยน.20:19) การมาร่วมบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์นั้นจึงสำคัญ เป็นการทำตามคำสั่งของพระเยซูคริสตเจ้า เมื่อทำแล้วเราจะสัมผัสได้ถึงการประทับอยู่ของพระองค์ มีสันติสุขได้รับกำลังใจที่จะก้าวหน้าต่อไปในหนทางของพระองค์ นอกนั้นบูชาขอบพระคุณยังทำให้เราเข้าใจในพระเมตตารักของพระเจ้า ที่ทรงเข้าใจ ห่วงใย ดูแล และค้ำจุนชีวิตของเราเสมอ โดยอาศัยพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ซึ่งเป็นทั้งยาเยียวยารักษาและเป็นพลังที่สามารถช่วยเราให้ก้าวเดินในหนทางของพระองค์ จนบรรลุเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิต เราคริสตชนจึงต้องให้ความสำคัญกับทั้งสองสิ่งนี้ ด้วยการฟังพระวาจาแล้วนำไปปฏิบัติตาม และมาร่วมบูชาขอบพระคุณ และรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆด้วยความศรัทธา เพื่อเราจะได้รับการหล่อเลี้ยงเยียวยารักษาด้วยพระเมตตาของพระองค์.
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ทางวัดจัดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ปีนี้มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 50-60 คน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้ในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด
- ศาลาอเนกประสงค์ก็คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว และวัดเราได้ใช้บ้างแล้วในวันฉลองวัด ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
- ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้ดำเนินการส่งให้เขต 2 และอัครสังฆมณฑล นำไปช่วยผู้ด้อยโอกาสต่อ
- วันจันทร์ที่ 8 – วันพฤหัสฯ 11 เม.ย. 2013 มีสัมมนาประจำปีของพระสงฆ์อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ขอให้พี่น้องสวดภาวนาให้พระสงฆ์ และของดมิสซาในวันดังกล่าว
- วันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย. 2013 จะมีพิธีรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ มีตรวจสุขภาพเบื้องต้นโดยเวชบุคคลคาทอลิกที่มาร่วมมิสซาที่วัดของเรา หลังมิสซาบูชาขอบพระคุณ
- วันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2013 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่จะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนามาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 07-04-2013
Tags: ฉลองพระเมตตา, วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต, เทศกาลปัสกา