บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก
มก 7:31-37
เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จออกจากเขตเมืองไทระผ่านเมืองไซดอน ไปยังทะเลสาบกาลิลีกลางดินแดนทศบุรี มีผู้นำคนใบ้หูหนวกคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์ ทูลขอร้องให้พระองค์ทรงปกพระหัตถ์ พระองค์ทรงแยกคนใบ้หูหนวกคนนั้นไปจากกลุ่มชน ทรงใช้นิ้วพระหัตถ์ยอนหูของเขา ทรงใช้พระเขฬะแตะลิ้นของเขา ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นเบื้องบน ถอนพระทัย แล้วตรัสว่า “แอฟฟาธา” แปลว่า “จงเปิดเถิด” ทันใดนั้นหูของเขากลับได้ยิน สิ่งที่ขัดลิ้นอยู่ก็หลุด เขาพูดได้ชัดเจน พระเยซูเจ้าทรงห้ามประชาชนเหล่านั้นมิให้พูดเรื่องนี้กับผู้ใด แต่ยิ่งห้าม ก็ยิ่งเล่าลือกันมากขึ้น ต่างประหลาดใจมาก กล่าวว่า “คนคนนี้ทำสิ่งใดดีทั้งนั้น เขาทำให้คนหูหนวกกลับได้ยิน และคนใบ้กลับพูดได้”
ข้อคิด
ในบทอ่านที่หนึ่งและบทพระวรสาร พระเจ้าทรงรักษาคนพิการ ส่วนในบทอ่านที่สอง นักบุญยากอบสอนเราให้เอาใจใส่คนยากจน พระคัมภีร์ตอนอื่นกล่าวถึงบุคคลอีกหลายประเภทที่เราควรดูแลเนื่องจากพระเจ้าทรงเป็นห่วงพวกเขา เช่น หญิงม่ายและลูกกำพร้า ผู้เจ็บป่วย ผู้ถูกจองจำ และคนต่างด้าว นอกจากนี้ ในสังคมไทยยุคปัจจุบัน ยังมีคนไร้สัญชาติที่ถูกจำกัดการดำรงชีวิต ผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ผู้ที่ประสบปัญหาทางจิต ฯลฯ ซึ่งเรียกร้องให้เราดูแลตามจิตตารมณ์เดียวกัน สุดท้าย พระศาสนจักรในปัจจุบันสอนให้เราขยายความห่วงใยออกไปสู่สิ่งสร้างทั้งมวลของพระเจ้า คือโลกซึ่งเป็นบ้านที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน.
อคติ
ชายหนวกใบ้ ยื่นนิ่งอยู่ในความยากจนและต่ำต้อย
เขาคือคนต่างชาติ ที่ชาวยิวผู้สูงศักดิ์ถือว่ามีมลทิน และ…ไม่ยอมคบหา
เขาคือผู้หนวกใบ้ไร้ปากเสียง
ความยากจนและต่ำต้อย จึงกลับกลายเป็นโรคร้ายที่กัดกินหัวใจชายหนวกใบ้
พระเยซูไม่ลังเลใจที่จะยืนเคียงข้างเขา…แม้จะไม่มีใครอื่นใด
…ไม่ลังเลใจที่จะสัมผัสหูและลิ้นของเขา…แม้จะไม่มีใครกล้า
…ทรงเปิดหูเขาให้ได้ยิน และปลดปล่อยลิ้นเขาให้เป็นอิสระ
พระองค์จึงมิใช่ใครอื่น แต่…เพื่อนของผู้ยากจน และต่ำต้อย
ทุกคนรอบข้างประหลาดใจ และร้องด้วยความชื่นชม
…คนคนนี้ทำสิ่งใดดีทั้งนั้น
ความรักเมตตาของพระเจ้ามีเตรียมไว้สำหรับทุกคน
ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร…มาจากไหน…เชื้อชาติใด…ศาสนาใด
แม้เขาจะเป็นผู้ต่ำต้อยที่ทุกคนมองว่าเปรอะเปื้อนมลทิน
และ…แม้เขาจะยากจนสิทธิ และอาจไม่เรียกร้องสิ่งใด
พระองค์ทรงก้าวเดินไปเคียงข้างเขาโดยปราศจากกำแพงแห่งอคติขวางกั้น
พระองค์ไม่ปล่อยให้เขาเดินโดดเดี่ยว ในโลกที่ไร้ปากเสียง
ไม่ปล่อยให้เขาถูกทอดทิ้ง ในโลกที่เมินเฉย
การต้อนรับและความรักของพระองค์เปิดขอบฟ้าใหม่ให้ชีวิตชายหนวกใบ้
เมื่อฉันก้าวเข้าไปในบ้านแห่งชีวิตของผู้ใด
ฉันพึงถอดรองเท้าแห่งอคติ เพราะนั่นคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
มิฉะนั้น ฉันอาจขวางกั้นความฝันสูงส่งของเขา
หรือร้ายกว่านั้น
…ฉันอาจจะเหยียบย่ำพระเจ้าที่ประทับอยู่ ณ ที่นั้น ก่อนฉันมาถึง
สัปดาห์ที่แล้ว
วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 2021
สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา
จากหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ โมเสสได้กล่าวเตือนประชากรอิสราเอลให้ถือกฏเกณฑ์และปฏิบัติตามข้อกำหนด และบทบัญญัติที่พระเจ้าทรงมอบให้อย่างเคร่งครัด “พวกท่านจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด และถือบัญญัติของพระเจ้าอย่างซื่อ สัตย์ และจะต้องไม่เพิ่มเติมสิ่งใดลงไป และไม่ตัดทอนตอนใดออกไปด้วย พวกท่านจงรู้ไว้ด้วยว่า ไม่มีชนชาติยิ่งใหญ่ชาติใดมีข้อกำหนดและกฏเกณฑ์เที่ยงธรรมเท่ากับธรรมบัญญัติที่พระเจ้าทรงมอบแก่ท่าน และข้าพเจ้ากำลังสอนท่านในวันนี้!” นักบุญยากอบ กล่าวย้ำเตือนว่า ….ของประทานทุกอย่างที่ดีและบริบูรณ์ย่อมมาจากเบื้องบน ลงมาจากพระบิดาผู้ทรงสร้างความสว่าง พระองค์ไม่ทรงเปลี่ยนแปลง ไม่มีแม้แต่เงาแห่งความแปรปรวนใดๆ พระองค์ทรงพระทัยดีต่อเราเสมอ จงน้อมรับพระวาจานั้น และปฏิบัติตามอย่างซื่อสัตย์ และจะทำให้เรามีชีวิต! พี่น้องที่เคารพรัก พระเจ้าทรงประทานบทบัญญัติให้กับพวกเรา เป็นบัญญัติ ที่ทำให้เราทราบดีถึงน้ำพระทัยรักและเมตตาของพระเจ้า สอนให้เรารักพระเจ้าเที่ยงแท้ และรักเพื่อนมนุษย์ทุกคน ความเชื่อและความศรัทธาที่แท้จริงต่อพระเจ้า ที่พระเจ้าต้องการจากเรา สอนให้เราปฏิบัติด้วยจริงใจ มิใช่ปฏิบัติอย่างเสียมิได้ พระเจ้ามิทรงต้องการเครื่องบูชาหรือของถวายใดๆ ภายนอก หากเราบอกว่ารักพระเจ้า แต่ไม่รักเพื่อนมนุษย์ –ไม่มีน้ำใจเมตตา -ไม่ช่วยเหลือในยามที่พวกเขาต้องการ เราก็มุสาหรือโกหก ฉะนั้น พี่น้องที่เคารพ ยามที่โลกเกิดวิกฤต ยามที่เพื่อนมนุษย์หลายคนทุกข์ยากลำบาก เป็นโอกาสที่เราต้องพิสูจน์ความรักแท้ที่เรามีต่อพระองค์ ยามนี้ เราจึงต้องแสดงความรักต่อพระเจ้าด้วยการแสดงความรักและเมตตาช่วยเหลือผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก จนสุดความสามารถของเรา
ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานความรักเที่ยงแท้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ให้ข้าพเจ้ารักพระองค์สุดดวงใจ และเพราะรักพระองค์ โปรดให้ข้าพเจ้ารักเพื่อนพี่น้องของข้าพเจ้าด้วยเทอญ!!!
**** พี่น้องที่รัก พวกเราคงได้ยิน – ได้รับรู้ ถึง “ตู้ปันสุข” “ถุงแบ่งรัก” “อาหารปะทังชีวิต” “น้ำใจช่วยเพื่อน” ฯลฯ ในยามวิกฤตของเพื่อนมนุษย์จำนวนมาก หลายๆ คนได้แสดงออกซึ่งความมีน้ำใจ – ความมี เมตตา และการช่วยเหลือต่างๆ พี่น้องสัตบุรุษวัดของเราหลายท่านก็มี น้ำใจ ปรารถนาจะช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์ยากลำบากจริงๆ ขอพี่น้องสำรวจ เพื่อนพี่น้องใกล้ๆ บ้านของพวกเราในหมู่บ้าน -ในละแวกบ้าน หากพบว่าเขาต้องการความช่วยเหลือประการใด ขอให้แจ้งให้พ่อ หรือกรรมการสภาภิบาลวัดของเราได้ทราบ เพื่อจะได้ช่วยเขา ไม่จำกัดว่าจะ ต้องเป็นคริสตชนเท่านั้น ใครก็แล้วแต่ที่ทุกข์ยากลำบากจริงๆ เป็นเรา ที่จะต้องช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้น ขอพี่น้องสำรวจเลยครับ พระเจ้าทรงเตือนใจเราด้วยพระวาจาของพระองค์ในวันนี้แล้ว เพื่อเราจะได้ช่วยเหลือผู้ที่กำลังทุกข์ยากลำบากจริงๆ นี้คือความรักที่แท้ จริงต่อพระเจ้า
คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล
Tags: ประกาศจากทางวัด, ประกาศประจำสัปดาห์, วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต