เนื้อหาจาก May 1st, 2019

สารวัด ฉบับที่ 151225 วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน ค.ศ. 2019 ฉลองพระเมตตาของพระเยซูคริสตเจ้า

Wednesday, May 1st, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

ในที่สุดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนก็จบลง             พ่อต้องขอขอบคุณ บราเดอร์ทั้งสาม ท่านบรรดาพี่เลี้ยงเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วยเหลือทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจเพื่อทำให้ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนในปีนี้ ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและสำเร็จลงได้ด้วยดี การจัดให้มีค่ายคำสอน พ่อคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่มากพอสมควร เพราะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นมาก มาย พี่น้องได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการปลูกฝังเรื่องพระเจ้าให้แก่ลูกหลานของเรา จะเป็นด้วยวิธีการหรือด้านใดก็ตาม บางคนให้เงินบริจาคแทบทุกวันอาทิตย์ บางคนนำอาหารมาให้เด็กๆและคนทำงานได้ทานกัน บางคนซื้อขนมมาฝาก บางคนมาช่วยงาน มาช่วยสอนแบ่งปันประสบการณ์แห่งความเชื่อที่ตนมีให้เด็กๆ การเป็นแบบอย่างที่ดีในการมาร่วมพิธีกรรม ฯลฯ ล้วนเป็นเรื่องที่ดีน่าชื่นชม นี่คือส่วนหนึ่งของการสร้างชุมชนแห่งความเชื่อให้เข้มแข็งและมีชีวิตชีวา

ส่วนเด็กๆ ลูกหลานของเราก็คงได้รับหลายสิ่งหลายอย่างที่บราเดอร์ คุณพ่อ คุณครู พี่เลี้ยงเยาวชน และผู้ใหญ่ใจดีหลายๆท่านถ่ายทอดให้ติดตัวไป สิ่งที่เป็นรูปธรรมที่สุดที่พ่อสัมผัสได้มีมากมาย ในช่วงมีค่ายคำสอน วัดชุมชนแห่งความเชื่อของเรามีชีวิตชีวาอย่างเห็นได้ชัด ผู้ใหญ่หลายท่านที่พ่อไม่เคยพบไม่เคยรู้จักก็ได้รู้จักแม้ไม่ใช่คาทอลิกด้วย เด็กๆมีเพื่อนที่เป็นคริสตชนด้วยกันมากขึ้น มาวัดมาช่วยมิสซา อ่านบทอ่าน ช่วยทำงานหลายสิ่งหลายอย่าง เมื่อเด็กๆเป็นเพื่อนกัน ผู้ใหญ่ก็เริ่มรู้จักคุยกันสนิทสนมกันมากขึ้น พ่อมีความปรารถนาอย่างยิ่งที่ทำจะให้สิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่หยั่งรากลึกในชุมชนแห่งความเชื่อนี้ แม้บราเดอร์จะต้องกลับไปปฏิบัติภาระกิจของตนแล้ว แต่พวกเรายังอยู่คงจะต้องช่วยกันถักทอสานต่อเรื่องดีๆเหล่านี้ให้คงอยู่และดำเนินต่อไป หันไปมองเด็กเล็กๆที่อุตส่าห์มาเรียนคำสอนแม้จะยังไม่ได้รับศีลปีนี้ แต่ก็เริ่มสวดได้หลายบทแล้ว เด็กที่โตพอจะรับศีลอภัยบาปและศีลมหาสนิทครั้งแรกได้แล้ว ก็ได้รับการเตรียมตัวอย่างดีในการรับศีลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนแห่งความเชื่อของพวกเขาต่อไป เด็กที่ได้รับศีลมหาสนิทแล้วแต่ยังไม่เข้าเกณฑ์ในการรับศีลกำลัง ก็ได้มีโอกาสรื้อฟื้นคำสัญญาแห่งศีลล้างบาปด้วยตนเองอย่างสง่า ส่วนเด็กที่กำลังจะเป็นวัยรุ่นก็ได้รับศีลกำลังพร้อมที่จะเป็นทหารหาญกำลังของพระศาสนจักรต่อไป สิ่งต่างๆเหล่านี้พ่อได้เห็นได้สัมผัสด้วยตนเอง แล้วพี่น้องหละครับได้เห็นได้สัมผัสบ้างหรือเปล่า ถ้าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีก็ต้องช่วยกันทำต่อไป แม้ในอนาคตซึ่งคงจะไม่ใครหยั่งรู้ ได้เราอาจจะต้องทำกันเองโดยไม่มีบราเดอร์มาช่วย เราจะต้องทำต่อไปและต้องทำให้ได้ด้วย

เด็กๆหลายคนมาฝึกอ่านบทอ่าน มาฝึกช่วยมิสซา และเริ่มลงมือปฏิบัติกันแล้ว แม้ว่าในช่วงแรกๆอาจจะไม่ค่อยราบรื่นนัก แต่ต่อไปเขาก็จะทำได้มีความชำนาญมากขึ้น เด็กๆบางคนมาอยู่ใกล้ชิดกับบราเดอร์และคุณพ่อ เขาบอกว่าอยากจะเป็นเหมือนบราเดอร์และคุณพ่อบ้าง นี่เป็นจุดเริ่มต้นของกระแสเรียกแห่งการเป็นพระสงฆ์ การเป็นธรรมทูตต่อไปในอนาคต สิ่งต่างๆเหล่านี้จะดำเนินต่อไป และเป็นจริงในอนาคตได้ก็ต่อเมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองต้องช่วยกันส่งเสริมสนับสนุน ถ้าไม่ช่วยกันสนับสนุนมันก็จะเป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง หลังจากที่บราเดอร์กลับไปปฏิบัติภารกิจของ บราเดอร์แล้ว ซึ่งพ่อไม่มีความปรารถนาจะให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเลย จึงขอความร่วมมือจากพี่น้อง ให้ช่วยกันร่วมมือกันสนับสนุนให้เด็กๆมาวัด มาช่วยกิจกรรมที่พวกเขาพอจะช่วยได้ เด็กที่ได้เรียนคำสอนไปแล้ว และหลายคนได้รับศีลศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว พ่อขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองช่วยดูแลเอาใจใส่ให้พวกเขาได้มาปฏิบัติศาสนกิจอย่างสม่ำเสมอ ถ้าอย่างนี้ได้ ชุมชนแห่งความเชื่อนี้จะเติบโตและเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 พระเมตตาและการเยียวยารักษาจากพระเจ้า

หลังจากพระเยซูคริสตเจ้าทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน บรรดาสาวกและอัครสาวกทั้งหลายสิ้นหวัง หนีเอาตัวรอดกระจัดกระจาย สภาพความเชื่อของบรรดาศิษย์หลังจากที่พระเยซูคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์ เป็นสภาพความเชื่อที่หวั่นไหวคลอนแคลนและบอบช้ำ ความมืดมนแห่งชีวิตความกลัวครอบงำพวกเขาจนไม่สามารถทำอะไร นอกจากหลบซ่อนตัวให้พ้นจากสายตาของพวกชาวยิว “ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่เพราะกลัวชาวยิว” (ยน.20:19) พระเยซูคริสตเจ้าทรงเข้าใจสภาพความอ่อนแอของพวกเขา พวกเขาต้องการการฟื้นฟูสภาพ ต้องการกำลังใจและการเยียวยารักษา เพื่อทำให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านพ้นความกลัวความมืดมนแห่งชีวิต ไปสู่แสงสว่างใหม่ชีวิตใหม่มีความหวังใหม่พร้อมที่จะปฏิบัติตามพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย

วิธีการฟื้นฟูสภาพและเยียวยารักษาขององค์พระเยซูคริสตเจ้า ก็คือ การทำให้บรรดาศิษย์เข้าใจความหมายของพระธรรมล้ำลึกปัสกา ซึ่งเป็นความหมายที่แท้จริงของชีวิต นั่นก็คือ ต้องผ่านความยากลำบากความทุกข์ทรมาน ความตาย แล้วจึงจะได้รับเกียรติรุ่งโรจน์ในการกลับคืนชีพ ผ่านกางเขนไปสู่แสงสว่าง ด้วยเหตุนี้เมื่อพระองค์เสด็จมาประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา พระองค์จึงทรงแสดงพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกายให้พวกเขาเห็นรอยแผล ซึ่งเป็นร่องรอยที่เกิดมาจากการถูกทรมานและการสิ้นพระ ชนม์บนไม้กางเขนนั่นเอง “พระองค์ทรงให้บรรดาศิษย์ดูพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกาย เมื่อเขาเหล่านั้นเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็มีความยินดี” (ยน.20:20) ทำไมบรรดาศิษย์จึงมีความยินดีเมื่อเห็นพระองค์ที่อยู่ในสภาพรอยแผลเต็มไปหมด อาจเป็นเพราะเขาจำพระองค์ได้และคิดถึงคำทำนายล่วงหน้าถึงพระองค์ว่า พระองค์ต้องสิ้นพระชนม์แล้วอีกสามวันจะกลับคืนพระชนมชีพ และก็เป็นไปได้เหมือนกันว่าเมื่อพวกเขาเห็นสภาพของพระองค์แล้ว ก็เริ่มเข้าใจความหมายของพระธรรมล้ำลึกปัสกา ซึ่งเป็นความหมายที่แท้จริงของการเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ ต้องติดตามพระองค์บนหนทางแห่งไม้กางเขน พวกเขาจึงสามารถน้อมรับความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ความผิดหวังด้วยความชื่นชมยินดี

มีข้อสังเกตที่น่าสนใจจากเหตุการณ์นี้บางประการ บรรดาศิษย์ชุมนุมกันในค่ำวันต้นสัปดาห์ ซึ่งเป็นวันอาทิตย์พวกเขาต้องกำลังทำตามคำสั่งของพระอาจารย์ “จงทำอย่างนี้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระองค์” เมื่อพวกเขาทำตามคำสั่งแล้ว พระเยซูคริสตเจ้าก็เสด็จมาประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา และประทานสันติสุขให้ (ยน.20:19) การมาร่วมบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์นั้นจึงสำคัญ เป็นการทำตามคำสั่งของพระเยซูคริสตเจ้า เมื่อทำแล้วเราจะสัมผัสได้ถึงการประทับอยู่ของพระองค์ มีสันติสุขได้รับกำลังใจที่จะก้าวหน้าต่อไปในหนทางของพระองค์ นอกนั้นบูชาขอบพระคุณยังทำให้เราเข้าใจในพระเมตตารักของพระเจ้า ที่ทรงเข้าใจ ห่วงใย ดูแล และค้ำจุนชีวิตของเราเสมอ โดยอาศัยพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ซึ่งเป็นทั้งยาเยียวยารักษาและเป็นพลังที่สามารถช่วยเราให้ก้าวเดินในหนทางขอพระ องค์ จนบรรลุเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิต เราคริสตชนจึงต้องให้ความ สำคัญกับทั้งสองสิ่งนี้ ด้วยการฟังพระวาจาแล้วนำไปปฏิบัติตาม และมาร่วมบูชาขอบพระคุณ และรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆด้วยความศรัทธา เพื่อเราจะได้รับการหล่อเลี้ยงเยียวยารักษาด้วยพระเมตตาของพระองค์.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

                                                                   คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. วันเสาร์ที่ 4 พ.ค. 2019 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนา และร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10.00 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์ทานอาหารร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค. 2019 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างเด็ก ผู้ที่ปรารถนาจะนำลูกหลานมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าและส่งข้อมูลล่วงหน้าด้วย
  3. วันศุกร์ที่ 3 เป็นวันศุกร์ต้นเดือน ขอเชิญพี่น้องร่วมมิสซาแสดงความศรัทธาต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า มีทำชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์ เวลา 18.30 น. และต่อมิสซาบูชาขอบพระคุณ
  4. ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้ดำเนินการส่งให้เขต2และอัครสังฆมณฑลนำไปช่วยผู้ด้อยโอกาสต่อ
  5. วันอาทิตย์ที่ 12 พ.ค. 2019 ขอเชิญผู้ที่ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน

            ประกาศแต่งงาน

ระหว่าง                     ยอแซฟ วรพจน์ รวิวรกุล

บุตรของ           ยอแซฟ อภิทัศน์ และ โรซา ภาวนา รวิวรกุล

กับ                          นางสาว สุชาดา พงษ์เขตคาม

บุตรีของ        นาย สมชาติ และ นาง สุรีย์พร พงษ์เขตคาม

พิธีสมรสวันจันทร์ที่ 6 พ.ค. 2019 เวลา 10.00 น.

ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงาน

ต้องแจ้งให้พ่อเจ้าวัดทราบ

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปีวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

สารวัด ฉบับที่ 151224 วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน ค.ศ. 2019 สมโภชปัสกา พระเยซูคริสตเจ้า ทรงกลับคืนพระชนมชีพ

Wednesday, May 1st, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

พระธรรมล้ำลึกปัสกา ถือว่า  เป็นพระธรรมล้ำลึกที่สำคัญที่สุดของพระศาสนจักร ทุกครั้งที่พระสงฆ์ถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณ เป็นการฉลองพระธรรมล้ำลึกนี้เป็นพิเศษในการถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์ วันสมโภช ปัสกา จึงเป็นการสมโภชใหญ่และสำคัญที่สุดในรอบปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร เพราะพระเยซูคริสตเจ้าทรงรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้น มีชีวิตใหม่ในพระองค์ ในวันสมโภชปัสกาจึงเป็นการฉลองชีวิตใหม่ที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เราทุกคน เมื่อเข้าเทศกาลมหาพรตเพื่อเตรียมสมโภชปัสกา ถ้าใครเคยไปยุโรปจะพบว่าช่วงเวลานั้นจะเป็นฤดูใบไม้ผลิพอดี เป็นฤดูที่สวยงามสดชื่นเป็นอย่างยิ่ง ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูกาลที่เสริมส่งให้เราเข้าใจพระธรรมล้ำลึกปัสกามากขึ้น เพราะต้มไม้กำลังผลิใบออกดอกหลังจากที่มันยืนต้นเป็นเหมือนต้นไม้ตาย มาหลายเดือนในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งธรรมชาติที่กลับมีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ในประเทศไทยฤดูกาลมันไม่ค่อยเสริมส่งเท่าไร เพราะวันปัสกามักจะอยู่ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร้อนมาก ด้วยเหตุนี้ฤดูกาลแทนที่จะเป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตใหม่ จึงกลับกลายเป็นเครื่องหมายแห่งความตาย ที่จริงก็ดีเหมือนกัน มันคงจะทำให้เรารำพึงถึงพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทำให้เราเข้าใจพระธรรมล้ำลึกปัสกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นการใช้สัญลักษณ์จึงเข้ามามีบทบาท    เพื่อช่วยเราให้เข้าใจพระธรรมล้ำลึก ปัสกามากขึ้น สัญลักษณ์ที่แสดงถึงชีวิตใหม่นอกจากฤดูกาลตามที่เขียนเล่ามาข้างต้นแล้ว ในพระศาสนจักรยังได้หยิบยกเอาธรรมเนียมโบราณของหลายประเทศ และสิ่งอื่นๆที่พอจะช่วยเราให้เข้าใจความหมายของพระธรรมล้ำลึกปัสกามาใช้อีกด้วย

“ไข่ปัสกา” เป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิตใหม่ที่นิยมใช้กันมากพอสมควร เพราะชาวอียิปต์โบราณและชาวเปอร์เซีย จะจัดงานฉลองใหญ่เมื่อฤดูใบไม้ผลิเวียนมาบรรจบครบรอบปี พวกเขาถือว่าชีวิตใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว ในงานฉลองฤดูใบไม้ผลินี้พวกเขาฉลองด้วยการกินไข่ “ไข่”เป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตเพราะเมื่อพบว่าที่ไหนมีไข่เราสามารถอนุมานได้ว่า อีกไม่นานจะมีชีวิตใหม่เกิดขึ้น ถ้าเห็นแม่ไก่กำลังฝักไข่เราก็มีความหวังว่าอีกไม่นานจะเห็นลูกเจี๊ยบเกิดขึ้น “ไข่” จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิดมาและการมีชีวิตใหม่ นอกนั้นยังมีธรรมเนียมโบราณของพระศาสนจักรที่ห้ามกินไข่ในเทศกาลมหาพรต เมื่อสิ้นสุดเทศกาลมหาพรตคริสตชนจึงฉลองปัสกาด้วยการกินไข่ คงจะเหมือนๆกับเทศกาลคาร์นิวัล (Carnaval) ซึ่งจะจัดขึ้นก่อนวันพุธรับเถ้า คำนี้มาจากภาษาลาตินว่า Carne แปลว่า เนื้อ Vale แปลว่า ลาก่อน พอมารวมกันเข้าจึงแปลว่า “เนื้อลาก่อน” หรือเรียกว่า “เทศกาลอำลาเนื้อ”

          “กระต่ายปัสกา” กระต่ายถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่ เพราะกระต่ายเป็นสัตว์ที่ออกลูกดก อีกทั้งยังมีตำนานเล่าว่า เมื่อไข่ปัสกาเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่แล้ว บางที่จึงมีการจัดกิจกรรมซ่อนและหาไข่ปัสกาเกิดขึ้น ครั้งหนึ่งมีการจัดกิจกรรมซ่อนไข่ปัสกา และให้เด็กออกไปหาขณะที่กำลังหาอยู่นั้นเผอิญเด็กคนหนึ่งไปพบกระต่ายกระโดดออกมาจากบริเวณที่เขาจะเดินเข้าไปหาไข่ปัสกาเมื่อ เข้าไปถึงก็พบไข่ปัสกาอยู่ตรงนั้น เลยเป็นที่มาของกระต่ายนำไข่ปัสกามาให้ ไข่ปัสกาหมายถึงชีวิตใหม่ กระต่ายจึงเป็นสัญลักษณ์ของการนำชีวิตใหม่ เมื่อคุณ ลักษณะการมีลูกดกของกระต่ายบวกด้วยตำนาน กระต่ายจึงเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของชีวิตใหม่

สัญลักษณ์เหล่านี้แม้จะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของพิธีกรรมโดยตรง แต่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยอธิบายความหมายแห่งปัสกาของพระเยซูคริสตเจ้า ที่นำชีวิตใหม่มาให้กับมนุษยชาติ และทำให้มนุษยชาติได้รับความรอดพ้น.

                                                                       จากคุณพ่อเจ้าวัด

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พระธรรมล้ำลึกปัสกา

พระธรรมล้ำลึกปัสกา หมายถึง การรับทนทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อไถ่บาปช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้นของพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางแห่งข้อความเชื่อทั้งหมดของเรา ถ้าพระเยซูคริสตเจ้า ไม่ได้รับทนทรมาน ไม่ได้สิ้นพระชนม์ และไม่ได้กลับคืนพระชนมชีพ ความเชื่อของเราจะเป็นความเท็จเป็นการโกหกทั้งสิ้น เพราะข้อความเชื่อของเราทั้งหมด ล้วนมีความสัมพันธ์กับพระธรรมล้ำลึก ปัสกา พระธรรมล้ำลึกปัสกาเป็นสิ่งที่ยากที่จะเชื่อและยอมรับตามประสามนุษย์ จากสิ่งที่บรรดาศิษย์และอัครสาวกประสบ คือคนๆหนึ่งถูกทรมาน ตอกตรึงบนไม้กางเขนสิ้นเรี่ยวแรงจนตาย ถูกหอกแทงที่สีข้างเลือดและน้ำไหลหลั่งออกมามากมาย ซึ่งแสดงว่าคนๆนั้นตายจริงๆ และจะให้พวกเขาเชื่อว่าคนที่พวกเขาเห็นด้วยตาว่าตายแล้ว ได้ฟื้นขึ้นมาจากความตายกลับมีชีวิตอีกครั้งหนึ่งได้อย่างไร

เนื่องจากตามประสามนุษย์เป็นสิ่งที่ยอมรับและเชื่อยากอย่างนี้ พระเยซูคริสตเจ้าจึงต้องแสดงเครื่องหมายทางกายภาพหลายอย่าง พระคูหาว่างเปล่าทุกอย่างถูกจัดวางไว้เป็นระเบียบ เห็นผ้าพันพระเศียรซึ่งไม่ได้วางอยู่กับผ้าพันพระศพ แต่พับแยกวางไว้อีกที่หนึ่ง (ยน.20:6-7) พระองค์ทรงปรากฏองค์ให้บรรดาศิษย์และอัครสาวกได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส และได้รับประทานอาหารร่วมกับพระองค์  เพื่อกระตุ้นเตือนพวกท่านให้คิดถึงการทำนายล่วงหน้าของพระองค์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยพวกเขาจะได้สามารถก้าวพ้นเหตุการณ์ทางกายภาพ ตามประสามนุษย์ไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งและมีความเชื่อในพระองค์ แต่กระนั้นก็ไม่ใช่ทุกคนที่ได้ยิน ได้เห็น จะก้าวพ้นเหตุการณ์ทางกายภาพและมีความเชื่อ เขายังคงไม่เชื่อและดำเนินชีวิตเหมือนเดิม แม้ว่าจะมีเครื่องหมายทางกายภาพหลายอย่าง มีคนจำนวนมากมายที่มีประสบการณ์รู้เห็นเหตุการณ์ เป็นพยาน ไปบอกเล่า พาไปดูหลักฐาน แต่ก็ยังมีคนมากมายที่ไม่เชื่อ ไม่มีใครมาหาเราได้ นอกจากพระบิดาผู้ทรงส่งเรามาจะทรงชักนำเขา…ทุกคนที่ได้ฟังพระบิดา และเรียนรู้จากพระองค์ก็มาหาเรา (ยน.6:44-45)

ความเชื่อจึงไม่ได้เป็นเพียงความรู้ ความเข้าใจ และการจำนนด้วยหลักฐานหรือเหตุผล แต่เป็นประสบการณ์ที่คนๆหนึ่งเข้าไปสัมผัสลิ้มรสความดีงาม ความรัก ความเมตตาของพระเจ้าด้วยตนเอง โดยอาศัยวิธีการต่างๆ อาทิ การมาร่วมบูชาขอบพระคุณ การรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ อย่างดี การสวดภาวนา การอ่าน ฟังพระวาจาของพระเจ้า และนำไปปฏิบัติตาม ฯลฯ เมื่อคนใดคนหนึ่งมีประสบการณ์ความเชื่อแล้ว หลักฐานและเหตุผลต่างๆ ก็จะเป็นเรื่องรองๆ ลงมาที่ช่วยเสริมให้เขามีความเชื่อมั่นคงมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อเขาประสบปัญหาความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ความเชื่อของเขาก็จะไม่คลอนแคลนหวั่นไหวง่ายๆ เพราะเขาเชื่อมั่นในการประทับอยู่และพยานสอดส่องของพระเจ้า

แม้พยานหลักฐานในการกลับคืนพระชนมชีพจะไม่เพียงพอ และพวกเจ้าคณะสงฆ์จะจ้างคนไปประกาศว่า อัครสาวกมาขโมยพระศพไป อีกทั้งยังมีการเบียดเบียนลงโทษ แต่บรรดาอัครสาวกและสาวกอื่นๆที่มีประสบการณ์ความเชื่อทั้งหลาย ก็ยังคงยืนยันด้วยชีวิตและประกาศความเชื่อ เรื่องการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้าต่อไป เหตุว่าพวกท่านมีประสบการณ์ความเชื่อเรื่องนี้จริงๆ และนี่คือพยานหลักฐานที่หนักแน่นที่สุด เพราะเป็นการยืนยันด้วยการยอมพลีชีวิตของตนเพื่อยืนยันความจริงที่พวกท่านได้ประกาศเทศน์สอน.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 ประกาศ

  1. สุขสันต์วันปัสกาสำหรับพี่น้องทุกท่าน และขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่มีส่วนช่วยทำให้พิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์และการสมโภชปัสกาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. วันเสาร์ที่ 27 เม.ย. 2019 จะมีพิธีโปรดศีลกำลังสำหรับเด็กๆที่มาจากทุกเขตของอัครสังมณฑลกรุงเทพ ที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ มีการซ้อมพิธี 8.30 น. มิสซาเวลา 10.00 น. ขอความร่วมมือจากผู้ใหญ่ เด็กที่จะรับศีลกำลังและพ่อแม่ทูลหัว ให้นัดแนะกับบราเดอร์ให้ตรงเวลาด้วย
  4. วันอาทิตย์ที่ 28 เม.ย. 2019 จะมีพิธีรับศีลมหาสนิทครั้งแรก และการรื้อฟื้นคำสัญญาศีลล้างบาปอย่างสง่าที่วัดของเรา ขอพี่น้องพาลูกที่จะรับศีลมาวัดก่อนเวลาเพื่อเตรียมตัวทำความเข้าใจกับพิธีการต่างๆ
  5. วันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค. 2019 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างเด็ก ผู้ที่ปรารถนาจะนำลูกหลานมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าและส่งข้อมูลล่วงหน้าด้วย
  6. ประกาศแต่งงาน

ระหว่าง                       ยอแซฟ วรพจน์ รวิวรกุล

บุตรของ           ยอแซฟ อภิทัศน์ และ โรซา ภาวนา รวิวรกุล

กับ                          นางสาว สุชาดา พงษ์เขตคาม

บุตรีของ        นาย สมชาติ และ นาง สุรีย์พร พงษ์เขตคาม

พิธีสมรสวันจันทร์ที่ 6 พ.ค. 2019 เวลา 10.00 น.

ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงานต้องแจ้งให้

พ่อเจ้าวัดทราบ

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต