เนื้อหาจาก February 23rd, 2019

สารวัด ฉบับที่ 15126 วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019

Saturday, February 23rd, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

เรากำลังจะเข้าเทศกาลมหาพรตแล้ว เทศกาลนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในรอบปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร  เราคริสตชนเตรียมสมโภชพระธรรมล้ำลึกที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของพระศาสนจักร 40 วัน นั่นก็คือ พระธรรมล้ำลึกปัสกา พระเยซูคริสตเจ้าทรงรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อไถ่โทษมนุษยชาติให้พ้นจากการเป็นทาสของบาปและความตาย ช่วยมนุษยชาติให้รอดพ้นจากบาปโทษทั้งมวล พระศาสนจักรจัดเวลา 40 วันในเทศกาลมหาพรตเพื่อให้คริสตชนทั้งหลายเตรียมจิตใจเพื่อสมโภชพระธรรมล้ำลึกยิ่งใหญ่เช่นนี้ เพราะเลข 40 มีความหมายสำคัญทางพระคัมภีร์ ซึงมีกล่าวถึงตั้งแต่พันธสัญญาเดิมจนถึงพันธสัญญาใหม่ ในพันธสัญญาเดิมเมื่อโมเสสขึ้นไปรับพระบัญญัติ 10 ประการและรื้อฟื้นพันธสัญญาบนภูเขาซีนาย ท่านได้จำศีลอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน (อพย.34:28) ในช่วงเวลาที่ประกาศกเอลียาห์เดินทางไปภูเขาโฮเรบท่านอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน (1พกษ.19:8)  และประชากรของพระเจ้าต้องเดินทางในทะเลทรายถิ่นทุรกัน ดารเป็นเวลา 40 ปี ก่อนที่จะเข้าสู่ดินแดนพระสัญญา (สดด.95:10)   ในพันธสัญญาใหม่ก่อนที่พระเยซูคริสตเจ้าจะเริ่มประกาศข่าวดี พระจิตเจ้าทรงดลใจพระองค์เสด็จเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร พระองค์ประทับอยู่ที่นั่น 40 วัน อธิษฐานภาวนา จำศีลอดอาหาร และมีซาตานมาผจญพระองค์ และพระองค์ทรงได้ชัยชนะ (มก.1:12)  เลข 40 ที่พบในพระคัมภีร์หมายถึง การผ่าน การเตรียมตัว การกลับใจ การใช้โทษบาป การชำระตนให้บริสุทธิ์ การหันหลังให้กับความชั่วร้ายทั้งหลาย และตัดสินใจเลือกอยู่ฝ่ายพระเจ้า ดำเนินชีวิตในหนทางแห่งความชอบธรรม

เทศกาลมหาพรตยังเป็นช่วงเวลาแห่งการฝึกฝนตนเอง ด้วยเหตุนี้ในเทศกาลนี้พระศาสนจักรจึงมอบแบบฝึกฝนให้คริสตชนปฏิบัติอย่างน้อย 3 ประ การ

ประการแรก การสวดภาวนา ในเทศกาลมหาพรต คริสตชนต้องสวดภาวนามากขึ้น และต้องพิจารณาดูว่าการสวดภาวนาของตนเป็นอย่างไร การสวดภาวนามีองค์ปรกอบสำคัญดังนี้ การนมัสการสรรเสริญพระเจ้า การขอบพระคุณพระองค์ การขอโทษพระเจ้าสำหรับความผิดพลาดต่างๆที่เราได้กระทำ และการวอนขอสิ่งจำเป็นสำหรับฝ่ายวิญญาณและกายจากพระองค์ เราสวดภาวนาเป็นไหม ถูกต้องหรือเปล่า และสวดภาวนามากน้อยแค่ไหน

          ประการที่สอง การทำพลีกรรมและการจำศีลอดอาหาร คริสตชนที่มีอายุ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ต้องทำพลีกรรมในพระบัญญัติของพระศาสนจักรบอกว่าต้องอดเนื้อ แต่การอดเนื้อไม่ค่อยมีความหมายในการทำพลีกรรมสำหรับคนไทย พวกเราทำอะไรเป็นพลีกรรมแทนการอดเนื้อ อาทิ งดเล่นเกมส์ งดดื่มเหล้า ฯลฯ การทำพลีกรรมนี้เราต้องทำทุกๆวันศุกร์ตลอดทั้งปี รวมทั้งวันพุธรับเถ้าด้วย การจำศีลอดอาหาร คริสตชนที่มีอายุ 18 ปีบรบูรณ์ขึ้นไปถึง 59 ปีบริบูรณ์ ต้องอดอาหาร การอดอาหารหมายถึงทานอิ่มได้หนึ่งมื้ออีกสองมื้อทานพออยู่ได้ เราได้ทำถูกต้องหรือไม่อย่างไร การอดอาหารเราต้องทำในวันพุธรับเถ้า และวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ และในวันอื่นๆตามความสมัครใจ

ประการที่สาม การทำกิจเมตตาต่างๆ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งกิจเมตตาจิตวิญญาณและฝ่ายกาย อาทิ ให้คำแนะนำให้คำปรึกษาในเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณ ตักเตือนผู้ที่หลงผิด ชักชวนให้มาปฏิบัติศาสนกิจ ช่วยเหลือคนยากจน เยี่ยมผู้ป่วย  ฯลฯ

ถ้าเราสังเกต เราจะพบว่าสิ่งที่พระศาสนจักรให้ฝึกฝนนั้น เป็นสิ่งเราจำเป็นต้องปฏิบัติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่กิจการที่ต้องทำในเทศกาลมหาพรตเท่านั้น ที่เราต้องนำมาฝึกฝนบ่อยๆเพื่อเราจะได้ใช้วิธีการอย่างนี้ในการปฏิบัติต่อไป จนกระทั่งเราจะดำเนินชีวิตบรรลุเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิตของเราแต่ละคน.

                                                                                    จาก คุณพ่อเจ้าวัด

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จงรักอย่างที่พระเจ้าทรงรักและเมตตาอย่างที่พระเจ้าทรงเมตตาเรา

            พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ ท้าทายชีวิตของเราคริสตชนทุกคน เราต้องมีมาตรฐานในการดำเชีวิตสูงกว่าผู้อื่น “ถ้าท่านรักเฉพาะผู้ที่รักท่าน ท่านจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้อย่างไร คนบาปก็ยังรักผู้ที่รักเขาด้วย” (ลก.6:32) เป็นมาตรฐานการดำเนินชีวิตที่ทำให้เราคริสตชนแตกต่างจากคนทั่วไป การดำเนินชีวิตแบบนี้จะทำให้ชีวิตของเราคริสตชนสะท้อนภาพของพระบิดาเจ้าสวรรค์อย่างเด่นชัด ทำให้ทุกคนได้ประจักษ์แก่ตาและสรรเสริญพระองค์ “เพื่อคนทั้งหลายจะได้เห็นกิจการดีของท่าน และสรรเสริญพระบิดาเจ้าผู้สถิตในสวรรค์” (มธ.5:16) “จงเป็นผู้เมตตากรุณาดังที่พระบิดาของท่านทรงเมตตากรุณาเถิด” (ลก.6:36) ในพระวรสารนักบุญมัทธิวขึ้นเป็นหัวเรื่องใหญ่ว่า “มาตรฐานใหม่สูงกว่ามาตรฐานเดิม” อ่านแล้วดูเหมือนว่าพระเยซูคริสตเจ้ามาทำลายธรรมบัญญัติเดิม แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ พระองค์เสด็จมามิใช่เพื่อทำลายธรรมบัญญัติ (ฉธบ.4:8)  ทั้งมิใช่มาเพื่อบันดาลให้ธรรมบัญญัติศักดิ์สิทธิ์จนแตะต้องไม่ได้แต่เสด็จมาสั่งสอนและปฏิบัติเป็นแบบอย่าง เพื่อทำให้ธรรมบัญญัติเดิมสมบูรณ์มีรูปแบบใหม่และคงอยู่ถาวร พระองค์มามอบบทบัญญัติใหม่ให้แก่เรา (ยน.13:34) ซึ่งทำให้ธรรมบัญญัติทั้งหมดสมบูรณ์ไป

“จงรักศัตรู จงทำดีต่อผู้ที่เกลียดชังท่าน จงอวยพรผู้สาปแช่งท่าน จงอธิษฐานภาวนาให้ผู้ที่ทำร้ายท่าน” (ลก.6:27-28) อ่านหรือฟังคำสอนนี้แล้วดูเหมือนจะเป็นคำสอนที่เลื่อนลอยปฏิบัติไม่ได้จริง เป็นคำพูดที่หรูฟังดูดี แต่คริสตชนหลายๆคนคิดว่าเป็นสิ่งไม่สามารถปฏิบัติได้ อย่าว่าแต่ผู้ที่เป็นศัตรู หรือคนที่ทำร้ายเราเลย เอาแค่ว่าคนที่ไม่น่ารักไม่น่าไว้วางใจในสายตาของเรา  เราก็ไม่สนใจเฉยเมยไม่คบหาสมาคมด้วยทั้งๆที่เรายังไม่เคยรู้จักเขามาก่อน แต่พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้มีข้อพิสูจน์ให้เราเห็นชัดเจนว่า ถ้าคนๆหนึ่งมีจิตใจที่ดีและพยายามที่จะปฏิบัติ เขาสามารถปฏิบัติได้ เราได้รับแบบอย่างจากดาวิด กษัตริย์ซาอูลพยายามหาทางฆ่ากำจัดดาวิดเพราะอิจฉา ครั้งหนึ่งดาวิดประสบโอกาสเหมาะสามารถที่จะฆ่ากษัตริย์ซาอูลได้อย่างสบาย แต่ดาวิดไม่ทำและยังห้ามลูกน้องไม่ให้ทำด้วย อาบีชัยกล่าวกับดาวิดว่า “วันนี้พระเจ้าทรงมอบศัตรูของท่านไว้ในมือของท่านแล้ว ขอข้าพเจ้าเอาหอกแทงเขาปักติดดินเถิด….”   แต่ดาวิดห้ามอาบีชัยว่า “อย่าฆ่าเขาเลย เพราะไม่มีใครที่ทำร้ายผู้รับเจิมของพระยาห์เวห์แล้วจะไม่มีความผิด” (1ซมอ.26:8-9) ดาวิดไม่เพียงไม่ฆ่ากษัตริย์ซาอูลเท่านั้น แต่ยังมีความเคารพกษัตริย์ซาอูลในฐานะผู้ที่ได้รับการเจิมจากพระเจ้าอีกด้วย นี่เป็นตัวอย่างทำให้เราเห็นว่าคนธรรมดาสามัญอย่างดาวิดสามารถปฏิบัติได้จริง ถ้าจะถามว่ายากไหมขอตอบว่ายาก ยิ่งกว่านั้นเรายังได้เห็นความคิดของคนทั่วไปจากลูกน้องของดาวิดอีกด้วย แต่เราคริสตชนคิดอย่างนั้นไม่ได้

พระเยซูคริสตเจ้าเป็นพระอาจารย์ที่ไม่ได้สอนแต่ปาก แต่พระองค์ปฏิบัติให้เราเห็นเป็นแบบอย่าง ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ได้ทูลขอพระบิดาเจ้าไม่ให้ลงโทษผู้ที่ทำร้ายพระองค์ “พระบิดาเจ้าข้าโปรดอย่าลงโทษพวกเขา เพราะพวกเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร” พระวาจาที่พระองค์กล่าวนี้ เป็นการให้อภัยไม่ถือโทษ เป็นการแสดงความรักตามมาตรฐานใหม่ที่พระองค์สอน “เราให้บทบัญญัติใหม่….เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้น” (ยน.13:34) เรามอบแบบอย่างไว้ให้เพื่อท่านทั้งหลายจะได้ปฏิบัติตามเรา.

                                                                       พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. ขอให้พี่น้องเอาใบลานเก่ามาคืนที่วัดเพื่อทำเถ้า ใช้โปรยในวันพุธรับเถ้าที่จะถึงนี้ด้วย ในเทศกาลมหาพรตมีเดินรูป 14 ภาคก่อนมิสซาบูชาขอบพระคุณ วันเสาร์เวลา 19.00 น. วันอาทิตย์ เวลา  8.45 น.
  2. วันเสาร์ที่ 2  มี.ค.  2019 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด  ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนา และร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10.00 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์ทานอาหารร่วมกัน และวันเสาร์ที่ 30 มี.ค. 2019 มีเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจผู้สูงอายุเขต 2 ที่วัดเซนต์จอห์น  ลงทะเบียน เวลา 8.00-9.00 น.
  3. วันอาทิตย์ที่ 3 มี.ค. 2019 เป็นวันอาทตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างเด็ก ผู้ที่ปรารถนาจะนำลูกหลานมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าและส่งข้อมูลล่วงหน้าด้วย
  4. วันพุธที่ 6 มี.ค.  2019 เป็นวันพุธรับเถ้า  เริ่มต้นเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาเสกและโปรยเถ้าเวลา 19.00 น. ด้วย และในวันนี้คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดเนื้อหรือทำพลีกรรมอื่นๆทดแทน คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ถึง 59 ปีบริบูรณ์ต้องอดอาหาร การอดอาหารหมายถึง การรับทานอาหารอิ่มเพียงมื้อเดียว
  5. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่ม วันที่ 21 มี.ค จนถึงประมาณวันที่ 25 เม.ย 2019 ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ ความต้องการรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  6. ประกาศแต่งงานระหว่าง   นาย จุฑา ธรรมจินดา  บุตร  นาย จิตตวัฒน์ และ นาง โกสุม ธรรมจินดา กับ                               มารีอา ณัฎฐ์ชพิทย์ สุรนันทชัย บุตรี    ยอแซฟ บุญช่วย และ นาง ศรีจันทร์ สุรนันทชัย   ประกอบพิธีวันเสาร์ที่ 16  มี.ค. 2019 เวลา 10.00 น.     ถ้าผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆ ต้องแจ้งให้พ่อเจ้าวัดทราบ

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี  วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

สารวัด ฉบับที่ 151215 วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019

Saturday, February 23rd, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

            การร้องเพลงในพิธีกรรม เป็นต้นในมิสซาบูชาขอบพระคุณ ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ เราจำเป็นต้องมีส่วนร่วมช่วยกันร้องเพลงโดยพร้อมเพรียง ในสมัยก่อนพิธีกรรมต่างๆในพระศาสนจักรเป็นทำ นองบทร้องทั้งสิ้น และในหนังสือพิธีกรรมเป็นต้นมิสซาบูชาขอบพระ คุณในสมัยโบราณที่พ่อเคยเห็น และร่วมอยู่บ้างในสมัยเป็นเด็กจะมีโน๊ตเพื่อให้พระสงฆ์ร้องออกมาเป็นทำนองได้อย่างถูกต้อง ในปัจจุบัน หลังจากที่พระสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2  ประกาศให้ประกอบพิธีกรรม เป็นภาษาท้องถิ่นได้ยังมีทำกันอยู่หรือไม่ คำตอบก็คือยังมีทำกันอยู่ทั่วไปเป็นต้นในยุโรป สำหรับในเอเซีย บางครั้งพ่อเคยได้ยินชาวเวียด นามที่มาขอใช้วัดของเราทำมิสซาบูชาขอบพระคุณ พระสงฆ์บางองค์ก็ร้องเป็นทำนองทั้งมิสซาและสัตบุรุษก็ตอบรับเป็นทำนองด้วยเหมือน กัน ในประเทศไทยมีหรือไม่ มีครับพ่อเคยพบหนังสือที่คุณพ่อคณะเยซูอิต คุณพ่อโมลิ่งได้เคยแต่งทำนองไว้เล่มหนึ่งไว้ใช้ในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่ค่อยมีใครนำมาใช้เพราะมันต้องซ้อมกันใหม่ทั้งพระสงฆ์และสัตบุรุษ พ่อเคยนำมาใช้บางตอนในวันอาทิตย์ใบลานตอนเคาะและเปิดประตูวัด เพราะเห็นว่ามีความหมายดี ปีนี้พ่อจะนำมาใช้อีก

พี่น้องเนื่องจากว่าพิธีกรรมของพระศาสนจักรเป็นมิสซาบูชาขอบคุณ เป็นการทำซ้ำๆ วันอาทิตย์มีอยู่ 3 รอบปี คือ ปีA ปีB ปีC วันธรรมดามี 2 รอบปี ปีคู่และปีคี่ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องพยายามเติมความมีชีวิตชีวาทำให้เรื่องซ้ำๆ เป็นเรื่องใหม่และมีชีวิตชีวาสำหรับเราอยู่เสมอ ในการร่วมพิธีกรรมการทำอะไรตามความเคยชินเป็นเรื่องอันตราย เพราะมันจะลดคุณค่าในสิ่งที่เราทำให้น้อยลงไปเรื่อยๆ พ่อทำมิสซาบูชาขอบพระคุณทุกวัน เวลาทำพ่อต้องอ่านจากหนังสือทั้งหมดไหม ที่จริงแล้วไม่มีความจำเป็นเลยเพราะพ่อจำได้เกือบหมด แต่พ่อต้องบังคับตัวให้อ่านจากหนังสือเพราะจะทำให้พ่อมีความตั้งใจมากขึ้นและทำช้าลง ขนาดพ่อบังคับตัวขนาดนี้บางครั้งพ่อก็ทำเร็วเกินไป ถ้าเป็นเช่นนี้พี่น้องต้องช่วยบอกกล่าวด้วย

พี่น้องพ่อรู้สึกตกใจสังสัยมากที่ทราบว่า สัตบุรุษหลายๆท่านบอกว่า “ร้องเพลงที่ใช้ร้องในวัดไม่ได้”  “อีกหลายคนบอกว่าเพลงที่เอามาใช้ที่วัดของเราไม่คุ้นหูไม่เคยได้ยิน” พ่อต้องบอกตามความจริงว่าเพลงที่เรานำมาใช้ในวัดนี้มีความเป็นมายาวนานพอสมควร พ่อเคยเห็นเคยได้ยินมาตั้งแต่สมัยพ่อเป็นเด็กเริ่มจากต่างวัดต่างทำ ออกมาเป็นหนังสือชื่อต่างๆ อาทิ เสียงสวรรค์ ฯลฯ ต่อมาเริ่มมีเพลงแปลมาจากทางยุโรป ออกมาเป็นคริสตังร้องเพลง เทิดเกียรติ และเริ่มมีการแต่งกันเอง จากบ้านเณรแสงธรรม และสังฆมณฑลต่างๆ อาทิ จากใจ ฯลฯ ตอนหลังๆเริ่มมีการรวมเล่มให้มีเอกภาพมากขึ้นออกมาเป็น หนังสือปรารถนา สาธุการ สดุดี และหนังสือเพลงประสานใจ ฯลฯ หนังสือเพลงที่เราใช้กันในปัจจุบันมาจากการรวมเพลงจากแหล่งต่างๆ  เพลงเหล่านี้ส่วนใหญ่อายุ  30, 40, 50, 60 กว่าปีมาแล้ว และเป็นเพลงที่ใช้ซ้ำกันในพิธีกรรมเพราะมีการแบ่งหมวดหมู่ไว้ว่า ใช้ในเทศ กาลอะไร พิธีกรรมแบบไหน ในช่วงตอนไหน  เพลงใหม่ก็มีบ้างแต่ก็น้อยมากและต้องซ้อมก่อนนำมาใช้ พ่อจึงแปลกใจมากที่หลายๆคนบอกว่าร้องไม่ได้และไม่คุ้นหู พ่อจึงต้องบอกกับพี่น้องตรงไปตรงมาว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะพี่น้องร้องเพลงไม่ออกเสียง ร้องปากขมุบขมิบ ร้องเพลงแบบนี้ทำให้เราร้องเพลงไม่เป็น จึงขอความร่วมมือจากทุกๆคนให้เราร้องเพลงออกเสียงกันเถอะ การร้องเพลงถือเป็นการสรรเสริญพระเจ้าสองเท่าของการภาวนาธรรมดา.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ความสุขแท้

มนุษย์ทุกคนปรารถนาที่จะมีความสุขในชีวิตของตนมากที่สุด กิจ การทุกอย่างที่มนุษย์ทำทั้งดีและไม่ดี ก็ล้วนเป็นกิจการที่ต้องให้ได้มาซึ่งความสุขทั้งสิ้น บางคนดื่มสุราเพราะคิดว่าการดื่มสุราจะให้ความสุขแก่ตนเอง บางคนเล่นการพนันเพราะอยากมีเงินมีทองเยอะๆจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีมีความสุข คนดีๆ พยายามสร้างบุญสร้างกุศลเพื่อความสุขในชีวิต ฯลฯ ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนปรารถนาความสุขแต่แตกต่างกันที่ความเข้าใจ และวิธีการแสวงหา พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนหนทางที่จะทำให้เรามีความสุขเที่ยงแท้ หนทางที่พระองค์สอนดูเหมือนเป็นหนทางที่สวนกระแสกับหนทางของโลก “คนยากจน…คนที่หิว…คนที่ร้องไห้….คนที่ถูกคนอื่นเกลียดชัง…ดูหมิ่นเพราะเป็นศิษย์ของพระองค์ก็เป็นสุข” (ลก. 6:20-22) ความสุขที่พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวถึงเป็นความสุขแท้เป็นความสุขของผู้ที่เดินในหนทางของพระเป็นเจ้า ถึงแม้ว่าจะมีความยากลำบากในหนทางสายนี้แต่ท่ามกลางความยากลำบาก เขาจะพบกับความสุขแน่นอน และเป็นความสุขที่โลกให้ไม่ได้ นักบุญเปาโล ท่านได้กล่าวถึงความสุขแท้ซึ่งเป็นความหวังในชีวิตหลังความตาย ท่านอธิบายว่า “ถ้าความหวังในพระคริสตเจ้าของเราจำกัดอยู่เพียงในชีวิตนี้เท่านั้น เรามนุษย์ทุกคนจะเป็นผู้ที่น่าสงสารที่สุด” (1คร.15:19) แต่เนื่องจากพระเยซูคริสตเจ้าทรงสิ้น พระชนม์และทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย ทุกสิ่งทุกอย่างจึงไม่สิ้นสุดเพียงชีวิตบนโลกใบนี้แต่จะปรากฏผลในชีวิตหลังความตาย แต่ที่นั่นทุกอย่างจะบริบูรณ์ชัดเจนตามความยุติธรรม “ดวงใจมนุษย์จะไม่มีวันสงบ จนกว่าจะได้พักพิงในพระเจ้า” (นักบุญออกัสติน)

ที่พระเยซูคริสตเจ้าและบรรดาศิษย์ของพระองค์สอนเช่นนี้ เพราะต้องการที่จะให้เราแต่ละคนเข้าใจถึงสัจธรรมความจริงของสรรพสิ่ง ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนอนิจจังให้ความสุขแท้แก่เราไม่ได้  เพราะฉะนั้นอย่าไปติดใจกับทรัพย์สมบัติของโลกและอย่ายึดเอาสิ่งเหล่านี้เป็นสรณะของชีวิตเด็ดขาด เพราะว่ามันเป็นสรณะที่พึ่งพิงแท้จริงของเราไม่ได้ สาเหตุไม่ใช่เพราะมนุษย์ติดใจฝักใฝ่กับทรัพย์สมบัติความสะดวกสบายทางโลกจนเลยเถิดหรอกหรือโลกจึงวุ่นวายถึงปานนี้  มนุษย์พยายามกอบโกยทุกอย่างเข้าหาตนเองไม่รู้จักอิ่มไม่รู้จักพอ จนเป็นสาเหตุของความเสียหาย การทำลายสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ด้วยกัน วันนี้ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเริ่มกบฏรุนแรงขึ้นทุกวันจนเป็นภัยธรรมชาติที่มนุษย์กำลังจะรับมือไม่ไหวอยู่แล้ว เราลองถามตนเองซิว่าคนที่กอบโกยได้ร้อยล้าน พันล้าน หมื่นล้าน เมื่อตายแล้วเอาอะไรติดตัวไปได้บ้าง คนที่ยอมเป็นคนจน….ยอมหิวในเวลานี้ คือคนที่รู้จักระงับความต้องการของตนและเป็นอยู่อย่างพอเพียง เพราะเขารู้ถึงสัจธรรมว่าความยากจนความหิวของเขาเกิดจากความต้องการที่ไม่รู้จักจบสิ้น กิเลสความต้องการแบบนี้จะเป็นมูลเหตุของการกอบโกยเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว และการทำลายล้างทุกสิ่ง คนที่ยอมจน ยอมหิวเวลานี้ ก็เหมือนกับคนที่ประหยัดอดออม วันนี้เขายากจน เขาหิว เพราะความต้องการของเขายังไม่ได้รับการตอบสนอง เขาหว่านด้วยน้ำตา วันหนึ่งเขาจะเก็บเกี่ยวผลด้วยความยินดี  ส่วนคนที่เอาสบายเข้าไว้อิ่มเข้าว่าในวันนี้ วันหนึ่งก็จะรู้ผลเอง เพราะสัจธรรมยอมเป็นสัจธรรม พระวาจาของพระเจ้าจะเป็นจริงทุกประ การ ขอพระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเราให้เราเดินในหนทางของพระเป็นเจ้าด้วยเพียรอดทน ยอมยากจน ยอมหิวต่อความต้องการอันไม่สิ้นสุด ยอมหว่านด้วยน้ำตา ยอมถูกเบียดเบียนต่อความยากลำบากที่เกิดขึ้น แล้วเราจะเป็นสุขได้รับชีวิตนิรันดรตามพระสัญญา เพราะพระวาจาของพระเจ้าจะเป็นจริงแน่นอน.                                                                                                                                               พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. ขอให้พี่น้องเอาใบลานเก่ามาคืนที่วัดเพื่อทำเถ้า ใช้โปรยในวันพุธรับเถ้าที่จะถึงนี้ด้วย
  3. วันเสาร์ที่ 2  มี.ค.  2019 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนา และร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10.00 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์ทานอาหารร่วมกัน
  4. วันพุธที่ 6 มี.ค.  2019 เป็นวันพุธรับเถ้า เริ่มต้นเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาเสกและโปรยเถ้าเวลา 19.00 น. ด้วย และในวันนี้คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดเนื้อหรือทำพลีกรรมอื่นๆทดแทน  คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดอาหาร  การอดอาหารหมายถึง การรับทานอาหารอิ่มเพียงมื้อเดียว
  5. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่มประมาณ 20-22 มี.ค จนถึงประมาณ 22 เม.ย 2019 ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ความต้องการรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  6. เวลานี้วัดของเรากำลังซ่อมแซม มิสซาและพิธีกรรมต่างๆ  จัดที่ศาลาอเนกประสงค์ พี่น้องช่วยกันเก็บหนังสือ และถ้าพี่น้องท่านใดมีความปรารถนาจะช่วยค่าซ่อมแซม มอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////