บอกเล่าให้ฟัง
เวลานี้หลังมิสซาวันอาทิตย์วัดของเรามีชีวิตชีวามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีเด็กๆมาสวดภาวนาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน กลุ่มต่างๆ ผู้อ่านบทอ่าน ผู้ช่วยมิสซา สภาภิบาล พลมารีย์ ก็ช่วยกันมาเป็นแกนนำในการอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน เพื่อพี่น้องทุกๆท่านที่สนใจจะได้สามารถมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกันได้ โดยมีกลุ่มต่างๆเป็นแกนนำหลักอยู่แล้ว พ่อคิดว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ดี เป็นการทำให้วันอาทิตย์มีความหมายมากขึ้น “วันอาทิตย์อย่าลืมฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ์” พระบัญญัติประการนี้มิได้หมายความว่า “คริสตชนมาร่วมมิสซาในวันอาทิตย์ก็พอแล้ว” แต่เป็นการทำให้วันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์จริงๆสมกับเป็นวันที่เราถวายเกียรติแด่พระเจ้า ถ้าจะถามว่ากิจการอื่นๆทำได้หรือไม่ คำตอบก็คือได้แต่ต้องมาร่วมมิสซาอาจจะก่อนหรือหลังก็ได้เพราะตามวัดต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงกัน ได้พยายามจัดมิสซาเพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องอยู่แล้ว กิจการต่างๆที่ทำให้วันอาทิตย์เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ จะต้องเป็นกิจการที่ดีและส่งเสริมคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อาทิ กิจศรัทธาต่างๆ การพักผ่อนร่วมกันในครอบครัว การทำกิจเมตตา การจัดวันอาทิตย์ให้เป็นวันพบปะกันในครอบครัว การรับประทานอาหารร่วมกันฯลฯ จะเห็นได้ว่ากิจการที่มีคุณค่าทางศาสนา วัฒนธรรม สุนทรียศาสตร์ ที่สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ให้เติบโตขึ้นในมิติต่างๆสามารถทำได้ในวันอาทิตย์