บอกเล่าให้ฟัง
การกลับใจเป็นสิ่งจำเป็นในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น ในทางจิตวิทยาเขาเรียกกันว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรก็ตามพ่อเชื่อว่าไม่มีใครสามารถเปลี่ยนใครได้ นอกจากตนเองจะสมัครใจยินยอมเปลี่ยนเอง แม้แต่พระเจ้าผู้ทรง สรรพานุภาพพระองค์สามารถทำได้ทุกสิ่ง ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้สำหรับพระองค์ แต่พระองค์ก็ไม่เปลี่ยนใครถ้าเจ้าตัวไม่ยินยอม เพราะพระเจ้าทรงสร้างเรามนุษย์มาด้วยความรัก และทรงประทานอิสรภาพให้มนุษย์ ทุกคน อีกทั้งทรงเคารพอิสรภาพที่ทรงประทานให้นั้น โดยให้มนุษย์เลือกปฏิบัติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติเลวด้วยการตัดสินใจของมนุษย์เอง พวกเราสังเกตุเห็นไหมว่าขนาดพระองค์ทรงยอมทนทรมานและสิ้นพระชนม์บน ไม้กางเขน เพื่อช่วยมนุษยชาติให้พ้นจากบาปโทษทั้งมวล แต่ทำไมยังมีคนบาปคนไม่ดีอยู่บนโลกใบนี้อีก นี่ก็แสดงว่าพระองค์ไม่ได้ทรงบังคับใครให้เป็นคนดี ถ้าใครปรารถนาที่จะเป็นคนดีต้องตัดสินใจประพฤติดีทำดีด้วยตนเอง
ใครเล่าจะเปลี่ยนชีวิตใครได้ นอกจากคนๆนั้นเขาจะยอมรับความจริงแห่งตนและยอมเปลี่ยน เขาต้องสำรวจตัวเองและรับรู้ว่ากิจการที่ตนเองปฏิบัติอยู่นั้นมันนำความเดือดร้อนเสียหายมาให้กับตนเองและผู้อื่น กิจการนั้นมันนำความน่าทุเรศทุรังมาสู่ตัวเขาจึงสำนึกได้ว่าเขาจำเป็นต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น เพื่อพฤติกรรมของเขาจะได้เป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของสังคม และนำประโยชน์ให้กับตนเองและผู้อื่น ถ้าคนเรายอมรับความจริงในตนเองที่เป็นความผิดบกพร่องได้ และยินดีที่จะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น คนๆนั้นจะพบกับจุดเปลี่ยนแห่งชีวิตของตนและยอมปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิต พ่อเรียนจิตวิทยามาพอสมควรอยู่พบว่ามีนักจิตวิทยาหลายท่านพยายามหาวิธีการ ทำให้มนุษย์รู้จักตนเองเพื่อจะได้สามารถชี้ทางสว่างให้มนุษย์เปลี่ยนตนเองให้ดีขึ้นหรือกลับใจ แต่พ่อยังไม่เคยพบวิธีการไหนทำสำเร็จสักวิธีการเดียว แต่ไม่ได้หมายความว่าพ่อไม่เคยพบผู้ที่เข้าสู่กระบวนการทางจิตวิทยา แล้วเกิดการกลับใจเปลี่ยน แปลงชีวิตนะครับ แน่นอนที่สุดพ่อเคยพบเห็นหลายท่านเหมือนกัน แต่เมื่อสอบถามแล้วพบว่ากระบวนการทางจิตวิทยาช่วยทำให้เขารู้จักตนเอง แต่การเปลี่ยนแปลงชีวิตการกลับใจมาจากคนๆนั้นที่ปรารถนาที่จะทำชีวิตของตนให้ดีขึ้น เพราะรู้ว่าชีวิตแบบเดิมมันไม่ดีสร้างความเสียหายให้ตนเองและผู้อื่น
ความผิดพลาดเป็นวิสัยของมนุษย์แต่การดื้อรั้นเป็นวิสัยของปีศาจ นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ปีศาจมันต้องตกนรกตลอดนิรันดร เพราะพวกมันไม่ยอมสำนึกผิดกลับใจขอโทษพระเจ้า ซึ่งพระเจ้ายินดีที่จะให้อภัยเหล่าปีศาจอยู่แล้ว มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน พระเจ้าพร้อมที่จะให้อภัย และแสดงความเมตตาของพระองค์อยู่เสมอ แต่น่าเสียดายมีมนุษย์จำนวนไม่น้อยที่ไม่มีความสำนึกผิดชอบชั่วดีอะไร พวกเขาเมินเฉยต่อพระเมตตาและความพร้อมที่จะให้อภัยของพระเจ้า จองหองคิดว่าตนเองดีอยู่แล้วจึงไม่เข้าไปพึ่งพระเมตตาของพระเจ้า ไม่วอนขอพระเมตตาจากพระองค์ บุคคลเช่นนี้อยู่ในอันตรายที่จะสูญเสียวิญญาณได้ง่ายๆ พระเยซูคริสตเจ้าจึงกำชับอย่างจริงจังว่า “บาปทุกชนิดพระเจ้าจะทรงให้อภัย แต่บาปที่ทำผิดต่อพระจิตเจ้าจะไม่ได้รับการอภัยเลย” เพราะพระจิตเจ้าเป็นองค์ความจริง ใครก็ตามที่ทำผิดต่อความจริง ทำผิดแล้วไม่มีความสำนึกผิดไม่เคยคิดจะขอโทษพระเจ้า วอนขอพระเมตตาจากพระองค์คนๆนั้นจะได้รับการอภัยได้อย่างไร จึงสมควรแล้วที่บุคคลเช่นนี้ต้องได้รับโทษตามความผิดที่ตนได้กระทำไว้
จาก คุณพ่อเจ้าวัด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
มนุษย์มองดูภายนอกแต่พระเจ้าทรงทอดพระเนตรภายในจิตใจ
พระเยซูคริสตเจ้าทรงบริภาษบรรดาธรรมาจารย์อย่างรุนแรง “จงระวังบรรดาธรรมาจารย์ ที่ชอบสวมเสื้อยาวเดินไปมา พอใจให้คนทั้งหลายคำนับตามลานสาธารณะ พอใจนั่งแถวหน้าในศาลาธรรม พอใจนั่งที่หัวโต๊ะในงานเลี้ยง” (มก.12:38-39) อย่างนี้ คงไม่ใช่เพราะธรรมาจารย์ทุกคนต้องเป็นคนแบบนี้กันหมด แต่พระองค์ต้องการเตือนพวกเราให้ระวัง “อย่ามองคนแต่ภายนอก” เพราะคนบางคนชอบใช้วิธีการเหล่านี้ อาทิ ทำท่าศรัทธา ทำบุญอวดชาวบ้าน แต่งตัวหรูหรา ฯลฯ ในการดึงดูดความสนใจของผู้คน เพื่อเป็นบันไดทางสังคมและศาสนาก้าวสู่การมีหน้ามีตา ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความมีเกียรติ และตำแหน่งสูง โดยมีเบื้องหลังซับซ้อนแอบแฝงเพราะแท้ที่จริงแล้วเขาไม่ใช่คนดีอะไรเลย เมื่อพิจารณาการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในสังคมวันนี้ เราจะเห็นภาพชัดเจนว่าพวกเขาทำกันเพื่ออะไร และทำไมพระเยซูคริสตเจ้าต้องบริภาษรุนแรงขนาดนี้
และนี่ก็คือคำตอบ “คนพวกนี้กินบ้านของหญิงม่าย” (มก.12:40) ที่พระเยซุคริสตเจ้าใช้ “หญิงม่าย” เพราะหญิงม่ายในสมัยของพระองค์ เป็นคนที่ลำบากไม่มีเกียรติศักดิ์ศรีในสังคม พระองค์จึงใช้หญิงม่ายเป็นตัวแทนของคนจน คนด้อยโอกาสทั้งหลาย เมื่อเราพิจารณาคำตอบที่พระเยซูคริสตเจ้าให้ไว้ เราจะทราบทันทีว่าคนพวกนี้ต้องการหน้าตา เกียรติยศ และตำแหน่งสูงๆไปเพื่ออะไร ถ้าได้มาเพื่อจะได้ทำตามจิตตารมณ์แห่งความยิ่งใหญ่ตามที่พระองค์สอน “ผู้ใดปรารถนาจะเป็นใหญ่จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นที่หนึ่งในหมู่ท่าน ก็ต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน” (มก.10:43-44) ก็ดีนะซิ และไม่ต้องลงทุนสร้างภาพขนาดนี้หรอก เพียงแค่เราลงมือปฏิบัติตามอย่างที่พระองค์สอนก็พอแล้ว แต่ที่สำคัญที่ต้องการเกียรติยศ ชื่อเสียง และตำแหน่งใหญ่โต เพื่อหาทางสบายโดยการเอารัดเอาเปรียบคดโกงชาติและผู้อื่น เป็นต้นผู้ที่อ่อนแอกว่า แต่อย่าลืมว่าเสียงร้องของคนจนคนอ่อนแอขึ้นไปถึงพระกรรณของพระเจ้าแล้ว และพระองค์ก็ไม่ได้ทอดพระเนตรอย่างมนุษย์ แต่ทอดพระเนตรถึงก้นบึ้งแห่งจิตใจของเรา “คนเหล่านี้จะรับโทษหนักกว่าคนอื่น” (มก.12:40)
ด้วยเหตุนี้กิจการที่จะมีคุณค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ต้องเป็นกิจการที่มาจากน้ำใสใจจริง กิจการหน้าไหว้หลังหลอกตบตาพระองค์ไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้คนที่มีน้ำใจดีทั้งหลายที่คอยช่วยเหลือพระศาสนจักร ก็อย่าคิดว่าพระเยซูคริสตเจ้าบริภาษพวกท่าน ถ้าพวกท่านทำกิจการต่างๆด้วยน้ำใจดีจริงใจปรารถนาที่จะช่วยพระศาสนจักร ช่วยผู้ด้อยโอกาส จงทำต่อไปเพราะพระเจ้าจะอวยพรพวกท่าน ครอบครัว และกิจการพวกท่านด้วย เพราะทานของพวกท่านเป็นการให้ด้วยใจกว้าง จึงจัดได้ว่าเป็นทานที่มีคุณค่าในสายพระเนตรของพระองค์เหมือนกัน
ทานของหญิงม่ายที่พระวรสารกล่าวถึง เป็นทานที่มาจากน้ำใสใจจริง และตามกำลังความสามารถ นางได้ให้ด้วยใจและสุดความสามารถของนาง ทานที่นางทำจึงมีคุณค่าที่สุดในสายพระเนตรของพระเจ้า พระองค์ไม่ใช่นักคำนวณจึงไม่ได้ทอดพระเนตรเชิงปริมาณ แต่ทอดพระเนตรสิ่งที่มีอยู่ในส่วนลึกแห่งจิตใจของเรา พระเจ้าเป็นองค์แห่งความรัก ทรงมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเราแม้แต่ชีวิตของพระองค์เองด้วยความรัก ความรักคำนวณเป็นเชิงปริมาณตวงวัดไม่ได้ เรามนุษย์จึงต้องตอบสนองความรักของพระองค์ดุจเดียวกัน โดยทำทุกอย่างถวายแด่พระองค์ด้วยความรัก และความจริงใจ
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
************************************************************
ประกาศ
- โครงการรณรงค์สวดสายประคำ 350,000 สาย ขอให้ทุกครอบครัว และกลุ่มองค์กรต่างๆ ของวัด นำแบบฟอร์มบันทึกการสวดสายประคำ ในเดือนตุลาคมมาส่งคืนที่วัด
- ขอจิตอาสาแสดงละครคริสต์มาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไป ลงชื่อได้ที่คุณเล็ก
- วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
- วันอาทิตย์ที่ 18 พ.ย. 2018 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
- ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
- ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
- ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต