Posts Tagged ‘ประกาศประจำสัปดาห์’

สารวัด ฉบับที่ 151202 วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018

Saturday, November 17th, 2018

บอกเล่าให้ฟัง

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วพ่อยังรู้สึกว่าพ่อเพิ่งมาได้ไม่นาน จัดห้องจัดบ้านยังไม่เข้าที่เข้าทาง การตรวจตราหาของก็ยังไม่ทั่วถึง เพราะมีอีกหลายอย่างยังไม่รู้อยู่ที่ไหน การซ่อมแซมก็ยังทำไม่หมดสักที เพราะวัดของเรามันถึงเวลาซ่อมแซมแล้ว เรากำลังจะฉลองครบ 25 ปี เดือนตุลาคมเพิ่งออกไปสวดตามบ้านเสร็จเ ราก็เข้าบรรยากาศการเตรียมฉลองคริสต์มาสและฉลองวัดอีกแล้ว งานที่เราต้องร่วมมือกันมีภาพกว้างๆดังนี้ งานที่จะเตรียมก่อนวันฉลอง งานที่จะต้องช่วยกันทำในวันฉลอง และงานหลังจากวันฉลองผ่านพ้นไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราคงต้องจัดลำดับก่อนหลังให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นเราอาจจะพลาดได้ สิ่งที่ต้องทำแล้วเรายังไม่ได้ทำ  สิ่งที่ยังไม่ต้องทำเราไปรีบทำมันเสียแล้ว หกเดือนที่ผ่านมาพ่อได้พิสูจน์ให้พี่น้องเห็นแล้วว่า “พ่อทำคนเดียวไม่ได้” และในพวกเราก็คงไม่มีใครชอบทำงานคนเดียว โดยไม่ต้องการความร่วมมือจากผู้อื่น ตรงกันข้าม พ่อเชื่อว่าความร่วมมือจากหลายๆฝ่ายหรือจากพี่น้องทุกๆท่านจะนำมาซึ่งความสำเร็จอันงดงาม

พี่น้องครับพ่อได้ประชุมกับคณะกรรมสภาภิบาลชุดใหม่ ได้มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันเรียบร้อยแล้ว และการเตรียมฉลองคริสต์มาสและฉลองวัด ก็ระบุผู้รับผิดชอบงานด้านต่างๆไว้เรียบร้อยแล้ว พ่อได้แจ้งถึงวิธีการทำงานและนโยบายในการทำงานแบบของพ่อให้คณะกรรมการสภาภิบาลไปแล้ว ในบทความนี้พ่อมีความปรารถนาที่จะแจ้งให้พี่น้องสัตบุรุษทุกท่านได้รับทราบด้วยนั่นก็คือ “คณะกรรมการสภาภิบาลเป็นตัวแทนของพี่น้องที่ต้องเข้าประชุมเพื่อรับทราบนโยบายการทำงานและหน้าที่ต่างๆที่จะต้องรับผิดชอบจากพ่อ เมื่อใครได้รับหน้าที่รับผิดชอบอะไรก็ต้องไปหาทีมงานมาช่วยกันทำ” และคนที่จะมาร่วมเป็นทีมงานก็ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่เป็นคณะกรรมการสภาภิบาลเท่านั้น แต่เป็นพี่น้องทุกๆท่านที่คณะกรรมการสภาภิบาลจะไปขอความร่วมมือให้มาร่วมทีมกันทำงาน การทำงานแบบนี้เป็นการทำงานที่ต้องการความร่วมมือจากทุกๆคนและทุกๆฝ่าย พ่อจึงขอความร่วมมือจากพี่น้องทุกๆท่าน ถ้าคณะกรรมการสภาภิบาลมาขอความร่วมมือให้ทำอะไร ถ้าพี่น้องพอช่วยได้ก็อย่าปฏิเสธเลยนะครับ

พ่อเขียนบทความนี้ขึ้น เพื่อเชิญพี่น้องทุกๆท่านมาร่วมมือร่วมใจกัน ช่วยงานของวัด เพื่อทำให้วัดของเราเป็นชุมชนแห่งความเชื่อที่เข้มแข็งขึ้นสมกับครบรอบ 25 ปีของวัด และ50 ปีของชุมชนแห่งความเชื่อ พ่อเป็นพระสงฆ์มา 26-27 ปีแล้ว จำได้ว่าตอนเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส พ่อเคยได้รับมอบหมายงานที่สั้นมากและประทับใจมาก “คุณพ่อทำงานโดยไม่มีตำแหน่งได้หรือเปล่า พ่อตอบว่าได้ครับ คุณพ่อเจ้าอาวาสท่านนั้นก็บอกว่า ถ้างั้นก็มาทำงานด้วยกัน” ตั้งแต่นั้นพ่อก็ทำงานที่นั่นอย่างดีมีความสุขจนหมดวาระ พ่อจึงคิดว่า  “ตำแหน่งหน้าที่มันสำคัญไฉนกับการทำงานด้วยใจเป็นจิตอาสา” เพราะฉะนั้น พี่น้องอย่าไปคิดเลยนะว่า ในเมื่อฉันไม่ได้เป็นคณะกรรมการสภาภิบาล ก็ปล่อยให้พวกเขาทำกันไป พ่อคิดว่าถ้าเรารักวัดและชุมชนแห่งความเชื่อแห่งนี้จริง เราน่าจะคิดว่าอะไรที่ฉันพอช่วยได้ทำได้ฉันจะช่วยฉันจะทำ นี่คือคนที่มีใจรักวัดรักชุมชนแห่งความเชื่อแห่งนี้อย่างแท้จริง ขอให้บทความที่พ่อเขียนขึ้น เป็นการสื่อสารให้พี่น้องทุกท่านและคณะกรรม การสภาภิบาลทุกคนเข้าใจนโยบาย วิธีคิด และวิธีการทำงานของพ่อด้วย จึงแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกัน เพื่อเราทุกคนจะได้มาร่วมมือกันพัฒนาและปฏิบัติพันธกิจของวัดและชุมชนแห่งความเชื่อแห่งนี้ ทั้งในระยะสั้นคือการฉลองคริสต์มาสและการฉลองวัด และในระยะยาวในด้านพันธกิจอื่นๆให้สำเร็จไปด้วยดี ขอบคุณทุกๆท่านเป็นอย่างสูงครับ.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สรณะที่แท้จริงของเรา

ก่อนที่พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวถึงความทุกข์เวทนาอย่างใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้น  มีศิษย์บางคนตั้งข้อสังเกตถึงความสง่างามของสิ่งปลูกสร้างในกรุงยรูซาเล็ม “ดูซิพระอาจารย์ ก้อนหินและอาคารเหล่านี้ช่างใหญ่โตจริงๆ” (มก.13:1) หลังจากพระองค์ได้ยินความภูมิใจเหล่านี้พระองค์ก็เริ่มกล่าวถึง การล้มสลายความพังพินาศของมัน “ท่านเห็นอาคารใหญ่เหล่านี้ไหม จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย ทุกสิ่งจะถูกทำลาย” (มก.13:2) ที่พระองค์กล่าวเช่นนี้มีนัยสำคัญหลายอย่าง แต่สิ่งที่พระองค์ต้องการเตือนใจเราโดยภาพรวมก็คือ พระองค์ต้องการทำให้เราเข้าใจสัจธรรมความจริงของสรรพสิ่งในโลก “ใดๆในโลกล้วนอนิจจัง” มีเวลาเกิดมีเวลาตาย มีเวลารุ่งเรืองมีเวลาเสื่อมถอย  มีเวลาสร้างมีเวลาทำลาย  มีเวลาใหม่มีเวลาเก่า นี่เป็นสัจธรรมความจริงของสรรพสิ่งในโลก ใครที่สามารถเข้าถึงก็เป็นผู้เจริญแล้วซึ่งปัญญา  เขาจะไม่ยึดติดกับสิ่งภายนอกฉาบฉวย เป็นผู้ที่ฉลาดทางธรรม

ในเมื่อสัจธรรมความจริงเป็นเช่นนี้  “ใดๆในโลกล้วนอนิจจัง” คนฉลาดทางธรรมจะทราบว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ยึดเป็นสรณะที่แท้จริงไม่ได้ แต่อนิจจาความเจริญทางวัตถุ มนุษย์สามารถสร้างตึกสูงละฟ้า ความเจริญทางเทคโนโลยีที่ดูเหมือนว่ามนุษย์จะสามารถทำได้ และสามารถเอาชนะทุกสิ่ง ทำให้มนุษย์หลงตัวเองอยู่ในวังวนของอวิชา พยายามอุปโหลกตัวเองว่าเป็นพระเจ้า เป็นผู้สร้างสรรค์โลก ครอบครองจักรวาล แต่ไม่ช้าก็เร็วสัจธรรมจะปรากฏตามที่เป็นจริง อะไรๆที่เราคิดว่ามั่นคงถาวรเป็นสรณะได้ กลับกลายเป็นสิ่งที่เสื่อมสลายและไร้คุณค่าความหมายโดยสิ้นเชิง เมื่อเผชิญหน้ากับสังขาร ความหนุ่มสาว ความหล่อเหลางดงามบนใบหน้าอยู่ที่ไหน ความแข็งแรงสามารถทำงานหนักเป็นนักกีฬาอยู่ที่ไหน รอยตีนกาความเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่พยายามลบแล้วลบอีก แต่ไม่เคยทำสำเร็จสักครั้งเดียว ได้แต่เก็บบังซ่อนมันไว้ชั่วครั้งชั่วคราว สิ่งต่างๆรวมทั้งบุคคลที่อยู่รอบข้าง เริ่มเสื่อมสลายล้มหายตายจาก เมื่อถึงวันนั้นเราจะรู้ว่าเราไม่มีอำนาจอะไรเลย เราเป็นเพียงจุดเล็กๆในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล ที่ไม่สามารถแม้กระทั่งบังคับสังขารของตนให้หยุดไม่เลื่อนไหลไปตามกาลเวลา ทุกสิ่งจะเริ่มร้องขานด้วยเสียงแห่งสัจธรรมว่า มนุษย์เอ๋ยเจ้าไม่สามารถครอบครองเรา มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่สามารถครอบครองเราอย่างแท้จริง

“ดวงอาทิตย์จะมืดไป …ดวงดาวจะตกจากฟ้า …ท้องฟ้าจะสั่นสะเทือน….. บุตรแห่งมนุษย์เสด็จมา..ทรงพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่” (มก13.:24-26) เบื้องหลังความทุกข์เวทนาความเสื่อมสลายของสรรพสิ่ง พระเจ้าทรงซ่อนความหวังไว้ ทรงบอกกับเราทุกๆวัน ผ่านทางธรรมชาติแห่งการเกิดสิ่งใหม่ที่จะต้องมีความลำบาก  ความตายเสมอ อาทิ เมล็ดข้าวต้องเน่าเปื่อยจึงจะงอกเป็นต้นใหม่ ฯลฯ ความหวังนี้คือการสร้างใหม่ พระเจ้าจะเสด็จมาในพระสิริรุ่งโรจน์นำความชื่นชมยินดีมาให้กับผู้ที่เข้าใจสัจธรรม และยึดพระองค์ไว้เป็นสรณะแห่งตน พระวาจาของพระเจ้าตอนนี้จึงไม่ใช่การขู่ให้เรากลัว แต่เตือนใจเราให้ดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ มองเครื่องหมายแห่งกาลเวลาด้วยสายตาแห่งธรรม เพื่อเราจะได้เห็น เข้าใจ ในสรณะที่แท้จริงคือองค์พระเจ้า และยึดมั่นพระองค์ไว้ด้วยความเชื่อ เพราะพระองค์นี่แหละสามารถนำความชื่นชมยินดีมาให้กับเรา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. ขอจิตอาสาแสดงละครคริสต์มาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไป ลงชื่อได้ที่คุณเล็ก
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  4. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญคริสต์มาสในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  5. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้อง ไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  6. วันอาทิตย์ที่ 2 ธ.ค. 2018 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ที่ต้องการนำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ ส่งก่อนวันรับศีลล้างบาป
  7. ประกาศแต่งงาน
  • ระหว่าง           ยอห์นบัปติสตา อนุวัตร เกษกรรณ์
  • บุตร            นาย สมร และมารีอา วรรณา เกษกรรณ์
  • กับ              นางสาว เสมอเหมือน โลหะกิจ
  • บุตรี              นาย สมาน และนาง สมศรี โลหะกิจ

จะทำพิธีแต่งงานวันเสาร์ที่ 8 ธ.ค. 2018

ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ

สารวัด ฉบับที่ 151200 วันอาทตย์ที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018

Sunday, November 4th, 2018

บอกเล่าให้ฟัง

ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น คนเราเวลาอยากได้แล้วไม่ได้ อยากมีแล้วไม่มีอย่างคนอื่นเขา อยากเป็นแล้วไม่ได้เป็น ปัญหามันก็จะเกิดขึ้นเพราะนี่มันสัญชาติญาณของสรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย ท่านนักบุญยากอบท่านได้อธิบายถึงสาเหตุของความความวุ่นวายในกลุ่มคริสตชนว่า  “การต่อสู้และการทะเลาะวิวาทให้หมู่ท่านนั้นมาจากที่ใด มิใช่มาจากกิเลสตัญหาซึ่งต่อสู้อยู่ภายในท่านหรือ ท่านอยากได้ แต่ไม่ได้จึงฆ่ากัน ท่านอยากได้ แต่ไม่สมหวังจึงทะเลาะวิวาทและต่อสู้กัน ท่านไม่มีเพราะไม่ได้วอนขอ ท่านวอนขอ แต่ไม่ได้รับ เพราะท่านขอไม่ถูกต้อง คือวอนขอเพื่อนำไปตอบสนองกิเลสตัญหาของท่าน” (ยก.4:1-3) ท่านนักบุญยากอบได้มีประสบการณ์และได้สังเกตุเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ในกลุ่มคริสตชน ประสบการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่มีค่าเป็นบทเรียนให้กับเราโดยที่เราไม่ต้องไปทอลองอีก พ่อคิดว่าการลองผิดลองถูกกับสิ่งที่ไม่ควรลองไม่ใช่เรื่องที่ดี ในเมื่อเรามีบทเรียนในอดีตอยู่แล้ว และผู้ที่เล่าถ่ายทอดประสบการณ์นี้เป็นผู้ที่เชื่อถือได้ คือท่านนักบุญยากอบเอง

พี่น้องในยุคปัจจุบันเป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร เพราะเรามีเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัยสามารถบันทึก ส่งต่อ และรับข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นวิจารณญาณในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ต่อการดำเนินชีวิตของเรา จะเชื่อหรือไม่เชื่อข้อมูลเหล่านั้น พ่อปรารถนาให้พี่น้องลองคิดถึงน้ำมันที่เราใช้ประกอบอาหาร ตอนพ่อเป็นเด็กๆเตี่ยและแม่ของพ่อใช้น้ำมันหมูในการประกอบอาหาร แต่สมัยนี้เราใช้น้ำมันอะไร “น้ำมันพืช” เพราะมีงานวิจัยที่มาจากทางอเมริกาและยุโรบซึ่งเป็นแหล่งผลิตถั่วเหลืองได้มากที่สุด ออกมาบอกกับชาวโลกว่าน้ำมันที่มาจากสัตว์มีอันตราย เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน  เมื่อไม่นานมานี้ก็มีงานวิจัยงานหนึ่งออกมาบอกว่า “น้ำมันมะพร้าวเป็นยาพิษชัดๆ” แต่เผอิญว่าในเอเซียเป็นทวีปที่มีมะพร้าวเยอะมาก และประเทศที่มีมะพร้าวเยอะและใช้น้ำมันมะพร้าวกันมาก รวมตัวกันจัดสัมนาเรื่องประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว ออกมาโต้แย้งว่าทำไมไม่มาดูข้อมูลของคนที่ตายเพราะโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ซึ่งมีน้อยมากในประเทศที่ใช้น้ำมันมะพร้าวในการประกอบอาหาร จึงมีการทำวิจัยใหม่จากแหล่งทุนใหม่ปรากฏว่าผลวิจัยออกมาเป็นตรงกันข้าม น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันเนย น้ำมันหมูเป็นน้ำมันดีติดลำดับ 1 ใน 5 ตลอด นี่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การรับรู้ข้อมูล ต้องดูจากแหล่งทุน แหล่งที่มาของข้อมูล ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่และมีผลประโยชน์อะไรกันอย่างไรหรือไม่

พี่น้องสิ่งที่พ่อเขียนไว้ในตอนต้นนักบุญยอกท่านบอกว่ามันมากจาก ความโลภ ความอิจฉารัษยา ความทะเยอทะยาน กิเลสตัญหาในตัวเรา พี่น้องเห็นไหมครับว่ามันตรงกับบาปต้นเจ็ดประการ ซึ่งเราจำเป็นต้องบังคับตัวเราให้มากๆไว้ อย่าปล่อยตัวไปตามสัญชาติญาณ การรับข้อมูลข่าวสารก็เช่นเดียวกันต้องมีวิจารณญาณมากๆ อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ ต้องดูที่มาของข้อมูลว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ ความน่าเชื่อถือหรือไม่น่าเชื่อถือมันก็จะย้อนกับถึงผลปรโยชน์ที่ได้รับและต้องเสียไป ความโลภ ความทะเยอทะยาน ฯลฯ มันวนไปเวียนมาเหมือนงูกินหาง ซึ่งมันจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเรา เราจึงต้องพิจารณาไตร่ตรองข่าวสารข้อมูลที่เราได้รับมาอย่างดีและรอบคอบ เพื่อเราจะได้ไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ และตกเป็นเหยื่อของผู้ที่กำลังแสวงหาผลประโยชน์จากการปล่อยข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วในปัจจุบัน

จากคุณพ่อเจ้าวัด

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

พระเจ้าปรารถนาให้มนุษย์ทุกคนได้รับความรอดพ้น

ตั้งแต่สร้างมนุษย์พระประสงค์ของพระเจ้านั้นชัดเจน สร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์ของพระองค์ให้มีความสุขในสวนสวรรค์”(ปฐก.1:26) แม้กระทั่งมนุษย์ตกในบาปพระองค์ก็ไม่ทรงทอดทิ้ง แต่ทรงทำพันธสัญญากับมนุษย์ว่า วันหนึ่งพระองค์จะทรงกอบกู้มนุษย์ทุกคนให้ได้รับความรอดพ้น คืนสิทธิความเป็นบุตรของพระเจ้าให้ จากพันธสัญญานี้พระองค์ทรงทำทุกวิถีทาง เพื่อให้มนุษย์แน่ใจในพันธสัญญาที่พระองค์ทรงทำไว้กับเรามนุษย์ จากการวางรากฐานประชากรของพระเจ้า ทรงมอบพระบัญญัติ 10 ประการ จากคำทำนายของบรรดาประกาศก จนกระทั้งพระเจ้าทรงประทานพระบุตรสุดที่รักแต่องค์เดียวของพระองค์ ให้มาบังเกิดเป็นมนุษย์ผู้ต่ำต้อย ยอมรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้น พี่น้องที่รักยิ่ง จงดูเถิดว่า ความรักที่พระบิดาประทานให้เรานั้นยิ่งใหญ่เพียงใด เพื่อทำให้เราได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า และเราก็เป็นเช่นนั้นจริง”(1 ยน.3:1)

จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นเราจึงสามารถกล่าวได้ว่า พระเจ้าทรงปรารถนาให้มนุษย์ทุกคนได้รับความรอดพ้น หลายๆคนเมื่อคิดถึงการไถ่มนุษยชาติให้พ้นจากบาป ก็คิดว่าในเมื่อพระเยซูคริสตเจ้า โดยการยอมรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพ ได้ไถ่มนุษยชาติให้พ้นบาปจากแล้ว มนุษย์จะต้องทำอะไรอีก ทำไมต้องประทานบทบัญญัติแห่งความรัก ประทานแนวทางในการปฏิบัติเพื่อจะได้รับความรอดพ้น ในมหาบุญลาภ 8 ประการ และแบบเอย่างในการดำเนินชีวิตให้แก่มนุษย์อีก คำตอบก็คือถ้าความรอดพ้นของมนุษย์เป็นแบบเบ็ดเสร็จ พระเยซูคริสตเจ้าชดบาปไปหมดแล้วมนุษย์ไม่ต้องทำอะไรเลย ก็ได้รับความรอดพ้นแล้ว ความรอดพ้นจะมีคุณค่าอะไรสำหรับเรา มันก็คงจะเหมือนการสอบที่ใครเข้าสอบก็ได้ที่หนึ่งเท่ากันหมด เหมือนกับการแข่งกีฬาที่ใครลงแข่งก็ได้เหรียญทองทุกคน แล้วเราจะดีใจหรือไม่ที่เราได้ที่หนึ่ง หรือได้เหรียญทอง สิ่งเหล่านี้จะมีค่าอะไรสำหรับเรา

แต่เนื่องจากว่าพระเจ้าทรงรัก และเคารพต่ออิสรภาพในการตัดสินใจเลือกของมนุษย์ ปรารถนาให้มนุษย์ดำเนินชีวิตอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรีสมภาคภูมิ สมกับเป็นบุตรของพระองค์ ไม่ใช่หุ่นยนต์ ไม่เหมือนกับสิ่งสร้างอื่นๆที่มีชีวิตอยู่ตามสัญชาติญาณ เพราะมนุษย์ดำเนินชีวิตด้วยน้ำใจอิสระ พระองค์จึงทรงใช้วิธีการเชิญชวนทรงเรียกเราให้มาดำเนินชีวิตบนหนทางของพระองค์ เพื่อจะได้บรรลุความศักดิ์สิทธิ์ได้รับความรอดพ้น มีความสุขกับพระองค์ในพระอาณาจักรสวรรค์ ดังนั้นพระกระแสเรียกอันเป็นปฐมของมนุษย์ทุกคน ก็คือพระเจ้าทรงเรียกมนุษย์ทุกคนให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์เป็นนักบุญ และไม่ใช่ทรงเรียกเท่านั้นแต่ยังทรงประทานความช่วยเหลือและแนวทางให้มากมาย เป็นต้น พระวาจาของพระเจ้า และศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่น่าเสียดายที่มนุษย์จำนวนหนึ่งไม่ตอบสนองการเรียกของพระองค์

วันสมโภชนักบุญทั้งหลาย แสดงให้เราเห็นว่ามีมนุษย์จำมากมาย เห็นคุณค่าตอบสนองคำเชื้อเชิญ การเรียกของพระเจ้า บัดนี้พวกท่านได้รับความรอดพ้นแล้ว เราจึงต้องเลียนแบบพวกท่านในการตอบสนองคำเชื้อเชิญ การเรียกของพระเจ้า มาดำเนินชีวิตบนหนทางของพระองค์ เพื่อเราจะได้รับความรอดพ้นเช่นเดียวกับพวกท่าน

 

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. โครงการรณรงค์สวดสายประคำ 350,000 สาย ขอให้ทุกครอบครัว และกลุ่มองค์กรต่างๆ ของวัด นำแบบฟอร์มบันทึกการสวดสายประคำ ในเดือนตุลาคมมาส่งคืนที่วัด
  2. ขอจิตอาสาแสดงละครคริสต์มาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไป ลงชื่อได้ที่คุณเล็ก
  3. วันอาทิตย์ที่ 11 พ.ย. 2018 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันอาทิตย์ที่ 18 พ.ย.  2018 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. ชมรมผู้สูงอายุเขต 2 จัดแสวงบุญ ศุนย์คามิลเลียนโซเชียล เซ็นเตอร์ ระยอง และมูลนิธิคุณพ่อเรย์ พัทยา วันเสาร์ที่ 17 พ.ย. 2018 ผู้สนใจจะไปลงชื่อได้ที่หน้าวัด

ประกาศประจำสัปดาห์ (3 กุมภาพันธ์ 2013)

Thursday, January 31st, 2013
  1. วันอาทิตย์นี้ สภาพระสังฆราชขอให้พี่น้องช่วยบริจาค เพื่อช่วยเหลืองานคณะธรรมทูตแห่งประเทศไทย พี่น้องสามารถบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ศาลาอเนกประสงค์ก็คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว และวัดเราได้ใช้บ้างแล้วในวันฉลองวัด ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
  3. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้ หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกๆท่านเข้าประชุมกันโดยพร้อมเพียง
  4. วันอาทิตย์ที่ 10 ก.พ. 2013 เป็นวันตรุษจีน ขอเชิญพี่น้องมาร่วมขอพรพระเจ้าในวันปีใหม่ของชาวจีน มิสซาเวลา 8.30 น. หลังมิสซามีแจกส้มตามธรรมเนียมของชาวจีน
  5. วันพุธที่ 13 ก.พ. 2013 เป็นวันพุธรับเถ้า เริ่มเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณเสกและโปรยเถ้า เวลา 19.00 น. ในวันพุธรับเถ้าคริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องทำพลีกรรมหรืออดเนื้อ และผู้ที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์จนถึง 59 ปีบริบูรณ์ต้องจำศีลอดอาหาร หมายถึงทานอิ่มเพียงมื้อเดียว อีกสองมื้อทานพออยู่ได้
  6. วันอาทิตย์นี้มีโปรดศีลล้างบาปเด็กที่ส่งข้อมูลล่วงหน้าไว้แล้ว

ประกาศประจำสัปดาห์ (27 มกราคม 2013)

Friday, January 25th, 2013
  1. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา และอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 3 ก.พ. 2013 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็กหลังมิสซา ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพกระสงฆ์ ส่งก่อนวันล้างบาป
  3. ศาลาอเนกประสงค์ก็คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว และวัดเราได้ใช้บ้างแล้วในวันฉลองวัด ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
  4. วันเสาร์ที่ 2 ก.พ. 2013 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุมาร่วมมิสซาเวลา 10.30 น. ก่อนมิสซามีสวดภาวนาร่วมกันและรับศีลอภัยบาป
  5. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 3 ก.พ. 2013 หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกๆท่านเข้าประชุมกันโดยพร้อมเพียง
  6. วันพุธที่ 13 ก.พ. 2013 เป็นวันพุธรับเถ้า เริ่มเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณเสกและโปรยเถ้า เวลา 19.00 น.