บอกเล่าให้ฟัง
ในช่วงนี้พ่อรู้สึกเครียดเล็กน้อย เพราะปัญหาต่างหลายๆอย่างมันสุมรุมกันเข้ามา แต่พ่อคิดว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แม้ว่าจะคิดอย่างก็ยังเครียดอยู่ดี เลยคิดต่อไปว่า “แล้วมันก็จะผ่านไป” คิดอย่างนี้แล้วก็ผ่อนคลายความเครียดลงไปได้บ้าง วันหนึ่งพ่อนั่งคุยกับสภาอภิบาลบางคนเขาบอกพ่อว่า คุณพ่อครับเรามีปัญหาอะไรให้คิดบ้างก็ดี เพราะเราจะได้แกร่งมีความรู้ใหม่ๆ และพบหนทางที่จะเผชิญกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อไป พ่อลองมานั่งไตร่ตรองดูแล้วพบว่าความจริงก็เป็นเช่นนั้น ปัญหาต่างๆทำให้เราเติบโตในเรื่องความคิดอ่าน และทำให้เราเติบโตขึ้นในความเชื่อเข้าใจถึงความจำกัดของเรา เพราะลำพังตัวเราคงจะไม่สามารถฟันฝ่าอุปสรรค์ต่างๆไปได้
พี่น้องที่พ่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ให้พี่น้องฟัง เพราะพ่อแน่ใจว่าพวกเราหลายๆคนคงเคยผ่านเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน สิ่งที่น่าคิดก็คือเราเคยได้สัมผัสถึงพยานเอื้ออาทรของพระเป็นเจ้าบ้างหรือไม่ หรือปล่อยให้เหตุการณ์นั้นผ่านไปโดยไม่ได้รับประโยชน์อะไรในการพัฒนาความคิดอ่านและความเชื่อของเราเลย พ่อคิดว่าถ้าเราสามารถมองเหตุการณ์ต่างที่ผ่านเข้าในชีวิตของเราด้วยสายตาแห่งความเชื่อ เราจะพบสิ่งอัศจรรย์อันเกิดจากพยานเอื้ออาทรมากมายบนหนทางแห่งชีวิตของเรา ด้วยเหตุนี้ท่านนักบุญเปาโลจึงสอนบรรดาคริสตชนว่า ถ้าเราสังเกตความงดงามระบบระเบียบของธรรมชาติ และเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา เราจะเห็นผลงานของพระเป็นเจ้าโดยผ่านสิ่งเหล่านี้ จึงไม่มีมนุษย์คนใดสามารถกล่าวว่าไม่รู้จักพระเป็นเจ้าเพราะทุกคนต่างได้พบเห็นผลงานของพระองค์ผ่านทางสิ่งสร้างของพระองค์แล้ว
จากคุณพ่อเจ้าวัด
พระธรรมล้ำลึกปัสกา
พระธรรมล้ำลึกปัสกาหมายถึง พระมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า ทั้งสามส่วนนี้เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ นักบุญเปาโลสอนชาวโครินธ์ว่า ถ้าพระเยซูคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์และไม่กลับคืนพระชนมชีพ ความเชื่อที่ท่านประกาศจะเป็นเรื่องโกหกไร้ความหมาย “ถ้าพระคริสตเจ้ามิได้กลับคืนพระชนมชีพ ความเชื่อของท่านก็ไร้ความหมายและท่านก็ยังคงอยู่ในบาป”(1คร.15:17) การมีส่วนร่วมในพระธรรมล้ำลึกปัสกาจึงต้องมีส่วนร่วมทั้งครบ ในพระมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ เราเลือกจะเลือกเป็นส่วนๆไม่ได้ ดังนั้นการมีส่วนร่วมในพระธรรมล้ำลึกปัสกาจึงทำให้เราทราบว่า หนทางแห่งความรอดพ้นมีหนทางเดียว นั่นก็คือต้องผ่านความทุกข์ทรมาน ความตาย แล้วจึงจะสามารถมีส่วนในชัยชนะแห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้าได้
การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซุคริสตเจ้าเป็นความหวังของเรา พระองค์ประกาศให้เราแน่ใจและเข้าใจความหมายของชีวิต โดยทฤษฎีเมล็ดข้าวตกลงในดิน “ถ้าเมล็ดข้าวไม่ได้ตกลงในดินและตายไปมันจะเป็นเมล็ดเดียวเท่านั้น แต่ถ้ามันตาย มันจะบังเกิดผลมากมาย”(ยน.12:24) ทฤษฎีเมล็ดข้าวที่พระเยซูคริสตเจ้าสอนทำให้เราพบความเป็นจริงในชีวิตของมนุษย์ ซึ่งจะต้องดำเนินไปเช่นเดียวกับเมล็ดข้าวเมล็ดนั้นที่ยอมเปื่อยเน่าตายไปแล้วต้นใหม่จึงจะงอกขึ้น ออกรวงเกิดผลมากมาย มนุษย์จะมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าต่อเมื่อมนุษย์ยอมตายจากความเป็นมนุษย์เก่า ยอมสละการดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ น้อมรับการดำเนินชีวิตแบบใหม่ตามคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า ต้องยอมสละน้ำใจของตนเองน้อมรับพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า แน่นอนที่สุดใครที่ปรารถนาที่จะมีชีวิตใหม่จะต้องประสบความทุกข์ยากลำบาก ต้องยอมตายจากตนเอง การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้าจึงเป็นความหวังของเรา ถ้าเราเดินบนหนทางดียวกับพระองค์เราจะมีส่วนร่วมในพระสิริรุ่งโรจน์แห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ด้วย
การสมโภชปัสกาเป็นดั่งรุ่งอรุณใหม่แห่งชีวิตของมนุษย์ หลังจากมนุษย์ทำบาปทรยศต่อพระเป็นเจ้า มนุษย์ก็ตกอยู่ในความมืดมนของชีวิต อยู่ภายใต้เงาของบาปและความตาย พระวรสารนักบุญยอห์นแสดงให้เห็นว่าความมืดมนของชีวิต เงาของบาปและความตายกำลังจะผ่านพ้นไปแล้ว เพราะแสงสว่างใหม่กำลังจะมา “เช้าตรู่วันต้นสัปดาห์ ขณะที่ยังมืด มารีย์ชาวมักดาลาออกไปที่พระคูหา”(ยน.20:1) ช่วงวันและเวลาที่พระคัมภีร์กล่าวถึงแสดงถึงการเริ่มต้นใหม่ของชีวิตมนุษย์ เวลาเช้าตรู่ขณะที่ยังมืดอยู่เป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์กำลังจะทอแสงแห่งวันใหม่ ในช่วงเวลานี้ผู้คนตื่นขึ้นกำลังจะออกไปทำงาน นกกาเริ่มส่งเสียงร้องและออกหาอาหาร นี้คือเครื่องหมายของชีวิตและการเริ่มต้นวันใหม่หรือชีวิตใหม่ ทุกครั้งที่เราตื่นขึ้นในตอนเช้าเราทราบทันทีว่า “พระเป็นเจ้าประทานชีวิตใหม่ให้กับเราอีกวันหนึ่ง” ดวงอาทิตย์ขึ้นและดวงอาทิตย์ตกจึงเป็นเครื่องของชีวิตและความตาย ขอให้วันสมโภชปัสกาเติมความหวังให้ชีวิตของเราเป็นต้นในยามที่เราประสบความทุกข์ยากลำบากในชีวิต เพื่อเราจะได้มีความกล้าหาญที่จะเดินบนหนทางเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า มีส่วนร่วมในพระมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ และในที่สุดเราจะได้รับเกียรติรุ่งโรจน์ในการกลับคืนชีพเช่นเดียวกับพระองค์
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้เริ่มไปแล้วและจะจบ 30 เม.ย. 2012 ผู้ใดต้องการบริจาคทุนทรัพย์สนับสนุนให้เด็กๆในวัดของเรามีโอกาสเรียนคำสอน บริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
- หลังมิสซาวันอาทิตย์นี้ ชมรมผู้สูงอายุจะสอนวิธีการทำน้ำปรุง ผู้ใดสนใจจะศึกษาวิธีการ ให้ไปร่วมต้วกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซาบูชาขอบพระคุณ
- วันอาทิตย์ที่ 15 เม.ย. 2012 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด หลังมิสซาเวลา 10.30 น. จะมีรดน้ำอวยพรขอพรผู้สูงอายุ ที่ศาลาเรือนไทย และมีกิจกรรมทานอาหารร่วมกัน
- วันอาทิตย์ที่ 22 เม.ย. 2012 ชมรมเวชบุคคลคาทอลิกระดับสังฆมณฑล จะมาพบปะผู้ที่ทำงานเวชปฏิบัติในวัดของเรา และจะมีการออกหน่วยแพทย์รักษาเบื้องต้น แนะนำเรื่องสุขภาพ ฯลฯ หลังมิสซาบูชาขอบพระคุณ
- ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 29 เม.ย. 2012 หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าประชุมโดยพร้อมเพียง
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 08-04-2012
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต