บอกเล่าให้ฟัง
มีคริสตชนหลายคนถามพ่อว่า “ผี” มีจริงหรือเปล่า พ่อมักจะตอบว่า “ผี” แบบในละครหรือในภาพยนต์ พ่อไม่เชื่อในลักษณะนั้นหรอกนะ แต่พระศาสนจักรเชื่อเรื่องความสัมพันธ์ของบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ หรือสหพันธ์นักบุญ พระศาสนจักรมี 3 กลุ่มใหญ่ บรรดานักบุญหมายถึง ผู้ที่ได้รับความรอดพ้นแล้ว บรรดาผู้ล่วงลับที่ยังต้องรอการชำระวิญญาณของตนให้บริสุทธิ์แล้ว จะได้รับความรอดพ้นหรือไปสวรรค์ และพวกเราที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ที่ยังต้องเดินทางต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิต ทั้งสามกลุ่มนี้สามารถติดต่อมีความสัมพันธ์ต่อกันและกันได้ ในการอธิษฐานภาวนาและในความช่วยเหลือเกื้อกูลต่างๆ อาทิ นักบุญเสนอวิงวอนพระเจ้าเพื่อเรา เราสวดภาวนาให้กับวิญญาณทั้งหลาย และวิญญาณทั้งหลายสามารถช่วยเหลือเรา ฯลฯ และพ่อยังคิดต่อไปด้วยว่า พระศาสนจักรสอนอย่างชัดเจนว่ามีสิ่งสร้างที่เป็นจิตล้วนทั้งดีและชั่วร้าย เพราะฉะนั้นเราจึงแน่ใจได้ว่ามีพลังแห่งธรรมและพลังแห่งอธรรม
พลังแห่งธรรม หมายถึงพลังแห่งความดีซึ่งมาจากพระเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงคอยช่วยเหลือเกื้อกูลค้ำจุนชีวิตของเราเสมอมา พลังแห่งธรรมจะก่อให้เกิดความดีงามในชีวิตของมนุษย์ อาทิ ความเป็นหนึ่งเดียวกัน ความรัก ความเมตตากรุณา ความโอบอ้อมอารี ความเข้าใจ การให้อภัย ฯลฯ ถ้าเราสังเกตเห็นว่ามีสิ่งที่พ่อยกตัวอย่างมานี้และความดีอื่นๆในเชิงสร้างสรรค์ ในชุมชนแห่งความเชื่อของเรา ในครอบครัวของเรา และที่ไหนก็ตามที่มีคนอยู่ร่วมกัน แสดงว่าพระเจ้าประทับอยู่ที่นั่นและทรงอวยพรกิจการต่างๆ ทรงช่วยเหลือเกื้อกูลทุกๆคนที่อยู่ที่นั่น พลังแห่งธรรมนั้นอาจมาจากพระเจ้าโดยตรง หรือผ่านบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และบรรดาฑูตสวรรค์ของพระองค์ รวมทั้งการดำเนินชีวิตร่วมกันในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้า เพราะพระองค์ทรงสัญญาไว้ว่า “ที่ใดก็ตามที่ตั้งแต่สองคนขึ้นไป ทำกิจการต่างๆ ในพระนามของพระองค์ พระองค์จะประทับอยู่ที่นั่น และเมื่อวอนขอสิ่งใดพระบิดาเจ้าสวรรค์จะฟังคำของพวกท่าน”
พลังแห่งอธรรม หลังแห่งความเลวร้ายตามที่เราเคยเรียนคำสอนมา มีสิ่งสร้างที่เป็นจิตพวกหนึ่งมันทรยศต่อพระเจ้าและพ่ายแพ้ต่อพระองค์ ในที่สุดมันกลายเป็นปีศาจมารร้าย สิ่งสร้างนี้มันก็มีพลังเช่นเดียวกันและพวกมันจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อทำให้มนุษย์ที่พระเจ้าทรงรักพินาศมีสภาพเดียวกับพวกมันให้จงได้เพราะ ฉะนั้น พวกเราต้องระวังอย่าให้มันเข้ามาแทรกแซงมีอิทธิพลเหนือการดำเนินชีวิตและกิจการต่างๆที่เรากระทำ พลังแห่งอธรรรมบางครั้งมันอาจจะไม่ได้มาจากปีศาจมารร้ายโดยตรงก็ได้ เมื่อมีอะ ไรที่ไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นหลายๆครั้ง เราชอบโยนความผิดให้กับปีศาจมารร้าย แต่ความจริงจิตใจของเรามนุษย์ด้วยกันเองก็ใช่ย่อยเสียเมื่อไร เพราะเรามนุษย์มีเสรีภาพที่จะเลือกทำความดีหรือความชั่วก็ได้ นอกจากนั้นพระศาสนจักรยังสอนด้วยว่า หลังจากมนุษย์ตกในบาปแล้วมนุษย์มีความโน้มเอียงในทางชั่วแฝงอยู่ภายใน ในบทขอบ พระคุณในเทศกาลมหาพรตแบบเดิม เขาแปลไว้ว่าเราต้องพยายามตัดกิเสสปราบสันดาน ความจริงพ่อก็ชอบนะเพราะมันตรงดี เพราะ ฉะนั้นพวกเราต้องระวังนะครับถ้าเริ่มมีความไม่ไว้วางใจ เรื่องระหองระแหงต้องรีบขจัดมันออกไปเสีย อย่าปล่อยให้มันกลายเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ยึดตนเองเป็นหลัก นั่นแสดงว่าเข้าทางปีศาจมารร้ายจนในที่สุดสันติสุขความดีงามของชุมชนจะค่อยๆจางหายไป.
จากคุณพ่อเจ้าวัด
*******************************************************************************
พระเจ้าของเราทรงพระเมตตาและให้โอกาสเสมอ
เมื่อมีภัยพิบัติต่างๆ เหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นในโลกในสังคมของเรา อาทิ น้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหว พายุใหญ่เข้าถล่มเมืองนั้นเมืองนี้ อุกกาบาตตกในประเทศรัสเซีย สึนามิ ฯลฯ เราลองถามตนเองหรือลองฟังการบอกเล่าจากคนอื่นก็ได้ เราจะพบว่ามีคนจำนวนมากมุ่งความคิดมุ่งประเด็นไปที่ “พระเจ้าลงโทษเพราะมนุษย์ทำบาปทำผิดอะไรสักอย่าง” “หรือความชั่วร้ายบาปของมนุษย์” คำถามที่เกิดขึ้นมักจะออกมาในทำนองที่ว่า เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร ใครทำอะไรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้าไม่พอพระทัยหรือเปล่า ประเด็นคำถามที่นักบุญลูกากล่าวถึงในพระวรสารเป็นคำถามในทำนองนี้ คำตอบของพระเยซูคริสตเจ้าจึงเป็นการแก้ความเข้าใจผิดของมนุษย์ที่ว่า ภัยพิบัติและความทุกข์ยากลำบากต่างๆ มีต้นเหตุจากบาป “คนบางคนเข้ามาทูลพระเยซูเจ้าถึงเรื่องชาวกาลิลี ซึ่งถูกปีลาตสั่งประหารชีวิตในขณะถวายเครื่องบูชา” (ลก.13:1)
คำถามที่พระเยซูคริสตเจ้าถามประชาชน แฝงไปด้วยนัยสำคัญให้เราต้องไตร่ตรองชีวิตของเรามากๆ “ท่านคิดว่าชาวกาลิลีเหล่านี้เป็นคนบาปมากกว่าชาวกาลิลีทุกคนหรือ” (ลก.13:2) คนที่หอสิโออัมพังทับตายก็เช่นกัน พระองค์ถามคำถามเดียวกัน และพระองค์ทรงย้ำว่า “ถ้าท่านไม่กลับใจเปลี่ยนชีวิต ทุกท่านจะต้องพินาศไปเช่นเดียว กัน” (ลก.13:5) ที่พระองค์ตรัสเช่นนี้เพื่อต้องการจะเตือนเราว่า “บาปไม่ใช่เหตุผลโดยตรงของเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้น” ที่เหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นเพราะมนุษย์ขาดความรัก ความเมตตา และความรับผิดชอบ ไม่ได้ปฏิบัติตามพระประสงค์และกฎเกณฑ์ที่พระเจ้าวางไว้ ยอมให้กิเลสตัณหาครอบงำใจจนในที่สุดมนุษย์จะทำร้ายกัดกินกันเอง และทำลายทุกสิ่ง อีกนัยหนึ่งจากเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้น พระองค์ต้องการให้เราได้ไตร่ตรองถึงความเป็นอนิจจังของโลกและสรรพสิ่งในโลก ด้วยเหตุนี้แทนที่พระองค์จะตอบคำถามว่าทำไม หรือเพราะอะไร พระองค์กลับเชิญชวนให้ทุกคนกลับใจใช้โทษบาป ที่เหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นกับชนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นคนบาปมากกว่าเรา แต่เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจากธรรมชาติความเป็นอนิจจังของโลกและสรรพสิ่งอยู่แล้ว มีเกิดก็มีตาย มีความเจริญก็มีวันเสื่อมสลาย มีหนุ่มสาวและมีความชราภาพ ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกระบวนการนี้หลังจากมนุษย์ตกในบาปแล้ว เนื่องจากโลกเป็นอนิจจังอย่างนี้ พระเยซูเจ้าจึงเตือนให้เราดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ เพราะทุกคนเป็นคนบาปต้องการกลับใจใช้โทษบาปทั้งสิ้น
หลังจากเล่าเรื่องเหตุการณ์ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลา ชวนให้กลับใจใช้โทษบาปแล้ว นักบุญลูกาได้เล่าเรื่องต้นมะเดื่อเทศไร้ผล ท่านเน้นเรื่องความเพียรทนของพระเจ้าที่มีต่อความบาปผิดของเรามนุษย์ และท่านยังระบุเวลา 3 ปี ซึ่งตรงกับระยะเวลา 3 ปีที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงออกมาเทศน์สอนจนสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระเจ้าเสด็จมาตักเตือนเทศน์สอนมนุษย์ด้วยพระองค์เอง ประทานเครื่องหมายแห่งกาลเวลา สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปโทษของมนุษยชาติ อีกทั้งยังให้เวลาให้โอกาสมนุษย์มากมาย เพื่อให้มนุษย์กลับใจได้รับความรอดพ้น แต่ยังมีมนุษย์จำนวนมากมายไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ เราจึงเห็นได้ว่ามนุษย์สมควรพินาศ แต่พระเจ้ายังให้โอกาสและเพียรทนต่อเราอยู่เสมอ พระวาจาของพระเจ้าจึงเตือนใจเราให้ใช้เวลาและโอกาสที่พระองค์ประทานให้ ในการกลับใจใช้โทษบาปเพื่อเราจะได้รับความรอดพ้น.
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
*******************************************************************************
ประกาศ
- ในเทศกาลมหาพรตมีเดินรูป 14 ภาคก่อนมิสซาบูชาขอบพระคุณ วันเสาร์เวลา 19.00 น. วันอาทิตย์ เวลา 45 น. ส่วนกิจศรัทธาอื่นของดไป ให้พี่น้องทำส่วนตัวในเทศกาลมหาพรต
- ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตไปไว้ที่บ้าน เพื่อออมเงินที่ได้จาก การทำพลีกรรม จำศีลอดอาหาร การเสียสละเรื่องอื่นๆ และเงินที่พี่น้องปรารถนาที่จะช่วยผู้ด้อยโอกาส แล้วนำมาคืนที่วัดหลังจากจบเทศกาลมหาพรต
- วันเสาร์ที่ 6 เม.ย. 2019 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนา และร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10.00 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์ทานอาหารร่วมกัน
- วันอาทิตย์ที่ 7 เม.ย. 2019 เป็นวันอาทตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างเด็ก ผู้ที่ปรารถนาจะนำลูกหลานมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าและส่งข้อมูลล่วงหน้าด้วย
- วันอาทิตย์ที่ 7 เม.ย. 2019 ประชุมสภาภิบาล เวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
- ทางวัดจัดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ปีนี้มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 30- 40 คน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด
Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต
Tags: ประกาศจากทางวัด, ประกาศประจำสัปดาห์, วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต