ประมวลภาพ วันฉลองคริสต์มาส ในปี 2009 บรรยากาศ ความสนุกสนาน และความอบอุ่น เป็นกันเอง ของครอบครัววัดรังสิต จะดูน่ารัก สนุกสนาน แค่ไหน ต้องลองชมกันดูครับ แย้มนิดนึงว่า นี่เป็นเพียงบรรยากาศบางส่วนเท่านั้น ด้วยว่า ยังรวมรวมภาพจากกล้องมาไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้น หากใครเข้ามาชม แล้วยังไม่อิ่มอกอิ่มใจ ภาพน้อยไป ก็แวะเวียนกลับมาชมกันได้ใหม่ นะครับ จะพยายามเอาขึ้นให้เร็วที่สุดครับ
ประมวลภาพ วันฉลองคริสต์มาส ในปี 2009 บรรยากาศ ความสนุกสนาน และความอบอุ่น
December 25th, 2009สารวัด ฉบับที่ 831 วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2552 อาทิตย์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ
December 19th, 2009บอกเล่าให้ฟัง
เมื่อเทศกาลคริสตมาสใกล้จะมาถึงตามวัดและที่บ้านของพวกเราหลายๆบ้าน ก็เริ่มตั้งต้นคริสตมาสประดับไฟฟ้าและประดับดาวอย่างสวยงาม เมื่อเห็นต้นคริสตมาสแล้วทำให้คิดถึงต้นไม้อีกสองต้น ต้นที่หนึ่งคือต้นไม้ที่อยู่กลางสวนเอเดน ที่ต้นไม้ต้นนั้นมนุษย์ถูกล่อลวงตกในบาปทำผิดจนต้องพินาศเพราะการทำผิดครั้งนั้นเป็นการตัดความสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้าองค์แห่งชีวิตและความดี ซึ่งมีผลทำให้มนุษย์สูญเสียความดีที่เคยมีและตกต่ำลงเรื่อยๆ และนี่คือสาเหตุของความทุกข์ยากลำบาก ความเจ็บไข้ได้ป่วยและความตาย
สารวัด ฉบับที่ 830 วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม 2552 อาทิตย์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ
December 12th, 2009บอกเล่าให้ฟัง
การกลับใจใช้โทษบาปเป็นเรื่องสองเรื่องที่เรามักจะนำมาพูดต่อเนื่องกันเสมอ การกลับใจเป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์อย่างถอนรากถอนโคน หมายถึงการเปลี่ยน วิธีคิด วิธีพูด วิธีปฏิบัติในส่วนที่ไม่ตรงกับพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าทั้งหมดให้ตรงกับพระประสงค์ของพระองค์ เป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างถอนรากถอนโคน การกลับใจจึงไม่ใช่การลดละเลิกในการทำสิ่งที่ไม่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการเริ่มต้นด้วยความมุ่งมั่นในการทำคุณงามความดีอีกด้วย ดังนั้นการหยุดการทำชั่วหรืออบายมุขต่างๆตามเทศกาลเป็นการชั่วคราว เมื่อเทศกาลนั้นจบลงหรือเมื่อสิ้นสุดเวลาที่ได้ตั้งใจไว้จึงไม่ใช่การกลับใจที่แท้จริง ถ้าจะถามว่ามีประโยชน์ไหมก็คงต้องตอบว่ามีประโยชน์อยู่บ้างแต่น้อยมาก เพราะระหว่างที่อยู่ในช่วงเวลาลดละเลิกความชั่วร้าย และอบายมุขต่างๆก็อาจลดลงไปบ้างเป็นการชั่วคราว แต่หลังจากนั้นแล้วก็เหมือนเดิมอีก วงจรมันก็จะหมุนกลับมาถึงที่เดิมไม่มีอะไรใหม่
งานวันพ่อแห่งชาติ 2009 วัดรังสิต และ ฉลองศาสนนามคุณพ่อสมชาย
December 7th, 2009งานวันพ่อแห่งชาติ 2009 วัดรังสิต เริ่มต้นด้วยการอ่านบทอาเศียรวาทก่อนมิสซา และ หลังมิสซาก็ได้มีการมอบของที่ระลึกให้ตัวแทนคุณพ่อ 12 ท่าน และหลังจากนั้น ก็มีการกล่าวขอบคุณ คุณพ่อเจ้าอาวาสของเราเนื่องในโอกาสวันพ่อ และฉลองศาสนนาม(นักบุญฟรังซิส)ของคุณพ่อเจ้าอาวาสเราอีกด้วย ซึ่งหลังมิสซานั้น ก็มีการตัดเค็กแจกให้กับสัตบุรุษวัดรังสิต ได้รับประทานกันอย่างพร้อมหน้า และภายในเต็นท์ ก็ยังมีการแจกไอศครีมให้กับเด็กๆ อีกด้วย ยังมีอีกนิดทิ้งท้าย ในงานนี้ ทางวัดได้จัดช่อดอกไม้ เพื่อให้บรรดาลูกๆ ได้มีโอกาส นำไปกลัดที่อกเสื้อของคุณพ่อแต่ละท่าน เพื่อแสดงความกตัญญูต่อคุณพ่อในโอกาสวันพ่อนี้ ส่วนบรรยากาศจะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น ติดตามชมได้จากประมวลภาพของเราได้เลยครับ
สารวัด ฉบับที่ 829 วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2552 อาทิตย์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ
December 5th, 2009บอกเล่าให้ฟัง
เทศกาลต่างๆในรอบปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร เริ่มต้นด้วยเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เทศกาลพระคริสตสมภพ เทศกาลธรรมดา เทศกาลมหาพรต เทศกาลปัสกา เทศกาลธรรมดา และก็จะเวียนมาถึงจุดเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง พระศาสนจักรจัดเทศกาลในรอบปีพิธีกรรมอย่างมีความหมาย เหมาะกับฤดูกาลและวันเวลาเพื่อให้พวกเรารู้จักจังหวะในการดำเนินชีวิต รำพึงภาวนาไตร่ตรองถึงชีวิตของตนเองไม่ดำเนินชีวิตไปวันๆหนึ่งอย่างไร้จุดหมาย เรามีเทศกาลที่เรารอคอยด้วยความหวัง เทศกาลที่เราฉลองสมโภชด้วยความชื่นชมยินดี และเทศกาลธรรมดาที่เรามีชีวิตอย่างปกติสุขเรียบง่าย เปรียบเหมือนกับชีวิตคนที่มีเวลาโศกเศร้าต้องรอคอยอย่างมีความหวัง มีเวลาที่เรามีความสุขฉลองรื่นเริง และมีเวลาที่เราสามารถมีชีวิตที่สงบเงียบเรียบง่ายไม่โลดโผน
สารวัด ฉบับที่ 828 วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2552 อาทิตย์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ
November 28th, 2009บอกเล่าให้ฟัง
พระศาสนจักรสอนว่า ทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาปมีส่วนในความเป็นสงฆ์ของพระคริสตเจ้า เพราะฉะนั้นสงฆ์ในพระศาสนจักรจึงแบ่ง 2 ประเภทคือ สงฆ์ศาสนบริกรและสงฆ์สามัญ สงฆ์ศาสนบริกรก็คือพระสงฆ์ที่ถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณ โปรดศีลศักดิ์สิทธิ์ให้กับพวกเราอยู่เป็นประจำนั่นเอง ส่วนสงฆ์สามัญนั้นหมายถึงพวกเราทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาปแล้ว นักบุญเปาโลได้เปรียบเทียบพระศาสนจักรเป็นพระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้า และสมาชิกทั้งมวลของพระศาสนจักรเปรียบดังอวัยวะต่างๆของร่างกาย อวัยวะทุกๆส่วนของร่างกายจะต้องทำหน้าสุดความสามารถเพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ดังนั้นสงฆ์ศาสนบริกรก็ต้องทำหน้าที่สงฆ์ศาสนบริกรอย่างเติมที่ ในทำนองเดียวกันสงฆ์สามัญก็ต้องทำหน้าของตนสุดความสามารถเช่นเดียวกัน

















