เนื้อหาทั้งหมดของ ‘Uncategorized’

สารวัด ฉบับที่ 51205 วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 2018

Sunday, December 9th, 2018

บอกเล่าให้ฟัง

            แรงบันดาลจากพระวาจาของพระเจ้าในบูชาขอบพระคุณประจำ วันธรรมดา ก่อนที่จะสิ้นปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร ในช่วงเวลาที่กล่าวถึงนี้ พระศาสนจักรนำเอาพระวาจาของพระเจ้า จากหนังสือวิวรณ์และพระวรสารนักบุญลูกามาเล่าให้ฟังเพื่อเตือนใจเราทุกๆคน หนังสือวิวรณ์กล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของลูกแกะของพระเจ้า การเสด็จมาของบุตรแห่งมนุษย์ กำหนดเวลาแห่งการเก็บเกี่ยว พระยุติธรรมพระเจ้าที่จะปรากฏมา และการล่มสลายของบรรดามหาอำนาจและความยิ่งใหญ่ทางโลก พระวรสารนักบุญลูกากล่าวถึงความพินาศของนครเยรูซาเล็มซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวยิว เหตุการณ์ก่อนวันสิ้นพิภพ การเบียดเบียนต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับคนของพระเยซูคริสตเจ้า และในที่สุดความชั่วร้ายความอธรรมทั้งหลายจะต้องพ่ายแพ้ พระสิริรุ่งโรจน์พระยุติธรรมของพระเจ้าก็จะปรากฏมา

พี่น้องพระศาสนจักรจัดพิธีกรรมเช่นนี้ มิได้มีความประสงค์ที่จะขู่ให้เรากลัว แต่มีความประสงค์ให้เราย้อนไปดูเหตุการณ์ในอดีต เพื่อเราจะได้เข้าใจสัจธรรมแห่งชีวิตมากขึ้น ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตเวลานี้อยู่ที่ไหน อาณาจักรมหาอำนาจอันเกรียงไกรเป็นอย่างไร ความรุ่งเรืองที่เป็นความภูมิใจของผู้คนในสมัยนั้นไปไหนเสียแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอนิจจัง มันจะต้องเป็นเช่นนี้ตามกาลเวลา มีเวลารุ่งเรืองก็มีเวลาดับสูญไป แต่ใยมนุษย์ไม่สำนึกหลายคนยังหลงอยู่ในอำนาจวาสนาของตนเอง บางคนยังหลงระเริงอยู่กับความสนุกสนานทางโลก ยอมให้กิเลสตัญหา ความโกรธ ความโลภ ความหลง มันชักนำไปจนจะถึงปลายทางชีวิตอยู่แล้ว พระเยซูคริสตเจ้าเตือนว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนสมัยของโนอาห์ และสมัยของโลท คนมัวแต่กินดื่มสนุกสนานจนความพินาศมาถึงแล้วตั้งตัวไม่ทัน ที่จริงสิ่งที่พระวาจาของพระเจ้ากล่าวถึงก็เหมือนชีวิตของหลายๆคนที่กำลังดำเนินอยู่เวลานี้ บางคนพบกับคำว่าสายไปเสียเกินไป สิ่งที่อยากทำยังไม่ได้ทำ สิ่งต้องเตรียมยังไม่ได้เตรียม หรือบางคนก็ทำอะไรดูขำๆ เพราะสิ่งที่ต้องทำมาตั้งนานแล้วไม่ทำ แต่ทำเวลานี้ที่ทำไปแล้วไม่มีประโยชน์อะไรเลย อีกหลายๆคนอาจจะกำลังนึกเสียดายเวลาที่ผ่านไป ทำงานกันจนแทบจะล้มประดาตาย แต่ในที่สุดเงินทองที่หามาได้ก็ต้องมาจ่ายเป็นค่ารักษาตัวที่โรงพยาบาล อนิจจาคนที่ใช้ชีวิตไม่เป็นก็จะเป็นเช่นนี้

            เราอย่าปล่อยให้ชีวิตของเราโลดแล่นอยู่ในวังวนของอวิชา ต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติรอบคอบสำนึกรู้อยู่เสมอ สายตาคอยจับจ้องอยู่ที่เครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่พระเจ้าประทานให้ อ่านให้ออก และเข้าใจความหมายแห่งความเป็นจริงของโลกที่อยู่ตรงหน้าเรา เมื่อเป็นเช่นนี้การหมุนเวียนเปลี่ยนไปของเทศกาลต่างๆในรอบปีพิธีกรรม ก็จะช่วยเราให้เข้าใจสัจธรรมความจริงแห่งชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่เสมอทุกๆวัน มีความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิตใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ คุ้มค่ากับวันเวลาซึ่งเป็นของประทานจากพระเจ้า จนถึงวันที่พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ในวันนั้นจะเป็นวันชื่นชมยินดีสำหรับเรา เพราะเราจะสามารถยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ด้วยความเชื่อมั่นว่า เราได้ทำทุกอย่างสุดกำลังความสามารถแล้ว และทำตามที่พระเยซูคริสตเจ้าเคยบอกกับเราล่วงหน้าว่า “ท่านทั้งหลายจงยืนตรงเงยหน้าขึ้นเพราะความชื่นชมยินดีมาถึงท่านทั้งหลายแล้ว”

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เสียงตะโกนจากถิ่นทุรกันดาร

เมื่อคิดถึงถิ่นทุรกันดารทำให้เราคิดถึงความทุกข์ยากลำบาก ความแล้งแค้น ภยันตรายต่างๆ คิดถึงแดนเนรเทศที่ชาวอิสราเอลเคยอยู่ ยามที่พวกเขาตกเป็นเมืองขึ้นของชนชาติอื่น ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า พระวาจาของพระเจ้ากล่าวถึงเสียงร้องจากถิ่นทุรกันดาร มีเสียงของผู้ที่ร้องในถิ่นทุรกันดารว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป้นเจ้า จงเตรียมทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด(ลก.3:4) ภาพของหุบเหว ทางเดินที่คดเคี้ยวขรุขระกันดารและอันตราย เป็นสภาพของชีวิตมนุษย์หลังจากที่มนุษย์ตกในบาปแล้ว ความมืดมนของชีวิตเงาแห่งความตายเข้าปกคลุม    เสียงของยอห์นบัปติสตาที่ส่งเสียงออกมาจากสภาพอันน่าทุเรศทุรังของมนุษย์อย่างนี้ จึงเป็นเสียงแห่งความหวังที่บ่งบอกให้มนุษย์ทราบว่า พระเจ้าทรงซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญา ที่ทำไว้กับมนุษย์ว่าจะช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าจึงเป็นเทศกาลแห่งความหวัง

ยอห์นบัปติสตาส่งเสียงออกมาว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า…..ให้ตรง….หุบเขา…. ถมให้เต็ม….ภูเขาและเนิน….ปรับให้ต่ำลง…ทางคดเคี้ยว….เป็นทางตรง…ทางขรุขระ…ทำให้ราบเรียบ(ลก.3:4-5) เสียงนี้เป็นเสียงเตือนให้มนุษย์หันกลับมาสำรวจความเป็นจริงของชีวิตของตนเอง เทศกาลนี้จึงเป็นเทศกาลแห่งการกลับใจด้วย โดยเริ่มจากการเผชิญหน้ากับถิ่นทุรกันดาร ความทุเรศทุรัง ความมืดมน ซึ่งเป็นความเป็นจริงแห่งชีวิต การกลับใจจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ามนุษย์ยังยึดติดกับสภาพเดิมๆ ไม่รู้สึกรู้สมกับความน่ารังเกียจ ความเจ็บซ้ำซึ่งเกิดจากบาปที่ตนทำ ไม่ยอมรับความเป็นจริงแห่งชีวิตของตน สภาพเช่นนี้เป็นสภาพที่อันตรายและจะเป็นทางนำมนุษย์ไปสู่ความหายนะ ซึ่งนักบุญยอห์นอัครสาวกได้กล่าวถึงตั้งแต่เริ่มต้นพระวรสารของท่าน แสงสว่างแท้คือองค์พระวจนาตถ์ส่องสว่างเข้ามาในโลกแล้ว แต่โลกไม่ต้อนรับพระองค์ พระวจนาตถ์ประทับอยู่ในโลกและโลกถูกสร้าง โดยอาศัยพระองค์แต่โลกไม่รู้จักพระองค์ (ยน.1:10) มนุษย์ที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริงของตน เขาจะดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ ชีวิตจะจมอยู่ในความมืดมนต่อไป และยิ่งวันจะยิ่งจมลึกลงไปเรื่อย จนไม่มีโอกาสเห็นแสงสว่างแห่งธรรม จนกระทั่งต้องถึงแก่ความพินาศตลอดนิรันดร

แล้วมนุษย์ทุกคนจะเห็นความรอดพ้นจากพระเจ้า(ลก.3:6) คำกล่าวของท่านยอห์นบัปติสตาแสดงนัยสำคัญแห่งการกลับใจใช้โทษ ท่านบอกให้ถมหุบเหวปรับทางที่คดเคี้ยวขรุขระให้ตรงและราบเรียบ นั่นแสดงว่าเราต้องพิจารณาสภาพชีวิตของเรา เราจะยอมอยู่ในสภาพความมืดมนแห่งชีวิตอีกนานเท่าไร เราจะหลงอยู่ในวังวนแห่งความผิดหลง การเหินห่างจากพระเจ้าอีกนานเท่าใด เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดารบอกกับเราว่า เราต้องพยายามหาทางหลุดพ้นจากสภาพที่ย่ำแย่ และจะนำเราไปสู่ความหายนะ โดยการฟังเสียงของพระเจ้า พระวาจาของพระเจ้าที่ออกมาจากถิ่นทุรกันดาร สามารถเยียวยารักษาทุกสิ่ง ถ้าเราฟังพระวาจานั้นแล้วน้อมรับและปฏิบัติตาม ด้วยความสุภาพถ่อมตนยอมรับความเป็นจริงแห่งชีวิต ว่าแท้ที่จริงแล้วเราเป็นคนอ่อนแอ ต้องการพระเมตตาจากพระเจ้าเพื่อช่วยเหลือเยียวยารักษา การฟังเสียงของพระเจ้า น้อมรับ และวอนขอพระเมตตาของพระองค์ช่วยเหลือเช่นนี้ จะทำให้เราทุกคนพบกับความรอดพ้นที่พระเจ้าทรงนำมาให้.

 พระเจ้าสถิตกับท่าน

                                คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ 

  1. ขอจิตอาสาแสดงละครคริสตมาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไป ลงชื่อได้ที่คุณเล็ก
  2. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงานอาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภา อภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  3. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  4. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  5. วันอาทิตย์นี้ ประชุมสภาภิบาล หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 16 ธ.ค. 2018 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน

สารวัด ฉบับที่ 151201 วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018

Saturday, November 10th, 2018

บอกเล่าให้ฟัง

การกลับใจเป็นสิ่งจำเป็นในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น ในทางจิตวิทยาเขาเรียกกันว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรก็ตามพ่อเชื่อว่าไม่มีใครสามารถเปลี่ยนใครได้ นอกจากตนเองจะสมัครใจยินยอมเปลี่ยนเอง แม้แต่พระเจ้าผู้ทรง      สรรพานุภาพพระองค์สามารถทำได้ทุกสิ่ง ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้สำหรับพระองค์ แต่พระองค์ก็ไม่เปลี่ยนใครถ้าเจ้าตัวไม่ยินยอม เพราะพระเจ้าทรงสร้างเรามนุษย์มาด้วยความรัก และทรงประทานอิสรภาพให้มนุษย์ ทุกคน อีกทั้งทรงเคารพอิสรภาพที่ทรงประทานให้นั้น โดยให้มนุษย์เลือกปฏิบัติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติเลวด้วยการตัดสินใจของมนุษย์เอง พวกเราสังเกตุเห็นไหมว่าขนาดพระองค์ทรงยอมทนทรมานและสิ้นพระชนม์บน ไม้กางเขน เพื่อช่วยมนุษยชาติให้พ้นจากบาปโทษทั้งมวล แต่ทำไมยังมีคนบาปคนไม่ดีอยู่บนโลกใบนี้อีก นี่ก็แสดงว่าพระองค์ไม่ได้ทรงบังคับใครให้เป็นคนดี ถ้าใครปรารถนาที่จะเป็นคนดีต้องตัดสินใจประพฤติดีทำดีด้วยตนเอง

ใครเล่าจะเปลี่ยนชีวิตใครได้ นอกจากคนๆนั้นเขาจะยอมรับความจริงแห่งตนและยอมเปลี่ยน เขาต้องสำรวจตัวเองและรับรู้ว่ากิจการที่ตนเองปฏิบัติอยู่นั้นมันนำความเดือดร้อนเสียหายมาให้กับตนเองและผู้อื่น กิจการนั้นมันนำความน่าทุเรศทุรังมาสู่ตัวเขาจึงสำนึกได้ว่าเขาจำเป็นต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น  เพื่อพฤติกรรมของเขาจะได้เป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของสังคม และนำประโยชน์ให้กับตนเองและผู้อื่น ถ้าคนเรายอมรับความจริงในตนเองที่เป็นความผิดบกพร่องได้ และยินดีที่จะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น คนๆนั้นจะพบกับจุดเปลี่ยนแห่งชีวิตของตนและยอมปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิต พ่อเรียนจิตวิทยามาพอสมควรอยู่พบว่ามีนักจิตวิทยาหลายท่านพยายามหาวิธีการ ทำให้มนุษย์รู้จักตนเองเพื่อจะได้สามารถชี้ทางสว่างให้มนุษย์เปลี่ยนตนเองให้ดีขึ้นหรือกลับใจ แต่พ่อยังไม่เคยพบวิธีการไหนทำสำเร็จสักวิธีการเดียว แต่ไม่ได้หมายความว่าพ่อไม่เคยพบผู้ที่เข้าสู่กระบวนการทางจิตวิทยา แล้วเกิดการกลับใจเปลี่ยน แปลงชีวิตนะครับ  แน่นอนที่สุดพ่อเคยพบเห็นหลายท่านเหมือนกัน แต่เมื่อสอบถามแล้วพบว่ากระบวนการทางจิตวิทยาช่วยทำให้เขารู้จักตนเอง แต่การเปลี่ยนแปลงชีวิตการกลับใจมาจากคนๆนั้นที่ปรารถนาที่จะทำชีวิตของตนให้ดีขึ้น เพราะรู้ว่าชีวิตแบบเดิมมันไม่ดีสร้างความเสียหายให้ตนเองและผู้อื่น

ความผิดพลาดเป็นวิสัยของมนุษย์แต่การดื้อรั้นเป็นวิสัยของปีศาจ นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ปีศาจมันต้องตกนรกตลอดนิรันดร  เพราะพวกมันไม่ยอมสำนึกผิดกลับใจขอโทษพระเจ้า ซึ่งพระเจ้ายินดีที่จะให้อภัยเหล่าปีศาจอยู่แล้ว มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน พระเจ้าพร้อมที่จะให้อภัย และแสดงความเมตตาของพระองค์อยู่เสมอ แต่น่าเสียดายมีมนุษย์จำนวนไม่น้อยที่ไม่มีความสำนึกผิดชอบชั่วดีอะไร พวกเขาเมินเฉยต่อพระเมตตาและความพร้อมที่จะให้อภัยของพระเจ้า จองหองคิดว่าตนเองดีอยู่แล้วจึงไม่เข้าไปพึ่งพระเมตตาของพระเจ้า ไม่วอนขอพระเมตตาจากพระองค์ บุคคลเช่นนี้อยู่ในอันตรายที่จะสูญเสียวิญญาณได้ง่ายๆ พระเยซูคริสตเจ้าจึงกำชับอย่างจริงจังว่า “บาปทุกชนิดพระเจ้าจะทรงให้อภัย แต่บาปที่ทำผิดต่อพระจิตเจ้าจะไม่ได้รับการอภัยเลย” เพราะพระจิตเจ้าเป็นองค์ความจริง ใครก็ตามที่ทำผิดต่อความจริง ทำผิดแล้วไม่มีความสำนึกผิดไม่เคยคิดจะขอโทษพระเจ้า วอนขอพระเมตตาจากพระองค์คนๆนั้นจะได้รับการอภัยได้อย่างไร จึงสมควรแล้วที่บุคคลเช่นนี้ต้องได้รับโทษตามความผิดที่ตนได้กระทำไว้

จาก คุณพ่อเจ้าวัด 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มนุษย์มองดูภายนอกแต่พระเจ้าทรงทอดพระเนตรภายในจิตใจ

พระเยซูคริสตเจ้าทรงบริภาษบรรดาธรรมาจารย์อย่างรุนแรง จงระวังบรรดาธรรมาจารย์ ที่ชอบสวมเสื้อยาวเดินไปมา พอใจให้คนทั้งหลายคำนับตามลานสาธารณะ พอใจนั่งแถวหน้าในศาลาธรรม พอใจนั่งที่หัวโต๊ะในงานเลี้ยง (มก.12:38-39) อย่างนี้ คงไม่ใช่เพราะธรรมาจารย์ทุกคนต้องเป็นคนแบบนี้กันหมด แต่พระองค์ต้องการเตือนพวกเราให้ระวัง “อย่ามองคนแต่ภายนอก” เพราะคนบางคนชอบใช้วิธีการเหล่านี้ อาทิ ทำท่าศรัทธา ทำบุญอวดชาวบ้าน แต่งตัวหรูหรา ฯลฯ ในการดึงดูดความสนใจของผู้คน เพื่อเป็นบันไดทางสังคมและศาสนาก้าวสู่การมีหน้ามีตา ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความมีเกียรติ และตำแหน่งสูง โดยมีเบื้องหลังซับซ้อนแอบแฝงเพราะแท้ที่จริงแล้วเขาไม่ใช่คนดีอะไรเลย เมื่อพิจารณาการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในสังคมวันนี้ เราจะเห็นภาพชัดเจนว่าพวกเขาทำกันเพื่ออะไร และทำไมพระเยซูคริสตเจ้าต้องบริภาษรุนแรงขนาดนี้

และนี่ก็คือคำตอบ คนพวกนี้กินบ้านของหญิงม่าย (มก.12:40) ที่พระเยซุคริสตเจ้าใช้ หญิงม่าย เพราะหญิงม่ายในสมัยของพระองค์ เป็นคนที่ลำบากไม่มีเกียรติศักดิ์ศรีในสังคม พระองค์จึงใช้หญิงม่ายเป็นตัวแทนของคนจน คนด้อยโอกาสทั้งหลาย เมื่อเราพิจารณาคำตอบที่พระเยซูคริสตเจ้าให้ไว้ เราจะทราบทันทีว่าคนพวกนี้ต้องการหน้าตา เกียรติยศ และตำแหน่งสูงๆไปเพื่ออะไร ถ้าได้มาเพื่อจะได้ทำตามจิตตารมณ์แห่งความยิ่งใหญ่ตามที่พระองค์สอน ผู้ใดปรารถนาจะเป็นใหญ่จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นที่หนึ่งในหมู่ท่าน ก็ต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน (มก.10:43-44)       ก็ดีนะซิ และไม่ต้องลงทุนสร้างภาพขนาดนี้หรอก เพียงแค่เราลงมือปฏิบัติตามอย่างที่พระองค์สอนก็พอแล้ว แต่ที่สำคัญที่ต้องการเกียรติยศ ชื่อเสียง และตำแหน่งใหญ่โต เพื่อหาทางสบายโดยการเอารัดเอาเปรียบคดโกงชาติและผู้อื่น เป็นต้นผู้ที่อ่อนแอกว่า แต่อย่าลืมว่าเสียงร้องของคนจนคนอ่อนแอขึ้นไปถึงพระกรรณของพระเจ้าแล้ว และพระองค์ก็ไม่ได้ทอดพระเนตรอย่างมนุษย์ แต่ทอดพระเนตรถึงก้นบึ้งแห่งจิตใจของเรา คนเหล่านี้จะรับโทษหนักกว่าคนอื่น (มก.12:40)

ด้วยเหตุนี้กิจการที่จะมีคุณค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ต้องเป็นกิจการที่มาจากน้ำใสใจจริง กิจการหน้าไหว้หลังหลอกตบตาพระองค์ไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้คนที่มีน้ำใจดีทั้งหลายที่คอยช่วยเหลือพระศาสนจักร ก็อย่าคิดว่าพระเยซูคริสตเจ้าบริภาษพวกท่าน ถ้าพวกท่านทำกิจการต่างๆด้วยน้ำใจดีจริงใจปรารถนาที่จะช่วยพระศาสนจักร ช่วยผู้ด้อยโอกาส     จงทำต่อไปเพราะพระเจ้าจะอวยพรพวกท่าน ครอบครัว และกิจการพวกท่านด้วย เพราะทานของพวกท่านเป็นการให้ด้วยใจกว้าง จึงจัดได้ว่าเป็นทานที่มีคุณค่าในสายพระเนตรของพระองค์เหมือนกัน

ทานของหญิงม่ายที่พระวรสารกล่าวถึง เป็นทานที่มาจากน้ำใสใจจริง และตามกำลังความสามารถ นางได้ให้ด้วยใจและสุดความสามารถของนาง ทานที่นางทำจึงมีคุณค่าที่สุดในสายพระเนตรของพระเจ้า พระองค์ไม่ใช่นักคำนวณจึงไม่ได้ทอดพระเนตรเชิงปริมาณ แต่ทอดพระเนตรสิ่งที่มีอยู่ในส่วนลึกแห่งจิตใจของเรา พระเจ้าเป็นองค์แห่งความรัก ทรงมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเราแม้แต่ชีวิตของพระองค์เองด้วยความรัก ความรักคำนวณเป็นเชิงปริมาณตวงวัดไม่ได้ เรามนุษย์จึงต้องตอบสนองความรักของพระองค์ดุจเดียวกัน โดยทำทุกอย่างถวายแด่พระองค์ด้วยความรัก และความจริงใจ

พระเจ้าสถิตกับท่าน                                        

                                                                              คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

************************************************************

ประกาศ

  1. โครงการรณรงค์สวดสายประคำ 350,000 สาย ขอให้ทุกครอบครัว และกลุ่มองค์กรต่างๆ ของวัด นำแบบฟอร์มบันทึกการสวดสายประคำ ในเดือนตุลาคมมาส่งคืนที่วัด
  2. ขอจิตอาสาแสดงละครคริสต์มาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไป ลงชื่อได้ที่คุณเล็ก
  3. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันอาทิตย์ที่ 18 พ.ย.  2018 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  6. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด       
  7. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด

ประมวลภาพ สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์สัปดาห์แห่งพระมหาทรมาน (พฤหัสศักดิ์สิทธิ์)

Saturday, March 30th, 2013

สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์สัปดาห์แห่งพระมหาทรมาน(พฤหัสศักดิ์สิทธิ์) ประมวลภาพในวันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้างติดตามที่ gallery ด้านล่างนี้ครับ