เนื้อหาทั้งหมดของ ‘สารวัดแต่ละสัปดาห์’

สารวัด ฉบับที่ 832 วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม 2552 ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

Saturday, December 26th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

ในที่สุดปี ค.ศ. 2009 ก็ใกล้เวลาจะสิ้นสุดลง ในช่วงปลายปีเช่นนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่เราจะลองมาเปิดบัญชีชีวิตของเราขึ้นมาพิจารณาว่า วันเวลาซึ่งเป็นพระพรของพระเป็นเจ้าผ่านไปอีกหนึ่งปี เราได้ใช้พระพรของพระองค์ให้เกิดประโยชน์และมีคุณค่าต่อชีวิตของเราและต่อผู้อื่นมากน้อยแค่ไหน เราได้มีส่วนอย่างไรบ้างในการ สร้างสังคมของเราให้เป็นสังคมที่มีสันติสุขน่าอยู่ เป็นพระอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินนี้ พระเยซุคริสตเจ้าทรงสอนเราให้รีบเร่งทำงานในขณะที่ยังเป็นกลางวันอยู่ เพราะเมื่อกลางคืนมาถึงเราจะทำอะไรไม่ได้อีก กลางวันของชีวิตหมายถึงขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ส่วนกลางคืนของชีวิตหมายถึงเวลาที่เราเสียชีวิตลาจากโลกนี้ไปแล้ว ในช่วงเวลาดังกล่าวหมดเวลาของการทำคุณงามความดี หมดเวลาสำหรับการแก้ตัวใหม่ เป็นเวลาที่สายไปสำหรับการที่จะเริ่มต้นใหม่ทางโลก

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 831 วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2552 อาทิตย์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ

Saturday, December 19th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

เมื่อเทศกาลคริสตมาสใกล้จะมาถึงตามวัดและที่บ้านของพวกเราหลายๆบ้าน ก็เริ่มตั้งต้นคริสตมาสประดับไฟฟ้าและประดับดาวอย่างสวยงาม เมื่อเห็นต้นคริสตมาสแล้วทำให้คิดถึงต้นไม้อีกสองต้น ต้นที่หนึ่งคือต้นไม้ที่อยู่กลางสวนเอเดน ที่ต้นไม้ต้นนั้นมนุษย์ถูกล่อลวงตกในบาปทำผิดจนต้องพินาศเพราะการทำผิดครั้งนั้นเป็นการตัดความสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้าองค์แห่งชีวิตและความดี ซึ่งมีผลทำให้มนุษย์สูญเสียความดีที่เคยมีและตกต่ำลงเรื่อยๆ และนี่คือสาเหตุของความทุกข์ยากลำบาก ความเจ็บไข้ได้ป่วยและความตาย

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 830 วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม 2552 อาทิตย์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ

Saturday, December 12th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

การกลับใจใช้โทษบาปเป็นเรื่องสองเรื่องที่เรามักจะนำมาพูดต่อเนื่องกันเสมอ การกลับใจเป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์อย่างถอนรากถอนโคน หมายถึงการเปลี่ยน วิธีคิด วิธีพูด วิธีปฏิบัติในส่วนที่ไม่ตรงกับพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าทั้งหมดให้ตรงกับพระประสงค์ของพระองค์ เป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างถอนรากถอนโคน การกลับใจจึงไม่ใช่การลดละเลิกในการทำสิ่งที่ไม่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการเริ่มต้นด้วยความมุ่งมั่นในการทำคุณงามความดีอีกด้วย ดังนั้นการหยุดการทำชั่วหรืออบายมุขต่างๆตามเทศกาลเป็นการชั่วคราว เมื่อเทศกาลนั้นจบลงหรือเมื่อสิ้นสุดเวลาที่ได้ตั้งใจไว้จึงไม่ใช่การกลับใจที่แท้จริง ถ้าจะถามว่ามีประโยชน์ไหมก็คงต้องตอบว่ามีประโยชน์อยู่บ้างแต่น้อยมาก เพราะระหว่างที่อยู่ในช่วงเวลาลดละเลิกความชั่วร้าย และอบายมุขต่างๆก็อาจลดลงไปบ้างเป็นการชั่วคราว แต่หลังจากนั้นแล้วก็เหมือนเดิมอีก วงจรมันก็จะหมุนกลับมาถึงที่เดิมไม่มีอะไรใหม่

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 829 วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2552 อาทิตย์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ

Saturday, December 5th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

เทศกาลต่างๆในรอบปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร เริ่มต้นด้วยเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เทศกาลพระคริสตสมภพ เทศกาลธรรมดา เทศกาลมหาพรต เทศกาลปัสกา เทศกาลธรรมดา และก็จะเวียนมาถึงจุดเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง พระศาสนจักรจัดเทศกาลในรอบปีพิธีกรรมอย่างมีความหมาย เหมาะกับฤดูกาลและวันเวลาเพื่อให้พวกเรารู้จักจังหวะในการดำเนินชีวิต รำพึงภาวนาไตร่ตรองถึงชีวิตของตนเองไม่ดำเนินชีวิตไปวันๆหนึ่งอย่างไร้จุดหมาย เรามีเทศกาลที่เรารอคอยด้วยความหวัง เทศกาลที่เราฉลองสมโภชด้วยความชื่นชมยินดี และเทศกาลธรรมดาที่เรามีชีวิตอย่างปกติสุขเรียบง่าย เปรียบเหมือนกับชีวิตคนที่มีเวลาโศกเศร้าต้องรอคอยอย่างมีความหวัง มีเวลาที่เรามีความสุขฉลองรื่นเริง และมีเวลาที่เราสามารถมีชีวิตที่สงบเงียบเรียบง่ายไม่โลดโผน

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 828 วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2552 อาทิตย์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ

Saturday, November 28th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

พระศาสนจักรสอนว่า ทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาปมีส่วนในความเป็นสงฆ์ของพระคริสตเจ้า เพราะฉะนั้นสงฆ์ในพระศาสนจักรจึงแบ่ง 2 ประเภทคือ สงฆ์ศาสนบริกรและสงฆ์สามัญ สงฆ์ศาสนบริกรก็คือพระสงฆ์ที่ถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณ โปรดศีลศักดิ์สิทธิ์ให้กับพวกเราอยู่เป็นประจำนั่นเอง ส่วนสงฆ์สามัญนั้นหมายถึงพวกเราทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาปแล้ว นักบุญเปาโลได้เปรียบเทียบพระศาสนจักรเป็นพระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้า และสมาชิกทั้งมวลของพระศาสนจักรเปรียบดังอวัยวะต่างๆของร่างกาย อวัยวะทุกๆส่วนของร่างกายจะต้องทำหน้าสุดความสามารถเพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ดังนั้นสงฆ์ศาสนบริกรก็ต้องทำหน้าที่สงฆ์ศาสนบริกรอย่างเติมที่ ในทำนองเดียวกันสงฆ์สามัญก็ต้องทำหน้าของตนสุดความสามารถเช่นเดียวกัน

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 827 วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2552 อาทิตย์ที่ 34 สมโภชพระเยซูเจ้า กษัตริย์แห่งสากลจักรวาล

Saturday, November 21st, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

การร้องเพลงในพิธีกรรมหรือในการสวดภาวนา เป็นการสวดภาวนาถึงสองเท่า นักบุญบางท่านกล่าวไว้เช่นนี้ คงจะเป็นเพราะว่าการร้องเพลงไม่ใช่การออกเสียงธรรมดาแต่เป็นการออกเสียงในถ่วงทำนองที่ไพเราะ ซึ่งต้องใช้ความตั้งใจ ความสามารถและการฝึกฝนตามสมควร เพราะฉะนั้นคนที่พยายามร้องเพลงสรรเสริญพระเป็นเจ้าก็คือคนที่ใช้ความสามารถในการออกเสียงของมนุษย์อย่างดีที่สุดหรือสุดความสามารถ ที่พ่อกล่าวเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าพี่น้องต้องร้องเพลงเก่งทุกคน แต่พ่อต้องการจะบอกกับพี่น้องว่าพี่น้องต้องพยายามออกเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระเป็นเจ้าในพิธีกรรม มีพี่น้องหลายท่านถามพ่อว่า “ทำไมเณร ผู้ฝึกหัด ซิสเตอร์และพระสงฆ์ส่วนใหญ่ ร้องเพลงเพาะ เล่นดนตรีได้” แน่นอนที่สุดคงไม่ใช่เพราะมีพรสวรรค์หรือมีความสามารถพิเศษอะไร แต่เป็นเพราะว่าในบ้านเณรและในอารามต่างๆมีการสอนดนตรีและขับร้อง และที่สำคัญที่สุดก็คือมีการร้องเพลงในพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณทุกวันรวมทั้งในพิธีกรรมอื่นๆด้วย เมื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งร้องเพลงด้วยกันบ่อยๆแต่ละคนจะค่อยปรับเสียงทำให้เกิดการประสานกลมกลืนกันในที่สุด

(more…)