เนื้อหาจาก May, 2022

สารวัด ฉบับที่ 151383 วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา

Wednesday, May 25th, 2022

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูยอห์น

ยน 13:31-33 ก, 34-35

เวลานั้น เมื่อยูดาสออกไปแล้ว พระเยซูเจ้าตรัสว่า “บัดนี้ บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ และพระเจ้าทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในบุตรแห่งมนุษย์ด้วย ถ้าพระเจ้าทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในบุตรแห่งมนุษย์ พระเจ้าจะทรงให้บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในพระ องค์ด้วย และจะทรงให้บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ทันที           ลูกทั้งหลายเอ๋ย เราจะอยู่กับท่านอีกไม่นาน เราให้บทบัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลาย ให้ท่านรักกัน เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร  ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด ถ้าท่านมีความรักต่อกัน ทุกคนจะรู้ว่า ท่านเป็นศิษย์ของเรา”

                         ข้อคิด                    

ทุกวันอาทิตย์ในเทศกาลปัสกา จะเน้นคำสอนสำคัญของพระเยซูเจ้าเสมอ อาทิตย์ที่แล้วเน้นว่าพระเยซูเจ้าเป็นนายชุมพาบาลที่ดี วันอาทิตย์นี้เน้นบทบัญญัติแห่งความรัก พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด” ในบรรดาบทบัญญัติที่พระองค์ประทานให้แก่เรา บัญญัติประการนี้สำคัญที่สุด เพราะเป็นบทสรุปของบทบัญญัติทุกอย่าง เราอาจพูดได้ว่า ความล้มเหลวเดียวของการเป็นคริสตชน ก็คือความล้มเหลวที่จะรัก.

 

เราให้บัญญัติใหม่แก่ท่าน

…ให้ท่านรักกันละกัน เหมือนอย่างที่เรารักท่าน

มีสิ่งใดใหม่…ในบัญญัตินี้ กระนั้นหรือ?

บัญญัติเก่าของอิสราเอลบอกเรื่องเดียวกันมิใช่หรือ?

….จงรักพระเจ้าและเพื่อนพี่น้องอย่างสุดกำลังของเจ้า

ศาสนาจากซีกโลกตะวันออกก่อนคริสตกาลประกาศเรื่องเดียวกันมิใช่หรือ

ปราชญ์ชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่วนเวียนอยู่บนเส้นทางสายเดียวกันมิใช่หรือ

ความใหม่ของบัญญัตินี้แอบซ่อนอยู่ ณ ที่ใด

 

ณ บนภูเขาทาบอร์ พระเยซูเฝ้าประกาศหนทางแห่งมหาบุญลาภ

…รักแม้กระทั่งเขาคนนั้นที่ไม่เคยมีกลิ่นไอของความน่ารัก

…ตอบแทนความชั่วด้วยความดีงาน

…มอบการให้อภัยแทนความโกรธแค้น

ณ บนเขากัลวารีโอ

พระเจ้าผู้นี้ทรงประกาศหนทางแห่งความรักใหม่

…พระบิดาเจ้าข้า โปรดอภัยแก่เขาเถิด เพราะเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร

ดวงตาคู่นั้นของพระองค์ที่ถูกตรึงไม่เคยส่องประกายโกรธแค้น

…แต่ให้อภัยทุกผู้คน

ทั้งหมดเป็นความรักที่…อยู่เหนือเหตุผลทั้งมวลของมนุษย์

ถ้าความรักเดิมของมนุษย์อยู่ในขอบเขตของเหตุผล

…ความรักใหม่ของพระเจ้า แผ่ขยายกว้างไกลกว่ากรอบของเหตุผล

 

ฉันจึงได้ยินเสียงกระซิบ

…ปล่อยวางความโกรธแค้นขุ่นเคือง และก้าวเดินไปหาเขาอย่างอบอุ่น

…มอบรอยยิ้มอ่อนโยนแก่เขาคนนั้นที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของฉัน

…ให้อภัยแก่เขาคนนั้นที่ทำให้ฉันบาดเจ็บ

         

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2022      สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา   วันอาทิตย์แห่งนายชุมพาบาลที่ดี

พี่น้องที่รัก วันนี้พระเยซูเจ้าตรัสว่า….. “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา เราให้ชีวิตแก่แกะเหล่านั้น และมันจะไม่พินาศเลยตลอดนิรันดร…!!!”    หลังจากที่พระเยซูเจ้าผู้ได้เสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ พระองค์ได้ประจักษ์พระองค์ให้บรรดาสาวกและศิษย์ได้เห็นเพื่อยืนยันพระองค์เอง และบรรดาสาวกและศิษย์ก็ได้เชื่อมั่นในพระองค์ พวกเขาได้รับพระคุณของพระจิตเจ้า พวกเขามีความกระตือรือล้น ในการประกาศเทศน์สอน โดยไม่หวั่นกลัว แม้จะถูกเบียดเบียน-ถูกต่อต้าน พวกเขาเฝ้าประกาศชีวิตของพระเยซูเจ้า องค์พระเยซูเจ้าผู้พร่ำสอนให้เชื่อและรักพระเจ้าเที่ยงแท้ พระองค์สอนให้เชื่อและรักพระเจ้า และรักเพื่อนมนุษย์ ตลอด 3 ปี ที่พระเยซูเจ้าชี้ให้มนุษย์มองเห็นหนทางของความสุขเที่ยงแท้ถาวร – ให้รู้ถึงหนทางของการมีชีวิตนิรันดร พวกสาวกได้อยู่กับพระเยซูเจ้า และรับรู้ถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ พระเยซูเจ้าทรงตั้งบรรดาสาวก-บรรดาศิษย์และมีบัญชาแก่เราทุกคนด้วย…       เราแต่งตั้งท่านให้เป็นแสงสว่างส่องนานาชาติ เพื่อท่านจะได้นำ ความรอดพ้นไปจนสุดปลายแผ่นดิน”    น้องที่รัก พระองค์พระเจ้าได้เสด็จมาตามพันธสัญญาที่ให้ไว้ พระองค์เสด็จมาไถ่บาป-มาไถ่เราให้เป็นอิสระ พระองค์เสด็จมาชี้หนทางแห่งความรอด และนำเราทุกคนกลับสู่ความเป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์ เราทุกคนจึงมีหน้าที่ประกาศและนำคนอื่นทุกคนกลับมาอยู่ในคอกแกะ – มาอยู่ในหนทางแห่งความรอดที่พระองค์ทรงชี้บอกแก่เราด้วย

****      ขอบพระคุณ….และขอบพระคุณพี่น้องทุกๆท่าน ที่ได้แสดงความ       ปรารถนาดีและมาร่วมโมทนาคุณพระเจ้าพร้อมกับพ่อโอกาส  40 ปีแห่งสังฆภาพ 40ปีในชีวิตสงฆ์ที่รับใช้พระเจ้า หากปราศจากพระพรของพระ และน้ำใจดีของพี่น้องแล้วไซร์ คงไม่อาจอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ขอบพระคุณใน     ทุกสิ่งที่พี่น้องได้มอบให้กับพ่อ  สิ่งเดียวที่พ่อจะขอตอบแทนพี่น้องทุก           ท่าน ก็คือ คำภาวนาและการถวายมิสซา วอนขอพระเจ้าได้ตอบแทน  พี่น้องเป็นร้อยเท่าทวีคูณ!!!  และตามที่พี่น้องทราบแล้ว บัดนี้  มีคำสั่งให้พ่อย้ายไปอยู่วัดพระกุมารเยซู  บางนา กม.8 พ่อก็ขอถือโอกาสนี้อำลาพี่น้องทุกท่าน พ่อจะขออนุญาตถวาย          มิสซาในวันอาทิตย์ที่ 15 พค. นี้เป็นอาทิตย์สุดท้าย  “ความรักของพระเจ้า คือ..ไม่มีเงื่อนไข…ไม่มีข้อจำกัดและสมบูรณ์ที่สุด

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2022    สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา

บัดนี้ เข้าสู่ สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา เราได้เฉลิมฉลองการเสด็จกลับ คืนชีพของพระเยซูเจ้า และพระเยซูเจ้าได้ประจักษ์พระองค์ให้กับบรรดาสาวกได้เห็นหลายครั้ง ทำให้บรรดาสาวกและบรรดาศิษย์มีความเชื่อในพระองค์ พวกสาวกได้ประกาศองค์พระเยซูเจ้าไปยังผู้คนต่างๆ มากมาย   ตามเมืองต่างๆ    แม้จะมีผู้คนจำนวนหนึ่งต่อต้านและเบียดเบียน แต่พวกเขาก็มิได้ย่อท้อ เดินทางไปหลายแห่ง ประกาศให้เชื่อในพระเยซูเจ้า เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ ที่ได้เสด็จมาไถ่บาป ไถ่เราให้กลับมาเป็นบุตรบุญธรรมของพระเจ้า ให้เชื่อในองค์พระเยซูเจ้า    ให้เชื่อในคำสั่งสอนของพระองค์ ผู้ทรงสอนให้รักพระเจ้าสุดหัวใจ และรักเพื่อนมนุษย์ และผู้ใดที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ ก็จะพบความสุข และจะได้รับชีวิตนิรันดร    นักบุญยอห์นในหนังสือวิวรณ์ ท่านได้กล่าวว่า ท่านได้เห็นฟ้าใหม่และแผ่นดินใหม่ เป็นนครเยรูซาเล็มใหม่ ที่พระเจ้าได้ไถ่ให้พ้นบาป ทำให้มนุษย์กลับคืนดีกับพระเจ้า       นักบุญยอห์นในพระวรสารวันนี้ ก็เน้นย้ำกับทุกคน พระเยซูเจ้าได้ให้บทบัญญัติใหม่แก่เรา ให้เรารักกันและกัน  พระเจ้าได้ทรงรักเราอย่างมาก มาย เราจึงต้องรักตอบพระเจ้า และรักกันและกันให้มาก และเมื่อเราดำเนินชีวิตโดยรักกันและกัน โลกก็จะรู้ว่า เราเป็นศิษย์ของพระองค์ พี่น้องที่เคารพ เราต้องยอมรับว่า พูดง่ายว่ารัก แต่จะปฏิบัติความรักนั้นยากทีเดียว เมื่อพูดว่ารัก จำต้องมีกิจการ ความเชื่อและความรักต่อพระเจ้า มิใช่อยู่ที่คำพูดหรือลมปาก  ความรักต้องแสดงออกด้วยกิจการ หรือการกระทำ   การมีเมตตา แสดงออกด้วยการกระทำ – การช่วยเหลือ – การมีน้ำใจ – การให้ – มีความปรารถนาดี-แบ่งปัน ไม่นินทาให้ร้าย ไม่พูดถึงผู้อื่นในแง่ไม่ดี การแสดงออกว่ารักพระ คือการสวดภาวนา การมาวัด การทำกิจศรัทธาต่างๆ และเพราะรักพระ เราจึงรักผู้อื่น –  ปรารถนาดีต่อทุกคน  โลก – สังคมจะมีความสุขแท้   เราทุกคนจะมีความสุขแท้ เมื่อเราพยายามรักพระให้มาก และพยายามรักทุกคนด้วยใจจริง และนั่นคือ การเป็นคริสตชน เป็นศิษย์ที่แท้จริงของพระองค์

***      วันนี้ คงเป็นวันอาทิตย์สุดท้ายที่พ่อจะถวายมิสซาเพื่อพี่น้องสัตบุรุษวัด    รังสิตทุกๆ คนในฐานะพระสงฆ์เจ้าอาวาส ซึ่งพ่อได้เคยกล่าวแล้ว มิใช่เฉพาะวันอาทิตย์ แต่ทุกๆวัน พ่อได้สวดภาวนา-ถวายมิสซา เพื่อพี่น้องทุกๆคนและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อผู้มีน้ำใจดีทุกท่านที่ได้ช่วยเหลือวัดและช่วยเหลือพ่อตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มันจะอยู่ในความทรงจำของพ่อเสมอ ขอบพระคุณและขอบพระคุณอีกครั้ง วอนขอพระเจ้าตอบแทน      พี่น้องทุกท่านเป็นร้อยเท่าทวีคูณ

***   ขอประกาศให้พี่น้องทราบด้วย  บัญชีพร้อมเพย์ เลขบัญชี 081-874-0878       ธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชี VORAVUTH KITSAKUL โดยการแสกน QR    Code ซึ่งเป็นเลขเดียวกับโทรศัพท์ของพ่อ จากนี้ไป หากพี่น้องต้องการจะ  ทำบุญหรือขอมิสซาจากวัดรังสิต พี่น้องก็รอจากคุณพ่อเจ้าวัดใหม่นะครับ  คงจะแจ้งทางสารวัดให้พี่น้องทราบต่อไป

***        สำหรับเรื่องอื่นใด จากนี้พี่น้องก็ติดต่อคุณพ่อเจ้าวัดใหม่หรือติดต่อสภาอภิบาลวัดนะครับ หรือหากมีสิ่งใดที่พ่อติดค้างไว้ ก็ขออภัยด้วยนะครับ หรือ  ติดต่อพ่อที่เบอร์เดิมครับผม!!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

ขอให้พวกเราเชื่อ-ศรัทธา และเข้าใจถึงแผนการและน้ำพระทัยของพระองค์เสมอทุกวันเวลา สวดภาวนามากขึ้น เหมือนคนป่วยที่ต้องการหมอและยารักษามากขึ้นๆ ถ้าเราโกรธไม่ไปพบหมอ-ไม่ไปรับยารักษาโรคก็คงไม่หาย เราจะมีกำลังใจ-เราจะได้รับการรักษา เมื่อเราเชื่อ-ศรัทธาและสวดภาวนามากขึ้น

พวกเราได้ยินได้ฟังพระเยซูเจ้าทรงสรุปบัญญัติแห่งความรักนี้ มานับครั้งไม่ถ้วน การได้ยินได้ฟัง ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หน มันก็ไม่สำคัญเท่ากับ “การปฏิบัติ”  ปฏิบัติกิจแห่งความรัก รักพระเจ้าและรักเพื่อนมนุษย์ซึ่งก็ดูเหมือนว่า เป็นคำพูดง่ายๆ แต่ไม่ง่ายที่จะปฏิบัติ  กระนั้นก็ไม่ยากจนปฏิบัติไม่ได้

พระเจ้าสอนใจเราทุกคนแล้วครับ เราจงเลียนแบบกษัตริย์ซาโลมอนเถิด เพราะเมื่อเราวอนขอปรีชาญาณ ขอความรู้-ความเข้าใจ  เพี่อจะแยกแยะความดีกับความชั่ว   ถ้าเราได้รับพระพรนั้นจากพระเจ้า ชีวิตของเราจะรุ่งเรือง

พระองค์ก็เปรียบพระองค์เป็นพ่อ  เรียกลูก 2 คนให้ไปทำงาน คนหนี่งตอบรับจะไปทำงาน แต่แล้วก็ไม่ไป อีกคนหนึ่งตอบพ่อว่า “ไม่อยากไป”  แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ และไปทำงานในสวนของพ่อ ลูกคนไหนเป็นลูกที่ดีของพ่อล่ะครับ ?!?  พี่น้องครับ หลายๆครั้ง เราก็เป็นเช่นนี้กับพระเจ้า ขอให้เราสำนึกตัวอยู่เสมอ จงทำทุกสิ่งตามที่พระองค์เรียกและบอกเรา

เราต้องรักพระเจ้าสุดหัวใจของเรา รักพระองค์มากกว่าใครทั้งมวลในโลกนี้ เริ่มจากเรารักพระเจ้าก่อน และถ้าเรารักพระจริงๆ เราจะรักผู้อื่นได้อย่างอัตโนมัติ

ชีวิตที่อาจจะเกียจคร้าน หรือเย็นชาในการสวดภาวนา-การไปวัด ชีวิตที่ขาดความเชื่อ-ความศรัทธา คงจะต้องเปลี่ยนเป็นแบบนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลที่เราฉลองแต่มิใช่เปลี่ยนด้วยคำพูดแต่ต้องเปลี่ยนด้วยกิจการการกระทำของเราด้วย

ทุกครั้งที่เราทำบาป เราก็ประกาศเช่นเดียวกับพวกเขาเหล่านั้นว่า “เอาพระองค์ไปตรึงกางเขน” (แทนเราที่ต้องรับโทษที่ได้ทำผิดนั่นเอง)                บัดนี้เป็นเวลาแห่งความรอด จงกลับใจ-เปลี่ยน แปลงชีวิต มิฉะนั้นแล้ว เราจะพินาศ…..จงกลับใจ ใช้โทษบาป และเจริญชีวิตใหม่ในพระองค์

เราได้รับรู้เรื่องของแตงโม รอคอยให้ทุกคนพูดความจริง แต่เราก็ได้สัมผัสชีวิตอีกแง่มุมของเธอ เธอบอกเสมอว่า อาทิตย์หนึ่งมีเจ็ดวัน เธอมอบให้พระเจ้าสามวัน วันอาทิตย์ไปนมัสการพระเจ้า อีกสองวันไปทำกิจการกุศล เธอกล้าที่จะพูดแสดงออกถึงความรักพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์  แล้วเราได้จัดสรรเวลาของเราให้พระเจ้าอย่างไรบ้าง??

พระองค์เป็นบิดาที่รอคอยให้บุตรคนเล็กกลับมาหาบิดา พระองค์ขอให้บุตรคนโตกลับเข้าบ้าน และร่วมยินดีกับน้องชาย พระองค์บอกกับหญิงที่ถูกจับขณะล่วงประเวณี ว่า “เราก็ไม่ลงโทษเธอ…ไปเถอะและอย่าทำบาปอีก”  นางทาสคนนั้นได้รับการซื้อด้วยราคาค่าตัวที่แพงมาก เธอมีอิสรภาพ แต่เธอก็ไม่ไปไหน เธอสมัครใจอยู่กับผู้ที่ซื้อชีวิตเธอ!!!!

เทศน์และเตือนใจโดย คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151382 วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

Wednesday, May 25th, 2022

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูยอห์น

ยอห์น 10:27-10

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสว่า  “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา เราให้ชีวิตนิรันดรแก่แกะเหล่านั้น และมันจะไม่พินาศเลยตลอดนิรันดร ไม่มีใครแย่งชิงแกะเหล่านั้นไปจากมือเราได้ พระบิดาของเรา ผู้ประทานแกะเหล่านี้ให้เรา ทรงยิ่งใหญ่กว่าทุกคน และไม่มีใครแย่งชิงไปจากพระหัตถ์ของพระบิดาได้ เรากับพระบิดาเป็นหนึ่งเดียวกัน”

                         ข้อคิด                    

วันอาทิตย์ที่ 4 เทศกาลปัสกา ได้ชื่อว่าเป็น “วันอาทิตย์แห่งนายชุมพาบาลที่ดี” เพราะพระวรสารวันนี้พูดถึงนายชุมพาบาลที่ดีก็คือองค์พระเยซูเจ้า พระองค์ตรัสว่า “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา เราให้ชีวิตนิรันดรแก่แกะเหล่านั้น และมันจะไม่พินาศเลยตลอดนิรันดร” ภาพพจน์ของนายชุมพาบาลที่ดีเป็นภาพพจน์ที่สวยงาม และน่ารักที่สุดประการหนึ่งของพระเยซูเจ้า รอบตัวเรามีเสียงมากมาย เสียงใดบ้างที่ควรจดจำ เราบอกว่าเราเป็นแกะของนายชุมพาบาลที่ดี แต่กระนั้นเราไม่ได้ฟังและติดตามพระองค์เสมอไป เราจงไตร่ตรองในความล้มเหลวของเราในการตอบสนองความรักและความเอาใจใส่ของพระองค์ที่มีต่อเรา.

 

 เขาเป็นชนชาติพเนจร

เร่ร่อนไปกับฝูงแกะ…จากทุ่งหญ้าสู่ทุ่งหญ้า

คนเลี้ยงแกะ…แม้มีชื่ออยู่ในตำนานของชนชาติ

แต่ไม่เคยได้รับคุณค่าและความไว้วางใจ

พวกเขาถูกมองเป็นโจรพเนจรและผู้หลอกลวง

พวกเขาถูกถือว่ามีมลทินและเป็นคนนอกศาสนา

พวกเขาไม่มีเครดิตและคำพยานของเขาไม่มีน้ำหนัก

คนเลี้ยงแกะ…เร่ร่อนไปนอกชายขอบความศิวิไลซ์

…ผ่านความร้ายกาจ และอันตรายของผืนทรายระอุร้าง

…สวมใส่เสื้อแห่งความมีมลทิน ก้าวเดินในความโดดเดี่ยว

…กินนอนกับฝูงแกะมากกว่าฝูงคน

และ…ไม่เคยพบที่แห่งศักดิ์ศรีในสังคมร่วมสมัย

เขาก้มหน้าเดินวนเวียนอยู่ในหุบเหวสังคมอันต่ำต้อย

 

ชายหนุ่มจากนาซาเร็ธ มองตน…เป็นคนเลี้ยงแกะ

ทรงพเนจรไปกับสังคมเร่ร่อน…จิ้งจอกยังมีโพรง นกยังมีรัง

แต่บุตรแห่งมนุษย์ไม่มีที่ที่จะวางศีรษะ

เขาคือประกาศกพเนจร ที่ถูกขับไล่จากบ้านเกิด

เขาก้าวเดินต่อไปยังเป้าหมายใหม่…ไม่ท้อแท้ หรือหมดหวัง

…แม้ต้องสลัดฝุ่นที่เท้ามากมายหลายหน

เขาไม่เคยหลงใหล…แม้ฝูงชนรอบข้างจะโห่ร้องชื่นชม

เขาไม่เคยถูกผูกมัด…เว้นแต่เมื่อต้องขึ้นเขากัลวารีโอ

ในวันนั้น…เขาถูกนำไปยังดินแดนประหาร

ถูกจับมัดอยู่บนกางเขน…และถูกกักขังอยู่ในคูหา

แต่…นั่นเป็นเพียงที่พำนักชั่วคราว

เพราะ…แม้กางเขนและคูหาจะสามารถหยุดยั้งทุกผู้คนที่ผ่านมา

แต่…ไม่อาจหยุดยั้งคนเลี้ยงแกะจากนาซาเร็ธ

 

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2022      สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาสาวกว่า….. จงเหวี่ยงแหไปทางกาบเรือด้านขวาซิ แล้วจะได้ปลา”                       

บรรดาศิษย์จึงเหวี่ยงแหออกไปตามที่พระเยซูเจ้าได้ตรัส…แต่ดึงขึ้นไหว เพราะ ได้ปลาเป็นจำนวนมาก…  พี่น้องที่รัก หลังจากพระเยซูเจ้าถูกจับ-ถูกเฆี่ยนตี และถูกเอาไปตรึงกางเขนเยี่ยงโจร บรรดาสาวกและบรรดาศิษย์ต่างสิ้นหวัง พวกเขาเคยหวังในองค์พระเยซูเจ้า ว่าจะเป็นผู้ที่จะเสด็จมาช่วยพวกเขา แต่พระองค์กลับถูกประ หารชีวิต แล้วพวกเขาจะหวังอะไรอีก พวกเขากลับบ้าน..ดำเนินชีวิตเหมือนเดิมกลับไปเป็นชาวประมง…แต่…แต่…พระเยซูเจ้าได้เสด็จมาพบพวกเขา หลังจากที่พระองค์เสด็จกลับคืนชีพ พระองค์ทรงแสดงพระองค์แก่พวกเขา สนทนากับพวกเขา พระ องค์พิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า เป็นพระองค์จริงๆ    พระวรสารโดยนักบุญยอห์น บันทึกไว้ว่า….พวกเขาจับปลาไม่ได้เลย แม้จะทำทั้งวันทั้งคืน อาชีพเก่าที่พวกเขาเคยทำ พระเยซูเจ้าเพียงบอกให้เขาเหวี่ยงแหไปทางกาบเรือด้านขวา พวกเขากลับจับปลาได้มาก  มากอย่างที่พวกเขาไม่เคยทำได้มาแต่ก่อน….!!!      พี่น้องครับ วันนี้ พระองค์ต้องการจะบอกอะไรแก่เรา…???    เมื่อเรารู้สึกผิดหวัง-หมดหวังในองค์พระเยซูเจ้า แล้วหันกลับไปดำเนินชีวิตเดิมๆ   เราจะพบความไม่สำเร็จ (เราจับปลาไม่ได้เลย) แต่ถ้าหากเราเชื่อและกลับมาดำเนินชีวิตตามที่พระองค์ตรัสและสอนเรา เราจะประสบความ สำเร็จ วันนี้ พระวารสารยังกล่าวถึงนักบุญเปโตร เปโตรที่เคยปฏิเสธพระองค์ถึง 3 ครั้ง และเราก็ทราบว่า เปโตรรู้สึกเสียใจที่ได้ทำเช่นนั้น นักบุญเปโตรได้เปลี่ยนชีวิตมาเชื่อและตอบกับพระเยซูเจ้าว่า… “ท่านรักพระองค์” พระเยซูเจ้าจึงมอบหมายให้นักบุญเปโตรดูแลและเลี้ยงดูลูกแกะ คือ เราคริสตชนทุกคน คือพระศาสนจักร ทุกวันนี้นั่นเอง พี่น้องที่รัก   เราได้ผ่านช่วงเวลามหาพรต 40 วัน เราได้เฉลิมฉลอง    สมโภชการเสด็จกลับคืนพระชนมชีพอย่างรุ่งโรจน์ขององค์     พระเยซูเจ้าในวันปัสกาทีผ่านมา  เราได้ฉลอง Divine Mercy ฉลองพระเมตตารักของพระเยซูเจ้า –บิดาผู้มีแต่ความเมตตาต่อลูกทุกคน พระองค์ไม่ต้องการสิ่งใดจากเรา พระองค์เป็นบิดาที่รอคอยให้บุตรคนเล็กกลับมาหาบิดา พระองค์ขอให้บุตรคนโตกลับเข้าบ้าน และร่วมยินดีกับน้องชาย พระองค์บอกกลับเธอว่า “เราก็ไม่ลงโทษเธอ…ไปเถอะและอย่าทำบาปอีก”  นางทาสคนนั้นได้รับการซื้อด้วยราคาค่าตัวที่แพงมาก เธอมีอิสรภาพ แต่เธอก็ไม่ไปไหน เธอสมัครใจอยู่กับผู้ที่ซื้อชีวิตเธอ!!!!

 

คุณพ่อ ยอห์น   วรวุฒิ   กิจสกุล                                     

 

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2022     สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา    วันอาทิตย์แห่งนายชุมพาบาลที่ดี

พี่น้องที่รัก วันนี้พระเยซูเจ้าตรัสว่า….. แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา เราให้ชีวิตแก่แกะเหล่านั้น และมันจะไม่พินาศเลยตลอดนิรันดร…!!!” หลังจากที่พระเยซูเจ้าผู้ได้เสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ พระองค์ได้ประจักษ์พระองค์ให้บรรดาสาวกและศิษย์ได้เห็นเพื่อยืนยันพระองค์เอง และบรรดาสาวกและศิษย์ก็ได้เชื่อมั่นในพระองค์ พวกเขาได้รับพระคุณของพระจิตเจ้า พวกเขามีความกระตือรือล้น ในการประกาศเทศน์สอน โดยไม่หวั่นกลัว แม้จะถูกเบียดเบียน-ถูกต่อต้าน พวกเขาเฝ้าประกาศชีวิตของพระเยซูเจ้า องค์พระเยซูเจ้าผู้พร่ำสอนให้เชื่อและรักพระเจ้าเที่ยงแท้ พระองค์สอนให้เชื่อและรักพระเจ้า และรักเพื่อนมนุษย์ ตลอด 3 ปี ที่พระเยซูเจ้าชี้ให้มนุษย์มองเห็นหนทางของความสุขเที่ยงแท้ถาวร – ให้รู้ถึงหนทางของการมีชีวิตนิรันดร พวกสาวกได้อยู่กับพระเยซูเจ้า และรับรู้ถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ พระเยซูเจ้าทรงตั้งบรรดาสาวก-บรรดาศิษย์และมีบัญชาแก่เราทุกคนด้วย…  เราแต่งตั้งท่านให้เป็นแสงสว่างส่องนานาชาติ เพื่อท่านจะได้นำ ความรอดพ้นไปจนสุดปลายแผ่นดิน”                  พี่น้องที่รัก พระองค์พระเจ้าได้เสด็จมาตามพันธสัญญาที่ให้ไว้ พระ องค์เสด็จมาไถ่บาป-มาไถ่เราให้เป็นอิสระ พระองค์เสด็จมาชี้หนทางแห่งความรอด และนำเราทุกคนกลับสู่ความเป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์ เราทุกคนจึงมีหน้าที่ประกาศและนำคนอื่นทุกคนกลับมาอยู่ในคอกแกะ – มาอยู่ในหนทางแห่งความรอดที่พระองค์ทรงชี้บอกแก่เราด้วย

****     ขอบพระคุณ….และขอบพระคุณพี่น้องทุกๆท่าน ที่ได้แสดง     ความปรารถนาดีและมาร่วมโมทนาคุณพระเจ้าพร้อมกับพ่อโอกาส     40 ปีแห่งสังฆภาพ 40ปีในชีวิตสงฆ์ที่รับใช้พระเจ้า หากปราศ จากพระพรของพระและน้ำใจดีของพี่น้องแล้วไซร์ คงไม่อาจอยู่มา  จนถึงทุกวันนี้ ขอบพระคุณในทุกสิ่งที่พี่น้องได้มอบให้กับพ่อ สิ่งเดียวที่พ่อจะขอตอบแทนพี่น้องทุกท่าน ก็คือ คำภาวนาและการถวายมิสซา วอนขอพระเจ้าได้ตอบแทนพี่น้องเป็นร้อยเท่าทวีคูณ!!!  และตามที่พี่น้องทราบแล้ว บัดนี้  มีคำสั่งให้พ่อย้ายไปอยู่   วัดพระกุมารเยซู บางนา กม.8 พ่อก็ขอถือโอกาสนี้อำลาพี่น้องทุกท่าน พ่อจะขออนุญาตถวายมิสซาใน วันอาทิตย์ที่ 15 พค. นี้เป็น   อาทิตย์สุดท้าย  “ความรักของพระเจ้า คือ..ไม่มีเงื่อนไข…ไม่มีข้อจำกัดและสมบูรณ์ที่สุด

 

                         ข้อคิด                    

วันอาทิตย์ที่ 4 เทศกาลปัสกา ได้ชื่อว่าเป็น “วันอาทิตย์แห่งนายชุมพาบาลที่ดี” เพราะพระวรสารวันนี้พูดถึงนายชุมพาบาลที่ดีก็คือองค์พระเยซูเจ้า พระองค์ตรัสว่า “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา เราให้ชีวิตนิรันดรแก่แกะเหล่านั้น และมันจะไม่พินาศเลยตลอดนิรันดร” ภาพพจน์ของนายชุมพาบาลที่ดีเป็นภาพพจน์ที่สวยงาม และน่ารักที่สุดประการหนึ่งของพระเยซูเจ้า รอบตัวเรามีเสียงมากมาย เสียงใดบ้างที่ควรจดจำ เราบอกว่าเราเป็นแกะของนายชุมพาบาลที่ดี แต่กระนั้นเราไม่ได้ฟังและติดตามพระองค์เสมอไป เราจงไตร่ตรองในความล้มเหลวของเราในการตอบสนองความรักและความเอาใจใส่ของพระองค์ที่มีต่อเรา.

 

เขาเป็นชนชาติพเนจร

เร่ร่อนไปกับฝูงแกะ…จากทุ่งหญ้าสู่ทุ่งหญ้า

คนเลี้ยงแกะ…แม้มีชื่ออยู่ในตำนานของชนชาติ

แต่ไม่เคยได้รับคุณค่าและความไว้วางใจ

พวกเขาถูกมองเป็นโจรพเนจรและผู้หลอกลวง

พวกเขาถูกถือว่ามีมลทินและเป็นคนนอกศาสนา

พวกเขาไม่มีเครดิตและคำพยานของเขาไม่มีน้ำหนัก

คนเลี้ยงแกะ…เร่ร่อนไปนอกชายขอบความศิวิไลซ์

…ผ่านความร้ายกาจ และอันตรายของผืนทรายระอุร้าง

…สวมใส่เสื้อแห่งความมีมลทิน ก้าวเดินในความโดดเดี่ยว

…กินนอนกับฝูงแกะมากกว่าฝูงคน

และ…ไม่เคยพบที่แห่งศักดิ์ศรีในสังคมร่วมสมัย

เขาก้มหน้าเดินวนเวียนอยู่ในหุบเหวสังคมอันต่ำต้อย

 

ชายหนุ่มจากนาซาเร็ธ มองตน…เป็นคนเลี้ยงแกะ

ทรงพเนจรไปกับสังคมเร่ร่อน…จิ้งจอกยังมีโพรง นกยังมีรัง

แต่บุตรแห่งมนุษย์ไม่มีที่ที่จะวางศีรษะ

เขาคือประกาศกพเนจร ที่ถูกขับไล่จากบ้านเกิด

เขาก้าวเดินต่อไปยังเป้าหมายใหม่…ไม่ท้อแท้ หรือหมดหวัง

…แม้ต้องสลัดฝุ่นที่เท้ามากมายหลายหน

เขาไม่เคยหลงใหล…แม้ฝูงชนรอบข้างจะโห่ร้องชื่นชม

เขาไม่เคยถูกผูกมัด…เว้นแต่เมื่อต้องขึ้นเขากัลวารีโอ

ในวันนั้น…เขาถูกนำไปยังดินแดนประหาร

ถูกจับมัดอยู่บนกางเขน…และถูกกักขังอยู่ในคูหา

แต่…นั่นเป็นเพียงที่พำนักชั่วคราว

เพราะ…แม้กางเขนและคูหาจะสามารถหยุดยั้งทุกผู้คนที่ผ่านมา

แต่…ไม่อาจหยุดยั้งคนเลี้ยงแกะจากนาซาเร็ธ

 

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2022  สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาสาวกว่า….. จงเหวี่ยงแหไปทางกาบเรือด้านขวาซิ แล้วจะได้ปลา”                       

บรรดาศิษย์จึงเหวี่ยงแหออกไปตามที่พระเยซูเจ้าได้ตรัส…แต่ดึงขึ้นไหว เพราะ ได้ปลาเป็นจำนวนมาก… พี่น้องที่รัก หลังจากพระเยซูเจ้าถูกจับ-ถูกเฆี่ยนตี และถูกเอาไปตรึงกางเขนเยี่ยงโจร บรรดาสาวกและบรรดาศิษย์ต่างสิ้นหวัง พวกเขาเคยหวังในองค์พระเยซูเจ้า ว่าจะเป็นผู้ที่จะเสด็จมาช่วยพวกเขา แต่พระองค์กลับถูกประ หารชีวิต แล้วพวกเขาจะหวังอะไรอีก พวกเขากลับบ้าน..ดำเนินชีวิตเหมือนเดิมกลับไปเป็นชาวประมง…แต่…แต่…พระเยซูเจ้าได้เสด็จมาพบพวกเขา หลังจากที่พระองค์เสด็จกลับคืนชีพ พระองค์ทรงแสดงพระองค์แก่พวกเขา สนทนากับพวกเขา พระ องค์พิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า เป็นพระองค์จริงๆ  พระวรสารโดยนักบุญยอห์น บันทึกไว้ว่า….พวกเขาจับปลาไม่ได้เลย แม้จะทำทั้งวันทั้งคืน อาชีพเก่าที่พวกเขาเคยทำ พระเยซูเจ้าเพียงบอกให้เขาเหวี่ยงแหไปทางกาบเรือด้านขวา พวกเขากลับจับปลาได้มาก  มากอย่างที่พวกเขาไม่เคยทำได้มาแต่ก่อน….!!!   พี่น้องครับ วันนี้ พระองค์ต้องการจะบอกอะไรแก่เรา…??? เมื่อเรารู้สึกผิดหวัง-หมดหวังในองค์พระเยซูเจ้า แล้วหันกลับไปดำเนินชีวิตเดิมๆ   เราจะพบความไม่สำเร็จ (เราจับปลาไม่ได้เลย) แต่ถ้าหากเราเชื่อและกลับมาดำเนินชีวิตตามที่พระองค์ตรัสและสอนเรา เราจะประสบความ สำเร็จ  วันนี้ พระวารสารยังกล่าวถึงนักบุญเปโตร เปโตรที่เคยปฏิเสธพระองค์ถึง 3 ครั้ง และเราก็ทราบว่า เปโตรรู้สึกเสียใจที่ได้ทำเช่นนั้น นักบุญเปโตรได้เปลี่ยนชีวิตมาเชื่อและตอบกับพระเยซูเจ้าว่า… “ท่านรักพระองค์” พระเยซูเจ้าจึงมอบหมายให้นักบุญเปโตรดูแลและเลี้ยงดูลูกแกะ คือ เราคริสตชนทุกคน คือพระศาสนจักร ทุกวันนี้นั่นเอง   พี่น้องที่รัก   เราได้ผ่านช่วงเวลามหาพรต 40 วัน เราได้เฉลิมฉลอง    สมโภชการเสด็จกลับคืนพระชนมชีพอย่างรุ่งโรจน์ขององค์     พระเยซูเจ้าในวันปัสกาทีผ่านมา  เราได้ฉลอง Divine Mercy ฉลองพระเมตตารักของพระเยซูเจ้า –บิดาผู้มีแต่ความเมตตาต่อลูกทุกคน พระองค์ไม่ต้องการสิ่งใดจากเรา พระองค์เป็นบิดาที่รอคอยให้บุตรคนเล็กกลับมาหาบิดา พระองค์ขอให้บุตรคนโตกลับเข้าบ้าน และร่วมยินดีกับน้องชาย พระองค์บอกกลับเธอว่า “เราก็ไม่ลงโทษเธอ…ไปเถอะและอย่าทำบาปอีก”  นางทาสคนนั้นได้รับการซื้อด้วยราคาค่าตัวที่แพงมาก เธอมีอิสรภาพ แต่เธอก็ไม่ไปไหน เธอสมัครใจอยู่กับผู้ที่ซื้อชีวิตเธอ!!!! 

 

คุณพ่อ ยอห์น  วรวุฒิ   กิจสกุล           

                          

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2022  สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา  วันอาทิตย์แห่งนายชุมพาบาลที่ดี

พี่น้องที่รัก วันนี้พระเยซูเจ้าตรัสว่า…..   “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา เราให้ชีวิตแก่แกะเหล่านั้น และมันจะไม่พินาศเลยตลอดนิรันดร…!!!”    หลังจากที่พระเยซูเจ้าผู้ได้เสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ พระองค์ได้ประจักษ์พระองค์ให้บรรดาสาวกและศิษย์ได้เห็นเพื่อยืนยันพระองค์เอง และบรรดาสาวกและศิษย์ก็ได้เชื่อมั่นในพระองค์ พวกเขาได้รับพระคุณของพระจิตเจ้า พวกเขามีความกระตือรือล้น ในการประกาศเทศน์สอน โดยไม่หวั่นกลัว แม้จะถูกเบียดเบียน-ถูกต่อต้าน พวกเขาเฝ้าประกาศชีวิตของพระเยซูเจ้า องค์พระเยซูเจ้าผู้พร่ำสอนให้เชื่อและรักพระเจ้าเที่ยงแท้ พระองค์สอนให้เชื่อและรักพระเจ้า และรักเพื่อนมนุษย์ ตลอด 3 ปี ที่พระเยซูเจ้าชี้ให้มนุษย์มองเห็นหนทางของความสุขเที่ยงแท้ถาวร – ให้รู้ถึงหนทางของการมีชีวิตนิรันดร พวกสาวกได้อยู่กับพระเยซูเจ้า และรับรู้ถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ พระเยซูเจ้าทรงตั้งบรรดาสาวก-บรรดาศิษย์และมีบัญชาแก่เราทุกคนด้วย…  เราแต่งตั้งท่านให้เป็นแสงสว่างส่องนานาชาติ เพื่อท่านจะได้นำ ความรอดพ้นไปจนสุดปลายแผ่นดิน”                  พี่น้องที่รัก พระองค์พระเจ้าได้เสด็จมาตามพันธสัญญาที่ให้ไว้ พระ องค์เสด็จมาไถ่บาป-มาไถ่เราให้เป็นอิสระ พระองค์เสด็จมาชี้หนทางแห่งความรอด และนำเราทุกคนกลับสู่ความเป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์ เราทุกคนจึงมีหน้าที่ประกาศและนำคนอื่นทุกคนกลับมาอยู่ในคอกแกะ – มาอยู่ในหนทางแห่งความรอดที่พระองค์ทรงชี้บอกแก่เราด้วย

****     ขอบพระคุณ….และขอบพระคุณพี่น้องทุกๆท่าน ที่ได้แสดง     ความปรารถนาดีและมาร่วมโมทนาคุณพระเจ้าพร้อมกับพ่อโอกาส 40 ปีแห่งสังฆภาพ 40ปีในชีวิตสงฆ์ที่รับใช้พระเจ้า หากปราศจากพระพรของพระและน้ำใจดีของพี่น้องแล้วไซร์ คงไม่อาจอยู่มา  จนถึงทุกวันนี้ ขอบพระคุณในทุกสิ่งที่พี่น้องได้มอบให้กับพ่อ สิ่งเดียวที่พ่อจะขอตอบแทนพี่น้องทุกท่าน ก็คือ     คำภาวนาและการถวายมิสซา วอนขอพระเจ้าได้ตอบแทนพี่น้องเป็นร้อยเท่าทวีคูณ!!!  และตามที่พี่น้องทราบแล้ว บัดนี้  มีคำสั่งให้พ่อย้ายไปอยู่วัดพระกุมารเยซู บางนา กม.8 พ่อก็ขอถือโอกาสนี้อำลาพี่น้องทุกท่าน พ่อจะขออนุญาตถวายมิสซาใน วันอาทิตย์ที่ 15 พค. นี้เป็นอาทิตย์สุดท้าย  “ความรักของพระเจ้า คือ..ไม่มีเงื่อนไข…ไม่มีข้อจำกัดและสมบูรณ์ที่สุด

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ     กิจสกุล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151381 วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

Wednesday, May 25th, 2022

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูยอห์น

ยน 21 : 1-19

หลังจากนั้น พระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์แก่บรรดาศิษย์อีกครั้งหนึ่งที่ฝั่งทะเลสาบทิเบเรียส   เรื่องราวเป็นดังนี้   ศิษย์บางคนอยู่พร้อมกันที่นั่น คือ   ซีโมนเปโตร กับโทมัสที่เรียกกันว่า “ฝาแฝด”  นาธานาเอล ซึ่งมาจากหมู่บ้าน คานาในแคว้นกาลิลี บุตรทั้งสองของเศเบดีและศิษย์อีกสองคน ซีโมนเปโตรบอกคนอื่นว่า “ข้าพเจ้าจะไปจับปลา” ศิษย์คนอื่นตอบว่า “พวกเราจะไปกับท่านด้วย” เขาทั้งหลายออกไปลงเรือ แต่คืนนั้นทั้งคืนเขาจับปลาไม่ได้เลย                   พอรุ่งสาง พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่บนฝั่ง แต่บรรดาศิษย์ไม่รู้ว่าเป็นพระเยซูเจ้า พระเยซูเจ้าทรงร้องถามว่า “ลูกเอ๋ย มีอะไรกินบ้างไหม” เขาตอบว่า “ไม่มี” พระองค์จึงตรัสว่า “จงเหวี่ยงแหไปทางกราบเรือด้านขวาซิ แล้วจะได้ปลา” บรรดาศิษย์จึงเหวี่ยงแหออกไป แต่ดึงขึ้นไม่ไหว เพราะได้ปลาจำนวนมาก ศิษย์ที่พระเยซูเจ้าทรงรักกล่าวกับเปโตรว่า “เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้านี่” เมื่อซีโมนเปโตรได้ยินว่า “เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า” เขาก็หยิบเสื้อมาสวม เพราะเขาไม่ได้สวมเสื้ออยู่ แล้วกระโดดลงไปในทะเล ศิษย์คนอื่นเข้าฝั่งมากับเรือ ลากแหที่ติดปลาเข้ามาด้วย เพราะอยู่ไม่ห่างจากฝั่งนัก ประมาณหนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น   เมื่อบรรดาศิษย์ขึ้นมาบนฝั่ง ก็เห็นถ่านติดไฟลุกอยู่ มีปลาและขนมปังวางอยู่บนไฟ  พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “จงเอาปลาที่เพิ่งจับได้มาบ้างซิ”    ซีโมนเปโตรจึงลงไปในเรือ แล้วลากแหขึ้นฝั่ง มีปลาตัวใหญ่ติดอยู่เต็ม นับได้หนึ่งร้อยห้าสิบสามตัว แต่ทั้งๆ ทิ่ติดปลามากเช่นนั้น แหก็ไม่ขาด พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า“มากินอาหารกันเถิด” ไม่มีศิษย์คนใดกล้าถาม “ท่านเป็นใคร” เพราะรู้ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเยซูเจ้าทรงเข้ามาหยิบขนมปังแจกให้เขา แล้วทรงแจกปลาให้เช่นเดียวกัน นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่พระเยซูเจ้าทรงแสดงพระองค์แก่บรรดาศิษย์หลังจากที่ทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย   เมื่อบรรดาศิษย์กินเสร็จแล้ว พระเยซูเจ้าตรัสกับซีโมนเปโตรว่า “ซีโมนบุตรของยอห์น ท่านรักเรามากกว่าคนเหล่านี้รักเราไหม” เปโตรทูลตอบว่า “ใช่แล้ว พระเจ้าข้า พระองค์ทรงทราบว่าข้าพเจ้ารักพระองค์” พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด” พระองค์ตรัสถามเขาอีกเป็นครั้งที่สองว่า “ซีโมนบุตรของยอห์น ท่านรักเราไหม” เขาทูลตอบว่า  “ใช่แล้ว พระเจ้าข้า พระองค์ทรงทราบว่าข้าพเจ้ารักพระองค์” พระองค์ตรัสกับเขาว่า “จงดูแลแกะของเราเถิด” พระองค์ตรัสถามเป็นครั้งที่สามว่า “ซีโมนบุตรของยอห์น ท่านรักเราไหม” เปโตรรู้สึกเป็นทุกข์ที่พระองค์ตรัสถามตนถึงสามครั้งว่า “ท่านรักเราไหม” เขาทูลตอบว่า “พระเจ้าข้า พระองค์ทรงทราบทุกสิ่ง พระองค์ทรงทราบว่าข้าพเจ้ารักพระองค์” พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด เราบอกความจริงกับท่านว่า เมื่อท่านยังหนุ่ม ท่านคาดสะเอวด้วยตนเอง และเดินไปไหนตามใจชอบ แต่เมื่อท่านชรา ท่านจะยื่นมือ แล้วคนอื่นจะคาดสะเอวให้ท่าน พาท่านไปในที่ที่ท่านไม่อยากไป” พระเยซูเจ้าตรัสเช่นนี้เพื่อแสดงว่า เปโตรจะถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าโดยตายอย่างไร เมื่อตรัสดังนี้แล้ว ทรงเสริม “จงตามเรามาเถิด”.

                         ข้อคิด                    

พระวรสารวันนี้พูดถึงการสำแดงองค์ของพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนม ชีพแก่ศิษย์ทั้ง 7 คนที่ฝั่งทะเลสาบทิเบเรียส เราอาจจะแปลกใจทำไมพบศิษย์ของพระองค์ที่นั่น คงเป็นเพราะหลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์แล้วทุกอย่างจบสิ้น ศิษย์เหล่านี้กลับไปทำอาชีพเดิมอาจด้วยความผิดหวังและท้อแท้ บรรดาศิษย์ได้ทานอาหารเช้ากับพระองค์ การเลี้ยงอาหารคือพระพรของพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าถามเปโตรถึงสามครั้งว่า “ท่านรักเราไหม” อาจเป็นการชดเชยกับการปฏิเสธของนักบุญเปโตรทั้งสามครั้ง สิ่งที่พระเยซูเจ้าต้องการจากเปโตรคือความรัก ไม่ใช่ความรักเสียใจในความผิด คนที่เสียใจในความผิดอาจจะไม่มีความรักแต่คนที่รักจะเสียใจต่อบาปที่ได้ทำเสมอ.

 

               

ค่ำคืนนั้น เปโตรยืนอยู่ในความสับสนและหวาดกลัว

…ไม่แน่ใจว่าตนเป็นใคร และกำลังจะไปไหน

เขาได้ปฏิเสธว่าเป็นศิษย์ของพระองค์…สามครั้ง

เขาที่ถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าในหมู่สาวก

…ได้โกหกกับสาวใช้อย่างไม่ลังเล

เขาคือชายคนนั้นที่ไก่ร้องทักท้วงในความมืด

 

หลังความตายของพระอาจารย์ เปโตรและเพื่อนเดินทางกลับบ้าน

พวกเขากลับคืนสู่ทางชีวิตสายเดิม…คนจับปลา

เมื่อพระอาจารย์จากไป ความหวังของพวกเขาถูกฝังไว้ในคูหามืด

พวกเขาย้อนสู่ทางสายเก่าที่คุ้นเคย..พยายามเผชิญชะตากรรมที่โหดร้าย

 

คืนนั้นยาวนานและเหน็ดเหนื่อย

ขณะที่ทุกอย่างดูผิดพลาดและล้มเหลว

ชายคนนั้นที่เขาปฏิเสธยืนสงบนิ่งบนฝั่งทะเลที่ห่างไกล

…ร้องตะโกนด้วยความห่วงใย ให้ลองอีกครั้ง ทางกราบเรือด้านขวา

พวกเขาตกตะลึงกับปลาใหญ่เต็มอวน…หนึ่งร้อยห้าสิบสามตัว

 

ศิษย์ที่พระเยซูทรงรักจำพระองค์ได้

…ร้องบอกเปโตร นั่นพระอาจารย์

เขาโดดลงน้ำและว่ายขึ้นฝั่งไปหาพระองค์

พบพระองค์กำลังปิ้งขนมปังและปลา…

เตรียมอาหารเช้าสำหรับพวกเขา

 

หลังอาหารเช้าที่ชายทะเล…ทรงถามเปโตรถึงความรักและภักดี

ทรงถามสามครั้ง…ท่านรักและภักดีต่อเราไหม

เขายืนยันสามครั้งว่ารักและภักดี

และรับมอบภารกิจให้เลี้ยงดูลูกแกะของพระองค์

คืนเดือนมืดแห่งความหวาดกลัวได้จบสิ้นลง

และ…ดวงตะวันใหม่แห่งความรักได้โผล่พ้นขอบฟ้า

 

 

 

    

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2022    สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา  ฉลองพระเมตตา–Divine Mercy 

                ผู้มีความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งชายและหญิง  ประชาชนนำผู้ป่วยมาที่ลานสาธารณะ  วางไว้บนที่นอนและแคร่ อย่างน้อยเพื่อให้เงาของเปโตรที่เดินผ่านมาทอดปกคลุมผู้ป่วย  บรรดาอัครสาวกทำเครื่องหมายอัศจรรย์ และปาฏิหาริย์หลายประการในหมู่ประชาชน มีผู้คนจำนวนมากได้รับการรักษาให้หาย (กจ 5:12-16)   พี่น้องที่เคารพรัก  ในประวัติศาสตร์ พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า.. หลัง จากพระเยซูเจ้าเสด็จกลับคืนชีพ  พระองค์เสด็จมาประจักษ์ให้กับอัครสาวกได้เห็นหลายครั้ง  ทรงประทานสันติสุข และพระจิตเจ้าแก่พวกเขา และพวกเขาก็เชื่อในพระองค์ ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังสามารถทำอัศจรรย์ได้  อาศัย ฤทธานุภาพของพระเยซูเจ้าผู้เสด็จกลับคืนพระชนมชีพ   พระวรสารวันนี้  นักบุญยอห์นอัครสาวกได้เล่าเหตุการณ์วันที่พระ เยซูเจ้าเสด็จมาประทับยืนอยู่ท่ามกลางพวกอัครสาวก  เพื่อยืนยันถึงการ กลับคืนชีพของพระองค์  อัครสาวกเชื่อ โทมัสไม่อยู่และไม่เชื่อ  เขาต้องการข้อพิสูจน์ด้วยตัวของเขาเอง  แล้วเขาก็เชื่อในพระองค์                                                พี่น้องครับ.. เราคริสตชนหลายคนก็อยากเป็นเหมือนโทมัส เราต้อง การพิสูจน์ด้วยตา-ด้วยมือ ที่จับต้องได้ของเรา  เพื่อจะเชื่อในพระองค์ พี่น้องก็มาซิครับ-มาที่วัด-มาให้เห็นกับตา  พระองค์ประทับอยู่ในตู้ศีลฯ  มา สัมผัสด้วยมือที่รับ-จับศีลมหาสนิท  เข้าไปในชีวิตของพี่น้อง  เพื่อให้สิ่งที่ คลางแคลงใจหมดไป  เหมือนกับโทมัส  เมื่อเราสงสัยก็ต้องพิสูจน์ให้สิ้นสง สัย  อย่าปล่อยทิ้งไว้เลย  พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ และเต็มด้วยพระทัยเมตตาอย่างหาที่เปรียบมิได้เลย

***        งานสมโภชปัสกา ผ่านไปอย่างดีเยี่ยม  ไม่ใช่เฉพาะ ที่วัดรังสิตของเรา คริสตชนจำนวนมากแก้บาป-รับศีลฯ  แสดงออกซี่งความเชื่อในพระองค์แต่ก็ยังมีหลายๆคนที่ยังลังเล-สงสัยอยู่   พวกเราต้องช่วยกันนำพาพวกเขากลับมาหาพระองค์   ขอบคุณพี่น้องผู้มีน้ำใจดีทุกท่านอีกครั้ง ที่เสียสละทั้งแรงกาย-แรงใจ-แรงทรัพย์ ช่วยเตรียมงานและจัดงานฉลองปัสกา ผ่านไปอย่างสง่างาม  ทั้งใบลาน เทียนเสก เทียนปัสกา น้ำเสก ไข่                                                                                                            

  ***    ช่วงสัปดาห์หน้า พระสงฆ์สัมมนาทั้งอาทิตย์ครับ.                                                                                                         

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2022       สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาสาวกว่า….. “จงเหวี่ยงแหไปทางกาบเรือด้านขวาซิ แล้วจะได้ปลา”              

บรรดาศิษย์จึงเหวี่ยงแหออกไปตามที่พระเยซูเจ้าได้ตรัส…แต่ดึงขึ้นไหว เพราะ ได้ปลาเป็นจำนวนมาก… พี่น้องที่รัก หลังจากพระเยซูเจ้าถูกจับ-ถูกเฆี่ยนตี และถูกเอาไปตรึงกางเขนเยี่ยงโจร บรรดาสาวกและบรรดาศิษย์ต่างสิ้นหวัง พวกเขาเคยหวังในองค์พระเยซูเจ้า ว่าจะเป็นผู้ที่จะเสด็จมาช่วยพวกเขา แต่พระองค์กลับถูกประ หารชีวิต แล้วพวกเขาจะหวังอะไรอีก พวกเขากลับบ้าน..ดำเนินชีวิตเหมือนเดิม กลับไปเป็นชาวประมง…                                                                   แต่…แต่…พระเยซูเจ้าได้เสด็จมาพบพวกเขา หลังจากที่พระองค์เสด็จกลับคืนชีพ พระองค์ทรงแสดงพระองค์แก่พวกเขา สนทนากับพวกเขา พระ องค์พิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า เป็นพระองค์จริงๆ พระวรสารโดยนักบุญยอห์น บันทึกไว้ว่า….พวกเขาจับปลาไม่ได้เลย แม้จะทำทั้งวันทั้งคืน อาชีพเก่าที่พวกเขาเคยทำ พระเยซูเจ้าเพียงบอกให้เขาเหวี่ยงแหไปทางกาบเรือด้านขวา พวกเขากลับจับปลาได้มาก  มากอย่างที่พวกเขาไม่เคยทำได้มาแต่ก่อน….!!!  พี่น้องครับ วันนี้ พระองค์ต้องการจะบอกอะไรแก่เรา…???    เมื่อเรารู้สึกผิดหวัง-หมดหวังในองค์พระเยซูเจ้า แล้วหันกลับไปดำเนินชีวิตเดิมๆ   เราจะพบความไม่สำเร็จ (เราจับปลาไม่ได้เลย) แต่ถ้าหากเราเชื่อและกลับมาดำเนินชีวิตตามที่พระองค์ตรัสและสอนเรา เราจะประสบความสำเร็จ    วันนี้ พระวารสารยังกล่าวถึงนักบุญเปโตร เปโตรที่เคยปฏิเสธพระองค์ถึง 3 ครั้ง และเราก็ทราบว่า เปโตรรู้สึกเสียใจที่ได้ทำเช่นนั้น นักบุญเปโตรได้เปลี่ยนชีวิตมาเชื่อและตอบกับพระเยซูเจ้าว่า… “ท่านรักพระองค์” พระเยซูเจ้าจึงมอบหมายให้นักบุญเปโตรดูแลและเลี้ยงดูลูกแกะ คือ เราคริสตชนทุกคน คือพระศาสนจักร ทุกวันนี้นั่นเอง พี่น้องที่รัก   เราได้ผ่านช่วงเวลามหาพรต 40 วัน เราได้เฉลิมฉลอง    สมโภชการเสด็จกลับคืนพระชนมชีพอย่างรุ่งโรจน์ขององค์     พระเยซูเจ้าในวันปัสกาทีผ่านมา  เราได้ฉลอง Divine Mercy ฉลองพระเมตตารักของพระเยซูเจ้า –บิดาผู้มีแต่ความเมตตาต่อลูกทุกคน พระองค์ไม่ต้องการสิ่งใดจากเรา พระองค์เป็นบิดาที่รอคอยให้บุตรคนเล็กกลับมาหาบิดา พระองค์ขอให้บุตรคนโตกลับเข้าบ้าน และร่วมยินดีกับน้องชาย พระองค์บอกกลับเธอว่า “เราก็ไม่ลงโทษเธอ…ไปเถอะและอย่าทำบาปอีก”  นางทาสคนนั้นได้รับการซื้อด้วยราคาค่าตัวที่แพงมาก เธอมีอิสรภาพ แต่เธอก็ไม่ไปไหน เธอสมัครใจอยู่กับผู้ที่ซื้อชีวิตเธอ!!!!                                                                                                                   

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ    กิจสกุล                                                     

สารวัด ฉบับที่ 151380 วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน ค.ศ. 2022 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา ฉลองพระเมตตารักของพระเยซูเจ้า

Wednesday, May 25th, 2022

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูยอห์น

ยน 20 : 19-31

ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่เพราะกลัวชาวยิว พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามายืนตรงกลาง ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้บรรดาศิษย์ดูพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกาย เมื่อเขาเหล่านั้นเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็มีความยินดี พระองค์ตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น”     ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลาย ตรัสว่า “จงรับพระจิตเจ้าเถิด ท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย ท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย”  โทมัส ซึ่งเรียกว่า “ฝาแฝด” เป็นคนหนึ่งในบรรดาอัครสาวกสิบสองคน ไม่ได้อยู่กับอัครสาวกอื่นๆ เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมา ศิษย์คนอื่นบอกเขาว่า “พวกเราเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” แต่เขาตอบว่า “ถ้าข้าพเจ้าไม่ได้เห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ และไม่ได้เอานิ้วแยงเข้าไปในรอยตะปูและไม่ได้เอามือคลำที่ด้านข้างพระวรกาย ข้าพเจ้าจะไม่เชื่อเป็นอันขาด” แปดวันต่อมา บรรดาศิษย์อยู่ด้วยกันในบ้านนั้นอีก โทมัสก็อยู่กับเขาด้วย พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามายืนตรงกลางทั้งๆ ที่ประตูปิดอยู่ ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” แล้วตรัสกับโทมัสว่า “จงเอานิ้วมาที่นี่ และดูมือของเราเถิด จงเอามือมาที่นี่ คลำที่สีข้างของเรา อย่าสงสัยอีกต่อไป แต่จงเชื่อเถิด” โทมัสทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าและพระเจ้าของข้าพเจ้า”    พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็น ก็เป็นสุข”         พระเยซูเจ้ายังทรงกระทำเครื่องหมายอัศจรรย์อื่นอีกหลายประการให้บรรดาศิษย์เห็น แต่ไม่ได้บันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้ เรื่องราวเหล่านี้ถูกบันทึกไว้เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่า พระเยซูเจ้าเป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้า และเมื่อมีความเชื่อนี้แล้ว ท่านทั้งหลายก็จะมีชีวิตเดชะพระนามพระองค์.

 

                         ข้อคิด                    

เมื่อพระเยซูเจ้าทรงฟื้นจากความตาย มารีย์ชาวมักดาลาได้เป็นพยานและแจ้งข่าวแก่เหล่าสาวกของพระองค์ ทุกคนเชื่อในถ้อยคำของผู้ส่งสาร เว้นแต่โทมัส ที่จะต้องพิสูจน์ด้วยตนเองถึงจะพอใจ แต่ละคนมีระดับความเชื่อที่แตกต่างกัน แต่การจะได้รับ “ข้อพิสูจน์” ของโทมัสนั้นเป็นไปได้ยาก ผู้ที่มาสู่ความเชื่อในองค์พระคริสตเจ้าในอนาคตจะมีโอกาสของข้อพิสูจน์เช่นนั้น แต่ความเชื่อที่ลึกซึ้งของพวกเขาจะได้รับผลตอบ แทนพิเศษ และแม้ว่าสาวกกลุ่มแรกของพระเยซูเจ้าจะใกล้ชิดกับข่าวดีของพระคริสตเจ้าซึ่งนำไปสู่การฟื้นคืนชีพ แต่ก็ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งที่ความเชื่อของพวกเขาจะเข้มแข็งขึ้น สิ่งนี้ทำให้พวกเขายังคงสั่นสะท้านด้วยความกลัวหลังประตูที่ปิดสนิท แม้ว่าพระเจ้าผู้ฟื้นคืนพระชนม์จะเสด็จมาเยี่ยมพวกเขาเมื่อแปดวันก่อน  เราไม่ควรหวั่นวิตกมากเกินไปหากเราพบว่าความเชื่อของเราเอง จำ เป็นต้องเติบโต เช่นเดียวกับสาวก แม้ว่าเราจะไม่ได้มีโอกาสอย่างนักบุญโทมัสที่จะพิสูจน์ถึงการกลับคืนชีพขององค์พระคริสตเจ้า แต่เราจะผ่านความสงสัย วิตกกังวล เช่นเดียวกับพวกเขาแน่นอน

 

หลังความตายของพระอาจารย์

ทุกสิ่งก้าวเดินเข้าสู่ทางตันเอกลักษณ์และทิศทางชีวิตของบรรดาศิษย์

ได้แปรเปลี่ยนไปจนน่าตกใจ

กลุ่มชายหนุ่มผู้เคยหาญกล้า

บัดนี้ หวาดกลัวที่จะพบชะตากรรมเดียวกันกับพระอาจารย์

พวกเขาปิดประตูขังตนเอง

…ในห้องที่ถูกปิดล้อมด้วยผนังแห่งความท้อแท้หมดหวัง

ในห้องแคบแห่งนี้…พระอาจารย์เสด็จมา

ทรงเสด็จมาพร้อมร่องรอยแห่งความทุกข์ที่ฝ่ามือและสีข้าง

และเชื้อเชิญเขาให้สัมผัสร่องรอยแห่งความเจ็บปวด

…ทรงเสด็จมา มิใช่เพื่อกล่าวโทษพวกเขาที่ได้ทอดทิ้งพระองค์

มิใช่ตำหนิพวกเขาที่เชื่อยาก

แต่…เพื่อนำความสุขยินดีและความมั่นคงปลอดภัยให้กลับคืนสู่หัวใจ

 

 

พระเจ้าผู้บาดเจ็บได้มอบลมหายใจใหม่แก่พวกเขาที่หวาดกลัว

…ลมหายใจแห่งชีวิต ได้นำความสุขยินดี และความมั่นคงปลอดภัย

…ลมหายใจแห่งความรัก ได้มอบความอบอุ่นและความเอื้ออาทร

…ลมหายใจแห่งการให้อภัย ที่ได้ปัดเป่าความบาปผิดให้สูญสิ้น

…ในลมหายใจของพระเจ้า

พวกเขาได้พบเอกลักษณ์และทิศทางชีวิตที่ได้หล่นหาย

…ด้วยลมหายใจของพระองค์

พวกเขาจะก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งการแบ่งปันความสุขยินดี

…ด้วยอำนาจแห่งการให้อภัย

พวกเขาจะก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งการปลดปล่อย

ให้มนุษยชาติเป็นอิสระจากการจองจำของบาป.

       

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2022   สมโภชปัสกา พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ

วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ : ระลึกถึงพระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิท    (ในพิธีกรรมปกติ วันนี้จะมีพิธีล้างเท้าอัครสาวก)นักบุญยอห์นนำเสนอบันทึกเรื่องการตั้งศีลมหาสนิท   เมื่อพระเยซูเจ้าทรงล้างเท้าบรรดาสาวก ศีลมหาสนิทคือ   การถวายบูชา   ศีลมหาสนิท คือ การมอบบูชาตัว  พระองค์ทั้งครบเป็นอาหารฝ่ายจิตวิญญาณของ   คริสตชน  คริสตชนได้รับเชิญให้เข้ามารับศีลมหาสนิท  เพื่อที่จะได้รับความรอด โดยการถวายบูชาของพระเยซูเจ้า สอนให้เรารักกัน ด้วยการรับใช้ซึ่งกันและกัน

วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ : พระเยซูเจ้าทรงรับทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน            บัดนี้ ถึงเวลาแล้ว ที่บุตรแห่งมนุษย์จะยอมมอบตน      ตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า ยอมทนทุกข์ทรมาน และยอมถูกตอกตรึงบนไม้กางเขน ตายแทนมนุษย์-ไถ่บาปของมนุษย์ นำมนุษย์กลับมาเป็นบุตรของพระเจ้าเสียใหม่ พระเจ้าได้ทรงกระทำตามพันธสัญญาที่ให้ไว้ ทุกสิ่งสำเร็จบริบูรณ์แล้ว

 วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ : ค่ำคืนตื่นเฝ้าปัสกา : พิธีเสกไฟ : เสกเทียนปัสกา : เสกน้ำ อัลเลลูยา อัลเลลูยา : พระองค์เสด็จกลับคืนชีพ ผ่านจากความตายสู่ชีวิตใหม่อันรุ่ง โรจน์ สุขสันต์วันปัสกาแด่พี่น้องทุกท่าน ชัยชนะเหนือความตายของพระเยซูเจ้า นำชีวิตใหม่และชีวิตนิรันดรกลับมาสู่เราทุกคนอีกครั้งหนึ่ง  เราต้องดำเนินชิวิตใหม่ในองค์พระเยซูเจ้า  ผู้ใดก้าวเดินไปกับพระองค์ ผู้นั้นก็จะได้รับความรอดในพระองค์

****      ขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่ได้มีส่วนให้งานสมโภชปัสกาในปีนี้ผ่านไปอย่างดี  พี่น้องหลายๆคนช่วยจัดเตรียมไข่ปัสกา จัดเตรียมใบลาน จัดเตรียมน้ำเสก   จัดเตรียมเทียนเสก-เทียนปัสกา  จัดเตรียมวัด-สถานที่ และอีกหลายสิ่ง       หลายอย่าง เพื่อเราได้ฉลองปัสกา และอีกสิ่งก็คือ จัดเตรียมชีวิตของเรา            เองเพื่อ        สมโภชปัสกา ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญและมีคุณค่ามากที่สุด            ขอบคุณและขอพระพร      ปัสกาอยู่กับพี่น้องทุกท่านเทอญ.                                                                                           คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

  

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2022    สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา   ฉลองพระเมตตา–Divine Mercy 

            ผู้มีความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งชายและหญิง  ประชาชนนำผู้ป่วยมาที่ลานสาธารณะ  วางไว้บนที่นอนและแคร่ อย่างน้อยเพื่อให้เงาของเปโตรที่เดินผ่านมาทอดปกคลุมผู้ป่วย  บรรดาอัครสาวกทำเครื่องหมายอัศจรรย์ และปาฏิหาริย์หลายประการในหมู่ประชาชน มีผู้คนจำนวนมากได้รับการรักษาให้หาย (กจ 5:12-16)      พี่น้องที่เคารพรัก  ในประวัติศาสตร์ พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า.. หลัง จากพระเยซูเจ้าเสด็จกลับคืนชีพ  พระองค์เสด็จมาประจักษ์ให้กับอัครสาวกได้เห็นหลายครั้ง  ทรงประทานสันติสุข และพระจิตเจ้าแก่พวกเขา และพวกเขาก็เชื่อในพระองค์ ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังสามารถทำอัศจรรย์ได้  อาศัย ฤทธานุภาพของพระเยซูเจ้าผู้เสด็จกลับคืนพระชนมชีพ       พระวรสารวันนี้  นักบุญยอห์นอัครสาวกได้เล่าเหตุการณ์วันที่พระ เยซูเจ้าเสด็จมาประทับยืนอยู่ท่ามกลางพวกอัครสาวก  เพื่อยืนยันถึงการ กลับคืนชีพของพระองค์  อัครสาวกเชื่อ โทมัสไม่อยู่และไม่เชื่อ  เขาต้องการข้อพิสูจน์ด้วยตัวของเขาเอง  แล้วเขาก็เชื่อในพระองค์              พี่น้องครับ.. เราคริสตชนหลายคนก็อยากเป็นเหมือนโทมัส เราต้อง การพิสูจน์ด้วยตา-ด้วยมือ ที่จับต้องได้ของเรา  เพื่อจะเชื่อในพระองค์ พี่น้องก็มาซิครับ-มาที่วัด-มาให้เห็นกับตา  พระองค์ประทับอยู่ในตู้ศีลฯ  มา สัมผัสด้วยมือที่รับ-จับศีลมหาสนิท  เข้าไปในชีวิตของพี่น้อง  เพื่อให้สิ่งที่ คลางแคลงใจหมดไป  เหมือนกับโทมัส  เมื่อเราสงสัยก็ต้องพิสูจน์ให้สิ้นสง สัย  อย่าปล่อยทิ้งไว้เลย  พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ และเต็มด้วยพระทัยเมตตาอย่างหาที่เปรียบมิได้เลย

***        งานสมโภชปัสกา ผ่านไปอย่างดีเยี่ยม  ไม่ใช่เฉพาะ ที่วัดรังสิตของเรา คริสต      ชนจำนวนมากแก้บาป-รับศีลฯ  แสดงออกซี่งความเชื่อในพระองค์  แต่ก็ยัง  มีหลายๆคนที่ยังลังเล-สงสัยอยู่   พวกเราต้องช่วยกันนำพาพวกเขากลับ    มาหาพระองค์    ขอบคุณพี่น้องผู้มีน้ำใจดีทุกท่านอีกครั้ง ที่เสียสละทั้งแรง            กาย-แรงใจ-แรงทรัพย์ ช่วยเตรียมงานและจัดงานฉลองปัสกา ผ่านไปอย่าง        สง่างาม  ทั้งใบลาน เทียนเสก เทียนปัสกา น้ำเสก ไข่ปัสกา และเสียงขับร้อง    สรรเสริญพระเจ้าอย่างไพเราะ และสิ่งสำคัญคือ ตัวพี่น้องที่มาร่วมฉลอง                    ปัสกาถวายเกียรติแด่พระองค์                                                                   

***        มีหลายๆ คนถามมาว่า  จะมีถ่ายทอด on line  ไปถึงเมื่อใด หรือจะงดเมื่อ                      ใด  พี่น้องช่วยเสนอความคิดเห็นด้วยนะครับ  ไม่ว่าจะเป็นทาง App.  Line  หรือทาง  facebook     ขอกรรมการสภาภิบาลวัดช่วยรวบรวมความคิด                       เห็น   เพื่อการตัดสินใจปฏิบัติด้วยครับ  หรือมีสิ่งอื่นใดที่พี่น้องจะเสนอแนะ   ก็เชิญได้นะครับ                                                                                           

***        ช่วงสัปดาห์หน้า พระสงฆ์สัมมนาทั้งอาทิตย์ครับ                                                                                           

                                   

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151379 วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน ค.ศ. 2022 สัปดาห์ที่ 1 สมโภชปัสกา

Wednesday, May 25th, 2022

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูยอห์น

ยน 20 : 1-9

เช้าตรู่วันต้นสัปดาห์ ขณะที่ยังมืด มารีย์ชาวมักดาลาออกไปที่พระคูหา ก็เห็นหินถูกเคลื่อนออกไปจากพระคูหาแล้ว นางจึงวิ่งไปหาซีโมน เปโตรกับศิษย์อีกคนหนึ่งที่พระเยซูเจ้าทรงรักบอกว่า “เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหาแล้ว พวกเราไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ที่ไหน”     เปโตรและศิษย์คนนั้นจึงออกไป มุ่งไปยังพระคูหา ทั้งสองคนวิ่งไปด้วยกัน แต่ศิษย์คนนั้นวิ่งเร็วกว่าเปโตร จึงมาถึงพระคูหาก่อน เขาก้มลงมองเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่บนพื้น แต่ไม่ได้เข้าไปข้างใน ซีโมนเปโตรซึ่งตามไปติดๆ ก็มาถึง เข้าไปในพระคูหาและเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่ที่พื้น รวมทั้งผ้าพันพระเศียรซึ่งไม่ได้วางอยู่กับผ้าพันพระศพ แต่พับแยกวางไว้อีกที่หนึ่ง ศิษย์คนที่มาถึงพระคูหาก่อนก็เข้าไปข้างในด้วย เขาเห็นและมีความเชื่อ เขาทั้งสองคนยังไม่เข้าใจพระคัมภีร์ที่ว่า พระองค์ต้องทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรรดาผู้ตาย.

 

                         ข้อคิด                    

“สุขสันต์วันปัสกา” คำทักทายแห่งความชื่นชมยินดีนี้เป็นเอกสิทธิ์ ไม่ใช่เฉพาะคนที่เชื่อในการกลับคืนชีพขององค์พระคริสตเจ้าเท่านั้น แต่จะต้องเชื่อในผลแห่งการไถ่บาปของพระองค์ด้วย การกลับคืนชีพของพระองค์เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ แต่มากไปกว่านั้น   มีผู้คนมากมายที่พยายามหลีกหนีความตาย หรือแม้แต่เป็นอมตะ แต่การกลับคืนชีพของพระคริสตเจ้านั้น เป็นผลมาจากแผนการของการไถ่กู้ให้เราพ้นจากบาป ในเราเกิดใหม่ในพระองค์ ความสุขของปัสกาจึงไม่ใช่ความสุขของการที่เราจะไม่ตาย แต่เป็นความสุขว่า ความตายไม่มีอำนาจเหนือเรา ความตายไม่ใช่การสิ้นสุด ชัยชนะเหนือความตายของพระคริสตเจ้าทำให้เราดำเนินชีวิตนิรันดรในพระองค์ตั้งแต่ในโลกนี้ และร่วมยินดีในชัยชนะเหนือความตายกับพระองค์ด้วย การดำเนินชีวิตในพระอาณาจักรของพระองค์ในทุกวันแห่งชีวิตเรา ศิษย์ของพระคริสต์คือผู้ดำเนินชีวิตในรหัสธรรมปัสกาทุกๆ วัน.

  

ปัสกาแห่งชีวิตเริ่มต้นในความมืด

และในคูหาแห่งความตาย

เรื่องราวเริ่มต้นจากหญิงที่ทุกคนรู้จักว่าเป็นคนบาป

….มารีย์ มักดาลา

เธอวิ่งตรงไปยังพระคูหา และพบหินปิดปากพระคูหาถูกกลิ้งออก

เธอมองว่า พระศพถูกขโมย

…เธอมองเห็นค่ำคืนของโจรผู้ร้าย ผู้นำความตาย

มากกว่าคำคื่นของพระเจ้า ผู้หยุดยั้งความตาย

 

เรื่องราวก้าวเดินไปด้วยการวิ่งยามเช้าของเปโตร

และศิษย์ที่พระองค์ทรงรัก

ทั้งสองมุ่งตรงไปยังพระคูหา

เปโตรเข้าไปข้างใน…เขาได้เห็นผ้าพันพระศพ

ศิษย์ที่พระองค์ทรงรักเข้าไปข้างใน…เขาได้เห็น…และได้เชื่อ

 

ศิษย์ที่พระองค์ทรงรัก…อยู่ใกล้พระองค์ในอาหารค่ำครั้งสุดท้าย

เขาเป็นคนที่ยืนแทบเชิงกางเขน เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์

ณ บัดนี้ ในยามเช้าตรู่ เขาวิ่งตรงไปยังพระคูหา

หัวใจที่สุมไว้ด้วยรัก ผลักดันให้เขาวิ่งถึงพระคูหาก่อนใครอื่น

หัวใจที่คุ้นเคยกับความรัก ได้ทำให้เขาเชื่อก่อนใครอื่น

และในวันนั้น เมื่อพระองค์ยืนอยู่บนฝั่งทะเลสาบทิเบริอัส

เขาผู้นี้ชี้บอกเปโตรว่า นั่นเป็นพระอาจารย์

ความรักที่อยู่ในหัวใจ ได้นำพาเขาให้ถึงที่หมายก่อนใครอื่น

 

โอ…ฉันอยากเฝ้าปลูกต้นรักให้เติบโต

เมื่อคืนนั้นมาถึง ฉันจะมองเห็นความสว่างในท่ามกลางความมืด

และฉันจะสุขยินดีด้วยแสงแห่งพระคริสตเจ้า

ที่ทรงมีชัยเหนือความบาป

 

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2022    อาทิตย์มหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า

พี่น้องที่รัก แม้ว่าพระเยซูเจ้าทรงมีพระธรรมชาติพระเจ้า พระองค์ก็มิได้ทรงถือว่าศักดิ์ศรีเสมอพระเจ้านั้นเป็นสมบัติที่จะต้องหวงแหน แต่ทรงสละพระองค์จนหมดสิ้น ทรงรับสภาพดุจทาส เป็นมนุษย์ดุจเรา ทรงแสดงพระองค์ในธรรมชาติมนุษย์ ทรงถ่อมพระองค์จนถึงกับทรงยอมรับความตาย และเป็นความตายบนไม้กางเขน (ฟป. 2:6-11)         จะมีมนุษย์ผู้ใดอีกไหมในใต้พื้นพิภพนี้ ที่จะกระทำเยี่ยงองค์พระเยซูคริสตเจ้าผู้นี้ ด้วยเหตุนี้เอง ทุกคนในสวรรค์และบนแผ่นดิน รวมทั้งใต้พื้นพิภพจะย่อเข่าลงนมัสการพระนาม “เยซู” นี้ และเพื่อชนทุกชาติทุกภาษาจะได้ร้องประกาศว่า  “พระเยซูคริสต์ ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อพระสิริรุ่งโรจน์แด่พระเจ้า-พระบิดา”       โฮซานนาแด่โอรสของดาวิต ขอถวายพรแด่ผู้มาในนามของพระเจ้า ข้าแต่พระราชาแห่งอิสราเอล โฮซานนา พระเจ้าสูงสุด พี่น้องที่เคารพรัก วันนี้ขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม ผู้คนจำนวนมาก ต่างพากันมาชุมนุมโห่ร้องต้อนรับพระองค์ ประกาศให้โลกรับรู้ว่า เป็นพระองค์ผู้นี้ได้เสด็จมาช่วยพวกเขาให้รอดแล้ว  แต่…แต่… อีกเพียงไม่กี่วัน พวกเขาเหล่านั้น จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ พวกเขาเหล่านั้นก็ตะโกนต่อพระองค์อีกครั้งว่า….  “เอามันไปตรึงกางเขน”                             พี่น้องครับ ทุกครั้งที่เราทำบาป เราก็ประกาศเช่นเดียวกับพวกเขาเหล่านั้นว่า “เอาพระองค์ไปตรึงกางเขน” (แทนเราที่ต้องรับโทษที่ได้ทำผิดนั่นเอง)            บัดนี้เป็นเวลาแห่งความรอด จงกลับใจ-เปลี่ยนแปลงชีวิต มิฉะนั้นแล้ว เราจะพินาศ…..จงกลับใจ ใช้โทษบาป และเจริญชีวิตใหม่ในพระองค์

****     พี่น้องครับ มนุษย์ชอบความสนุกรื่นเริง ทุกๆโอกาสที่เป็นไปได้ เราได้ฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ ฉลองการเสด็จมาบังเกิดของพระเยซูเจ้า-พระผู้ไถ่ ซึ่งก็     ถูกต้องและสมควรยิ่งนัก แต่นั่นเป็นเพียงการเริ่มต้นของแผนการไถ่บาป             แต่บัดนี้  มหาพรต สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ มหาทรมานของพระเยซูเจ้า การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ และการเสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ของพระ     องค์เป็นชัยชนะ เป็นเส้นชัย ที่เราจะต้องฉลอง-สมโภช และรื่นเริงยิ่งกว่าอีก เชิญชวนพี่น้อง เตือนใจกัน-บอก-ประกาศ และพากันมาขับร้องถวาย เกียรติแด่พระองค์ กลับมาเจริญชีวิตใหม่ในพระองค์ ปราศจากพระองค์พระเยซูเจ้าแล้ว เราไม่อาจทำสิ่ง   ใดได้เลย และเราจะไม่รอดเลย!!

****     อย่าลืมนะครับพี่น้อง มาระลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่พระเยซูเจ้าได้ทรงกระทำได้ทรงไถ่เราให้รอด วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ และวันอาทิตย์ปัสกา ขอองค์พระคริสตเจ้าผู้ได้ทรงกลับคืนชีพ นำความสว่างสุกใส      ขจัดความมืดมนของโลก-และในจิตใจของเราให้   หมดสิ้นไปเทอญ อัลเลลูยา!!!

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2022    สมโภชปัสกา พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ

วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ : ระลึกถึงพระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิท     (ในพิธีกรรมปกติ วันนี้จะมีพิธีล้างเท้าอัครสาวก)นักบุญยอห์นนำเสนอบันทึกเรื่องการตั้งศีลมหาสนิท  เมื่อพระเยซูเจ้าทรงล้างเท้าบรรดาสาวกศีลมหาสนิทคือ การถวายบูชา   ศีลมหาสนิท คือการมอบบูชาตัวพระองค์ทั้งครบ  เป็นอาหารฝ่ายจิตวิญญาณของคริสตชน  คริสตชนได้รับเชิญให้เข้ามารับศีลมหาสนิท  เพื่อที่จะได้รับความรอด                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                          โดยการถวายบูชาของพระเยซูเจ้า สอนให้เรารักกัน ด้วยการรับใช้ซึ่งกันและกัน

วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ : พระเยซูเจ้าทรงรับทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน   บัดนี้ ถึงเวลาแล้ว ที่บุตรแห่งมนุษย์จะยอมมอบตน    ตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า ยอมทนทุกข์ทรมาน และยอมถูกตอกตรึงบนไม้กางเขน ตายแทนมนุษย์-ไถ่บาปของมนุษย์ นำมนุษย์กลับมาเป็นบุตรของพระเจ้าเสียใหม่ พระเจ้าได้ทรงกระทำตามพันธสัญญาที่ให้ไว้ ทุกสิ่งสำเร็จบริบูรณ์แล้ว

 

วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ : ค่ำคืนตื่นเฝ้าปัสกา : พิธีเสกไฟ : เสกเทียนปัสกา : เสกน้ำ อัลเลลูยา อัลเลลูยา : พระองค์เสด็จกลับคืนชีพ ผ่านจากความตายสู่ชีวิตใหม่อันรุ่งโรจน์ สุขสันต์วันปัสกาแด่พี่น้องทุกท่าน ชัยชนะเหนือความตายของพระเยซูเจ้า นำชีวิตใหม่และชีวิตนิรันดรกลับมาสู่เราทุกคนอีกครั้งหนึ่ง  เราต้องดำเนินชิวิตใหม่ในองค์พระเยซูเจ้า  ผู้ใดก้าวเดินไปกับพระองค์ ผู้นั้นก็จะได้รับความรอดในพระองค์

 

****      ขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่ได้มีส่วนให้งานสมโภชปัสกาในปีนี้ผ่านไปอย่างดี  พี่น้องหลายๆคนช่วยจัดเตรียมไข่ปัสกา จัดเตรียมใบลาน จัดเตรียมน้ำเสก   จัดเตรียมเทียนเสก-เทียนปัสกา  จัดเตรียมวัด-สถานที่ และอีกหลายสิ่ง       หลายอย่าง เพื่อเราได้ฉลองปัสกา และอีกสิ่งก็คือ จัดเตรียมชีวิตของเรา            เองเพื่อ        สมโภชปัสกา ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญและมีคุณค่ามากที่สุด            ขอบคุณและขอพระพร      ปัสกาอยู่กับพี่น้องทุกท่านเทอญ.                                                                                           คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

สารวัด ฉบับที่ 151378 วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน ค.ศ. 2022 อาทิตย์ใบลาน พระทรมานของพระคริสตเจ้า

Wednesday, May 25th, 2022

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูลูกา

ลก 23 : 1-49

ทุกคนในที่ประชุมลุกขึ้น นำพระองค์ไปมอบให้ปีลาต เขาเหล่านั้นตั้งข้อกล่าวหาพระองค์โดยพูดว่า “เราพบคนคนนี้ยุยงประชาชนของเรา ห้ามเสียภาษีแก่พระจักรพรรดิ์ และอ้างว่าตนเป็นพระคริสต์ กษัตริย์” ปีลาตจึงถามพระองค์ว่า “เป็นกษัตริย์ของชาวยิวหรือ” พระองค์ตรัสตอบว่า “ท่านพูดเองแล้ว” ปีลาตจึงพูดกับบรรดาหัวหน้าสมณะและประชาชนว่า “เราไม่พบความผิดข้อใดในคนคนนี้” แต่พวกเขาย้ำอีกว่า “เขาก่อกวนประชาชน เที่ยวสั่งสอนทั่วแคว้นยูเดีย โดยเริ่มต้นตั้งแต่แคว้นกาลิลีจนถึงที่นี่” เมื่อปีลาตได้ยินดังนี้จึงถามว่า “คนนี้เป็นชาวกาลิลีหรือไม่” เมื่อทราบว่าพระองค์ทรงอยู่ในอำนาจของกษัตริย์เฮโรด จึงส่งพระองค์ไปให้กษัตริย์เฮโรด ซึ่งขณะนั้นกำลังประทับอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม ปีลาตต้องการปล่อยพระเยซูเจ้า จึงพูดกับประชาชนอีก แต่คนเหล่านั้นร้องตะโกนกลับมาว่า เอาไปตรึงกางเขน ไปตรึงกางเขนปีลาตพูดกับประชาชนเป็นครั้งที่สาม….แต่ประชาชนยังคงตะโกนเสียงดังต่อไป ขอให้เอาพระองค์ไปตรึงกางเขน และเสียงของประชาชนดังขึ้นๆ   ปีลาตจึงตัดสินใจให้เป็นไปตามคำเรียกร้องของประชาชน ปล่อยคนที่ถูกจำคุกเพราะก่อการจลาจลและฆ่าคน และมอบพระเยซูเจ้าให้เขาจัดการตามความพอใจขณะที่ทหารนำพระองค์ออกไป  พวกเขาเกณฑ์ชายคนหนึ่งชื่อซีโมนชาวไซรีนซึ่งกำลังกลับจากชนบท วางไม้กางเขนบนบ่าของเขาให้แบกตามพระเยซูเจ้า…บรรดาทหารนำผู้ร้ายสองคนไปประหารชีวิตพร้อมกับพระองค์ด้วย      เมื่อมาถึงสถานที่ที่เรียกว่าเนินหัวกระโหลก บรรดาทหารตรึงพระองค์ที่นั่นพร้อมกับผู้ร้ายสองคน คนหนึ่งอยู่ข้างขวาและอีกคนหนึ่งอยู่ข้างซ้าย พระเยซูเจ้าตรัสว่า “พระบิดาเจ้าข้า โปรดอภัยความผิดแก่เขาเถิด เพราะเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร” ทหารนำเสื้อผ้าของพระองค์ไปจับสลากแบ่งกัน                                                         ประชาชนยืนอยู่ที่นั่น ส่วนบรรดาผู้นำเยาะเย้ยพระองค์ว่า “เขาช่วยคนอื่นให้รอดพ้นได้ ก็ให้เขาช่วยตนเองซิ ถ้าเขาเป็นพระคริสต์ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร” แม้แต่บรรดาทหารก็เยาะเย้ยพระองค์ด้วย เขานำเหล้าองุ่นเปรี้ยวเข้ามาถวาย พลางกล่าวว่า “ถ้าท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิว ก็จงช่วยตนเองให้รอดพ้นซิ” มีคำเขียนไว้เหนือพระองค์ว่า “ผู้นี้คือกษัตริย์ของชาวยิว”    ผู้ร้ายคนหนึ่งที่ถูกตรึงบนไม้กางเขน พูดดูหมิ่นพระองค์ว่า “แกเป็นพระคริสต์มิใช่หรือ จงช่วยตนเองและช่วยเราให้รอดพ้นซิ” แต่อีกคนหนึ่งดุเขา กล่าวว่า “แกไม่เกรงกลัวพระเจ้าหรือที่มารับโทษเดียวกันกับท่านผู้นี้ สำหรับพวกเราก็ยุติธรรมแล้ว เพราะเรารับโทษสมกับการกระทำของเรา แต่ท่านผู้นี้มิได้ทำผิดเลย” แล้วเขาทูลว่า “ข้าแต่พระเยซู โปรดทรงระลึกถึงข้าพเจ้าด้วยเมื่อพระองค์จะเสด็จสู่พระอาณาจักรของพระองค์” พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “เราบอกความจริงกับท่านว่า วันนี้ ท่านจะอยู่กับเราในสวรรค์”     ขณะนั้น เป็นเวลาประมาณเที่ยงวัน ทั่วแผ่นดินมืดไปจนถึงเวลาบ่ายสามโมง เพราะดวงอาทิตย์มืดลง ม่านในพระวิหารฉีกขาดตรงกลาง พระเยซูเจ้าทรงร้องเสียงดังว่า “พระบิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้ามอบจิตของข้าพเจ้าไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์” เมื่อตรัสดังนี้ ก็สิ้นพระชนม์     เมื่อนายร้อยเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า พูดว่า “ชายคนนี้เป็นผู้ชอบธรรมแน่ทีเดียว” ประชาชนที่มาชุมนุมกันดูเหตุการณ์นี้ เมื่อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ข้อน-อก พากันกลับไป ทุกคนที่รู้จักคุ้นเคยกับพระองค์ รวมทั้งบรรดาสตรีที่ติดตามพระองค์มาจากแคว้นกาลิลีต่างยืนอยู่ห่างๆ คอยดูเหตุการณ์นี้.

                       

 ข้อคิด                    

ขณะที่พระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์บนเนินหัวกะโหลก ห่างออกไปไม่ไกลมากนักที่กรุงเยรูซาเล็มที่พระวิหารของพระเจ้าตั้งอยู่ นักบุญลูกาบันทึกไว้ว่า ม่านในพระวิหารฉีกขาดตรงกลาง ม่านที่กั้นมนุษย์ออกจากหีบพระบัญญัติที่ประทับอยู่ภายหลังม่าน ถือว่าเป็นที่ประทับของพระเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด บัดนี้ ในความตายของพระเยซูเจ้า สิ่งที่เคยกั้นมนุษย์ออกจากพระเจ้าได้ถูกทำลายลงแล้ว โดยอาศัยพระทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้า พระเจ้ากับมนุษย์ได้เป็นหนึ่งเดียวกัน ดังนั้น ให้เราวิงวอนขอพระพรจากพระเป็นเจ้า ให้เราตระหนักและหมั่นรำพึงเสมอเกี่ยวกับการยอมรับพระประสงค์ของพระเยซูเจ้า ที่นำไปสู่พระทรมานซึ่งนำความรอดพ้นมาให้เราแต่ละคน เพื่อที่เราจะสามารถรู้จักและรักพระองค์มากยิ่งขึ้น เหมือนกับที่นักบุญอัลฟอนโซได้กล่าวไว้ว่า “ใครจะมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่รักพระเยซูเจ้า หากเขารำพึงถึงพระมหาทรมานบ่อยๆ”

           

ฝูงชนมากมายเข้าร่วมขบวนแห่

เสื้อผ้าที่ปูวางบนท้องถนนเป็นพรมแดงต้อนรับ

เสียงโห่ร้องแห่งความสุขยินดีดังก้องจนน่าแปลกใจ

เสียงสรรเสริญ กลับกลายเป็นเอกลักษณ์ของขบวนแห่

ศิษย์ทั้งสิบสองก้าวนำขบวนอย่างองอาจประดุจวันแห่งชัยชนะ

แต่…ในวันนี้ที่สว่างไสวด้วยแสงแห่งความสุข

….จะมีสักกี่คนที่มองทะลุถึงปลายทาง

ชายหนุ่มผู้ขี่หลังลานำหน้า มองเห็นถึงปลายฟ้า

บั้นปลายนั้นน่ากลัว….เพราะความตายยืนรออยู่

เยรูซาเล็ม….สถานที่นัดพบกับความตาย อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม

เริ่มจากอาหารค่ำครั้งสุดท้ายที่บรรดาศิษย์จัดสัมมนาเรื่องใครจะเป็นใหญ่

และคืนนั้นที่ในสวน พวกเขาก็นอนหลับสบาย

ปล่อยให้พระองค์เผชิญความทุกข์อย่างโดดเดี่ยว

ตามด้วยรอยจูบอันเจ็บปวดจากเพื่อนผู้ทรยศ

และการปฏิเสธที่ปราศจากเยื่อใยสามครั้งจากเพื่อนสนิท

ทรงถูกจับโยนไปตามวิถีแห่งการเมือง

ทรงถูกมอบให้ฝูงชนนำไปฆ่า เพราะความขลาดกลัวของผู้มีอำนาจ

ทรงก้าวเดินบนเส้นทางกางเขนอย่างโดดเดี่ยว ไร้ศิษย์รักที่เคยติดตาม

ทรงถูกมองด้วยสายตาหยามเหยียดตลอดเส้นทาง

ทรงมองทุกผู้คนด้วยความรักเมตตา และให้อภัยจนถึงที่สุดท้าย

ลมหายใจอำลาเป็นไปอย่างแน่วแน่ชัดเจน ขณะที่เพื่อนหลบหนีห่างไกล

ขบวนแห่เริ่มต้นที่นอกกรุงเยรูซาเล็ม

มุ่งสู่กางเขนแห่งความตายในกรุงเยรูซาเล็ม

ฉันจะเข้าร่วมขบวนแห่หรือจะยืนสังเกตุการณ์…ไม่เดือดร้อน…อยู่นอกเมือง

ฉันมองหาคำตอบจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ

 

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2022        สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

        “องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่เพื่อเขาทั้งหลาย ถูกต้องแล้ว        องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่เพื่อเรา และเราก็มีความยินดี”                ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดทรงเปลี่ยนสภาพของข้าพเจ้า ทั้งหลายให้กลับดีเช่นเดิมด้วยเถิด พระเจ้าข้า”พี่น้องที่รัก วันนี้พระวรสารเน้นย้ำกับเราเช่นเดิมว่า…..  พระเจ้าของเราเป็นบิดา เป็นพ่อ ที่มีพระทัยดี และเต็มไปด้วยความเมตตา พระองค์เป็นพ่อที่พร้อมจะให้อภัย เมื่อลูกทำผิด เป็นพ่อที่รอเวลาให้ลูกกลับมาบ้าน-กลับมาหาพ่อ-มาอยู่กับพ่อ พระองค์เป็นพ่อที่ออกไปง้องอนลูกคนโตที่น้อยใจพ่อ-ไม่ยอมเข้าบ้าน เป็นพ่อที่อยากให้ลูกทั้งสองอยู่กับพ่อในบ้าน      และวันนี้ หญิงที่ถูกจับขณะล่วงประเวณี ถูกจับมาอยู่ต่อหน้าพระองค์ หวังให้พระองค์ลงโทษ และจะได้ประณามพระองค์ว่าไม่มีความเมตตา…แต่พระเยซูเจ้าเต็มไปด้วยความมีเมตตา ท้าทายให้พวกเขาที่คะยั้นคะยอให้พระองค์ลงโทษ….    “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” พระเยซูเจ้าชี้แสดงให้เราพบความจริงว่า เราทุกคนเป็นคนบาป เราทุกคนต้องเปลี่ยนแปลงชีวิต เราทุกคนต้องกลับใจ พระเยซูเจ้าตรัสกับนางว่า “เราก็จะไม่ลงโทษด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไป อย่าทำบาปอีก”   พี่น้องที่รัก บัดนี้เป็นช่วงเวลามหาพรต เป็นช่วงเวลาแห่งความรอด เป็นช่วงเวลาที่พระองค์รอเรา เป็นช่วงเวลาที่พ่อรอให้ลูกกลับบ้าน รอให้ลูกเข้าบ้าน อย่ากังวลสิ่งผิดที่ได้ทำไป พ่อไม่ได้จดจำ พ่อจะไม่ลงโทษ เพียงแต่ขอว่า อย่าทำอีก  เรารับรู้ถึงการรอคอยของผู้เป็นบิดา-เป็นพ่อไหม เราพร้อมจะกลับบ้านหรือยัง…พร้อมจะเข้าบ้าน กลับมาหาพ่อ-มาขอโทษพระองค์หรือยัง เรายังรออะไรอีก?!?  ระวังดีๆ มันอาจจะสายเกินไป เพราะอาจจะไม่มีวันเวลานั้นอีก!!!

สัปดาห์หน้า เป็นอาทิตย์ใบลาน จะมีพิธีเสกใบลาน เวลา 09.00 น. และมีมิสซาภาษาอังกฤษเวลา 11.00 น. เช่นเดิม และเราก็       จะเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ จันทร์-อังคาร-พุธ มิสซาเช้า เวลา 07.00 น.

วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์    มิสซาระลึกถึงความรักของพระเยซูเจ้า ที่สอนให้เรารักและรับใช้ซึ่งกันและกัน ระลึกถึงการตั้งศีลมหาสนิทมอบพระองค์เองเป็นอาหารเลี้ยงวิญญาณของเรา  พิธีมิสซา เวลา 19.00 น.

วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์      ต้องอดเนื้อ-อดอาหาร ใช้โทษบาป พิธีเดินรูป และพิธีนมัสการกางเขน ระลึกถึงการสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาป  มนุษย์ทั้งมวล  พิธีเวลา 18.30 น.

วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์      ค่ำคืนปัสกา สมโภชการเสด็จกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า มีพิธีเสกไฟ-เสกน้ำ-เสกเทียนปัสกา-เสกไข่ปัสกา   พิธีเวลา 19.00 น.

วันอาทิตย์ปัสกา       มิสซาสมโภช เวลา 09.00 น.

อย่าลืมเชิญชวนและบอกกันต่อๆไปด้วยนะครับ          ขอบพระคุณครับ

                                                           

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2022   อาทิตย์มหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า

พี่น้องที่รัก แม้ว่าพระเยซูเจ้าทรงมีพระธรรมชาติพระเจ้า พระองค์ก็มิได้ทรงถือว่าศักดิ์ศรีเสมอพระเจ้านั้นเป็นสมบัติที่จะต้องหวงแหน แต่ทรงสละพระองค์จนหมดสิ้น ทรงรับสภาพดุจทาส เป็นมนุษย์ดุจเรา ทรงแสดงพระองค์ในธรรมชาติมนุษย์ ทรงถ่อมพระองค์จนถึงกับทรงยอมรับความตาย และเป็นความตายบนไม้กางเขน (ฟป. 2:6-11)  จะมีมนุษย์ผู้ใดอีกไหมในใต้พื้นพิภพนี้ ที่จะกระทำเยี่ยงองค์พระเยซูคริสตเจ้าผู้นี้ ด้วยเหตุนี้เอง ทุกคนในสวรรค์และบนแผ่นดิน รวมทั้งใต้พื้นพิภพจะย่อเข่าลงนมัสการพระนาม “เยซู” นี้ และเพื่อชนทุกชาติทุกภาษาจะได้ร้องประกาศว่า “พระเยซูคริสต์ ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อพระสิริรุ่งโรจน์แด่พระเจ้า-พระบิดา”    โฮซานนาแด่โอรสของดาวิต ขอถวายพรแด่ผู้มาในนามของพระเจ้า ข้าแต่พระราชาแห่งอิสราเอล โฮซานนา พระเจ้าสูงสุด พี่น้องที่เคารพรัก วันนี้ขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม ผู้คนจำนวนมาก ต่างพากันมาชุมนุมโห่ร้องต้อนรับพระองค์ ประกาศให้โลกรับรู้ว่า เป็นพระองค์ผู้นี้ได้เสด็จมาช่วยพวกเขาให้รอดแล้ว  แต่…แต่… อีกเพียงไม่กี่วัน พวกเขาเหล่านั้น จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ พวกเขาเหล่านั้นก็ตะโกนต่อพระองค์อีกครั้งว่า….  “เอามันไปตรึงกางเขน”  พี่น้องครับ ทุกครั้งที่เราทำบาป เราก็ประกาศเช่นเดียวกับพวกเขาเหล่านั้นว่า “เอาพระองค์ไปตรึงกางเขน” (แทนเราที่ต้องรับโทษที่ได้ทำผิดนั่นเอง)            บัดนี้เป็นเวลาแห่งความรอด จงกลับใจ-เปลี่ยนแปลงชีวิต มิฉะนั้นแล้ว เราจะพินาศ…..จงกลับใจ ใช้โทษบาป และเจริญชีวิตใหม่ในพระองค์

****     พี่น้องครับ มนุษย์ชอบความสนุก รื่นเริง ทุกๆโอกาสที่เป็นไปได้ เราได้  ฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ ฉลองการเสด็จมาบังเกิดของพระเยซูเจ้า-พระผู้                   ไถ่ ซึ่งก็ถูกต้องและสมควรยิ่งนัก แต่นั่นเป็นเพียงการเริ่มต้นของแผนการ ไถ่บาป แต่บัดนี้ มหาพรต สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ มหาทรมานของพระเยซูเจ้า   การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ และการเสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ของ   พระองค์เป็นชัยชนะ เป็นเส้นชัย ที่เราจะต้องฉลอง-สมโภช และรื่นเริงยิ่ง กว่าอีก เชิญชวนพี่น้อง เตือนใจกัน-บอก-ประกาศ และพากันมาขับร้อง ถวายเกียรติแด่พระองค์ กลับมาเจริญชีวิตใหม่ในพระองค์ ปราศจากพระ  องค์พระเยซูเจ้าแล้ว เราไม่อาจทำสิ่งใดได้เลย และเราจะไม่รอดเลย!!

****         อย่าลืมนะครับพี่น้อง มาระลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่พระเยซูเจ้าได้ทรง     กระทำ ได้ทรงไถ่เราให้รอด วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ วัน              เสาร์ศักดิ์สิทธิ์ และวันอาทิตย์ปัสกา ขอองค์พระคริสตเจ้าผู้ได้ทรงกลับ                    คืนชีพ นำความสว่างสุกใน ขจัดความมืดมนของโลก-และในจิตใจของเรา         ให้หมดสิ้นไปเทอญ อัลเลลูยา อัลเลลูยา!!!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล          

บทเทศน์ของพระสันตะปาปาฟรานซิส     วันสมโภชฑูตสวรรค์แจ้งข่าว   วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2022                             ในโอกาสการยกถวายมนุษยชาติ โดยเฉพาะยูเครนและรัสเซีย    แด่ดวงหทัยนิรมลของพระนางมารีย์

ในความเป็นหนึ่งเดียวกันกับบรรดาบิชอปและประชาสัตบุรุษทั่วโลก พ่อขอประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับหนทางพิเศษนี้เพื่อที่จะทำให้ทุกคนที่กำลังประสบกับความทุกข์อยู่ในขณะนี้ แด่ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์   ในบทอ่านของพระวรสารสำหรับการสมโภชวันนี้ อัครทูตคาบรียลกล่าวทักทายพระแม่มารีย์สามครั้ง    ครั้งแรกเมื่ออัครทูตสวรรค์กล่าวกับพระนางมารีย์ว่า “จงชื่นชมยินดีเถิด ท่านเปี่ยมด้วยหรรษทาน พระเจ้าประทับอยู่กับท่าน” (ลก. 1: 28)  เหตุผลที่ต้องชื่นชมยินดีเผยให้เห็นได้จากคำทักทายสองสามคำนั้น พระเจ้าสถิตกับท่าน ลูกๆ และพี่น้องชายหญิงที่รัก วันนี้ท่านสามารถได้ยินเสียงเหล่านั้นที่พูดกับท่าน ท่านสามารถทำให้เป็นคำพูดสำหรับท่านทุกครั้งที่เข้าไปขอรับการอภัยของพระเจ้า เพราะ ณ ที่นั้นพระเจ้าจะตรัสกับท่านว่า “เราประทับอยู่กับท่าน”       บ่อยครั้งเหลือเกิน พวกเรามักจะคิดว่าการสารภาพบาปคือ การเข้าไปหาพระเจ้าด้วยการมองในลักษณะแบบขอให้ผ่าน ๆ ไปที หรือคิดไปว่านั่นไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอะไรที่พวกเราเข้าไปหาพระเจ้า ด้วยความจริงนั่นเป็นพระเจ้าที่เข้ามาหาพวกเราต่างหาก เพื่อที่จะทำให้พวกเราเปียมด้วยพระหรรษทาน ที่พระองค์จะทำให้พวกเราเปี่ยมด้วยความชื่นชมยินดี การสาร ภาพบาปของพวกเราทำให้พระบิดาชื่นชมยินดี ที่พระองค์สามารถช่วยพยุงให้พวกเราลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับบาปของพวกเราเท่ากับการให้อภัยของพระองค์    ขอให้คิดไตร่ตรองเรื่องนี้ให้ดี หากบาปของพวกเราเป็นหัวใจแห่งเครื่องหมายอันศักดิ์สิทธิ์ แทบทุกสิ่งจะขึ้นอยู่กับตัวเรา ขึ้นอยู่กับความเป็นทุกข์เสียใจของตัวเรา พร้อมกับความพยายามของพวกเรา และกับความตั้งใจของพวกเรา ไม่ใช่เป็นเช่นนั้นทั้งหมด  ศีลศักดิ์สิทธิ์จะเกี่ยวกับพระเจ้าผู้ที่ทำให้พวกเราเป็นไท เป็นอิสระและทำให้พวกเราสามารถยืนอยู่บนเท้าของเราได้อีกครั้งหนึ่ง   ขอให้พวกเรารับรู้อย่างดีอีกครั้งหนึ่ง ถึงความเป็นเลิศแห่งพระหรรษทานและอ้อนวอนขอของขวัญในการรับรู้ว่าการคืนดีของพวกเรากับพระเจ้า ไม่เพียงแค่จะเป็นการเริ่มเข้าใกล้พระเจ้าเท่านั้น แต่ยังจะได้รับการสวมกอดจากพระองค์ และจะทำให้พวกเราประหลาดใจและทำให้พวกเรามีความชื่นชมยินดีอย่างเหลือล้น พระเจ้าจะเข้ามาประทับในบ้านของพวกเราเฉกเช่นที่พระองค์ทรงกระทำที่บ้านของมารีย์แห่งตำบลนาซาเร็ธพร้อมทั้งนำความประหลาดใจและความชื่นชมยินดีมาสู่บ้านนั้น   สิ่งสำคัญขอให้พวกเรามองดูสิ่งต่างๆ ตามสายพระเนตรของพระเจ้า  แล้วพวกเราจะพบกับความรักของเรากับเครื่องหมายของการอภัยบาป พวกเราต้องการสิ่งนี้ เพราะการเกิดใหม่ภายในชีวิตทุกอย่าง การฟื้นฟูชีวิตฝ่ายจิต การเริ่มต้นใหม่ จะมาจากการให้อภัยของพระเจ้า ขอให้พวกเราจงอย่าได้ละเลยการขอคืนดีกับพระเจ้า ขอให้พบการคืนดีในฐานะที่เป็นเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์แห่งความชื่นชมยินดี เพราะการอายต่อบาปจะกลายเป็นโอกาสสำหรับประสบการณ์ของการอยู่ในอ้อมกอดด้วยความอบอุ่นของพระบิดาเจ้า พลังอันอ่อนโยนของพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเยียวยารักษาพวกเรา และ ความอ่อนโยนเยี่ยงมารดาของพระจิต นี่คือหัวใจแห่งเครื่องหมายของการอภัยบาป   ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รัก พวกท่านที่เป็นสมณะแห่งศาสนบริกรสำหรับการอภัยของพระเจ้า พวกท่านเป็นผู้มอบให้แก่ผู้ที่เข้ามาหาท่านในความชื่นชมยินดีแห่งการประกาศว่า จงชื่นมยินดีเถิด พระเจ้าประทับอยู่กับท่านแล้ว จงละทิ้งความแข็งกระด้าง อุปสรรคต่าง ๆ และความหยาบคายไปเสีย ขอให้ประตูของท่านจงเปิดกว้างสู่พระเมตตาของพระเจ้าโดยเพาะอย่างยิ่งในเครื่องหมายของการอภัยบาป พวกเราในฐานะสมณะถูกเรียกร้องให้มีพฤติกรรมดุจผู้เลี้ยงแกะที่ดีที่อุ้มลูกแกะไว้ในอ้อมกอด แล้วปลอบโยนลูกแกะแต่ละตัว พวกเราถูกเรียกร้องให้เป็นท่อธารแห่งพระหรรษทาน ที่หลั่งไหลน้ำทรงชีวิตแห่งพระเมตตาของพระบิดาเจ้าลงสู่ดวงใจที่เหี่ยวแห้ง    ครั้งที่สองที่อัครทูตสวรรค์กล่าวกับพระนางมารีย์  พระแม่ทรงวุ่นวายพระทัยมากจากคำทักทายนั้น ทูตสวรรค์จึงกล่าวกับพระแม่มารีย์ว่า “อย่ากลัวเลย” (ข้อ 30) ในพระคัมภีร์ทุกครั้งที่พระเจ้าตรัสกับผู้ที่ยอมรับพระองค์ พระองค์ทรงพอพระทัยที่จะกล่าวเช่นนี้ จงอย่าได้กลัวเลย! พระองค์ตรัสเช่นนี้กับอับราฮัม (เทียบ ปฐก. 15: 1) กับ อีซาอัก (เทียบ ปฐก. 26: 24) กับยาโคบ (เทียบ ปฐก. 46: 3) ฯลฯ จนกระทั่งถึงโยเซฟ (เทียบ มธ. 1: 20) และพระนางมารีย์ โดยอาศัยวิธีนี้พระองค์ทรงส่งสารชัดเจน ซึ่งให้ความบรรเทาใจแก่พวกเรา หากพวกเราเปิดใจให้กับพระองค์ ความกลัวจะไม่มีวันทำให้พวกเราหวั่นไหวตื่นตระหนกได้เลย  ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รัก หากบาปของพวกท่านทำให้พวกท่านตกใจ ถ้าหากเรื่องราวในอดีตรบกวนจิตใจพวกท่าน ถ้าหากบาดแผลของพวกท่านไม่รู้จักหายหายถ้าความล้มเหลวของพวกท่านทำให้ท่านหมดกำลังใจ และดูเหมือนว่าพวกท่านสูญเสียความหวังไป ก็จงอย่าได้กลัวหรือตื่นตระหนกเลย พระเจ้าทรงทราบอย่างดีความอ่อนแอเปราะบางของท่านมากกว่าความผิดของพวกท่าน พระองค์ทรงขอร้องพวกท่านเพียงอย่างเดียว กล่าวคือ ท่านต้องไม่เก็บความอ่อนแอและความทุกข์ไว้ภายในใจตามลำพัง จงนำทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นไปหาพระองค์  เล่าทุกสิ่งสารพัดให้พระองค์ฟังสำหรับเหตุผลที่ทำให้ท่านท้อแท้ นี่จะเป็นโอกาสทองสำหรับการกลับเป็นขึ้นมาใหม่ ฉะนั้นจงอย่าได้กลัว!   พระแม่มารีย์พรหมจารีจะเฝ้าติดตามพวกเราไป พระแม่ทรงมอบความร้อนใจทุกอย่างไว้กับพระเจ้า การแจ้งข่าวของทูตสวรรค์น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พระแม่หวั่นกลัว ทูตสวรรค์แจ้งข่าวในสิ่งที่พระแม่ทรงคิดไม่ถึงและเกินความสามารถของพระแม่เอง นั่นเป็นอะไรที่โดยลำพังพระแม่ไม่สามารถที่จะรับได้ นี่คงจะมีความยุ่งยากซับซ้อน มีปัญหาขัดแย้งแน่นอนกับบทบัญญัติของโมเสส กับโยเซฟคู่หมั้น กับประชาชนในหมู่บ้านของตนเอง ทว่าพระแม่มารีย์ก็มิได้ปฏิเสธ  เพราะคำพูดเหล่านั้น – จงอย่าได้กลัวเลย – นั่นเป็นการเพียงพอแล้วสำหรับพระแม่  การยืนยันของพระเจ้าเป็นการเพียงพอแล้วสำหรับพระแม่ พระแม่ยึดมั่นอยู่กับพระองค์เป็นอันดับแรก เฉกเช่นที่พวกเราต้องการที่จะกระทำในค่ำวันนี้   แต่บ่อยครั้งพวกเรามักกระทำในทางตรงกันข้าม พวกเราเริ่มต้นจากความมั่นใจในตัวเราเองและเมื่อพวกเราสูญเสียความมั่นใจไปพวกเราจึงหันหน้าไปหาพระเจ้า พระแม่ทรงสอนให้พวกเราต้องเริ่มต้นที่พระเจ้า โดยไว้วางใจว่าโดยอาศัยวิธีนี้ทุกสิ่งจะถูกประทานให้พวกเรา (เทียบ มธ. 6: 33)  พระแม่เชื้อเชิญให้พวกเราไปยังต้นตอชีวิตที่แท้จริง  ซึ่งได้แก่พระเจ้า เพราะพระองค์เป็นผู้เยียวยาสูงสุดแห่งความกลัวและความว่างเปล่าแห่งชีวิต มีข้อความน่ารักอยู่ข้อหนึ่งในสำนักวาติกันที่เตือนใจพวกเราเกี่ยวกับเรื่องนี้ “การหันหนีไปจากพระองค์คือความล้มเหลว การหวนกลับไปหาพระองค์เป็นการลุกขึ้นมาใหม่ การประทับอยู่ในพระองค์คือการมีชีวิต” (เทียบ Saint Augustine, Coliloquies I, 3)                                                   ทุกวันนี้ข่าวคราวและฉากโศกนาฏกรรมแห่งความตาย และแม้กระทั่งลูกระเบิดกำลังทำลายบ้านเมืองมากมายของบรรดาพี่น้องชาวยูเครนที่ไม่มีทางที่จะป้องกัน  สงครามอันร้ายกาจที่คร่าชีวิตมนุษย์และสร้างความทุกข์เดือดร้อนให้กับทุกคน ทำให้พวกเราต้องร้อนอกร้อนใจและมีความกังวล พวกเรารู้สึกสิ้นหวังและพวกเราไม่อาจที่จะช่วยอะไรได้ พวกเราจำเป็นที่ต้องได้รับการยืนยันว่า  “จงอย่าได้กลัวเลย         ทว่าการยืนยันของลมปากมนุษย์จะไม่เพียงพอ พวกเราต้องการความใกล้ชิดของพระเจ้าและความมั่นใจในการให้อภัยของพระองค์ ซึ่งมีแต่สิ่งนี้เท่านั้นที่จะถอนรากถอนโคนความชั่วร้ายออกไปได้  ที่จะทำให้พวกเราเกิดความเสียใจกลับใจใหม่ และฟื้นฟูสันติสุขแก่ดวงใจของพวกเราได้ ขอให้พวกเราหันกลับไปหาพระเจ้าและการวิงวอนให้อภัยของพระองค์    ครั้งที่สามทูตสวรรค์กล่าวกับพระนางมารีย์ว่า “พระจิตจะเสด็จมาเหนือท่าน” (ลก. 1: 35)    นี่คือวิธีที่พระเจ้าทรงยื่นพระหัตถ์เข้ามาในประวัติศาสตร์ ด้วยการมอบพระจิตของพระองค์มาสู่ชาวเรา เพราะในเรื่องราวที่มีความสำคัญโดยลำพังกำลังของพวกเราเองจะไม่เพียงพอ โดยลำพังตัวเราเองพวกเราไม่อาจที่จะสำเร็จได้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งแห่งประวัติศาสตร์ หรือแม้แต่ปัญหาแห่งหัวใจของพวกเราเอง  พวกเราต้องการปรีชาญาณและและอำนาจของพระเจ้าซึ่งได้แก่พระจิต พวกเราต้องการพระจิตองค์แห่งความรัก ผู้ซึ่งจะทรงขับไล่ความเกลียดชัง บรรเทาความขมขื่น ดับความโลภ และกระตุ้นให้พวกเราหลุดพ้นจากความเฉื่อยชา พวกเราต้องการความรักของพระจ้า เพราะความรักของพวกเราเปราะบางและไม่เพียงพอ พวกเราวอนขอหลายสิ่งหลายอย่างจากพระเจ้าแต่บ่อยครั้งเพียงใดที่พวกเราลืมที่จะขอสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด และสิ่งที่พระองค์ทรงปรารถนามากที่สุดที่จะประทานให้พวกเรา นั่นคือพระจิตผู้ทรงอำนาจแห่งความรัก  อันที่จริงหากปราศจากซึ่งความรัก พวกเราจะสามารถมอบสิ่งใดให้กับโลกได้หรือ? มีการกล่าวกันไว้ว่าคริสตชนที่ปราศจากความรักก็เป็นเหมือนเข็มที่เย็บผ้าไม่เป็น มันมักจะทิ่มแทง มันจะก่อให้เกิดบาดแผล และหากมันไม่สามารถที่จะเย็บผ้า ที่จะปะผ้า นั่นก็ไร้ประโยชน์ นี่คือสาเหตุที่พวกเราที่ต้องหาวิธีที่จะได้รับการอภัยจากพระเจ้า ผู้ทรงเป็นองค์พลังแห่งความรัก เช่นเดียวกันกับพระจิตผู้ทรงเสด็จลงมาเหนือพระแม่มารีย์   หากพวกเราต้องการที่จะเปลี่ยนโลก ประการแรกพวกเราต้องเปลี่ยนหัวใจของตัวเราเองก่อน เพื่อที่จะให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ ขอให้พวกเรายินยอมให้พระแม่มารีย์จูงมือพวกเราไป ขอ ให้พวกเราเพ่งพิศไปที่ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ที่ซึ่งพระเจ้าทรงประทับอยู่  ผู้ที่ได้รับการยกเว้นจากธรรมชาติที่มีรอยด่างของพวกเรามารีย์ เปี่ยมด้วยหรรษทาน (ข้อ 28) ดังนั้นพระแม่มารีย์จึงปราศจากมลทิน ในพระแม่ไม่มีร่องรอยแห่งความชั่วร้ายใด ๆ พระเจ้าจึงสามารถเริ่มเรื่องราวใหม่แห่งความรอดและสันติสุข ในพระแม่ประวัติศาสตร์เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ด้วยการเคาะประตูแห่งดวงหทัยของพระแม่มารีย์                                                                                             วันนี้เมื่อพวกเราได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ด้วยการอภัยของพระเจ้า ขอให้พวกเราเคาะประตูแห่งดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ด้วย ในความเป็นหนึ่งจิตเดียวกับบรรดาบิชอปและประชาสัตบุรุษทั่วโลก พ่อปรารถนาด้วยความจริงใจที่จะนำทุกคนไปยังดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ พ่อปรารถนาอย่างยิ่งที่จะรื้อฟื้นต่อพระแม่มารีย์ ในการถวายพระศาสนจักรพร้อมกับมนุษยชาติแด่พระแม่ โดยเฉพาะประเทศยูเครนและประเทศรัสเซีย รวมทั้งประชากรทั้งสองประเทศนั้น ซึ่งเคารพพระแม่ดุจมารดาของตนเองด้วยความรักเยี่ยงบุตร  นี่มิใช่สูตรมายากลแต่อย่างใด ทว่านี่เป็นการกระทำฝ่ายจิต นี่เป็นการกระทำที่เปี่ยมด้วยความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยมที่ในส่วนจากบรรดาลูกๆ ท่ามกลางความทุกข์ยากแห่งสง ครามอันเหี้ยมโหด และไร้ซึ่งความหมายใด ๆ ที่คุกคามโลก พวกเราทุกคนต่างหันหน้าไปยังพระแม่มารีย์ โดยมอบความกลัวและความเจ็บปวดไว้กับดวงหทัยอันไร้ซึ่งความมัวหมองของพระแม่ และสะท้อนให้พวกเราเห็นพระเจ้าผู้ทรงเป็นองค์แห่งความดีอันหาขอบเขตมิได้แห่งภราดรภาพและสันติสุข ขอทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเรามีและพวกเราเป็น เพื่อว่าพระแม่มารีย์ ผู้ที่พระเจ้าทรงมอบให้กับพวกเราจะได้พิทักษ์คุ้มครองและเฝ้าดูแลพวกเรา   แล้วพระแม่ก็ทรงเปล่งวาจาที่สวยงามที่สุด ที่ทูตสวรรค์จะนำกลับไปถวายแด่พระเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด (ข้อ 38)  นี่ไม่ใช่เป็นการยอมรับแบบขอไปทีหรือแบบจำยอม แต่เป็นความปรารถนาทรงชีวิตที่จะนอบน้อมพระเจ้าผู้ทรงมี แผนการสำหรับความรุ่งเรืองเพื่อพวกเรา และมิใช่เพื่อความชั่ว (ยรม. 29: 11) ความปรารถนาของพระแม่มารีย์คือ การมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดที่สุดในแผนการแห่งสันติสุขของพระเจ้าสำหรับชาวโลก     ขอให้พวกเราถวายตัวเราเองแด่แม่พระเพื่อที่จะเข้าไปสู่แผนการนี้ เพื่อวางตัวเราเองทั้งหมดในการรับใช้แผนการของพระเจ้า หลังจากพระแม่กล่าวคำว่า ฟีอัต Fiat(ขอให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า) จากนั้นพระมารดาของพระเจ้าก็ออกเดินทางไกลไปสู่ชนบทที่ดาษดื่นด้วยเนินเขา เพื่อเยี่ยมญาติที่กำลังตั้งครรภ์  (เทียบ ลก. 1: 39)  บัดนี้ขอพระแม่มารีย์ได้โปรดรับการเดินทางของพวกเราไว้ในพระหัตถ์ของพระแม่ ขอให้พระแม่นำ หน้าการเดินทางของพวกเราสู่หนทางที่มีความชันและยากลำบากแห่งภราดรภาพ และขอพระแม่นำการเดินของพวกเราไปตามเส้นทางแห่งสันติสุขด้วยเทอญ       อาแมน

(วิษณุ ธัญญอนันต์ เก็บบทเทศน์ที่มีพลังของพระสันตะปาปาฟรานซิสมาแบ่งปันและไตร่ตรอง )