เนื้อหาจาก May 25th, 2022

สารวัด ฉบับที่ 151384 วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

Wednesday, May 25th, 2022

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูยอห์น

ยน 14 : 23-29

เวลานั้น พระเยซูเจ้าทรงตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “ผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา พระบิดาของเราจะทรงรักเขา พระบิดาจะเสด็จพร้อมกับเรามาหาเขา จะทรงพำนักอยู่กับเขา ผู้ที่ไม่รักเราก็ไม่ปฏิบัติตามวาจาของเรา วาจาที่ท่านได้ยินนี้ ไม่ใช่วาจาของเรา แต่เป็นของพระบิดา ผู้ทรงส่งเรามา เราบอกสิ่งเหล่านี้ให้ท่านฟัง ขณะที่เรายังอยู่กับท่าน แต่พระผู้ช่วยเหลือคือพระจิตเจ้าที่พระบิดาจะทรงส่งมาในนามของเรานั้น จะทรงสอนท่านทุกสิ่ง และจะทรงให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราเคยบอกท่าน เรามอบสันติสุขไว้ให้ท่านทั้งหลาย เราให้สันติสุขของเราแก่ท่าน เราให้สันติสุขแก่ท่าน ไม่เหมือนที่โลกให้ ใจของท่านอย่าหวั่นไหว หรือมีความกลัวเลย ท่านได้ยินที่เราบอกกับท่านแล้วว่า เรากำลังจะไป และเราจะกลับมาหาท่านทั้งหลาย ถ้าท่านรักเรา ท่านคงยินดีที่เรากำลังไปเฝ้าพระบิดา เพราะพระบิดาทรงยิ่งใหญ่กว่าเรา และบัดนี้เราได้บอกท่านทั้งหลายก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้น เพื่อว่าเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว ท่านจะเชื่อ.

“ประตูนครเยรูซาเล็มใหม่ลอยลงมาจากฟ้า ใสเหมือนแก้วผลึกทั้ง 12 บาน  จึงจารึกชื่อบรรดาลูกของยาโคบ 12 ตระกูล และเสาอันเป็นรากฐานแห่งนครเยรูซาเล็มใหม่ หรือพระศาสนจักร จารึกชื่ออัครสาวก 12 องค์ของพระเยซูเจ้า”

….อ่านประกอบพระคัมภีร์…..                                                                      วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

 

บทอ่านที่ 1 หนังสือกิจการอัครสาวก (กจ 15 : 1-2, 22-29) เล่าเรื่อง ราวจุดเปลี่ยนอันสำคัญในพระศาสนจักร ต่อไปนี้คริสตชนกำลังจะหลุดออกมาจากศาสนายิวอย่างเด็ดขาดแล้ว สัญลักษณ์ที่อับราฮัมต้นตระกูลชาวอิสราเอลได้รับพระบัญชาจากพระเจ้าให้ทำเครื่องหมายว่าพวกเขาเป็นประชากรของพระเป็นเจ้าคือชายทุกคนที่เกิดมาต้องทำพิธีเข้าสุหนัต แต่บัดนี้ประชากรของพระเจ้าอาศัยการสิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า จะกลายเป็นชนนานาชาติมิใช่จำกัดอยู่แค่ประชากรชาวอิสราเอลเท่านั้น ชนนานาชาติมาเป็นประชากรของพระเจ้าได้อาศัยความเชื่อและรับศีลล้างบาปในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้า การเข้าสุหนัตจึงไม่มีความจำเป็นในหมู่ประชากรของพระเจ้าแล้ว  ชาวยิวบางคนรู้สึกความสำคัญของตนเองในการเป็นประชากรของพระเจ้ากำลังจะลดลงเท่าๆกับชนนานาชาติก็ไม่พอใจ เดินทางไปยังเมืองอันทิโอกที่เปาโลและบารนาบัสแพร่ธรรมอย่างเกิดผลและประกาศต่อนานาชาติที่รับศีลล้างบาปแล้วว่า “ถ้าท่านทั้งหลายมิได้เข้าสุหนัตตามธรรมประเพณีของโมเสส ท่านจะรอดพ้นไม่ได้ “ ที่จริงเปาโลมิได้ลบล้างธรรมบัญญัติของโมเสส ชาวยิวก็ยังคงเข้าสุหนัตตามธรรมบัญญัติต่อไปในหมู่พวกเขา แต่เปาโลเห็นว่า

  • คนต่างศาสนาที่เป็นผู้ใหญ่แล้วไม่มีความจำเป็นต้องเข้าสุหนัต การเข้าสุหนัตเมื่อโตแล้วทำให้ร่างกายเจ็บปวดซึ่งจะเป็นอุปสรรคทำให้คนต่างศาสนาไม่กล้ามาเป็นคริสตชน
  • นักบุญเปาโลเริ่มสอนแล้วว่า ความรอดพ้นมาจากความเชื่อในองค์พระเยซูเจ้าและได้รับตราประทับจากพระจิตเจ้าในวิญญาณเมื่อรับศีลล้างบาป มิได้มาจากร่องรอยการเข้าสุหนัตในร่างกาย การเข้าสุหนัตเป็นเครื่องหมายการเป็นประชากรของพระเจ้าในพันธสัญญาเดิม จึงไม่มีความจำเป็นสำหรับการเป็นคริสตชนประชากรใหม่ของพระเจ้า
  • วิธีที่บรรดาอัครสาวกตอบคำถามเพื่อแก้ไขปัญหานี้เป็นระบบชัดเจนโปร่งใสอย่างมาก มีการอภิปรายโดยนักบุญเปโตร และนักบุญยากอบ และยังให้เปาโลกับบารนาบัสเล่าบรรยากาศการแพร่ธรรมที่เมืองอันทิโอกให้ที่ประชุมฟัง จากนั้นให้นักบุญยากอบซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มคริสตชนที่กรุงเยรูซาเล็มเป็นผู้ตัดสิน ในบทอ่านวันนี้ พวกเขาละเอียดถึงขนาดส่งพยานบุคคลคือยูดาสที่เรียกกันว่าบารซับบัส กับ สิลาสทั้งสองคน และเขียนจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษรนำไปพร้อมกับเปาโลและบารนาบัส ว่าคนต่างศาสนาที่กลับใจไม่จำเป็นต้องเข้าสุหนัตขอเพียงแค่ถือตามกฎที่แจ้งไปในจดหมายเท่านั้น “พวกเราตกลงที่จะไม่บังคับให้ท่านแบกภาระอื่นอีก นอกจากสิ่งจำเป็นต่อไปนี้ คืองดเว้นการกินเนื้อสัตว์ที่ถวายแก่รูปเคารพแล้ว งดเว้นการกินเลือดและเนื้อสัตว์ที่ถูกรัดคอตาย และงดเว้นการแต่งงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าท่านทั้งหลายงดเว้นการกระทำเหล่านี้ ก็จะเป็นการดี จงเจริญสุขเถิด” ศาสนาคริสต์กำลังหลุดออกจากศาสนายิว ไม่มีคริสตชนชั้นหนึ่งชั้นสองอย่างที่ชาวยิวบางคนคิดอยากให้มี ทุกคนต่างก็เป็นลูกของพระเจ้าเท่าเทียมกัน หลังจากเหตุการณ์นี้ เปาโลจะออกเดินทางแพร่ธรรมครั้งที่สอง และข่าวดีของพระเยซูเจ้าจะข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้าไปในแผ่นดินยุโรปแล้วครับ

บทอ่านที่ 2 หนังสือวิวรณ์ (วว 21 : 10-14,22-23)     แม้เครื่องหมาย   เข้าสุหนัตอาจจะไม่จำเป็นในพันธสัญญาใหม่แล้ว แต่บรรดาประชากรของพระเจ้า ชาวอิสราเอลในพันธสัญญาเดิมก็ยังเป็นเหมือนทางผ่านจากความรอดพ้นของพระเยซูเจ้ามาถึงประชากรใหม่ ประตูนครเยรูซาเล็มใหม่ลอยลงมาจากฟ้า ใสเหมือนแก้วผลึกทั้ง 12 บานจึงจารึกชื่อบรรดาลูกของยาโคบ 12 ตระกูล และเสาอันเป็นรากฐานแห่งนครเยรูซาเล็มใหม่ หรือพระศาสนจักจารึกชื่ออัครสาวก 12 องค์ของพระเยซูเจ้า พระศาสนจักรกำลังหลุดออกมาจากศาสนายูดายแน่แท้แล้ว เพราะนครเยรูซาเล็มใหม่ ไม่มีพระวิหารที่จะต้องนำสัตว์มาฆ่าถวายเป็นเครื่องบูชาแบบพันธสัญญาเดิมอีกแล้ว “ข้าพเจ้าไม่เห็นพระวิหารใดในนครนี้ เพราะพระเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสรรพานุภาพและลูกแกะทรงเป็นพระวิหารของนครนี้ นครนี้ไม่ต้องการดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เพื่อส่องสว่าง เพราะพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้าส่องแสงเหนือนครและลูกแกะทรงเป็นตะเกียงของนคร “

 

     พระวรสารนักบุญยอห์น (ยน 14: 23-29) พระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงเกริ่นถึงพระจิตเจ้าแล้ว “แต่พระผู้ช่วยเหลือคือพระจิตเจ้า ที่พระบิดาจะทรงส่งมาในนามของเรานั้น จะทรงสอนทุกสิ่งและจะทรงให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราเคยบอกท่าน” ที่เป็นเช่นนี้เพราะอาทิตย์หน้าเราจะสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ และตามมาด้วยสมโภชพระจิตเจ้า คริสตชนรู้สึกอบอุ่น เรามาถึงยุคสมัยแห่งความรอดพ้น ที่มีพระเจ้าประทับอยู่กับเราเสมอทุกเวลา ตั้งแต่พระเยซูเจ้าพระมหาไถ่เสด็จมาบังเกิดในโลกนี้แล้ว จำได้หรือไม่ในช่วงคริสต์มาสทุกปี เราจะอ่านบทอ่านประกาศกอิสยาห์ว่าชื่อของทารกที่จะประสูติมาคือ “อิมมานูเอล” แปลว่า พระเจ้าสถิตกับเรา ก็เป็นความจริงตลอดเรื่อยมาและจะประทับกับเราจนกว่าพระอาณาจักรในโลกนี้จะไปถึงซึ่งความสมบูรณ์

     พระวรสารนักบุญยอห์นวันนี้  (ยน 14 : 23-29) ยังเป็นหลักฐานว่า พระเยซูเจ้าทรงเผยแสดงเรื่องพระตรีเอกภาพแก่เราชัดเจนที่สุด ในยุคพันธสัญญาเดิม ประชากรชาวอิสราเองรู้จักเพียงว่า พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้เพียงพระองค์เดียว และทรงพระนามว่า “ยาห์เวห์” แต่เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาบังเกิดในโลกนี้ พระเยซูเจ้าทรงเผยแสดงแก่เราว่า พระเป็นเจ้าทรงเป็นหนึ่งเดียว แต่เป็น สามพระบุคคล “ผู้ใดรักเราผู้นั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา พระบิดาของเราจะทรงรักเขา พระบิดาจะเสด็จพร้อมกับเรามาหาเขา จะทรงพำนักอยู่กับเขา ผู้ที่ไม่รักเราก็ไม่ปฏิบัติตามวาจาของเรา วาจาที่ท่านได้ยินนี้ ไม่ใช่วาจาของเราแต่เป็นของพระบิดาผู้ทรงส่งเรามา เราบอกสิ่งเหล่านี้ให้ท่านฟัง ขณะที่เรายังอยู่กับท่านแต่พระผู้ช่วยเหลือคือพระจิตเจ้า ที่พระบิดาจะทรงส่งมาในนามของเรานั้น จะทรงสอนทุกสิ่งและจะทรงให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราเคยบอกท่าน”     (ที่มา คุณพ่อพงษ์เทพ ประมวลพร้อม ไลน์กลุ่มพระสงฆ์อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ)

 

ผู้ที่เข้าทางประตูก็เป็นผู้เลี้ยงแกะ คนเฝ้าประตูย่อมเปิดประตูให้เขาเข้าไป บรรดาแกะฟังเสียงเขา เขาเรียกชื่อแกะของตนทีละตัว และพาออกไปข้างนอก เมื่อเขาพาแกะออกไปหมดแล้ว เขาจะเดินนำหน้า และแกะก็ตามไปเพราะจำเสียงของเขาได้ แกะจะไม่ตามคนแปลกหน้าเลย แต่จะหนีจากเขา เพราะไม่รู้จักเสียงของคนแปลกหน้า”  (ยน.10:2-5)

 

พี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ที่รัก นี้เป็นเสียงของผู้เลี้ยงแกะ ที่พระคุณเจ้าเกรียงศักดิ์  โกวิทวาณิช ส่งมาให้ร่วมชีวิตกับท่าน พร้อมกับ คุณพ่อไชโย กิจสกุล ด้วยกัน  จึงขอพระวาจาของพระเยซูเจ้าเรื่อง “ผู้เลี้ยงแกะที่ดี” การฟังเสียงผู้เลี้ยงแกะ  และผู้เลี้ยงก็รู้จักแกะ เรียกชื่อแกะของตนที่ละตัว  (มีฟุตโน้ตอธิบายในพระคัมภีร์ว่า “เรียกแกะตามชื่อของมัน”)  ด้วยความประทับใจในพระวาจานี้ พ่อก็พยายามจำชื่อและเรียก ชื่อพี่น้องสัตบุรุษที่พบเจอ   คุ้นเคย  และร่วมชีวิตกันเสมอมา รวมถึงคนขายไอติมรถเข็นที่ผ่านวัดยูดา ชินเขต ทุกอาทิตย์บ่าย และพ่อซื้อประจำ  เวลานี้ ก็นายประเสริฐ ขายขนมจีบใส่กากหมูที่มาขายในซอยวัดพระชนนีฯ ของเรา

 

ขอนำบทกลอนของ “ภัศม์” (ฝุ่นดิน) คุณพ่ออนุสรณ์ แก้วขจร จากหนังสือรวมบทกลอน “ในนามของความเชื่อ ความหวัง และความรัก” ในชื่อบท “น้ำใสใจจริง” มาเสนอในโอกาสนี้

 

 น้ำใสใจจริง                                             

ใสเสมอ  ทุกเมื่อ  เพื่อหยิบยื่น

ใจต่อใจ  ให้เปล่า  มิเอาคืน

จริงดังว่า  จะพาชื่น  รื่นรมย์นาน

ยิ่งมี  และมอบ  ไร้กรอบกั้น

ให้แล้วพลัน  ผู้ให้  ใจฉ่ำหวาน

ยิ่งการให้  ได้เห็น  เป็นกิจการ

ได้รับคืน  ความชื่นบาน  ผ่านสู่ใจ

ความดี  มีแล้ว  ย่อมมีเหลือ

จะอุดหนุน  จุนเจือ  จิตใจได้

หวนย้อนคืน  ความดี  ที่ทำไป

กลับคืนสู่  ผู้ได้  กระทำดี

ตอบแทน  ความดี  ด้วยความรัก

รับรู้  และตระหนัก  ความรักนี่

คุณค่า  พาเพิ่ม  พูนทวี

ความดีที่ ทำด้วยใจ  บริสุทธิ์จริง

ขอพระชนนีของพระเป็นเจ้า อำนวยพรท่าน

คุณพ่ออนุชา (อียิปต์) ชาวแพรกน้อย             

 ศุกร์ 20 พฤษภาคม 2022

 

  พวกลูก สัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต  ร่วมโมทนาคุณพระเจ้า ยินดีต้อนรับนายชุมพาบาลผู้อภิบาลลูกแกะ

 

 

คุณพ่อ ยอแซฟ อนุชา ชาวแพรกน้อย      เจ้าอาวาส    พระสงฆ์ผู้ช่วยงานอภิบาล  วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต     

 

      คุณพ่อ ยอแซฟ ไชโย กิจสกุล    เจ้าอาวาส พระสงฆ์ผู้ช่วยงานอภิบาล  วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต 

        

พวกลูก สัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ร่วมโมทนาคุณพระเจ้า ยินดีต้อนรับนายชุมพาบาลผู้อภิบาลลูกแกะ

 

พวกลูกสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระองค์เจ้ารังสิต มีความยินดีขอต้อนรับ

Wednesday, May 25th, 2022

ประกาศยกเลิกการโอนเงินผ่านช่องทางพร้อมเพย์ ให้โอนผ่านบัญชีของวัดตามประกาศข้างล่างนี้

Wednesday, May 25th, 2022

ขออำลาและกราบขอบพระคุณ คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล นายชุมพาบาลดูแลพวกลูกสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต ค.ศ. 2019 ถึง 2022

Wednesday, May 25th, 2022

ขอเรียนเชิญพี่น้องทุกท่านร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณรับพรพิเศษในโอกาสครบ 40 ปีสังฆภาพคุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

Wednesday, May 25th, 2022

สารวัด ฉบับที่ 151383 วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา

Wednesday, May 25th, 2022

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูยอห์น

ยน 13:31-33 ก, 34-35

เวลานั้น เมื่อยูดาสออกไปแล้ว พระเยซูเจ้าตรัสว่า “บัดนี้ บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ และพระเจ้าทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในบุตรแห่งมนุษย์ด้วย ถ้าพระเจ้าทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในบุตรแห่งมนุษย์ พระเจ้าจะทรงให้บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในพระ องค์ด้วย และจะทรงให้บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ทันที           ลูกทั้งหลายเอ๋ย เราจะอยู่กับท่านอีกไม่นาน เราให้บทบัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลาย ให้ท่านรักกัน เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร  ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด ถ้าท่านมีความรักต่อกัน ทุกคนจะรู้ว่า ท่านเป็นศิษย์ของเรา”

                         ข้อคิด                    

ทุกวันอาทิตย์ในเทศกาลปัสกา จะเน้นคำสอนสำคัญของพระเยซูเจ้าเสมอ อาทิตย์ที่แล้วเน้นว่าพระเยซูเจ้าเป็นนายชุมพาบาลที่ดี วันอาทิตย์นี้เน้นบทบัญญัติแห่งความรัก พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด” ในบรรดาบทบัญญัติที่พระองค์ประทานให้แก่เรา บัญญัติประการนี้สำคัญที่สุด เพราะเป็นบทสรุปของบทบัญญัติทุกอย่าง เราอาจพูดได้ว่า ความล้มเหลวเดียวของการเป็นคริสตชน ก็คือความล้มเหลวที่จะรัก.

 

เราให้บัญญัติใหม่แก่ท่าน

…ให้ท่านรักกันละกัน เหมือนอย่างที่เรารักท่าน

มีสิ่งใดใหม่…ในบัญญัตินี้ กระนั้นหรือ?

บัญญัติเก่าของอิสราเอลบอกเรื่องเดียวกันมิใช่หรือ?

….จงรักพระเจ้าและเพื่อนพี่น้องอย่างสุดกำลังของเจ้า

ศาสนาจากซีกโลกตะวันออกก่อนคริสตกาลประกาศเรื่องเดียวกันมิใช่หรือ

ปราชญ์ชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่วนเวียนอยู่บนเส้นทางสายเดียวกันมิใช่หรือ

ความใหม่ของบัญญัตินี้แอบซ่อนอยู่ ณ ที่ใด

 

ณ บนภูเขาทาบอร์ พระเยซูเฝ้าประกาศหนทางแห่งมหาบุญลาภ

…รักแม้กระทั่งเขาคนนั้นที่ไม่เคยมีกลิ่นไอของความน่ารัก

…ตอบแทนความชั่วด้วยความดีงาน

…มอบการให้อภัยแทนความโกรธแค้น

ณ บนเขากัลวารีโอ

พระเจ้าผู้นี้ทรงประกาศหนทางแห่งความรักใหม่

…พระบิดาเจ้าข้า โปรดอภัยแก่เขาเถิด เพราะเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร

ดวงตาคู่นั้นของพระองค์ที่ถูกตรึงไม่เคยส่องประกายโกรธแค้น

…แต่ให้อภัยทุกผู้คน

ทั้งหมดเป็นความรักที่…อยู่เหนือเหตุผลทั้งมวลของมนุษย์

ถ้าความรักเดิมของมนุษย์อยู่ในขอบเขตของเหตุผล

…ความรักใหม่ของพระเจ้า แผ่ขยายกว้างไกลกว่ากรอบของเหตุผล

 

ฉันจึงได้ยินเสียงกระซิบ

…ปล่อยวางความโกรธแค้นขุ่นเคือง และก้าวเดินไปหาเขาอย่างอบอุ่น

…มอบรอยยิ้มอ่อนโยนแก่เขาคนนั้นที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของฉัน

…ให้อภัยแก่เขาคนนั้นที่ทำให้ฉันบาดเจ็บ

         

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2022      สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา   วันอาทิตย์แห่งนายชุมพาบาลที่ดี

พี่น้องที่รัก วันนี้พระเยซูเจ้าตรัสว่า….. “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา เราให้ชีวิตแก่แกะเหล่านั้น และมันจะไม่พินาศเลยตลอดนิรันดร…!!!”    หลังจากที่พระเยซูเจ้าผู้ได้เสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ พระองค์ได้ประจักษ์พระองค์ให้บรรดาสาวกและศิษย์ได้เห็นเพื่อยืนยันพระองค์เอง และบรรดาสาวกและศิษย์ก็ได้เชื่อมั่นในพระองค์ พวกเขาได้รับพระคุณของพระจิตเจ้า พวกเขามีความกระตือรือล้น ในการประกาศเทศน์สอน โดยไม่หวั่นกลัว แม้จะถูกเบียดเบียน-ถูกต่อต้าน พวกเขาเฝ้าประกาศชีวิตของพระเยซูเจ้า องค์พระเยซูเจ้าผู้พร่ำสอนให้เชื่อและรักพระเจ้าเที่ยงแท้ พระองค์สอนให้เชื่อและรักพระเจ้า และรักเพื่อนมนุษย์ ตลอด 3 ปี ที่พระเยซูเจ้าชี้ให้มนุษย์มองเห็นหนทางของความสุขเที่ยงแท้ถาวร – ให้รู้ถึงหนทางของการมีชีวิตนิรันดร พวกสาวกได้อยู่กับพระเยซูเจ้า และรับรู้ถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ พระเยซูเจ้าทรงตั้งบรรดาสาวก-บรรดาศิษย์และมีบัญชาแก่เราทุกคนด้วย…       เราแต่งตั้งท่านให้เป็นแสงสว่างส่องนานาชาติ เพื่อท่านจะได้นำ ความรอดพ้นไปจนสุดปลายแผ่นดิน”    น้องที่รัก พระองค์พระเจ้าได้เสด็จมาตามพันธสัญญาที่ให้ไว้ พระองค์เสด็จมาไถ่บาป-มาไถ่เราให้เป็นอิสระ พระองค์เสด็จมาชี้หนทางแห่งความรอด และนำเราทุกคนกลับสู่ความเป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์ เราทุกคนจึงมีหน้าที่ประกาศและนำคนอื่นทุกคนกลับมาอยู่ในคอกแกะ – มาอยู่ในหนทางแห่งความรอดที่พระองค์ทรงชี้บอกแก่เราด้วย

****      ขอบพระคุณ….และขอบพระคุณพี่น้องทุกๆท่าน ที่ได้แสดงความ       ปรารถนาดีและมาร่วมโมทนาคุณพระเจ้าพร้อมกับพ่อโอกาส  40 ปีแห่งสังฆภาพ 40ปีในชีวิตสงฆ์ที่รับใช้พระเจ้า หากปราศจากพระพรของพระ และน้ำใจดีของพี่น้องแล้วไซร์ คงไม่อาจอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ขอบพระคุณใน     ทุกสิ่งที่พี่น้องได้มอบให้กับพ่อ  สิ่งเดียวที่พ่อจะขอตอบแทนพี่น้องทุก           ท่าน ก็คือ คำภาวนาและการถวายมิสซา วอนขอพระเจ้าได้ตอบแทน  พี่น้องเป็นร้อยเท่าทวีคูณ!!!  และตามที่พี่น้องทราบแล้ว บัดนี้  มีคำสั่งให้พ่อย้ายไปอยู่วัดพระกุมารเยซู  บางนา กม.8 พ่อก็ขอถือโอกาสนี้อำลาพี่น้องทุกท่าน พ่อจะขออนุญาตถวาย          มิสซาในวันอาทิตย์ที่ 15 พค. นี้เป็นอาทิตย์สุดท้าย  “ความรักของพระเจ้า คือ..ไม่มีเงื่อนไข…ไม่มีข้อจำกัดและสมบูรณ์ที่สุด

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2022    สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา

บัดนี้ เข้าสู่ สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา เราได้เฉลิมฉลองการเสด็จกลับ คืนชีพของพระเยซูเจ้า และพระเยซูเจ้าได้ประจักษ์พระองค์ให้กับบรรดาสาวกได้เห็นหลายครั้ง ทำให้บรรดาสาวกและบรรดาศิษย์มีความเชื่อในพระองค์ พวกสาวกได้ประกาศองค์พระเยซูเจ้าไปยังผู้คนต่างๆ มากมาย   ตามเมืองต่างๆ    แม้จะมีผู้คนจำนวนหนึ่งต่อต้านและเบียดเบียน แต่พวกเขาก็มิได้ย่อท้อ เดินทางไปหลายแห่ง ประกาศให้เชื่อในพระเยซูเจ้า เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ ที่ได้เสด็จมาไถ่บาป ไถ่เราให้กลับมาเป็นบุตรบุญธรรมของพระเจ้า ให้เชื่อในองค์พระเยซูเจ้า    ให้เชื่อในคำสั่งสอนของพระองค์ ผู้ทรงสอนให้รักพระเจ้าสุดหัวใจ และรักเพื่อนมนุษย์ และผู้ใดที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ ก็จะพบความสุข และจะได้รับชีวิตนิรันดร    นักบุญยอห์นในหนังสือวิวรณ์ ท่านได้กล่าวว่า ท่านได้เห็นฟ้าใหม่และแผ่นดินใหม่ เป็นนครเยรูซาเล็มใหม่ ที่พระเจ้าได้ไถ่ให้พ้นบาป ทำให้มนุษย์กลับคืนดีกับพระเจ้า       นักบุญยอห์นในพระวรสารวันนี้ ก็เน้นย้ำกับทุกคน พระเยซูเจ้าได้ให้บทบัญญัติใหม่แก่เรา ให้เรารักกันและกัน  พระเจ้าได้ทรงรักเราอย่างมาก มาย เราจึงต้องรักตอบพระเจ้า และรักกันและกันให้มาก และเมื่อเราดำเนินชีวิตโดยรักกันและกัน โลกก็จะรู้ว่า เราเป็นศิษย์ของพระองค์ พี่น้องที่เคารพ เราต้องยอมรับว่า พูดง่ายว่ารัก แต่จะปฏิบัติความรักนั้นยากทีเดียว เมื่อพูดว่ารัก จำต้องมีกิจการ ความเชื่อและความรักต่อพระเจ้า มิใช่อยู่ที่คำพูดหรือลมปาก  ความรักต้องแสดงออกด้วยกิจการ หรือการกระทำ   การมีเมตตา แสดงออกด้วยการกระทำ – การช่วยเหลือ – การมีน้ำใจ – การให้ – มีความปรารถนาดี-แบ่งปัน ไม่นินทาให้ร้าย ไม่พูดถึงผู้อื่นในแง่ไม่ดี การแสดงออกว่ารักพระ คือการสวดภาวนา การมาวัด การทำกิจศรัทธาต่างๆ และเพราะรักพระ เราจึงรักผู้อื่น –  ปรารถนาดีต่อทุกคน  โลก – สังคมจะมีความสุขแท้   เราทุกคนจะมีความสุขแท้ เมื่อเราพยายามรักพระให้มาก และพยายามรักทุกคนด้วยใจจริง และนั่นคือ การเป็นคริสตชน เป็นศิษย์ที่แท้จริงของพระองค์

***      วันนี้ คงเป็นวันอาทิตย์สุดท้ายที่พ่อจะถวายมิสซาเพื่อพี่น้องสัตบุรุษวัด    รังสิตทุกๆ คนในฐานะพระสงฆ์เจ้าอาวาส ซึ่งพ่อได้เคยกล่าวแล้ว มิใช่เฉพาะวันอาทิตย์ แต่ทุกๆวัน พ่อได้สวดภาวนา-ถวายมิสซา เพื่อพี่น้องทุกๆคนและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อผู้มีน้ำใจดีทุกท่านที่ได้ช่วยเหลือวัดและช่วยเหลือพ่อตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มันจะอยู่ในความทรงจำของพ่อเสมอ ขอบพระคุณและขอบพระคุณอีกครั้ง วอนขอพระเจ้าตอบแทน      พี่น้องทุกท่านเป็นร้อยเท่าทวีคูณ

***   ขอประกาศให้พี่น้องทราบด้วย  บัญชีพร้อมเพย์ เลขบัญชี 081-874-0878       ธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชี VORAVUTH KITSAKUL โดยการแสกน QR    Code ซึ่งเป็นเลขเดียวกับโทรศัพท์ของพ่อ จากนี้ไป หากพี่น้องต้องการจะ  ทำบุญหรือขอมิสซาจากวัดรังสิต พี่น้องก็รอจากคุณพ่อเจ้าวัดใหม่นะครับ  คงจะแจ้งทางสารวัดให้พี่น้องทราบต่อไป

***        สำหรับเรื่องอื่นใด จากนี้พี่น้องก็ติดต่อคุณพ่อเจ้าวัดใหม่หรือติดต่อสภาอภิบาลวัดนะครับ หรือหากมีสิ่งใดที่พ่อติดค้างไว้ ก็ขออภัยด้วยนะครับ หรือ  ติดต่อพ่อที่เบอร์เดิมครับผม!!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

ขอให้พวกเราเชื่อ-ศรัทธา และเข้าใจถึงแผนการและน้ำพระทัยของพระองค์เสมอทุกวันเวลา สวดภาวนามากขึ้น เหมือนคนป่วยที่ต้องการหมอและยารักษามากขึ้นๆ ถ้าเราโกรธไม่ไปพบหมอ-ไม่ไปรับยารักษาโรคก็คงไม่หาย เราจะมีกำลังใจ-เราจะได้รับการรักษา เมื่อเราเชื่อ-ศรัทธาและสวดภาวนามากขึ้น

พวกเราได้ยินได้ฟังพระเยซูเจ้าทรงสรุปบัญญัติแห่งความรักนี้ มานับครั้งไม่ถ้วน การได้ยินได้ฟัง ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หน มันก็ไม่สำคัญเท่ากับ “การปฏิบัติ”  ปฏิบัติกิจแห่งความรัก รักพระเจ้าและรักเพื่อนมนุษย์ซึ่งก็ดูเหมือนว่า เป็นคำพูดง่ายๆ แต่ไม่ง่ายที่จะปฏิบัติ  กระนั้นก็ไม่ยากจนปฏิบัติไม่ได้

พระเจ้าสอนใจเราทุกคนแล้วครับ เราจงเลียนแบบกษัตริย์ซาโลมอนเถิด เพราะเมื่อเราวอนขอปรีชาญาณ ขอความรู้-ความเข้าใจ  เพี่อจะแยกแยะความดีกับความชั่ว   ถ้าเราได้รับพระพรนั้นจากพระเจ้า ชีวิตของเราจะรุ่งเรือง

พระองค์ก็เปรียบพระองค์เป็นพ่อ  เรียกลูก 2 คนให้ไปทำงาน คนหนี่งตอบรับจะไปทำงาน แต่แล้วก็ไม่ไป อีกคนหนึ่งตอบพ่อว่า “ไม่อยากไป”  แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ และไปทำงานในสวนของพ่อ ลูกคนไหนเป็นลูกที่ดีของพ่อล่ะครับ ?!?  พี่น้องครับ หลายๆครั้ง เราก็เป็นเช่นนี้กับพระเจ้า ขอให้เราสำนึกตัวอยู่เสมอ จงทำทุกสิ่งตามที่พระองค์เรียกและบอกเรา

เราต้องรักพระเจ้าสุดหัวใจของเรา รักพระองค์มากกว่าใครทั้งมวลในโลกนี้ เริ่มจากเรารักพระเจ้าก่อน และถ้าเรารักพระจริงๆ เราจะรักผู้อื่นได้อย่างอัตโนมัติ

ชีวิตที่อาจจะเกียจคร้าน หรือเย็นชาในการสวดภาวนา-การไปวัด ชีวิตที่ขาดความเชื่อ-ความศรัทธา คงจะต้องเปลี่ยนเป็นแบบนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลที่เราฉลองแต่มิใช่เปลี่ยนด้วยคำพูดแต่ต้องเปลี่ยนด้วยกิจการการกระทำของเราด้วย

ทุกครั้งที่เราทำบาป เราก็ประกาศเช่นเดียวกับพวกเขาเหล่านั้นว่า “เอาพระองค์ไปตรึงกางเขน” (แทนเราที่ต้องรับโทษที่ได้ทำผิดนั่นเอง)                บัดนี้เป็นเวลาแห่งความรอด จงกลับใจ-เปลี่ยน แปลงชีวิต มิฉะนั้นแล้ว เราจะพินาศ…..จงกลับใจ ใช้โทษบาป และเจริญชีวิตใหม่ในพระองค์

เราได้รับรู้เรื่องของแตงโม รอคอยให้ทุกคนพูดความจริง แต่เราก็ได้สัมผัสชีวิตอีกแง่มุมของเธอ เธอบอกเสมอว่า อาทิตย์หนึ่งมีเจ็ดวัน เธอมอบให้พระเจ้าสามวัน วันอาทิตย์ไปนมัสการพระเจ้า อีกสองวันไปทำกิจการกุศล เธอกล้าที่จะพูดแสดงออกถึงความรักพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์  แล้วเราได้จัดสรรเวลาของเราให้พระเจ้าอย่างไรบ้าง??

พระองค์เป็นบิดาที่รอคอยให้บุตรคนเล็กกลับมาหาบิดา พระองค์ขอให้บุตรคนโตกลับเข้าบ้าน และร่วมยินดีกับน้องชาย พระองค์บอกกับหญิงที่ถูกจับขณะล่วงประเวณี ว่า “เราก็ไม่ลงโทษเธอ…ไปเถอะและอย่าทำบาปอีก”  นางทาสคนนั้นได้รับการซื้อด้วยราคาค่าตัวที่แพงมาก เธอมีอิสรภาพ แต่เธอก็ไม่ไปไหน เธอสมัครใจอยู่กับผู้ที่ซื้อชีวิตเธอ!!!!

เทศน์และเตือนใจโดย คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล