เนื้อหาจาก November, 2021

สารวัด ฉบับที่ 151342 วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา วันสื่อมวลชนสากล

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 6:24-35

เวลานั้น เมื่อประชาชนเห็นว่าทั้งพระเยซูเจ้าและบรรดาศิษย์ไม่อยู่ที่นั่นแล้ว ก็ลงเรือมุ่งไปที่เมืองคาเปอรนาอุมเพื่อตามหาพระเยซูเจ้า เมื่อพบพระองค์ที่ฝั่งตรงข้าม จึงทูลถามว่า “พระอาจารย์ ท่านมาที่นี่เมื่อไร” พระเยซูตรัสตอบว่า    “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านแสวงหาเรา มิใช่เพราะได้เห็นเครื่อง หมายอัศจรรย์ แต่เพราะได้กินขนมปังจนอิ่ม อย่าขวนขวายหาอาหารที่กินแล้วเสื่อมสลายไป แต่จงหาอาหารที่คงอยู่และนำชีวิตนิรันดรมาให้ อาหารนี้บุตรแห่งมนุษย์จะประทานให้ท่าน เพราะพระเจ้าพระบิดาทรงประทับตรารับรองบุตรแห่งมนุษย์ไว้แล้ว”  เขาเหล่านั้นจึงทูลว่า “พวกเราจะต้องทำอะไรเพื่อให้กิจการของพระเจ้าสำเร็จ” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “กิจการของพระเจ้าก็คือให้ท่านทั้งหลายเชื่อในผู้ที่พระองค์ทรงส่งมา” ประชาชนจึงทูลถามว่า “ท่านทำเครื่องหมายอัศจรรย์ใดเพื่อพวกเราจะได้เห็น และจะได้เชื่อในท่าน ท่านทำอะไร บรรพบุรุษของเราได้กินมานนาในถิ่นทุรกันดาร ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า พระองค์ประทานขนมปังจากสวรรค์ให้เขากิน”    พระเยซูตรัสตอบว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า มิใช่โมเสสที่ให้ขนมปังจากสวรรค์แก่ท่าน แต่เป็นพระบิดาของเราที่ประทานขนมปังแท้จากสวรรค์ให้ท่าน เพราะขนมปังของพระเจ้า คือขนมปังซึ่งลงมาจากสวรรค์ และประทานขีวิตให้แก่โลก”   ประชาชนจึงทูลว่า “นายขอรับ โปรดให้ขนมปังนี้แก่พวกเราเสมอเถิด”     พระเยซูเจ้าตรัสแก่เขาว่า “เราเป็นปังแห่งชีวิต ผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว และผู้ที่เชื่อในเราจะไม่กระหายอีกเลย”

 

ข้อคิด

“ท่านแสวงหาเรา มิใช่เพราะได้เห็นเครื่องหมายอัศจรรย์ แต่เพราะได้กินขนมปังจนอิ่ม” พระวาจานี้สื่อความหมายว่า มนุษย์มักสลวนสนใจแต่เพียงความพอใจฝ่ายโลก มนุษย์แสวงหาผลประโยชน์จากพระเจ้า และหากพระเจ้าไม่ให้ประโยชน์ฝ่ายโลกใดๆ ตามที่ตนต้องการ มนุษย์ก็คงไม่ต้องการพระเจ้าอีกต่อไป และอันที่จริงแล้วมนุษย์ก็ไม่เคยพอกับผลประโยชน์ฝ่ายโลก นี่ช่างเป็นสิ่งที่น่ากลัว นักบุญออกัสตินจะจบมิสซาของท่านบ่อยๆ ด้วยคำพูดที่ว่า “จงเป็นสิ่งที่ท่านกิน” กล่าวคือ หากท่านกินแต่อาหารฝ่ายโลก ท่านก็จะเป็น “โลก” ที่จะพินาศไปสักวันหนึ่ง แต่หากท่านรับประทานองค์พระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท ถ้าท่านรับอาหารฝ่ายวิญญาณ ถ้าท่านรับประทานความรัก ท่านก็จะเป็นความรัก ท่านจะเป็นการประทับอยู่ของพระคริสตเจ้าในโลก ท่านจะเป็นตัวแทนของพระองค์ที่จะคอยดูแลเอาใจใส่ความต้องการของเพื่อนมนุษย์ ด้วยการแบ่งปัน ช่วยเหลือ.

 

หาพระเจ้า

เสียงร้องบ่นว่าของชนชาติอิสราเอล แผ่กระจายไปในทะเลทรายที่เวิ้งว้าง

เขาปรักปรำพระเจ้าว่านำพาเขาออกมาอดอยากในถิ่นทุรกันดาร

ใจเขาโหยหาอาหารถูกปากในดินแดนอียิปต์

แม้ชีวิตทาสในอียิปต์ได้ถูกทิ้งอยู่เบื้องหลัง

แต่ดวงใจของพวกเขายังจดจำ และโหยหาดินแดนทาส

… ที่ที่เขาสามารถ นั่งอยู่ใกล้หม้อเนื้อและรับประทานจนอิ่มหน่ำ

การที่พระเจ้านำอิสราเอลออกจากดินแดนอียิปต์

ดูจะง่ายกว่าการนำอียิปต์ออกจากดวงใจของอิสราเอล

… เขาต้องการหวนกลับสู่ดินแดนทาส เพียงเพราะเสียงร้องของปากท้อง

วันนี้…เสียงร้องของปากท้องยังคงดังก้องที่ชายหาดคาเปอรนาอุม

ฝูงชนชาวกาลิลีออกเรือตามหาพระองค์จนพบ…ในอีกฟากหนึ่งของทะเลสาบ

กาลเวลาและใบหน้าของฝูงชนเปลี่ยนไป

แต่แรงผลักดันยังคงเหมือนเดิม…คือปากท้อง

เมื่อวันก่อนพวกเขาได้กินปังและปลาจากมือของพระเยซูเจ้าจนอิ่มหนำ

… และเก็บที่เหลือได้อีกสิบสองตะกร้า

มาวันนี้พวกเขาหิวโหยอีก…และได้ออกเรือตามหาพระองค์

บนชายหาดนั้น พระเยซูบอกฝูงชนผู้หิวโหยให้หาอาหารที่กินแล้วไม่หิวอีก

… แสวงหาคุณค่าถาวร เพราะหัวใจของเขานั้นถูกสร้างมาเพื่อสิ่งถาวร

… หัวใจมนุษย์ถูกสร้างมาให้โหยหาคำหวานที่ไม่เคยจืดจาง

… โหยหาความรักที่ไม่เคยเหือดแห้ง

และ…โหยหาพระเจ้าที่ไม่เคยตาย

ด้วยเหตุนี้ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพระเจ้า

… จึงมิอาจตั้งอยู่บนพื้นฐานของปากท้อง ที่วันนี้อิ่มพรุ่งนี้หิว

อะไรจะสำคัญกว่ากัน…อาหารที่พระเจ้าให้ หรือพระเจ้าที่ให้อาหาร

หัวใจฉันร้องหาพระองค์ และมิใช่ของประทานจากพระองค์

 

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 25 กรกฏาคม 2021

สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอให้สิ่งสร้างทั้งมวลสรรเสริญพระองค์  ขอให้ผู้จงรักภักดีต่อพระองค์ ถวายพระพรแด่พระองค์  นัยน์ตาของทุกคนมองไปที่พระองค์ด้วยความหวัง   พระองค์จะประทานอาหารแก่เขาทั้งหลายตามเวลา   พระองค์จะทรงยื่นพระหัตถ์ ประทานอาหารให้สิ่งมีชีวิตทั้งมวลได้กินจนอิ่ม องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเที่ยงธรรมในมรรคาทั้งหลายของพระองค์ ทุกคนที่เรียกขานพระองค์ด้วยใจจริงพระองค์จะทรงตอบสนองความปรารถนาของทุกคนที่ยำเกรงพระองค์พระองค์จะทรงฟังเสียงร้องขอความช่วยเหลือและจะทรงช่วยเขาให้รอดพ้น.

พี่น้องที่เคารพรัก ความรักของพระองค์มั่นคง ดำรงเป็นนิตย์นิรันดร์ ขอให้เราเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อพระองค์ด้วยใจจริง จงถ่อมตนอยู่เสมอ จงมีความอ่อนโยน พากเพียร อดทนต่อกันด้วยความรัก รักพระองค์และรัก-เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน นี่เป็นเวลาที่จะพิสูจน์และท้าทายความเชื่อ-ความศรัทธาของเราที่มีต่อพระเจ้า แม้สถานการณ์โควิดยังไม่เบาบางลง พระวรสาร-พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ เรียกร้องเราให้มั่นคงในความเชื่อ แก้ปัญหาและอุปสรรคด้วยสติ-ด้วยความถูกต้อง อย่าเอาแต่บ่นว่าพระเจ้าหรือใครทั้งมวล พระเจ้าประทานเงินตราและทุกอย่างให้แก่เรา จงใช้ทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหา นำสิ่งที่เรามี-เราเป็น ออกมาใช้เพื่อประโยชน์ของโลก-ของสังคม พระเยซูเจ้าทรงเอาขนมปังบาร์เลย์ห้าก้อนกับปลาเล็กๆ 2 ตัวที่เขามี พระองค์ทรงโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า และใช้สิ่งที่มีนั้น แสดงฤทธานุภาพของพระเจ้าให้ปรากฏ เลี้ยงคนจำนวนห้าพันคน แล้วยังมีเศษที่เหลืออีกด้วย ข้าแต่พระเจ้า โปรดให้พวกลูกเชื่อ-ศรัทธา และเข้าใจถึงแผนการและน้ำพระทัยของพระองค์เสมอทุกวันเวลา โปรดขจัดความสงสัยและความวุ่นวายใจของลูกเทอญ.

****         มาตรการล็อคดาวน์อีกอย่างน้อย 14 วัน คงทำให้พวกเราลำบาก-วุ่นวาย  ใจ และท้อใจในหลายๆครั้ง เรียกร้องเราให้ยิ่งต้องสวดภาวนามากขึ้น เหมือนคนป่วยที่ต้องการหมอและยารักษามากขึ้นๆ ถ้าเราโกรธไม่ไปพบหมอ-ไม่ไปรับยารักษาโรคก็คงไม่หาย เราจะมีกำลังใจ-เราจะได้รับการรักษา เมื่อเราเชื่อ-ศรัทธาและสวด ภาวนามากชึ้น ร่วมถวายบูชา บนไม้กางเขนและบนพระแท่นบูชากับพระเยซูเจ้าทุกวัน สละเวลาสวดภาวนาทุกวัน แม้ เพียงช่วงเวลาสั้นๆ อย่าลืมนะครับ ก่อนจะถึงซึ่งความสำเร็จ จำเป็นต้องผ่านความยากลำบาก ไม่มีความสำเร็จใดจะไม่ผ่านความ  ยากลำบาก!!!

****                 ไม่ลืมที่จะขอบพระคุณในความมีน้ำใจดีของพี่น้องทุกท่าน พระเจ้าไม่มีวันที่จะลืมความมีน้ำใจของพี่น้อง พระองค์จะทรงตอบแทนอย่างแน่นอนขอบพระคุณพระเจ้าผู้ทรงมีน้ำพระทัยดีต่อเรา หลายประเทศ-หลายคนประสบความยากลำบากกว่าเรามากมาย น้ำท่วมในประเทศจีนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบพันปี ไฟไหม้ บ้านเรือนและป่าจนไม่มีที่อยู่อาศัย ความหนาวและความร้อนที่มากจนถึงแก่ความ ตาย แต่พวกเรายังอยู่สุขสบายดีพอสมควร-ยังไม่ติดโควิด นี่ไม่ใช่ความรักของ พระองค์ที่มีต่อเราหรือ ?!?

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล                                                                                                                                                                                                                                                         

ข้าแต่พระเจ้า โปรดให้พวกลูกเชื่อ-ศรัทธา หมั่นสวดภาวนาด้วยความรักร้อนรน อดทนต่อความยากลำบาก รักและแบ่งปัน และเข้าใจถึงแผนการและน้ำพระทัยของพระองค์เสมอทุกวันเวลาเทอญ…….             

 

สารวัด ฉบับที่ 151341 วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

Tuesday, November 30th, 2021

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 10:38-42

ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินพร้อมกับบรรดาศิษย์ พระองค์เสด็จเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง สตรีผู้หนึ่งชื่อมารธารับเสด็จพระองค์ที่บ้าน นางมีน้องสาวชื่อมารีย์ซึ่งนั่งอยู่แทบพระบาทขององค์พระผู้เป็นเจ้า คอยฟังพระวาจาของพระองค์ มารธากำลังยุ่งอยู่กับการปรนนิบัติรับใช้ จึงเข้ามาทูลว่า “พระเจ้าข้า พระองค์ไม่สนพระทัยหรือที่น้องสาวปล่อยดิฉันคนเดียวให้ปรนนิบัติรับใช้ ขอพระองค์บอกเขาให้มาช่วยดิฉันบ้าง” แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบว่า “มารธา มารธา เธอเป็นห่วงและวุ่นวายหลายสิ่งนัก สิ่งที่จำเป็นมีเพียงสิ่งเดียว มารีย์ได้เลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดที่จะไม่มีใครเอาไปจากเขาได้”

ข้อคิด

พระวรสารวันนี้ มารธายุ่งอยู่กับการเตรียมต้อนรับพระเยซูเจ้า เปิดบ้าน เตรียมอาหาร ยุ่งอยู่กับการเตรียมสิ่งของภายนอก แต่จิตใจและหัวใจปิดจนลืมพระเยซูเจ้า ผู้เสด็จมาในบ้านของมารธาเอง การรับใช้เพื่อนพี่น้องเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าให้ดีกว่านั้น คือ การรับใช้นั้นเป็นผลมาจากความรักที่มีต่อพระเยซูเจ้า หากการรับใช้ไม่ได้มาจากความรักต่อพระเยซูเจ้า เราทุกคนคงเป็นเหมือนมารธา ได้แต่บ่น บ่นและบ่น “พระเจ้าข้า พระองค์ไม่สนพระทัยหรือที่น้องสาวปล่อยดิฉันคนเดียวให้ปรนนิบัติรับใช้ ขอพระองค์บอกเขาให้มาช่วยดิฉันบ้าง”

ผืนดิน

พระเจ้าผู้เดินอยู่บนผืนแผ่นดิน

มิใช่ตำนานเล่าขานของอดีต

แต่….เรื่องจริงที่จับต้องได้ของปัจจุบัน

….พระเยซูเดินเท้าไปเยี่ยมเพื่อนสนิทสองพี่น้อง

คนพี่….มารธา ยุ่งอยู่กับการปรนนิบัติรับใช้

คนน้อง….มารีย์ นั่งอยู่แทบพระบาทฟังพระองค์

มารธาเต็มด้วยการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า

มารีย์เต็มด้วยพระวาจาของพระเจ้า

ความต่างได้ก่อตัวขึ้น

….และได้กลับกลายเป็นความขัดแย้งที่จำต้องตัดสินใจเลือก

มารีย์ที่นั่งแทบพระบาทดูต่ำต้อย ไร้ค่า และเสียเวลา

เธอกำลังลืมม่านประเพณีที่เก็บสตรีไว้หลังบ้านเมื่อแขกมาเยือน

เธอกำลังเดินสวนทางวัฒนธรรมที่ปิดกั้นสตรีจากการเรียนรู้

มารีย์นั่งอยู่อย่างยากลำบาก

….บาดเจ็บด้วยเสียงบ่นและดวงตาตำหนิ

ในความยากจนและเจ็บปวด

พระเยซูทรงยื่นพระหัตถ์ออกปกป้องและเยียวยา

สิ่งที่จำเป็นมีเพียงสิ่งเดียว

มารีย์ได้เลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดที่จะไม่มีใครเอาไปจากเขาได้

ทรงประกาศลำดับคุณค่าและความสำคัญใหม่

….แม้สวนทางกับประเพณีและวัฒนธรรม

ผืนดินดีที่ต้อนรับเมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เป็นผืนดินที่รับฟังพระวาจา….เก็บรักษาไว้

และก่อให้เกิดผลด้วยความพากเพียร

เป็นผืนดินนี้ของมารีย์ที่พระเจ้าหวงแหนและเห็นคุณค่า*

 

ประกาศประชาสัมพันธ์

สัปดาห์ที่แล้ว

  1.  เชิญผู้อาวุโส ร่วมแสวงบุญในระดับสังฆมณฑล  วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2019  ท่านใดสนใจ ติดต่อคุณภัทรกาญจน์ (คุณแขก) หรือ คุณอรุณีย์ (คุณตาโต)
  2. เชิญเยาวชนที่สนใจ เข้าร่วมการอบรม ผู้นำเยาวชน (ส่งเสริมทักษะในการเป็นผู้นำ) ระหว่างวันเสาร์ที่ 27 กรกฏาคม ถึงวันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2019 ณ The Bloom by TV Pool (เขาใหญ่) อ. ปากช่อง จ.นครราชสีมา รายละเอียดติดต่อประธานเยาวชน คุณสุภัสสรา ณ ลำปาง
  3. แผนกคริสตชนฆราวาส ขอเชิญพี่น้องรับฟังการบรรยาย เรื่อง “The Vocation of Women – กระแสเรียกสตรี” วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม ศกนี้ เวลา 08.30–16.00 น. ณ บ้านผู้หว่านสามพราน ดูประกาศรายละเอียดที่บอร์ดหน้าวัด
  4. ขณะนี้ทางวัดกำลังดำเนินการติดตั้งเครื่อง PROJECTOR เพื่อฉายเนื้อเพลงขึ้นบนผนังวัดข้างพระแท่นบูชา พี่น้องท่านใดจะร่วมเป็นสปอนเซอร์ค่าใช้จ่าย ติดต่อคุณพ่อเจ้าอาวาส หรือ คุณไพโรจน์ ผู้อำนวยการสภาภิบาล ทั้งนี้เพื่อความสะดวกและพร้อมเพรียงในการขับร้องสรรเสริญพระเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกัน

(มติที่ประชุมคณะกรรมการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ได้มอบให้คุณปรีชาและคุณวุฒิชัย ดำเนินการ หากพี่น้องมีข้อคิดหรือข้อเสนอแนะ ติดต่อทั้งสองท่านได้เลยครับ)

  1. มีพี่น้องบางท่าน ขอให้ทางวัดช่วยซ่อมแซมถนนหน้าทางเข้าวัดของเรา เพราะเป็นหลุมเป็นบ่ออันเนื่องมาจากฝนตกในฤดูฝนนี้ มติที่ประชุมสภาภิบาล รับทราบให้มีการซ่อมแซมและจะดำเนินการต่อไป อาจต้องใช้เวลานิดหน่อยเพราะเป็นทางผ่านร่วม (ภาวะจำยอม) ขอให้พี่น้องอดทนในความยากลำบาก และอลุ่มอล่วยกันและกันนะครับ
  2. ที่ประชุมสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ได้พูดคุยกันถึงความก้าว หน้าของโลก Social Media ในปัจจุบัน เราสามารถรับรู้ข่าวสารต่างๆ ผ่านทาง Social Media ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ทางวัดจึงคิดจะเปิด Line กลุ่มของวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ของเรา และเชิญชวนให้สัตบุรุษทุกท่านเข้าร่วมกลุ่ม เพื่อสื่อสารและรับทราบข่าวสารต่างๆของวัดและของพระศาสนจักร จึงขอถามความคิดเห็นของพี่น้องทุกท่านด้วยครับ (อย่างไรก็ดี คงต้องมีกฎกติกาและระเบียบของการเข้าร่วมกลุ่ม Line ของวัดด้วย ซึ่งจะได้ดำเนินการวางกฎ-กติการะเบียบต่อไป) หากพี่น้องมีข้อ คิดเห็น+เสนอแนะ ติดต่อกับคุณพ่อเจ้าอาวาส หรือ คณะกรรมการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า นะครับ
  3. คณะกรรมการส่งเสริมชีวิตครอบครัว เขต 2 จัดสัมนาการแต่งงานกับพี่น้องต่างความเชื่อ วันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2019 ที่วัดอัครเทวดามีคาแอลสะพานใหม่ เวลา 08.00-15.00 น. ผู้สนใจเชิญลงชื่อได้ที่คุณธีรศักดิ์และคุณพิชพิชาญ (คุณตั้ม)
  4. เชิญคู่แต่งงานที่ครบรอบแต่งงาน 25 ปี และ 50 ปี พอดีในปี 2019 นี้ เข้าร่วมพิธีรื้อฟื้นการแต่งงาน ในวันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2020 คู่แต่งงานที่ครบ 25 ปีและ 50 ปี ที่สนใจเชิญลงชื่อเพื่อขอรับใบพรจากสมเด็จพระสันตะปาปาได้ภายในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2019 ลงชื่อได้ที่คุณธีรศักดิ์และคุณพิชพิชาญ (คุณตั้ม)
  5. 9. ตามที่ได้เคยมีมติจัดฉลอง 50 ปี ชุมชนความเชื่อวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต วันที่ 11 สิงหาคม 2019 (วันตรงคือวันที่ 15 สิงหาคม ด้วย เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1969 คุณพ่อแปร์เรย์ได้ถวายมิสซาที่วัดหลังเก่า เป็นครั้งแรก ถึงปีนี้ครบ 50 ปีพอดี) คณะกรรมการสภาภิบาลได้พูดคุยและปรึกษาหารือกันอีกครั้ง มีเหตุผลหลายๆ ประการ จึงมีมติให้เลื่อนไปจัดฉลองในวันฉลองวัดประจำปี 1 มกราคม

อนึ่ง        เพื่อเป็นการระลึกถึงวันครบรอบ 50 ปี มติที่ประชุมเสนอให้จัดเป็นการภายใน ในวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พร้อมกับการสมโภชพระแม่เจ้ารับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ ให้มีการแห่ถวายเกียรติแด่พระแม่ ประกาศให้พี่น้องสัตบุรุษวัดรังสิต มาร่วมกันเทิดเกียรติพระแม่อย่างพร้อมเพรียงกัน หลังมิสซาจัดให้มีอาหารเบาๆ เพื่อแสดงความชื่นชมยินดีและสังสรรค์กันในระหว่างพี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า จีงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องทราบโดยทั่วกันด้วยครับ

คณะกรรมการสภาฯ ตกลงให้มีการจัดทำเสื้อที่ระลึก จัดจำหน่ายให้สัตบุรุษเพื่อเป็นการะลึกถึง 50 ปีของชุมชนวัดรังสิตของพวกเรา และเพื่อร่วมรณรงค์ในการกำจัดถุงพลาสติก ขยะที่ทำลายโลกของเรา จะจัดทำถุงผ้าเพื่อแจกและมอบให้กับผู้ที่ทำบุญให้กับวัดในโอกาสระลึก 50 ปี ของชุมชนวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าวรังสิตด้วย กำลังดำเนินการออกแบบ เลือกสี และจัดทำตัวอย่างมาให้พี่น้องได้เห็นและสั่งจองในเร็ววันนี้ด้วย

ประกาศประชาสัมพันธ์ อาทิตย์ที่  21 กรกฎาคม 2019

  1. 1. แผนกคริสตชนฆราวาส ขอเชิญพี่น้องรับฟังการบรรยาย เรื่อง “The Vocation of Women – กระแสเรียกสตรี วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม ศกนี้ เวลา 08.30–16.00 น. ณ บ้านผู้หว่านสามพราน ดูประกาศรายละเอียดที่บอร์ดหน้าวัด
  2. 2. มีพี่น้องบางท่าน ขอให้ทางวัดช่วยซ่อมแซมถนนหน้าทางเข้าวัดของเรา เพราะเป็นหลุมเป็นบ่ออันเนื่องมาจากฝนตกในฤดูฝนนี้ มติที่ประชุมสภาภิบาล รับทราบให้มีการซ่อมแซมและจะดำเนินการต่อไป อาจต้องใช้เวลานิดหน่อยเพราะเป็นทางผ่านร่วม (ภาวะจำยอม) ขอให้พี่น้องอดทนในความยากลำบาก และอลุ่มอล่วยกันและกันนะครับ
  3. 3. ที่ประชุมสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ได้พูดคุยกันถึงความก้าวหน้าของโลก Social Media ในปัจจุบัน เราสามารถรับรู้ข่าวสารต่างๆ ผ่านทาง Social Media ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ทางวัดจึงคิดจะเปิด Line กลุ่มของวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ของเรา และเชิญชวนให้สัตบุรุษทุกท่านเข้าร่วมกลุ่ม เพื่อสื่อสารและรับทราบข่าวสารต่างๆของวัดและของพระศาสนจักร จึงขอถามความคิดเห็นของพี่น้องทุกท่านด้วยครับ (อย่างไรก็ดี คงต้องมีกฎกติกาและระเบียบของการเข้าร่วมกลุ่ม Line ของวัดด้วย ซึ่งจะได้ดำเนินการวางกฎ-กติการะเบียบต่อไป) หากพี่น้องมีข้อคิดเห็น+เสนอแนะ ติดต่อกับคุณพ่อเจ้าอาวาส หรือ คณะกรรมการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า นะครับ
  4. 4. คณะกรรมการส่งเสริมชีวิตครอบครัว เขต 2 จัดสัมนาการแต่งงานกับพี่น้องต่างความเชื่อ วันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2019 ที่วัดอัครเทวดามีคาแอลสะพานใหม่ เวลา 08.00-15.00 น. ผู้สนใจเชิญลงชื่อได้ที่คุณธีรศักดิ์และคุณพิชพิชาญ (คุณตั้ม)
  5. 5. เชิญคู่แต่งงานที่ครบรอบแต่งงาน 25 ปี และ 50 ปี พอดีในปี 2019 นี้ เข้าร่วมพิธีรื้อฟื้นการแต่งงาน ในวันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2020 คู่แต่งงานที่ครบ 25 ปีและ 50 ปี ที่สนใจเชิญลงชื่อเพื่อขอรับใบพรจากสมเด็จพระสันตะปาปาได้ภายในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2019 ลงชื่อได้ที่คุณธีรศักดิ์และคุณพิชพิชาญ (คุณตั้ม)
  6. 6. ตามที่ได้เคยมีมติจัดฉลอง 50 ปี ชุมชนความเชื่อวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต วันที่ 11 สิงหาคม 2019 (วันตรงคือวันที่ 15 สิงหาคม ด้วยเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1969 คุณพ่อแปร์เรย์ได้ถวายมิสซาที่วัดหลังเก่าเป็นครั้งแรก ถึงปีนี้ครบ 50 ปีพอดี) คณะกรรมการสภาภิบาลได้พูดคุยและปรึกษาหารือกันอีกครั้ง มีเหตุผลหลายๆ ประการ จึงมีมติให้เลื่อนไปจัดฉลองในวันฉลองวัดประจำปี 1 มกราคม

อนึ่ง      เพื่อเป็นการระลึกถึงวันครบรอบ 50 ปี มติที่ประชุมเสนอให้จัดเป็นการภายใน ในวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พร้อมกับการสมโภชพระแม่เจ้ารับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ ให้มีการแห่ถวายเกียรติแด่พระแม่ ประกาศให้พี่น้องสัตบุรุษวัดรังสิต มาร่วมกันเทิดเกียรติพระแม่อย่างพร้อมเพรียงกัน หลังมิสซาจัดให้มีอาหารเบาๆ เพื่อแสดงความชื่นชมยินดีและสังสรรค์กันในระหว่างพี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า จีงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องทราบโดยทั่วกันด้วยครับ

คณะกรรมการสภาภิบาลตกลงให้มีการจัดทำเสื้อที่ระลึกจัดจำหน่ายให้สัตบุรุษเพื่อเป็นการระลึกถึง 50 ปีของชุมชนวัดรังสิตของพวกเรา และเพื่อร่วมรณรงค์ในการกำจัดถุงพลาสติก ขยะที่ทำลายโลกของเรา จะจัดทำถุงผ้า เพื่อแจกและมอบให้กับผู้ที่ทำบุญให้กับวัดในโอกาส ระลึกถึง 50 ปีของชุมชนวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิตด้วย กำลังดำเนินการออกแบบ เลือกสี และจัดทำตัวอย่างมาให้พี่น้องได้เห็นและสั่งจองในเร็ววันนี่ด้วย

  1. อาทิตย์นี้ เราคงได้ทดลองใช้เครื่อง PORJECTOR เพื่อฉายเนื้อเพลงขึ้นบนผนังวัดข้างพระแท่นบูชา เพื่อความสะดวกและความพร้อมเพรียง ในการขับร้องสรรเสริญพระเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกัน เป็นอย่างไร…..??? พี่น้องก็แสดงความคิดเห็นได้เลยนะครับ ผ่านทาง LINE ที่ทางวัดกำลังดำเนินการให้พี่น้องได้เข้าถึงได้เลย อนึ่ง ขณะนี้มีพี่น้องหลายท่านได้กรุณามอบปัจจัยในการดำเนินการติดตั้ง PROJECTOR ส่วนหนี่งแล้ว งบประมาณที่ใช้ประมาณ 5 หมื่นกว่าบาท พี่น้องท่านใดปรารถนาจะช่วยบริจาคเพิ่มเติม ก็ยินดีนะครับ.

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี

วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

 

สารวัด ฉบับที่ 151340 วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 6:30-34

เวลานั้น บรรดาอัครสาวกกลับมาเฝ้าพระเยซูเจ้าและทูลราย งานให้ทรงทราบถึงทุกสิ่งที่เขาได้ทำและได้สอน พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “ท่านทั้งหลายจงมาพักผ่อนกับเราตามลำพังในที่สงัดระยะหนึ่งเถิด” เพราะมีคนไปมาจนเขาไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะกินอาหาร พระเยซูเจ้าจึงทรงลงเรือไปยังที่สงัดตามลำพังพร้อมกับบรรดาอัครสาวก ประชาชนหลายคนเห็นพระเยซูเจ้ากับบรรดาอัครสาวกแล่นเรือออกไป ก็คาดคะเนได้ว่าพระองค์จะทรงไปที่ใด จึงรีบเดินเท้าออกจากเมืองต่างๆ ไปที่นั่นและไปถึงก่อน เมื่อเสด็จขึ้นจากเรือ ทรงแลเห็นประชาชนจำนวนมากก็ทรงสงสาร เพราะเขาเหล่านั้นเป็นดังฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง พระองค์จึงทรงเริ่มสั่งสอนเขาหลายเรื่อง.

 

ข้อคิด

พระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อเผยให้มนุษย์รู้ว่าพระเจ้าทรงเป็นใคร ที่ผ่านมา มนุษย์พยายามจะรู้ว่าพระเจ้าทรงเป็นใคร มนุษย์มโนภาพลักษณ์พระเจ้าจากประสบการณ์ตนเองและสร้างพระขึ้นตามนั้น กระทั่งพระเยซูเจ้าเสด็จมาบัง เกิดเป็นมนุษย์และทรงเผยให้มนุษย์รู้ว่า พระเจ้าเป็นใครด้วยความเป็นมนุษย์ของพระองค์…พูดภาษามนุษย์..ทำตามประสามนุษย์..เพื่อให้มนุษย์เข้าถึงพระเจ้า ว่าพระองค์ทรงเป็นพระบิดา ทรงเป็นความรักและความเมตตา พร้อมกันนั้นก็ทรงสะท้อนออกมาด้วยชีวิตของพระองค์…..เสด็จไปที่ไหนก็เต็มไปด้วยความรักและความสงสาร ทว่าความสงสารของพระองค์ไม่อยู่แค่ความรู้สึก หากแต่เปลี่ยนเป็นการกระทำอย่างเป็นรูปธรรม และพระองค์ทรงประสงค์ให้ศิษย์ของพระองค์ทำเช่นเดียวกัน

 

ผืนน้ำ… ผืนทราย

แม้ห่วงใยฝูงชนที่ขวักไขว่ไปมา

หัวใจยังคงใฝ่หาความสงัดเงียบ

และรู้สึกลึกซึ้งถึงความต้องการของสาวก

ผู้ไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะกินอาหาร

ความรักความห่วงใยของพระองค์ฉายส่องอบอุ่นดุจดวงตระวันยามเช้า

…ท่านทั้งหลายจงมาพักผ่อนกับเราตามลำพังในที่สงัดสักระยะหนึ่งเถิด

…และพระองค์ทรงลงเรือไปยังที่สงัดพร้อมบรรดาอัครสาวก

ความสงัดเงียบมีอยู่น้อยนิด และผ่านพ้นรวดเร็ว

การพักผ่อนจบสิ้น เมื่อหัวเรือเกยทับผืนทรายบนชายหาด

สองขาต้องลุกขึ้น…สองเท้าต้องก้าวเดิน

เพราฝูงชนร้องหา และรอคอย

หัวใจที่ห่วงอาทรบัญชาให้พระองค์ก้าวออกจากผืนน้ำที่นุ่มสบาย

ขึ้นสู่ผืนทรายที่โอบอุ้มดูแล

ในสถานการณ์เช่นนี้ พระองค์มิอาจหันหัวเรือกลับ

…เล่นซ่อนแอบกับฝูงชน หรือส่งพวกเขากลับบ้าน

แต่…พระองค์เสด็จขึ้นจากเรือ

…ทรงสงสารเพราะพวกเขาเป็นดังฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง

…ทรงเริ่มสั่งสอนเขาหลายเรื่อง

แสงตะวันแห่งความห่วงอาทรของพระเจ้า

สาดกระทบทุกผู้คนบนชายหาด

วันนี้เองที่ทรงพิสูจน์ความจริงแห่งถ้อยคำสอน

…จงขอเถิด แล้วท่านจะได้รับ จงแสวงหาเถิด แล้วท่านจะพบ

วันนี้ฝูงชนได้แสวงหา…และได้พบ

ภาพพระเยซู ฉายแสดงความจริงแห่งพระเจ้าผู้ห่วงอาทร

ปรากฏเด่นชัดอยู่บนผืนทรายแห่งมนุษยชาติ

และเป็นความห่วงอาทรเดียวกัน

ที่ทรงหวังให้ศิษย์ของพระองค์สานต่อ…ในกาลเวลา

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฏาคม 2021  

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา                                              

  จากบทเพลงสดุดีที่ 85 บันทึกไว้ว่า…..“ข้าพเจ้ากำลังฟังอยู่ว่า พระองค์จะตรัสอะไร…..???    องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงประกาศสันติภาพ แก่ประชากรของพระองค์และแก่ผู้จงรักภักดีต่อพระองค์ ขอเพียง อย่าให้เขาทำสิ่งโง่เขลาอีกถูกแล้ว ความรอดพ้นจะอยู่ใกล้ผู้ยำเกรงพระองค์  พระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์จะอยู่ในแผ่นดินของเรา”   พี่น้องที่รัก พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่ง ด้วยพระทัยดีของพระองค์ ตั้งแต่แรกเริ่ม พระเจ้าปรารถนาให้สรรพสิ่งร่วมเสวยสุขกับพระองค์ แต่เพราะความจองหอง และเสรีภาพที่วิปริต นำความชั่วร้ายมาสู่โลก จิตชั่วและปีศาจได้อิจฉาโลก และเข้ามาครอบงำโลก จึงทำให้สรรพสิ่งในโลกเปลี่ยนไป ความเห็นแก่ตัว–ความหลงในอำนาจ-การลืมตัวตนของตัวเองนำพาโลกสู่ความมืดมนและหายนะ         นักบุญเปาโล ผู้ซึ่งเคยหลงไป-เข้าใจผิด ได้เป็นแบบอย่างแห่งการกลับใจ และเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ ท่านกล่าวว่า “ต่อไปนี้ มิใช่ชีวิตของท่านเองอีกต่อไป แต่เป็นพระคริสตเจ้าที่เจริญชีวิตในตัวท่าน…..”      พี่น้องที่รัก ดูเหมือนว่าโลกกำลังเกิดความวิบัติ–เกิดวิกฤต ไม่ใช่เพียงการระบาดของไวรัสโควิด แต่เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ ฝนตกน้ำท่วม พายุกระหน่ำ– ทอร์นาโดซ้ำเติม–แผ่นดินไหว–ไฟไหม้หรือแม้แต่ความร้อนระอุและความหนาวเย็นยะเยือก…ฯลฯ….บอกอะไรแก่เรา….สอนอะไร…เรียกร้องและท้าทายเราให้หันกลับ–เปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของเรา…..วิถีชีวิตใหม่…..ถือบัญญัติแห่งความรักที่พระองค์ทรงมอบให้อย่างจริงใจ กระทำหน้าที่ของเราสุดกำลังแล้วมอบทุกอย่างไว้กับพระองค์ ด้วยความเชื่อและความวางใจเหมือนเมื่อแรกเริ่มที่พระเจ้าทรงสร้าง แล้วเราจะประกาศให้โลก–ให้นานาชาติทั้งหลายรับรู้–รับทราบถึงน้ำพระทัยของพระเจ้าเถิด

****          พี่น้องคงทราบข่าวต่างๆแล้วจากทุกสื่อสาร สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดดูจะยิ่งมากขึ้น สิ่งเดียวและสิ่งสำคัญ คือ ร่วมมือ–ร่วมแรงสู้ไปด้วยกันอย่างมีสติ อะไรต้องทำ–อะไรไม่ควรทำ ด้วยวิถีชีวิตใหม่ในองค์พระเจ้าเที่ยงแท้ แล้วนั้น มอบทุกอย่างไว้ในพระเมตตาของพระองค์ พ่อมั่นใจว่าพี่น้องหลายๆท่านได้พยายาม–และกระทำแล้ว ความเชื่อ-ความวางใจ–ความรัก สามสิ่งนี้ ความรักย่อมสำคัญสุด รักพระเจ้าและรักเพื่อนมนุษย์เหมือนหนึ่งรักตัวเอง !!!

 

ขอพระเจ้าเมตตาเทอญ  

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

                           

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฏาคม 2021

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าอย่างผู้เลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขาด สิ่งใดพระองค์ทรงให้ข้าพเจ้านอนพักอยู่ในทุ่งหญ้าเขียวขจีทรงนำข้าพเจ้าไปริมสายนทีที่เงียบสงบ เพื่อฟื้นจิตใจของข้าพเจ้า  ทรงชี้นำให้ข้าพเจ้าเดินไปบนมรรคาแห่งความชอบธรรม… แม้ข้าพเจ้าจะต้องเดินไปในหนทางที่มืดมิด  ข้าพเจ้าก็จะไม่กลัวอันตรายใดๆ เพราะพระองค์ทรงอยู่กับข้าพเจ้า (สดด.23)

พี่น้องที่เคารพรัก ในสถานการณ์ของความหวาดกลัวและหวาดหวั่น เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด พ่อประกาศให้พี่น้องสงบใจ ค่อยๆ รำพึงบนสดุดีที่ได้ยกมาให้พี่น้องอ่านข้างบนนี้.. พระเจ้าจะทรงเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง พระองค์จะดูแลฝูงแกะของพระองค์ ในยามที่แกะตกระกำลำบาก-อยู่ในอันตราย พระองค์เต็มไปด้วยพระทัยเมตตาสงสาร แต่สิ่งสำคัญ เราต้องเชื่อและวางใจในพระองค์อย่างเต็มล้น  และอีกสิ่งหนึ่งก็คือ … “การวางใจในพระเจ้า” ไม่ได้บอกว่าจะไม่มีอุปสรรค…แต่จะผ่านอุปสรรคไปได้อย่างมหัศจรรย์โดยพระเจ้า ดูชีวิตของพระแม่มารีย์ นักบุญยอแซฟ และนักบุญอีกมากมาย แม้องค์พระเยซูเจ้าเอง…เมื่อรับน้ำพระทัยของพระบิดาแล้ว…ก่อนที่จะไปถึงความสำเร็จ จำต้องผ่านกางเขนและความยาก ลำบาก แม้กระทั่งชีวิต แต่ความสำเร็จนั้นยิ่งใหญ่มาก  บรรดาสาวกในพระวรสารวันนี้ก็เช่นกัน พวกท่านต้องทำงานอย่างหนัก ต้องผ่านการถูกเบียดเบียนและต่อต้าน จนพระองค์ต้องเรียกเขาให้เข้าไปพักผ่อนในพระองค์ แม้จะเป็นเพียงสักระยะเวลาหนึ่ง ชีวิตของพวกเราทุกคนก็เช่นกัน แม้จะลำบากยากเข็ญเพียงใด งานหนักสักเพียงใด อย่าลืมใช้เวลาสักนิดเพื่อภาวนา ร่วมบูชามิสซา พักผ่อนในพระองค์….!!!!

****      พี่น้องที่เคารพรัก สถานการณ์การระบาดของโควิดยังไม่ดีขึ้น มาตรการของราชการของประเทศ เรียกร้องเราให้ช่วยกัน-ช่วยชาติ เราคงต้องร่วมมือ-ร่วมใจ แต่…แต่สิ่งสำคัญที่พ่อบอกกับพี่น้องแล้ว เราต้องไม่ลืมที่จะดูแลและรักษา สุขภาพ ของตัวเอง ของครอบครัวเราก่อน มาตรการ 3 สิ่งที่จำเป็นและต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด … ใส่หน้ากากอนามัย  ล้างมือบ่อยๆ  เว้นระยะห่าง ไม่ไปในสถานที่เสี่ยง หากจำเป็น ต้องระมัดระวัง อย่าประมาท แม้แค่เสี้ยวเวลาหรือสิ่งเล็กๆน้อยๆ ต้องดูแลเอาใจใส่สุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอแข็งแรงเพื่อสู้กับไวรัสโควิด ตามหลักวิชาการ ไวรัสโควิดมันโจมตีผู้ที่อ่อนแอเหยื่อของมันคือความอ่อนแอของเรา พี่น้องทราบดีถึงวิธิการหลายอย่างที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง กินอาหารที่มีคุณภาพ- ผักปลา-อาหารร้อน- อาหารปรุงสุกด้วยตัวเอง นอนพักผ่อน 6-8 ชั่วโมง ออกกำลัง กาย ไม่ เครียด-ไม่กังวลจนเกินไป ฯลฯ  สุขภาพของวิญญาณก็เช่นกัน สละเวลาสักนิดเพื่อสวดภาวนา สงบจิตใจ ร่วมมิสซา และฝากทุกอย่างไว้กับพระองค์. 

ขอพระเจ้าทรงเมตตาคุ้มครองเทอญ

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

เพราะเลือกต่าง ชีวิตจึงต่าง

เราคริสตชนจะต้องประกาศพระวาจาพระอาณาจักรของพระเจ้า พระองค์ทรงเรียกเราทุกคนให้ติดตามพระองค์ เป็นศิษย์และเป็นลูกของพระองค์ ให้เสรีภาพในการดำเนินชีวิต ขอให้เราได้เลือกที่จะชิดสนิทกับพระเจ้า เชื่อศรัทธาวางใจในพระองค์ ติดตามพระองค์ในการดำเนิน ชีวิตเช่นเดียวกับพระแม่มารีย์ นักบุญยอแซฟ นักบุญเปาโล ประกาศกอาโมส และพี่น้องสองคน  เพราะเลือกเราจึงแตกต่างจากผู้อื่น  การระบาดของไวรัสโควิด เราก็เลือกได้ที่จะปฏิบัติตัวป้องกันตัวเราเองและคนรอบข้างอย่างมีระเบียบวินัยเอาจริงเอาจังตามคำแนะนำของนักวิชา การ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย เว้นระยะห่าง ไม่ไปในที่เสี่ยง รักษาสุขภาพ การ์ดไม่ตก ไม่ประมาท ให้สมกับเป็นคริสตชน ลูกของพระ ที่ได้เลือกแล้วที่จะอยู่ในพระเมตตาพระพรของพระองค์

บทเทศน์วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฏาคม 2021 ……..คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

สารวัด ฉบับที่ 151339 วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 6:7-13

เวลานั้น พระเยซูทรงเรียกอัครสาวกสิบสองคนเข้ามาพบ และทรงเริ่มส่งเขาเป็นคู่ๆ ประทานอำนาจเหนือปีศาจ ทรงกำชับเขามิให้นำสิ่งใดไปด้วย นอกจากไม้เท้าเท่านั้น ไม่ให้มีอาหาร ไม่ให้มีย่าม ไม่ให้มีเศษเงินใส่ไถ้ ให้สวมรองเท้าได้ แต่ไม่ให้เอาเสื้อสำรองไปด้วย พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ถ้าท่านเข้าไปในบ้านใด จงพักอยู่ที่นั่นจนกว่าจะออกเดินทางต่อไป ถ้าที่ใดไม่ต้อนรับท่าน หรือไม่ฟังท่าน จงออกจากที่นั่น พลางสลัดฝุ่นจากเท้าไว้เป็นพยานกล่าวโทษเขา” บรรดาอัครสาวกจึงไปเทศน์สอนคนทั้งหลายให้กลับใจ ขับไล่ปีศาจจำนวนมาก เจิมน้ำมันผู้เจ็บป่วยหลายคน และรักษาเขาให้หายจากโรคภัย.

 

ข้อคิด

นักบุญเปาโลผู้เคยเบียดเบียนพระเยซูและบรรดาคริสตชน แต่พระเจ้าทรงเรียกท่านให้กลับใจ ท่านได้เปลี่ยนชีวิตของท่านทั้งหมด อุทิศตนแด่พระเจ้า สอนพวกเราเสมอว่า ชีวิตของเรามีสิ่งเดียวคือ โมทนาขอบพระคุณพระเจ้า สรรเสริญพระองค์ทุกวันเวลา ด้วยว่า ชีวิตที่เราเป็น… ทุกสิ่งที่เรามี….ล้วนเป็นพระทัยดีของพระองค์ที่ทรงมีต่อเรา พระเจ้าทรงประทานพระพร และเลือกสรรเราในองค์พระคริสตเจ้า ตั้งแต่ก่อนเนรมิตสร้างโลก พระองค์ทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ที่จะให้เราเป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์ จงเชื่ออย่างมั่นใจเถิดว่า เราเป็นผู้รับเลือกสรรของพระองค์ ชีวิตของเราจึงเป็นของพระองค์  มิใช่ชีวิตของเราเอง เราจึงต้องอุทิศชีวิตของเราเพื่อพระองค์ และประกาศพระอาณาจักรของพระองค์ตราบชีวิตของเราจะหาไม่.

 

ยอมรับ

ถ้าที่ใดไม่ต้อนรับท่าน หรือไม่ฟังท่าน

สำหรับประกาศกมือใหม่อย่างสาวก พระวาจานี้ฟังดูน่าหวาดกลัว

แต่ด้วยพระวาจานี้…พระองค์ทรงนำพาเขา

เข้าสู่ความเป็นจริงของชีวิตประกาศก

…ทรงเตรียมเขาให้พร้อมสำหรับการถูกปฏิเสธ

และสามารถเผชิญการถูกปฏิเสธด้วยดวงใจที่สงบเย็น

…ไร้รอยเปื้อนหมอง

ไม่มีประกาศกองค์ใดเลยที่เก่งกล้า

…เพียงพอที่จะทำให้พระวาจาของพระเจ้า

มีคุณค่า และความหมาย สำหรับผู้คน ในทุกสถานที่

แม้พระวาจาของพระองค์มีพละกำลังมหาศาลจนเปลี่ยนแปลงโลกได้

แต่ประกาศก ผู้สื่อพระวาจายังคงมีขอบเขตจำกัดของความเป็นมนุษย์

แม้พระวาจานี้ดูจะไม่เป็นกำลังใจสำหรับพวกเขา

…แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นบนก้าวแรกแห่งชีวิตเพื่อพันธกิจ

เขาถูกนำพาให้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความสุภาพถ่อมตน

…พร้อมที่จะน้อมรับขอบเขตจำกัดของตนเอง

วันเวลาจะมาถึง ที่ฉันจะพบความจริงว่า…ฉันทำอะไรไม่ได้ ณ ตรงนี้

ประตูแห่งการยอมรับถูกปิดแน่น…ฉันกำลังพบเจอทางตัน

ในวันนั้น…ฉันอยากจะก้าวเดินจากไป

โดยไม่ยอมให้ฝุ่นดินแห่งความขุ่นเคืองหมองช้ำดวงใจ

ฉันจะก้าวต่อไป สู่นาผืนใหม่

บนเส้นทางแห่งความจริงที่ว่า…ฉันสามารถช่วยได้เฉพาะบางคน และบางอย่าง

…มิใช่ทุกคน และทุกอย่าง

เปโตรเป็นที่ยอมรับในหมู่ชาวยิว…เปาโลในหมู่คนต่างศาสนา

และฟิลิปในหมู่ชาวเอธิโอเปีย

ดังนั้นแล้ว…ถ้าฉันจะไม่เป็นที่ยอมรับในบางหมู่ชน3

คงจะเป็นความจริงของชีวิตที่ฉันไม่อาจปฏิเสธ

…คงจะเป็นความงดงามของชีวิต

ถ้าฉันจะยอมรับขอบเขตจำกัดประการนี้ด้วยหัวใจผลิบาน

 

  สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฏาคม 2021

สมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล อัครสาวก

วันอาทิตย์นี้ พระศาสนจักรเชิญชวนให้พวกเราทำการสมโภชท่านนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล ซึ่งพระศาสนจักรถือว่าท่านเป็นเสาหลักของพระศาสนจักรให้ความสำคัญต่อท่านทั้งสอง ท่านเป็นบุคคลที่สำคัญอย่างมากกับพระศาสนจักรในระยะแรก นักบุญเปโตรเป็นหลักมั่นคงแห่งความเชื่อที่จะต้องยึดถือ พระเยซูเจ้ามอบหมายให้ท่านเป็นหัวหน้าพระศาสนจักรบุคคลแรก ทรงมอบอำนาจให้ท่าน แต่งตั้งท่าน….. “ท่านคือศิลา และบนศิลานี้ เราจะสร้างพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้ เราจะมอบกุญแจสวรรค์ให้ ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย”   นักบุญเปาโลเป็นผู้ป้องกันความเชื่อที่จะต้องเรียนรู้ ท่านเป็นอาจารย์และนักปราชญ์ สั่งสอนนานาชาติที่ทรงเรียกให้เข้ามาอยู่ในพระศานจักร ท่านประกาศเทศน์สอนไปทั่ว แม้ท่านจะเคยปฏิเสธและเป็นปฏิปักษ์กับพระเยซูเจ้า แต่เมื่อท่านรู้ความจริง หลังจากได้รับการไขแสดงจากพระองค์ ชีวิตของท่านเปลี่ยนไป และอุทิศทั้งชีวิตของท่านเพื่อองค์พระเยซูเจ้าจนแม้ชีวิตของท่าน  พี่น้องที่รัก ท่านทั้งสองจึงเป็นเสาหลักที่มั่นคง เป็นตะเกียงหรือดวงไฟสองดวง เพื่อส่องสว่างหนทางไปสู่สวรรค์ จดหมายของท่านเป็นดังบ่อน้ำแห่งความจริง เป็นพยานยืนยัน คำเทศน์สอนของท่านเปี่ยมด้วยสติปัญญา และเป็นพลังให้กับเราทุกคน ที่จะติดตามองค์พระเยซูเจ้า แม้จะยากลำบากสักเพียงใด ท่านทั้งสองรักพระเจ้าสุดหัวใจ รักจนหมดใจ รักจนวาระสุดท้ายของชีวิต และพระเจ้าก็ทรงมอบมงกุฏแห่งความชอบธรรมให้กับท่าน และนี้แหละคือแบบอย่างแห่งความเชื่อของพวกเราทุกคน ที่เราต้องพยายามเดินตาม ขอท่านทั้งสองได้เสนอวิงวอนพระเจ้าเพื่อพวกเราทุกคนด้วยเทอญ.

****        จบไปอีกหนึ่งเดือน การระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดีขึ้น ยังมีผู้ติดและเสียชีวิตจำนวนมาก เราต้องระมัดระวัง รักษาตัวเอง และสู้กันต่อไป ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านกล่าวว่า ไวรัส  โควิดจะอยู่กับเราต่อไป เราต้องอยู่กับมัน โดยเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของพวกเรา New Normal =วิถีชีวิตใหม่ ต่อไปนี้ เราอาจจะต้อง สวมหน้ากากอนามัยกันทุกวัน ต้องเว้นระยะห่าง ต้องรักษาความสะอาด ล้างมือ รักษาสุขอนามัย- สุขภาพกัน มากขึ้นกว่าเดิม อาจจะต้องปรับเปลี่ยนชีวิตอีกหลายอย่า’ด้วย และแม้ชีวิตความเชื่อ ความศรัทธาต่อพระ ชีวิตที่เราต้องอยู่ร่วมกันในสังคม  พระเจ้ากำลังบอกและสอนเรา ด้วยทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในโลก ขอพระเจ้าทรงเมตตา   และโปรดให้เราก้าวเดินตามหนทางของพระองค์อย่างถูกต้องด้วยเทอญ!             

 

ขอพระเจ้าเมตตาเทอญ

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฏาคม 2021  

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา                                                                                   

          จากบทเพลงสดุดีที่ 85 บันทึกไว้ว่า…..   “ข้าพเจ้ากำลังฟังอยู่ว่า พระองค์จะตรัสอะไร…..???    องค์พระผู้เป็นเจ้า จะทรงประกาศสันติภาพ แก่ประชากรของพระองค์และแก่ผู้จงรักภักดีต่อพระองค์ ขอเพียง อย่าให้เขาทำสิ่งโง่เขลาอีก  ถูกแล้ว ความรอดพ้นจะอยู่ใกล้ผู้ยำเกรงพระองค์   พระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์จะอยู่ในแผ่นดินของเรา”                                         พี่น้องที่รัก พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่ง ด้วยพระทัยดีของพระองค์ ตั้งแต่แรกเริ่ม พระเจ้าปรารถนาให้สรรพสิ่งร่วมเสวยสุขกับพระองค์ แต่เพราะความจองหอง และเสรีภาพที่วิปริต นำความชั่วร้ายมาสู่โลก จิตชั่วและปีศาจได้อิจฉาโลก และเข้ามาครอบงำโลก จึงทำให้สรรพสิ่งในโลกเปลี่ยนไป ความเห็นแก่ตัว–ความหลงในอำนาจ-การลืมตัวตนของตัวเองนำพาโลกสู่ความมืดมนและหายนะ          นักบุญเปาโล ผู้ซึ่งเคยหลงไป-เข้าใจผิด ได้เป็นแบบอย่างแห่งการกลับใจ และเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ ท่านกล่าวว่า “ต่อไปนี้ มิใช่ชีวิตของท่านเองอีกต่อไป แต่เป็นพระคริสตเจ้าที่เจริญชีวิตในตัวท่าน…..”  พี่น้องที่รัก ดูเหมือนว่าโลกกำลังเกิดความวิบัติ–เกิดวิกฤต ไม่ใช่เพียงการระบาดของไวรัสโควิด แต่เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ ฝนตกน้ำท่วม พายุกระหน่ำ– ทอร์นาโดซ้ำเติม–แผ่นดินไหว–ไฟไหม้หรือแม้แต่ความร้อนระอุและความหนาวเย็นยะเยือก…ฯลฯ….บอกอะไรแก่เรา….สอนอะไร…เรียกร้องและท้าทายเราให้หันกลับ– เปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของเรา…..วิถีชีวิตใหม่…..ถือบัญญัติแห่งความรักที่พระองค์ทรงมอบให้อย่างจริงใจ กระทำหน้าที่ของเราสุดกำลังแล้วมอบทุกอย่างไว้กับพระองค์ ด้วยความเชื่อและความวางใจเหมือนเมื่อแรกเริ่มที่พระเจ้าทรงสร้าง แล้วเราจะประกาศให้โลก–ให้นานาชาติทั้งหลายรับรู้–รับทราบถึงน้ำพระทัยของพระเจ้าเถิด

****       พี่น้องคงทราบข่าวต่างๆ แล้วจากทุกสื่อสาร สถานการณ์การระบาด ของไวรัสโควิดดูจะยิ่งมากขึ้น สิ่งเดียวและสิ่งสำคัญ คือ ร่วมมือ–ร่วมแรงสู้ไปด้วยกันอย่างมีสติ อะไรต้องทำ–อะไรไม่ควรทำ ด้วยวิถีชีวิตใหม่ในองค์พระเจ้าเที่ยงแท้แล้วนั้น มอบทุกอย่างไว้ในพระเมตตาของพระองค์  พ่อมั่นใจว่า พี่น้องหลายๆ ท่านได้พยายาม–และกระทำแล้ว  ความเชื่อ-ความวางใจ–ความรัก สามสิ่งนี้ ความรักย่อมสำคัญสุด รักพระเจ้าและรักเพื่อนมนุษย์เหมือนหนึ่งรักตัวเอง !!!

 

ขอพระเจ้าเมตตาเทอญ

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

                                                                                                

สารวัด ฉบับที่ 151338 วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 14 สมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล อัครสาวก

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญแมทธิว

มธ 16:13-19

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงเขตเมืองซีซารียาแห่งฟิลิปและตรัสถามบรรดาศิษย์ว่า “คนทั้งหลายกล่าวว่าบุตรแห่งมนุษย์เป็นใคร” เขาทูลตอบว่า “บ้างกล่าวว่าเป็นประกาศกเอลียาห์ บ้างกล่าวว่าเป็นประกาศกเยเรมีย์หรือประกาศกองค์ใดองค์หนึ่ง” พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ท่านล่ะคิดว่าเราเป็นใคร” ซีโมนเปโตรทูลตอบว่า “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ซีโมนบุตรของยอห์น ท่านเป็นสุขเพราะไม่ใช่มนุษย์ที่เปิดเผยให้ท่านรู้ แต่พระบิดาเจ้าของเราผู้สถิตในสวรรค์ทรงเปิดเผย เราบอกท่านว่า ท่านเป็นศิลาและบนศิลานี้เราจะสร้างพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้ เราจะมอบกุญแจอาณาจักรสวรรค์ให้ ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย”

 

ข้อคิด

พระศาสนจักรถือว่า ท่านนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลเป็นเสาหลักของพระศาสนจักร เพราะนักบุญเปโตรเป็นหลักมั่นคงแห่งความเชื่อที่จะต้องยึดถือ นักบุญเปาโลเป็นผู้ป้องกันความเชื่อที่จะต้องเรียนรู้ นักบุญเปโตรเป็นผู้นำความชอบธรรมแห่งชนชาติอิสราเอล เป็นผู้ก่อตั้งพระศาสนจักรแรกเริ่ม เป็นผู้รับมอบอำนาจแต่งตั้งพระศาสนจักรจากองค์พระเยซูเจ้า นักบุญเปาโลเป็นอาจารย์และนักปราชญ์ สั่งสอนนานาชาติที่ทรงเรียกให้เข้ามาอยู่ในพระศาสนจักร ท่านทั้งสองจึงเป็นเสาหลักที่มั่นคงของพระศาสนจักรคาทอลิก นักบุญเปโตรอยู่กับพระเยซูเจ้า ได้รับการสั่งสอน ได้เห็นการเทศน์สอน ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพระองค์ แม้จะปฏิเสธพระองค์ แต่เมื่อท่านรู้ว่าพระเยซูเจ้าเป็นใคร ท่านก็กลับใจอย่างแท้จริง และเปลี่ยนชีวิตอุทิศตนเพื่อพระเยซูเจ้าทั้งชีวิต จนยอมตายเพื่อพระองค์ ท่านทั้งสองจึงเป็นแบบอย่างแห่งความเชื่อของพวกเราทุกคน ที่เราต้องพยายามเดินตามรอยของท่าน ขอท่านทั้งสองวิงวอนพระเจ้าเพื่อพวกเราทุกคนเทอญ

 

รักไร้ขอบเขต

เปโตรปฏิเสธพระเยซูเจ้าสามครั้ง

แต่เขาก็ได้กลับคืนสู่พระองค์

กลับกลายเป็นศิลาที่มั่นคง และผู้นำกลุ่มคริสตชน

เปาโลเคยเข่นฆ่าพระคริสตเจ้า

แต่เขาก็ได้กลับคืนสู่หนทางของพระองค์

กลับกลายเป็นสาวกผู้เข้มแข็ง และนำข่าวดีของพระเจ้า

ข้ามพรมแดนยูเดีย และสะมาเรียไปสู่โลกกว้าง

เขาทั้งคู่ได้ล้มลง

แต่เขาก็ได้ลุกขึ้น และก้าวเดินไปในหนทางใหม่

เปโตรเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงเลือกให้เป็นผู้นำ

และศูนย์กลางแห่งเอกภาพ

เปาโลเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงเลือกให้เป็นผู้นำ

พระวรสารสู่ชนต่างชาติ

เขาทั้งสองได้ตายอย่างมรณสักขีในกรุงโรม

ภายใต้การเบียดเบียนของจักรพรรดิ์เนโร

ในการเป็นประจักษ์พยานสุดท้ายแห่งชีวิต

เขาทั้งสองประกาศก้องถึงความรักต่อพระเยซูที่เขาติดตาม

นับเป็นความรักที่ไร้ขอบเขต

….ให้ทั้งหมด โดยไม่เก็บสิ่งใดเลย

ประวัติศาสตร์แห่งชีวิตที่ผ่านมาของฉัน

ไม่ว่าจะเป็นสีขาวหรือดำ

คงไม่เป็นอุปสรรคต่อการหวนกลับคืนสู่พระองค์

และก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งความรักที่ไร้ขอบเขต

 

  สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2021 

สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

            หนังสือปรีชาญาณกล่าวไว้ว่า………  “เพราะพระเจ้าไม่ทรงสร้างความตาย และไม่พอพระทัยให้ผู้มีชีวิตต้องพินาศ  พระองค์ทรงเนรมิตทุกสิ่งให้ดำรงอยู่  บรรดาสิ่งสร้างในโลกล้วนมีอยู่เพื่อชีวิต ไม่มีพิษสงแห่งการทำลายอยู่เลย แดนมรณะก็ไม่ปกครองเหนือแผ่นดิน เพราะความชอบธรรมเป็นอมตะ โดยแท้จริงแล้ว พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นอมตะ พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์แห่งพระธรรมชาติของพระองค์ แต่เพราะความอิจฉาของปีศาจ ความตายจึงเข้ามาในโลก ผู้ที่อยู่ฝ่ายปีศาจก็จะประสบความตาย  โลกของเรากำลังประสบความวิกฤต ด้วยหลายสิ่งหลายอย่าง โลกกำลังร้อนระอุด้วยภัยธรรมชาติและสงครามที่มนุษย์สร้างขึ้น โลกกำลังประสบกับการระบาดของไวรัสโควิด และโรคระบาดที่มาถึงโลกทุกๆ ร้อยปี เป็นความมืดดำ – ความชั่วร้าย และการชำระล้างแต่พระพิโรธของพระเจ้าคงอยู่เพียงชั่วขณะหนึ่ง และความโปรดปรานของพระเจ้าดำรงอยู่นิจนิรันดร น้ำตาอาจมาถึงในเวลาเย็น แต่ความยินดีจะมาในเวลาเช้า พระองค์จะเปลี่ยนการร่ำไห้ให้เป็นความยินดี     “ทาลิธาคูม” = “หนูเอ๋ย เราสั่งให้หนูลุกขึ้น” เด็กหญิงนั้นก็ลุกขึ้นและหายเป็นปกติ พระเยซูเจ้าทรงปกพระหัตถ์และปลุกให้เด็กนั้นกลับฟื้นคืนชีพ   พี่น้องที่เคารพรัก พระเจ้าสร้างชีวิต พระองค์ไม่ได้สร้างความตาย แต่ความวุ่นวาย – ความตายเกิดขึ้นก็เพราะปีศาจ และผลของความชั่วร้าย ผู้ที่อยู่ฝ่ายปีศาจก็จะประสบความตายและความพินาศไป แต่…แต่…ผู้ที่อยู่ฝ่ายพระเจ้า – เชื่อมั่นศรัทธาในพระเจ้า ดำเนินชีวิตสนิทกับพระเจ้า – เดินในหนทางของพระองค์ ผู้นั้นจะไม่มีวันพินาศไปเลย

****       เป็นอีกหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านไป และการระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดีขึ้น อาจจะเลวร้ายไปกว่าเดิม ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย แต่เกือบจะทั่วโลก เราทุกคนก็คงต้องดิ้นรนและสู้ๆต่อไปด้วยกำลังความสามารถของตัวเรา และไม่ลืมที่จะพึ่งพระ        เมตตาของพระเจ้า ต้องไม่ขาดความเชื่อศรัทธาในพระองค์ เหมือนดังเรื่องที่ พ่อเล่าให้พี่น้องฟังในสัปดาห์ที่แล้ว แม้เราจะวอนขอ เรายังไม่ได้รับตามที่วอนขอ แต่พระสงฆ์องค์นั้นยังยิ้มพอใจเพราะทราบว่า พระเจ้าทรงได้ยินและรับรู้คำภาวนาวอนขอนั้นแล้วแต่พระองค์ทรงมีเวลาของพระองค์ พระองค์ผู้เป็นบิดาผู้มีพระทัยดีจะทรงประทานสิ่งที่ดีแก่ลูกของพระองค์เสมอ                                      ****         พวกเรากำลังจะจบเดือนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้าและดวงพระทัยนิรมลของพระแม่เจ้า แต่เราจะไม่จบความเชื่อศรัทธาของเราต่อพระองค์และพระแม่ของเราและเราก็มั่นใจว่า ด้วยความเชื่อ  ศรัทธาที่เรามีนั้น พระเจ้าทรงพระ  เมตตาต่อเราเสมอ.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฏาคม 2021 สมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล อัครสาวก

วันอาทิตย์นี้ พระศาสนจักรเชิญชวนให้พวกเราทำการสมโภชท่านนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล ซึ่งพระศาสนจักรถือว่าท่านเป็นเสาหลักของพระศาสนจักรให้ความสำคัญต่อท่านทั้งสอง ท่านเป็นบุคคลที่สำคัญอย่างมากกับพระศาสนจักรในระยะแรก    นักบุญเปโตรเป็นหลักมั่นคงแห่งความเชื่อที่จะต้องยึดถือ พระเยซูเจ้ามอบหมายให้ท่านเป็นหัวหน้าพระศาสนจักรบุคคลแรก ทรงมอบอำนาจให้ท่าน แต่งตั้งท่าน….. “ท่านคือศิลา และบนศิลานี้ เราจะสร้างพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้ เราจะมอบกุญแจสวรรค์ให้ ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย”    นักบุญเปาโลเป็นผู้ป้องกันความเชื่อที่จะต้องเรียนรู้ ท่านเป็นอาจารย์และนักปราชญ์ สั่งสอนนานาชาติที่ทรงเรียกให้เข้ามาอยู่ในพระศานจักร ท่านประกาศเทศน์สอนไปทั่ว แม้ท่านจะเคยปฏิเสธและเป็นปฏิปักษ์กับพระเยซูเจ้า แต่เมื่อท่านรู้ความจริง หลังจากได้รับการไขแสดงจากพระองค์ ชีวิตของท่านเปลี่ยนไป และอุทิศทั้งชีวิตของท่านเพื่อองค์พระเยซูเจ้าจนแม้ชีวิตของท่าน พี่น้องที่รัก ท่านทั้งสองจึงเป็นเสาหลักที่มั่นคง เป็นตะเกียงหรือดวงไฟสองดวง เพื่อส่องสว่างหนทางไปสู่สวรรค์ จดหมายของท่านเป็นดังบ่อน้ำแห่งความจริง เป็นพยานยืนยัน คำเทศน์สอนของท่านเปี่ยมด้วยสติปัญญา และเป็นพลังให้กับเราทุกคน ที่จะติดตามองค์พระเยซูเจ้า แม้จะยากลำบากสักเพียงใด ท่านทั้งสองรักพระเจ้าสุดหัวใจ รักจนหมดใจ รักจนวาระสุดท้ายของชีวิต และพระเจ้าก็ทรงมอบมงกุฏแห่งความชอบธรรมให้กับท่าน และนี้แหละคือแบบอย่างแห่งความเชื่อของพวกเราทุกคน ที่เราต้องพยายามเดินตาม ขอท่านทั้งสองได้เสนอวิงวอนพระเจ้าเพื่อพวกเราทุกคนด้วยเทอญ.

****     จบไปอีกหนึ่งเดือน การระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดีขึ้น ยังมีผู้ติดและเสียชีวิตจำนวนมาก เราต้องระมัดระวัง รักษาตัวเอง และสู้กันต่อไป ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านกล่าวว่า ไวรัสโควิดจะอยู่กับเราต่อไป เราต้องอยู่กับมัน โดยเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของพวกเรา New Normal =   วิถีชีวิตใหม่ ต่อไปนี้ เราอาจจะต้อง สวมหน้ากากอนามัยกันทุกวัน  ต้องเว้นระยะห่าง ต้องรักษาความสะอาด ล้างมือ รักษาสุขอนามัย-สุขภาพกันมากขึ้นกว่าเดิม อาจจะต้องปรับเปลี่ยนชีวิตอีกหลายอย่างด้วย และแม้ชีวิตความเชื่อ ความศรัทธาต่อพระ ชีวิตที่เราต้องอยู่ร่วมกันในสังคม  พระเจ้ากำลังบอกและสอนเรา ด้วยทุกสิ่งที่เกิดขึ้น  ในโลก ขอพระเจ้าทรงเมตตา และโปรดให้เราก้าวเดินตามหนทางของพระองค์อย่างถูกต้องด้วยเทอญ!         

 

ขอพระเจ้าเมตตาเทอญ

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

                                                                                                              

สารวัด ฉบับที่ 151337 วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก                                                           มก 5:21-24,35-43                                                          เวลานั้น เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จลงเรือข้ามฟากอีกครั้งหนึ่ง ประชาชนชุมนุมกันเนืองแน่นรอบพระองค์ขณะที่ยังทรงอยู่ในทะเลสาบ หัวหน้าศาลาธรรมคนหนึ่งชื่อไยรัสเดินมา เมื่อเห็นพระองค์ เขากราบลงที่พระบาท พร่ำวิงวอนว่า “บุตรหญิงเล็กๆ ของข้าพเจ้าจวนจะสิ้นใจอยู่แล้ว เชิญพระองค์เสด็จไปปกพระหัตถ์เหนือเขาเถิด เขาจะได้หายจากโรค กลับมีชีวิต” พระเยซูเจ้าจึงเสด็จไปกับเขา ประชาชนกลุ่มใหญ่ติดตามไปและเบียดเสียดพระองค์                       ขณะกำลังตรัสอยู่นั้น มีคนมาจากบ้านหัวหน้าศาลาธรรม บอกเขาว่า “บุตรหญิงของท่านตายแล้ว ไปบอกพระอาจารย์อีกทำไม” แต่พระเยซูเจ้าทรงได้ยินเขาพูดดังนั้น จึงตรัสแก่หัวหน้าศาลาธรรมว่า “อย่ากลัวเลย จงมีความเชื่อไว้เถิด” พระองค์ไม่ทรงอนุญาตให้ใครติดตามไปนอกจาก เปโตร ยากอบ และยอห์นน้องชายของยากอบ เมื่อทุกคนมาถึงบ้านหัวหน้าศาลาธรรม พระเยซูเจ้าทรงเห็นความวุ่นวาย และเห็นผู้คนร่ำไห้พิลาปรำพันเป็นอันมาก พระองค์เสด็จเข้าไป ตรัสแก่คนเหล่านั้นว่า “วุ่นวายและร้องไห้ไปทำไม เด็กคนนี้ไม่ตาย เพียงแต่นอนหลับไปเท่านั้น” เขาต่างหัวเราะเยาะพระองค์ พระองค์ทรงไล่เขาออกไปข้างนอก ทรงนำบิดามารดาของเด็กและศิษย์ที่ติดตามเข้าไปยังที่ที่เด็กนอนอยู่ ทรงจับมือเด็ก ตรัสว่า “ทาลิธาคูม” แปลว่า “หนูเอ๋ย เราสั่งให้หนูลุกขึ้น” เด็กหญิงนั้นก็ลุกขึ้นทันที และเดินไปมา เด็กนั้นอายุสิบสองขวบแล้ว คนทั้งหลายต่างประหลาดใจอย่างยิ่ง พระองค์ทรงกำชับอย่างแข็งขันมิให้แพร่งพรายเรื่องนี้แก่ผู้ใด และทรงสั่งให้เขานำอาหารมาให้เด็กนั้นกิน.

ข้อคิด

ความตาย เกิดจากความป่วยไข้ เกิดจากการขาดแคลนอาหาร หรือจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ความตายที่ร้ายแรงกว่า คือ ความตายที่เกิดจากความเกลียดชัง การเข่นฆ่าและทำสงครามกัน ความตายทั้งหมดถูกบงการโดยปีศาจ  ดังในบทอ่านแรกได้บันทึกไว้ว่า “เพราะความอิจฉาของปีศาจ ความตายจึงเข้ามาในโลก ผู้ที่อยู่ฝ่ายปีศาจก็จะประสบความตาย”                                                   พระเจ้าไม่ทรงสร้างความตาย พระเยซูเจ้าจึงปลุกคนตายให้ฟื้นคืนชีพ พระองค์เองทรงกลับคืนชีพ ส่วนผู้มีความเชื่อจะไม่มีวันตายเลย เพราะพระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งให้ดำรงอยู่                                                                                   ผู้อยู่ด้านพระเจ้า ย่อมดำเนินชีวิตสนิทกับพระเจ้า รับศีลมหาสนิทบ่อยๆ และกระทำตามสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำ คือ “กายของเรามอบรับใช้ผู้อื่น”

 

เชื่อเถิด

ณ ริมฝั่งทะเล…ฝูงชนห้อมล้อมเบียดเสียด

ต้อนรับพระองค์ ผู้ทรงกลับคืน

จากดินแดนต่างด้าว…สู่ดินแดนถิ่นเกิด

ไยรัส…ชายสูงศักดิ์ ผู้สวมใส่ตำแหน่งหัวหน้าศาลาธรรม

…ดูแลพิธีกรรมของที่ชุมชน

ก้าวออกจากฝูงชน…มุ่งหาพระองค์ผู้ทรงกลับคืนถิ่น

มิใช่เพื่ออธิบายขั้นตอนพิธีกรรม

แต่คุกเข่า วอนขอชีวิตลูกสาววัยสิบสอง

โอ…ความรักในหัวใจพ่อผู้สิ้นหวัง

นำพาให้ถอดยศ และทิ้งตนบนพื้นดินดุจขอทาน

…วอนขอสิ่งเดียวที่หัวใจใฝ่หา

ไม่มีคำพูดใด ไม่มีคำสัญญาใด ที่อาจให้ความหวัง

แต่ การกระทำ…ทรงเสด็จไปกับเขา

ได้พูดทุกสิ่ง และสัญญาทุกอย่าง

การเดินทางดูยาวไกล

…ถูกขวางกั้นด้วยสตรีผู้สิ้นหวัง…ตกโลหิตสิบสองปี

และ…ดูจะจบลงในความสูญเสีย…บุตรหญิงของท่านตายแล้ว

แต่…ในความล่มสลายของหัวใจที่พบเจอความตาย

พระเยซูตรัส อย่ากลัวเลย จงมีความเชื่อไว้เถิด และก้าวเดินต่อไป

ณ บ้านแห่งความตาย ที่ห่อหุ้มด้วยเสียงร้องไห้

เมื่อพระองค์ยืนยัน เด็กคนนี้ไม่ตาย เพียงแค่นอนหลับไป

เสียงร้องไห้ของผู้คน ผันเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเยาะ

ที่ผู้เป็นเจ้าของจำต้องถูกขับไล่ไปข้างนอก

คงเหลือเพียงชุมชนเล็กๆ ของผู้มีความเชื่อ เพื่อเผชิญกับการสูญเสีย

ด้วยสัมผัส และการตรัสสั่ง ทาลิธาคูม…หนูเอ๋ย เราสั่งให้หนูลุกขึ้น

เด็กหญิงลุกขึ้นจากเตียงแห่งความตาย และก้าวเดินในทันที

ห้องแห่งความตาย จึงแปรเปลี่ยนไปเป็น ห้องแห่งชีวิต

ความสิ้นหวัง ถูกแทนที่ด้วยความเชื่อมั่น

อิ่มเต็มจนไม่เหลือที่ว่างใดสำหรับความหวาดกลัว

  สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2021                                                    สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

ขณะนั้นเกิดพายุแรงกล้า…….. บรรดาศิษย์เข้าไปปลุกพระเยซูเจ้า ทูลว่า…..                      “พระอาจารย์ พระองค์ไม่สนพระทัยที่พวกเรากำลังจะตายอยู่แล้วหรือ?”                พระเยซูเจ้าจึงทรงลุกขึ้น….. ทรงบังคับลม …. ตรัสสั่งทะเลว่า ………                              “เงียบสิ จงสงบลงเถิด”                                                                                       ลมก็หยุด ท้องทะเลก็กลับราบเรียบ แล้วพระเยซูเจ้าตรัสถามเขาว่า….                                    “ตกใจกลัวเช่นนี้ทำไม? ท่านยังไม่มีความเชื่อดอกหรือ…!!!                                               พี่น้องที่เคารพรัก หลายสิ่งหลายอย่างที่บังเกิดขึ้นในโลกนี้และกับชีวิตของเรา ทำให้เราขาดความเชื่อ ทำให้ชีวิตของเราสั่นคลอน ความตายของญาติพี่น้องของเรา อุบัติภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งภัยธรรมชาติและภัยที่มนุษย์ทำให้มันเกิดขึ้น สงคราม ความอดอยากยากจน มีหลายคนตั้งคำถาม….. “พระเจ้าอยู่ที่ไหน? พระเจ้าไม่ทำอะไรเลยหรือ? หรือว่าพระเจ้าไม่มีจริง!!”  ขณะนี้โลกกำลังเกิดการระบาดของไวรัสโควิด ติดเชื้อไปเป็นร้อยล้านคน ตายไปสองสามล้านคนแล้ว ซึ่งก็เป็นเหมือนพระวรสารกล่าวถึงในวันนี้ เมื่อสองพันปีมาแล้ว พวกศิษย์ไปปลุกพระเยซูเจ้า ทูลว่า พระองค์ไม่สนพระทัยเลยหรือ พวกเรากำลังจะตายกันอยู่แล้ว !!!                                                                                                                    พี่น้องครับ ก็คงต้องกล่าวกับพี่น้องเหมือนเดิมว่า …..                                            ความทุกข์ทั้งหมดบนโลกเป็นเครื่องทดลองและพิสูจน์ว่า ความเชื่อของพวกเรามั่นคงแข็งแกร่งเพียงใด คนป่วยยิ่งเจ็บปวดมากเพียงใด ก็ยิ่งต้องการยาและการรักษาและความช่วยเหลือจากพระเจ้า ซึ่งเราต้องออกแรง…วิ่ง…กระโดด…ร้องตะโกน…สวดภาวนาร้องหาพระเจ้า เหมือนกับสาวกที่รีบไปปลุกพระเยซูเจ้า เหมือนกับชายตาบอดที่ร้องตะโกนให้พระเยซูเจ้าทรงช่วยเขา หากเรายังใจเย็น ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่เปลี่ยนชีวิ ต พระเจ้าก็ไม่สามารถเข้ามาช่วยเราได้                                       ****   การระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดีขึ้นสักเท่าใด แต่มักจะไประบาดกับผู้คนที่รวมตัวกันแบบ หมู่มาก  รวมตัวกันแบบขาดสุขบัญญัติที่ดี ไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่เว้นระยะห่างกัน มั่วสุมกันฯลฯ  แต่ในเดือนนี้ ก็มีการฉีดวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ซึ่งเท่าที่พ่อทราบ   พี่น้องหลายท่านก็ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว พ่อเองก็ได้รับการฉีดเช่นกัน ดังนั้น ก็มั่นใจได้ในระดับหนึ่งนะครับ ทุกอย่างจะค่อยๆ ผ่านไปครับ เมื่อฝนตกก็จะหยุดตก เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นก็จะค่อยๆหมุนไปจนลับตา   และจะหมุนเวียนมาให้เราพบแสงอรุณในวันใหม่ หากเรามั่นใจ-เชื่อมั่นคง-สวดภาวนา-ทำกิจศรัทธา-วางใจในพระเจ้า-ประกอบกิจการดี พระเจ้ามิเคยทอดทิ้งพระเจ้าทรงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา

                                                                                                    คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล                                

วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2021                                                                  สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

            หนังสือปรีชาญาณกล่าวไว้ว่า………                                                    “เพราะพระเจ้าไม่ทรงสร้างความตาย และไม่พอพระทัยให้ผู้มีชีวิตต้องพินาศ  พระองค์ทรงเนรมิตทุกสิ่งให้ดำรงอยู่  บรรดาสิ่งสร้างในโลกล้วนมีอยู่เพื่อชีวิต ไม่มีพิษสงแห่งการทำลายอยู่เลย แดนมรณะก็ไม่ปกครองเหนือแผ่นดิน เพราะความชอบธรรมเป็นอมตะ โดยแท้จริงแล้ว พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นอมตะ พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์แห่งพระธรรมชาติของพระองค์ แต่เพราะความอิจฉาของปีศาจ ความตายจึงเข้ามาในโลก ผู้ที่อยู่ฝ่ายปีศาจก็จะประสบความตาย                                                                                                                                                                           โลกของเรากำลังประสบความวิกฤต ด้วยหลายสิ่งหลายอย่าง โลกกำลังร้อนระอุด้วยภัยธรรมชาติและสงครามที่มนุษย์สร้างขึ้น โลกกำลังประสบกับการระบาดของไวรัสโควิด และโรคระบาดที่มาถึงโลกทุกๆ ร้อยปี เป็นความมืดดำ – ความชั่วร้าย และการชำระล้าง                                                          แต่พระพิโรธของพระเจ้าคงอยู่เพียงชั่วขณะหนึ่ง และความโปรดปรานของพระเจ้าดำรงอยู่นิจนิรันดร น้ำตาอาจมาถึงในเวลาเย็น แต่ความยินดีจะมาในเวลาเช้า พระองค์จะเปลี่ยนการร่ำไห้ให้เป็นความยินดี                                     “ทาลิธาคูม” = “หนูเอ๋ย เราสั่งให้หนูลุกขึ้น” เด็กหญิงนั้นก็ลุกขึ้นและหายเป็นปกติ พระเยซูเจ้าทรงปกพระหัตถ์และปลุกให้เด็กนั้นกลับฟื้นคืนชีพ          พี่น้องที่เคารพรัก พระเจ้าสร้างชีวิต พระองค์ไม่ได้สร้างความตาย แต่ความวุ่นวาย – ความตายเกิดขึ้นก็เพราะปีศาจ และผลของความชั่วร้าย ผู้ที่อยู่ฝ่ายปีศาจก็จะประสบความตายและความพินาศไป แต่…แต่…ผู้ที่อยู่ฝ่ายพระเจ้า – เชื่อมั่นศรัทธาในพระเจ้า ดำเนินชีวิตสนิทกับพระเจ้า – เดินในหนทางของพระองค์ ผู้นั้นจะไม่มีวันพินาศไปเลย

****     เป็นอีกหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านไป และการระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดี      ขึ้น อาจจะเลวร้ายไปกว่าเดิม ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย แต่เกือบจะ ทั่วโลก เราทุกคนก็คงต้องดิ้นรนและสู้ๆต่อไปด้วยกำลังความสามารถ           ของตัวเรา และไม่ลืมที่จะพึ่งพระเมตตาของพระเจ้า ต้องไม่ขาด        ความเชื่อ       ศรัทธาในพระองค์ เหมือนดังเรื่องที่พ่อเล่าให้พี่น้องฟังในสัปดาห์ที่แล้ว              แม้เราจะวอนขอ เรายังไม่ได้รับตามที่วอนขอ แต่พระสงฆ์องค์นั้นยังยิ้ม  พอใจเพราะทราบว่า พระเจ้าทรงได้ยินและรับรู้คำภาวนาวอนขอนั้นแล้ว       แต่พระองค์ทรงมีเวลาของพระองค์ พระองค์ผู้เป็นบิดาผู้มีพระทัยดีจะ      ทรงประทานสิ่งที่ดีแก่ลูกของพระองค์เสมอ                                                ****     พวกเรากำลังจะจบเดือนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า และ   ดวงพระทัยนิรมลของพระแม่เจ้า แต่เราจะไม่จบความเชื่อศรัทธาของ    เราต่อพระองค์และพระแม่ของเรา และเราก็มั่นใจว่า ด้วยความเชื่อ       ศรัทธาที่เรามีนั้น พระเจ้าทรงพระเมตตาต่อเราเสมอ.

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล