เนื้อหาจาก August 24th, 2021

สารวัด ฉบับที่ 151280 วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์

Tuesday, August 24th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 28:16-20

เวลานั้น บรรดาศิษย์ทั้งสิบเอ็ดได้ไปยังแคว้นกาลิลี ถึงภูเขาที่พระเยซูเจ้าทรงกำหนดไว้ เมื่อเขาเห็นพระองค์ ก็กราบนมัสการ แต่บางคนยังคงสงสัยอยู่ พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้ ตรัสแก่เขาเหล่านั้นว่า “พระเจ้าทรงมอบอำนาจอาชญาสิทธิ์ทั้งหมดในสวรรค์และบนแผ่นดินให้ แก่เรา ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา ทำพิธีล้างบาปให้เขา เดชะพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต จงสอนเขาให้ปฏิบัติตามคำสั่งทุกข้อที่เราให้แก่ท่าน แล้วจงรู้เถิดว่าเราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ”

 

ข้อคิด

ก่อนจะพูดถึงภารกิจสำคัญที่บรรดาศิษย์ต้องทำ พระเยซูเจ้าทรงบอกพวกเขาว่า พระเจ้าทรงมอบอำนาจอาชญาสิทธิ์ทั้ง หมดในสวรรค์และบนแผ่นดินแก่พระองค์ พระองค์จึงทรงมีอำนาจบนแผ่นดินเช่นเดียว กับที่ทรงมีในสวรรค์ เป็นอำนาจที่ไม่มีขอบเขตและได้รับจากพระบิดา จากนั้น พระองค์ทรงสั่งพวกเขาให้นำนานาชาติมาเป็นศิษย์ของพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงมอบอำนาจแห่งการสั่งสอนแก่บรรดาศิษย์ พวกเขาต้องทำสิ่งที่พระองค์ได้ทรงเคยทำ เมื่อยังทรงมีพระชนม์อยู่บนโลกนี้ พวกเขาจะมีอำนาจในการทำให้คนบาปคืนดีกับพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง มีอำนาจในการตัดสินว่าใครยังไม่พร้อมสำหรับการคืนดี และใครยังไม่พร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างสมบูรณ์ในกิจการต่างๆ ของพระศาสนจักร พวกเขาต้องเทศน์สอน รักษา และทำลายกำแพงแห่งการแบ่งแยกทุกชนิดที่เกิดขึ้นในกลุ่มคริสตชน ศีลล้างบาปในพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต จะเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นศิษย์ของพระองค์ พร้อมกันนี้พระองค์ทรงสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างพวกเขาตลอดไป เราจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องหวาดกลัวสิ่งชั่วร้ายอีกต่อไป.

ในหัวใจ

เมื่อภารกิจสำเร็จบริบูรณ์

…ก่อนก้าวออกจากผืนแผ่นดิน

พระองค์ทรงมอบหนทางใหม่แก่พวกเขาที่เป็นศิษย์

ท่านจงไปสั่งสอนนานาชาติ…ล้างบาป

แม้ภารกิจจบลง แต่ชีวิตของพระองค์ไม่เคยจบสิ้น

ทรงอยู่กับพวกเขา…ในส่วนลึกของหัวใจ

เมื่อแสงแห่งแท่งเทียนปัสกาในวัดจะถึงเวลาดับลง

มนุษย์จะยังพบเจอแสงใหม่ใกล้บ้าน…ในหัวใจตน

 

ทรงเก็บใบหน้าของพระองค์…มิใช่บนภูเขาสูง

…มิใช่ในท้องทะเลลึก

แต่…ในหัวใจมนุษย์

 

เมื่อทรงก้าวเดินบนผืนแผ่นดิน…พระองค์ทรงเก็บทุกผู้คนไว้ในหัวใจ

…คนเจ็บป่วย ผู้มีความหวังริบหรี่

…คนต่ำต้อย และถูกกดขี่ ผู้กล้ำกลืนอยู่กับความทุกข์เจ็บปวด

ทรงเฝ้ารักษาพวกเขาไว้ในหัวใจที่เต็มล้นด้วยความรักนิรันดร์กาล

 

ณ บัดนี้…เมื่อต้องก้าวจากไป

ทรงมอบพระองค์เองไว้ในหัวใจมนุษย์

…ในทุกผู้คนที่เจ็บป่วย…ต่ำต้อย และถูกกดขี่

ใครฤา…จะดูแลรักษา..และห่วงใย

 

       ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

ตู้ปันสุข พี่น้องที่รัก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้พูดถึง New Normal (นิว นอร์มัล)  ซึ่งในภาษาไทยว่า “ชีวิตวิถีใหม่” หรือ “วิถีชีวิตใหม่” วันนี้ สังคมกำลังพูดถึง “ตู้ปันสุข” ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งแพร่ระบาดไปทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 4 ล้านคน เสียชีวิตไปเกือบ 3 แสนคนแล้ว ทุกฝ่ายกำลังช่วยกันหาวิธียับยั้งการระบาด การปิดประเทศ-ปิดเมือง การประกาศเคอร์ฟิว ธุรกิจหลายอย่างต้องหยุดชะงักหรือปิดตัว ทำให้ผู้คนจำนวนมากตกงาน-ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ มีแต่รายจ่าย เพราะทุกคนต้องกิน ต้องเลี้ยงชีวิต หลยคนยังพอมี แต่หลายคนไม่มี ไม่มีแม้เงินเพียงสิบบาทยี่สิบบาทเพื่อซื้ออาหารประทังชีวิต…และในภาวะการณ์เช่นนี้ การแบ่งปันกันจึงเกิดขึ้น ผู้ที่ยังพอมีก็แบ่งปันกับผู้ที่ไม่มี “ตู้ปันสุข” จึงเกิดขึ้น แม้มันจะมีภูมิหลัง-ที่มา หรือ คอนเซ็ปต์จากหลายที่หลายแห่งหรือหลายประเทศ แต่ความหมายก็คงเหมือนกัน คือคนที่มีก็แบ่งปันกับคนที่ไม่มี จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ช่วงนี้ คงโฟกัสไปที่อาหารการกิน พี่น้องครับ พระวรสาร-พระวาจาของพระเจ้าสัปดาห์นี้ พระเยซูเจ้าตรัสว่า

“ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา…” (ยน 14:15-21) บทบัญญัติของพระองค์ คือ บทบัญญัติแห่งความรัก  รักที่ไม่ใช่แต่เพียงคำพูดแต่เป็นรักที่แสดงออกด้วยกิจการ กิจการที่แสดงออกด้วยการช่วยเหลือและแบ่งปัน สิ่งใดที่เราทำด้วยความรัก ช่วยเหลือแบ่งปันต่อเพื่อนพี่น้อง ก็เท่ากับเราได้ทำต่อพระเยซูเจ้าเอง พี่น้องดูทีวี เห็นภาพข่าว ฟังเรื่องราวต่างๆ ของ ตู้ปันสุข เราได้เห็นผู้ทีน้ำใจดีมากมายนำสิ่งที่ตนมีแบ่งปันกับผู้ไม่มี แม้ผู้ไม่มีบางคนจะมีความเห็นแก่ตัว กอบโกย ขาดน้ำใจหรือความตระหนักถึงผู้อื่น ก็คงจะเป็นเรื่องปกติที่สังคมมักจะมีทั่งคนดีและคนไม่ดี แต่สิ่งหนี่งที่สำคัญสำหรับเราด้วยก็คือ แม้เราได้ดู-ได้เห็น-ได้ฟัง แล้วเราได้ทำอะไรบ้าง เราจะเป็นเพียงผู้ดู-ผู้ชมเฉยๆ ผู้ใดเป็นอย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องของฉันกระนั้นหรือ?!? ขอให้พระวาจาของพระองค์สะกิดเตือนใจเรา ถ้าท่านรักพระ ก็จงถือบัญญัติ แห่งรักของพระองค์ ความรักที่แสดงออกด้วยการช่วยเหลือ แบ่งปัน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว แล้วเราทุกคนก็จะก้าวผ่านไปด้วยกัน เราจะพบความสุขที่แท้จริง.พ่อวรวุฒิ กิจสกุล

 

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2020 สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์            สวัสดีครับ พี่น้องที่เคารพรัก วันนี้พ่อขอเริ่มด้วยคำถามโง่ๆ หรือคำถามที่ซื่อบื้อนะครับ “ผู้ใดอยากไปสวรรค์?!?”  “ใครอยากไปนรก?!?” คำตอบที่ได้ ก็คงจะเหมือนกันหรือรู้อยู่แล้วว่าจะได้คำตอบอย่างไร นั่นคือ ทุกคนอยากไปสวรรค์ และคงไม่มีผู้ใดอยากไปนรก แต่สิ่งสำคัญคงไม่ใช่คำคำถามคำตอบนี้เท่านั้น จะต้องถามและตอบต่อไป นั่นคือ แล้วจะทำอะไรอย่างไรเพื่อจะได้ไปสวรรค์เพื่อจะได้ไม่ตกนรก และเมื่อรู้แล้ว ก็คงไม่ใช่เพียงรับรู้เฉยๆ แต่ต้องปฏิบัติหรือกระทด้วย!!! พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ผู้ที่เชื่อในเราและรักเรา และปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา ผู้นั้นจะมีชีวิตนิรันดร” นั่นคือ จะได้อยู่ในสวรรค์-ในความรอดนิรันดร

อะไรคือบัญญัติ??? บัญญัติ 10 ประการที่พระองค์มอบแก่เรานั่นไงครับหลงลืมไปหรือยังครับ  รื้อฟื้นกันหน่อยนะครับ:….

 

 

  1. จงนมัสการพระเจ้าผู้เดียวของเจ้า
  2. อย่าออกพระนามของพระเจ้าโดยไม่สมเหตุ
  3. วันพระเจ้าอย่าลืมฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ
  4.   จงนับถือบิดามารดา
  5.   อย่าฆ่าคน
  6.   อย่าทำอุลามก, อย่าผิดประเวณี
  7.   อย่าลักขโมย
  8.   อย่าพูดเท็จใส่ร้ายผู้อื่น
  9. อย่าปลงใจผิดประเวณี
  10. อย่ามักได้ทรัพย์ของผู้อื่น

บัญญัติ 3 ข้อแรก คือสิ่งที่เราต้องปฏิบัติต่อพระเจ้า   และบัญญัติ ข้อ 4 ถึงข้อ 10 บอกให้เราต้องปฏิบัติต่อเพื่อนพี่น้องทุกคน หรือสรุปออกมาได้ง่ายๆสั้นๆ ว่า “จงรักพระเจ้าสุดใจ และจงรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเอง” พี่น้องหลายท่านมักจะบอกว่า ได้ถือบัญญัติของพระองค์เสมอมาแล้ว ซึ่งหลายครั้ง มันรู้สึกลอยๆ เป็นแบบนามธรรม อยากให้เราลงไปให้ลึกๆ ให้เป็นแบบรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อจะได้รู้ชัดๆ ว่าเราได้ปฎิบัติหรือไม่อย่างไร

 

 

กิจเมตตาธรรมฝ่ายกาย

  1. ให้อาหารแก่ผู้หิวโหย
  2. ให้น้ำแก่ผู้กระหาย
  3. ให้เสื้อผ้าแก่ผู้ไม่มีนุ่งห่ม
  4. ให้ที่พักแก่ผู้ที่ไร้ที่อยู่
  5. เยี่ยมผู้ป่วย
  6. เยี่ยมผู้ต้องขัง
  7. ร่วมงานฝังศพ

กิจเมตตาธรรมฝ่ายจิต

  1. ให้คำแนะนำแก่ผู้สงสัย
  2. สอนคนที่ไม่รู้
  3. ตักเตือนคนบาป
  4. บรรเทาผู้ทุกข์ยาก
  5. ให้อภัยผู้ทำความผิด
  6. อดทนต่อความผิดของผู้อื่น
  7. ภาวนาสำหรับผู้เป็นและผู้ตาย

นักบุญเปาโลกล่าวว่า “พระอาณาจักรสวรรค์ของพระเจ้า ไม่อยู่ในคำพูด แต่อยู่ในการกระทำ ซึ่งแสดงพระอาณุภาพของพระจิตเจ้า” (1 คร.4:20) พี่น้องที่รัก วันนี้เราสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ เราทุกคนอยากไปสวรรค์ และเราต้องไปสวรรค์ให้ได้ เกิดมาชาติเดียว ต้องไปสวรรค์ให้ได้ แต่จะไปได้หรือไม่ได้ ต้อวดูว่า ราได้ทำหรือปฏิบัติกิจต่างๆ อย่างไร เพื่อสมจะได้ไปสวรรค์หรือไม่?!?

 

พ่อ วรวุฒิ กิจสกุล

สารวัด ฉบับที่ 151279 วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

Tuesday, August 24th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบัญยอห์น

ยน 13  : 15-21

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกว่า “ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา และเราจะวอนขอพระบิดา แล้วพระองค์จะประทานผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่งให้ท่าน เพื่อจะอยู่กับท่านตลอดไป คือพระจิตแห่งความจริง ซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้ เพราะมองพระองค์ไม่เห็น และไม่รู้จักพระองค์ แต่ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์ เพราะพระองค์ทรงดำรงอยู่กับท่าน และอยู่ในท่าน เราจะไม่ทิ้งท่านทั้งหลายให้เป็นกำพร้า เราจะกลับมาหาท่าน ในไม่ช้า โลกจะไม่เห็นเรา แต่ท่านทั้งหลายจะเห็นเรา เพราะเรามีชีวิต และท่านก็จะมีชีวิตด้วย ในวันนั้น ท่านจะรู้ว่า เราอยู่ในพระบิดาของเรา ท่านอยู่ในเรา และเราอยู่ในท่าน ผู้ที่มีบทบัญญัติของเราและปฏิบัติตาม ผู้นั้นรักเราและผู้ที่รักเรา พระบิดาของเราก็จะทรงรักเขา และเราเองก็จะรักเขา และจะแสดงตนแก่เขา”

 

                     ข้อคิด

ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะจากบรรดาศิษย์ พระองค์ทรงสัญญาว่าจะส่ง “ผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่ง”  (ยน 14:16) หรือ “พระจิตแห่งความจริง” (ยน14:17)  มาหาพวกเขา มาอยู่กับพวกเขา เหมือนนักกีฬาที่ต้องการโค้ช เราทุกคนล้วนต้องการผู้ช่วยเหลือเช่นกัน ไม่ว่าจะเก่งกล้าสามารถมากขนาดไหน นักกีฬามืออาชีพทุกคนต้องมีโค้ช อาศัยกำลังและความสามารถตามประสามนุษย์โดยลำพัง เรามีโอกาสผิดพลาด การคิดว่าตนเองไม่ต้องการความช่วยเหลือและพระหรรษทานจากพระเจ้าเพื่อบรรลุถึงความสุขนิรันดร ถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ พระเยซูเจ้าทรงบอกเราอย่างชัดเจนในพระวรสารวันนี้ว่า เราจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้าเสมอ เราต้องการผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่งหรือพระจิตเจ้า ผู้ทรงอยู่เคียงข้างเรา คอยให้คำปรึกษาแนะนำและอ้อนวอนแทนเรา.

 

พระที่มองไม่เห็น

ความหวัง นำพาผู้คนให้ก้าวเดินสู่อนาคตที่ไม่รู้จัก

…ด้วยหัวใจที่มั่นคงปลอดภัย

แต่…ความหวังจะได้รับพลังจากที่ใด

ความหวังที่ขาดพลังเป็นเด็กกำพร้า

…ที่ถูกเลี้ยงดูในบ้านแห่งจินตนาการ

 

พระเยซู…มิเคยปล่อยศิษย์ของพระองค์ให้อยู่ในโลกที่อ่อนแอและบางเบา

แต่…ทรงสัญญาจะมอบพระจิตเจ้า

…ผู้จะทรงอยู่กับเขาตลอดไป

พลังแห่งพระจิต เป็นต้นธารแห่งความหวัง

ปราศจากพระองค์…ความหวังอ่อนนิ่ม และไร้ดอกผล

พระจิตเจ้า…พระพรแห่งองค์พระเจ้าให้พลังชีวิต

แม้ในท่ามกลางความตาย

…ให้แสงสว่างสุกใส แม้ในท่ามกลางความมืดมน

 

ทรงกล่าวนำล่วงหน้าว่า โลกจะไม่ต้อนรับองค์พระจิตที่เขามองไม่เห็น

แท้จริงแล้ว…พวกเขาเคยไม่ต้อนรับองค์พระบุตรที่พวกเขมองเห็น

มาบัดนี้…ไม่ต้อนรับองค์พระจิตที่เขามองไม่เห็น  แต่.พระจิดของพระเจ้าจะอยู่ในชีวิตของพวกเขา..ที่รักและเชื่อในพระองค์

 

พลังแห่งพระจิต จะก่อให้เกิดความกล้าหาญ และความหวัง

อันเป็นดอกผลที่โลกแลเห็นได้

ผู้ที่รักและเชื่อพระองค์ ก้าวเดินสู่อนาคตที่มองไม่เห็น

…ประกาศก้องถึงพลังแห่งพระจิตเจ้า ที่สว่างไสวภายใน

พวกเขารู้ว่าพลังนี้มิใช่ของพวกเขา

แต่…เป็นของพระเจ้าที่พวกเขามองไม่เห็น

 

       ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

สวัสดีวิถีชีวิตใหม่ พี่น้องที่เคารพทุกท่าน คงต้องไปตามเทรนที่สังคมช่วงโควิดระบาดอยู่นี้ ถ้าไม่กล่าวถึงคำว่า New Normal (นิวนอร์มัล) คงจะตกข่าวอย่างแน่นอน อะไรคือ นิวนอร์มัล หรือ New Normal  คืออะไร-อย่างไร?? วิถีชีวิตปกติ ที่ต้องใหม่ ต้องเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ การดำเนินชีวิตปกติที่จะต้องเปลี่ยนไป ชีวิตต่อไปนี้ ต้องเคร่งครัดกับการป้องกันตัวเอง ต้องใส่หน้ากากอนามัยอย่างสม่ำเสมอ ต้องล้างมือบ่อยๆด้วยเจลแอลกอฮอล์  ต้องอยู่ห่างกัน 1-2 เมตร (Social Distancing) แม้กินข้าว-หมูกะทะ-สุกี้ ก็ต้องห่างกัน หรือคนละหม้อ-คนละกะทะ  ช้อนของใคร-ของมัน  หรือ อีกคำว่า work from home  ทำงานอยู่กับบ้าน  stay home, stay save และอะไรๆอื่นๆ อีกหลายอย่าง ที่จะต้องเปลี่ยนไป     

พี่น้องเตรียมตัว-เตรียมใจ ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหรือยังครับ 2-3 เดือนแล้ว พวกเราร่วมพิธีมิสซา on line กัน  ไม่ได้ไปวัดกัน  ชีวิตต้องใช้โทรศัพท์แบบมือถือมาขึ้น  มือถือไม่ได้มีไว้เพียงแค่โทรเข้า-โทรออก  ต้องขอให้ลูกๆหลานๆ ช่วยปรับ-เซท-ตั้งโน่น-นี่  อีกไม่ช้า แทบจะทุกอย่างจะทำผ่านมือถือ  เปิดบ้าน-เปิดไฟ  ปิดโน่น-นี  ชำระเงินผ่านมือถือ  โดยไม่ต้องจับเงินกันอีก จะซื้ออะไรก็สั่งให้เขามาส่งให้  ไม่ต้องไปห้าง-ไปร้าน จะกินอาหาร โทรสั่งแพล็บเดียวส่งถึงหน้าประตูบ้าน  อีกหน่อย  รถก็อาจไม่ต้องมีคนขับอีกแล้วด้วย  อะไรๆ ที่ไม่เคยคิด หรือคิดว่ามีแต่ในภาพยนต์ บัดนี้มันกำลังเป็นจริง พี่น้องที่รัก วันนี้ คำสอนของพระเจ้า-พระวาจาของพระเจ้าบอกกับเราว่า “พระองค์คือหนทาง ความจริง และชีวิต…” (ยน14:1-12)  ผู้ใดเดินตามพระองค์  จะไม่หลงทางเลย  นี่คือ วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าที่เราต้องเดินตาม  สังคมวันนี้ บอกเราว่า  เราต้องมีวิถีชีวิตใหม่  ซึ่งก็เพราะว่า เราเดินผิดทางกันมาแต่วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าไม่เคยเปลี่ยน  เป็นวิถีชีวิตรัก-เมตตา-และรับใช้   หากทุกๆวันเราดำเนินชีวิตด้วยรัก เมตตา และรับใช้  เราจะพบความสุข  สังคมจะไร้ปัญหา  หรือถ้าแม้มีปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายๆ   วิถีชีวิตที่เคยสงสัยในความเชื่อ-เชื่อน้อย  ไม่ค่อยศรัทธาในพระ   วิถีชีวิตที่ขาดความรัก-ความเมตตา และการรับใช้  ถึงเวลาหรือยัง ที่เราต้องปรับเปลี่ยนใหม่ ให้เหมือนวิถีชีวิตของพระเยซูเจ้า พระอาจารย์เจ้าของเร ฉะนั้น  นิวนอร์มัล  สำหรับเราคริสตชน  คือ วิถีชีวิตแบบองค์พระคริสตเจ้า วิถีชีวิตแห่งรัก-เมตตา และรับใช้   รักและรับใช้…….

 

 

คุณพ่อ วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151278 วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา

Tuesday, August 24th, 2021

 

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบัญยอห์น

ยน 14  : 1-12

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกว่า “ใจของท่านทั้งหลายจงอย่าหวั่นไหวเลย จงเชื่อในพระเจ้าและเชื่อในเราด้วย ในบ้านพระบิดาของเรามีที่พำนักมากมาย ถ้าไม่มี เราคงบอกท่านแล้ว เรากำลังไปเตรียมที่ให้ท่าน และเมื่อเราไป และเตรียมที่ให้ท่านแล้ว เราจะกลับมารับท่านไปอยู่กับเราด้วย เพื่อว่าเราอยู่ที่ใด ท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วย ที่ที่เราจะไปนั้น ท่านรู้จักหนทางแล้ว” โทมัสทูลว่า “พระเจ้าข้า พวกเราไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ใด แล้วจะรู้จักหนทางได้อย่างไร”   พระเยซูเจ้าตรัสตอบเขาว่า “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต ไม่มีใครไปเฝ้าพระบิดาได้นอกจากผ่านทางเรา ถ้าท่านทั้งหลายรู้จักเรา ท่านก็รู้จักพระบิดาของเราด้วย บัดนี้ ท่านก็รู้จักพระบิดา และเห็นพระองค์แล้ว”    ฟิลิปทูลว่า “พระเจ้าข้า โปรดทำให้พวกเราได้เห็นพระบิดาเถิด เท่านี้ก็พอแล้ว” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ฟิลิปเอ๋ย เราอยู่กับท่านมานานเพียงนี้แล้ว ท่านยังไม่รู้จักเราอีกหรือ ผู้ที่เห็นเราก็เห็นพระบิดาด้วย ท่านพูดได้อย่างไรว่า ‘โปรดทำให้พวกเราได้เห็นพระบิดาเถิด’ ท่านไม่เชื่อหรือว่า เราดำรงอยู่ในพระบิดา และพระบิดาทรงดำรงอยู่ในเรา วาจาที่เราบอกกับท่านทั้งหลายนี้ เรามิได้พูดตามใจของเรา แต่พระบิดาผู้สถิตในเรา ทรงกระทำกิจการของพระองค์ ท่านทั้งหลายจงเชื่อเราเถิดว่า เราดำรงอยู่ในพระบิดา และพระบิดาก็ทรงดำรงอยู่ในเรา หรืออย่างน้อยท่านทั้งหลายจงเชื่อเพราะกิจการเหล่านี้เถิด เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่เชื่อในเรา ก็จะทำกิจการที่เรากำลังทำอยู่ด้วยและจะทำกิจการที่ใหญ่กว่านั้นอีก เพราะเรากำลังจะไปเฝ้าพระบิดา”

ข้อคิด

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปโตรในวันนี้ ท่านเขียนให้เห็นถึงศักดิ์ศรีที่คริสตชนทุกคนได้รับ และจงภูมิใจว่าการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสต์ด้วยความเชื่อที่ต้องพิสูจน์ด้วยชีวิตนั้น ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบาก ย่อมส่งผลดีต่อชีวิตนี้ “ท่านทั้งหลายถูกเลือกสรรเป็นสมณราชตระกูล เป็นชนชาติศักดิ์สิทธิ์ เป็นกรรมสิทธิ์พิเศษของพระเจ้า….” นี้เป็นการบรรยายที่น่าอ่าน และภูมิใจจากการเป็นศิษย์ของพระองค์ จงเจริญชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีสมกับที่นักบุญเปโตรสอนไว้.

 

ทางก้าวหน้า

พระเยซู…แม้รักและห่วงใยศิษย์เพียงไร

ไม่เคยมอบคู่มือเทววิทยาที่สามารถให้คำตอบ

ต่อคำถามทุกข้อที่เกี่ยวกับพระ

ไม่เคยมอบหนังสือธรรมบัญญัติที่แจงรายละเอียด

เกี่ยวกับข้อพึงปฏิบัติและบาปที่ต้องละเว้น

ไม่เคยมอบแผนที่เส้นทางสู่อนาคต

แต่..พระองค์เพียงเชื้อเชิญให้พวกเขามองยังพระองค์ และตรัสว่า

เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต

…ทรงเป็นประตูสู่พระเจ้า…หนทางสู่พระบิดา

…ในพระองค์ทรงเป็นความจริงเกี่ยวกับพระเจ้า

ผู้ทรงเดินบนถนนของปาเลสไตน์…กินดื่มร่วมกับคนบาป

ทรงเป็นพระพักตร์พระบิดาผู้ทรงรักและห่วงใยมนุษยชาติ

…พระองค์ทรงเป็นชีวิต

…ของขวัญพระเจ้าพระบิดาที่ทรงมอบให้มนุษยชาติ

ทั้งหมดนี้เป็นทิศทางที่ชัดเจนสำหรับบรรดาศิษย์กระนั้นหรือ?

เปล่าเลย!…พวกเขายังคงมึนงง และยังคงต้องก้าวไป

พร้อมกับการแสวงหาหนทาง

…เริ่มเรียนรู้ว่า พวกเขาไม่มีคำตอบสำเร็จรูปอยู่ในมือ

ในท่ามกลางความขัดแย้ง พวกเขายังคงต้องจับมือกัน

และหาหนทางในการก้าวเดินสู่อนาคต

มีหลายสิ่งที่พระเยซูมิได้บอกพวกเขาล่วงหน้า

…และพวกเขาจำต้องก้าวเดินไปด้วยกัน

…ด้วยความสัตย์จริง สู่อนาคตที่คลุมเครือ

พระเยซูเจ้าทรงเชื่อในสาวกของพระองค์

ให้พวกเขาก้าวเดิน เผชิญกับความสับสนและซับซ้อนของโลก

เป็นความเชื่อนี้ที่หยุดพระองค์จากการให้คำตอบสำเร็จรูปต่อทุกคำถาม

พวกเขายังคงต้องก้าวเดินด้วยหัวใจที่แสวงหา

ณ ที่นั้น…ชีวิตแห่งความเชื่อเติบโต

และหยั่งรากลึกอยู่ในพระองค์.

 

        ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

รัฐบาลได้ต่อ พรก.ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิวไปอีก 1 เดือน เพื่อหยุดยั้งการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แม้จะได้มีการผ่อนปรนให้เปิดสถานที่ 8 ประเภทนำร่องดำเนินการได้ แต่ไม่ได้กล่าวถึง การเข้าร่วมศาสนพิธีของเราชาวคริสต์ พูดง่ายๆ ว่า “ยังไปร่วมมิสซาที่วัดไม่ได้” และอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ก็ได้ประกาศขอให้พวกเราปฏิบัติตามและร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อความดีของสังคม โดยขอให้พวกเราร่วมพิเธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระ คุณ ผ่านการถ่ายทอดออนไลน์ต่อไป วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ก็จะทำการถ่ายทอดพิธีบูชาขอบพระ คุณ วันอาทิตย์ เวลา 09.00 น. ออนไลน์ ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขอพี่น้องร่วมจิตร่วมใจภาวนาอย่างพร้อมเพรียงกันนะครับ อย่าเสียความเชื่อนะครับ พระเจ้าทรงรักและมีพระทัยเมตตาต่อเราเสมอ บางครั้งพระองค์ ตี-สอน และให้เหตุการณ์ต่างๆ อุบัติขึ้น เพื่อให้ข้อคิดบางอย่างกับเรา เราเคยมีโอกาสร่วมมิสซาอย่างเสรีและสม่ำเสมอ แต่บางครั้งเราก็อาจจะเฉยเมยหรือเกียจคร้านไปบ้าง หลายคนจึงกล่าวว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับมาแสดงออกถึงความเชื่อ-ศรัทธา ของเราอย่างจริง จังและจริงใจ และด้วยภาวะการณ์เช่นนี้ พี่น้องบางท่านที่ต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-ขาดรายได้-ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงครอบ ครัว มีคำกล่าวว่า เมื่อประสบความยากลำบาก เราท้อได้ แต่เราต้องไม่สิ้นหวัง เราต้องไม่ถอย ต้องสู้…สู้ และก้าวต่อไปข้างหน้า นะครับ พระเจ้าอยู่เคียงข้างเราเสมอ และสำหรับผู้ที่ทุกข์ยากจริงๆ ขอให้ติดต่อมายังคุณพ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878  หรือ   ที่ผู้อำนวยการสภาภิบาล คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือ กรรมการสภาภิบาลวัด เพราะเราจะไม่ทิ้งกันนะครับ ขอพี่น้องสัตบุรุษช่วยเหลียวแลดูเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของพวกเราด้วย หากมีสิ่งใดที่จะให้ทางวัดช่วย กรุณาแจ้งมาที่วัดนะครับ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ทุกสิ่งที่ท่านทำต่อพี่น้องที่ต่ำต้อย…ท่านได้ทำต่อเราเอง” (มธ.25:31-46)                         -5-

ท้ายที่สุด เชิญชวนพี่น้องสวดภาวนา….สวดภาวนา…ร่วมมิสซาเพื่อวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้า พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ (มธ. 7:7 และ ยน.15:7)         ขอบคุณครับ

 

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2020

สวัสดีวิถีชีวิตใหม่ พี่น้องที่เคารพทุกท่าน คงต้องไปตามเทรนที่สังคมช่วงโควิดระบาดอยู่นี้ ถ้าไม่กล่าวถึงคำว่า New Normal (นิวนอร์มัล) คงจะตกข่าวอย่างแน่นอน อะไรคือ นิวนอร์มัล หรือ New Normal  คืออะไร-อย่างไร?? วิถีชีวิตปกติ ที่ต้องใหม่ ต้องเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ การดำเนินชีวิตปกติที่จะต้องเปลี่ยนไป ชีวิตต่อไปนี้ ต้องเคร่งครัดกับการป้องกันตัวเอง ต้องใส่หน้ากากอนามัยอย่างสม่ำเสมอ ต้องล้างมือบ่อยๆด้วยเจลแอลกอฮอล์  ต้องอยู่ห่างกัน 1-2 เมตร (Social Distancing) แม้กินข้าว-หมูกะทะ-สุกี้ ก็ต้องห่างกัน หรือคนละหม้อ-คนละกะทะ  ช้อนของใคร-ของมัน  หรือ อีกคำว่า work from home  ทำงานอยู่กับบ้าน  stay home, stay save และอะไรๆอื่นๆ อีกหลายอย่าง ที่จะต้องเปลี่ยนไป พี่น้องเตรียมตัว-เตรียมใจ ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหรือยังครับ 2-3 เดือนแล้ว พวกเราร่วมพิธีมิสซา on line กัน  ไม่ได้ไปวัดกัน  ชีวิตต้องใช้โทรศัพท์แบบมือถือมาขึ้น  มือถือไม่ได้มีไว้เพียงแค่โทรเข้า-โทรออก  ต้องขอให้ลูกๆหลานๆ ช่วยปรับ-เซท-ตั้งโน่น-นี่  อีกไม่ช้า แทบจะทุกอย่างจะทำผ่านมือถือ  เปิดบ้าน-เปิดไฟ  ปิดโน่น-นี  ชำระเงินผ่านมือถือ  โดยไม่ต้องจับเงินกันอีก จะซื้ออะไรก็สั่งให้เขามาส่งให้  ไม่ต้องไปห้าง-ไปร้าน จะกินอาหาร โทรสั่งแพล็บเดียวส่งถึงหน้าประตูบ้าน  อีกหน่อย  รถก็อาจไม่ต้องมีคนขับอีกแล้วด้วย  อะไรๆ ที่ไม่เคยคิด หรือคิดว่ามีแต่ในภาพยนต์ บัดนี้มันกำลังเป็นจริง พี่น้องที่รัก วันนี้ คำสอนของพระเจ้า-พระวาจาของพระเจ้าบอกกับเราว่า “พระองค์คือหนทาง ความจริง และชีวิต…” (ยน14:1-12)  ผู้ใดเดินตามพระองค์  จะไม่หลงทางเลย  นี่คือ วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าที่เราต้องเดินตาม  สังคมวันนี้ บอกเราว่า  เราต้องมีวิถีชีวิตใหม่  ซึ่งก็เพราะว่า เราเดินผิดทางกันมา  แต่วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าไม่เคยเปลี่ยน  เป็นวิถีชีวิตรัก-เมตตา-และรับใช้   หากทุกๆวันเราดำเนินชีวิตด้วยรัก เมตตา และรับใช้  เราจะพบความสุข  สังคมจะไร้ปัญหา  หรือถ้าแม้มีปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายๆ   วิถีชีวิตที่เคยสงสัยในความเชื่อ-เชื่อน้อย  ไม่ค่อยศรัทธาในพระ   วิถีชีวิตที่ขาดความรัก-ความเมตตา และการรับใช้  ถึงเวลาหรือยัง  ที่เราต้องปรับเปลี่ยนใหม่ ให้เหมือนวิถีชีวิตของพระเยซูเจ้า พระอาจารย์เจ้าของเร ฉะนั้น  นิวนอร์มัล  สำหรับเราคริสตชน  คือ วิถีชีวิตแบบองค์พระคริสตเจ้า วิถีชีวิตแห่งรัก-เมตตา และรับใช้ รักและรับใช้…….

 

คุณพ่อ วรวุฒิ กิจสกุล