เนื้อหาจาก April, 2020

สารวัด ฉบับที่ 151275 วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน ค.ศ. 2020 อาทิตย์พระทรมาน – แห่ใบลาน  ระลึกถึงการเสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็มของพระเยซูเจ้า

Saturday, April 4th, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 27 : 11-54

ขณะนั้น พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ต่อหน้าผู้ว่าราชการ ผู้ว่าราชการถามพระองค์ว่า “ท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิวหรือ”   พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า  “ท่านพูดเองนะ”  แต่เมื่อบรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสกล่าวหาพระองค์ พระองค์มิได้ทรงตอบ

ปีลาตจึงถามพระองค์ว่า   “ท่านไม่ได้ยินหรือว่าเขากล่าวหาท่านหลายประ การ” แต่พระองค์มิได้ตรัสตอบประการใด  ทำให้ผู้ว่าราชการประหลาดใจมาก

มีประเพณีที่ผู้ว่าราชการต้องปล่อยนักโทษคนหนึ่งตามคำขอร้องของประชา ชนในวันฉลอง  เวลานั้น มีนักโทษอุกฉกรรจ์คนหนึ่งชื่อบารับบัส ดังนั้น เมื่อประชาชนมาชุมนุมกัน      ปีลาตจึงถามว่า  “ท่านทั้งหลายต้องการให้ข้าพเจ้าปล่อยผู้ใด ปล่อยบารับบัส หรือเยซู ที่เรียกว่าพระคริสต์”  ปีลาตรู้อยู่แล้วว่า เขาจับพระองค์มามอบให้เพราะความอิจฉา

ขณะที่ปีลาตนั่งอยู่บนบัลลังก์ศาลนั้น ภรรยาของเขาส่งคนมาบอกว่า “อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชอบธรรมคนนี้เลย เพราะวันนี้ ฉันฝันถึงเรื่องของคนคนนี้ จึงไม่สบายใจมาก”

แต่บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโส      เสี้ยมสอนยุยงประชาชนเพื่อขอให้ปล่อยบารับบัส และประหารพระเยซูเจ้า    ผู้ว่าราชการจึงถามว่า “ในสองคนนี้  ท่านอยากให้ข้าพเจ้าปล่อยคนไหน”  พวกเขาตอบว่า “บารับบัส”   ปีลาตจึงถามว่า   “ถ้าเช่นนั้น จะให้ข้าพเจ้าทำอะไรกับเยซู  ซึ่งมีชื่อว่า พระคริสต์”  ทุกคนตอบว่า “ให้เขาถูกตรึงกางเขน”   ปีลาตถามอีกว่า “เขาทำผิดอะไร”    แต่ประชาชนร้องตะโกนดังยิ่งขึ้นว่า  “ให้เขาถูกตรึงกางเขน”

เมื่อปีลาตเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะวุ่นวายยิ่งขึ้น จึงนำน้ำมาล้างมือต่อหน้าประชาชน กล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่ขอเกี่ยวข้องกับโลหิตของผู้นี้   เรื่องนี้เป็นธุระของท่าน”  ประชาชนทุกคนตอบว่า   “ขอให้เลือดของเขาตกเหนือเรา  และเหนือลูก หลานของเราเถิด” แล้วปีลาตสั่งให้ปล่อยบารับบัส สั่งให้โบยตีพระเยซูเจ้า แล้วมอบพระองค์ให้เขานำไปตรึงกางเขน

บรรดาทหารของผู้ว่าราชการนำพระเยซูเจ้าเข้าไปในจวนและเรียกทหารทั้งกองมาพร้อมกัน เขาเปลื้องฉลองพระองค์ออก  นำเสื้อคลุมสีม่วงแดงมาคลุมให้  นำหนามมาสานเป็นมงกุฏสวมพระเศียร  ให้พระองค์ถือไม้อ้อในพระหัตถ์ขวา แล้วคุก เข่าลงเฉพาะพระพักตร์  เยาะเย้ยพระองค์ว่า  “ข้าแต่กษัตริย์ของชาว ยิว ขอทรงพระเจริญเทอญ”  เขาถ่มน้ำลายรดพระองค์  ฉวยไม้อ้อฟาดพระเศียร เมื่อเยาะเย้ยพระ องค์แล้ว  เขาก็ถอดเสื้อคลุมของพระองค์ออก  นำฉลองพระองค์สวมให้ดังเดิม แล้วจึงนำพระองค์ไปตรึงบนไม้กางเขน

ขณะที่บรรดาทหารนำพระองค์ออกไปนั้น   เขาพบชายชาวไซรีนคนหนึ่ง ชื่อ  ซีโมน จึงเกณฑ์ให้แบกไม้กางเขนของพระองค์  เมื่อมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเรียกว่า กลโกธา แปลว่า เนินหัวกะโหลก       ทหารนำเหล้าองุ่นผสมดีมาให้พระองค์ดื่ม พระองค์ทรงชิมแล้ว ไม่ยอมดื่ม     เมื่อตรึงพระองค์บนไม้กางเขนแล้ว   เขานำฉลองพระองค์มาแบ่งกันโดยจับฉลาก และนั่งเฝ้าดูพระองค์อยู่ที่นั่น

เขาติดป้ายเหนือพระเศียรของพระองค์ เขียนข้อกล่าวหาพระองค์ไว้ว่า   “นี่คือเยซูกษัตริย์ของชาวยิว”  เขายังตรึงโจรสองคนพร้อมกับพระองค์ด้วย   คนหนึ่งอยู่ข้างขวา อีกคนหนึ่งอยู่ข้างซ้าย….

ตั้งแต่เวลาเที่ยง ทั่วแผ่นดินก็มืดจนถึงเวลาบ่ายสามโมง ครั้นถึงเวลาบ่ายสามโมง พระเยซูเจ้าทรงร้องเสียงดังว่า “เอลี เอลี ลามาสะบัคทานี”  ซึ่งแปลว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้า ทำไมพระองค์จึงทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเล่า” บางคนที่อยู่ที่นั่นได้ยินจึงพูดว่า “เขากำลังร้องเรียกเอลียาห์”

ทันใดนั้นชายคนหนึ่งวิ่งไปนำฟองน้ำจุ่มเหล้าองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายไม้อ้อส่งให้พระองค์เสวย แต่คนอื่นพูดว่า “ อย่าเพิ่ง คอยดูซิว่า เอลียาห์จะมาช่วยเขาไหม” แต่พระเยซูเจ้าทรงเปล่งเสียงดังอีกครั้งหนึ่ง แล้วสิ้นพระชนม์…..

ข้อคิด

เมื่อมองและรับรู้ชีวิตของพระเยซูเจ้าในแบบที่พระองค์ทรงเป็นมนุษย์ พระเยซูเจ้าย่อมจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดในใจไม่น้อย ที่ “เขาเหล่านี้เป็นชนชาติของพระองค์ กล่าวหาพระองค์” และพระองค์คงจะเศร้าหนักยิ่งขึ้น เมื่อเขาเหล่านั้นลงประชามติเลือกนักโทษผู้ทำผิดอุกฉกรรจ์ แต่กลับไม่แยแส ไม่ให้ราคาแก่พระองค์เลย เขาเหล่านี้ปฏิเสธพระองค์ และส่งพระองค์ให้ไปถูกตรึงแขวนอยู่บนไม้กางเขน แม้พระเยซูเจ้าจะต้องเดินสู่ความทุกข์กายและความเศร้าในจิตใจอย่างมหันต์จนขาดใจ แต่พระองค์ก็ไม่ท้อและไม่ถอยในการรักเรามนุษย์……ลูกขอบพระคุณพระองค์ ลูกขอบพระคุณพระองค์   

ทางสายนั้น

ทรงก้าวเดินนำขบวนแห่เข้าสู่แผ่นดินที่จ้องทำร้าย

….มิเป็นเพียงแค่ก้าวเดินสู่กาลเวลาและสถานที่

ที่ความบริสุทธิ์ใจมิอาจปกป้อง

แต่….เป็นการก้าวเดินสู่แดนประหาร

ในท่ามกลางเสียงเพลงและไชโยโห่ร้อง

ความสับสนวุ่นวายก่อตั้วขึ้น ขณะทุกคนไต่ถาม ชายผู้นี้เป็นใคร

ชนชาวเมืองพบกับคำตอบว่า เขาเป็นเยซู

ประกาศกจากนาซาเร็ธ….ดินแดนทางเหนือแห่งกาลิลี

…ชนจากแดนเหนือกำลังบุกรุกผืนดินแห่งแดนใต้

….ชนชาวบ้านนอกกำลังท้าทายชนชาวเมือง

….ประกาศกจากชนบทกำลังเผชิญหน้ากลุ่มอำนาจแห่งเมืองหลวง

บนเส้นทางสายนั้น สาวกทั้งหมดดูจะวิ่งหนีพระองค์

….คนหนึ่งทรยศพระองค์ด้วยรอยจูบ

….อีกคนปฏิเสธพระองค์ด้วยคำสาบาน

….ความหวาดกลัวที่ถูกขังในหัวใจ

ได้บงการการตัดสินใจของพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จริงซิ….เมื่อต้องยืนอยู่ต่อหน้าความทุกข์เจ็บปวด

คำถามที่หนักหน่วงและท้าทายปรากฎอยู่ต่อหน้า

ฉันจะยังคงยืนอยู่กับเขา หรือจะวิ่งหนีไป

พระเยซู….ทรงก้าวเดินต่อไปจนถึงปลายทาง

เส้นทางสายนี้มิใช่ทางแห่งพระมหาทรมาน

แต่…เป็นทางสายความรักอันยิ่งใหญ่

ความรักนี้เข้มข้นและเปี่ยมล้น

….นำพาพระองค์ให้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความปวดร้าว

พระองค์สามารถหลีกเลี่ยงที่จะเดินล่องใต้ สู่เยรูซาเล็ม

….สามารถประนีประนอมกับชีวิต….อยู่อย่างไม่ไยดีมากมายและอยู่รอด

แต่….ความรักในหัวใจดวงนี้ ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะเก็บกักไว้

ในขอบรั้วแห่งความอยู่รอด และมั่นคงปลอดภัย

ความรักที่เข้มข้นในหัวใจ ได้ขับเคลื่อนพระองค์ ให้ก้าวเดิน

ผ่านบนพิสูจน์แห่งความรัก….กางเขน

กางเขนของพระเยซูที่ตั้งเด่นอยู่ ณ ใจกลางชีวิตคริสตชน

จึงเป็นเรื่องราวการเดินทางที่ยาวไกลของความรัก ที่มอบให้ไม่รู้จบ

ในวันนั้น ที่ฉันเริ่มสงสัยในคุณค่าของตัวเอง

ว่า….ฉันเป็นที่รัก….เป็นที่ต้องการจริงหรือ

ฉันพึงมองไปยังบุคคลนั้นบนกางเขน

….ดูจะเป็นการยากที่จะนอนจมอยู่ในความไร้ค่า

เมื่อฉันมองดูเขาผู้นั้นที่คิดถึงฉัน และยอมตายเพื่อฉัน

กางเขนได้ถูกยกขึ้นเพื่อประกาศคุณค่าแห่งตัวฉัน และมนุษยชาติ

เขาผู้นั้นได้มองเห็นฉันมีคุณค่าเพียงพอ

ที่ยอมแลกกับความเจ็บปวดและความตาย

แก่นแท้แห่งเรื่องราวพระมหาทรมานจึงอยู่ในความจริงที่ว่า

พระเจ้าทรงรักฉัน

ส่วนที่เหลือเป็นเพียงแค่กาก และเปลือกนอก

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

สวัสดีครับ พี่น้องที่เคารพรัก  นโยบายและคำสั่งของรัฐบาล ในการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดโรคเชื้อไวรัส COVID-19 ขอให้ทุกคนอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ และคำประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เรื่องงดประกอบพิธีกรรมและพิธีขอบพระคุณ จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 ทำให้พวกเราต้องอยู่บ้าน ไม่ได้ไปร่วมพิธีกรรมต่างๆ ที่วัด แต่เราสามารถร่วมพิธีได้ทาง Social Media  จากหลายๆ ช่องทาง  ทั้งการถ่ายทอดสดจาก  Facebook  และ Website ต่างๆ จาก สังฆมณฑลและหลายๆวัด เชื่อว่าพี่น้องหลายๆท่านได้มีโอกาสร่วมใจ-ร่วมภาวนาแล้ว                                         แต่หลังจากนี้ เราจะเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะเริ่มด้วยวันอาทิตย์ใบลาน และการเฉลิมฉลองปัสกา ซึ่งประกอบด้วยพิธีตรีวาร 3 วัน คือ วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ และวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ พ่อกำลังรอประกาศของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ถึงแนวทางของการปฏิบัติซึ่งคงจะประกาศในเร็ววันนี้ แต่คงติดเรื่อง พรก.ฉุกเฉิน ที่รัฐบาลประกาศ ซึ่งห้ามชุมนุมกันและอื่นๆตามที่พี่น้องคงทราบโดยทั่วกันแล้ว     พ่อจึงมีความคิดเห็นว่า พ่อจะประกอบพิธีต่างๆ ดังนี้

**วันอาทิตย์ใบลาน                  5 เมษายน             เวลา  09.00 น.                                                            **วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์               9 เมษายน             เวลา  19.00 น.

**วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์                 10 เมษายน   เวลา  17.00 น.

**วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์                 11 เมษายน             เวลา  19.00 น.

**วันอาทิตย์สมโภชปัสกา   12 เมษายน         เวลา  09.00 น.

โดยจะถ่ายทอดสดทาง    Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า – Official      หรือhttps://www.facebook.com/Rangsit.Church

 

สำหรับพี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมพิธีที่วัด ขอความมั่นใจดังนี้ :-

1.ต้องมั่นใจว่า สุขภาพสมบูรณ์ ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่าง  ที่ส่อว่าจะเป็นหรือติดเชื้อมาจากที่ใด ไม่ได้ไปในสถานที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมา

2.ล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย   ขอพี่น้องเข้าใจว่า พ่อมิได้รังเกียจพี่น้อง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราต้องช่วยกันระวังอย่างเต็มที่ และไม่ประมาทแม้สักนิด

พี่น้องมีความคิดเห็นอย่างใดช่วยเสนอด้วยนะครับ พ่อยังต้องการเครื่อง Thermoscan และหน้ากากอนามัย เพื่อใช้บริการพี่น้อง พี่น้องท่านใดมีช่องทางหาซื้อมาได้ จะเป็นพระคุณยิ่ง ขอบพระคุณครับ!!!

สำหรับพี่น้องท่านใดต้องการขอมิสซาหรือทำบุญต่างๆ เพื่อความสะดวกของพี่น้อง พ่อได้เปิดบัญชีธนาคารไว้แล้ว ซึ่งพี่น้องสามารถโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ระบุเบอร์มือถือพ่อ 081-874-0878 หรือแสกน QR Code ได้นะครับ    พี่น้องท่านอื่นที่ไม่สะดวกก็ตามปรกติครับหรือพี่น้องท่านใดจะเสนอความคิดเห็นก็เสนอได้นะครับ.

ประกาศประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ 5 เมษายน 2020

เมื่อวันฉลองนักบุญยอแซฟ วันที่ 19 มีนาคม 2020 วัดพระชนนีขอพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา ได้ประกาศ งดพิธีบูชาขอบพระคุณ และ การชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ตามมติมาตรการป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัส  COVID-19 จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 นั้น

บัดนี้ สถานการณ์การติดเชื้อยังไม่ดีขึ้นกว่าที่ควร รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 3 เมษายน 2020 ดังนั้น วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา คงต้องงดพิธีบูชาขอบพระคุณ และการชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ต่อไป จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น

อย่างไรก็ดี ที่วัดของเราจะมีพิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ โดยจัดเป็นพิธีกรรมแบบปิด แต่จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง                   F

acebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official

หรือ   https://www.facebook.com/Rangsit.Church

 

** พ่อจึงขอประกาศให้พี่น้องทราบโดยทั่วกัน ขอพี่น้องร่วมใจภาวนาด้วยกัน ด้วยความเชื่อและความศรัทธา หลายครั้งมนุษย์เราคิดว่ามนุษย์สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ความจริงแล้ว มนุษย์ต้องรับว่า ปราศจากพระเป็นเจ้าแล้ว มนุษย์ไม่สามารถทำอะไรได้เลย พระเป็นเจ้าสามารถกระทำได้ทุกสิ่ง

** ขอเน้นว่า พี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมที่วัด ต้องมีความมั่นใจ  2 ข้อ ดังนี้

1)   ต้องมั่นใจว่าสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่างที่ส่อว่าจะติดเชื้อมาจากที่ใด   ไม่ได้ไปในสถานที่ที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมาแน่นอน

2)   ต้องชำระตัวและล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือและสวมหน้ากากอนามัย

**อย่างไรก็ดี พ่อจะเสกใบลาน และเตรียมไว้ที่หน้าบ้านพ่อ พี่น้องท่านใดปรารถนาจะรับใบลานไป เพื่อเตือนความเชื่อ ความศรัทธา ว่างๆ ขับรถแวะมารับได้นะครับ และขอขอบคุณคุณแหม่ม – มีนา บัวทรัพย์ ที่จัดเตรียมใบลานอันสวยงามไว้ให้กับพวกเราด้วยครับ

**สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะขอมิสซาและทำบุญ ก็ขอให้พี่น้องทำตามที่ได้ประกาศประชาสัมพันธ์ไปแล้ว หรือตามนี้นะครับ

https://www.motherofgod-church.com/wp-content/uploads/2020/04/Covid-191-scaled.jpg

https://www.motherofgod-church.com/wp-content/uploads/2020/04/บัญชีวัด.jpg

สารวัด ฉบับที่ 151274 วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

Saturday, April 4th, 2020

   บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 11 : 3-7, 20-27, 33ข-45

เวลานั้น พี่น้องทั้งสองคนจึงส่งคนไปทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า คนที่พระองค์ทรงรักกำลังป่วย เมื่อพระเยซูเจ้าทรงทราบข่าวนี้ ก็ตรัสว่า “โรคนี้มิได้เกิดขึ้นเพื่อความตาย แต่เพื่อพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า เพราะโรคนี้ พระบุตรของพระเจ้าจะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์”

พระเยซูเจ้าทรงรักมารธากับน้องสาวและลาซารัส หลังจากทรงทราบว่า ลาซารัสกำลังป่วย พระองค์ยังคงประทับอยู่ที่นั่นอีกสองวัน ต่อจากนั้นพระองค์ตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “เรากลับไปแคว้นยูเดียกันเถิด”

เมื่อเสด็จมาถึง พระเยซูเจ้าทรงพบว่าลาซารัสถูกฝังในคูหามาสี่วันแล้ว เมื่อมารธารู้ว่าพระเยซูเจ้ากำลังเสด็จมา นางก็ออกไปรับเสด็จ ส่วนมารีย์ยังคงนั่งอยู่ที่บ้าน มารธาทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย แต่บัดนี้ดิฉันรู้ดีว่า สิ่งใดที่พระองค์ทรงวอนขอจากพระเจ้า พระเจ้าจะประทานให้” พระเยซูเจ้าตรัสกับนางว่า “พี่ชายของท่านจะกลับคืนชีพ” มารธาทูลว่า “ดิฉันรู้ว่าเขาจะกลับคืนชีพเมื่อมนุษย์ทุกคนจะกลับคืนชีพในวันสุดท้าย”

พระเยซูเจ้าตรัสกับนางว่า “เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครเชื่อในเรา แม้ตายไปแล้ว ก็จะมีชีวิต และทุกคนที่มีชีวิต และเชื่อในเรา จะไม่มีวันตายเลย ท่านเชื่อเช่นนี้หรือ”

มารธาทูลตอบว่า “เชื่อ พระเจ้าข้า ดิฉันเชื่อว่าพระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าที่จะต้องเสด็จมาในโลกนี้” พระองค์ทรงสะเทือนพระทัยและเศร้าโศกมาก ตรัสถามว่า “ท่านฝังเขาไว้ที่ไหน” เขาทูลว่า “พระเจ้าข้า เชิญเสด็จมาทอดพระเนตรเถิด” พระเยซูเจ้าทรงกันแสง ชาวยิวจึงพูดว่า “ดูซิ พระองค์ทรงรักเขาเพียงไร” แต่บางคนตั้งข้อสังเกตว่า “พระองค์ทรงรักษาคนตาบอดได้ จะทำให้คนนี้ไม่ตายไม่ได้หรือ” พระเยซูเจ้าทรงสะเทือนพระทัยอีก เสด็จถึงคูหาฝังศพ ซึ่งเป็นโพรงหินมีหินแผ่นหนึ่งปิดอยู่ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงยกแผ่นหินออก”   มารธาน้องสาวของ

ผู้ตายทูลว่า “พระเจ้าข้า ศพมีกลิ่นแล้ว เพราะฝังมาถึงสี่วัน” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เรามิได้บอกท่านหรือว่า ถ้าท่านมีความเชื่อ ท่านจะเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า” คนเหล่านั้นจึงยกแผ่นหินออก

พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ขึ้นตรัสว่า “ข้าแต่พระบิดาเจ้า ข้าพเจ้าขอบพระ คุณพระองค์ที่ทรงฟังคำของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าทราบดีว่าพระองค์ทรงฟังข้าพเจ้าเสมอ แต่ที่ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้ ก็เพื่อประชาชนที่อยู่รอบข้าพเจ้า เขาจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงส่งข้าพเจ้ามา”

ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเปล่งพระสุรเสียงดังว่า “ลาซารัสเอ๋ย จงออกมาเถิด” ผู้ตายก็ออกมา มีผ้าพันมือพันเท้า และผ้าคลุมใบหน้าด้วย พระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงเอาผ้าออกและปล่อยให้เขาไปเถิด”

ชาวยิวหลายคนที่มาเยี่ยมมารีย์ และเห็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำ ก็เชื่อในพระองค์.

ข้อคิด

คนที่พระองค์ทรงรักกำลังป่วย

ความตายเป็นการเดินทางผ่านถิ่นทุรกันดารในชีวิตประจำวัน พระเยซูเจ้าทรงช่วยไถ่กู้เรา พระเยซูเจ้าทรงรักสามพี่น้องที่เบธานีมาก การกลับไปเยี่ยมลาซารัสเสี่ยงอันตราย เพราะใน ยน 10:39 บอกชาวยิวตัดสินใจจะประหารชีวิตพระเยซูเจ้า บรรดาศิษย์กลัว แต่พระเยซูเจ้าทรงรักลาซารัส เรียกว่า “เพื่อนของเรา” (วรรคที่ 11) ทรงกันแสง และทรงภาวนาให้ลาซารัสกลับคืนชีพ ชาวยิวหลายคนเห็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำก็เชื่อในพระองค์                                                                                                                     ฉันจะไปเยี่ยมและภาวนาให้ “คนที่พระองค์ทรงรักกำลังป่วย”           

จากความตาย                        

ความตาย ทิ้งห้วงน้ำแห้งไว้บนผืนแผ่นดินแห่งหัวใจผู้คน

การจากไปของลาซารัสทิ้งไว้ซึ่งความว่างเปล่า ในชีวิตของผู้เป็นที่รัก

ความว่างเปล่ายิ่งดูกว้างใหญ่ และเหือดแห้ง เมื่อพระองค์ขาดหายไป

 

มารธาปรารถนาให้ย้อนวันเวลา

ถ้าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย

แม้กาลเวลาไม่อาจย้อนคืนสู่ขอบฟ้าของวันวาน

กาลเวลาที่งดงามของวันใหม่กำลังทอแสง

….การจากไปของลาซารัส และการขาดหายของพระเยซู

กำลังเปิดขอบฟ้าใหม่ให้โลกได้รับรู้ว่า

พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งชีวิต

ความมืดของหลุมศพ ไม่เคยมืดเกินไปสำหรับพระเยซู

การตายของลาซารัส

ไม่เคยรวดเร็วเกินไปสำหรับพระองค์….ที่จะให้ชีวิต

….ทรงเปล่งพระสุรเสียงดังว่า ลาซารัสเอ๋ย จงออกมาเถิด

และ….อัศจรรย์ยิ่งใหญ่ก็ได้เกิดขึ้น

….ลาซารัสผู้ตาย ได้ฟังพระวาจาของพระเจ้า

และปฏิบัติตาม ผู้ตายก็ออกมา

เขาได้ฟังพระวาจาของบุตรแห่งมนุษย์ และกลับฟื้นคืนชีพ

ลาซารัสได้ก้าวออกจากหลุมศพแห่งความตาย

….มีผ้าพันมือพันเท้า และผ้าคลุมใบหน้าด้วย

พระเยซูทรงตรัสอีกว่า จงเอาผ้าที่พันเขาออก

และปล่อยเขาให้เป็นอิสระ

ผู้คนได้เชื่อฟังพระองค์ และช่วยเขาให้เป็นอิสระ

เสียงของพระเจ้าดังก้อง

….ร้องเรียกฉันให้ออกจากหลุมศพแห่งความตาย

เพียงฉันเชื่อฟังพระองค์ ฉันจะกลับฟื้นคืนชีพ

เสียงร้องของพระองค์ยังคงดังก้อง

ร้องบอกฉันให้ปลดปล่อยผู้คน จากผ้าตราสังแห่งพันธนาการ

เพียงฉันเชื่อฟังพระองค์ บนเส้นทางมหาพรต

ดวงตะวันปัสกาแห่งชีวิตใหม่ฉายส่องอยู่เบื้องหน้า.

 

 

 

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

  1. ถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ยังคงไม่น่าไว้วางใจ ขอพี่น้องช่วยกันเฝ้าระวังและป้องกันอย่างจริงจังนะครับ ขออย่าได้ประมาทโดยเด็ดขาด ขอพี่น้องช่วยกันเฝ้าระวังด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่เลยนะครับ ระวังตัวเองไม่ให้ไปรับเชื้อมาและนำไปแพร่กับผู้อื่น ล้างมือให้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเดินทางออกไปนอกบ้านและกลับเข้าบ้าน มีคำแนะนำจากหมอท่านหนึ่งว่า ดื่มน้ำมากๆ ด้วยครับ เพราะเชื้อจะเข้าไปฝังตัวบริเวณลำคอ เมื่อดื่มน้ำ มันจะไปอยู่ในกระเพาะ ในกระเพาะมีน้ำย่อยที่เป็นกรดจะฆ่ามันได้ แต่ทางที่ดีอย่าไปติดมาดีที่สุดครับ
  2. ตามที่ทราบกันดีว่า อุปกรณ์ในการป้องกันโควิด-19 หายากและราคาแพง ทางวัดของเราอยากได้ Thermoscan และ หน้ากากอนามัย มาใช้บริการสัตบุรุษเพื่อเช็คไข้และสำหรับผู้จะรับศีลอภัยบาป หากพี่น้องมีลู่ทางที่จะหาซื้อหรือรับบริจาคมาได้ ก็จะเป็นพระคุณอย่างมากครับ ส่วนแอลกอฮอล์และเจลล้างมือนั้น มีพี่น้องบางท่านนำมาบริจาคให้วัด ยังพอมีอยู่เพื่อใช้ครับ ขอบพระคุณมากๆ อีกครั้งนะครับ
  3. อีกเรื่องหนึ่งคือ มีหลายคนให้ความเห็นว่า เชื้อโรคอาจจะมากับธนบัตร เหรียญ เพราะผ่านมือของผู้คนจำนวนมาก ทำให้ไม่อยากจับธนบัตร จึงมีบางท่านเสนอให้พ่อทำ QR CODE โดยใช้มือถือ scan และกดจำนวนเงินเพื่อทำบุญเข้าบัญชีวัด แทนการจับธนบัตร (สำหรับบางคนที่ประสงค์จะทำแบบนี้ ส่วนท่านอื่นๆก็ทำบุญตามปกติ)  พ่อจึงไปเปิดบัญชีแต่ธนาคารแจ้งว่าวัดเป็นนิติบุคคลต้องมีเอกสารหลายอย่างในการเปิดบัญชี ใช้ชื่อบุคคลธรรมดาจะง่ายกว่า แยกบัญชีต่างหาก พ่อจึงเปิดบัญชีเป็นชื่อของพ่อ บันทึกแยกไว้ว่าเป็นบัญชีเงินทำบุญวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต ดังนั้น พี่น้องท่านใดอยากได้ QR CODE ติดต่อและขอได้จากพ่อนะครับ หรือจะ scan จากในสารวัดก็ได้ครับ พี่น้องท่านอื่นก็ตามปกติครับหรือพี่น้องท่านใดจะเสนอความคิดเห็นอย่างอื่นก็เสนอได้นะครับ
  4. สำหรับงานฟื้นฟูจิตใจผู้สูงอายุ วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม ที่วัดเซ็นต์จอห์น งดนะครับ
  5. สุดท้ายตามมติคณะรัฐมนตรี และประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนป้องกันวิกฤตการณ์จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยมีมาตรการเพื่อควบคุมสถานที่ประกอบพิธีกรรมนั้น คุณพ่อเจ้าอาวาส วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต จึงเห็นควรและประกาศให้งดพิธีบูชาขอบพระคุณ การประชุมขององค์กรต่างๆ และการสวดภาวนาพร้อมกันที่วัด ตั้งแต่วันพฤหัสที่ 19 มีนาคม – วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 และทางวัดจะมีพิธีบูชาขอบพระคุณอีกครั้งในวันอาทิตย์แห่ใบลาน วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2020 เวลา 09.00 น.

จึงขอให้พี่น้องร่วมจิตใจสวดภาวนาพร้อมกับคุณพ่อในพิธีบูชาขอบพระคุณ ได้ทาง Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-Official ในมิสซาวันอาทิตย์ หรือติดตามจากเว็บไซค์ของมิสซัง www.catholic.or.th ได้นะครับ ขอพี่น้องสวดภาวนาวอนขอพระแม่มารีย์ พระชนนีของพระเป็นเจ้าให้พวกเราผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันและโดยเร็วด้วยเทอญ

ประกาศประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2020

สวัสดีครับ พี่น้องที่เคารพรัก

นโยบายและคำสั่งของรัฐบาล ในการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดโรคเชื้อไวรัส COVID-19 ขอให้ทุกคนอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ และคำประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เรื่องงดประกอบพิธีกรรมและพิธีขอบพระคุณ จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 ทำให้พวกเราต้องอยู่บ้าน ไม่ได้ไปร่วมพิธีกรรมต่างๆ ที่วัด แต่เราสามารถร่วมพิธีได้ทาง Social Media  จากหลายๆ ช่องทาง ทั้งการถ่ายทอดสดจาก Facebook และ Website ต่างๆ จากสังฆมณฑลและหลายๆวัด เชื่อว่าพี่น้องหลายๆท่านได้มีโอกาสร่วมใจ-ร่วมภาวนาแล้ว

แต่หลังจากนี้ เราจะเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะเริ่มด้วยวันอาทิตย์ใบลาน และการเฉลิมฉลองปัสกา ซึ่งประกอบด้วยพิธีตรีวาร 3 วัน คือ วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ และวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ พ่อกำลังรอประกาศของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ถึงแนวทางของการปฏิบัติซึ่งคงจะประกาศในเร็ววันนี้ แต่คงติดเรื่อง พรก.ฉุกเฉิน ที่รัฐบาลประกาศ ซึ่งห้ามชุมนุมกันและอื่นๆตามที่พี่น้องคงทราบโดยทั่วกันแล้ว                                            พ่อจึงมีความคิดเห็นว่า พ่อจะประกอบพิธีต่างๆ ดังนี้

**วันอาทิตย์ใบลาน               5 เมษายน           เวลา  09.00 น.                                   **วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์             9 เมษายน  เวลา  19.00 น.                       **วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์               10 เมษายน           เวลา  17.00 น.                       **วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์                11 เมษายน           เวลา  19.00 น.                       **วันอาทิตย์สมโภชปัสกา   12 เมษายน           เวลา  09.00 น.

โดยจะถ่ายทอดสดทาง    Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า – Official      https://www.facebook.com/Rangsit.Church/videos/537446610238154/

 

 

สำหรับพี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมพิธีที่วัด ขอความมั่นใจดังนี้ :-

  1. ต้องมั่นใจว่า สุขภาพสมบูรณ์ ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่าง ที่ส่อว่าจะเป็นหรือติดเชื้อมาจากที่ใด ไม่ได้ไปในสถานที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมา
  2. ล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย

ขอพี่น้องเข้าใจว่า พ่อมิได้รังเกียจพี่น้อง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราต้องช่วยกันระวังอย่างเต็มที่ และไม่ประมาทแม้สักนิด                                                                                                     พี่น้องมีความคิดเห็นอย่างใดช่วยเสนอด้วยนะครับ พ่อยังต้องการเครื่อง Thermoscan และหน้ากากอนามัย เพื่อใช้บริการพี่น้อง พี่น้องท่านใดมีช่องทางหาซื้อมาได้ จะเป็นพระคุณยิ่ง ขอบพระคุณครับ!!!                                                                                 สำหรับพี่น้องท่านใดต้องการขอมิสซาหรือทำบุญต่างๆ เพื่อความสะดวกของพี่น้อง พ่อได้เปิดบัญชีธนาคารไว้แล้ว ซึ่งพี่น้องสามารถโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ระบุเบอร์มือถือพ่อ 081-874-0878 หรือแสกน QR Code ได้นะครับ    พี่น้องท่านอื่นที่ไม่สะดวกก็ตามปรกติครับหรือพี่น้องท่านใดจะเสนอความคิดเห็นก็เสนอได้นะครับ.

ช่องทางติดต่อ วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต

โทรศัพท์/Tel.  : 0-2992-1363-4        โทรสาร/Fax  0-2992-1365                   Website วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต :https://www.facebook.com/Rangsit.Church/videos/537446610238154/

https://www.motherofgod-church.com/wp-content/uploads/2020/04/บัญชีวัด.jpg

สารวัด ฉบับที่ 151272 วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

Saturday, April 4th, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 4 : 5-15, 19ข-26, 39ก, 40-42

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงเมืองหนึ่งในแคว้นสะมาเรีย ชื่อสิคาร์ ใกล้ที่ดินที่ยาโคปยกให้โยเซฟบุตรชาย ที่นั่นมีบ่อน้ำของยาโคบ พระเยซูเจ้าทรงเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง จึงประทับที่ขอบบ่อ ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณเที่ยงวัน หญิงชาวสะมาเรียคนหนึ่งมาตักน้ำ พระเยซูเจ้าตรัสแก่นางว่า “ขอน้ำดื่มสักหน่อยเถิด” บรรดาศิษย์ของพระองค์ไปซื้ออาหารในเมือง หญิงชาวสะมาเรียทูลพระองค์ว่า “ท่านเป็นชาวยิว ทำไมจึงขอน้ำดื่มจากดิฉันซึ่งเป็นชาวสะมาเรียเล่า” เพราะชาวยิวไม่ติดต่อกับชาวสะมาเรียเลย พระเยซูเจ้าตรัสตอบนางว่า “หากท่านรู้จักของประทานของพระเจ้า และรู้จักผู้ที่บอกท่านว่า ‘ขอน้ำดื่มสักหน่อยเถิด’ ท่านคงกลับเป็นผู้ขอ และผู้นั้นจะให้ ‘น้ำที่ให้ชีวิต’ แก่ท่าน”

นางจึงทูลว่า “นายเจ้าขา ท่านไม่มีถังตักน้ำและบ่อก็ลึกมาก ท่านจะเอาน้ำที่ให้ชีวิตมาจากไหน ท่านยิ่งใหญ่กว่ายาโคบ บรรพบุรุษของเราหรือ ยาโคบให้บ่อน้ำนี้แก่เรา ยาโคบ ลูกหลาน และฝูงสัตว์ก็ได้ดื่มน้ำจากบ่อนี้” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ทุกคนที่ดื่มน้ำนี้จะกระหายอีก แต่ผู้ที่ดื่มน้ำซึ่งเราจะให้นั้น จะไม่กระหายอีก น้ำที่เราจะให้เขา จะกลายเป็นธารน้ำในตัวเขา ไหลรินเพื่อชีวิตนิรันดร”

หญิงนั้นจึงทูลว่า “นายเจ้าขา โปรดให้น้ำนั้นแก่ดิฉันบ้าง เพื่อดิฉันจะไม่ต้องกระหายหรือต้องมาตักน้ำที่นี่อีก ดิฉันเห็นแล้วว่าท่านเป็นประกาศก บรรพบุรุษของเราเคยนมัสการพระเจ้าบนภูเขานี้ แต่ท่านพูดว่า สถานที่สำหรับนมัสการพระเจ้าคือกรุงเยรูซาเล็ม” พระเยซูเจ้าตรัสแก่นางว่า

 

 

“นางเอ๋ย เชื่อเราเถิด ถึงเวลาแล้วที่ท่านทั้งหลายจะนมัสการพระบิดาเจ้า ไม่ใช่เฉพาะบนภูเขานี้ หรือที่กรุงเยรูซาเล็ม ท่านนมัสการพระเจ้าที่ท่านไม่รู้จัก แต่เรานมัสการพระเจ้าที่เรารู้จัก เพราะความรอดพ้นมาจากชาวยิว แต่จะถึงเวลาคือเวลานี้ เมื่อผู้นมัสการแท้จริงจะนมัสการพระบิดาด้วยจิต และตามความจริง เพราะพระบิดาทรงแสวงหาผู้นมัสการพระองค์เช่นนี้

พระเจ้าทรงเป็นจิต ผู้ที่นมัสการพระองค์จะต้องนมัสการด้วยจิต และตามความจริง” หญิงผู้นั้นจึงทูลว่า “ดิฉันรู้ว่า พระเมสสิยาห์คือพระคริสต์กำลังจะเสด็จมา และเมื่อเสด็จมา พระองค์จะทรงแจ้งทุกเรื่องให้เรารู้” พระเยซูตรัสว่า “เราที่กำลังพูดอยู่กับเธอคือพระเมสสิยาห์”

ชาวสะมาเรียหลายคนจากเมืองนั้นมีความเชื่อในพระองค์ เมื่อชาวสะมาเรียมาเฝ้าพระองค์แล้ว ก็วอนขอให้ประทับอยู่กับเขา พระองค์ประทับอยู่ที่นั่นสองวัน คนที่มีความเชื่อเพราะพระวาจาของพระองค์มีจำนวนมากขึ้น เขากล่าวแก่หญิงผู้นั้นว่า “เรามีความเชื่อไม่ใช่เพราะคำพูดของท่านอีกแล้ว เราเองได้ยินและรู้ว่า พระองค์เป็นพระผู้ไถ่ของโลกโดยแท้จริง”

ข้อคิด

การได้พบกับพระเยซูเจ้าในวันนั้น คงเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตที่สำคัญยิ่งของหญิงชาวสะมาเรียคนนั้น ซึ่งควรต้องทำให้เราคนบาปปรารถนาที่จะพบกับพระองค์จริงๆ ในชีวิตคริสตชนของเราด้วย แม้จะไม่ใช่ในทางกายภาพก็ตาม หญิงชาวสะมาเรียประหลาดใจที่พระเยซูเจ้าซึ่งเป็นชาวยิวจะสมาคมกับเธอ เพราะชาวยิวรังเกียจชาวสะมาเรียในฐานะคนบาป และไม่คบค้าสมาคมด้วย แต่พระเยซูเจ้ากลับยอมรับเธอ ยังเตือนเธอให้กลับใจจากชีวิตที่ผิดพลาด สอนเธอให้รู้จักน้ำทรงชีวิต และการนมัสการพระเจ้าด้วยพระจิตและความจริง แทนที่จะติดยึดอยู่กับสถานที่ใดๆ แท้ที่จริงแล้ว พระเจ้าไม่รังเกียจผู้ใด มีแต่มนุษย์ที่รังเกียจกันเอง โดยแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม รวมถึงประณามความผิดบาปของกันด้วย มหาพรตควรเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของเราเช่นกัน เป็นเวลาที่เราได้พบกับพระเยซูเจ้า โดยผ่านทางคำสอนและความดีงามต่างๆ เป็นเวลาที่เราจะยอมรับเพื่อนมนุษย์ทุกคนของเรา ซึ่งเป็นการนมัสการและรักพระเจ้าอย่างถูกต้อง.

 

                                                        ที่บ่อน้ำ                        

ชายหนุ่มและหญิงสาว พบกันที่บ่อน้ำนอกเมือง

ทั้งเขาและเธอ เป็นคนแปลกหน้า

มิใช่เพียงแค่ทั้งคู่ไม่เคยพบกัน

แต่….เขาทั้งสองไม่น่าจะพบกันได้

เขาเป็นชาวยิวที่ย่ำฝ่าเท้าผ่านดินแดนต่างชาติ

เธอเป็นชาวสะมาเรียที่วนเวียนอยู่ในบ้านเกิด

สองชนชาติได้แยกตัวออกจากกันนานนับศตวรรษ

ไฟโกรธเคืองเก่าถูกเติมเชื้อจนลุกโชน

และส่งต่อจากยุคหนึ่ง สู่อีกยุคหนึ่ง

ประเพณีเก่าแก่ กำหนดให้ทั้งคู่มองกันอย่างคนแปลกหน้า

แต่….เขาและเธอจะยอมกักขังตนเองในความแปลกหน้า

หรือ จะก้าวเดินข้ามพรมแดนประเพณี

และพบกันในความสัตย์จริงของหัวใจ

เขามิใช่ชายทั่วไปที่เคยพบเห็น….และเธอก็มิใช่หญิงทั่วไปที่เคยพบเจอ

เขาคือ….นักเดินทางผู้หิวกระหาย

มุ่งหน้าก้าวไปสู่ชีวิตผู้คน

….ไม่คำนึงว่าเขาผู้นั้นจะเป็นใคร….มาจากไหน….มีประวัติศาสตร์อย่างไร

เขาย่างเท้าก้าวแรก….เอ่ยปากขอน้ำดื่ม

ความกระหายได้พาเขาเดินข้ามเขตแดนต้องห้าม

หญิงสาวตกใจ  และสับสน

เพราะ….หนุ่มชาวยิวแม้จะหิวกระหายเพียงใด

จะไม่เคยขอน้ำดื่มจากสาวชาวสะมาเรีย

เขามองเธอเป็นสาวสะมาเรีย ผู้ใจดี

สิ่งนี้เองที่ทำให้หัวใจเธอสับสน

เขาพาเธอก้าวเดินสู่ความจริงแห่งหัวใจที่หิวกระหาย

ชายห้าคนที่พานพบบนเส้นทางยาวไกล มิอาจทำให้หัวใจเธออิ่มสุข

ความผิดหวัง และความเจ็บปวด

ดูเป็นเครื่องดื่มที่ต้องดื่มซ้ำแล้วซ้ำอีก

แต่….ชายหนุ่มชาวยิวผู้นี้

ดูแตกต่างและห่างไกลจากชายหนุ่มทั้งหลาย

เขารู้จักชีวิตเธอทั้งหมด

แต่….ไม่เคยเรียกเธอด้วยฉายาที่สังคมยัดเยียดให้

ไม่เคยตำหนิ หรือด่าว่า ถึงชีวิตที่ผ่านมา

เขาพาเธอเดินทางสำรวจชีวิต….โดยไม่ตัดสินปรับโทษ

ณ ที่บ่อน้ำ….เธอพบเขาเป็นหนุ่มชาวยิว….เป็น ประกาศก

และในที่สุด เธอได้พบเขาเป็น พระเมสสิยาห์

และ….พระผู้ช่วยโลกให้รอด.

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

  1. เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 เจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศแจ้งมายังทุกภาคส่วนของประเทศไทย ขอให้งดกิจกรรมการประชุม-สัมนา หรือการรวมกลุ่มจัดกิจกรรมต่างๆ หรือให้เลื่อนไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ฉะนั้น คณะสงฆ์ในเขต 2 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ พ่อเจ้าวัดและคณะกรรมการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต จึงขอประกาศและแจ้งให้พี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ทราบโดยทั่วกันว่า

ของดค่ายปัสกาของบรรดาเยาวชนที่จะจัดที่วัดเซ็นต์หลุยส์

งดค่ายอบรมเด็กช่วยพิธีกรรม ที่จะจัดที่บ้านคลองโคนรีสอร์ท

งดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ที่จะจัดที่วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

และสำหรับการฟื้นฟูจิตใจของผู้อาวุโส เขต 2 และคอร์สอัลฟ่า ขอพี่น้องติดตามประกาศต่อไป

  1. วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ได้ทำการฉีดพ่นยา-เช็คทำความสะอาดวัด ที่ฟังแก้บาป โต๊ะ-เก้าอี้ ประตู-ลูกบิดประตู ด้วยแอลกอฮอล์ 90% เรียบร้อย เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ขอพี่น้องมาวัดด้วยความสบายใจ ไม่ต้องกังวลจนเกินไปนะครับ อย่างไรก็ดี ขอพี่น้องได้ช่วยรับผิดชอบตามประกาศ 7 ข้อ ของทางวัด (ได้ติดประกาศไว้ที่หน้าวัดและหลังปกสารวัด) อย่างจริงจัง ซึ่งสรุปโดยง่ายๆ ว่า ถ้าสงสัยหรือรู้สึกไม่สบาย กรุณาไปพบแพทย์และงดการมาวัดร่วมพิธีกรรม เพื่อจะไม่นำเชื้อโรคมาสู่ผู้อื่น และกรุณาล้างมือให้สะอาดเสมอทุกเวลา (โปรดกระทำด้วยความสำนึกและรับผิดชอบ ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ต่อพระพักตร์พระเจ้า)
  2. ทั้งนี้ มิใช่เพื่อจะเป็นข้อแก้ตัวที่จะไม่ไปวัด ด้วยเรากำลังอยู่ในช่วงเทศกาลมหาพรต ที่เราควรภาวนามากขึ้น พลีกรรม ใช้โทษบาปมากขึ้น และประกอบกิจเมตตากุศลมากขึ้น ร่วมรณรงค์ปลูกต้นความดีถวายแด่พระเจ้า ใช้วิกฤตที่เกิดขึ้นในสังคมโลก เป็นโอกาสดี กลับใจ-เปลี่ยนแปลงชีวิตกลับมาเชื่อ-ศรัทธา ต่อพระเจ้ามากขึ้น ทุกสิ่งอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า ปราศจากพระองค์ มนุษย์มิอาจทำสิ่งใดได้เลย แต่พระเจ้าทรงกระทำได้ทุกสิ่ง !!!

ประกาศประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2020

  1. การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ยังคงแพร่ระบาด โดยเฉพาะในต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป แต่สำหรับในประเทศไทย ก็ขอพี่น้องช่วยกันเฝ้าระวังและป้องกันนะครับ ไม่ตกอยู่ในความประมาทเด็ดขาด เหมือนกับ 11 รายล่าสุดที่ติดในกรุงเทพฯ ท่องไว้และปฏิบัติให้เป็นประจำ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ไม่เพียงป้องกัน COVID-19 แต่ป้องกันได้อีกหลายๆ โรคเลยนะครับ
  2. งดกิจกรรมการประชุม-สัมมนา-จัดกิจกรรมต่างๆ หรือ เลื่อนไปก่อน จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้นนะครับ ทั้งค่ายปัสกาของเยาวชน ค่ายอบรมเด็กช่วยพิธีกรรม ค่าคำสอนภาคฤดูร้อน ส่วนผู้สูงอายุ เช็คล่าสุดว่า ยังมีจัดอยู่นะครับ เสาร์ที่ 28 มีนาคม ผู้สนใจติดต่อ-ติดตามที่คุณภัทรกาญจน์ หยิกประเสริฐนะครับ
  3. สำหรับพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน เพื่อป้องกันและความไม่ประมาท อย่าลืมปฏิบัติตามประกาศ 7 ข้อของทางวัดโดยเคร่งครัดด้วยความรับผิดชอบนะครับ โปรดอย่านึกหรือเข้าใจว่า ไม่สำคัญ ไม่ต้องทำก็ได้ เพราะถ้าพลาด มันเสียหายสุดประมาณได้ครับ แต่ทั้งนี้ มิใช่เป็นข้อแก้ตัวที่จะไม่ไปวัดนะครับ เชิญชวนให้พี่น้องร่วมกันสวดภาวนาวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้านะครับ มนุษย์ทำอะไรไม่ได้ หากปราศจากพระเจ้า แต่พระเจ้าทรงสามารถทำได้ทุกสิ่งครับ!!!!
  4. ขอบคุณพี่น้องสัตบุรุษหลายๆท่าน ที่กรุณานำแอลกอฮอล์และเจลล้างมือ มามอบให้กับพ่อ กับทางวัด เพื่อเราจะได้ใช้ป้องกันโรค หลายท่านบอกว่า ไม่ทราบจะช่วยอย่างไร มันหายาก พี่น้องท่านใดพอจะช่วยกันได้ ก็ช่วยกันนะครับ ขอพระเจ้าตอบแทนน้ำใจดีของทุกท่านเป็นร้อยเท่าพันทวี ขอพระเจ้าอำนวยพระพรแก่ทุกท่านเทอญ!!!!

https://www.motherofgod-church.com/wp-content/uploads/2020/04/บทภาวนาวิงวอนขอพระแม่มารี-Covid19.jpg

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151271 วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

Saturday, April 4th, 2020

   บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 17:1-9

ต่อมาอีกหกวัน พระเยซูเจ้าทรงพาเปโตร ยากอบ และ ยอห์นน้อง ชายไปบนภูเขาสูงที่ปราศจากผู้คน แล้วพระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา พระพักตร์เปล่งรัศมีดุจดวงอาทิตย์ ฉลองพระองค์กลับมีสีขาวดุจแสงสว่าง โมเสสและประกาศเอลียาห์สำแดงตนสนทนาอยู่กับพระองค์

เปโตรจึงทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริงๆ ถ้าพระองค์มีพระประสงค์ ข้าพเจ้าจะสร้างเพิงขึ้นสามหลัง หลังหนึ่งสำหรับพระองค์ หลังหนึ่งสำหรับโมเสส อีกหลังหนึ่งสำหรับเอลียาห์” ขณะที่เปโตรกำลังพูดอยู่นั้น มีเมฆสว่างจ้าก้อนหนึ่งปกคลุมพวกเขาไว้ เสียงหนึ่งดังจากเมฆนั้นว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เราพึงพอใจยิ่งนัก จงฟังท่านเถิด”

เมื่อได้ยินดังนั้น ศิษย์ทั้งสามคนซบหน้าลงกับพื้นดิน มีความกลัวอย่างยิ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้ ทรงสัมผัสเขา ตรัสว่า “จงลุกขึ้นเถิด อย่ากลัวเลย” เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาไม่เห็นผู้ใด นอกจากพระเยซูเจ้าเท่านั้น

ขณะที่กำลังลงจากภูเขา พระเยซูเจ้าทรงกำชับศิษย์ทั้งสามคนว่า “อย่าเล่านิมิตที่ได้เห็นนี้ให้ผู้ใดฟัง จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย”

 

 

ข้อคิด

มหาพรตยังมีความหมายอีกประการหนึ่ง คือ เป็นช่วงเวลาแห่งการเดินทาง ออกจากตัวเอง เหมือนอับรามที่ออกเดินทาง “ออกจากแผ่นดินของท่าน จากพี่น้อง จากบ้านบิดา” หรือตามความหมายที่พระสันตะปาปาฟรังซิสเคยสอนว่า ให้เราออกจาก comfort zone หรือชีวิตที่เอาแต่ใฝ่หาความสุขสบายเพื่อตนเอง เพื่อแสวงหาพระประสงค์ของพระเจ้า เหมือนที่โมเสสเดินทางขึ้นไปบนภูเขาซีนาย เพื่อรับพระบัญญัติจากพระเจ้า ภูเขาสูงจึงเป็นเครื่องหมายถึงการต่อสู้ที่ยากลำบาก แต่สิ่งสำคัญคือ เราได้พบพระประสงค์ เราได้ฟังเสียงหรือพระบัญชาของพระเจ้า เหมือนที่พระเจ้าตรัสจากเมฆว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา จงฟังท่านเถิด” แม้ชีวิตแห่งพระประสงค์จะยากลำบาก แต่เราก็ไม่ต้อง “กลัว” เพราะที่สุดแล้ว พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพฉันใด เราก็จะได้รับความรุ่งโรจน์ฉันนั้น ฉะนั้น จงลุกขึ้นเถิด อย่ากลัวเลย”.

                                                                   ชีวิต                         

ชีวิตเป็นการเดินทาง

….จากท้องมารดา สู่ท้องแผ่นดิน

….ผ่านกาลเวลา และสถานที่

….ผ่านผู้คน และฤดูกาลที่ผลัดเปลี่ยน

….ผ่านโค้งตอนของความสำเร็จ และความล้มเหลว

แม้เป้าหมายจะมุ่งไปสู่จุดเดียวกัน

แต่….รูปร่างและสีสันการเดินทางดูแตกต่างด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ในทุกการเดินทาง เป้าหมายและเส้นทางพอมองเห็นได้ชัดเจน

 

 

แม้วันนั้นที่ความมั่นใจหายไป

แผนที่และการสอบถามพอนำกลับคืนได้

แต่….การเดินทางชีวิต ดูแตกต่างและห่างไกล

หนทางดูคลุมเครือและไม่เคยชัดเจน เหมือนวันหมอกจัด

ทั้งนี้เพราะ….ชีวิตมิเป็นเพียงแค่ การเดินทาง

แต่….เป็น การแสวงหา

ทุกชีวิตจำต้องก้าวเดินแสวงหาหนทางสู่เป้าหมาย

ณ บางช่วงตอนของชีวิตผู้คน การค้นพบนำให้เกิดการผันเปลี่ยน

ชายชรา….อับราฮัม ก้าวเดินจากผืนดินที่คุ้นเคย สู่ผืนดินที่ไม่รู้จัก

….มองไม่เห็นสิ่งใดเลย ในพระสัญญา

….ทั้งผืนแผ่นดินและครอบครัวดูคลุมเครือ และเพ้อฝัน

ก้าวไปพร้อมกับซาราห์ ภรรยาหมัน

ด้วยความเชื่อและความหวัง ว่าพระสัญญาจะเป็นจริง

ชายหนุ่ม….เยซู ผันเปลี่ยนชีวิต จนทุกผู้คนสับสน

….ก้าวออกจากนาซาเร็ธ เข้าสู่หนทางประกาศกเร่ร่อน

ในวันนั้น ที่เริ่มประกาศความจริงเกี่ยวกับพระเจ้า และพระอาณาจักร

อำนาจรอบข้างเริ่มแสวงหาหนทางกำจัด

ทุกๆ วันบนเส้นทางประกาศก นำสู่กางเขนและความตาย

ทุกๆ วันแห่งการกระทำภารกิจของพระบิดา

นำพาชายหนุ่มจากนาซาเร็ธสู่เยรูซาเล็ม

แต่….ทางสายนี้ มิเป็นเพียงทางสายความทุกข์และความตาย

 

แสงทองของวันใหม่ฉายส่องกลบกลืนความมืดของค่ำคืน

….ท่านผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เราพึงพอใจยิ่งนัก

ชายหนุ่มจึงก้าวเดินสู่แดนประหาร

….ได้ยินเสียงแห่งความรักอยู่ในส่วนลึกแห่งจิตวิญญาณ

….ได้ยินชื่อถูกเรียกขานในหัวใจพระเจ้า

หนทางสู่เยรูซาเล็มจึงมิเป็นเพียงหนทางแห่งความตาย

แต่….หนทางสู่ความรัก

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

  1. มหาพรต = มาหาพระ บัดนี้เราเริ่มเทศกาลมหาพรตแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลา 40 วัน สี่สิบวันเพื่อภาวนา พลีกรรม ใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศลต่างๆ เพื่อใช้โทษบาปของตัวเราเอง และบาปของมวลมนุษยชาติทั้งมวล เชิญรับกระป๋องมหาพรตไปอดออม เพื่อนำไปช่วยผู้ตกทุกข์ยากจนนะครับ  และมีพิธีเดินรูปสิบสี่ภาค วันเสาร์ เวลา 19.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.45 น. (ก่อนมิสซาบูชาขอบพระคุณ)

สมเด็จพระสันตปาปา ฟรังซิส ทรงอ้างถึงบทจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโครินทร์ (2 คร.5:20)  “เราจึงขอร้องแทนพระคริสตเจ้าว่า จงยอมคืนดีกับพระเจ้าเถิด” เป็นความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องกลับใจ กลับ คืนดีกับพระเจ้า แม้เราจะเป็นคนบาป แต่กระนั้นพระองค์ยังรักและเมตตาเราเสมอ บัดนี้เป็นเวลาที่จะต้องเลิกทำตัวเกียจคร้าน เปลี่ยนแปลงชีวิต กลับมาเป็นบุตรที่ดีของพระเจ้าเสียใหม่

  1. อย่าลืม ลงชื่อในใบสมัครเพื่อร่วมค่ายคำสอนฤดูร้อน นะครับ ค่ายจะเริ่มวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม จบวันศุกร์ที่ 24 เมษายน ครับ
  2. อบรมเด็กช่วยพิธีกรรม เขต 2 จัดอบรมวันจันทร์ที่ 16 ถึงวันพุธที่ 18 มีนาคม ที่บ้านคลองโคนรีสอร์ท (คุณสมบัติ ป.4 ถึง ม.6) รีบลงชื่อภายในวันอาทิตย์นี้ ที่ป้าตุ่ม นะครับ (รถจะออกจากวัดฟาติมา ดินแดง เวลา 07.30 น. วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม ครับ)
  3. เยาวชนที่สนใจเข้าร่วมค่ายปัสกา ณ วัดเซ็นต์หลุยส์ วันที่ 19-20 เมษายน ศกนี้ เชิญติดต่อแผนกเยาวชนนะครับ และจะมีค่ายเยาวชนคำสอนของเขต 2 ในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน ณ วัดฟาติมา (รายละเอียดจะค่อยตามมาครับ)
  4. วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม วันเสาร์ต้นเดือน เชิญผู้อาวุโสมาร่วมสวดภาวนาและร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ โดยพร้อมเพรียงกันนะครับ ท่านคือบรรพชน – ผู้อาวุโสที่น่าเคารพ ผู้เป็นแบบอย่างของความเชื่อ ความศรัทธา ของลูกหลาน และวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมศกนี้ เชิญผู้อาวุโสเข้าร่วมฟื้นฟูจิตใจร่วมกับผู้สูงอายุ เขต 2 ที่วัดเซ็นต์จอห์น ตั้งแต่เวลา 07.00 – 15.00 น.   ลงชื่อจองที่เข้าร่วมกับคุณภัทรกาญจน์ หยิกประเสริฐนะครับ
  5. สำหรับผู้สนใจ คอร์สอัลฟา เตรียมตัวให้ว่างนะครับ จะมีคอร์สในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน วันจักรี หยุดราชการ เตรียมตัว-เตรียมวันให้ว่างไว้นะครับ
  6. รณรงค์ปลูกต้นความดีถวายแด่พระเจ้าตลอดเทศกาลมหาพรต นี้นะครับ สอนเด็กๆลูกๆ และตัวเราเองที่จะทำความดี ไม่ต้องตั้งใจหลายอย่าง ที่ละอย่าง – ทีละวัน – ทีละเล็กๆน้อยๆ เราจะมีกำลังใจครับ

ประกาศประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2020

  1. เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 เจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศแจ้งมายังทุกภาคส่วนของประเทศไทย ขอให้งดกิจกรรมการประชุม-สัมนา หรือการรวมกลุ่มจัดกิจกรรมต่างๆ หรือให้เลื่อนไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ฉะนั้น คณะสงฆ์ในเขต 2 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ พ่อเจ้าวัดและคณะกรรมการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต จึงขอประกาศและแจ้งให้พี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ทราบโดยทั่วกันว่า

 

  • ของด ค่ายปัสกา ของบรรดาเยาวชนที่จะจัดที่วัดเซ็นต์หลุยส์
  • งดค่ายอบรมเด็กช่วยพิธีกรรม ที่จะจัดที่บ้านคลองโคนรีสอร์ท
  • งดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ที่จะจัดที่วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

และสำหรับการฟื้นฟูจิตใจของผู้อาวุโส เขต 2 และคอร์สอัลฟ่า ขอพี่น้องติดตามประกาศต่อไป

  1. วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ได้ทำการฉีดพ่นยา-เช็คทำความสะอาดวัด ที่ฟังแก้บาป โต๊ะ-เก้าอี้ ประตู-ลูกบิดประตู ด้วยแอลกอฮอล์ 90% เรียบร้อย เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ขอพี่น้องมาวัดด้วยความสบายใจ ไม่ต้องกังวลจนเกินไปนะครับ

อย่างไรก็ดี ขอพี่น้องได้ช่วยรับผิดชอบตามประกาศ 7 ข้อ ของทางวัด (ได้ติดประกาศไว้ที่หน้าวัดและหลังปกสารวัด) อย่างจริงจัง ซึ่งสรุปโดยง่ายๆ ว่า ถ้าสงสัยหรือรู้สึกไม่สบาย กรุณาไปพบแพทย์และงดการมาวัดร่วมพิธีกรรม เพื่อจะไม่นำเชื้อโรคมาสู่ผู้อื่น และกรุณาล้างมือให้สะอาดเสมอทุกเวลา (โปรดกระทำด้วยความสำนึกและรับผิดชอบ ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ต่อพระพักตร์พระเจ้า)

  1. ทั้งนี้ มิใช่เพื่อจะเป็นข้อแก้ตัวที่จะไม่ไปวัด ด้วยเรากำลังอยู่ในช่วงเทศกาลมหาพรต ที่เราควรภาวนามากขึ้น พลีกรรม ใช้โทษบาปมากขึ้น และประกอบกิจเมตตากุศลมากขึ้น ร่วมรณรงค์ปลูกต้นความดีถวายแด่พระเจ้า ใช้วิกฤตที่เกิดขึ้นในสังคมโลก เป็นโอกาสดี กลับใจ-เปลี่ยนแปลงชีวิตกลับมาเชื่อ-ศรัทธา ต่อพระเจ้ามากขึ้น ทุกสิ่งอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า ปราศจากพระองค์ มนุษย์มิอาจทำสิ่งใดได้เลย แต่พระเจ้าทรงกระทำได้ทุกสิ่ง !!!

 

https://www.motherofgod-church.com/wp-content/uploads/2020/04/Covid-191-scaled.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151270 วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

Saturday, April 4th, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 4:1-11

เวลานั้น พระจิตเจ้าทรงนำพระเยซูเจ้าไปในถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้ปีศาจมาผจญพระองค์

เมื่อทรงอดอาหารสี่สิบวันสี่สิบคืนแล้ว ทรงหิว ปีศาจผู้ผจญจึงเข้ามาใกล้ ทูลว่า “ถ้าท่านเป็นบุตรพระเจ้า จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นขนมปังเถิด” แต่พระองค์ตรัสตอบว่า “มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า มนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น แต่ดำรงชีวิตด้วยพระวาจาทุกคำที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า”

ต่อจากนั้น ปีศาจอุ้มพระองค์ไปยังนครศักดิ์สิทธิ์ วางพระองค์ลงที่ยอดพระวิหาร แล้วทูลว่า “ถ้าท่านเป็นบุตรพระเจ้า จงกระโดดลงไปเบื้องล่างเถิด เพราะมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า พระเจ้าทรงสั่งทูตสวรรค์เกี่ยวกับท่าน ให้คอยพยุงท่านไว้ มิให้เท้ากระทบหิน”

พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ในพระคัมภีร์ยังมีเขียนไว้ด้วยว่า อย่าท้าทายองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่านเลย”

อีกครั้งหนึ่ง ปีศาจนำพระองค์ไปบนยอดเขาสูงมาก ชี้ให้พระองค์ทอดพระเนตรอาณาจักรรุ่งเรืองต่างๆ ของโลก แล้วทูลว่า “เราจะให้ทุกสิ่งนี้แก่ท่าน ถ้าท่านกราบนมัสการเรา” พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “เจ้าซาตาน จงไปให้พ้น ยังมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน และรับใช้พระองค์แต่ผู้เดียวเท่านั้น”

ปีศาจจึงได้ละพระองค์ไป แล้วทูตสวรรค์ก็เข้ามาปรนนิบัติรับใช้พระองค์

 

 

ข้อคิด

“Devils are not so black as are painted” แปลว่า “ปีศาจไม่ดำอย่างที่เขาวาดไว้ในภาพ” นี่เป็นคำพูดของ ลอด์จ โทมัส ซึ่งมีชีวิตอยู่ในระหว่างปี 1558-1625 ปีศาจนั้นน่ากลัวมาก (ใครๆ ก็รู้) แต่ไม่ใช่น่ากลัวเพราะรูปปรากฎที่น่าเกลียด เพราะถ้าปีศาจมองดูน่าเกลียด มนุษย์เราคงไม่อยากอยู่ใกล้และไว้ใจ แต่ปีศาจน่ากลัว เพราะมันจะมาในรูปปรากฎที่น่าเชื่อและยอมรับง่าย ปีศาจมักมาหาเราในจังหวะเวลาที่เราอ่อนแอ บ่อยๆ มันไม่มาหาเราโดยตรง แต่ให้การประจญของมันผ่านมาทาง “จินตนาการ” ที่งดงาม เต็มไปด้วยเหตุผลและความหวัง และเพื่อล่อหลอกเรา มันยังสามารถอ้างพระคัมภีร์อีกด้วย หากปราศจาก “การไตร่ตรอง” ที่ดี และ “ความหนักแน่น” ในจิตวิญญาณแล้ว เราอาจพลาดท่าเสียทีได้โดยง่าย ฉะนั้น บางทีอาจจะเป็น “ความมักง่าย” กระมัง ที่เป็นศัตรูตัวร้ายที่ซ่อนอยู่ภายในตัวของเรามนุษย์เอง บางทีอาจมิใช่ปีศาจที่น่ากลัว แต่เป็นความหละหลวมในหลักการที่ดีและถูกต้องของเรามนุษย์ต่างหาก.

 

                                                             รักและภักดี                         

จากริมฝั่งแม่น้ำจอร์แดน

ณ ที่ซึ่งได้ยินเสียงแห่งความรักของพระบิดา

ท่านคือบุตรสุดที่รักของเรา เราพอใจในท่านมาก

พระเยซูก้าวเดินเข้าสู่ทะเลทราย

ณ ที่ซึ่งได้ยินเสียงของซาตาน

ณ ที่ในสวนแห่งชีวิต อาดัมเก่า ลืมเสียงพระเจ้า และฟังเสียงซาตาน

ณ ทะเลทรายแห้งแล้ง อาดัมใหม่ ยังคงได้ยินเสียงแห่งความรักของพระเจ้า

และก้าวเดินไปในความรักและภักดี

บนเส้นทางที่เหนื่อยอ่อนและหิวโหย

ณ ที่ซึ่งมีข้อเสนอให้เลือกทางลัด

….สั่งก้อนหินให้กลายเป็นขนมปัง

ความรักและภักดียังคงอิ่มเต็มชีวิต

มนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น

แต่ด้วยพระวาจาทุกคำที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า

บนยอดเขาสูงแห่งเกียรติอำนาจ

ณ ที่ซึ่งมีตำแหน่งและคำชื่นชมเป็นข้อเสนอ

ถ้าท่านเป็นบุตรพระเจ้า จงกระโดดลงไปเบื้องล่างเถิด

พระเจ้าจะสั่งทูตสวรรค์เกี่ยวกับท่าน ให้คอยพยุงท่าน มิให้เท้ากระทบหิน

ความรักและภักดียังคงสว่างไสวกลบลืมเสียงซาตาน

อย่าทดลององค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านเลย

ในใจกลางอาณาจักรแห่งทรัพย์สินและความมั่งคั่ง

ณ ที่ซึ่งความเป็นเจ้าของถูกยกชูเป็นข้อเสนอ

เราจะให้ทุกสิ่งนี้แก่ท่าน ถ้าท่านกราบนมัสการเรา

ความรักและภักดียังคงเข้มข้นไม่ขาดหาย

เจ้าซาตาน จงไปให้พ้น

….จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน

และรับใช้พระองค์แต่ผู้เดียวเท่านั้น.

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

1)  วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ เป็นวันพุธรับเถ้า  เริ่มเทศกาลมหาพรต

เรียนเชิญพี่น้องมาร่วม พิธีเสก และโรยเถ้า โดยพร้อมเพรียงกัน เวลา 19.00 น. เตือนใจเราทุกคนใช้ 40 วัน เพื่อภาวนา พลีกรรม ใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศลต่างๆ ให้มากขึ้น ทางวัดจะแจกกระป๋องมหาพรต เพื่อเราจะอดออม และนำไปช่วยผู้ตกทุกข์ยากจน – ผู้ต้องการความช่วยเหลือ มันเป็นกิจกรรมที่แสดงออกถึงความรัก – ความเมตตา ที่พระเจ้าสอนให้เราทำตามแบบอย่างของพระองค์

2)   คำสอนภาคฤดูร้อน ตามที่ได้ประกาศแจ้งให้ทราบแล้ว ขอคุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า น้า อา ตา ยาย ได้ช่วยเป็นธุระ ในการที่จะให้ลูกๆหลานๆ ได้มาเข้าค่ายเพื่อเรียนคำสอน และอยู่ในบรรยากาศของคริสตชน จิตอารมณ์ของการเป็นคริสตชน แม้จะรับศีลฯ ต่างๆ แล้ว หรือยังไม่ได้รับศีลฯ ต่างๆ ก็ตาม เริ่มวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม จนถึง วันศุกร์ที่ 24 เมษายนนะครับ

3)  วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม วันเสาร์ต้นเดือน เชิญผู้อาวุโส มาร่วมสวดภาวนา และร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ โดยพร้อมเพรียงกันนะครับ ท่านคือบรรพชน ผู้อาวุโสที่น่าเคารพ ผู้เป็นแบบอย่างของความเชื่อ ความศรัทธา ของลูกๆหลานๆ

และวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2020 เชิญผู้อาวุโสเข้าร่วมฟื้นฟูจิตใจร่วมกับผู้สูงอายุเขต 2 ที่วัดเซนต์จอห์น ตั้งแต่เวลา 7.00 น. (รถออก) จนถึง  15.00 น. ลงชื่อ จองที่เข้าร่วมกับคุณภัทรกาญน์ หยิกประเสริฐ

4)   อบรมเด็กช่วยพิธีกรรม เขต 2 จัดอบรมวันจันทร์ที่ 16 ถึงวันพุธที่ 18 มีนาคม ที่บ้านคลองโคนรีสอร์ท (คุณสมบัติ ป.4 ถึง ม.6)  เชิญเด็กช่วยมิสซาทุกคนนะครับ ลงชื่อเข้าร่วมภายในวันที่ 5 มีนาคมนี้ ที่ป้าตุ่ม   (รถจะออกจากวัดฟาติมาเวลา 7.30 น. วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม)

5)   เยาวชนที่สนใจเข้าร่วม ค่ายปัสกา ณ วัดเซนต์หลุยส์ วันที่ 19 – 22 เมษายนศกนี้ เชิญติดต่อแผนกเยาวชนนะครับ และสำหรับในเขต 2 จะมีค่ายเยาวชนคำสอนวันจันทร์ที่ 6 เมษายน ณ วัดฟาติมา

6) และสำหรับผู้สนใจ คอร์ส อัลฟา เตรียมตัวให้ว่างนะครับ

วันจักรีวันหยุดราชการ วันจันทร์ที่ 6 เมษายน เตรียมตัวสมัครนะครับ

 

กำหนดการเข้าเงียบฟื้นฟูจิดใจผู้สูงอายุเขต 2

โอกาสเตรียมสมโภชปัสกา

ณ วัดเซนต์จอห์น     วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2020

07.00 น.      รถออกจากวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

08.00 น.      ลงทะเบียน

08.30 น.      วจนพิธีกรรมเปิด

09.00 น.      “พระวาจาแห่งพระเจ้า”

12.00 น.      อาหารกลางวัน

13.00 น.      เดินรูป 14 ภาค

13.30 น.      วจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป

พิธีบูชาขอบพระคุณ

เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

ภาคเช้า       โดยคุณพ่อชัยยะ      กิจสวัสดิ์   ภาคบ่าย โดยคุณพ่อเอกพงษ์  พงษ์สูงเนิน

 

หมายเหตุ:

1)ค่ารถคนละ 200.- บาท

2) มีกาแฟอาหารว่างไว้บริการผู้ที่ต้องการทั้งเช้าและบ่าย

3) ติดต่อคุณภัทรกาญน์ หยิกประเสริฐ ก่อนวันที่  8   มีนาคม 2020

 

ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2020

  1. มหาพรต = มาหาพระ บัดนี้เราเริ่มเทศกาลมหาพรตแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลา 40 วัน สี่สิบวันเพื่อภาวนา พลีกรรม ใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศลต่างๆ เพื่อใช้โทษบาปของตัวเราเอง และบาปของมวลมนุษยชาติทั้งมวล เชิญรับกระป๋องมหาพรตไปอดออม เพื่อนำไปช่วยผู้ตกทุกข์ยากจนนะครับ  และมีพิธีเดินรูปสิบสี่ภาค วันเสาร์ เวลา 19.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.45 น. (ก่อนมิสซาบูชาขอบพระคุณ)

 

 

สมเด็จพระสันตปาปา ฟรังซิส ทรงอ้างถึงบทจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโครินทร์ (2 คร.5:20)  “เราจึงขอร้องแทนพระคริสตเจ้าว่า จงยอมคืนดีกับพระเจ้าเถิด” เป็นความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องกลับใจ กลับ คืนดีกับพระเจ้า แม้เราจะเป็นคนบาป แต่กระนั้นพระองค์ยังรักและเมตตาเราเสมอ บัดนี้เป็นเวลาที่จะต้องเลิกทำตัวเกียจคร้าน เปลี่ยนแปลงชีวิต กลับมาเป็นบุตรที่ดีของพระเจ้าเสียใหม่

  1. อย่าลืม ลงชื่อในใบสมัครเพื่อร่วมค่ายคำสอนฤดูร้อน นะครับ ค่ายจะเริ่มวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม จบวันศุกร์ที่ 24 เมษายน ครับ
  2. อบรมเด็กช่วยพิธีกรรม เขต 2 จัดอบรมวันจันทร์ที่ 16 ถึงวันพุธที่ 18 มีนาคม ที่บ้านคลองโคนรีสอร์ท (คุณสมบัติ ป.4 ถึง ม.6) รีบลงชื่อภายในวันอาทิตย์นี้ ที่ป้าตุ่ม นะครับ (รถจะออกจากวัดฟาติมา ดินแดง เวลา 07.30 น. วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม ครับ)
  3. เยาวชนที่สนใจเข้าร่วมค่ายปัสกา ณ วัดเซ็นต์หลุยส์ วันที่ 19-20 เมษายน ศกนี้ เชิญติดต่อแผนกเยาวชนนะครับ และจะมีค่ายเยาวชนคำสอนของเขต 2 ในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน ณ วัดฟาติมา (รายละเอียดจะค่อยตามมาครับ)
  4. วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม วันเสาร์ต้นเดือน เชิญผู้อาวุโสมาร่วมสวดภาวนาและร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ โดยพร้อมเพรียงกันนะครับ ท่านคือบรรพชน – ผู้อาวุโสที่น่าเคารพ ผู้เป็นแบบอย่างของความเชื่อ ความศรัทธา ของลูกหลาน  และวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมศกนี้ เชิญผู้อาวุโสเข้าร่วมฟื้นฟูจิตใจร่วมกับผู้สูงอายุ เขต 2 ที่วัดเซ็นต์จอห์น ตั้งแต่เวลา 07.00 – 15.00 น.   ลงชื่อจองที่เข้าร่วมกับคุณภัทรกาญจน์ หยิกประเสริฐนะครับ
  5. สำหรับผู้สนใจ คอร์สอัลฟา เตรียมตัวให้ว่างนะครับ จะมีคอร์สในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน วันจักรี หยุดราชการ เตรียมตัว-เตรียมวันให้ว่างไว้นะครับ
  6. รณรงค์ปลูกต้นความดีถวายแด่พระเจ้าตลอดเทศกาลมหาพรต นี้นะครับ สอนเด็กๆลูกๆ และตัวเราเองที่จะทำความดี ไม่ต้องตั้งใจหลายอย่าง ที่ละอย่าง – ทีละวัน – ทีละเล็กๆน้อยๆ เราจะมีกำลังใจครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151269 วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา

Saturday, April 4th, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว 

 มธ 5:38-48

 

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกว่า

“ท่านเคยได้ยินเขากล่าวว่า ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’ แต่เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่า อย่าโต้ตอบคนชั่ว ผู้ใดตบแก้มขวาของท่าน จงหันแก้มซ้ายให้เขาด้วย ผู้ใดอยากฟ้องท่านที่ศาลเพื่อจะได้เสื้อยาวของท่าน ก็จงแถมเสื้อคลุมให้เขาด้วย ผู้ใดจะเกณฑ์ให้ท่านเดินไปกับเขาหนึ่งหลัก จงไปกับเขาสองหลักเถิด ผู้ใดขออะไรจากท่าน ก็จงให้ อย่าหันหลังให้ผู้ที่มาขอยืมสิ่งใดจากท่าน

ท่านทั้งหลายได้ยินคำกล่าวว่า จงรักเพื่อนบ้าน จงเกลียดศัตรู แต่เรากล่าวแก่ท่านว่า จงรักศัตรู จงอธิษฐานภาวนาให้ผู้ที่เบียดเบียนท่าน เพื่อท่านจะได้เป็นบุตรของพระบิดาเจ้าสวรรค์ พระองค์โปรดให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นเหนือคนดีและคนชั่ว โปรดให้ฝนตกเหนือคนชอบธรรมและคนอธรรม ถ้าท่านรักแต่คนที่รักท่าน ท่านจะได้บำเหน็จรางวัลอะไรเล่า บรรดาคนเก็บภาษีมิได้ทำเช่นนี้ดอกหรือ ถ้าท่านทักทายแต่พี่น้องของท่านเท่านั้น ท่านทำอะไรพิเศษเล่า คนต่างศาสนามิได้ทำเช่นนี้ดอกหรือ ฉะนั้น ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน ทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด.

 

ข้อคิด

ข้าแต่พระเจ้า วันนี้ลูกได้พบมาตรฐานใหม่ของการดำเนินชีวิตในฐานะที่เป็นศิษย์ของพระคริสต์ ลูกเข้าใจความแตกต่างระหว่างชุดความดีของคนทั่วไป กับชุดความดีที่พระเยซูคริสต์นำเสนอ “ท่านทำอะไรพิเศษเล่า” ถ้ารักเพื่อนบ้าน แต่เกลียดศัตรู นี้คือมาตรฐานใหม่ที่ทำให้ลูกต้องขบคิด และต้องตั้งเป้าหมายชีวิตใหม่ให้ชัดเจนตามที่พระ องค์บัญชา คือ “ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน ทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด” อาแมน

 

                                                             ดีบริบูรณ์                         

หนทางการตามหาชิ้นส่วนที่หายไป ยังคงยาวไกล

โลก….เฝ้าปกป้องความยุติธรรม

บนพื้นฐานของความเสมอภาค ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

ทุกสิ่งดูสวยงาม และสมดุล

แต่….พระเจ้า….ก้าวเดินผ่านความยุติธรรม

….เข้าสู่ความรัก และความเอื้ออาทรที่สมบูรณ์แบบ

อย่าโต้ตอบ….จงให้….และจงแถม

 

อย่าหันหลังให้ผู้ขอยืม

โลก….สอนให้รักเพื่อน และเกลียดศัตรู

ทุกสิ่งดูดีมีเหตุผล

แต่….พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่กว่าเหตุผลมนุษย์ กล่าวย้ำเตือน

จงรักศัตรู….อธิษฐานภาวนาให้ผู้ที่เบียดเบียนท่าน

มีสิ่งเดียวที่เป็นแรงบันดาลใจ

เพื่อท่านจะได้เป็นบุตรของพระบิดาเจ้าสวรรค์

ผู้โปรดให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นอยู่เหนือคนดีและคนชั่ว

โปรดให้ฝนตกเหนือคนชอบธรรมและคนอธรรม

ความดีบริบูรณ์มีพบเพียงในพระบิดาเจ้าสวรรค์

ผู้ดีบริบูรณ์พึงก้าวเดินบนเส้นทางของพระองค์

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

  1. เราจะเริ่มเข้าเทศกาลมหาพรต วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ศกนี้ มหาพรต 40 วัน  เป็นช่วงเวลาของการภาวนา พลีกรรม และการใช้โทษบาป ประกอบกิจ

เมตตากุศลต่างๆร่วมในมหาทรมานกับพระเยซูเจ้าในการไถ่บาปของพระองค์ เราจะร่วมพลีกรรมต่างๆเพื่อใช้โทษบาปของเราเองและบาปของมวลมนุษย์ทั้งมวล

  1. เชิญพี่น้อง นำเอาใบลานที่พี่น้องได้รับไปเมื่อปีที่แล้ว กลับมาไว้ที่วัดนะครับ เพื่อจะได้นำไปเผา … เป็นเถ้า … และนำมาโรยศีรษะของเรา เตือนให้ระลึกถึงความตาย และการใช้โทษบาปตลอดช่วงเวลามหาพรตนี้
  2. ช่วงเวลามหาพรต พระศาสนจักรแนะนำให้เรางดการฉลองต่างๆ งดพิธีแต่งงาน จนกว่าจะฉลองปัสกา คือหลังวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายนนะครับ
  3. ช่วงปิดเรียนภาคฤดูร้อน ทางวัดจะจัดค่ายคำสอนสำหรับเด็กนักเรียน เพื่อเตรียมรับศีลมหาสนิท และศีลกำลัง หรือศีลมหาสนิทอย่างสง่า โดยปกติ เด็กจะรับศีลมหาสนิท เมื่อเรียนชั้น ป.5 – ป.6 และจะรับศีลกำลังเมื่อเรียนในระดับมัธยม 1-3  และรับศีลมหาสนิทอย่างสง่าเมื่อเรียนมัธยมปลาย จึงขอเชิญเด็กๆ เขียนใบสมัครและร่วมเข้าค่ายคำสอน ขอคุณพ่อ-คุณแม่ คุณลุง–คุณป้า คุณปู่-คุณย่า คุณ ตา–คุณยาย ของเด็กๆช่วยเป็นธุระในการให้เด็กเข้าค่ายเพื่อเรียนคำสอน และรับศีลต่างๆด้วยครับ ค่ายคำสอนจะเริ่มวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม จนถึงวันศุกร์ที่  24 เมษายนครับ
  4. วันอาทิตย์นี้หลังมิสซา มีประชุมสภาภิบาลของวัดของเรา   เพื่อประเมิน

ผลและเตรียมงานต่างๆที่จะต้องช่วยกันทำ หากพี่น้องมีข้อคิดข้อเสนอแนะต่างๆ เสนอได้เลยนะครับอย่าลืมข้อคิดต่างๆ ที่เราควรตระหนักและนำไปสู่การปฏิบัติ เมื่อโลกของเราประสบสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมีเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายถึงเวลา ที่เราควรตระหนักหรือยังว่า

“ชีวิตที่เกิดมาของเรามีเพียงเท่านี้หรือ ???”    “ฉันเกิดมาทำไม ???”

“ทำไมฉันจึงควรสวดภาวนา …. และจะสวดภาวนาอย่างไร ….???”

“พระเจ้ามีอยู่จริงหรือ … พระเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่หรือ …???”

“ฉันยังมีความเชื่อในพระองค์หรือ … ???”

“ฉันจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุดได้อย่างไร … ???”

 

ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2020

1)  วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ เป็นวันพุธรับเถ้า เริ่มเทศกาลมหาพรต

เรียนเชิญพี่น้องมาร่วม พิธีเสก และโรยเถ้า โดยพร้อมเพรียงกัน เวลา 19.00 น. เตือนใจเราทุกคนใช้ 40 วัน เพื่อภาวนา พลีกรรม ใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศลต่างๆ ให้มากขึ้น ทางวัดจะแจกกระป๋องมหาพรต เพื่อเราจะอดออม และนำไปช่วยผู้ตกทุกข์ยากจน – ผู้ต้องการความช่วยเหลือ มันเป็นกิจกรรมที่แสดงออกถึงความรัก – ความเมตตา ที่พระเจ้าสอนให้เราทำตามแบบอย่างของพระองค์

2)   คำสอนภาคฤดูร้อน ตามที่ได้ประกาศแจ้งให้ทราบแล้ว ขอคุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า น้า อา ตา ยาย ได้ช่วยเป็นธุระ ในการที่จะให้ลูกๆหลานๆ ได้มาเข้าค่ายเพื่อเรียนคำสอน และอยู่ในบรรยากาศของคริสตชน จิตอารมณ์ของการเป็นคริสตชน แม้จะรับศีลฯ ต่างๆ แล้ว หรือยังไม่ได้รับศีลฯ ต่างๆ ก็ตาม เริ่มวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม จนถึง วันศุกร์ที่ 24 เมษายนนะครับ

3)  วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม วันเสาร์ต้นเดือน เชิญผู้อาวุโส มาร่วมสวดภาวนา และร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ โดยพร้อมเพรียงกันนะครับ ท่านคือบรรพชน ผู้อาวุโสที่น่าเคารพ ผู้เป็นแบบอย่างของความเชื่อ ความศรัทธา ของลูกๆหลานๆ

และวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2020 เชิญผู้อาวุโสเข้าร่วมฟื้นฟูจิตใจร่วมกับผู้สูงอายุเขต 2 ที่วัดเซนต์จอห์น ตั้งแต่เวลา 7.00 น. (รถออก) จนถึง  15.00 น. ลงชื่อ จองที่เข้าร่วมกับคุณภัทรกาญน์ หยิกประเสริฐ

4)   อบรมเด็กช่วยพิธีกรรม เขต 2 จัดอบรมวันจันทร์ที่ 16 ถึงวันพุธที่ 18 มีนาคม ที่บ้านคลองโคนรีสอร์ท (คุณสมบัติ ป.4 ถึง ม.6)  เชิญเด็กช่วยมิสซาทุกคนนะครับ ลงชื่อเข้าร่วมภายในวันที่ 5 มีนาคมนี้ ที่ป้าตุ่ม   (รถจะออกจากวัดฟาติมาเวลา 7.30 น. วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม)

5)   เยาวชนที่สนใจเข้าร่วม ค่ายปัสกา ณ วัดเซนต์หลุยส์ วันที่ 19 – 22 เมษายนศกนี้ เชิญติดต่อแผนกเยาวชนนะครับ และสำหรับในเขต 2 จะมีค่ายเยาวชนคำสอนวันจันทร์ที่ 6 เมษายน ณ วัดฟาติมา

6) และสำหรับผู้สนใจ คอร์ส อัลฟา เตรียมตัวให้ว่างนะครับ วันจักรีวันหยุดราชการ วันจันทร์ที่ 6 เมษายน เตรียมตัวสมัครนะครับ

 

กำหนดการเข้าเงียบฟื้นฟูจิดใจผู้สูงอายุเขต 2

โอกาสเตรียมสมโภชปัสกา

ณ วัดเซนต์จอห์น     วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2020

07.00 น.   รถออกจากวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

08.00 น.   ลงทะเบียน

08.30 น.   วจนพิธีกรรมเปิด

09.00 น.   “พระวาจาแห่งพระเจ้า”

12.00 น.   อาหารกลางวัน

13.00 น.   เดินรูป 14 ภาค

13.30 น.   วจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป

พิธีบูชาขอบพระคุณ

เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

ภาคเช้า     โดยคุณพ่อชัยยะ      กิจสวัสดิ์

ภาคบ่าย    โดยคุณพ่อเอกพงษ์  พงษ์สูงเนิน

 

หมายเหตุ:

1)ค่ารถคนละ 200.- บาท

2) มีกาแฟอาหารว่างไว้บริการผู้ที่ต้องการทั้งเช้าและบ่าย

3) ติดต่อคุณภัทรกาญน์ หยิกประเสริฐ ก่อนวันที่  8   มีนาคม 2020