Posts Tagged ‘สารวัด’

สารวัด ฉบับที่ 151280 วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์

Tuesday, August 24th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 28:16-20

เวลานั้น บรรดาศิษย์ทั้งสิบเอ็ดได้ไปยังแคว้นกาลิลี ถึงภูเขาที่พระเยซูเจ้าทรงกำหนดไว้ เมื่อเขาเห็นพระองค์ ก็กราบนมัสการ แต่บางคนยังคงสงสัยอยู่ พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้ ตรัสแก่เขาเหล่านั้นว่า “พระเจ้าทรงมอบอำนาจอาชญาสิทธิ์ทั้งหมดในสวรรค์และบนแผ่นดินให้ แก่เรา ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา ทำพิธีล้างบาปให้เขา เดชะพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต จงสอนเขาให้ปฏิบัติตามคำสั่งทุกข้อที่เราให้แก่ท่าน แล้วจงรู้เถิดว่าเราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ”

 

ข้อคิด

ก่อนจะพูดถึงภารกิจสำคัญที่บรรดาศิษย์ต้องทำ พระเยซูเจ้าทรงบอกพวกเขาว่า พระเจ้าทรงมอบอำนาจอาชญาสิทธิ์ทั้ง หมดในสวรรค์และบนแผ่นดินแก่พระองค์ พระองค์จึงทรงมีอำนาจบนแผ่นดินเช่นเดียว กับที่ทรงมีในสวรรค์ เป็นอำนาจที่ไม่มีขอบเขตและได้รับจากพระบิดา จากนั้น พระองค์ทรงสั่งพวกเขาให้นำนานาชาติมาเป็นศิษย์ของพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงมอบอำนาจแห่งการสั่งสอนแก่บรรดาศิษย์ พวกเขาต้องทำสิ่งที่พระองค์ได้ทรงเคยทำ เมื่อยังทรงมีพระชนม์อยู่บนโลกนี้ พวกเขาจะมีอำนาจในการทำให้คนบาปคืนดีกับพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง มีอำนาจในการตัดสินว่าใครยังไม่พร้อมสำหรับการคืนดี และใครยังไม่พร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างสมบูรณ์ในกิจการต่างๆ ของพระศาสนจักร พวกเขาต้องเทศน์สอน รักษา และทำลายกำแพงแห่งการแบ่งแยกทุกชนิดที่เกิดขึ้นในกลุ่มคริสตชน ศีลล้างบาปในพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต จะเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นศิษย์ของพระองค์ พร้อมกันนี้พระองค์ทรงสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างพวกเขาตลอดไป เราจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องหวาดกลัวสิ่งชั่วร้ายอีกต่อไป.

ในหัวใจ

เมื่อภารกิจสำเร็จบริบูรณ์

…ก่อนก้าวออกจากผืนแผ่นดิน

พระองค์ทรงมอบหนทางใหม่แก่พวกเขาที่เป็นศิษย์

ท่านจงไปสั่งสอนนานาชาติ…ล้างบาป

แม้ภารกิจจบลง แต่ชีวิตของพระองค์ไม่เคยจบสิ้น

ทรงอยู่กับพวกเขา…ในส่วนลึกของหัวใจ

เมื่อแสงแห่งแท่งเทียนปัสกาในวัดจะถึงเวลาดับลง

มนุษย์จะยังพบเจอแสงใหม่ใกล้บ้าน…ในหัวใจตน

 

ทรงเก็บใบหน้าของพระองค์…มิใช่บนภูเขาสูง

…มิใช่ในท้องทะเลลึก

แต่…ในหัวใจมนุษย์

 

เมื่อทรงก้าวเดินบนผืนแผ่นดิน…พระองค์ทรงเก็บทุกผู้คนไว้ในหัวใจ

…คนเจ็บป่วย ผู้มีความหวังริบหรี่

…คนต่ำต้อย และถูกกดขี่ ผู้กล้ำกลืนอยู่กับความทุกข์เจ็บปวด

ทรงเฝ้ารักษาพวกเขาไว้ในหัวใจที่เต็มล้นด้วยความรักนิรันดร์กาล

 

ณ บัดนี้…เมื่อต้องก้าวจากไป

ทรงมอบพระองค์เองไว้ในหัวใจมนุษย์

…ในทุกผู้คนที่เจ็บป่วย…ต่ำต้อย และถูกกดขี่

ใครฤา…จะดูแลรักษา..และห่วงใย

 

       ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

ตู้ปันสุข พี่น้องที่รัก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้พูดถึง New Normal (นิว นอร์มัล)  ซึ่งในภาษาไทยว่า “ชีวิตวิถีใหม่” หรือ “วิถีชีวิตใหม่” วันนี้ สังคมกำลังพูดถึง “ตู้ปันสุข” ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งแพร่ระบาดไปทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 4 ล้านคน เสียชีวิตไปเกือบ 3 แสนคนแล้ว ทุกฝ่ายกำลังช่วยกันหาวิธียับยั้งการระบาด การปิดประเทศ-ปิดเมือง การประกาศเคอร์ฟิว ธุรกิจหลายอย่างต้องหยุดชะงักหรือปิดตัว ทำให้ผู้คนจำนวนมากตกงาน-ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ มีแต่รายจ่าย เพราะทุกคนต้องกิน ต้องเลี้ยงชีวิต หลยคนยังพอมี แต่หลายคนไม่มี ไม่มีแม้เงินเพียงสิบบาทยี่สิบบาทเพื่อซื้ออาหารประทังชีวิต…และในภาวะการณ์เช่นนี้ การแบ่งปันกันจึงเกิดขึ้น ผู้ที่ยังพอมีก็แบ่งปันกับผู้ที่ไม่มี “ตู้ปันสุข” จึงเกิดขึ้น แม้มันจะมีภูมิหลัง-ที่มา หรือ คอนเซ็ปต์จากหลายที่หลายแห่งหรือหลายประเทศ แต่ความหมายก็คงเหมือนกัน คือคนที่มีก็แบ่งปันกับคนที่ไม่มี จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ช่วงนี้ คงโฟกัสไปที่อาหารการกิน พี่น้องครับ พระวรสาร-พระวาจาของพระเจ้าสัปดาห์นี้ พระเยซูเจ้าตรัสว่า

“ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา…” (ยน 14:15-21) บทบัญญัติของพระองค์ คือ บทบัญญัติแห่งความรัก  รักที่ไม่ใช่แต่เพียงคำพูดแต่เป็นรักที่แสดงออกด้วยกิจการ กิจการที่แสดงออกด้วยการช่วยเหลือและแบ่งปัน สิ่งใดที่เราทำด้วยความรัก ช่วยเหลือแบ่งปันต่อเพื่อนพี่น้อง ก็เท่ากับเราได้ทำต่อพระเยซูเจ้าเอง พี่น้องดูทีวี เห็นภาพข่าว ฟังเรื่องราวต่างๆ ของ ตู้ปันสุข เราได้เห็นผู้ทีน้ำใจดีมากมายนำสิ่งที่ตนมีแบ่งปันกับผู้ไม่มี แม้ผู้ไม่มีบางคนจะมีความเห็นแก่ตัว กอบโกย ขาดน้ำใจหรือความตระหนักถึงผู้อื่น ก็คงจะเป็นเรื่องปกติที่สังคมมักจะมีทั่งคนดีและคนไม่ดี แต่สิ่งหนี่งที่สำคัญสำหรับเราด้วยก็คือ แม้เราได้ดู-ได้เห็น-ได้ฟัง แล้วเราได้ทำอะไรบ้าง เราจะเป็นเพียงผู้ดู-ผู้ชมเฉยๆ ผู้ใดเป็นอย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องของฉันกระนั้นหรือ?!? ขอให้พระวาจาของพระองค์สะกิดเตือนใจเรา ถ้าท่านรักพระ ก็จงถือบัญญัติ แห่งรักของพระองค์ ความรักที่แสดงออกด้วยการช่วยเหลือ แบ่งปัน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว แล้วเราทุกคนก็จะก้าวผ่านไปด้วยกัน เราจะพบความสุขที่แท้จริง.พ่อวรวุฒิ กิจสกุล

 

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2020 สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์            สวัสดีครับ พี่น้องที่เคารพรัก วันนี้พ่อขอเริ่มด้วยคำถามโง่ๆ หรือคำถามที่ซื่อบื้อนะครับ “ผู้ใดอยากไปสวรรค์?!?”  “ใครอยากไปนรก?!?” คำตอบที่ได้ ก็คงจะเหมือนกันหรือรู้อยู่แล้วว่าจะได้คำตอบอย่างไร นั่นคือ ทุกคนอยากไปสวรรค์ และคงไม่มีผู้ใดอยากไปนรก แต่สิ่งสำคัญคงไม่ใช่คำคำถามคำตอบนี้เท่านั้น จะต้องถามและตอบต่อไป นั่นคือ แล้วจะทำอะไรอย่างไรเพื่อจะได้ไปสวรรค์เพื่อจะได้ไม่ตกนรก และเมื่อรู้แล้ว ก็คงไม่ใช่เพียงรับรู้เฉยๆ แต่ต้องปฏิบัติหรือกระทด้วย!!! พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ผู้ที่เชื่อในเราและรักเรา และปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา ผู้นั้นจะมีชีวิตนิรันดร” นั่นคือ จะได้อยู่ในสวรรค์-ในความรอดนิรันดร

อะไรคือบัญญัติ??? บัญญัติ 10 ประการที่พระองค์มอบแก่เรานั่นไงครับหลงลืมไปหรือยังครับ  รื้อฟื้นกันหน่อยนะครับ:….

 

 

  1. จงนมัสการพระเจ้าผู้เดียวของเจ้า
  2. อย่าออกพระนามของพระเจ้าโดยไม่สมเหตุ
  3. วันพระเจ้าอย่าลืมฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ
  4.   จงนับถือบิดามารดา
  5.   อย่าฆ่าคน
  6.   อย่าทำอุลามก, อย่าผิดประเวณี
  7.   อย่าลักขโมย
  8.   อย่าพูดเท็จใส่ร้ายผู้อื่น
  9. อย่าปลงใจผิดประเวณี
  10. อย่ามักได้ทรัพย์ของผู้อื่น

บัญญัติ 3 ข้อแรก คือสิ่งที่เราต้องปฏิบัติต่อพระเจ้า   และบัญญัติ ข้อ 4 ถึงข้อ 10 บอกให้เราต้องปฏิบัติต่อเพื่อนพี่น้องทุกคน หรือสรุปออกมาได้ง่ายๆสั้นๆ ว่า “จงรักพระเจ้าสุดใจ และจงรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเอง” พี่น้องหลายท่านมักจะบอกว่า ได้ถือบัญญัติของพระองค์เสมอมาแล้ว ซึ่งหลายครั้ง มันรู้สึกลอยๆ เป็นแบบนามธรรม อยากให้เราลงไปให้ลึกๆ ให้เป็นแบบรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อจะได้รู้ชัดๆ ว่าเราได้ปฎิบัติหรือไม่อย่างไร

 

 

กิจเมตตาธรรมฝ่ายกาย

  1. ให้อาหารแก่ผู้หิวโหย
  2. ให้น้ำแก่ผู้กระหาย
  3. ให้เสื้อผ้าแก่ผู้ไม่มีนุ่งห่ม
  4. ให้ที่พักแก่ผู้ที่ไร้ที่อยู่
  5. เยี่ยมผู้ป่วย
  6. เยี่ยมผู้ต้องขัง
  7. ร่วมงานฝังศพ

กิจเมตตาธรรมฝ่ายจิต

  1. ให้คำแนะนำแก่ผู้สงสัย
  2. สอนคนที่ไม่รู้
  3. ตักเตือนคนบาป
  4. บรรเทาผู้ทุกข์ยาก
  5. ให้อภัยผู้ทำความผิด
  6. อดทนต่อความผิดของผู้อื่น
  7. ภาวนาสำหรับผู้เป็นและผู้ตาย

นักบุญเปาโลกล่าวว่า “พระอาณาจักรสวรรค์ของพระเจ้า ไม่อยู่ในคำพูด แต่อยู่ในการกระทำ ซึ่งแสดงพระอาณุภาพของพระจิตเจ้า” (1 คร.4:20) พี่น้องที่รัก วันนี้เราสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ เราทุกคนอยากไปสวรรค์ และเราต้องไปสวรรค์ให้ได้ เกิดมาชาติเดียว ต้องไปสวรรค์ให้ได้ แต่จะไปได้หรือไม่ได้ ต้อวดูว่า ราได้ทำหรือปฏิบัติกิจต่างๆ อย่างไร เพื่อสมจะได้ไปสวรรค์หรือไม่?!?

 

พ่อ วรวุฒิ กิจสกุล

สารวัด ฉบับที่ 151279 วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

Tuesday, August 24th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบัญยอห์น

ยน 13  : 15-21

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกว่า “ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา และเราจะวอนขอพระบิดา แล้วพระองค์จะประทานผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่งให้ท่าน เพื่อจะอยู่กับท่านตลอดไป คือพระจิตแห่งความจริง ซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้ เพราะมองพระองค์ไม่เห็น และไม่รู้จักพระองค์ แต่ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์ เพราะพระองค์ทรงดำรงอยู่กับท่าน และอยู่ในท่าน เราจะไม่ทิ้งท่านทั้งหลายให้เป็นกำพร้า เราจะกลับมาหาท่าน ในไม่ช้า โลกจะไม่เห็นเรา แต่ท่านทั้งหลายจะเห็นเรา เพราะเรามีชีวิต และท่านก็จะมีชีวิตด้วย ในวันนั้น ท่านจะรู้ว่า เราอยู่ในพระบิดาของเรา ท่านอยู่ในเรา และเราอยู่ในท่าน ผู้ที่มีบทบัญญัติของเราและปฏิบัติตาม ผู้นั้นรักเราและผู้ที่รักเรา พระบิดาของเราก็จะทรงรักเขา และเราเองก็จะรักเขา และจะแสดงตนแก่เขา”

 

                     ข้อคิด

ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะจากบรรดาศิษย์ พระองค์ทรงสัญญาว่าจะส่ง “ผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่ง”  (ยน 14:16) หรือ “พระจิตแห่งความจริง” (ยน14:17)  มาหาพวกเขา มาอยู่กับพวกเขา เหมือนนักกีฬาที่ต้องการโค้ช เราทุกคนล้วนต้องการผู้ช่วยเหลือเช่นกัน ไม่ว่าจะเก่งกล้าสามารถมากขนาดไหน นักกีฬามืออาชีพทุกคนต้องมีโค้ช อาศัยกำลังและความสามารถตามประสามนุษย์โดยลำพัง เรามีโอกาสผิดพลาด การคิดว่าตนเองไม่ต้องการความช่วยเหลือและพระหรรษทานจากพระเจ้าเพื่อบรรลุถึงความสุขนิรันดร ถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ พระเยซูเจ้าทรงบอกเราอย่างชัดเจนในพระวรสารวันนี้ว่า เราจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้าเสมอ เราต้องการผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่งหรือพระจิตเจ้า ผู้ทรงอยู่เคียงข้างเรา คอยให้คำปรึกษาแนะนำและอ้อนวอนแทนเรา.

 

พระที่มองไม่เห็น

ความหวัง นำพาผู้คนให้ก้าวเดินสู่อนาคตที่ไม่รู้จัก

…ด้วยหัวใจที่มั่นคงปลอดภัย

แต่…ความหวังจะได้รับพลังจากที่ใด

ความหวังที่ขาดพลังเป็นเด็กกำพร้า

…ที่ถูกเลี้ยงดูในบ้านแห่งจินตนาการ

 

พระเยซู…มิเคยปล่อยศิษย์ของพระองค์ให้อยู่ในโลกที่อ่อนแอและบางเบา

แต่…ทรงสัญญาจะมอบพระจิตเจ้า

…ผู้จะทรงอยู่กับเขาตลอดไป

พลังแห่งพระจิต เป็นต้นธารแห่งความหวัง

ปราศจากพระองค์…ความหวังอ่อนนิ่ม และไร้ดอกผล

พระจิตเจ้า…พระพรแห่งองค์พระเจ้าให้พลังชีวิต

แม้ในท่ามกลางความตาย

…ให้แสงสว่างสุกใส แม้ในท่ามกลางความมืดมน

 

ทรงกล่าวนำล่วงหน้าว่า โลกจะไม่ต้อนรับองค์พระจิตที่เขามองไม่เห็น

แท้จริงแล้ว…พวกเขาเคยไม่ต้อนรับองค์พระบุตรที่พวกเขมองเห็น

มาบัดนี้…ไม่ต้อนรับองค์พระจิตที่เขามองไม่เห็น  แต่.พระจิดของพระเจ้าจะอยู่ในชีวิตของพวกเขา..ที่รักและเชื่อในพระองค์

 

พลังแห่งพระจิต จะก่อให้เกิดความกล้าหาญ และความหวัง

อันเป็นดอกผลที่โลกแลเห็นได้

ผู้ที่รักและเชื่อพระองค์ ก้าวเดินสู่อนาคตที่มองไม่เห็น

…ประกาศก้องถึงพลังแห่งพระจิตเจ้า ที่สว่างไสวภายใน

พวกเขารู้ว่าพลังนี้มิใช่ของพวกเขา

แต่…เป็นของพระเจ้าที่พวกเขามองไม่เห็น

 

       ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

สวัสดีวิถีชีวิตใหม่ พี่น้องที่เคารพทุกท่าน คงต้องไปตามเทรนที่สังคมช่วงโควิดระบาดอยู่นี้ ถ้าไม่กล่าวถึงคำว่า New Normal (นิวนอร์มัล) คงจะตกข่าวอย่างแน่นอน อะไรคือ นิวนอร์มัล หรือ New Normal  คืออะไร-อย่างไร?? วิถีชีวิตปกติ ที่ต้องใหม่ ต้องเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ การดำเนินชีวิตปกติที่จะต้องเปลี่ยนไป ชีวิตต่อไปนี้ ต้องเคร่งครัดกับการป้องกันตัวเอง ต้องใส่หน้ากากอนามัยอย่างสม่ำเสมอ ต้องล้างมือบ่อยๆด้วยเจลแอลกอฮอล์  ต้องอยู่ห่างกัน 1-2 เมตร (Social Distancing) แม้กินข้าว-หมูกะทะ-สุกี้ ก็ต้องห่างกัน หรือคนละหม้อ-คนละกะทะ  ช้อนของใคร-ของมัน  หรือ อีกคำว่า work from home  ทำงานอยู่กับบ้าน  stay home, stay save และอะไรๆอื่นๆ อีกหลายอย่าง ที่จะต้องเปลี่ยนไป     

พี่น้องเตรียมตัว-เตรียมใจ ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหรือยังครับ 2-3 เดือนแล้ว พวกเราร่วมพิธีมิสซา on line กัน  ไม่ได้ไปวัดกัน  ชีวิตต้องใช้โทรศัพท์แบบมือถือมาขึ้น  มือถือไม่ได้มีไว้เพียงแค่โทรเข้า-โทรออก  ต้องขอให้ลูกๆหลานๆ ช่วยปรับ-เซท-ตั้งโน่น-นี่  อีกไม่ช้า แทบจะทุกอย่างจะทำผ่านมือถือ  เปิดบ้าน-เปิดไฟ  ปิดโน่น-นี  ชำระเงินผ่านมือถือ  โดยไม่ต้องจับเงินกันอีก จะซื้ออะไรก็สั่งให้เขามาส่งให้  ไม่ต้องไปห้าง-ไปร้าน จะกินอาหาร โทรสั่งแพล็บเดียวส่งถึงหน้าประตูบ้าน  อีกหน่อย  รถก็อาจไม่ต้องมีคนขับอีกแล้วด้วย  อะไรๆ ที่ไม่เคยคิด หรือคิดว่ามีแต่ในภาพยนต์ บัดนี้มันกำลังเป็นจริง พี่น้องที่รัก วันนี้ คำสอนของพระเจ้า-พระวาจาของพระเจ้าบอกกับเราว่า “พระองค์คือหนทาง ความจริง และชีวิต…” (ยน14:1-12)  ผู้ใดเดินตามพระองค์  จะไม่หลงทางเลย  นี่คือ วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าที่เราต้องเดินตาม  สังคมวันนี้ บอกเราว่า  เราต้องมีวิถีชีวิตใหม่  ซึ่งก็เพราะว่า เราเดินผิดทางกันมาแต่วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าไม่เคยเปลี่ยน  เป็นวิถีชีวิตรัก-เมตตา-และรับใช้   หากทุกๆวันเราดำเนินชีวิตด้วยรัก เมตตา และรับใช้  เราจะพบความสุข  สังคมจะไร้ปัญหา  หรือถ้าแม้มีปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายๆ   วิถีชีวิตที่เคยสงสัยในความเชื่อ-เชื่อน้อย  ไม่ค่อยศรัทธาในพระ   วิถีชีวิตที่ขาดความรัก-ความเมตตา และการรับใช้  ถึงเวลาหรือยัง ที่เราต้องปรับเปลี่ยนใหม่ ให้เหมือนวิถีชีวิตของพระเยซูเจ้า พระอาจารย์เจ้าของเร ฉะนั้น  นิวนอร์มัล  สำหรับเราคริสตชน  คือ วิถีชีวิตแบบองค์พระคริสตเจ้า วิถีชีวิตแห่งรัก-เมตตา และรับใช้   รักและรับใช้…….

 

 

คุณพ่อ วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151278 วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา

Tuesday, August 24th, 2021

 

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบัญยอห์น

ยน 14  : 1-12

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกว่า “ใจของท่านทั้งหลายจงอย่าหวั่นไหวเลย จงเชื่อในพระเจ้าและเชื่อในเราด้วย ในบ้านพระบิดาของเรามีที่พำนักมากมาย ถ้าไม่มี เราคงบอกท่านแล้ว เรากำลังไปเตรียมที่ให้ท่าน และเมื่อเราไป และเตรียมที่ให้ท่านแล้ว เราจะกลับมารับท่านไปอยู่กับเราด้วย เพื่อว่าเราอยู่ที่ใด ท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วย ที่ที่เราจะไปนั้น ท่านรู้จักหนทางแล้ว” โทมัสทูลว่า “พระเจ้าข้า พวกเราไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ใด แล้วจะรู้จักหนทางได้อย่างไร”   พระเยซูเจ้าตรัสตอบเขาว่า “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต ไม่มีใครไปเฝ้าพระบิดาได้นอกจากผ่านทางเรา ถ้าท่านทั้งหลายรู้จักเรา ท่านก็รู้จักพระบิดาของเราด้วย บัดนี้ ท่านก็รู้จักพระบิดา และเห็นพระองค์แล้ว”    ฟิลิปทูลว่า “พระเจ้าข้า โปรดทำให้พวกเราได้เห็นพระบิดาเถิด เท่านี้ก็พอแล้ว” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ฟิลิปเอ๋ย เราอยู่กับท่านมานานเพียงนี้แล้ว ท่านยังไม่รู้จักเราอีกหรือ ผู้ที่เห็นเราก็เห็นพระบิดาด้วย ท่านพูดได้อย่างไรว่า ‘โปรดทำให้พวกเราได้เห็นพระบิดาเถิด’ ท่านไม่เชื่อหรือว่า เราดำรงอยู่ในพระบิดา และพระบิดาทรงดำรงอยู่ในเรา วาจาที่เราบอกกับท่านทั้งหลายนี้ เรามิได้พูดตามใจของเรา แต่พระบิดาผู้สถิตในเรา ทรงกระทำกิจการของพระองค์ ท่านทั้งหลายจงเชื่อเราเถิดว่า เราดำรงอยู่ในพระบิดา และพระบิดาก็ทรงดำรงอยู่ในเรา หรืออย่างน้อยท่านทั้งหลายจงเชื่อเพราะกิจการเหล่านี้เถิด เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่เชื่อในเรา ก็จะทำกิจการที่เรากำลังทำอยู่ด้วยและจะทำกิจการที่ใหญ่กว่านั้นอีก เพราะเรากำลังจะไปเฝ้าพระบิดา”

ข้อคิด

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปโตรในวันนี้ ท่านเขียนให้เห็นถึงศักดิ์ศรีที่คริสตชนทุกคนได้รับ และจงภูมิใจว่าการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสต์ด้วยความเชื่อที่ต้องพิสูจน์ด้วยชีวิตนั้น ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบาก ย่อมส่งผลดีต่อชีวิตนี้ “ท่านทั้งหลายถูกเลือกสรรเป็นสมณราชตระกูล เป็นชนชาติศักดิ์สิทธิ์ เป็นกรรมสิทธิ์พิเศษของพระเจ้า….” นี้เป็นการบรรยายที่น่าอ่าน และภูมิใจจากการเป็นศิษย์ของพระองค์ จงเจริญชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีสมกับที่นักบุญเปโตรสอนไว้.

 

ทางก้าวหน้า

พระเยซู…แม้รักและห่วงใยศิษย์เพียงไร

ไม่เคยมอบคู่มือเทววิทยาที่สามารถให้คำตอบ

ต่อคำถามทุกข้อที่เกี่ยวกับพระ

ไม่เคยมอบหนังสือธรรมบัญญัติที่แจงรายละเอียด

เกี่ยวกับข้อพึงปฏิบัติและบาปที่ต้องละเว้น

ไม่เคยมอบแผนที่เส้นทางสู่อนาคต

แต่..พระองค์เพียงเชื้อเชิญให้พวกเขามองยังพระองค์ และตรัสว่า

เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต

…ทรงเป็นประตูสู่พระเจ้า…หนทางสู่พระบิดา

…ในพระองค์ทรงเป็นความจริงเกี่ยวกับพระเจ้า

ผู้ทรงเดินบนถนนของปาเลสไตน์…กินดื่มร่วมกับคนบาป

ทรงเป็นพระพักตร์พระบิดาผู้ทรงรักและห่วงใยมนุษยชาติ

…พระองค์ทรงเป็นชีวิต

…ของขวัญพระเจ้าพระบิดาที่ทรงมอบให้มนุษยชาติ

ทั้งหมดนี้เป็นทิศทางที่ชัดเจนสำหรับบรรดาศิษย์กระนั้นหรือ?

เปล่าเลย!…พวกเขายังคงมึนงง และยังคงต้องก้าวไป

พร้อมกับการแสวงหาหนทาง

…เริ่มเรียนรู้ว่า พวกเขาไม่มีคำตอบสำเร็จรูปอยู่ในมือ

ในท่ามกลางความขัดแย้ง พวกเขายังคงต้องจับมือกัน

และหาหนทางในการก้าวเดินสู่อนาคต

มีหลายสิ่งที่พระเยซูมิได้บอกพวกเขาล่วงหน้า

…และพวกเขาจำต้องก้าวเดินไปด้วยกัน

…ด้วยความสัตย์จริง สู่อนาคตที่คลุมเครือ

พระเยซูเจ้าทรงเชื่อในสาวกของพระองค์

ให้พวกเขาก้าวเดิน เผชิญกับความสับสนและซับซ้อนของโลก

เป็นความเชื่อนี้ที่หยุดพระองค์จากการให้คำตอบสำเร็จรูปต่อทุกคำถาม

พวกเขายังคงต้องก้าวเดินด้วยหัวใจที่แสวงหา

ณ ที่นั้น…ชีวิตแห่งความเชื่อเติบโต

และหยั่งรากลึกอยู่ในพระองค์.

 

        ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

รัฐบาลได้ต่อ พรก.ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิวไปอีก 1 เดือน เพื่อหยุดยั้งการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แม้จะได้มีการผ่อนปรนให้เปิดสถานที่ 8 ประเภทนำร่องดำเนินการได้ แต่ไม่ได้กล่าวถึง การเข้าร่วมศาสนพิธีของเราชาวคริสต์ พูดง่ายๆ ว่า “ยังไปร่วมมิสซาที่วัดไม่ได้” และอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ก็ได้ประกาศขอให้พวกเราปฏิบัติตามและร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อความดีของสังคม โดยขอให้พวกเราร่วมพิเธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระ คุณ ผ่านการถ่ายทอดออนไลน์ต่อไป วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ก็จะทำการถ่ายทอดพิธีบูชาขอบพระ คุณ วันอาทิตย์ เวลา 09.00 น. ออนไลน์ ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขอพี่น้องร่วมจิตร่วมใจภาวนาอย่างพร้อมเพรียงกันนะครับ อย่าเสียความเชื่อนะครับ พระเจ้าทรงรักและมีพระทัยเมตตาต่อเราเสมอ บางครั้งพระองค์ ตี-สอน และให้เหตุการณ์ต่างๆ อุบัติขึ้น เพื่อให้ข้อคิดบางอย่างกับเรา เราเคยมีโอกาสร่วมมิสซาอย่างเสรีและสม่ำเสมอ แต่บางครั้งเราก็อาจจะเฉยเมยหรือเกียจคร้านไปบ้าง หลายคนจึงกล่าวว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับมาแสดงออกถึงความเชื่อ-ศรัทธา ของเราอย่างจริง จังและจริงใจ และด้วยภาวะการณ์เช่นนี้ พี่น้องบางท่านที่ต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-ขาดรายได้-ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงครอบ ครัว มีคำกล่าวว่า เมื่อประสบความยากลำบาก เราท้อได้ แต่เราต้องไม่สิ้นหวัง เราต้องไม่ถอย ต้องสู้…สู้ และก้าวต่อไปข้างหน้า นะครับ พระเจ้าอยู่เคียงข้างเราเสมอ และสำหรับผู้ที่ทุกข์ยากจริงๆ ขอให้ติดต่อมายังคุณพ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878  หรือ   ที่ผู้อำนวยการสภาภิบาล คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือ กรรมการสภาภิบาลวัด เพราะเราจะไม่ทิ้งกันนะครับ ขอพี่น้องสัตบุรุษช่วยเหลียวแลดูเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของพวกเราด้วย หากมีสิ่งใดที่จะให้ทางวัดช่วย กรุณาแจ้งมาที่วัดนะครับ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ทุกสิ่งที่ท่านทำต่อพี่น้องที่ต่ำต้อย…ท่านได้ทำต่อเราเอง” (มธ.25:31-46)                         -5-

ท้ายที่สุด เชิญชวนพี่น้องสวดภาวนา….สวดภาวนา…ร่วมมิสซาเพื่อวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้า พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ (มธ. 7:7 และ ยน.15:7)         ขอบคุณครับ

 

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2020

สวัสดีวิถีชีวิตใหม่ พี่น้องที่เคารพทุกท่าน คงต้องไปตามเทรนที่สังคมช่วงโควิดระบาดอยู่นี้ ถ้าไม่กล่าวถึงคำว่า New Normal (นิวนอร์มัล) คงจะตกข่าวอย่างแน่นอน อะไรคือ นิวนอร์มัล หรือ New Normal  คืออะไร-อย่างไร?? วิถีชีวิตปกติ ที่ต้องใหม่ ต้องเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ การดำเนินชีวิตปกติที่จะต้องเปลี่ยนไป ชีวิตต่อไปนี้ ต้องเคร่งครัดกับการป้องกันตัวเอง ต้องใส่หน้ากากอนามัยอย่างสม่ำเสมอ ต้องล้างมือบ่อยๆด้วยเจลแอลกอฮอล์  ต้องอยู่ห่างกัน 1-2 เมตร (Social Distancing) แม้กินข้าว-หมูกะทะ-สุกี้ ก็ต้องห่างกัน หรือคนละหม้อ-คนละกะทะ  ช้อนของใคร-ของมัน  หรือ อีกคำว่า work from home  ทำงานอยู่กับบ้าน  stay home, stay save และอะไรๆอื่นๆ อีกหลายอย่าง ที่จะต้องเปลี่ยนไป พี่น้องเตรียมตัว-เตรียมใจ ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหรือยังครับ 2-3 เดือนแล้ว พวกเราร่วมพิธีมิสซา on line กัน  ไม่ได้ไปวัดกัน  ชีวิตต้องใช้โทรศัพท์แบบมือถือมาขึ้น  มือถือไม่ได้มีไว้เพียงแค่โทรเข้า-โทรออก  ต้องขอให้ลูกๆหลานๆ ช่วยปรับ-เซท-ตั้งโน่น-นี่  อีกไม่ช้า แทบจะทุกอย่างจะทำผ่านมือถือ  เปิดบ้าน-เปิดไฟ  ปิดโน่น-นี  ชำระเงินผ่านมือถือ  โดยไม่ต้องจับเงินกันอีก จะซื้ออะไรก็สั่งให้เขามาส่งให้  ไม่ต้องไปห้าง-ไปร้าน จะกินอาหาร โทรสั่งแพล็บเดียวส่งถึงหน้าประตูบ้าน  อีกหน่อย  รถก็อาจไม่ต้องมีคนขับอีกแล้วด้วย  อะไรๆ ที่ไม่เคยคิด หรือคิดว่ามีแต่ในภาพยนต์ บัดนี้มันกำลังเป็นจริง พี่น้องที่รัก วันนี้ คำสอนของพระเจ้า-พระวาจาของพระเจ้าบอกกับเราว่า “พระองค์คือหนทาง ความจริง และชีวิต…” (ยน14:1-12)  ผู้ใดเดินตามพระองค์  จะไม่หลงทางเลย  นี่คือ วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าที่เราต้องเดินตาม  สังคมวันนี้ บอกเราว่า  เราต้องมีวิถีชีวิตใหม่  ซึ่งก็เพราะว่า เราเดินผิดทางกันมา  แต่วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าไม่เคยเปลี่ยน  เป็นวิถีชีวิตรัก-เมตตา-และรับใช้   หากทุกๆวันเราดำเนินชีวิตด้วยรัก เมตตา และรับใช้  เราจะพบความสุข  สังคมจะไร้ปัญหา  หรือถ้าแม้มีปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายๆ   วิถีชีวิตที่เคยสงสัยในความเชื่อ-เชื่อน้อย  ไม่ค่อยศรัทธาในพระ   วิถีชีวิตที่ขาดความรัก-ความเมตตา และการรับใช้  ถึงเวลาหรือยัง  ที่เราต้องปรับเปลี่ยนใหม่ ให้เหมือนวิถีชีวิตของพระเยซูเจ้า พระอาจารย์เจ้าของเร ฉะนั้น  นิวนอร์มัล  สำหรับเราคริสตชน  คือ วิถีชีวิตแบบองค์พระคริสตเจ้า วิถีชีวิตแห่งรัก-เมตตา และรับใช้ รักและรับใช้…….

 

คุณพ่อ วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151277 วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

Saturday, May 2nd, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบัญยอห์น

ยน 10  : 1-10

เวลานั้น พระเยซูตรัสว่า  “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่ไม่เข้าคอกแกะทางประตู แต่ปีนเข้าทางอื่น ก็เป็นขโมยและโจร ผู้ที่เข้าทางประตูเป็นผู้เลี้ยงแกะ คนเฝ้าประตูย่อมเปิดประตูให้เขาเข้าไป บรรดาแกะก็ฟังเสียงเขา เขาเรียกชื่อแกะของตนทีละตัว และพาออกไปข้างนอก เมื่อเขาพาแกะออกไปหมดแล้ว เขาจะเดินนำหน้า และแกะก็ตามไปเพราะจำเสียงของเขาได้ แกะจะไม่ตามคนแปลกหน้าเลย แต่จะหนีจากเขา เพราะไม่รู้จักเสียงของคนแปลกหน้า”     พระเยซูเจ้าตรัสอุปมาเรื่องนี้ให้คนเหล่านั้นฟัง แต่เขาไม่เข้าใจว่าสิ่งที่พระองค์ตรัสนั้นหมายถึงสิ่งใด   พระเยซูเจ้ายังตรัสกับเขาอีกว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เราเป็นประตูคอกแกะ ทุกคนที่มาก่อนหน้าเรา เป็นขโมยและโจร แต่แกะมิได้ฟังเสียงของเขาเหล่านั้น เราเป็นประตู ผู้ที่เข้าทางเราก็จะรอดพ้น เขาจะเข้าจะออก และจะพบทุ่งหญ้า ขโมยย่อมมาเพื่อขโมย ฆ่าและทำลาย เรามาเพื่อให้แกะมีชีวิต และมีชีวิตอย่างสมบูรณ์

 

ข้อคิด

หนทางที่พระเยซูเจ้าประกาศให้บรรดาอัครสาวกรับไว้ ไม่ใช่ทางสะดวก เพราะทรงทราบล่วงหน้าว่า การรับฟังพระวาจาแต่ไม่นำไปปฏิบัติในชีวิต ย่อมทำให้หนทางตีบตันและหาทางออกลำบาก นักบุญเปโตรจึงเขียนจดหมายถึงศิษย์ในบทอ่านที่สองของวันนี้ว่า ถ้าทำความดีแล้วยอมทนทุกข์ จะเป็นพระหรรษทานของพระเจ้า จงวางใจในพระเจ้าเสมอ แล้วพระองค์จะเดินนำหน้า พาสู่ชีวิตปลอดภัย

 

ไม่แปลกหน้า

ย่างก้าวของคนแปลกหน้า

ก่อเกิดฝุ่นดินแห่งความหวาดระแวงและสงสัย

ย่างก้าวของนายชุมพาบาล

นำพาสายลมแห่งความอิ่มสุข และมั่นคงปลอดภัย

เขาเรียกแกะด้วยชื่อ….พาสู่ผืนหญ้าเขียวสด

เขาเดินนำหน้า….แกะรู้จักเสียงของเขา

เขายอมสละชีวิตเพื่อแกะของตน

 

พระองค์มิใช่คนแปลกหน้า

มิใช่มนุษย์ต่างดาวที่ปรากฎตัวยามค่ำคืน ห่อหุ้มด้วยความแตกต่าง

พระองค์ทรงเป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ

ทรงเสด็จมาสู่บ้านเมืองของพระองค์

แต่ประชากรของพระองค์มิได้ต้อนรับ

ทรงเกิด และเติบโตในหมู่ประชากร

ทรงหลั่งน้ำตา….ในวันนั้นที่มนุษยชาติเจ็บปวดร้องไห้

ทรงร่วมเสียงหัวเราะ..ในวันนั้นที่ดอกไม้บานบนผืนแผ่นดินแห่งหัวใจมนุษย์

พระองค์ทรงรับการดูหมิ่น แต่มิเคยตอบโต้

ทรงเป็นทุกข์เจ็บปวด แต่…ไม่เคยแก้แค้น

เพราะทรงวางทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์ของพระบิดา

ทั้งหมดนี้ มิได้บ่งแสดงการเป็น ยอดมนุษย์

แต่…ประกาศถึงหนทางการเป็น มนุษย์ ของพระองค์

มนุษย์…ผู้กล่าวความจริงอย่างสงบนิ่ง และหนักแน่น

แม้ยืนอยู่ต่อหน้าศัตรูผู้โกรธแค้น และมุ่งทำร้าย

มนุษย์…ผู้เลี้ยงฝูงชนที่ขาดแคลนจนอิ่มล้น

…ผู้รักและเห็นใจฝูงชนที่ทนทุกข์

…ผู้มีหัวใจอิสระจากรอยเจ็บปวดของอดีต

ในมนุษย์ผู้นี้

…ที่มนุษยชาติได้รู้จักเสียงแห่งความรักนิรันดร์กาลของพระบิดา

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

ด้วยสภาวการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งทางรัฐบาลได้ออก พรก.และประกาศเคอร์ฟิว เพื่อหยุดยั้งการระบาด ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ แต่ก็ทำให้หลายคนต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-หมดรายได้ ขาดปัจจัยที่จะนำมาใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว แม้ทางรัฐบาลมีนโยบายเยียวยา-ช่วยเหลือ “เราไม่ทิ้งกัน.com” แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เกิดความยากลำบาก-ท้อแท้กับชีวิต

ดังนั้น ขอให้ผู้ที่ประสบความยากลำบาก ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตอยู่และเลี้ยงดูครอบครัว ขอให้พี่น้องสัตบุรุษเหล่านั้น ติดต่อมายังวัด ติดต่อมาที่คุณพ่อเจ้าอาวาส พ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878 หรือที่ผู้อำนวยการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือที่กรรมการสภาภิบาล เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือ เท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อการดำรงชีวิตอยู่จึงขอประกาศมายังพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน ที่ประสบความยากลำ บาก ขาดปัจจัยเพื่อการดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว ได้ติดต่อขอรับการช่วยเหลือได้

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

เจ้าอาวาสวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

หมายเหตุ :  1. พวกเราคงต้องร่วมมิสซา On Line ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

  1. ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านสวดภาวนา ขอพระเมตตาจาก                           พระเป็นเจ้าต่อๆ ไป และมากขึ้นด้วยครับ
  2. หากพี่น้องท่านใด มีสิ่งใดที่จะแนะนำ-เสนอแนะ ก็เชิญติดต่อกับพ่อนะครับ  ขอพระแม่มารีย์ ชนนีของพระเป็นเจ้าอวยพระพรทุกๆ ท่าน

ขอบคุณครับ

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2020

รัฐบาลได้ต่อ พรก.ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิวไปอีก 1 เดือน เพื่อหยุดยั้งการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แม้จะได้มีการผ่อนปรนให้เปิดสถานที่ 8 ประเภทนำร่องดำเนินการได้ แต่ไม่ได้กล่าวถึง การเข้าร่วมศาสนพิธีของเราชาวคริสต์ พูดง่ายๆ ว่า “ยังไปร่วมมิสซาที่วัดไม่ได้” และอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ก็ได้ประกาศขอให้พวกเราปฏิบัติตามและร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อความดีของสังคม โดยขอให้พวกเราร่วมพิเธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระ คุณ ผ่านการถ่ายทอดออนไลน์ต่อไปวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ก็จะทำการถ่ายทอดพิธีบูชาขอบพระคุณ วันอาทิตย์ เวลา 09.00 น. ออนไลน์ ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขอพี่น้องร่วมจิตร่วมใจภาวนาอย่างพร้อมเพรียงกันนะครับ อย่าเสียความเชื่อนะครับ พระเจ้าทรงรักและมีพระทัยเมตตาต่อเราเสมอ บางครั้งพระองค์ ตี-สอน และให้เหตุการณ์ต่างๆ อุบัติขึ้น เพื่อให้ข้อคิดบางอย่างกับเรา เราเคยมีโอกาสร่วมมิสซาอย่างเสรีและสม่ำเสมอ แต่บางครั้งเราก็อาจจะเฉยเมยหรือเกียจคร้านไปบ้าง หลายคนจึงกล่าวว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับมาแสดงออกถึงความเชื่อ-ศรัทธา ของเราอย่างจริง จังและจริงใจ และด้วยภาวะการณ์เช่นนี้ พี่น้องบางท่านที่ต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-ขาดรายได้-ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงครอบ ครัว มีคำกล่าวว่า เมื่อประสบความยากลำบาก เราท้อได้ แต่เราต้องไม่สิ้นหวัง เราต้องไม่ถอย ต้องสู้…สู้ และก้าวต่อไปข้างหน้า นะครับ พระเจ้าอยู่เคียงข้างเราเสมอ และสำหรับผู้ที่ทุกข์ยากจริงๆ ขอให้ติดต่อมายังคุณพ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878  หรือ   ที่ผู้อำนวยการสภาภิบาล คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือ กรรมการสภาภิบาลวัด เพราะเราจะไม่ทิ้งกันนะครับ ขอพี่น้องสัตบุรุษช่วยเหลียวแลดูเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของพวกเราด้วย หากมีสิ่งใดที่จะให้ทางวัดช่วย กรุณาแจ้งมาที่วัดนะครับ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ทุกสิ่งที่ท่านทำต่อพี่น้องที่ต่ำต้อย…ท่านได้ทำต่อเราเอง” (มธ.25:31-46)

ท้ายที่สุด เชิญชวนพี่น้องสวดภาวนา….สวดภาวนา…ร่วมมิสซาเพื่อวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้า พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ (มธ. 7:7 และ ยน.15:7)                                                                          ขอบคุณครับ

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151276 วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

Saturday, May 2nd, 2020

 บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 24 : 13-35

วันนั้น ศิษย์สองคนกำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านเอมมาอูส ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มประมาณสิบเอ็ดกิโลเมตร ทั้งสองคนสนทนากันถึงเหตุ การณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ขณะที่กำลังสนทนาและถกเถียงกันอยู่นั้น พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาร่วมเดินทางด้วย แต่เขาจำพระองค์ไม่ได้ เหมือนดวงตาถูกปิดปัง พระองค์ตรัสถามว่า “ท่านเดินสนทนากันเรื่องอะไร” ทั้งสองคนก็หยุดเดิน ใบหน้าเศร้าหมอง   ศิษย์ที่ชื่อเคลโอปัสถามว่า “ท่านเป็นเพียงคนเดียวในกรุงเยรูซาเล็มหรือที่ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นั่น เมื่อสองสามวันมานี้” พระองค์ตรัสถามว่า “เรื่องอะไรกัน” เขาตอบว่า “ก็เรื่องพระเยซูชาวนาซาเร็ธ ประกาศกทรงอำนาจในกิจการและคำพูดเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า และต่อหน้าประชากรทั้งปวง บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้นำของเรามอบพระองค์ให้ต้องโทษประหารชีวิต และตรึงพระองค์บนไม้กางเขน เราเคยหวังไว้ว่าพระองค์จะทรงปลด ปล่อยอิสราเอลให้เป็นอิสระ แต่นี่เป็นวันที่สามแล้วตั้งแต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น สตรีบางคนในกลุ่มของเราทำให้เราประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาไปที่พระคูหาตั้ง แต่เช้าตรู่ เมื่อไม่พบพระศพ เขากลับมาเล่าว่าได้เห็นนิมิตของฑูตสวรรค์ซึ่งพูดว่า พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ บางคนในกลุ่มของเราไปที่พระคูหา และพบทุกอย่างดังที่บรรดาสตรีเล่าให้ฟัง แต่ไม่เห็นพระองค์”                             พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “เจ้าคนเขลาเอ๋ย ใจของเจ้าช่างเชื่องช้าที่จะเชื่อข้อความที่บรรดาประกาศกกล่าวไว้ พระคริสตเจ้าจำเป็นต้องทนทรมานเช่นนี้เพื่อจะเข้าไปรับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์มิใช่หรือ” แล้วพระองค์ทรงอธิบายพระคัมภีร์ทุกข้อที่กล่าวถึงพระองค์ให้เขาฟังโดยเริ่มตั้งแต่โมเสส จนถึงบรรดาประกาศก    เมื่อพระองค์ทรงพระดำเนินพร้อมกับศิษย์ทั้งสองคนใกล้จะถึงหมู่บ้านที่เขาตั้งใจจะไป พระองค์ทรงแสร้งทำว่าจะทรงพระดำเนินเลยไป แต่เขาทั้งสองรบเร้าพระองค์ว่า “จงพักอยู่กับพวกเราเถิด เพราะใกล้ค่ำและวันก็ล่วงไปมากแล้ว”  พระองค์จึงเสด็จเข้าไปพักกับเขา ขณะประทับที่โต๊ะกับเขา พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ทรงถวายพระพร ทรงบิขนมปังและทรงยื่นให้เขา เขาก็ตาสว่างและจำพระองค์ได้ แต่พระองค์หายไปจากสายตาของเขา ศิษย์ทั้งสองจึงพูดกันว่า “ใจของเราไม่ได้เร่าร้อนเป็นไฟอยู่ภายในหรือเมื่อพระองค์ตรัสกับเราขณะเดินทาง และทรงอธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟัง”                                              เขาทั้งสองคนจึงรีบออกเดินทางกลับไปกรุงเยรูซาเล็มในเวลานั้น พบบรรดาอัครสาวกสิบเอ็ดคนกำลังชุมนุมอยู่กับศิษย์อื่นๆ เขาเหล่านี้บอกว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วจริงๆ และทรงสำแดงพระองค์แก่ซีโมน” ศิษย์ทั้งสองคนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามทางและเล่าว่าตนจำพระ องค์ได้เมื่อทรงบิขนมปัง.

ข้อคิด

เมื่อศิษย์ทั้งสองคนที่กำลังเดินทางไปหมู่บ้านเอมมาอูส จำพระเยซูเจ้าได้ ด้วยความตื่นเต้นยินดี เขาทั้งสองคนรีบออกเดินทางกลับไปกรุงเยรูซาเล็ม    การเดินทาง 11 กิโลเมตรกลับไปเยรูซาเล็มในยามค่ำคืนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเขาไม่อาจทนรอเก็บข่าวดี เรื่องพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพไว้กับตัวจนถึงรุ่งเช้าได้    พวกเขาตระหนักดีว่าความยินดีของพวกเขาจะยังไม่เต็มเปี่ยม จนกว่าจะได้แบ่งปันข่าวดีแก่ผู้อื่น    เช่นเดียวกัน เราคริสตชนจะถือว่าได้รับข่าวดีอย่างเต็มเปี่ยม ก็ต่อเมื่อเราได้แบ่งปันข่าวดีนี้กับผู้อื่นแล้วเท่านั้น!!

มองใหม่

เขาทั้งสองก้าวเดินออกจากเยรูซาเล็ม

…ดินแดนที่ความหวังพบจุดจบแห่งความพ่ายแพ้

ชายแปลกหน้าร่วมทางไปกับเขาบนถนนสายนี้

…พวกเขาเล่าเรื่อง หัวใจที่หมดหวัง

…พระเยซูผู้เคยเป็นความหวังว่าจะปลดปล่อยอิสราเอลเป็นอิสระ

บัดนี้ มาตายจาก…และสูญหาย

ในเรื่องราวของพวกเขา…สองสิ่งดูสวนทาง

…ความหวังในพระเยซู กับ ความตายของพระองค์

ความตายของพระองค์ ถูกมองเหมือนความตายอื่น

…จุดจบสิ้น…สถานีสุดท้าย…ของทางสายแห่งคำมั่นสัญญา

พวกเขาโศกเศร้า มิเพียงเพราะความตายของพระเยซู

แต่…เพราะความตายของความสัมพันธ์กับพระองค์

ณ เวลานี้ พวกเขาเป็นเพียงอดีตสาวก ของประกาศกผู้ตายจาก

จนกระทั่งเรื่องราวที่น่าเศร้าจบลง

ชายแปลกหน้าจึงเริ่มเรื่องราวใหม่

ทรงเชิญพวกเขาให้มองดูอดีตอีกครั้ง…ด้วยแสงแห่งพระวาจา

ทรงให้ความหมายใหม่ แก่เรื่องราวเก่า

…ความตายของพระคริสตเจ้า เป็นประตูสู่สิริมงคล

สำหรับชายแปลกหน้า..ความตายของพระเยซูเป็นความสำเร็จแห่งภารกิจ

และ…มิใช่ความล้มเหลว…หรือจุดจบสิ้น

ชายแปลกหน้า นำพาพวกเขาให้ค้นพบความหมายของอดีต

ด้วยแสงตะวันใหม่

พวกเขาขอพระองค์ให้ค้างคืน เพราะค่ำแล้ว

ณ ที่โต๊ะอาหาร…ทรงบิปัง และส่งให้พวกเขา

ตาของพวกเขาเปิดออก และจำพระองค์ได้…พระเยซูผู้กลับคืนชีพ

พวกเขาเริ่มมองเห็นอนาคตใหม่…ความหวังใหม่

กล้าพอที่จะเดินกลับสู่เยรูซาเล็ม…แม้ในความมืด

เพื่อเล่าขานเรื่องราวแห่งการพบเจอ

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

องค์พระเยซูเจ้า    ทรงยอมรับความทรมานต่างๆ ทรงยอมถูกเฆี่ยนตี ยอมถูกสวมมงกุฎหนาม ยอมแบกไม้กางเขน ยอมให้เขาตรึงพระองค์บนไม้กาง เขนเยี่ยงโจรผู้ร้าย สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนอย่างน่าอัปยศอดสู แต่พระองค์ได้ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ทรงชนะความตาย และเสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์                         พี่น้องที่รัก  ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะได้รับเกียรติมงคล   พระองค์ต้องผ่านความทุกข์ยากแสนสาหัส  จนแม้ชีวิต แล้วพระองค์ได้ผ่านข้ามความยากลำบาก และความตาย สู่ชีวิตใหม่ ชีวิตแห่งการกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ และจะทำให้เราทุกคนผ่านข้ามไปสู่ชีวิตใหม่เช่นเดียวกับพระองค์                  

จากมาตรการต่างๆที่รัฐบาล และเจ้าหน้าที่ ขอให้เราร่วมมืออยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ  นำมาซึ่งความยากลำบาก  ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำและถดถอย  การดำรงชีวิตประจำวันยากลำบากมากกว่าเดิม  แต่ในสถานการณ์ปัจจุปัน  เรากำลังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ความมืดกำลังจะผ่านไปนะครับ พ่อมั่นใจว่า เมื่อเราเชื่อ-ศรัทธา เราอธิษฐานภาวนา พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ   ฉะนั้น พี่น้องที่รัก (ขออนุญาตใช้คำของนักมวยด้วย) การ์ดอย่าตก  ต้องสวดภาวนาต่อไปและสวดมากขึ้นด้วย  ขอพระองค์ทรงพระเมตตา ประทาน พลกำลัง และแสงสว่าง-ปรีชาญาณ ให้กับพวกเราทุกคน เพื่อเราจะได้ก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับพระองค์ทุกๆเวลา เราจะพบสันติสุขอย่างแน่นอน เป็นดั่งพระวาจาของพระองค์ที่ตรัสกับเราในวันนี้ “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” และพระวาจาที่ตรัสกับโทมัสว่าท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข” (ยน.20:19-31)                                                     เชิญชวนพี่น้องร่วมมิสซา  On Line สด  ผ่าน Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official  หรือเว็บไซค์ของวัด   อีกสักระยะหนึ่งนะครับ (คาดว่า คงไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้) สวดภาวนา พลีกรรม ใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศล ขอมิสซา ต่อๆ ไปนะครับ                                            พี่น้องหลายท่านโทรไปหาพ่อว่า ไม่สันทัดในการ scan QR Code –  พร็อมเพย์  ก็ผ่านไปเขียนซองขอมิสซาที่วัด หรือ โอนผ่านบัญชี               บัญชีออมทรัพย์ : ธนาคารทหารไทย สาขาเมืองเอก-รังสิต                           ชื่อบัญชี : นายวรวุฒิ กิจสกุล  บัญชีเลขที่ : 099-7-00110-2

สันติสุขจงสถิตอยู่กับพี่น้องทุกๆท่าน   ขอบพระคุณครับ

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2020

ด้วยสภาวการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งทางรัฐบาลได้ออก พรก.และประกาศเคอร์ฟิว เพื่อหยุดยั้งการระบาด ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ แต่ก็ทำให้หลายคนต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-หมดรายได้ ขาดปัจจัยที่จะนำมาใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว แม้ทางรัฐบาลมีนโยบายเยียวยา-ช่วยเหลือ “เราไม่ทิ้งกัน.com” แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เกิดความยากลำบาก-ท้อแท้กับชีวิต                                                                                                                  ดังนั้น ขอให้ผู้ที่ประสบความยากลำบาก ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตอยู่และเลี้ยงดูครอบครัว ขอให้พี่น้องสัตบุรุษเหล่านั้น ติดต่อมายังวัด ติดต่อมาที่คุณพ่อเจ้าอาวาส พ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878 หรือที่ผู้อำนวยการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือที่กรรมการสภาภิบาล เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือ เท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อการดำรงชีวิตอยู่                                                       จึงขอประกาศมายังพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน ที่ประสบความยากลำ บาก ขาดปัจจัยเพื่อการดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว ได้ติดต่อขอรับการช่วยเหลือได้

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

เจ้าอาวาสวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

หมายเหตุ :  1. พวกเราคงต้องร่วมมิสซา On Line ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

  1. ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านสวดภาวนา ขอพระเมตตาจาก  พระเป็นเจ้าต่อๆ ไป และมากขึ้นด้วยครับ
  2. หากพี่น้องท่านใด มีสิ่งใดที่จะแนะนำ-เสนอแนะ ก็เชิญดต่อกับพ่อนะครับ     ขอพระแม่มารีย์ ชนนีของพระเป็นเจ้าอวยพระพรทุกๆ ท่าน

ขอบคุณครับ

สารวัด ฉบับที่ 151277 วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 2 ฉลองพระเมตตา เทศกาลปัสกา

Saturday, May 2nd, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 20 : 19-31

ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่ เพราะกลัวชาวยิว พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาประทับยืนตรงกลาง ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้บรรดาศิษย์ดูพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกาย เมื่อเขาเหล่านั้นเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็มีความยินดี    พระ องค์ตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใดเราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น”        ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลาย ตรัสว่า “จงรับพระจิตเจ้าเถิด ท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย ท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย”   โทมัส ซึ่งเรียกกันว่า “ฝาแฝด” เป็นคนหนึ่งในบรรดาอัครสาวกสิบสองคน ไม่ได้อยู่กับอัครสาวกคนอื่นๆ เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมา ศิษย์คนอื่นบอกเขาว่า “พวกเราเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” แต่เขาตอบว่า “ถ้าข้าพเจ้าไม่ได้เห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ และไม่ได้เอานิ้วแยงเข้าไปที่รอยตะปู และไม่ได้เอามือคลำที่ด้านข้างพระวรกาย ข้าพเจ้าจะไม่เชื่อเป็นอันขาด” แปดวันต่อมา บรรดาศิษย์อยู่ด้วยกันในบ้านนั้นอีก โทมัสก็อยู่กับเขาด้วย พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาประทับยืนอยู่ตรงกลาง ทั้งๆที่ประตูปิดอยู่ ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลาย

 

เถิด” แล้วตรัสกับโทมัสว่า “จงเอานิ้วมาที่นี่ และดูมือของเราเถิด จงเอามือมาที่นี่ คลำที่สีข้างของเรา อย่าสงสัยอีกต่อไป แต่จงเชื่อเถิด” โทมัสทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “ท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข”                                                    พระเยซูเจ้ายังทรงกระทำเครื่องหมายอัศจรรย์อื่นๆ อีกหลายประการให้บรรดาศิษย์เห็น แต่ไม่ได้บันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้ เรื่องราวเหล่านี้ถูกบันทึกไว้เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่า พระเยซูเจ้าเป็นคริสตเจ้าพระบุตรของพระเจ้า และเมื่อมีความเชื่อนี้แล้ว ท่านทั้งหลายก็จะมีชีวิตเดชะพระนามของพระองค์.

ข้อคิด

โทมัสหายหน้าไปจากบรรดาศิษย์ที่ร่วมชุมนุมกัน จึงพลาดโอกาสพบกับพระเยซูเจ้าคราวที่พระองค์เสด็จมาหาครั้งแรก  ปัญหาของโทมัสยังคงเป็นปัญหาของเราคริสตชนทุกวันนี้ นั่นคือหลายคนชอบหลบหน้าไปจากวัด ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมกันของบรรดาสัตบุรุษ จึงพลาดโอกาสที่จะได้พบกับพระเยซูเจ้า กลับมาร่วมชุมนุมกันแบบโทมัสเถิด มาให้พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพและประทับอยู่ท่ามกลางเราในพระวาจาและศีลมหาสนิท ให้พระองค์พูดกับเรา สัมผัสหัวใจของเรา เพื่อเราจะได้ไม่สงสัยอีกต่อไป แต่เชื่อเช่นเดียวกับโทมัส.

 

    สุข..แม้ไม่เห็น

ยอห์น….สาวกองค์สุดท้าย กำลังจากไป

ในกลุ่มชนที่เคยเห็นพระองค์ด้วยตา และเคยสัมผัสพระองค์ด้วยมือ

เขาเป็นคนเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่

กลุ่มคริสตชนจะประกาศพระองค์อย่างมีน้ำหนักได้อย่างไร

ถ้าไม่มีใครที่เคยเห็นพระองค์หลงเหลืออยู่

 

โทมัส มิได้อยู่ด้วยกับเพื่อนสาวก เมื่อพระองค์ประจักษ์มา

แม้….เขาคนนี้มิอาจเชื่อว่าพระองค์กลับคืนชีพ ถ้าไม่ได้เห็น

แต่….เรื่องราวของเขา กำลังสร้างสะพานเชื่อมต่อ

….ระหว่างผู้ที่เคยเห็น และไม่เคยเห็นพระองค์

ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็น ก็เป็นสุข

 

จริงอยู่….เป็นการยากที่จะเชื่อในบางคนที่ไม่เคยพบเจอ

แต่ยังมีความจริงอีกประการหนึ่งที่ไม่อาจปฎิเสธได้

….หลายคนที่ได้พบเจอพระองค์ แต่ก็มิได้เชื่อในพระองค์

การพบเจอ จึงมิใช่หนทางจำเป็นที่นำพาสู่ความเชื่อ

 

อัครสาวก….เป็นบุคคลเหล่านั้นที่ได้เห็น….ได้เชื่อ

และได้รับภารกิจให้ส่งต่อความเชื่อนั้น

ความเชื่อของฉันในพระองค์ จึงเชื่อมโยงย้อนสู่อัครสาวก

อาศัยห่วงโซ่แห่งการส่งต่อ

เมื่อทอดยาวผ่านกาลเวลา

ห่วงโซ่นี้จะอ่อนแอและหมดกำลังลงหรือไม่

 

….เป็นความสงสัยที่ไม่อาจมองข้าม

การถ่ายทอดใดๆ ในกาลเวลาจะอ่อนแอและหมดกำลังลง

….ถ้าขาดแรงเสริมแห่งปัจจุบัน

 

พลังแห่งพระจิตเป็นพลังแห่งปัจจุบัน

ที่ประทานให้แก่กลุ่มประชากรของพระองค์ในทุกกาลเวลา

การอ่อนแรงของความเชื่อจึงได้รับการบำบัดเยียวยา

พระจิตแห่งชีวิตนำพาดอกไม้แห่งความเชื่อ

ของกลุ่มประชากรให้เบ่งบานสดชื่น

ในความสัมพันธ์กับพระองค์ผู้ทรงกลับคืนชีพ

….และประทับอยู่ในปัจจุบันกาล

 

ในอดีต…แม้ประตูหัวใจจะปิดแน่นด้วยความหวาดกลัวและอยากพิสูจน์

พระองค์ทรงเสด็จมา….ยืนท่ามกลางพวกเขา

ในปัจจุบัน…แม้กาลเวลาที่ยาวไกลจะขวางกั้นระหว่างผู้ที่เห็นและไม่เห็น

พระองค์ก็ยังคงเสด็จมา…ยืนท่ามกลางพวกเราในทุกกาลเวลา.

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ฉลองพระเมตตา 19 เมษายน 2020

องค์พระเยซูเจ้า    ทรงยอมรับความทรมานต่างๆ ทรงยอมถูกเฆี่ยนตี ยอมถูกสวมมงกุฎหนาม ยอมแบกไม้กางเขน ยอมให้เขาตรึงพระองค์บนไม้กาง เขนเยี่ยงโจรผู้ร้าย สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนอย่างน่าอัปยศอดสู แต่พระองค์ได้ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ทรงชนะความตาย และเสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์               พี่น้องที่รัก  ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะได้รับเกียรติมงคล   พระองค์ต้องผ่านความทุกข์ยากแสนสาหัส  จนแม้ชีวิต แล้วพระองค์ได้ผ่านข้ามความยากลำบาก และความตาย สู่ชีวิตใหม่ ชีวิตแห่งการกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ และจะทำให้เราทุกคนผ่านข้ามไปสู่ชีวิตใหม่เช่นเดียวกับพระองค์                               จากมาตรการต่างๆที่รัฐบาล และเจ้าหน้าที่ ขอให้เราร่วมมืออยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ  นำมาซึ่งความยากลำบาก  ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำและถดถอย  การดำรงชีวิตประจำวันยากลำบากมากกว่าเดิม  แต่ในสถานการณ์ปัจจุปัน  เรากำลังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ความมืดกำลังจะผ่านไปนะครับ พ่อมั่นใจว่า เมื่อเราเชื่อ-ศรัทธา เราอธิษฐานภาวนา พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ   ฉะนั้น พี่น้องที่รัก (ขออนุญาตใช้คำของนักมวยด้วย) การ์ดอย่าตก  ต้องสวดภาวนาต่อ ไปและสวดมากขึ้นด้วย  ขอพระองค์ทรงพระเมตตา ประทาน พลกำลัง และแสงสว่าง-ปรีชาญาณ ให้กับพวกเราทุกคน เพื่อเราจะได้ก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับพระองค์ทุกๆเวลา เราจะพบสันติสุขอย่างแน่นอน เป็นดั่งพระวาจาของพระองค์ที่ตรัสกับเราในวันนี้ “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” และพระวาจาที่ตรัสกับโทมัสว่าท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข” (ยน.20:19-31)                                                     เชิญชวนพี่น้องร่วมมิสซา  On Line สด  ผ่าน Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official  หรือเว็บไซค์ของวัด   อีกสักระยะหนึ่งนะครับ (คาดว่า คงไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้) สวดภาวนา พลีกรรม ใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศล ขอมิสซา ต่อๆ ไปนะครับ                                          พี่น้องหลายท่านโทรไปหาพ่อว่า ไม่สันทัดในการ scan QR Code – พร็อมเพย์  ก็ผ่านไปเขียนซองขอมิสซาที่วัด หรือ โอนผ่านบัญชี             บัญชีออมทรัพย์ : ธนาคารทหารไทย สาขาเมืองเอก-รังสิต                           ชื่อบัญชี : นายวรวุฒิ กิจสกุล  บัญชีเลขที่ : 099-7-00110-2

สันติสุขจงสถิตอยู่กับพี่น้องทุกๆท่าน   ขอบพระคุณครับ