Posts Tagged ‘วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต’

สารวัด ฉบับที่ 151339 วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 6:7-13

เวลานั้น พระเยซูทรงเรียกอัครสาวกสิบสองคนเข้ามาพบ และทรงเริ่มส่งเขาเป็นคู่ๆ ประทานอำนาจเหนือปีศาจ ทรงกำชับเขามิให้นำสิ่งใดไปด้วย นอกจากไม้เท้าเท่านั้น ไม่ให้มีอาหาร ไม่ให้มีย่าม ไม่ให้มีเศษเงินใส่ไถ้ ให้สวมรองเท้าได้ แต่ไม่ให้เอาเสื้อสำรองไปด้วย พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ถ้าท่านเข้าไปในบ้านใด จงพักอยู่ที่นั่นจนกว่าจะออกเดินทางต่อไป ถ้าที่ใดไม่ต้อนรับท่าน หรือไม่ฟังท่าน จงออกจากที่นั่น พลางสลัดฝุ่นจากเท้าไว้เป็นพยานกล่าวโทษเขา” บรรดาอัครสาวกจึงไปเทศน์สอนคนทั้งหลายให้กลับใจ ขับไล่ปีศาจจำนวนมาก เจิมน้ำมันผู้เจ็บป่วยหลายคน และรักษาเขาให้หายจากโรคภัย.

 

ข้อคิด

นักบุญเปาโลผู้เคยเบียดเบียนพระเยซูและบรรดาคริสตชน แต่พระเจ้าทรงเรียกท่านให้กลับใจ ท่านได้เปลี่ยนชีวิตของท่านทั้งหมด อุทิศตนแด่พระเจ้า สอนพวกเราเสมอว่า ชีวิตของเรามีสิ่งเดียวคือ โมทนาขอบพระคุณพระเจ้า สรรเสริญพระองค์ทุกวันเวลา ด้วยว่า ชีวิตที่เราเป็น… ทุกสิ่งที่เรามี….ล้วนเป็นพระทัยดีของพระองค์ที่ทรงมีต่อเรา พระเจ้าทรงประทานพระพร และเลือกสรรเราในองค์พระคริสตเจ้า ตั้งแต่ก่อนเนรมิตสร้างโลก พระองค์ทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ที่จะให้เราเป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์ จงเชื่ออย่างมั่นใจเถิดว่า เราเป็นผู้รับเลือกสรรของพระองค์ ชีวิตของเราจึงเป็นของพระองค์  มิใช่ชีวิตของเราเอง เราจึงต้องอุทิศชีวิตของเราเพื่อพระองค์ และประกาศพระอาณาจักรของพระองค์ตราบชีวิตของเราจะหาไม่.

 

ยอมรับ

ถ้าที่ใดไม่ต้อนรับท่าน หรือไม่ฟังท่าน

สำหรับประกาศกมือใหม่อย่างสาวก พระวาจานี้ฟังดูน่าหวาดกลัว

แต่ด้วยพระวาจานี้…พระองค์ทรงนำพาเขา

เข้าสู่ความเป็นจริงของชีวิตประกาศก

…ทรงเตรียมเขาให้พร้อมสำหรับการถูกปฏิเสธ

และสามารถเผชิญการถูกปฏิเสธด้วยดวงใจที่สงบเย็น

…ไร้รอยเปื้อนหมอง

ไม่มีประกาศกองค์ใดเลยที่เก่งกล้า

…เพียงพอที่จะทำให้พระวาจาของพระเจ้า

มีคุณค่า และความหมาย สำหรับผู้คน ในทุกสถานที่

แม้พระวาจาของพระองค์มีพละกำลังมหาศาลจนเปลี่ยนแปลงโลกได้

แต่ประกาศก ผู้สื่อพระวาจายังคงมีขอบเขตจำกัดของความเป็นมนุษย์

แม้พระวาจานี้ดูจะไม่เป็นกำลังใจสำหรับพวกเขา

…แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นบนก้าวแรกแห่งชีวิตเพื่อพันธกิจ

เขาถูกนำพาให้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความสุภาพถ่อมตน

…พร้อมที่จะน้อมรับขอบเขตจำกัดของตนเอง

วันเวลาจะมาถึง ที่ฉันจะพบความจริงว่า…ฉันทำอะไรไม่ได้ ณ ตรงนี้

ประตูแห่งการยอมรับถูกปิดแน่น…ฉันกำลังพบเจอทางตัน

ในวันนั้น…ฉันอยากจะก้าวเดินจากไป

โดยไม่ยอมให้ฝุ่นดินแห่งความขุ่นเคืองหมองช้ำดวงใจ

ฉันจะก้าวต่อไป สู่นาผืนใหม่

บนเส้นทางแห่งความจริงที่ว่า…ฉันสามารถช่วยได้เฉพาะบางคน และบางอย่าง

…มิใช่ทุกคน และทุกอย่าง

เปโตรเป็นที่ยอมรับในหมู่ชาวยิว…เปาโลในหมู่คนต่างศาสนา

และฟิลิปในหมู่ชาวเอธิโอเปีย

ดังนั้นแล้ว…ถ้าฉันจะไม่เป็นที่ยอมรับในบางหมู่ชน3

คงจะเป็นความจริงของชีวิตที่ฉันไม่อาจปฏิเสธ

…คงจะเป็นความงดงามของชีวิต

ถ้าฉันจะยอมรับขอบเขตจำกัดประการนี้ด้วยหัวใจผลิบาน

 

  สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฏาคม 2021

สมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล อัครสาวก

วันอาทิตย์นี้ พระศาสนจักรเชิญชวนให้พวกเราทำการสมโภชท่านนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล ซึ่งพระศาสนจักรถือว่าท่านเป็นเสาหลักของพระศาสนจักรให้ความสำคัญต่อท่านทั้งสอง ท่านเป็นบุคคลที่สำคัญอย่างมากกับพระศาสนจักรในระยะแรก นักบุญเปโตรเป็นหลักมั่นคงแห่งความเชื่อที่จะต้องยึดถือ พระเยซูเจ้ามอบหมายให้ท่านเป็นหัวหน้าพระศาสนจักรบุคคลแรก ทรงมอบอำนาจให้ท่าน แต่งตั้งท่าน….. “ท่านคือศิลา และบนศิลานี้ เราจะสร้างพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้ เราจะมอบกุญแจสวรรค์ให้ ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย”   นักบุญเปาโลเป็นผู้ป้องกันความเชื่อที่จะต้องเรียนรู้ ท่านเป็นอาจารย์และนักปราชญ์ สั่งสอนนานาชาติที่ทรงเรียกให้เข้ามาอยู่ในพระศานจักร ท่านประกาศเทศน์สอนไปทั่ว แม้ท่านจะเคยปฏิเสธและเป็นปฏิปักษ์กับพระเยซูเจ้า แต่เมื่อท่านรู้ความจริง หลังจากได้รับการไขแสดงจากพระองค์ ชีวิตของท่านเปลี่ยนไป และอุทิศทั้งชีวิตของท่านเพื่อองค์พระเยซูเจ้าจนแม้ชีวิตของท่าน  พี่น้องที่รัก ท่านทั้งสองจึงเป็นเสาหลักที่มั่นคง เป็นตะเกียงหรือดวงไฟสองดวง เพื่อส่องสว่างหนทางไปสู่สวรรค์ จดหมายของท่านเป็นดังบ่อน้ำแห่งความจริง เป็นพยานยืนยัน คำเทศน์สอนของท่านเปี่ยมด้วยสติปัญญา และเป็นพลังให้กับเราทุกคน ที่จะติดตามองค์พระเยซูเจ้า แม้จะยากลำบากสักเพียงใด ท่านทั้งสองรักพระเจ้าสุดหัวใจ รักจนหมดใจ รักจนวาระสุดท้ายของชีวิต และพระเจ้าก็ทรงมอบมงกุฏแห่งความชอบธรรมให้กับท่าน และนี้แหละคือแบบอย่างแห่งความเชื่อของพวกเราทุกคน ที่เราต้องพยายามเดินตาม ขอท่านทั้งสองได้เสนอวิงวอนพระเจ้าเพื่อพวกเราทุกคนด้วยเทอญ.

****        จบไปอีกหนึ่งเดือน การระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดีขึ้น ยังมีผู้ติดและเสียชีวิตจำนวนมาก เราต้องระมัดระวัง รักษาตัวเอง และสู้กันต่อไป ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านกล่าวว่า ไวรัส  โควิดจะอยู่กับเราต่อไป เราต้องอยู่กับมัน โดยเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของพวกเรา New Normal =วิถีชีวิตใหม่ ต่อไปนี้ เราอาจจะต้อง สวมหน้ากากอนามัยกันทุกวัน ต้องเว้นระยะห่าง ต้องรักษาความสะอาด ล้างมือ รักษาสุขอนามัย- สุขภาพกัน มากขึ้นกว่าเดิม อาจจะต้องปรับเปลี่ยนชีวิตอีกหลายอย่า’ด้วย และแม้ชีวิตความเชื่อ ความศรัทธาต่อพระ ชีวิตที่เราต้องอยู่ร่วมกันในสังคม  พระเจ้ากำลังบอกและสอนเรา ด้วยทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในโลก ขอพระเจ้าทรงเมตตา   และโปรดให้เราก้าวเดินตามหนทางของพระองค์อย่างถูกต้องด้วยเทอญ!             

 

ขอพระเจ้าเมตตาเทอญ

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฏาคม 2021  

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา                                                                                   

          จากบทเพลงสดุดีที่ 85 บันทึกไว้ว่า…..   “ข้าพเจ้ากำลังฟังอยู่ว่า พระองค์จะตรัสอะไร…..???    องค์พระผู้เป็นเจ้า จะทรงประกาศสันติภาพ แก่ประชากรของพระองค์และแก่ผู้จงรักภักดีต่อพระองค์ ขอเพียง อย่าให้เขาทำสิ่งโง่เขลาอีก  ถูกแล้ว ความรอดพ้นจะอยู่ใกล้ผู้ยำเกรงพระองค์   พระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์จะอยู่ในแผ่นดินของเรา”                                         พี่น้องที่รัก พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่ง ด้วยพระทัยดีของพระองค์ ตั้งแต่แรกเริ่ม พระเจ้าปรารถนาให้สรรพสิ่งร่วมเสวยสุขกับพระองค์ แต่เพราะความจองหอง และเสรีภาพที่วิปริต นำความชั่วร้ายมาสู่โลก จิตชั่วและปีศาจได้อิจฉาโลก และเข้ามาครอบงำโลก จึงทำให้สรรพสิ่งในโลกเปลี่ยนไป ความเห็นแก่ตัว–ความหลงในอำนาจ-การลืมตัวตนของตัวเองนำพาโลกสู่ความมืดมนและหายนะ          นักบุญเปาโล ผู้ซึ่งเคยหลงไป-เข้าใจผิด ได้เป็นแบบอย่างแห่งการกลับใจ และเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ ท่านกล่าวว่า “ต่อไปนี้ มิใช่ชีวิตของท่านเองอีกต่อไป แต่เป็นพระคริสตเจ้าที่เจริญชีวิตในตัวท่าน…..”  พี่น้องที่รัก ดูเหมือนว่าโลกกำลังเกิดความวิบัติ–เกิดวิกฤต ไม่ใช่เพียงการระบาดของไวรัสโควิด แต่เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ ฝนตกน้ำท่วม พายุกระหน่ำ– ทอร์นาโดซ้ำเติม–แผ่นดินไหว–ไฟไหม้หรือแม้แต่ความร้อนระอุและความหนาวเย็นยะเยือก…ฯลฯ….บอกอะไรแก่เรา….สอนอะไร…เรียกร้องและท้าทายเราให้หันกลับ– เปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของเรา…..วิถีชีวิตใหม่…..ถือบัญญัติแห่งความรักที่พระองค์ทรงมอบให้อย่างจริงใจ กระทำหน้าที่ของเราสุดกำลังแล้วมอบทุกอย่างไว้กับพระองค์ ด้วยความเชื่อและความวางใจเหมือนเมื่อแรกเริ่มที่พระเจ้าทรงสร้าง แล้วเราจะประกาศให้โลก–ให้นานาชาติทั้งหลายรับรู้–รับทราบถึงน้ำพระทัยของพระเจ้าเถิด

****       พี่น้องคงทราบข่าวต่างๆ แล้วจากทุกสื่อสาร สถานการณ์การระบาด ของไวรัสโควิดดูจะยิ่งมากขึ้น สิ่งเดียวและสิ่งสำคัญ คือ ร่วมมือ–ร่วมแรงสู้ไปด้วยกันอย่างมีสติ อะไรต้องทำ–อะไรไม่ควรทำ ด้วยวิถีชีวิตใหม่ในองค์พระเจ้าเที่ยงแท้แล้วนั้น มอบทุกอย่างไว้ในพระเมตตาของพระองค์  พ่อมั่นใจว่า พี่น้องหลายๆ ท่านได้พยายาม–และกระทำแล้ว  ความเชื่อ-ความวางใจ–ความรัก สามสิ่งนี้ ความรักย่อมสำคัญสุด รักพระเจ้าและรักเพื่อนมนุษย์เหมือนหนึ่งรักตัวเอง !!!

 

ขอพระเจ้าเมตตาเทอญ

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

                                                                                                

สารวัด ฉบับที่ 151338 วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 14 สมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล อัครสาวก

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญแมทธิว

มธ 16:13-19

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงเขตเมืองซีซารียาแห่งฟิลิปและตรัสถามบรรดาศิษย์ว่า “คนทั้งหลายกล่าวว่าบุตรแห่งมนุษย์เป็นใคร” เขาทูลตอบว่า “บ้างกล่าวว่าเป็นประกาศกเอลียาห์ บ้างกล่าวว่าเป็นประกาศกเยเรมีย์หรือประกาศกองค์ใดองค์หนึ่ง” พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ท่านล่ะคิดว่าเราเป็นใคร” ซีโมนเปโตรทูลตอบว่า “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ซีโมนบุตรของยอห์น ท่านเป็นสุขเพราะไม่ใช่มนุษย์ที่เปิดเผยให้ท่านรู้ แต่พระบิดาเจ้าของเราผู้สถิตในสวรรค์ทรงเปิดเผย เราบอกท่านว่า ท่านเป็นศิลาและบนศิลานี้เราจะสร้างพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้ เราจะมอบกุญแจอาณาจักรสวรรค์ให้ ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย”

 

ข้อคิด

พระศาสนจักรถือว่า ท่านนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลเป็นเสาหลักของพระศาสนจักร เพราะนักบุญเปโตรเป็นหลักมั่นคงแห่งความเชื่อที่จะต้องยึดถือ นักบุญเปาโลเป็นผู้ป้องกันความเชื่อที่จะต้องเรียนรู้ นักบุญเปโตรเป็นผู้นำความชอบธรรมแห่งชนชาติอิสราเอล เป็นผู้ก่อตั้งพระศาสนจักรแรกเริ่ม เป็นผู้รับมอบอำนาจแต่งตั้งพระศาสนจักรจากองค์พระเยซูเจ้า นักบุญเปาโลเป็นอาจารย์และนักปราชญ์ สั่งสอนนานาชาติที่ทรงเรียกให้เข้ามาอยู่ในพระศาสนจักร ท่านทั้งสองจึงเป็นเสาหลักที่มั่นคงของพระศาสนจักรคาทอลิก นักบุญเปโตรอยู่กับพระเยซูเจ้า ได้รับการสั่งสอน ได้เห็นการเทศน์สอน ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพระองค์ แม้จะปฏิเสธพระองค์ แต่เมื่อท่านรู้ว่าพระเยซูเจ้าเป็นใคร ท่านก็กลับใจอย่างแท้จริง และเปลี่ยนชีวิตอุทิศตนเพื่อพระเยซูเจ้าทั้งชีวิต จนยอมตายเพื่อพระองค์ ท่านทั้งสองจึงเป็นแบบอย่างแห่งความเชื่อของพวกเราทุกคน ที่เราต้องพยายามเดินตามรอยของท่าน ขอท่านทั้งสองวิงวอนพระเจ้าเพื่อพวกเราทุกคนเทอญ

 

รักไร้ขอบเขต

เปโตรปฏิเสธพระเยซูเจ้าสามครั้ง

แต่เขาก็ได้กลับคืนสู่พระองค์

กลับกลายเป็นศิลาที่มั่นคง และผู้นำกลุ่มคริสตชน

เปาโลเคยเข่นฆ่าพระคริสตเจ้า

แต่เขาก็ได้กลับคืนสู่หนทางของพระองค์

กลับกลายเป็นสาวกผู้เข้มแข็ง และนำข่าวดีของพระเจ้า

ข้ามพรมแดนยูเดีย และสะมาเรียไปสู่โลกกว้าง

เขาทั้งคู่ได้ล้มลง

แต่เขาก็ได้ลุกขึ้น และก้าวเดินไปในหนทางใหม่

เปโตรเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงเลือกให้เป็นผู้นำ

และศูนย์กลางแห่งเอกภาพ

เปาโลเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงเลือกให้เป็นผู้นำ

พระวรสารสู่ชนต่างชาติ

เขาทั้งสองได้ตายอย่างมรณสักขีในกรุงโรม

ภายใต้การเบียดเบียนของจักรพรรดิ์เนโร

ในการเป็นประจักษ์พยานสุดท้ายแห่งชีวิต

เขาทั้งสองประกาศก้องถึงความรักต่อพระเยซูที่เขาติดตาม

นับเป็นความรักที่ไร้ขอบเขต

….ให้ทั้งหมด โดยไม่เก็บสิ่งใดเลย

ประวัติศาสตร์แห่งชีวิตที่ผ่านมาของฉัน

ไม่ว่าจะเป็นสีขาวหรือดำ

คงไม่เป็นอุปสรรคต่อการหวนกลับคืนสู่พระองค์

และก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งความรักที่ไร้ขอบเขต

 

  สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2021 

สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

            หนังสือปรีชาญาณกล่าวไว้ว่า………  “เพราะพระเจ้าไม่ทรงสร้างความตาย และไม่พอพระทัยให้ผู้มีชีวิตต้องพินาศ  พระองค์ทรงเนรมิตทุกสิ่งให้ดำรงอยู่  บรรดาสิ่งสร้างในโลกล้วนมีอยู่เพื่อชีวิต ไม่มีพิษสงแห่งการทำลายอยู่เลย แดนมรณะก็ไม่ปกครองเหนือแผ่นดิน เพราะความชอบธรรมเป็นอมตะ โดยแท้จริงแล้ว พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นอมตะ พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์แห่งพระธรรมชาติของพระองค์ แต่เพราะความอิจฉาของปีศาจ ความตายจึงเข้ามาในโลก ผู้ที่อยู่ฝ่ายปีศาจก็จะประสบความตาย  โลกของเรากำลังประสบความวิกฤต ด้วยหลายสิ่งหลายอย่าง โลกกำลังร้อนระอุด้วยภัยธรรมชาติและสงครามที่มนุษย์สร้างขึ้น โลกกำลังประสบกับการระบาดของไวรัสโควิด และโรคระบาดที่มาถึงโลกทุกๆ ร้อยปี เป็นความมืดดำ – ความชั่วร้าย และการชำระล้างแต่พระพิโรธของพระเจ้าคงอยู่เพียงชั่วขณะหนึ่ง และความโปรดปรานของพระเจ้าดำรงอยู่นิจนิรันดร น้ำตาอาจมาถึงในเวลาเย็น แต่ความยินดีจะมาในเวลาเช้า พระองค์จะเปลี่ยนการร่ำไห้ให้เป็นความยินดี     “ทาลิธาคูม” = “หนูเอ๋ย เราสั่งให้หนูลุกขึ้น” เด็กหญิงนั้นก็ลุกขึ้นและหายเป็นปกติ พระเยซูเจ้าทรงปกพระหัตถ์และปลุกให้เด็กนั้นกลับฟื้นคืนชีพ   พี่น้องที่เคารพรัก พระเจ้าสร้างชีวิต พระองค์ไม่ได้สร้างความตาย แต่ความวุ่นวาย – ความตายเกิดขึ้นก็เพราะปีศาจ และผลของความชั่วร้าย ผู้ที่อยู่ฝ่ายปีศาจก็จะประสบความตายและความพินาศไป แต่…แต่…ผู้ที่อยู่ฝ่ายพระเจ้า – เชื่อมั่นศรัทธาในพระเจ้า ดำเนินชีวิตสนิทกับพระเจ้า – เดินในหนทางของพระองค์ ผู้นั้นจะไม่มีวันพินาศไปเลย

****       เป็นอีกหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านไป และการระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดีขึ้น อาจจะเลวร้ายไปกว่าเดิม ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย แต่เกือบจะทั่วโลก เราทุกคนก็คงต้องดิ้นรนและสู้ๆต่อไปด้วยกำลังความสามารถของตัวเรา และไม่ลืมที่จะพึ่งพระ        เมตตาของพระเจ้า ต้องไม่ขาดความเชื่อศรัทธาในพระองค์ เหมือนดังเรื่องที่ พ่อเล่าให้พี่น้องฟังในสัปดาห์ที่แล้ว แม้เราจะวอนขอ เรายังไม่ได้รับตามที่วอนขอ แต่พระสงฆ์องค์นั้นยังยิ้มพอใจเพราะทราบว่า พระเจ้าทรงได้ยินและรับรู้คำภาวนาวอนขอนั้นแล้วแต่พระองค์ทรงมีเวลาของพระองค์ พระองค์ผู้เป็นบิดาผู้มีพระทัยดีจะทรงประทานสิ่งที่ดีแก่ลูกของพระองค์เสมอ                                      ****         พวกเรากำลังจะจบเดือนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้าและดวงพระทัยนิรมลของพระแม่เจ้า แต่เราจะไม่จบความเชื่อศรัทธาของเราต่อพระองค์และพระแม่ของเราและเราก็มั่นใจว่า ด้วยความเชื่อ  ศรัทธาที่เรามีนั้น พระเจ้าทรงพระ  เมตตาต่อเราเสมอ.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฏาคม 2021 สมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล อัครสาวก

วันอาทิตย์นี้ พระศาสนจักรเชิญชวนให้พวกเราทำการสมโภชท่านนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล ซึ่งพระศาสนจักรถือว่าท่านเป็นเสาหลักของพระศาสนจักรให้ความสำคัญต่อท่านทั้งสอง ท่านเป็นบุคคลที่สำคัญอย่างมากกับพระศาสนจักรในระยะแรก    นักบุญเปโตรเป็นหลักมั่นคงแห่งความเชื่อที่จะต้องยึดถือ พระเยซูเจ้ามอบหมายให้ท่านเป็นหัวหน้าพระศาสนจักรบุคคลแรก ทรงมอบอำนาจให้ท่าน แต่งตั้งท่าน….. “ท่านคือศิลา และบนศิลานี้ เราจะสร้างพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้ เราจะมอบกุญแจสวรรค์ให้ ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย”    นักบุญเปาโลเป็นผู้ป้องกันความเชื่อที่จะต้องเรียนรู้ ท่านเป็นอาจารย์และนักปราชญ์ สั่งสอนนานาชาติที่ทรงเรียกให้เข้ามาอยู่ในพระศานจักร ท่านประกาศเทศน์สอนไปทั่ว แม้ท่านจะเคยปฏิเสธและเป็นปฏิปักษ์กับพระเยซูเจ้า แต่เมื่อท่านรู้ความจริง หลังจากได้รับการไขแสดงจากพระองค์ ชีวิตของท่านเปลี่ยนไป และอุทิศทั้งชีวิตของท่านเพื่อองค์พระเยซูเจ้าจนแม้ชีวิตของท่าน พี่น้องที่รัก ท่านทั้งสองจึงเป็นเสาหลักที่มั่นคง เป็นตะเกียงหรือดวงไฟสองดวง เพื่อส่องสว่างหนทางไปสู่สวรรค์ จดหมายของท่านเป็นดังบ่อน้ำแห่งความจริง เป็นพยานยืนยัน คำเทศน์สอนของท่านเปี่ยมด้วยสติปัญญา และเป็นพลังให้กับเราทุกคน ที่จะติดตามองค์พระเยซูเจ้า แม้จะยากลำบากสักเพียงใด ท่านทั้งสองรักพระเจ้าสุดหัวใจ รักจนหมดใจ รักจนวาระสุดท้ายของชีวิต และพระเจ้าก็ทรงมอบมงกุฏแห่งความชอบธรรมให้กับท่าน และนี้แหละคือแบบอย่างแห่งความเชื่อของพวกเราทุกคน ที่เราต้องพยายามเดินตาม ขอท่านทั้งสองได้เสนอวิงวอนพระเจ้าเพื่อพวกเราทุกคนด้วยเทอญ.

****     จบไปอีกหนึ่งเดือน การระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดีขึ้น ยังมีผู้ติดและเสียชีวิตจำนวนมาก เราต้องระมัดระวัง รักษาตัวเอง และสู้กันต่อไป ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านกล่าวว่า ไวรัสโควิดจะอยู่กับเราต่อไป เราต้องอยู่กับมัน โดยเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของพวกเรา New Normal =   วิถีชีวิตใหม่ ต่อไปนี้ เราอาจจะต้อง สวมหน้ากากอนามัยกันทุกวัน  ต้องเว้นระยะห่าง ต้องรักษาความสะอาด ล้างมือ รักษาสุขอนามัย-สุขภาพกันมากขึ้นกว่าเดิม อาจจะต้องปรับเปลี่ยนชีวิตอีกหลายอย่างด้วย และแม้ชีวิตความเชื่อ ความศรัทธาต่อพระ ชีวิตที่เราต้องอยู่ร่วมกันในสังคม  พระเจ้ากำลังบอกและสอนเรา ด้วยทุกสิ่งที่เกิดขึ้น  ในโลก ขอพระเจ้าทรงเมตตา และโปรดให้เราก้าวเดินตามหนทางของพระองค์อย่างถูกต้องด้วยเทอญ!         

 

ขอพระเจ้าเมตตาเทอญ

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

                                                                                                              

สารวัด ฉบับที่ 151337 วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก                                                           มก 5:21-24,35-43                                                          เวลานั้น เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จลงเรือข้ามฟากอีกครั้งหนึ่ง ประชาชนชุมนุมกันเนืองแน่นรอบพระองค์ขณะที่ยังทรงอยู่ในทะเลสาบ หัวหน้าศาลาธรรมคนหนึ่งชื่อไยรัสเดินมา เมื่อเห็นพระองค์ เขากราบลงที่พระบาท พร่ำวิงวอนว่า “บุตรหญิงเล็กๆ ของข้าพเจ้าจวนจะสิ้นใจอยู่แล้ว เชิญพระองค์เสด็จไปปกพระหัตถ์เหนือเขาเถิด เขาจะได้หายจากโรค กลับมีชีวิต” พระเยซูเจ้าจึงเสด็จไปกับเขา ประชาชนกลุ่มใหญ่ติดตามไปและเบียดเสียดพระองค์                       ขณะกำลังตรัสอยู่นั้น มีคนมาจากบ้านหัวหน้าศาลาธรรม บอกเขาว่า “บุตรหญิงของท่านตายแล้ว ไปบอกพระอาจารย์อีกทำไม” แต่พระเยซูเจ้าทรงได้ยินเขาพูดดังนั้น จึงตรัสแก่หัวหน้าศาลาธรรมว่า “อย่ากลัวเลย จงมีความเชื่อไว้เถิด” พระองค์ไม่ทรงอนุญาตให้ใครติดตามไปนอกจาก เปโตร ยากอบ และยอห์นน้องชายของยากอบ เมื่อทุกคนมาถึงบ้านหัวหน้าศาลาธรรม พระเยซูเจ้าทรงเห็นความวุ่นวาย และเห็นผู้คนร่ำไห้พิลาปรำพันเป็นอันมาก พระองค์เสด็จเข้าไป ตรัสแก่คนเหล่านั้นว่า “วุ่นวายและร้องไห้ไปทำไม เด็กคนนี้ไม่ตาย เพียงแต่นอนหลับไปเท่านั้น” เขาต่างหัวเราะเยาะพระองค์ พระองค์ทรงไล่เขาออกไปข้างนอก ทรงนำบิดามารดาของเด็กและศิษย์ที่ติดตามเข้าไปยังที่ที่เด็กนอนอยู่ ทรงจับมือเด็ก ตรัสว่า “ทาลิธาคูม” แปลว่า “หนูเอ๋ย เราสั่งให้หนูลุกขึ้น” เด็กหญิงนั้นก็ลุกขึ้นทันที และเดินไปมา เด็กนั้นอายุสิบสองขวบแล้ว คนทั้งหลายต่างประหลาดใจอย่างยิ่ง พระองค์ทรงกำชับอย่างแข็งขันมิให้แพร่งพรายเรื่องนี้แก่ผู้ใด และทรงสั่งให้เขานำอาหารมาให้เด็กนั้นกิน.

ข้อคิด

ความตาย เกิดจากความป่วยไข้ เกิดจากการขาดแคลนอาหาร หรือจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ความตายที่ร้ายแรงกว่า คือ ความตายที่เกิดจากความเกลียดชัง การเข่นฆ่าและทำสงครามกัน ความตายทั้งหมดถูกบงการโดยปีศาจ  ดังในบทอ่านแรกได้บันทึกไว้ว่า “เพราะความอิจฉาของปีศาจ ความตายจึงเข้ามาในโลก ผู้ที่อยู่ฝ่ายปีศาจก็จะประสบความตาย”                                                   พระเจ้าไม่ทรงสร้างความตาย พระเยซูเจ้าจึงปลุกคนตายให้ฟื้นคืนชีพ พระองค์เองทรงกลับคืนชีพ ส่วนผู้มีความเชื่อจะไม่มีวันตายเลย เพราะพระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งให้ดำรงอยู่                                                                                   ผู้อยู่ด้านพระเจ้า ย่อมดำเนินชีวิตสนิทกับพระเจ้า รับศีลมหาสนิทบ่อยๆ และกระทำตามสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำ คือ “กายของเรามอบรับใช้ผู้อื่น”

 

เชื่อเถิด

ณ ริมฝั่งทะเล…ฝูงชนห้อมล้อมเบียดเสียด

ต้อนรับพระองค์ ผู้ทรงกลับคืน

จากดินแดนต่างด้าว…สู่ดินแดนถิ่นเกิด

ไยรัส…ชายสูงศักดิ์ ผู้สวมใส่ตำแหน่งหัวหน้าศาลาธรรม

…ดูแลพิธีกรรมของที่ชุมชน

ก้าวออกจากฝูงชน…มุ่งหาพระองค์ผู้ทรงกลับคืนถิ่น

มิใช่เพื่ออธิบายขั้นตอนพิธีกรรม

แต่คุกเข่า วอนขอชีวิตลูกสาววัยสิบสอง

โอ…ความรักในหัวใจพ่อผู้สิ้นหวัง

นำพาให้ถอดยศ และทิ้งตนบนพื้นดินดุจขอทาน

…วอนขอสิ่งเดียวที่หัวใจใฝ่หา

ไม่มีคำพูดใด ไม่มีคำสัญญาใด ที่อาจให้ความหวัง

แต่ การกระทำ…ทรงเสด็จไปกับเขา

ได้พูดทุกสิ่ง และสัญญาทุกอย่าง

การเดินทางดูยาวไกล

…ถูกขวางกั้นด้วยสตรีผู้สิ้นหวัง…ตกโลหิตสิบสองปี

และ…ดูจะจบลงในความสูญเสีย…บุตรหญิงของท่านตายแล้ว

แต่…ในความล่มสลายของหัวใจที่พบเจอความตาย

พระเยซูตรัส อย่ากลัวเลย จงมีความเชื่อไว้เถิด และก้าวเดินต่อไป

ณ บ้านแห่งความตาย ที่ห่อหุ้มด้วยเสียงร้องไห้

เมื่อพระองค์ยืนยัน เด็กคนนี้ไม่ตาย เพียงแค่นอนหลับไป

เสียงร้องไห้ของผู้คน ผันเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเยาะ

ที่ผู้เป็นเจ้าของจำต้องถูกขับไล่ไปข้างนอก

คงเหลือเพียงชุมชนเล็กๆ ของผู้มีความเชื่อ เพื่อเผชิญกับการสูญเสีย

ด้วยสัมผัส และการตรัสสั่ง ทาลิธาคูม…หนูเอ๋ย เราสั่งให้หนูลุกขึ้น

เด็กหญิงลุกขึ้นจากเตียงแห่งความตาย และก้าวเดินในทันที

ห้องแห่งความตาย จึงแปรเปลี่ยนไปเป็น ห้องแห่งชีวิต

ความสิ้นหวัง ถูกแทนที่ด้วยความเชื่อมั่น

อิ่มเต็มจนไม่เหลือที่ว่างใดสำหรับความหวาดกลัว

  สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2021                                                    สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

ขณะนั้นเกิดพายุแรงกล้า…….. บรรดาศิษย์เข้าไปปลุกพระเยซูเจ้า ทูลว่า…..                      “พระอาจารย์ พระองค์ไม่สนพระทัยที่พวกเรากำลังจะตายอยู่แล้วหรือ?”                พระเยซูเจ้าจึงทรงลุกขึ้น….. ทรงบังคับลม …. ตรัสสั่งทะเลว่า ………                              “เงียบสิ จงสงบลงเถิด”                                                                                       ลมก็หยุด ท้องทะเลก็กลับราบเรียบ แล้วพระเยซูเจ้าตรัสถามเขาว่า….                                    “ตกใจกลัวเช่นนี้ทำไม? ท่านยังไม่มีความเชื่อดอกหรือ…!!!                                               พี่น้องที่เคารพรัก หลายสิ่งหลายอย่างที่บังเกิดขึ้นในโลกนี้และกับชีวิตของเรา ทำให้เราขาดความเชื่อ ทำให้ชีวิตของเราสั่นคลอน ความตายของญาติพี่น้องของเรา อุบัติภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งภัยธรรมชาติและภัยที่มนุษย์ทำให้มันเกิดขึ้น สงคราม ความอดอยากยากจน มีหลายคนตั้งคำถาม….. “พระเจ้าอยู่ที่ไหน? พระเจ้าไม่ทำอะไรเลยหรือ? หรือว่าพระเจ้าไม่มีจริง!!”  ขณะนี้โลกกำลังเกิดการระบาดของไวรัสโควิด ติดเชื้อไปเป็นร้อยล้านคน ตายไปสองสามล้านคนแล้ว ซึ่งก็เป็นเหมือนพระวรสารกล่าวถึงในวันนี้ เมื่อสองพันปีมาแล้ว พวกศิษย์ไปปลุกพระเยซูเจ้า ทูลว่า พระองค์ไม่สนพระทัยเลยหรือ พวกเรากำลังจะตายกันอยู่แล้ว !!!                                                                                                                    พี่น้องครับ ก็คงต้องกล่าวกับพี่น้องเหมือนเดิมว่า …..                                            ความทุกข์ทั้งหมดบนโลกเป็นเครื่องทดลองและพิสูจน์ว่า ความเชื่อของพวกเรามั่นคงแข็งแกร่งเพียงใด คนป่วยยิ่งเจ็บปวดมากเพียงใด ก็ยิ่งต้องการยาและการรักษาและความช่วยเหลือจากพระเจ้า ซึ่งเราต้องออกแรง…วิ่ง…กระโดด…ร้องตะโกน…สวดภาวนาร้องหาพระเจ้า เหมือนกับสาวกที่รีบไปปลุกพระเยซูเจ้า เหมือนกับชายตาบอดที่ร้องตะโกนให้พระเยซูเจ้าทรงช่วยเขา หากเรายังใจเย็น ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่เปลี่ยนชีวิ ต พระเจ้าก็ไม่สามารถเข้ามาช่วยเราได้                                       ****   การระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดีขึ้นสักเท่าใด แต่มักจะไประบาดกับผู้คนที่รวมตัวกันแบบ หมู่มาก  รวมตัวกันแบบขาดสุขบัญญัติที่ดี ไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่เว้นระยะห่างกัน มั่วสุมกันฯลฯ  แต่ในเดือนนี้ ก็มีการฉีดวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ซึ่งเท่าที่พ่อทราบ   พี่น้องหลายท่านก็ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว พ่อเองก็ได้รับการฉีดเช่นกัน ดังนั้น ก็มั่นใจได้ในระดับหนึ่งนะครับ ทุกอย่างจะค่อยๆ ผ่านไปครับ เมื่อฝนตกก็จะหยุดตก เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นก็จะค่อยๆหมุนไปจนลับตา   และจะหมุนเวียนมาให้เราพบแสงอรุณในวันใหม่ หากเรามั่นใจ-เชื่อมั่นคง-สวดภาวนา-ทำกิจศรัทธา-วางใจในพระเจ้า-ประกอบกิจการดี พระเจ้ามิเคยทอดทิ้งพระเจ้าทรงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา

                                                                                                    คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล                                

วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2021                                                                  สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

            หนังสือปรีชาญาณกล่าวไว้ว่า………                                                    “เพราะพระเจ้าไม่ทรงสร้างความตาย และไม่พอพระทัยให้ผู้มีชีวิตต้องพินาศ  พระองค์ทรงเนรมิตทุกสิ่งให้ดำรงอยู่  บรรดาสิ่งสร้างในโลกล้วนมีอยู่เพื่อชีวิต ไม่มีพิษสงแห่งการทำลายอยู่เลย แดนมรณะก็ไม่ปกครองเหนือแผ่นดิน เพราะความชอบธรรมเป็นอมตะ โดยแท้จริงแล้ว พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นอมตะ พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์แห่งพระธรรมชาติของพระองค์ แต่เพราะความอิจฉาของปีศาจ ความตายจึงเข้ามาในโลก ผู้ที่อยู่ฝ่ายปีศาจก็จะประสบความตาย                                                                                                                                                                           โลกของเรากำลังประสบความวิกฤต ด้วยหลายสิ่งหลายอย่าง โลกกำลังร้อนระอุด้วยภัยธรรมชาติและสงครามที่มนุษย์สร้างขึ้น โลกกำลังประสบกับการระบาดของไวรัสโควิด และโรคระบาดที่มาถึงโลกทุกๆ ร้อยปี เป็นความมืดดำ – ความชั่วร้าย และการชำระล้าง                                                          แต่พระพิโรธของพระเจ้าคงอยู่เพียงชั่วขณะหนึ่ง และความโปรดปรานของพระเจ้าดำรงอยู่นิจนิรันดร น้ำตาอาจมาถึงในเวลาเย็น แต่ความยินดีจะมาในเวลาเช้า พระองค์จะเปลี่ยนการร่ำไห้ให้เป็นความยินดี                                     “ทาลิธาคูม” = “หนูเอ๋ย เราสั่งให้หนูลุกขึ้น” เด็กหญิงนั้นก็ลุกขึ้นและหายเป็นปกติ พระเยซูเจ้าทรงปกพระหัตถ์และปลุกให้เด็กนั้นกลับฟื้นคืนชีพ          พี่น้องที่เคารพรัก พระเจ้าสร้างชีวิต พระองค์ไม่ได้สร้างความตาย แต่ความวุ่นวาย – ความตายเกิดขึ้นก็เพราะปีศาจ และผลของความชั่วร้าย ผู้ที่อยู่ฝ่ายปีศาจก็จะประสบความตายและความพินาศไป แต่…แต่…ผู้ที่อยู่ฝ่ายพระเจ้า – เชื่อมั่นศรัทธาในพระเจ้า ดำเนินชีวิตสนิทกับพระเจ้า – เดินในหนทางของพระองค์ ผู้นั้นจะไม่มีวันพินาศไปเลย

****     เป็นอีกหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านไป และการระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดี      ขึ้น อาจจะเลวร้ายไปกว่าเดิม ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย แต่เกือบจะ ทั่วโลก เราทุกคนก็คงต้องดิ้นรนและสู้ๆต่อไปด้วยกำลังความสามารถ           ของตัวเรา และไม่ลืมที่จะพึ่งพระเมตตาของพระเจ้า ต้องไม่ขาด        ความเชื่อ       ศรัทธาในพระองค์ เหมือนดังเรื่องที่พ่อเล่าให้พี่น้องฟังในสัปดาห์ที่แล้ว              แม้เราจะวอนขอ เรายังไม่ได้รับตามที่วอนขอ แต่พระสงฆ์องค์นั้นยังยิ้ม  พอใจเพราะทราบว่า พระเจ้าทรงได้ยินและรับรู้คำภาวนาวอนขอนั้นแล้ว       แต่พระองค์ทรงมีเวลาของพระองค์ พระองค์ผู้เป็นบิดาผู้มีพระทัยดีจะ      ทรงประทานสิ่งที่ดีแก่ลูกของพระองค์เสมอ                                                ****     พวกเรากำลังจะจบเดือนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า และ   ดวงพระทัยนิรมลของพระแม่เจ้า แต่เราจะไม่จบความเชื่อศรัทธาของ    เราต่อพระองค์และพระแม่ของเรา และเราก็มั่นใจว่า ด้วยความเชื่อ       ศรัทธาที่เรามีนั้น พระเจ้าทรงพระเมตตาต่อเราเสมอ.

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                             

สารวัด ฉบับที่ 151336 วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 4:35-41

เย็นวันเดียวกันนั้น พระเยซูเจ้าตรัสสั่งบรรดาศิษย์ว่า “เราจะข้ามไปทะเลสาบฝั่งโน้นกันเถิด” บรรดาศิษย์จึงละประชาชนไว้ และออกเรือที่พระองค์ประทับอยู่นั้นไป  มีเรือลำอื่นๆ ติดตามไปด้วย ขณะนั้นเกิดพายุแรงกล้า คลื่นซัดเข้าเรือจนน้ำเกือบจะเต็มเรืออยู่แล้ว พระองค์บรรทมหลับหนุนหมอนอยู่ที่ท้ายเรือ บรรดาศิษย์จึงปลุกพระองค์ ทูลถามว่า “พระอาจารย์ พระองค์ไม่สนพระทัยที่พวกเรากำลังจะตายอยู่แล้วหรือ” พระองค์จึงทรงลุกขึ้น บังคับลม ตรัสสั่งทะเล “เงียบซิ จงสงบลงเถิด” ลมก็หยุด ท้องทะเลราบเรียบอย่างยิ่ง แล้วพระองค์ตรัสถามเขาว่า “ตกใจกลัวเช่นนี้ทำไม ท่านยังไม่มีความเชื่อหรือ” เขาเหล่านั้นกลัวมาก พูดกันว่า “ท่านผู้นี้เป็นใครหนอ ลมและทะเลจึงยอมเชื่อฟังเช่นนี้

 

ข้อคิด

มีหลายสิ่งหลายอย่างทำให้คนขาดความเชื่อ เช่น ภัยธรรมชาติ ความอดอยาก สงครามและความตาย สิ่งเหล่านี้มักทำให้คนถามกันว่า “พระเจ้าอยู่ที่ไหน”….อานุภาพของความเชื่อ ที่จริงพระเจ้าทรงอยู่ใกล้เรา อยู่ในตัวเรา เป็นผู้ให้ชีวิตและแนวทาง การดำเนินชีวิต เพื่อบรรลุถึงชีวิตอมตะ…. ความทุกข์ทั้งหมดบนโลก เป็นเครื่องทดลองและพิสูจน์ว่าเราแข็งแกร่งเพียงใด….พระเป็นเจ้าทรงเรียกร้องทุกคนให้ทวีความเชื่อ ศรัทธา สู้ชีวิต ยอมรับความจริงว่า ทุกคนต้องแบกกางเขน ต้องถวายชีวิตเป็นบูชายัญ ด้วยการสละชีวิตเพื่อผู้อื่น จึงจะมีชีวิตตามมาตรฐานที่พระกำหนดไว้.

 

พายุ

ดวงตะวันกำลังลาลับขอบฟ้า

ความมืดของยามค่ำคืนกำลังคืบคลานเข้าใกล้

ฝูงชนถูกปล่อยวางไว้เบื้องหลัง

แต่….เบื้องหน้าใช่ว่าจะเป็นวันหยุดยาว

ท้องทะเลกาลิลี…แม้จะสงบนิ่งโดยอุปนิสัย

แต่…อาจแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นลมพายุร้าย…โดยไม่ร้องบอกเตือน

เรือโคลงเคลง และน้ำซัดสาด

…จนแม้ชาวประมงมืออาชีพ

…ยังหวั่นไหว และตกใจกลัว

คลื่นลมดูโหดร้ายและขู่คำรามเข่นฆ่า

พระอาจารย์…ดูห่างไกล และไม่สนพระทัย

เขาปลุกพระองค์ให้ลุกขึ้น…พร้อมยื่นข้อกล่าวหา

พระองค์ไม่สนพระทัยที่พวกเรากำลังจะตายอยู่แล้วหรือ

พระองค์ทรงลุกขึ้น ตำหนิคลื่นลมและตรัสสั่งทะเล

เงียบซิ จงสงบเถิด

หลังตำหนิคลื่นลม…ทรงตำหนิบรรดาศิษย์

….สำหรับความหวาดกลัวที่มากมาย และความเชื่อที่น้อยนิด

หลังคลื่นลมสงบ คำถามใหญ่ไม่รีรอที่จะปรากฏตัว

ท่านผู้นี้เป็นใครหนอ ลมและทะเลจึงยอมเชื่อฟัง

แต่…คำตอบยังคงต้องรีรอจนถึงวันนั้น…ที่ทรงกลับฟื้นคืนชีพ

…เพื่อความเข้าใจและเชื่อมั่นจะเติบโตแข็งกล้า

จนถึงวันนั้น…ที่ฉันยังคงก้าวเดินไปกับพระองค์

…แม้ท่ามกลางความโหดร้ายของคลื่นลม

 

  สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 13 มิถุนายน 2021

สมโภชพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า

เมื่อกล่าวถึงความศรัทธาต่อดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า เราไม่อาจจะลืมชื่อของบุคคล 2 ท่านนี้ได้เลย นักบุญมาร์กาเร็ต มารีย์ อาลาก๊อก   และนักบุญโคลด เดอ ลา โกลอมปีแอร์ พระสงฆ์วิญญาณารักษ์ของเธอ ทั้ง 2 ท่านเป็นธรรมฑูตผู้ยิ่งใหญ่แห่งพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ท่านทุ่มเททำงานเพื่อเผยแพร่ความเชื่อศรัทธา และทำให้ความเชื่อศรัทธาต่อดวงพระทัยเป็นที่นิยม ความเชื่อศรัทธานี้มีอายุยืนยาวเท่าก้บคริสตศาสนาทีเดียว นับแต่วันที่หอกของทหารได้แทงทะลุสีข้างของพระเยซู  ซึ่งถูกตรึงกางเขนบนเนินเขากัลวารีโอ  เมื่อสองพันปีก่อน  นักบุญยอห์นอัครสาวก ศิษย์รักของพระเยซูเจ้า ได้จ้องมองพระองค์ผู้ทรงถูกแทงด้วยหอก ตลอดสองสหัสวรรษ บรรดาปิตาจารย์และนักปราชญ์ของพระศาสนจักรรวมทั้งผู้เพ่งญาณมากมาย ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า พระเจ้าทรงมีหัวใจ เป็นหัวใจที่มีเลือดเนื้อ มีอารมณ์ และความรู้สึก เป็นหัวใจมนุษย์อย่างแท้จริง และจากนั้นมา นักประพันธ์จำนวนมาก ได้เริ่มกล่าวอ้าง และใช้หัวใจเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก นักบุญออกัสตินได้บรรยายถึงบาดแผลที่สีข้างของพระเยซูเจ้าว่า….เป็น “ประตูแห่งชีวิต” เรียกร้องให้สัตบุรุษสลัดความกลัวและเข้าหาดวงพระทัยอันเปรียบได้กับ “บัลลังก์แห่งพระหรรษทาน” “ขุมทรัพย์และความมั่งคั่งอันแวววาว” การได้เพ่งมองที่สีข้างของพระเยซูเจ้าที่ถูกแทง จะทำให้เราพบความรักในดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าที่ทรงมีต่อเรา ข้าแต่ดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้หลบเข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับดวงพระทัยของพระองค์ เพื่อข้าพเจ้าจะได้รักพระองค์จนสุดดวงใจของข้าพเจ้าด้วยเทอญ

****       วันศุกร์หลังจากสมโภชพระกายพระโลหิตของพระคริสตเจ้า พระศาสนจักรเชิญชวน  คริสตชนให้ระลึกถึงและทำการสมโภชดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า และมักถูกเลื่อนไปฉลองในวันอาทิตย์ถัดไป และเช่นกัน เมื่อฉลองดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า เราก็ไม่ควรลืมฉลอง ดวงพระทัยนิรมลของแม่พระ ซี่งก็เต็มไปด้วยความรักที่ไม่ยิ่งหย่อนไปจากความรักของพระเยซูเจ้าเลย หัวใจของแม่พระเต็มไปด้วยความรัก – ความเต็มใจ – การยอมรับ น้ำพระทัยของพระเจ้า หัวใจที่ยอมมอบทุกอย่างให้กับพระองค์ วัน  ฉลองทั้งสองนี้ เชิญชวนเราทุกคนให้เพ่งมองดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าและแม่พระ  มองให้ลึกซึ้ง เพื่อเราจะได้รักตอบพระองค์และรักตอบแม่ของเรา

****       คุณศิริพงษ์และคุณณาณา ศรีภรรยา ได้นำยาฟ้าทะลายโจรมาฝากไว้ที่พ่อ จำนวน 20 ขวด ผู้ใดเคยใช้และได้ผลและต้องการ (ทราบว่า ขาดตลาด) เชิญติดต่อและไปรับ   จากพ่อได้นะครับยามที่เราต้องช่วยเหลือกันและกัน แบ่งปันและช่วยเหลือกัน

****       ไม่ลืมเช่นเคยครับ ขอขอบพระคุณพี่น้องผู้มีน้ำใจดีทุกๆท่าน ที่มีต่อทางวัดเสมอ ขอพระเจ้าตอบแทนน้ำใจดีของทุกท่านเป็นร้อยเท่าพันทวีด้วยเทอญ.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2021

สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

ขณะนั้นเกิดพายุแรงกล้า…….. บรรดาศิษย์เข้าไปปลุกพระเยซูเจ้า ทูลว่า…. “พระอาจารย์ พระองค์ไม่สนพระทัยที่พวกเรากำลังจะตายอยู่แล้วหรือ?” พระเยซูเจ้าจึงทรงลุกขึ้น….. ทรงบังคับลม …. ตรัสสั่งทะเลว่า ……… “เงียบสิ จงสงบลงเถิด”    ลมก็หยุด ท้องทะเลก็กลับราบเรียบ แล้วพระเยซูเจ้าตรัสถามเขาว่า….   “ตกใจกลัวเช่นนี้ทำไม? ท่านยังไม่มีความเชื่อดอกหรือ…!!!

พี่น้องที่เคารพรัก หลายสิ่งหลายอย่างที่บังเกิดขึ้นในโลกนี้และกับชีวิตของเรา ทำให้เราขาดความเชื่อ ทำให้ชีวิตของเราสั่นคลอน ความตายของญาติพี่น้องของเรา อุบัติภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งภัยธรรมชาติและภัยที่มนุษย์ทำให้มันเกิดขึ้น สงคราม ความอดอยากยากจน มีหลายคนตั้งคำถาม….. “พระเจ้าอยู่ที่ไหน? พระเจ้าไม่ทำอะไรเลยหรือ? หรือว่าพระเจ้าไม่มีจริง!!”  ขณะนี้โลกกำลังเกิดการระบาดของไวรัสโควิด ติดเชื้อไปเป็นร้อยล้านคน ตายไปสองสามล้านคนแล้ว ซึ่งก็เป็นเหมือนพระวรสารกล่าวถึงในวันนี้ เมื่อสองพันปีมาแล้ว พวกศิษย์ไปปลุกพระเยซูเจ้า ทูลว่า พระองค์ไม่สนพระทัยเลยหรือ พวกเรากำลังจะตายกันอยู่แล้ว !!!    พี่น้องครับ ก็คงต้องกล่าวกับพี่น้องเหมือนเดิมว่า …..  ความทุกข์ทั้งหมดบนโลกเป็นเครื่องทดลองและพิสูจน์ว่า ความเชื่อของพวกเรามั่นคงแข็งแกร่งเพียงใด คนป่วยยิ่งเจ็บปวดมากเพียงใด ก็ยิ่งต้องการยาและการรักษาและความช่วยเหลือจากพระเจ้า ซึ่งเราต้องออกแรง…วิ่ง…กระโดด…ร้องตะโกน…สวดภาวนาร้องหาพระเจ้า เหมือนกับสาวกที่รีบไปปลุกพระเยซูเจ้า เหมือนกับชายตาบอดที่ร้องตะโกนให้พระเยซูเจ้าทรงช่วยเขา หากเรายังใจเย็น ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่เปลี่ยนชีวิต พระเจ้าก็ไม่สามารถเข้ามาช่วยเราได้

****     การระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดีขึ้นสักเท่าใด แต่มักจะไประบาดกับผู้คนที่   รวมตัวกันแบบหมู่มาก  รวมตัวกันแบบขาดสุขบัญญัติที่ดี ไม่สวมหน้ากากอนามัยไม่เว้นระยะห่างกัน มั่วสุมกัน ฯลฯ  แต่ในเดือนนี้ ก็มีการฉีดวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ซึ่งเท่าที่พ่อทราบพี่น้องหลายท่านก็ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว พ่อเองก็ได้รับการฉีดเช่นกัน ดังนั้น ก็มั่นใจได้ในระดับหนึ่งนะ  ครับ ทุกอย่างจะค่อยๆ ผ่านไปครับ เมื่อฝนตกก็จะหยุดตก เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นก็จะค่อยๆหมุนไปจนลับตา   และจะหมุนเวียนมาให้เราพบแสงอรุณในวันใหม่  หากเรามั่นใจ-เชื่อมั่นคง-สวดภาวนา-ทำกิจศรัทธา-วางใจในพระเจ้า-ประกอบกิจการดี พระเจ้ามิเคยทอดทิ้งพระเจ้าทรงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา

                                                                   

   คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

                                   

                                           

สารวัด ฉบับที่ 151335 วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 4:26-34

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับประชาชนว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้ายังเปรียบเสมือนคนที่นำเมล็ดพืชไปหว่านในดิน เขาจะหลับหรือตื่น กลางคืนหรือกลางวัน เมล็ดนั้นก็งอกขึ้นและเติบโต เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร เขาไม่รู้  ดินนั้นมีพลังให้เกิดผลในตนเอง  ครั้งแรกก็เป็นลำต้น แล้วก็ออกรวง ต่อมาก็มีเมล็ดเต็มรวง เมื่อข้าวสุก เกิดผลแล้ว เขาก็ใช้คนไปเก็บเกี่ยวทันที เพราะถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว”    พระองค์ตรัสอีกว่า “เราจะเปรียบพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างไร หรือจะใช้อุปมาอะไรอธิบายเรื่องนี้  พระอาณาจักรเปรียบเหมือนเมล็ดมัสตาร์ดซึ่งเมื่อหว่านในดิน ก็เป็นเมล็ดเล็กกว่าเมล็ดทั้งปวงทั่วแผ่นดิน แต่ครั้นได้หว่านและก็งอกขึ้นและกลายเป็นต้นไม้ใหญ่กว่าพืชผักทุกชนิด  มีกิ่งก้านใหญ่โตจนบรรดานกในอากาศมาพักอาศัยร่มเงาได้” พระองค์ตรัสเป็นอุปมาเช่นนี้อีกมากตามที่เขาเหล่านั้นฟังเข้าใจได้ พระ องค์มิได้ตรัสกับเขาโดยไม่ใช้อุปมา แต่เมื่อทรงอยู่เฉพาะกับบรรดาศิษย์ก็ทรงอธิบายทุกเรื่องให้กับเขาเหล่านั้น.

 

ข้อคิด

อุปมาเรื่องพืชที่งอกงามขึ้นเองและอุปมาเรื่องเมล็ดมัสตาร์ด ช่วยให้เราเข้าใจเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้าว่าอยู่ใกล้ และเรียกร้องให้ปฏิบัติ ช่วยชาวบ้านให้เข้าใจได้ง่ายๆ ข้าวออกรวง ซึ่งต่อไปเป็นอาหาร พระเยซูเจ้าต้องการสื่อว่า พระเจ้าเป็นเหมือนชาวนาหลัก เราเป็นเพียงผู้ช่วย พระเจ้าทรงเป็นผู้ริเริ่ม เราต้องทำหน้าที่ของเรา เมื่อถึงเวลาที่ “เราทุกคนจะต้องไปปรากฏเฉพาะพระบัลลังก์ขององค์พระคริสตเจ้า” (2 คร 5:10) ถ้าเราดำเนินชีวิตแห่งความรัก ความยุติธรรม และเสรีภาพ รับรู้ในพระพรของพระเจ้าในชีวิตของเรา เราก็จะได้รับเชิญเข้าในพระอาณาจักรพระเจ้า.

 

ฉันเริ่มต้นเล็กๆ…อ่อนแอ และเปราะบาง

ในโลกใบใหม่ที่ฉันไม่คุ้นเคย

วันเวลา….เพาะบ่มตัวฉันให้เติบโต

…ฉันจะหลับหรือตื่น…กลางคืนหรือกลางวัน

เมล็ดพันธุ์ชีวิตยังคงงอกงาม

…งอกขึ้นอย่างไร…ฉันไม่รู้

ฉันลืมตาพร้อมดวงตะวันยามเช้า…มองเห็น

ตนเองเป็นลำต้น…ออกรวง…และเมล็ด

และวันนั้น…เมื่อฤดูกาลสุกงอม

ฉันพบตนเองพร้อมสรรพสำหรับงานฉลอง

วัฏจักรชีวิตหมุนเวียนไปอย่างลึกลับและสงบนิ่ง

ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว…แต่มหัศจรรย์แห่งการเติบโตกำลังเคลื่อนตัวขึ้น

เมล็ดพันธ์ได้รับการเลี้ยงดู

…ไม่เร่งรีบ…ไม่กระวนกระวาย

…ก้าวไปตามจังหวะของพระองค์ผู้เป็นเจ้าของกาลเวลา

…ทุกสิ่งเป็นของพระองค์…จึงพึงกลับคืนสู่พระองค์

ให้พระองค์ครอบครอง และเป็นเจ้าของ

…ดุจผืนนาแห่งพระอาณาจักร

        ความรักส่วนสุดท้าย

ทุกสิ่งดูจบลงอย่างเร่งรีบ…สำหรับชายชื่อเยซู

…ถูกตัดสิน…ถูกตรึง…ตาย…และฝังในคูหา

ทุกอย่างจบบริบูรณ์ก่อนตะวันตกดิน

ทหาร…ผู้ชำนาญหอกดาบ

…แม้เร่งรีบ แต่ไม่เคยพลาดเป้า

ใช้หอกแทงสีข้างพระวรกาย

…โลหิตและน้ำไหลออกมา…ทันที

หัวใจพระเจ้า…แม้บอบช้ำด้วยบาปร้ายของมนุษย์

ยังคงไม่ลังเล…มอบเทให้เขาซึ่งความรักส่วนสุดท้าย

สีข้าง…ที่อาดัมเก่าเคยให้กำเนิดเอวาคู่ชีวิต

มาบัดนี้…อาดัมใหม่ให้กำเนิดมนุษยชาติ

…ทรงเลี้ยงดูเขาให้เติบโตและเข้มแข็งมั่นคง

…ด้วยเลือดเนื้อของพระองค์

ไม่เหลือสิ่งใด…ไม่เก็บสิ่งใด

มีดวงตาหลายดวงที่มองดูผู้ที่ถูกเขาแทง

มีดวงตาหลายดวงที่มองดูสีข้างและร่างกาย

แต่…จะมีดวงใจกี่ดวงที่มองเห็น…และได้เชื่อ

 

สัปดาห์ที่แล้ว

 วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2021

มีการส่งคลิปทางออนไลน์กันต่อๆมา พ่อเองก็ได้รับ และหลังจากที่ได้อ่าน ก็เห็นว่า เป็นเรื่องที่น่าใคร่ครวญ หลายคนคงจะไม่ได้รับ พ่อจึงขอนำมาลงในสารวัด เพื่อเราจะได้ลองคิดพิจารณา ในโอกาสที่เราทำการสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้า   มีผู้รับใช้พระเจ้าท่านหนึ่ง ได้ลุกขึ้นประกาศข่าวประเสริฐในรถไฟว่า “พระเยซูเจ้ารักคุณ” ทันใดนั้นมีหญิงคนหนึ่งได้ตะโกนด่าผู้รับใช้พระเจ้าด้วยเสียงอันดัง ว่าให้เขาหุบปากและเธอบอกกับผู้ชายคนนั้นว่า “พระเยซูเจ้าไม่มีจริงหรอก” ผู้รับใช้ของพระเจ้าได้นั่งลง แต่แล้วก็ลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่งและประกาศต่อไปว่า…”จงกลับใจและสารภาพบาป แล้วท่านจะได้รับความรอด” หญิงคนนั้นเกิดความไม่พอใจ จึงได้เดินไปทำร้ายร่างกายของผู้รับใช้คนนั้น  ทันใดนั้นลูกชายของนางก็ได้ตะโกนห้ามแม่ของเขาว่า “อย่าไปทำร้ายคนที่พระเจ้าส่งมา เขาเป็นคนของพระเจ้า” ฝ่ายคุณแม่เมื่อได้ยินอย่างนั้น เข่าของนางก็ทรุดลงและร้องไห้ ….. ผู้รับใช้คนนั้นจึงได้ถามหญิงนั้นว่า “ร้องไห้ทำไม” หญิงนั้นตอบว่า ….. “ลูกชายของเราเป็นใบ้ตั้งแต่กำเนิด แต่วันนี้เขาพูดได้แล้ว!”  พี่น้องที่รัก ถ้าเราอ่านเพลินๆ และปล่อยผ่าน ก็คงรู้สึกเฉยๆใช่ไหมครับ แต่ถ้าเราลองหยุดตริตรอง….มันก็น่าคิดนะครับ….ลูกชายของหญิงคนนั้นเป็นใบ้แต่กำเนิด แต่เขากลับพูดได้…เพราะอะไร…?!? ทำไมเขาจึงพูดได้…? หญิงคนนั้นโกรธโมโหและไม่เชื่อผู้รับใช้พระเจ้าคนนั้น ตะโกนด่าว่าผู้รับใช้พระเจ้าคนนั้น แต่แล้วเธอก็ต้องเข่าทรุดลงและร้องไห้     มีผู้คนจำนวนมาก ไม่เชื่อในพระเจ้า – ไม่เชื่อในเรื่องศีลมหาสนิท – ซึ่งเป็นพระกาย – พระโลหิตของพระคริสตเจ้า เป็นอาหารฝ่ายจิต – ทรงชีวิต ผู้ใดกินปังนี้จะมีชีวิตนิรันดร  …..จงกลับใจและเชื่อและวางใจในพระเจ้า แล้วเราจะได้รับความรอด!

****     เป็นอีกสัปดาห์หนึ่งที่พวกเราต้องสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า – ฉลองศีลมหาสนิท ทาง on line ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด    และไม่มี  โอกาสได้รับศีลมหาสนิท เพียงได้รับศีลฯ ทางความปรารถนาเท่านั้น      เพราะการระบาดของไวรัสโควิด แต่….แต่พี่น้องครับ จำที่เราจะต้องมีความเชื่อ เราต้องภาวนาวอนขอพระเจ้าได้โปรดเพิ่มความเชื่ออันน้อยนิดของพวกเรา ขอโปรดให้เราเชื่อและมั่นใจในพระเจ้า แม้ในยามที่พวกเรากำลังประสบความยากลำบากและวิกฤตของชีวิตขณะนี้

****        พวกเราอาจจะต้องเตือนตัวเองและคุกเข่าลง – ร้องไห้เหมือนหญิงคนนั้น …แม้ในท่ามกลางวิกฤต พระเจ้ายังรัก – เมตตา และประทานพระพรแก่เราอย่างมากมายมากกว่าคนอีกจำนวนเป็นล้านๆ เราจึงต้องสำนึกและ โมทนาคุณพระเจ้า พยายามที่จะรักตอบพระองค์ และเพราะรักพระองค์ เราจึงพยายามที่ จะรักและเมตตาเพื่อนมนุษย์เหมือนที่พระองค์ทรงรักและสอนให้เรารักกันและกัน.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

วันอาทิตย์  ที่ 13 มิถุนายน 2021

สมโภชพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า

 

เมื่อกล่าวถึงความศรัทธาต่อดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า เราไม่อาจจะลืมชื่อของบุคคล 2 ท่านนี้ได้เลย นักบุญมาร์กาเร็ต มารีย์ อาลาก๊อก   และนักบุญโคลด เดอ ลา โกลอมปีแอร์ พระสงฆ์วิญญาณารักษ์ของเธอ ทั้ง 2 ท่านเป็นธรรมฑูตผู้ยิ่งใหญ่แห่งพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ท่านทุ่มเททำงานเพื่อเผยแพร่ความเชื่อศรัทธา และทำให้ความเชื่อศรัทธาต่อดวงพระทัยเป็นที่นิยม ความเชื่อศรัทธานี้มีอายุยืนยาวเท่าก้บคริสตศาสนาทีเดียว นับแต่วันที่หอกของทหารได้แทงทะลุสีข้างของพระเยซู  ซึ่งถูกตรึงกางเขนบนเนินเขากัลวารีโอ                                                                                                                                                                                                       เมื่อสองพันปีก่อน  นักบุญยอห์นอัครสาวก ศิษย์รักของพระเยซูเจ้า ได้จ้องมองพระองค์ผู้ทรงถูกแทงด้วยหอก ตลอดสองสหัสวรรษ บรรดาปิตาจารย์และนักปราชญ์ของพระศาสนจักรรวมทั้งผู้เพ่งญาณมากมาย ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า พระเจ้าทรงมีหัวใจ เป็นหัวใจที่มีเลือดเนื้อ มีอารมณ์ และความรู้สึก เป็นหัวใจมนุษย์อย่างแท้จริง และจากนั้นมา นักประพันธ์จำนวนมาก ได้เริ่มกล่าวอ้าง และใช้หัวใจเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก นักบุญออกัสตินได้บรรยายถึงบาดแผลที่สีข้างของพระเยซูเจ้าว่า….เป็น “ประตูแห่งชีวิต” เรียกร้องให้สัตบุรุษสลัดความกลัวและเข้าหาดวงพระทัยอันเปรียบได้กับ “บัลลังก์แห่งพระหรรษทาน” “ขุมทรัพย์และความมั่งคั่งอันแวววาว” การได้เพ่งมองที่สีข้างของพระเยซูเจ้าที่ถูกแทง จะทำให้เราพบความรักในดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าที่ทรงมีต่อเรา ข้าแต่ดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้หลบเข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับดวงพระทัยของพระองค์ เพื่อข้าพเจ้าจะได้รักพระองค์จนสุดดวงใจของข้าพเจ้าด้วยเทอญ

****       วันศุกร์หลังจากสมโภชพระกายพระโลหิตของพระคริสตเจ้า พระศาสนจักรเชิญชวน คริสตชนให้ระลึกถึงและทำการสมโภชดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า และมักถูกเลื่อนไป         ฉลองในวันอาทิตย์ถัดไป และเช่นกัน เมื่อฉลองดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า เราก็ไม่     ควรลืมฉลอง ดวงพระทัยนิรมลของแม่พระ ซี่งก็เต็มไปด้วยความรักที่ไม่ยิ่งหย่อนไป    จากความรักของพระเยซูเจ้าเลย หัวใจของแม่พระเต็มไปด้วยความรัก – ความเต็มใจ – การยอมรับ น้ำพระทัยของพระเจ้า หัวใจที่ยอมมอบทุกอย่างให้กับพระองค์ วัน  ฉลองทั้งสองนี้ เชิญชวนเราทุกคนให้เพ่งมองดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าและแม่พระมองให้ลึกซึ้ง เพื่อเราจะได้รักตอบพระองค์และรักตอบแม่ของเรา

****       คุณศิริพงศ์และคุณณาณา ศรีภรรยา ได้นำยาฟ้าทะลายโจรมาฝากไว้ที่พ่อ จำนวน   20 ขวด ผู้ใดเคยใช้และได้ผลและต้องการ (ทราบว่า ขาดตลาด) เชิญติดต่อและไปรับ   จากพ่อได้นะครับยามที่เราต้องช่วยเหลือกันและกัน แบ่งปันและช่วยเหลือกัน

****       ไม่ลืมเช่นเคยครับ ขอขอบพระคุณพี่น้องผู้มีน้ำใจดีทุกๆท่าน ที่มีต่อทางวัดเสมอ ขอพระเจ้าตอบแทนน้ำใจดีของทุกท่านเป็นร้อยเท่าพันทวีด้วยเทอญ.

 

 

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151334 วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 2021 สมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า

Tuesday, November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 14:12-16,22-25

วันแรกของการกินขนมปังไร้เชื้อ เมื่อเขาฆ่าลูกแกะปัสกา บรรดาศิษย์ทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “พระองค์มีพระประสงค์ให้เราจัดเตรียมการเลี้ยงปัสกาที่ไหน” พระองค์จึงทรงใช้ศิษย์สองคนไป สั่งเขาว่า “จงเข้าไปในกรุง แล้วจะพบชายคนหนึ่งกำลังเดินแบกหม้อน้ำอยู่ จงตามเขาไป เขาเข้าไปที่ไหน จงถามเจ้าของบ้านว่า “พระอาจารย์ถามว่า ห้องที่เราจะกินปัสกากับบรรดาศิษย์นั้นอยู่ที่ไหน” เขาจะชี้ให้ท่านเห็นห้องใหญ่ชั้นบนปูพรมไว้เรียบร้อย จงจัดเตรียม ปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” ศิษย์ทั้งสองคนออกไป เดินทางเข้าไปในกรุง พบสิ่งต่างๆ ดังที่พระองค์ทรงบอกไว้ จึงจัดเตรียมปัสกา  ขณะที่ทุกคนกำลังกินอาหารอยู่นั้น พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ตรัสถวายพระพร ทรงบิขนมปัง ประทานให้เขาเหล่านั้น ตรัสว่า “จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรา” แล้วพระองค์ทรงหยิบถ้วย ตรัสขอบพระคุณ ประทานให้เขาและทุกคนดื่มจากถ้วยนั้น พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญาที่หลั่งออกเพื่อคนจำนวนมาก เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่ดื่นน้ำจากผลองุ่นใด จนกว่าจะถึงวันที่เราจะดื่มเหล้าองุ่นใหม่ในพระอาณาจักร”

 

ข้อคิด

วันนี้สมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า พระวาจาจากหนังสืออพยพมีประเด็นของการรื้อพันธสัญญา คือการพรมเลือดซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญา และพันธสัญญานี้อันที่จริง คือ “ความรัก” พระเยซูเจ้าในเวลาปัสกาของชาวยิว บรรดาศิษย์เข้ามาถามว่าจะให้เตรียมงานเลี้ยงปัสกาที่ไหน เป็นพระองค์เองที่ทรงสั่ง ทรงชี้นำ และให้พวกเขาไปจัดการ พวกเขาได้พบตามที่พระองค์ตรัสสั่ง ในวันนี้ ถ้าเราดูดีๆ พระองค์เป็นผู้กำหนด ทรงสั่ง ทรงให้จัดเตรียมปัสกา แต่ที่ต่างกันคือ ขนมปังเป็นพระกายของพระองค์ที่บิ และถ้วยที่ดื่มคือ เหล้าองุ่นที่พระองค์ตรัสว่าเป็นพระโลหิต สรุปว่า พระองค์เองทรงเป็นเจ้าของปัสกา ทรงเป็นอาหารและเครื่องดื่มแห่งความยินดีในพันธสัญญาของพระองค์.                          

 

สุดท้าย

ในชีวิต ฉันมีหลายสิ่งที่ได้กลายเป็นสิ่งสุดท้าย

…ฉันนอนบ้านครั้งสุดท้าย…ฉันอยู่ใกล้พ่อครั้งสุดท้าย

เมื่อสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น ฉันยังคงไม่นึกว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย

แม้ในการบอกลา ฉันยังคงไม่แน่ใจว่าการพบเจอจะจบสิ้น

แต่…ความไม่แน่ใจ ดูจะเป็นความบรรเทาเล็กๆ

เพราะการจบสิ้น ยังคงดูเจือจาง

พระเยซูเจ้ากำลังเตรียมสำหรับวันสุดท้าย…ที่จะอยู่กับเพื่อนของพระองค์

ทรงทราบดีว่า วาระสุดท้ายมาถึงแล้ว

นี่คือวันเวลาสุดท้าย…ทึ่จะแบ่งปันชีวิตกับศิษย์

ทุกอย่างได้รับการตระเตรียมอย่างละเอียดถี่ถ้วน

..อาหารค่ำมื้อสุดท้าย อบอุ่นด้วยความใกล้ชิดอันเรียบสงบ

…เชื้อเชิญให้ลิ้มรสของขวัญแห่งชีวิตที่จะถูกมอบ

…ของขวัญที่เกินความคาดคิด

พระเยซูทรงมอบพระองค์เอง

นี่คือกายของเรา…นี่คือโลหิตของเรา…รับไปกินดื่มให้ทั่วกันเถิด

ความสัมพันธ์ใกล้ชิดดูเหมือนจะถึงจุดอวสาน

พระองค์เผชิญกับความมืดแห่งกาลสุดท้าย

ด้วยการอยู่กับเพื่อนของพระองค์

และมอบของขวัญแห่งชีวิตของพระองค์แก่พวกเขา

หลังการกลับคืนชีพของพระองค์ พวกเขาจะรวบรวมกันอีกครั้งหนึ่ง

…เพื่อฟื้นฟูความทรงจำนี้ เพื่อเล่าขานเรื่องราวที่ความรักจดจำ

…เพื่อบิปังแต่ชีวิตที่จะหล่อเลี้ยงพวกเขา ให้ก้าวเดินสู่พระอาณาจักร

แม้วันเวลาได้ผ่านมายาวไกลหลายศตวรรษ

แต่ความทรงจำนี้ยังคงแจ่มชัด

ในมิสซา…คริสตชน  คนของพระคริสตเจ้า

ฟื้นฟูความทรงจำศักดิ์สิทธิ์

พวกเขาร่วมรับปังที่ได้ถูกบิออก…รับถ้วยที่ได้ถูกมอบให้

…แบ่งปันชีวิต และเลือดเนื้อ ในยามที่ผืนแผ่นดินร้องหา

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2021                 

            “จงดูอดีตก่อนที่ท่านทั้งหลายจะเกิด ตั้งแต่วันที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ไว้บนแผ่นดิน จงตรวจตราจากปลายหนึ่งถึงอีกปลายหนึ่งของโลกว่า มีอะไรยิ่งใหญ่เท่านี้เกิดขึ้นหรือไม่ มีใครเคยได้ยินเรื่องใดที่เหมือนเรื่องนี้ เคยมีมนุษย์ใดบ้างที่ได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าที่ตรัสจากกองไฟ หรือเคยมีพระเจ้าองค์ใดบ้างที่ทรงกล้าเลือกชนชาติหนึ่งออกจากอีกชนชาติหนึ่ง ทรงใช้การทดลอง เครื่องหมายมหัศจรรย์ ปาฏิหาริย์และสงคราม ทรงใช้พระหัตถ์ทรงฤทธิ์ และพระอานุภาพยิ่งใหญ่เพื่อประชากรของพระองค์   พี่น้อง ทุกคนที่มีพระจิตของพระเป็นเจ้านำทาง – เป็นผู้นำ ย่อมเป็นบุตรของพระเจ้า ท่านทั้งหลายไม่ได้รับจิตของการเป็นทาส ซึ่งมีแต่ความหวาดกลัว แต่ได้รับจิตของการเป็นบุตร – บุตรของพระเจ้า – เป็นบุตรบุญธรรม เป็นทายาทของพระองค์  พี่น้องที่รักยิ่ง พระวาจาของพระเจ้านั้นเที่ยงตรง พระราชกิจของพระองค์น่าเชื่อถือ พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและความยุติธรรม ความรักมั่นคงขององค์พระเจ้าเปี่ยมล้นทั่วแผ่นดิน                                                                                                               การระบาดของไวรัสโควิดในโลกปัจจุบัน บอกอะไร – สอนอะไรแก่เรา เพียงไวรัสตัวเล็กๆ มนุษย์ก็ยากจะเอาชนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร หากมนุษย์ขาดการเชื่อฟัง – เชื่อมั่นในพระ ทุกสิ่งจะพินาศ พระเจ้าทรงอนุญาตให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้น ก็เพื่อสอนใจมนุษย์ ให้มนุษย์สุภาพ – ถ่อมตน และยอมเคารพนับถือพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ เพียงพระวาจาเดียวของพระเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็นอย่างที่พระองค์พอพระทัย พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่ง ทรงเฝ้าพิทักษ์ทุกสิ่ง และทรงปรารถนาให้ทุกสิ่งรอดพ้น และจะได้เสวยสุขกับพระองค์ ข้าแต่พระตรีเอกภาพ ขอทรงพระเมตตาต่อข้าพเจ้าทั้งหลายด้วยเทอญ

****       ดูเหมือนว่า การระบาดของไวรัสโควิดจะไม่รู้จักจบจักสิ้น ตราบใดที่มนุษยโลก   ยังหลงในตัวเอง เมื่อใดที่มนุษย์ตาสว่าง – เห็นแจ้งจริงในพระเจ้า และยอมมอบทุกอย่างไว้กับพระเจ้า เมื่อนั้นพระองค์จะบันดาลความสุข แต่มิได้หมายความว่า           มนุษย์จะไม่ทำอะไร-อยู่เฉยๆ มนุษย์จะต้องยอมให้พระจิตของพระเจ้านำทาง และ ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ เมื่อใดที่มนุษย์หันกลับมาเชื่อ – วางใจ และรัก พระเจ้า และพยายามรัก – ช่วยเหลือ – เมตตาต่อกันและกันอย่างแท้จริง เมื่อนั้นแหละจะถึงเวลาแห่งการปลดปล่อยของพระเจ้า และมนุษย์จะกลับมามีชีวิตในความสุขอีกครั้งหนึ่ง ตามพระทัยของพระเจ้า

****       ช่วงเวลานี้ จึงเป็นช่วงเวลาของการพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ – เป็นลูกของพระเจ้า          เป็นประชากรของพระเจ้า เป็นช่วงเวลาที่เราจะต้องช่วยเหลือ – เห็นอกเห็นใจกัน        และกัน   หลายๆคนได้แสดงออกแล้ว ตู้ปันสุข – อาหารดับทุกข์ – ข้าวของแบ่งปัน เงินทองช่วยเหลือ ฯลฯ  ขอพระเจ้าตอบแทนทุกๆท่านที่ได้กระทำแล้ว ให้ได้พบความสุขทั่วหน้ากันเทอญ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2021

มีการส่งคลิปทางออนไลน์กันต่อๆมา พ่อเองก็ได้รับ และหลังจากที่ได้อ่าน ก็เห็นว่า เป็นเรื่องที่น่าใคร่ครวญ หลายคนคงจะไม่ได้รับ พ่อจึงขอนำมาลงในสารวัด เพื่อเราจะได้ลองคิดพิจารณา ในโอกาสที่เราทำการสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้า มีผู้รับใช้พระเจ้าท่านหนึ่ง ได้ลุกขึ้นประกาศข่าวประเสริฐในรถไฟว่า “พระเยซูเจ้ารักคุณ” ทันใดนั้นมีหญิงคนหนึ่งได้ตะโกนด่าผู้รับใช้พระเจ้าด้วยเสียงอันดัง ว่าให้เขาหุบปากและเธอบอกกับผู้ชายคนนั้นว่า “พระเยซูเจ้าไม่มีจริงหรอก” ผู้รับใช้ของพระเจ้าได้นั่งลง แต่แล้วก็ลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่งและประกาศต่อไปว่า…”จงกลับใจและสารภาพบาป แล้วท่านจะได้รับความรอด” หญิงคนนั้นเกิดความไม่พอใจ จึงได้เดินไปทำร้ายร่างกายของผู้รับใช้คนนั้น  ทันใดนั้นลูกชายของนางก็ได้ตะโกนห้ามแม่ของเขาว่า “อย่าไปทำร้ายคนที่พระเจ้าส่งมา เขาเป็นคนของพระเจ้า” ฝ่ายคุณแม่เมื่อได้ยินอย่างนั้น เข่าของนางก็ทรุดลงและร้องไห้ ….. ผู้รับใช้คนนั้นจึงได้ถามหญิงนั้นว่า “ร้องไห้ทำไม” หญิงนั้นตอบว่า ….. “ลูกชายของเราเป็นใบ้ตั้งแต่กำเนิด แต่วันนี้เขาพูดได้แล้ว!”   พี่น้องที่รัก ถ้าเราอ่านเพลินๆ และปล่อยผ่าน ก็คงรู้สึกเฉยๆใช่ไหมครับ แต่ถ้าเราลองหยุดตริตรอง….มันก็น่าคิดนะครับ….ลูกชายของหญิงคนนั้นเป็นใบ้แต่กำเนิด แต่เขากลับพูดได้…เพราะอะไร…?!? ทำไมเขาจึงพูดได้…? หญิงคนนั้นโกรธโมโหและไม่เชื่อผู้รับใช้พระเจ้าคนนั้น ตะโกนด่าว่าผู้รับใช้พระเจ้าคนนั้น แต่แล้วเธอก็ต้องเข่าทรุดลงและร้องไห้  มีผู้คนจำนวนมาก ไม่เชื่อในพระเจ้า – ไม่เชื่อในเรื่องศีลมหาสนิท – ซึ่งเป็นพระกาย – พระโลหิตของพระคริสตเจ้า เป็นอาหารฝ่ายจิต – ทรงชีวิต ผู้ใดกินปังนี้จะมีชีวิตนิรันดร  …..จงกลับใจและเชื่อและวางใจในพระเจ้า แล้วเราจะได้รับความรอด!

****    เป็นอีกสัปดาห์หนึ่งที่พวกเราต้องสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของ                 พระคริสตเจ้า – ฉลองศีลมหาสนิท ทาง on line ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด     และไม่มีโอกาสได้รับศีลมหาสนิท เพียงได้รับศีลฯ ทางความปรารถนาเท่านั้น เพราะการระบาดของไวรัสโควิด แต่….แต่พี่น้องครับ จำที่เราจะต้องมีความเชื่อ เราต้องภาวนาวอนขอพระเจ้าได้โปรดเพิ่มความเชื่ออันน้อยนิดของพวกเรา ขอโปรดให้เราเชื่อและมั่นใจในพระเจ้า แม้ในยามที่พวกเรากำลังประสบความยากลำบาก และวิกฤตของชีวิตขณะนี้

****       พวกเราอาจจะต้องเตือนตัวเองและคุกเข่าลง – ร้องไห้เหมือนหญิงคนนั้น          …แม้ในท่ามกลางวิกฤต พระเจ้ายังรัก – เมตตา และประทานพระพร แก่เราอย่างมากมาย มากกว่าคนอีกจำนวนเป็นล้านๆ เราจึงต้องสำนึกและโมทนาคุณพระเจ้า พยายามที่จะรักตอบพระองค์และเพราะรักพระ   องค์ เราจึงพยายามที่จะรักและเมตตาเพื่อนมนุษย์เหมือนที่พระองค์ทรงรักและสอนให้เรารักกันและกัน.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล