บอกเล่าให้ฟัง
ในที่สุดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนก็จบลง พ่อต้องขอขอบคุณ บราเดอร์ทั้งสาม ท่านบรรดาพี่เลี้ยงเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วยเหลือทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจเพื่อทำให้ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนในปีนี้ ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและสำเร็จลงได้ด้วยดี การจัดให้มีค่ายคำสอน พ่อคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่มากพอสมควร เพราะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นมาก มาย พี่น้องได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการปลูกฝังเรื่องพระเจ้าให้แก่ลูกหลานของเรา จะเป็นด้วยวิธีการหรือด้านใดก็ตาม บางคนให้เงินบริจาคแทบทุกวันอาทิตย์ บางคนนำอาหารมาให้เด็กๆและคนทำงานได้ทานกัน บางคนซื้อขนมมาฝาก บางคนมาช่วยงาน มาช่วยสอนแบ่งปันประสบการณ์แห่งความเชื่อที่ตนมีให้เด็กๆ การเป็นแบบอย่างที่ดีในการมาร่วมพิธีกรรม ฯลฯ ล้วนเป็นเรื่องที่ดีน่าชื่นชม นี่คือส่วนหนึ่งของการสร้างชุมชนแห่งความเชื่อให้เข้มแข็งและมีชีวิตชีวา
ส่วนเด็กๆ ลูกหลานของเราก็คงได้รับหลายสิ่งหลายอย่างที่บราเดอร์ คุณพ่อ คุณครู พี่เลี้ยงเยาวชน และผู้ใหญ่ใจดีหลายๆท่านถ่ายทอดให้ติดตัวไป สิ่งที่เป็นรูปธรรมที่สุดที่พ่อสัมผัสได้มีมากมาย ในช่วงมีค่ายคำสอน วัดชุมชนแห่งความเชื่อของเรามีชีวิตชีวาอย่างเห็นได้ชัด ผู้ใหญ่หลายท่านที่พ่อไม่เคยพบไม่เคยรู้จักก็ได้รู้จักแม้ไม่ใช่คาทอลิกด้วย เด็กๆมีเพื่อนที่เป็นคริสตชนด้วยกันมากขึ้น มาวัดมาช่วยมิสซา อ่านบทอ่าน ช่วยทำงานหลายสิ่งหลายอย่าง เมื่อเด็กๆเป็นเพื่อนกัน ผู้ใหญ่ก็เริ่มรู้จักคุยกันสนิทสนมกันมากขึ้น พ่อมีความปรารถนาอย่างยิ่งที่ทำจะให้สิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่หยั่งรากลึกในชุมชนแห่งความเชื่อนี้ แม้บราเดอร์จะต้องกลับไปปฏิบัติภาระกิจของตนแล้ว แต่พวกเรายังอยู่คงจะต้องช่วยกันถักทอสานต่อเรื่องดีๆเหล่านี้ให้คงอยู่และดำเนินต่อไป หันไปมองเด็กเล็กๆที่อุตส่าห์มาเรียนคำสอนแม้จะยังไม่ได้รับศีลปีนี้ แต่ก็เริ่มสวดได้หลายบทแล้ว เด็กที่โตพอจะรับศีลอภัยบาปและศีลมหาสนิทครั้งแรกได้แล้ว ก็ได้รับการเตรียมตัวอย่างดีในการรับศีลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนแห่งความเชื่อของพวกเขาต่อไป เด็กที่ได้รับศีลมหาสนิทแล้วแต่ยังไม่เข้าเกณฑ์ในการรับศีลกำลัง ก็ได้มีโอกาสรื้อฟื้นคำสัญญาแห่งศีลล้างบาปด้วยตนเองอย่างสง่า ส่วนเด็กที่กำลังจะเป็นวัยรุ่นก็ได้รับศีลกำลังพร้อมที่จะเป็นทหารหาญกำลังของพระศาสนจักรต่อไป สิ่งต่างๆเหล่านี้พ่อได้เห็นได้สัมผัสด้วยตนเอง แล้วพี่น้องหละครับได้เห็นได้สัมผัสบ้างหรือเปล่า ถ้าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีก็ต้องช่วยกันทำต่อไป แม้ในอนาคตซึ่งคงจะไม่ใครหยั่งรู้ ได้เราอาจจะต้องทำกันเองโดยไม่มีบราเดอร์มาช่วย เราจะต้องทำต่อไปและต้องทำให้ได้ด้วย
เด็กๆหลายคนมาฝึกอ่านบทอ่าน มาฝึกช่วยมิสซา และเริ่มลงมือปฏิบัติกันแล้ว แม้ว่าในช่วงแรกๆอาจจะไม่ค่อยราบรื่นนัก แต่ต่อไปเขาก็จะทำได้มีความชำนาญมากขึ้น เด็กๆบางคนมาอยู่ใกล้ชิดกับบราเดอร์และคุณพ่อ เขาบอกว่าอยากจะเป็นเหมือนบราเดอร์และคุณพ่อบ้าง นี่เป็นจุดเริ่มต้นของกระแสเรียกแห่งการเป็นพระสงฆ์ การเป็นธรรมทูตต่อไปในอนาคต สิ่งต่างๆเหล่านี้จะดำเนินต่อไป และเป็นจริงในอนาคตได้ก็ต่อเมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองต้องช่วยกันส่งเสริมสนับสนุน ถ้าไม่ช่วยกันสนับสนุนมันก็จะเป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง หลังจากที่บราเดอร์กลับไปปฏิบัติภารกิจของ บราเดอร์แล้ว ซึ่งพ่อไม่มีความปรารถนาจะให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเลย จึงขอความร่วมมือจากพี่น้อง ให้ช่วยกันร่วมมือกันสนับสนุนให้เด็กๆมาวัด มาช่วยกิจกรรมที่พวกเขาพอจะช่วยได้ เด็กที่ได้เรียนคำสอนไปแล้ว และหลายคนได้รับศีลศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว พ่อขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองช่วยดูแลเอาใจใส่ให้พวกเขาได้มาปฏิบัติศาสนกิจอย่างสม่ำเสมอ ถ้าอย่างนี้ได้ ชุมชนแห่งความเชื่อนี้จะเติบโตและเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน.
จาก คุณพ่อเจ้าวัด
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พระเมตตาและการเยียวยารักษาจากพระเจ้า
หลังจากพระเยซูคริสตเจ้าทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน บรรดาสาวกและอัครสาวกทั้งหลายสิ้นหวัง หนีเอาตัวรอดกระจัดกระจาย สภาพความเชื่อของบรรดาศิษย์หลังจากที่พระเยซูคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์ เป็นสภาพความเชื่อที่หวั่นไหวคลอนแคลนและบอบช้ำ ความมืดมนแห่งชีวิตความกลัวครอบงำพวกเขาจนไม่สามารถทำอะไร นอกจากหลบซ่อนตัวให้พ้นจากสายตาของพวกชาวยิว “ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่เพราะกลัวชาวยิว” (ยน.20:19) พระเยซูคริสตเจ้าทรงเข้าใจสภาพความอ่อนแอของพวกเขา พวกเขาต้องการการฟื้นฟูสภาพ ต้องการกำลังใจและการเยียวยารักษา เพื่อทำให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านพ้นความกลัวความมืดมนแห่งชีวิต ไปสู่แสงสว่างใหม่ชีวิตใหม่มีความหวังใหม่พร้อมที่จะปฏิบัติตามพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย
วิธีการฟื้นฟูสภาพและเยียวยารักษาขององค์พระเยซูคริสตเจ้า ก็คือ การทำให้บรรดาศิษย์เข้าใจความหมายของพระธรรมล้ำลึกปัสกา ซึ่งเป็นความหมายที่แท้จริงของชีวิต นั่นก็คือ ต้องผ่านความยากลำบากความทุกข์ทรมาน ความตาย แล้วจึงจะได้รับเกียรติรุ่งโรจน์ในการกลับคืนชีพ ผ่านกางเขนไปสู่แสงสว่าง ด้วยเหตุนี้เมื่อพระองค์เสด็จมาประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา พระองค์จึงทรงแสดงพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกายให้พวกเขาเห็นรอยแผล ซึ่งเป็นร่องรอยที่เกิดมาจากการถูกทรมานและการสิ้นพระ ชนม์บนไม้กางเขนนั่นเอง “พระองค์ทรงให้บรรดาศิษย์ดูพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกาย เมื่อเขาเหล่านั้นเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็มีความยินดี” (ยน.20:20) ทำไมบรรดาศิษย์จึงมีความยินดีเมื่อเห็นพระองค์ที่อยู่ในสภาพรอยแผลเต็มไปหมด อาจเป็นเพราะเขาจำพระองค์ได้และคิดถึงคำทำนายล่วงหน้าถึงพระองค์ว่า พระองค์ต้องสิ้นพระชนม์แล้วอีกสามวันจะกลับคืนพระชนมชีพ และก็เป็นไปได้เหมือนกันว่าเมื่อพวกเขาเห็นสภาพของพระองค์แล้ว ก็เริ่มเข้าใจความหมายของพระธรรมล้ำลึกปัสกา ซึ่งเป็นความหมายที่แท้จริงของการเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ ต้องติดตามพระองค์บนหนทางแห่งไม้กางเขน พวกเขาจึงสามารถน้อมรับความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ความผิดหวังด้วยความชื่นชมยินดี
มีข้อสังเกตที่น่าสนใจจากเหตุการณ์นี้บางประการ บรรดาศิษย์ชุมนุมกันในค่ำวันต้นสัปดาห์ ซึ่งเป็นวันอาทิตย์พวกเขาต้องกำลังทำตามคำสั่งของพระอาจารย์ “จงทำอย่างนี้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระองค์” เมื่อพวกเขาทำตามคำสั่งแล้ว พระเยซูคริสตเจ้าก็เสด็จมาประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา และประทานสันติสุขให้ (ยน.20:19) การมาร่วมบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์นั้นจึงสำคัญ เป็นการทำตามคำสั่งของพระเยซูคริสตเจ้า เมื่อทำแล้วเราจะสัมผัสได้ถึงการประทับอยู่ของพระองค์ มีสันติสุขได้รับกำลังใจที่จะก้าวหน้าต่อไปในหนทางของพระองค์ นอกนั้นบูชาขอบพระคุณยังทำให้เราเข้าใจในพระเมตตารักของพระเจ้า ที่ทรงเข้าใจ ห่วงใย ดูแล และค้ำจุนชีวิตของเราเสมอ โดยอาศัยพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ซึ่งเป็นทั้งยาเยียวยารักษาและเป็นพลังที่สามารถช่วยเราให้ก้าวเดินในหนทางขอพระ องค์ จนบรรลุเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิต เราคริสตชนจึงต้องให้ความ สำคัญกับทั้งสองสิ่งนี้ ด้วยการฟังพระวาจาแล้วนำไปปฏิบัติตาม และมาร่วมบูชาขอบพระคุณ และรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆด้วยความศรัทธา เพื่อเราจะได้รับการหล่อเลี้ยงเยียวยารักษาด้วยพระเมตตาของพระองค์.
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ประกาศ
- วันเสาร์ที่ 4 พ.ค. 2019 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนา และร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10.00 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์ทานอาหารร่วมกัน
- วันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค. 2019 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างเด็ก ผู้ที่ปรารถนาจะนำลูกหลานมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าและส่งข้อมูลล่วงหน้าด้วย
- วันศุกร์ที่ 3 เป็นวันศุกร์ต้นเดือน ขอเชิญพี่น้องร่วมมิสซาแสดงความศรัทธาต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า มีทำชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์ เวลา 18.30 น. และต่อมิสซาบูชาขอบพระคุณ
- ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้ดำเนินการส่งให้เขต2และอัครสังฆมณฑลนำไปช่วยผู้ด้อยโอกาสต่อ
- วันอาทิตย์ที่ 12 พ.ค. 2019 ขอเชิญผู้ที่ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
ประกาศแต่งงาน
ระหว่าง ยอแซฟ วรพจน์ รวิวรกุล
บุตรของ ยอแซฟ อภิทัศน์ และ โรซา ภาวนา รวิวรกุล
กับ นางสาว สุชาดา พงษ์เขตคาม
บุตรีของ นาย สมชาติ และ นาง สุรีย์พร พงษ์เขตคาม
พิธีสมรสวันจันทร์ที่ 6 พ.ค. 2019 เวลา 10.00 น.
ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงาน
ต้องแจ้งให้พ่อเจ้าวัดทราบ
คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปีวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต