Posts Tagged ‘สารวัด’

สารวัด ฉบับที่ 151390 วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2022 สมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล อัครสาวก

Saturday, July 2nd, 2022

สารวัด ฉบับที่ 151389 วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 20222 สมโภชพระหฤทัยศักดิ์สิทธ์ของพระเยซูเจ้า

Tuesday, June 28th, 2022

oooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooo

 

สารวัด ฉบับที่ 151388 วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2022 สมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า

Saturday, June 18th, 2022

สารวัด ฉบับที่ 151387 วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 2022 สมโภชพระตรีเอกภาพ

Saturday, June 11th, 2022

 

เชิญพี่น้อง เพิ่มเพื่อนในไลน์ เพื่อรับข่าวสารจากทางวัด

 

สารวัด ฉบับที่ 151386 วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 2022 สมโภชพระจิตเจ้า

Saturday, June 4th, 2022

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูยอห์น

ยน 14:15-16, 23ข-26

           เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับอัครสาวกว่า “ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา และเราจะวอนขอพระบิดา แล้วพระองค์จะประทานผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่งให้ท่าน เพื่อจะอยู่กับท่านตลอดไป 

ผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา พระบิดาของเราจะทรงรักเขา พระบิดาจะเสด็จพร้อมกับเรามาหาเขา จะทรงพำนักอยู่กับเขา ผู้ที่ไม่รักเรา ก็ไม่ปฏิบัติตามวาจาของเรา วาจาที่ท่านได้ยินนี้ ไม่ใช่วาจาของเรา แต่เป็นของพระบิดา ผู้ทรงส่งเรามา เราบอกสิ่งเหล่านี้ให้ท่านฟัง ขณะที่เรายังอยู่กับท่าน แต่พระผู้ช่วยเหลือคือพระจิตเจ้าที่พระบิดาจะทรงส่งมาในนามของเรานั้น จะทรงสอนท่านทุกสิ่งและจะทรงให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราเคยบอกท่าน”

 

ข้อคิดจากพระวาจา โดยพระคุณเจ้า พระสังฆราชลือชัย ธาตุวิสัย

      พี่น้องที่รัก วันนี้เป็นวันสมโภชพระจิตเจ้า ซึ่งเป็นการระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญและยิ่งใหญ่อีกอันหนึ่งที่ได้เกิดขึ้นในพระศาสนจักรของเรา นั่นคือ “พระจิตเจ้า” หรือ “ผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่ง” ได้เสด็จลงมาเหนือบรรดาอัครสาวกเหมือนดังที่พระเยซูเจ้าได้ทรงสัญญาไว้ก่อนที่พระองค์จะทรงจากพวกเขากลับไปหาพระบิดา ยิ่งกว่านั้น วันนี้ถือได้ว่าเป็นวันเกิดของพระศาสนจักรด้วยเพราะเป็นวันที่บรรดาอัครสาวกได้เริ่มป่าวประกาศข่าวดีอย่างเป็นทางการและมีผู้กลับใจเป็นจำนวนมาก สำหรับชาวยิววันนี้เป็นวันที่พวกเขาฉลองการเก็บเกี่ยวซึ่งเป็นวันที่พวกเขาขอบคุณพระเจ้าเป็นพิเศษสำหรับผลผลิตที่ได้รับตลอดปีที่ผ่านมา อันที่จริง บรรดาอัครสาวกฉลองการเก็บเกี่ยวด้วยเหมือนกัน แต่สิ่งที่พวกเขาเก็บเกี่ยวไม่ใช่พืชพันธุ์ธัญญาหาร แต่เป็นผู้มีความเชื่อในพระเยซูเจ้าและข่าวดีของพระองค์

         ในบทอ่านแรกซึ่งมาจากหนังสือกิจการอัครสาวก นักบุญลูกาผู้เขียน หนังสือเล่มนี้เล่าให้เราฟังว่าพระจิตเจ้าได้เสด็จลงมาเหนือบรรดาอัครสาวกที่กำลังชุมนุมกันในรูปของเปลวไฟที่มีลักษณะเหมือนลิ้น ผลที่ตามมาคือ บรรดาอัครสาวกสามารถพูดภาษาต่างๆ ได้จนสร้างความประหลาดใจให้กับชาวยิวที่เลื่อมใสศรัทธาซึ่งเดินทางมาจากทุกชาติทั่วโลก เพื่อนมัสการพระเจ้าที่กรุงเยรูซาเล็มเพราะพวกเขาได้ยินบรรดาอัครสาวกพูดภาษาของตนเอง อัศจรรย์ครั้งนี้ชี้ให้เราเห็นว่าพระจิตเจ้าได้ประทานอำนาจแห่งการสื่อสารให้แก่บรรดาอัครสาวก ซึ่งทำให้ทุกคนเข้าใจข่าวดีที่พวกเขาประกาศ ความสับสนวุ่นวายในเรื่องภาษาที่หอบาเบล (เทียบ ปฐก11:1-9) ได้ถูกทำลายลงด้วยเอกภาพแห่งการเข้าใจที่ทุกคนสามารถพบได้ในพระจิตเจ้า เวลานี้ไม่มีประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรเป็นพิเศษอีกต่อไป เพราะทุกคนเป็นประชากรของพระเจ้าและทุกคนได้รับเรียกให้เข้ามาในพระอาณาจักรของพระองค์

เราไม่สงสัยในพลังอำนาจของพระจิตเจ้าที่ทำงานผ่านทางบรรดาอัครสาวกและกลุ่มคริสตชนในสมัยเริ่มแรก เพราะหลังจากที่พวกเขาได้รับพระองค์แล้ว พวกเขาได้เริ่มป่าวประกาศข่าวดีอย่างกล้าหาญ เป็นพยานถึงความเชื่อในพระเยซูเจ้าด้วยชีวิตทั้งครบ แม้ว่าพวกเขาหลายคนต้องพลีชีวิตตนเองเพื่อพันธกิจนี้ พวกเขาก็ยอมสละด้วยความเต็มใจ แล้วเราละ! ในฐานะคริสตชนคนหนึ่ง พระจิตเจ้าทรงมีบทบาทต่อชีวิตของเราอย่างไร?

 

         ในจดหมายถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 1 ที่เราได้รับฟังในบทอ่านที่สองวันนี้ นักบุญเปาโลบอกเราว่า พระจิตเจ้าช่วยเราให้สามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่า “พระเยซูคือองค์พระผู้เป็นเจ้า” (1คร12:3) นั่นคือ พระจิตเจ้าทรงช่วยเราให้มีความเชื่อในพระเยซูเจ้ามั่นคงมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งพระองค์กลายเป็นศูนย์กลางชีวิตและเจ้านายแต่เพียงผู้เดียวของเรา ยิ่งกว่านั้น พระจิตเจ้ายังทรงเป็นบ่อเกิดแห่งพระพรพิเศษต่างๆ มากมาย พระพรพิเศษที่เราแต่ละคนได้รับอาจจะแตกต่างกัน แต่มาจากต้นกำเนิดเดียวกัน นั่นคือ พระจิตเจ้า เพราะฉะนั้น เราทุกคนจึงเป็นหนึ่งเดียวกันในพระองค์ “เดชะพระจิตเจ้าพระองค์เดียว เราทุกคนจึงได้รับการล้างมารวมเข้าเป็นร่างกายเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นชาวยิวหรือชาวกรีก ไม่ว่าจะเป็นทาสหรือไทก็ตาม เราทุกคนต่างได้รับพระจิตเจ้าพระองค์เดียวกัน” (1คร12:13)

 

สิ่งหนึ่งที่เราควรจดจำไว้เสมอคือ พระพรพิเศษของพระจิตเจ้าไม่ได้มีไว้เพื่อตัวของผู้ที่ได้รับเท่านั้น แต่มีไว้เพื่อรับใช้และตอบสนองความต้องการของผู้อื่นด้วย ด้วยเหตุนี้ เราแต่ละคนต้องทำงานด้วยกัน ใช้พระพรพิเศษที่เราได้รับเพื่อสร้างและพัฒนากลุ่มคริสตชนและสังคมที่เราแต่ละคนเป็นส่วนหนึ่งให้เจริญก้าวหน้าในหนทางที่ถูกต้อง เราอาจมีจำนวนมากก็จริง แต่โดยทางการทำงานของพระจิตเจ้า เราแต่ละคนกลายเป็นร่างกายเดียวกัน อันที่จริง เราแต่ละคนเป็นส่วนหนึ่งของพระกายทิพย์ของพระเยซูเจ้าหรือพระศาสนจักรอยู่แล้ว เหมือนที่ร่างกายมีอวัยวะหลายอย่าง แต่ทุกอย่างทำงานประสานกลมกลืนกัน เช่นเดียวกัน เราควรใช้ศักยภาพและความสามารถทั้งหมดที่พระจิตเจ้าประทานแก่เราอย่างมีเอกภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดของกลุ่มคริสตชนและสังคมที่เราอาศัยอยู่                                                

 

         พระจิตเจ้ายังทรงเป็นหนทางที่นำไปสู่เสรีภาพและการปลดปล่อยให้เป็นอิสระอย่างแท้จริงวิถีทางของพระองค์ ไม่ได้เป็นวิถีทางแห่งการเป็นทาส การบีบบังคับ ความโลก หรือความหวาดกลัว โดยทางพระองค์ เราสามารถมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระเจ้าจนกระทั่งเราสามารถเรียกพระองค์ว่า “พระบิดา” เหมือนที่พระเยซูเจ้าทรงสอนเรา เมื่อเราได้รับพระจิตเจ้าในศีลกำลังแล้ว เราแต่ละคนกลายเป็นสมาชิกที่สมบูรณ์ของพระศาสนจักรและสามารถมีส่วนร่วมในกิจการและภารกิจแห่งรักและรับใช้ทุกอย่างของประชากรพระเจ้า

 

            นอกจากนี้ พระจิตเจ้ายังทำให้เรามีส่วนร่วมในพระทรมานของพระเยซูเจ้าเพื่อว่าเราจะมีส่วนร่วมในพระสิริรุ่งโรจน์ร่วมกับพระองค์ในเมืองสวรรค์ ความทุกข์ยากลำบากที่ทำให้เรามีส่วนร่วมในพระทรมานของพระเยซูเจ้านี้ไม่ได้เกิดจากการขาดเสรีภาพของเรา แต่เกิดจากการที่เราอุทิศตนทั้งครบเพื่อยืนยันความถูกต้องและความจริงและเพื่อปกป้องเสรีภาพและศักดิ์ศรีของมวลมนุษย์ ในฐานะศิษย์ของพระเยซูเจ้า เราต้องพร้อมที่จะจ่ายทุกอย่างเพื่อภารกิจยิ่งใหญ่นี้ แม้แต่ด้วยชีวิตของเรา ถ้าจำเป็น

             พี่น้องที่รัก ในวันสมโภชพระจิตเจ้าปีนี้ พ่ออยากเชิญชวนเราให้พิจารณาไตร่ตรองเกี่ยวกับเป้าประสงค์ที่แท้จริงของพระพรพิเศษที่เราได้รับจากพระจิตเจ้า จริงอยู่ เหมือนที่นักบุญเปาโลบอกเรา พระพรพิเศษมีหลายประการ นั่นคือ เราแต่ละคนมีความรู้และความสามารถแตกต่างกัน แต่เราต้องไม่ลืมว่าพระพรพิเศษทุกชนิดมีไว้เพื่อแบ่งปัน ดังนั้น เราไม่ควรเก็บความรู้และความสามารถของเราไว้เพื่อประโยชน์ของเราเองเท่านั้น แต่เราควรใช้มันเพื่อรับใช้ความต้องการของเพื่อนพี่น้องที่อยู่รอบข้างเราด้วย จำไว้เสมอว่ายิ่งเราแบ่งปันความรู้และความสามารถของเราให้กับคนอื่นมากเท่าใด เราก็ยิ่งมีพวกมันมากขึ้นเท่านั้น ขอพระจิตเจ้านำทางเราและช่วยเราให้ใช้ศักยภาพที่เรามีให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้                              

 

ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องทุกคน                         

(จากบทเทศน์วันสมโภชพระจิตเจ้าปี A (วันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 2014))

 

 

เสียงผู้เลี้ยงแกะ

พีน้องที่รักเคารพในพระคริสตเจ้า สัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

        ขณะนี้ในมิสซังกรุงเทพฯของเรา   มีคณะซิสเตอร์แม่ชีเทเรซา แห่งกัลกัตตา มาทำงานช่วยเหลือคนยากจน โดยจะเริ่มเรียนภาษาก่อน  เวลานี้ได้พักอยู่ที่วัดแม่พระลูกประคำ กาลหว่าร์  ต่อไปก็จะไปพักที่วัดนักบุญยอแซฟ ตรอกจันทน์ แล้วไปทำงานช่วยคนยากจนที่วัดแม่พระปฏิสนธินิรมลแห่งเหรียญอัศจรรย์ ชุมชนโรงหมู ท่าเรือคลองเตย

       พ่อขอนำเรื่องที่นักบุญแม่ชีเทเรซา แห่งกัลกัตตา ได้เขียนเล่าไว้ว่า “ย้อนไปในอดีต ครั้งหนึ่งฉันได้นำชายคนหนึ่งมาจากถนน เนื้อตัวของชายคนนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นและหนอน เขาถูกกัดกินแม้ขณะยังมีชีวิตอยู่  มีเพียงส่วนเดียวของร่างนั้นที่พอสะอาดหน่อย คือใบหน้าของเขา มีหนอนไต่ยั้วเยี้ยอยู่ตามร่างของชายนั้น ฉันพาเขามาที่บ้านของเรา ชายนั้นกล่าวกับฉันว่า “ผมมีชีวิตอยู่ตามถนนเหมือนสัตว์ แต่ผมกำลังจะตายเหมือนเทวดา ผมได้รับความรักและความเอาใจใส่” เราใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงช่วยกันทำความสะอาดขจัดสิ่งต่างๆ ออกจากตัวชายผู้นั้น ชายผู้นั้นพูดว่า “ซิสเตอร์ครับ ผมกำลังกลับบ้านไปหาพระ” แล้วเขาก็สิ้นใจ

ชายนั้นกลับบ้านไปหาพระเจ้าจริงๆ ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ฉันไม่เคยพบเห็นรอยยิ้มแบบนั้นมาก่อนเลย นั่นเป็นรอยยิ้มของชายคนหนึ่งที่เคยมีชีวิตอยู่ตามถนนดุจสัตว์  ถูกหนอนกัดกินตามร่างแม้ยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังกล้าหาญยิ่งนัก เขามุ่งมองไปข้างหน้า มีสันติสุขและความชื่นชมยินดีบนใบหน้าของเขา เพราะว่ามีคนที่รักเขา มีคนที่ต้องการเขา มีคนที่ช่วยเขาให้สิ้นใจอย่างสงบสุขกับพระเจ้า” (จากหนังสือ ข้อคิดข้อรำพึงตลอดปี คุณแม่เทเรซา แห่งกัลกัตตา หน้า 103)

              พี่น้องที่รักครับ คณะซิสเตอร์นักบุญแม่ชีเทเรซาแห่งกัลกัตตา จะมาทำช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากลำบากเช่นนี้ และจะมีจิตอาสาในหมู่พวกเราไปร่วมด้วยช่วยกันทำกับคณะซิสเตอร์ พวกเราคนอื่นๆ ก็อาจจะช่วยเสริมหนุนด้วยกำลังทรัพย์ ปัจจัยสิ่งของที่จำเป็น การให้กำลังใจและคำภาวนา เพื่อบรรเทาทุกข์จิตใจของผู้ประสบเคราะห์ อีกทั้งให้เป็นเครื่องหมายพยานว่า พระเจ้าเสริมกำลังบรรดาซิสเตอร์ยืนหนึ่งแถวหน้าด้วยพวกเราหนุนเสริมอยู่ข้างหลังครับ.

     

ขอพระชนนีของพระเป็นเจ้า อำนวยพรท่าน

คุณพ่ออนุชา (อียิปต์) ชาวแพรกน้อย

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน 2565 เวลา 15.29 น.

    

   

https://www.motherofgod-church.com/

https://www.facebook.com/MotherofGd.Church

ติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ต่างๆ จากทางวัด เพิ่มเพื่อนในไลน์ น่ะครับ

 

 

บทเพลงในพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณสมโภชพระจิตเจ้า วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 2022

สารวัด ฉบับที่ 151385 วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 สมโภชพระเยซูคริสตเจ้าเสด็จสู่สวรรค์

Monday, May 30th, 2022

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูลูกา

ลก 24:46-53

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “มีเขียนไว้ดังนี้ว่าพระคริสตเจ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานและจะกลับคืนพระชนมชีพ จากบรรดาผู้ตายในวันที่สาม จะต้องประกาศในพระนามพระองค์ให้นานาชาติกลับใจเพื่อรับอภัยบาป โดยเริ่มจากกรุงเยรูซาเล็ม ท่านทั้งหลายเป็นพยานถึงเรื่องนี้ทั้งหมด  บัดนี้ เรากำลังจะส่งพระผู้ที่พระบิดาทรงสัญญาไว้มาเหนือ   ท่านทั้งหลาย เพราะฉะนั้นท่านจงคอยอยู่ในกรุงจนกว่าท่านจะได้รับพระอานุภาพปกคลุมจากเบี้องบน”   พระองค์ทรงนำบรรดาศิษย์ออกไปใกล้หมู่บ้านเบธานี ทรงยกพระยกพระหัตถ์ขึ้นอวยพระพร และขณะที่อวยพระพรนั้น พระองค์ทรงแยกไปจากเขา และทรงถูกนำขึ้นสู่สวรรค์ บรรดาศิษย์กราบนมัสการพระองค์แล้วกลับไปกรุงเยรูซาเล็มด้วยความยินดียิ่ง เขาอยู่ในพระวิหารตลอดเวลา ถวายพระพรแด่พระเจ้า.

 

***อ่านประกอบพระคัมภีร์ ข้อคิดจากพระวาจา***

เจตจำนงสุดท้ายของพระเยซูเจ้า   อาทิตย์สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์

บทนำ

ยาโกโม ปุชชีนิ (Giacomo Puccini) นักดนตรีเอกชาวอิตาเลียน ผู้แต่งบทเพลงโอเปรา La Boheme, Madama Butterfly และ Tosca ขณะกำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งขั้นสุดท้ายปี 1922  ปุชชีนิได้เขียนบทเพลง Turandot กล่าวกันว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขา    ปุชชีนิเขียนบทเพลงนี้ทั้งกลางวันกลางคืนจนสุขภาพแย่ลง ปุชชีนิได้พูดกับศิษย์ของตนว่า “หากฉันเขียน Turandot ไม่จบ ช่วยเขียนต่อให้จบด้วย” ปุชชีนิมรณะปี 1924 ทิ้งงานที่ยังเขียนไม่จบไว้ และบรรดาลูกศิษย์ได้ช่วยกันเขียนต่อจนจบ   ในการเปิดการแสดงรอบปฐมทัศน์ ณ โรงละครสกาลา (La Scala) แห่งเมืองมิลานปี 1926 ทอสกานีนิ ศิษย์เอกของปุชชีนิเป็นผู้อำนวยเพลง บทเพลง Turandot ได้บรรเลงอย่างไพเราะกระทั่งถึงท่อนสุดท้ายที่ปุชชีนิเขียน ทอสกานีนิได้หยุดบรรเลงและหันมาทางผู้ชมว่า “อาจารย์ได้เขียนมาถึงตอนนี้และจากไป” ผู้ฟังปรบมือให้เกียรติอย่างยาวนาน ทอสกานีนิกล่าวต่อไปว่า “พวกเราลูกศิษย์ได้ช่วยกันเขียนต่อจนจบ” จากนั้นได้บรรเลงบทเพลงนี้จนจบ

วันนี้เราสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สี่สิบวันหลังการกลับคืนพระชนมชีพ พระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ต่อหน้าบรรดาศิษย์ด้วยอำนาจของพระองค์เอง ก่อนเสด็จสู่สวรรค์พระองค์ได้ตรัสกับบรรดาศิษย์และเราแต่ละคน ให้เราสานต่องานไถ่กู้มนุษยชาติของพระองค์ให้สำเร็จ ด้วยการประกาศข่าวดีในคำพูดและการกระทำของเรา อีกทั้งเป็นวันเฉลิมฉลองการได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ซึ่งทุกคนมีส่วน

  เจตจำนงสุดท้ายของพระเยซูเจ้า

การเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูเจ้ามีความแตกต่างกันในพระวรสารแต่ละฉบับ ผู้เขียนไม่ได้มุ่งให้รายละเอียดทางประวัติศาสตร์ แต่ต้องการให้ความสำคัญกับพระดำรัสที่ตรัสกับบรรดาศิษย์ ซึ่งเป็นเจตจำนงสุดท้ายของพระองค์ และได้รับการบันทึกแตกต่างกัน แต่มีความสอดคล้องกันในประเด็นที่ว่า :            1) พระเยซูเจ้าทรงมอบพันธกิจแก่บรรดาศิษย์ ซึ่งเป็นงานผูกมัดพวกเขาจนกว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง และ 2) ทรงให้ความมั่นใจว่าจะทรงช่วยเหลือพวกเขาในการทำให้พันธกิจนี้สำเร็จ

พันธกิจแห่งการเป็นพยานถึงข่าวดีของพระเยซูเจ้าจนสุดปลายแผ่นดิน  ด้วยการออกไปทั่วโลกประกาศข่าวดีแก่มนุษย์ทั้งมวล เป็นพันธกิจแจ่มชัดมาก พระเยซูเจ้าทรงต้องการให้เราเป็นข่าวดีแก่มนุษยชาติ ทุกชาติ ทุกภาษา และวัฒนธรรม เราถูกเรียกให้บอกเล่าเรื่องราวชีวิต พระทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าด้วยชีวิตของตน ในการเจริญชีวิตตามคุณค่าพระวรสารในชีวิตประจำวัน พันธกิจนี้มิใช่เป้าหมายที่สำเร็จได้ด้วยกำลังความสามารถของมนุษย์

พระเยซูเจ้าทรงสัญญาประทานพลังแก่ผู้นำสารด้วยอำนาจของพระจิตเจ้า การประกาศข่าวดีแก่มนุษยชาติควรเริ่มต้นจากตัวเรา  ด้วยการคุกเข่าลงอธิษฐานภาวนาวอนขอพระพรจากพระจิตเจ้า และสารภาพว่างานทุกอย่างสำเร็จได้มิใช่ด้วยมือเรา แต่ด้วยพระหรรษทานจากเบื้องบน พระจิตเจ้าทรงช่วยเหลือให้พันธกิจนี้ดำเนินต่อไป ประการสำคัญ พระองค์ทรงสัญญาจะอยู่กับเราเสมอไปจนสิ้นพิภพ ในพระศาสนจักร ศีลมหาสนิท พระวาจาของพระเจ้า และในเพื่อนมนุษย์ เป็นการปรากฏพระองค์ในมิติของความเชื่อ

  1. บทเรียนสำหรับเรา

การสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ และพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

ประการแรก เราต้องเป็นผู้ประกาศข่าวดี    พระเยซูเจ้าทรงมอบพันธกิจนี้แก่ผู้มีความเชื่อทุกคน  “ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก  ประกาศข่าวดีแก่มนุษย์ทั้งปวง” (มก 16:15) มีความแตกต่างระหว่างการเทศน์สอนกับการประกาศ เราสอนด้วยคำพูด แต่เราประกาศด้วยชีวิต เราถูกส่งไปประกาศข่าวดีแห่งชีวิตและความรัก ข่าวดีแห่งความหวังและสันติสุขในการเป็นพยานด้วยชีวิตของตน เราต้องเป็นศิษย์พระคริสต์ในทุกที่ที่เราอยู่และไป

ประการที่สอง เราต้องตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้า พระองค์ได้ให้ความมั่นใจว่าจะอยู่กับเราตลอดไป แม้ในห้วงเวลาแห่งความยากลำบากในชีวิต “เวลานี้พระเยซูเจ้าได้รับเกียรติรุ่งโรจน์ในสวรรค์ แต่ยังคงทรมานในโลก ในความเจ็บปวดและความทุกข์ระทมที่เรา พระกายทิพย์ของพระองค์ได้รับ” (น.เอากุสติน) เราต้องดำเนินชีวิตในความรักต่อกัน อธิษฐานภาวนาร่วมกัน ดำเนินชีวิตเป็นแสงสว่างให้คนอื่นเห็นความดีของพระเจ้าในตัวเรา

ประการที่สาม เราต้องเลียนแบบพระเยซูเจ้า ทรงมอบบทเรียนแห่งความเชื่อ ความหวัง ความเมตตากรุณา ความรักและการให้อภัยแก่เรา แม้ไม่ได้เห็นการปรากฏพระองค์ในโลกอีก แต่ทรงปรากฏพระองค์ในพระวาจา เราต้องทำให้พระวาจาของพระองค์ปรากฏเป็นจริงในชีวิตของเรา พันธกิจในการประกาศข่าวดีแก่มนุษยชาติต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน และมีความสุภาพถ่อมตนเพื่อให้พระจิตเจ้าทรงนำทางเรา

บทสรุป

พี่น้องที่รัก ความปรารถนาสุดท้ายของพระเยซูเจ้าก่อนจากบรรดาศิษย์สู่สวรรค์ ทรงต้องการให้พวกเขาประกาศข่าวดีแก่ทุกคนในโลก นี่เป็นเจตจำนงสุดท้ายที่ทรงต้องการจากศิษย์ของพระองค์และเราแต่ละคน เราได้รับแสงสว่างแห่งพระวรสารแล้วตั้งแต่วันรับศีลล้างบาป ดังนั้น เราต้องนำข่าวดีนี้ไปสู่ผู้อื่น ความเชื่อที่เรามีมิใช่สมบัติส่วนบุคคลที่ต้องเก็บรักษาไว้กับตนเอง แต่ต้องแบ่งปันกับผู้อื่นด้วยชีวิตของตน  พระเยซูเจ้าทรงเสด็จสู่สวรรค์อย่างรุ่งโรจน์ เป็นความหวังว่าสักวันหนึ่งเราจะได้อยู่กับพระองค์ในสวรรค์เช่นเดียวกัน หากเราดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระองค์ ในอีกด้านหนึ่ง สวรรค์คือที่ประทับของพระเจ้า ศิษย์พระคริสต์ต้องอุทิศตนเพื่อทำให้โลกกลายเป็นสวรรค์ที่พระเจ้าประทับอยู่ สวรรค์บังเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ในโลกนี้ในความรักต่อกัน การให้อภัยความผิดของกันและกัน การรับใช้ซึ่งกันและกัน และในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือกัน…

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

ที่มา : ข้อคิดพระวาจาวันอาทิตย์สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ 2021             โดยคุณพ่อ Dondaniel ขวัญ ถิ่นวัลย์    https://dondaniele.blogspot.com/

 

สวัสดีครับ พี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ที่รักทุกท่าน

พ่อขอเล่าเรื่องที่อิงถึงพระคุณเจ้ายอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์ ที่ได้เทศน์สอนไว้ และคุณศรินทร เมธีวัชรานนท์ ได้เขียนถึงไว้ดังนี้

…ฉันคิดถึงเรื่องหนึ่งที่พระคุณเจ้าพระสังฆราชสังวาลย์ ศุระศรางค์ ประมุขแห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่ ผู้ซึ่งฉันเคารพรักมากได้เทศน์สอนไว้และฉันก็จำจนทุกวันนี้

มีชายคนหนึ่งเป็นนักไต่เขาที่เก่งมาก วันหนึ่งเขาไปร่วมการแข่งไต่เขาและเช้าวันที่เขาคิดว่าเขาจะสามารถพิชิตยอดเขาได้  เขาจึงเริ่มออกแต่เข้ามืด ปรากฏว่าเมื่อเริ่มไปได้ไม่นานเขาเกิดพลาดพลัดตกลงมาห้อยโตงเตงกลางอากาศ  ท่าม กลางความมืดเขาตกใจมาก  วินาทีนั้นเขาคิดถึงพระเจ้า  เขาตะโกนขอความช่วยเหลือดังลั่น  “พระเจ้าโปรดช่วยข้าด้วย”  พระเจ้าเมื่อได้ยินดังนั้นก็ตะโกนกลับว่า “ให้ตัดเชือก” ชายหนุ่มผู้นั้นแทนที่จะตัดเชือกตามที่พระเจ้าทรงบอก เขากลับเอาเชื่อกพันรอบเอวเขาให้แน่นยิ่งขึ้น รุ่งเช้ามีคนพบศพชายหนุ่มผู้นี้ห้อยโตงเตงแข็งตายอยู่เหนือพื้นดินเพียง 2 ฟุตเท่านั้น

เมื่อได้ฟังนิทานเรื่องนี้ ทำให้ฉันอดคิดถึงตัวเองไม่ได้  หลายๆ ครั้งเมื่อฉันตกอยู่ในสภาวะเช่นเดียวกับชายผู้นี้  แต่ด้วยความเชื่อในพระองค์ ฉันจะตัดเชือกเลย โดยไม่ต้องคิดเป็นครั้งที่สอง แล้วฉันก็ตกลงสู่พื้นดินท่ามกลางความมืดมิดที่ห่างจากฉันเพียงฟุตครึ่งเท่านั้น

ความเชื่อของฉันที่มีต่อพระเป็นเจ้าในขณะนี้เป็นความเชื่อความศรัทธาที่ปราศจากเงื่อนไข  (Unconditional Faith)  จริงๆ   และจากประสบการณ์ชีวิตจริงของฉัน    ทำให้ฉันคิดถึงพระวาจาอีกบทหนึ่งที่ขอเขียนเป็นภาษาอังกฤษดังนี้ All things are possible with God  “(Mark 10:27) (ทุกสิ่งเป็นไปได้สำหรับพระเจ้า  (มาระโก 10:27)  และเพราะความเชื่อความศรัทธาต่อพระเจ้านี่แหละ ทำให้ฉันดำเนินชีวิตทุกวันนี้ตามพระวาจาของพระองค์ในทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกย่างก้าว ทุกมิติของชีวิต        (จากหนังสือ ภูเขาเคลื่อนได้ โดยคุณศรินทร  เมธีวัชรานนท์ หน้า 282-283)

             คำพยานชีวิตของคุณศรินทร และเรื่องเล่าของพระคุณเจ้าสังวาลย์ ขอส่งต่อมอบให้เป็นคติธรรมสำหรับพี่น้องสัตบุรุษ    เพื่อจะได้เกิดพลังแห่งความเชื่อไว้วางใจในพระ และมีความหวังเสมอในการช่วยให้รอดพ้นของพระองค์

ขอพระชนนีของพระเป็นเจ้า อำนวยพรท่าน

คุณพ่ออนุชา (อียิปต์) ชาวแพรกน้อย   

วันศุกร์ 27 พฤษภาคม 2565 เวลา 17.23 น.

                            

พระแม่มารีย์ ราชินีแห่งสันติสุข  Mary Regina Pacis

พระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเชิญชวนให้สวดสายประคำเพื่อสันติภาพในยูเครนและเพื่อการยุติสงครามทั่วโลก  โดยพระองค์จะทรงนำสวดสายประคำ  ณ  พระมหาวิหารแห่งพระนางมารีย์ (Basilica of St. Mary Major) กรุงโรม ประเทศอิตาลี ในวันอังคารที่ 31 พฤษภาคม 2022 เวลา 18.00 น. ต่อหน้าพระรูปพระแม่มารีย์ ราชินีแห่งสันติสุข (Mary Regina Pacis) และเพื่อเป็นการปิดเดือนของแม่พระ (พฤษภาคม)

ขอเชิญพี่น้องสัตบุรุษร่วมสวดสายประคำร่วมกับพระสันตะปาปาฟรังซิส และสักการะสถานทั่วโลกในโอกาสนี้ด้วย (Joining together with Pope Francis and international shrines)