Posts Tagged ‘วัดรังสิต’

สารวัด ฉบับที่ 151297 วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา

Friday, November 5th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว      

มธ 20: 1-16

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกเป็นคำอุปมาว่าดังนี้          “อาณาจักรสวรรค์เปรียบเหมือนพ่อบ้านผู้หนึ่งซึ่งออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อจ้างคนงานมาทำงานในสวนองุ่น ครั้นได้ตกลงค่าจ้างวันละหนึ่งเหรียญกับคนงานแล้ว ก็ส่งไปทำงานในสวนองุ่น ประมาณสามโมงเช้า พ่อบ้านออกมา ก็เห็นคนอื่นๆ ยืนอยู่ที่ลานสาธารณะโดยไม่ทำงาน จึงพูดกับคนเหล่านี้ว่า ‘จงไปทำงานในสวนองุ่นของฉันเถิด ฉันจะให้ค่าจ้างตามสมควร’ คนเหล่านี้ก็ไป พ่อบ้านออกไปอีกประมาณเที่ยงวันและบ่ายสามโมง กระทำเช่นเดียวกัน ประมาณห้าโมงเย็น พ่อบ้านออกไปอีก พบคนอื่นๆ ยืนอยู่ จึงถามเขาว่า ‘ทำไมท่านยืนอยู่ที่นี่ทั้งวันโดยไม่ทำอะไร’ เขาตอบว่า ‘เพราะไม่มีใครจ้าง’ พ่อบ้านจึงพูดว่า ‘จงไปทำงานในสวนองุ่นของฉันเถิด’                 ครั้นถึงเวลาค่ำ เจ้าของสวนบอกผู้จัดการว่า ‘ไปเรียกคนงานมา จ่ายค่าจ้างให้เขาโดยเริ่มตั้งแต่คนสุดท้ายถึงคนแรก’ เมื่อพวกที่เริ่มงานเวลาห้าโมงเย็นมาถึง เขาได้รับคนละหนึ่งเหรียญ เมื่อคนงานพวกแรกมาถึง เขาคิดว่าตนจะได้รับมากกว่านั้น แต่ก็ได้รับคนละหนึ่งเหรียญเช่นเดียวกัน ขณะรับค่าจ้างเขาก็บ่นต่อหน้าเจ้าของสวนว่า ‘พวกที่มาสุดท้ายนี้ทำงานเพียงชั่วโมงเดียว ท่านก็ให้ค่าจ้างแก่เขาเท่ากับเราซึ่งต้องตรากตรำอยู่กลางแดดตลอดวัน’ เจ้าของสวนจึงพูดกับคนหนึ่งในพวกนี้ว่า ‘เพื่อนเอ๋ย ฉันไม่ได้โกงท่านเลย ท่านไม่ได้ตกลงกับฉันคนละหนึ่งเหรียญหรือ จงเอาค่าจ้างของท่านไปเถิด ฉันอยากจะให้คนที่มาสุดท้ายนี้เท่ากับให้ท่าน ฉันไม่มีสิทธิ์ใช้เงินของฉันตามที่ฉันพอใจหรือ ท่านอิจฉาริษยาเพราะฉันใจดีหรือ’                                        ดังนี้แหละคนกลุ่มสุดท้ายจะกลับกลายเป็นคนกลุ่มแรก            และคนกลุ่มแรกจะกลับกลายเป็นคนกลุ่มสุดท้าย”

 

                                ข้อคิด

พระเจ้าสร้างเรามาให้เอาตัวรอดไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์ พระองค์จึงรักมนุษย์ทุกคน ทั้งคนดีและคนชั่ว พระองค์ให้โอกาสคนชั่วเสมอจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต  ดังนั้น เมื่อคนชั่วกลับมาหาพระเจ้า พระองค์ก็ให้อภัย และมีการฉลองใหญ่โต คนดีที่ดำรงชีวิตในศีลในธรรมมาชั่วชีวิตก็เป็นเครื่องประกันความรอด และคนชั่วที่หลงผิดกลับใจในช่วงบั้นปลายชีวิต ต่างคนก็ได้รับรางวัลเท่ากัน         นักบุญเปาโลเตือนเราให้ประพฤติตนให้คู่ควรกับข่าวดีของพระคริสตเจ้า คือพระองค์นับเราเป็นญาติของพระองค์แล้ว.

 

    ไม่แข่ง

มนุษย์เกิดมาบนผืนดินที่แปรเปลี่ยนเป็นสนามแข่งขัน

โลกทุนนิยมเฝ้าบอกเขาให้ไขว่คว้าความเป็นที่หนึ่ง

เขาถูกพร่ำสอนว่าค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน

เขาจึงต้องไล่ล่าหาความสำเร็จ เพื่อจะพบตนเองว่ามีคุณค่า

 

เขาวิ่งวนเวียนไปบนลู่แห่งการแข่งขันที่ไม่รู้จบ

จากอันหนึ่ง สู่อีกอันหนึ่ง

การแข่งขันกลับเป็นสายเลือดของเขาตั้งแต่เยาว์วัย

เขาอิ่มเต็มกับความสุขใจ ในความสำเร็จ

…เมื่อพบเจอผู้คนรอบข้างล้มเหลว หรือสำเร็จน้อยกว่า

เขาอิ่มเต็มกับความสุขใจ ในชัยชนะ

…เมื่อพบเจอผู้คนพ่ายแพ้อยู่ข้างหลัง

ความสำเร็จ…ชัยชนะในมือเขา มีรสชาติหวานชื่น

…เมื่อพบเจอว่าขาดหายไปจากมือคนอื่น

เขาสุขใจสูงสุดกับดวงดาวชีวิตที่ใสสว่าง

…เมื่อพบเจอผู้คนรอบข้างจมหายในความมืด

 

อนิจจา!…โลกแห่งการแข่งขันใบนี้

ได้หมุนเวียนเข้าสู่ปลายทางอันน่าหวาดกลัว

ณ จุดสุดท้าย เขาพบตนเองนอนอยู่อย่างโดดเดี่ยว

บนผืนดินแห่งความแตกแยก

เขามองเห็นผู้คนรอบข้างมิใช่เป็นเพื่อนพี่น้องที่ร่วมทุกข์สุขในการเดินทาง

แต่….เป็นคู่แข่งขันที่จะต้องเอาชนะ

 

แผ่นดินสวรรค์ มิใช่สนามแข่งขัน

แต่…เป็นบ้านที่อุดมด้วยความรักห่วงใยของพี่น้อง

ณ ที่นี้ ไม่มีการแข่งขัน…ไม่มีความแตกแยก  ไม่มีคนแพ้…ไม่มีคนชนะ

มีแต่เพื่อนพี่น้องในความรักหนึ่งเดียว.

 

         

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2020                   สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา

ประกาศกอิสยาห์ ได้เขียนไว้ในพระคัมภีร์ บอกกับเราในวันนี้ว่า                     “จงแสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด ตราบเมื่อพระองค์ทรงยอมให้เราพบ จงทูลขอ เมื่อพระองค์ทรงอยู่ใกล้…..!!!!!”              พระวรสารโดย น.มัทธิว วันนี้ ก็บอกให้เราทราบเช่นเดียวกัน   “อาณาจักรสวรรค์ เปรียบได้กับพ่อบ้าน ซึ่งออกไปหาคนงาน ตั้งแต่เช้าตรู่ ออกไปอีก ประมาณสามโมงเช้า ประมาณเที่ยงวัน เวลาบ่ายสามโมง แม้กระทั่งเวลาบ่ายห้าโมงเย็น เกือบจะเป็นเวลาเลิกงาน เพื่อจ้างคนงานให้ไปทำงานในสวนองุ่นของเขา พ่อบ้านถึงกับต่อว่าหลายๆคนว่า ทำไมยืนอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไร….!!! และเขาก็ให้ค่าจ้างแก่ทุกคนที่ไปทำงานในสวนของเขา…..”             พี่น้องที่รัก พระเจ้าเรียกเรา…..รอเรา…งอนง้อเรา….ให้ไปอยู่กับพระองค์ในสวน-ในอาณาจักรของพระองค์ พระองค์มาติดตามเราให้ไปพบกับพระองค์ แล้วพระองค์ก็มอบและตอบแทนเรา ที่เราเสียสละให้กับพระองค์อย่างสาสม จะมีผู้ใดที่ไหนเปรียบเหมือนพระเจ้าของเรา พระองค์ทรงพระทัยดีต่อเราจนสุดจะบรรยายได้                พี่น้องที่เคารพรัก ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ…ตราบใดที่เรายังแข็งแรงดี….ตราบใดที่เรายังมีโอกาส…..ตราบใดที่พระองค์ทรงยอมให้เราได้พบหา…..ตราบใดที่พระ องค์ทรงอยู่ใกล้ (อยู่ที่วัด….อยู่ในตู้ศีลฯ) เราจะไม่ยอมพบพระองค์ละหรือ?!? เราจะยังสลวนกับโลก….กับการนั่งหรือยืนเฉยๆ ไม่ทำอะไร…ไม่เข้าหาพระองค์…ไม่ไปทำงานในสวน…ในอาณาจักรกับพระองค์ละหรือ?!? แล้วเราจะได้สวรรค์….ได้พบความสุขเที่ยงแท้…ได้รับรางวัลในสวรรค์ชั่วนิรันดรละหรือ!?! เราจะได้อยู่กับพระองค์…ในอาณาจักรสวรรค์บ้านแท้ของเราละหรือ?   พี่น้องครับ บัดนี้เป็นเวลาแห่งความรอดแล้ว บัดนี้เป็นโอกาสที่เหมาะสมที่เราจะต้องกลับเข้าหาและพบพระองค์ และมาอยู่กับพระองค์….ทำงานกับพระองค์ พระองค์จะให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่เรา

 

สรุปการประชุมคณะกรรมการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต        เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2020

  1. เชิญชวนพี่น้องไปร่วมสวดสายประคำ วันเสาร์ต้นเดือนที่ 3 ตุลาคม ณ วัดแม่พระฟาติมา ดินแดง “ทั่วโลกพร้อมเพรียงไม่สิ้นเสียงสายประคำ” วัดรังสิตของเราจะจัดรถไปร่วมงาน ติดต่อลงชื่อที่คุณสุภาพ ประธานชมรมผู้สูงอายุ หรือติดต่อผ่านคณะพลมารี                                     นอกนั้นคณะกรรมการฯ เชิญชวนพี่น้องร่วมโครงการ “เดือนสายประคำโลก” เชิญชวนพี่น้องสวดสายประคำให้ได้หนึ่งล้านสาย พี่น้องสามารถรับแบบบันทึกการสวดสายประคำได้จากคณะพลมารี และร่วมสวดทุกวันตลอดเดือนตุลาคม พร้อมส่งคืนในเดือนพฤศจิกายน เรียนเชิญนะครับ เราจะมั่นใจได้อย่างแน่นอนว่า พระแม่เจ้าจะช่วยให้ได้ไปสวรรค์อย่างแน่นอน
  2. การสวดสายประคำ ณ บ้านสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต จะมีตารางของเดือนตุลาคมที่หน้าวัด เชิญพี่น้องลงชื่อจองวันที่พี่น้องจะรับแม่พระ และเชิญพระสงฆ์และผู้มีจิตศรัทธาไปร่วมสวดที่บ้านของพี่น้อง เพื่อขอรับพระพรและความคุ้มครองจากพระแม่เป็นพิเศษ โปรดลงเวลา และพิกัดของบ้าน พร้อมเบอร์โทรฯติดต่อด้วยนะครับ
  3. เดือนพฤศจิกายน พระศาสนจักรเชิญชวนให้ระลึกถึงผู้ล่วงลับ ญาติพี่น้องและบุคคลที่เรารัก-เคารพ ซึ่งจากเราไปล่วงหน้าแล้ว เชิญชวนพี่น้องสวดภาวนาและขอมิสซาเป็นพิเศษแด่ท่านเหล่านั้น เพื่อขอพระเจ้าโปรดเมตตา และรับพวกเขาเข้าสู่สรวงสวรรค์โดยเร็ววัน
  4. การฉลองคริสตมาสปีนี้ อาจจะมีรูปแบบต่างไปจากทุกปี เพราะสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด 19 จะมีคณะกรรมการชุดหนึ่ง โดยมีคุณไพโรจน์ ผู้อำนวยการสภาฯ เป็นประธาน เพื่อรวบรวมข้อคิด-ข้อเสนอแนะจากพี่น้องเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการจัดงานคริสตมาส เชิญชวนพี่น้องช่วยคิดและเสนอแนะได้นะครับ เพื่อการฉลองคริสตมาสปีนี้ซึ่งคงจะเป็นแบบ New Normal จะสามารถนำความสุข-สนุก-สันติสุข-และพระพรอย่างอุดมมาสู่พี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน (ค่ำคืนวันคริสตมาสตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม ต่อถึงวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม เป็นวันคริสตมาส ซึ่งคงไม่ใช่วันหยุดราชการ)
  5. การจัดงานวันครอบครัวสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม ก็เช่นกันนะครับ เชื่อว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด 19 คงยังไม่หมดไป เราควรจะจัดฉลองกันอย่างไร ??? ต้องใส่หน้ากากอนามัย ต้องเว้นระยะห่าง ไม่สามารถจัดกินอาหารร่วมกันได้ เชิญชวนพี่น้องช่วยแสดงความคิดเห็นนะครับ!
  6. การฉลองวัดของเรา ฉลองพระชนนีของพระเป็นเจ้า นามชื่อวัดของเรา ตรงกับวันขึ้นปีใหม่ของทุกปี เราควรจัดฉลองในรูปแบบใด อาจจะต้องปฎิบัติตาม Social Distancing เว้นระยะห่าง การจัดเลี้ยงอาหาร อาจจะต้องเป็นแบบอาหารกล่อง แจกเอาไปทานที่บ้าน การนั่งร่วมถวายบูชามิสซา ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน คงต้องมีระเบียบปฏิบัติเช่นนี้ต่อไป เชิญชวนพี่น้องอีกครั้ง ช่วยเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะนะครับ
  7. เพื่อการมีส่วนร่วมในบูชามิสซา เชิญชวนพี่น้องสมัครเป็นผู้อ่านพระคัมภีร์ สมัครเป็นผู้นำขับร้อง สมัครเป็นผู้ช่วยมิสซาข้างๆ พระแท่น ซึ่งทุกกลุ่มจะมีการอบรมเพื่อจะทราบถึงสิ่งที่ควรต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง เชิญชวนพี่น้องทุกท่านนะครับ เราจะได้มีส่วนร่วม (Active Participation) ในบูชามิสซากับพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง
  8. เสียงออร์แกนหรือเสียงอิเลคโทน ที่ประกอบการขับร้องถวายเกียรติแด่พระเจ้าก็มีความสำคัญ วันใดที่ขาดเสียงอิเลคโทน ก็จะรู้สึกแห้งๆ ขาดชีวิตชีวา เด็กและเยาวชน คนใดสนใจจะเรียน-ฝึกฝนเป็นนักดนตรี-เล่นออร์แกนหรืออิเลคโทน เขียนใบสมัครเลยนะครับ ทางวัดจะออกทุนการศึกษาและหาที่เรียนให้ วัดของเราก็มีนักออร์แกนหรือนักอิเลคโทนถึง 4 คน พร้อมที่จะสอนและฝึกให้ด้วยนะครับ ขอเชิญเด็กและเยาวชนที่สนใจนะครับ โอกาสดีๆเข่นนี้มีมาแล้วนะครับ เป็นกำไรในชีวิต ที่เราจะนำไปต่อยอดได้นะครับ
  9. วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ศกนี้ จะมีพิธีโปรดศีลล้างบาปให้กับผู้ใหญ่ที่เรียนคำสอนมาแล้วประมาณ 1 ปี จำนวน 4 ท่าน และพิธีรับศีลมหาสนิทสำหรับน้องเซเว่น ที่เรียนคำสอนเตรียมตัวรับศีลฯด้วย หากพี่น้องจะให้เด็กทารกมารับศีลล้างบาปในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ด้วย ช่วยกรอกใบสมัครและรีบส่งให้พ่อเพื่อจะได้ทำพิธีฯ ไปพร้อมๆกันเลยนะครับ
  10. ผู้ใดต้องการเครื่องซักผ้า 8 กก. และ 21 กก. เครื่องอบ 8 กก. (รับประกัน 10 ปี) ติดต่อคุณรุ่งนภา งามวงศ์ ร้านฟองหอมซักอบรีด แอทโฮมเพลส II โทร. 098-509-2887 เนื่องด้วยต้องย้ายกลับภูมิลำเนาเพราะญาติเสีย จึงประกาศขาย เชิญผู้สนใจสงเคราะห์ช่วยเหลือ ติดต่อได้เลย!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151295 วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, November 3rd, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธืว

มธ 18: 15-20

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาอัครสาวกว่า      “ถ้าพี่น้องของท่านทำผิด จงไปตักเตือนเขาตามลำพัง ถ้าเขาเชื่อฟัง ท่านจะได้พี่น้องกลับคืนมา ถ้าเขาไม่เชื่อฟัง จงพาอีกคนหนึ่งหรือสองคนไปด้วย คำพูดของพยานสองคนหรือสามคนจะได้จัดเรื่องราวให้เรียบร้อย ถ้าเขาไม่ยอมฟังพยาน จงแจ้งให้หมู่คณะทราบ ถ้าเขาไม่ยอมฟังหมู่คณะอีก จงปฏิบัติต่อเขาเหมือนเขาเป็นคนต่างศาสนาหรือคนเก็บภาษีเถิด        เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดิน จะผูกไว้ในสวรรค์ และทุกสิ่งที่ท่านจะแก้บนแผ่นดิน ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย          เราบอกความจริงแก่ท่านอีกว่า ถ้าท่านสองคนบนแผ่นดินพร้อมใจกันอ้อนวอนขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด พระบิดาของเราผู้สถิตอยู่ในสวรรค์จะประทานให้ เพราะว่า ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราจะอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา”

                                ข้อคิด

การกลับใจจำเป็นที่สุดเมื่อมนุษย์หลงเดินทางในความผิด ไม่ว่าความผิดนั้นจะเสียหายตกต่ำเท่าใด แต่การฟื้นฟู กลับใจ คือ ไม่เดินทางเดิมอีก แต่เลือกทางเดินใหม่ที่ดีกว่าด้วยความสำนึก กลับใจ Metanoia (อ่านว่า เมตตานอยยา) คือ การรู้จริง สำนึก และเปลี่ยนแปลง นี้คือ สิ่งที่พระเจ้าเรียกร้องและปรารถนาในเรามนุษย์ ไม่จมปลักอยู่ในบาป และความชั่ว และต้องตายไปในบาปของตน การเรียกร้อง การตักเตือน ช่วยเหลือ จึงจำเป็นในพระศาสนจักรตามคำสอนของพระเยซู มธ.18 ปล่อยไม่ได้ ไมใยดีไมได้ ปล่อยให้พี่น้องเดินหลงทางจมในบาปไม่ได้ นั่นผิด ไม่ใช่เขาผิด แต่เราผิดต่อความรักที่ไม่ได้ช่วยเหลือตักเตือนให้เขาได้กลับใจ เป็นหน้าที่ที่จะไม่ “ละเลย” การละเลยพี่น้องให้เดินในความบาป เป็นบาปที่แย่กว่าคือขาดความรักต่อเขา.

 

 ตามหารัก

ฉัน…เกิดมาในอ้อมแขนแห่งความสัมพันธ์

…นอนสงบนิ่ง…สุขใจไม่หวาดกลัว

ลมหายใจแห่งความรักห่อหุ้มตัวฉัน…มั่นคงปลอดภัย

 

วันคืนโหดร้ายที่ฉันร้องจ้า

เป็นวันเวลาที่ไออุ่นเหือดแห้ง…ก้าวร้าวรุนแรง

…ความสัมพันธ์แห้งเฉา และความรักตายจาก

เสียงทะเลาะร้องตะโกนบอกความร้าวฉาน

กรีดหัวใจฉันเป็นแผลใหญ่…ยากแก่การเย็บเยียวยา

 

โอ้มนุษย์…เขาเป็นผลผลิตของความรัก

…เขามองดูโลกครั้งแรก ในบ้านรักแห่งหัวใจ

…เขาเติบโตมีความสุข ในบ้านหลังนี้

…เขาใฝ่ฝันที่จะโบกมือลาโลก จากบ้านหลังเดียวกัน

 

ความรัก มิเคยทำให้ใครตาบอด

แต่…นำพาให้เห็นคุณค่าของเขาผู้เป็นที่รัก แม้ในยามมืดมน

ความรัก มิเคยทำให้ใครเจ็บปวด

แต่…เป็นพลังให้ก้าวเดินผ่านความเจ็บปวด เพื่อผู้เป็นที่รัก

ความรัก มิเคยทำให้ใครต้องทุกข์ทน

แต่…เป็นอานุภาพยิ่งใหญ่ ให้ก้าวเดินบนทางแห่งความทุกข์

มุ่งสู่กางเขน และความตาย…มอบชีวิตให้เขาผู้เป็นที่รัก

โอ้หัวใจเอ๋ย…อย่าปล่อยให้ความขมขื่นขุ่นเคืองทับถม

จนความรักถูกกลืนหาย

จงออกตามหา แม้ยามมืดมน…บาดเจ็บ และทุกข์ทน

ก้าวไปข้างหน้า…หาทุกหนแห่ง เพื่อรักจะกลับคืน

       

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

        วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2020 สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา      วันนี้ พระวรสารได้พูดถึง  การที่พระเยซูเจ้าทรงตำหนิเปโตร                 “เจ้าซาตาน ถอยไปข้างหลังเรา เจ้าเป็นเครื่องกีดขวางเรา…เจ้าไม่คิดอย่างพระเจ้า แต่คิดอย่างมนุษย์”   พี่น้องที่เคารพรัก พระเยซูเจ้าทรงตำหนิเปโตรอย่างรุนแรงทีเดียว ถึงกับเรียกเปโตรว่า “ซาตาน” ทั้งๆ ที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในพระวรสารกล่าวถึง การที่เปโตรตอบพระเยซูเจ้าว่า … “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” และพระเยซูเจ้าได้ตรัสกับเปโตรว่า “ท่านคือศิลา และบนศิลานี้ เราจะตั้งพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้ และพระองค์ก็ได้มอบกุญแจสวรรค์-กุญแจพระอาณาจักรสวรรค์ไว้กับเปโตร”  พี่น้องครับ เพียงแค่ข้ามคืน เปโตรผู้จงรักภักดี ศิษย์เอกของพระเยซูเจ้า ศิษย์ผู้มั่นใจอย่างเต็มล้นในองค์พระเยซูเจ้า มั่นใจว่า พระองค์เป็นผู้ที่จะมาปลดแอก แต่กลับพูดได้อย่างไรว่า พระองค์จะถูกจับ จะถูกทรมาน จะถูกประหารชีวิต ดังนั้นในฐานะศิษย์เอกจะยอมไม่ได้ ท่านคิดตามประสามนุษย์ ท่านไม่ได้คิดอย่างพระเจ้า พระเจ้าทรงเลือกสิ่งที่โลกว่าน่าอัปยศ ให้กลับกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของความรัก รักที่ต้องเสียสละตนเองทั้งหมด “ถ้าผู้ใดอยากติดตามพระองค์ ก็ต้องเลิกคิดถึงตนเอง แบกไม้กางเขนของตนและติดตามพระองค์ เราจะพบชีวิตนิรันดร ….ประโยชน์อะไร….แม้ได้โลกมาเป็นกำไร ….ได้ครอบครองโลกแต่ต้องเสียชีวิต     พี่น้องที่เคารพยิ่ง แม้เราจะสวดภาวนาทุกวัน แม้เราจะมาวัดสม่ำเสมอทุกวันอาทิตย์ แม้เราจะทำดีและสม่ำเสมอในความมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ แต่อย่าลืมหรือประมาทหรือเผลอใจ เราจะถูกปีศาจประจญล่อลวง เพื่อจะคิดตามประสามนุษย์ เพื่อจะอยู่ในโลกและเป็นของโลก หลงไปกับโลก และจะพินาศไปพร้อมกับโลก แต่เราต้องหันกลับมาดำเนินชีวิตชิดสนิทกับพระเจ้า เดินไปพร้อมกับพระองค์ แม้จะลำบาก-แบกหนัก แม้ถึงกับชีวิตที่ต้องเสียไปบนโลกนี้ แต่เราจะได้ชีวิตนิรันดรในสวรรค์เป็นรางวัล!!!!

 

ประกาศแต่งงาน

คู่ที่ 1

เอากุสติน ภูวนัย ครองสมบัติ อายุ 29 ปี เกิดที่จังหวัดลพบุรี   บุตร   นายทวีจิตร และ เทเรซา โสภี ครองสมบัติ ย้ายมาอยู่ปทุมธานี                 ปรารถนาจะแต่งงานกับ      นางสาว ธิดา เหล่าเลิศ อายุ 23 ปี เกิดที่ศรีษะเกษ     บุตรีของ นายโท และ นางมัด เหล่าเลิศ ยังอยู่ที่ศรีษะเกษ  จะทำพิธีสมรส  วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2020 เวลา 14.00 น.

คู่ที่ 2

มารีอา จริยา เสงี่ยมศักดิ์ อายุ 36 ปี เกิดที่ จ. ปทุมธานี   บุตรีของ นายพัฒนา เสงี่ยมศักดิ์ และ มารีอา ใจทิพย์ ไทยวิบูลย์             ปรารถนาจะแต่งงานกับ  นายชาณุวัชร  แสนสุขเหลือ อายุ 32 ปี เกิดที่กรุงเทพฯ     บุตรของ พ.จ.อ. ธวัชชา แสนสุขเหลือ และ นางบุณฑริยา วจนะมงคล                 จะทำพิธีสมรส  วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2020 เวลา 14.00 น.  หากพี่น้องทราบว่ามีข้อขัดขวางมิให้พวกเขาแต่งงานอย่างถูกต้องได้       จะต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดด้วย

 

***   วันเสาร์ที่ 5 กันยายน ศกนี้ บรรดาผู้สูงอายุทุกท่าน เรามีนัดเพื่อร่วมในมิสซาพร้อมกันนะครับ เวลา 10.00 น.                   ***      ไม่ลืมที่จะขอบพระคุณทุกท่านผู้มีน้ำใจดี มีเมตตา นำเสื้อผ้าและสิ่งของ           มาบริจาคไว้ที่วัด เพื่อนำไปช่วยผู้ประสบความยากลำบากต่อไป

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2020

สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

พระเยซูเจ้าตรัสว่า……             “ถ้าท่านสองหรือสามคนบนแผ่นดินพร้อมใจกันอ้อนวอนขอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง..พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์จะประทานให้…. ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา”            พี่น้องที่รัก ทุกอาทิตย์ที่เรามาชุมนุมกัน มิใช่แค่ 2 หรือ 3 คน แต่เป็นสองร้อยหรือสามร้อยคน พวกเรามาสรรเสริญ…พวกเรามาร่วมใจกันโมทนาขอบพระคุณ… พวกเรามาพร้อมใจอธิษฐานวอนขอพระพรจากพระองค์ พระองค์ทรงทราบดี ก่อนที่พวกเราจะวอนขอเสียอีก อย่างไรก็ดี พี่น้องอาจจะสงสัย เราวอนขอ….แต่ไม่ได้รับ!!! ทำไม? ก็เพราะว่า เราอาจจะวอนขอไม่ถูกต้อง…!!! หรือสิ่งที่เราวอนขอ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา…!!! หรือยังไม่ถึงวัน-เวลาที่เหมาะสมของพระองค์ด้วย หรือบางครั้ง พระองค์ก็ทรงทดลองใจเราด้วยว่า เรามีความเชื่อ หรือมีความเพียรทนอย่างไร                                 พระองค์ยังสอนเรา ให้ตักเตือนกันและกัน เมื่อมีการทำผิด ไม่มีความผิดใดที่ให้อภัยไม่ได้ พระองค์ทรงรอเวลาสำหรับการกลับใจ สำนึกผิด และเปลี่ยนหนทางแห่งการดำเนินชีวิต                          ข้าแต่พระเจ้า โปรดสอนให้ลูกภาวนา โปรดให้ลูกเชื่อมั่นในพระ องค์ และโปรดประทานในสิ่งที่ลูกวอนขอพระองค์ด้วยเถิด พระเจ้าข้า

***   วันที่ 8 กันยายนของทุกปี เป็นวันฉลองแม่พระทรง            บังเกิด หรือวันเกิดของแม่พระ พระเจ้าประทานพระแม่              ให้กับเรา เพื่อช่วยเราทุกคนในทุกสิ่ง พวกเราจะทำอะไร…      ให้กับพระแม่ และจะวอนขออะไรจากพระแม่…?!?

***   ใกล้จะถึงเดือนตุลาคม เดือนแม่พระลูกประคำ เรามีนัด          กันวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคมนะครับ และตลอดเดือน เราจะ            สวดลูกประคำกันทุกๆ วันนะครับ                    ***   พระเจ้าเต็มไปด้วยพระเมตตา พ่อก็เห็นพี่น้องมีน้ำใจเช่น          กัน ทุกสิ่งที่พี่น้องทำเพื่อพระ-เพื่อเพื่อนพี่น้อง-เพื่อวัด          พระเจ้าจะตอบแทนพี่น้องอย่างแน่นอน

 

ประกาศแต่งงาน

คู่ที่ 1

มารีอา จริยา เสงี่ยมศักดิ์          อายุ 36 ปี   บ้านอยู่ลำลูกกา ปทุมธานี    บุตรีของ     นายพัฒนา เสงี่ยมศักดิ์ และ มารีอา ใจทิพย์ ไทยวิบูลย์     ปรารถนาจะแต่งงานกับ        นายชาณุวัชร  แสนสุขเหลือ       อายุ 32 ปี   เกิดที่สัตหีบ ชลบุรี     บุตรของ  พ.จ.อ. ธวัชชา แสนสุขเหลือ และ นางบุณฑริยา วจนะมงคล             ใน     วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2020 เวลา 14.00 น.

คู่ที่ 2

มารีอา กอแรตตี วิภาดา งอยหล้า    อายุ 32 ปี  เกิดที่ จ. สกลนคร    บุตรีของ    ยอแซฟ ทินกร และ มารีอา วรจิตร งอยหล้า                 ปรารถนาจะแต่งงานกับ        นายยุทธพงษ์  หลาบหนองแสง       อายุ 33 ปี   เกิดที่ จ.อุดรธานี   บุตรของ  นายวิชัย และนางสุภา หลาบหนองแสง  ใน   วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2020 เวลา 14.00 น.

 

หากพี่น้องทราบว่ามีอุปสรรคที่ทำให้พวกเขาไม่อาจจะแต่งงานกันอย่างถูกต้องได้            ต้องแจ้งให้พระสงฆ์เจ้าอาวาสทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดเช่นเดียวกันด้วย

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

Wednesday, December 30th, 2020

 

*********************************************************************************************

สารวัด ฉบับที่ 151277 วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

Saturday, May 2nd, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบัญยอห์น

ยน 10  : 1-10

เวลานั้น พระเยซูตรัสว่า  “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่ไม่เข้าคอกแกะทางประตู แต่ปีนเข้าทางอื่น ก็เป็นขโมยและโจร ผู้ที่เข้าทางประตูเป็นผู้เลี้ยงแกะ คนเฝ้าประตูย่อมเปิดประตูให้เขาเข้าไป บรรดาแกะก็ฟังเสียงเขา เขาเรียกชื่อแกะของตนทีละตัว และพาออกไปข้างนอก เมื่อเขาพาแกะออกไปหมดแล้ว เขาจะเดินนำหน้า และแกะก็ตามไปเพราะจำเสียงของเขาได้ แกะจะไม่ตามคนแปลกหน้าเลย แต่จะหนีจากเขา เพราะไม่รู้จักเสียงของคนแปลกหน้า”     พระเยซูเจ้าตรัสอุปมาเรื่องนี้ให้คนเหล่านั้นฟัง แต่เขาไม่เข้าใจว่าสิ่งที่พระองค์ตรัสนั้นหมายถึงสิ่งใด   พระเยซูเจ้ายังตรัสกับเขาอีกว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เราเป็นประตูคอกแกะ ทุกคนที่มาก่อนหน้าเรา เป็นขโมยและโจร แต่แกะมิได้ฟังเสียงของเขาเหล่านั้น เราเป็นประตู ผู้ที่เข้าทางเราก็จะรอดพ้น เขาจะเข้าจะออก และจะพบทุ่งหญ้า ขโมยย่อมมาเพื่อขโมย ฆ่าและทำลาย เรามาเพื่อให้แกะมีชีวิต และมีชีวิตอย่างสมบูรณ์

 

ข้อคิด

หนทางที่พระเยซูเจ้าประกาศให้บรรดาอัครสาวกรับไว้ ไม่ใช่ทางสะดวก เพราะทรงทราบล่วงหน้าว่า การรับฟังพระวาจาแต่ไม่นำไปปฏิบัติในชีวิต ย่อมทำให้หนทางตีบตันและหาทางออกลำบาก นักบุญเปโตรจึงเขียนจดหมายถึงศิษย์ในบทอ่านที่สองของวันนี้ว่า ถ้าทำความดีแล้วยอมทนทุกข์ จะเป็นพระหรรษทานของพระเจ้า จงวางใจในพระเจ้าเสมอ แล้วพระองค์จะเดินนำหน้า พาสู่ชีวิตปลอดภัย

 

ไม่แปลกหน้า

ย่างก้าวของคนแปลกหน้า

ก่อเกิดฝุ่นดินแห่งความหวาดระแวงและสงสัย

ย่างก้าวของนายชุมพาบาล

นำพาสายลมแห่งความอิ่มสุข และมั่นคงปลอดภัย

เขาเรียกแกะด้วยชื่อ….พาสู่ผืนหญ้าเขียวสด

เขาเดินนำหน้า….แกะรู้จักเสียงของเขา

เขายอมสละชีวิตเพื่อแกะของตน

 

พระองค์มิใช่คนแปลกหน้า

มิใช่มนุษย์ต่างดาวที่ปรากฎตัวยามค่ำคืน ห่อหุ้มด้วยความแตกต่าง

พระองค์ทรงเป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ

ทรงเสด็จมาสู่บ้านเมืองของพระองค์

แต่ประชากรของพระองค์มิได้ต้อนรับ

ทรงเกิด และเติบโตในหมู่ประชากร

ทรงหลั่งน้ำตา….ในวันนั้นที่มนุษยชาติเจ็บปวดร้องไห้

ทรงร่วมเสียงหัวเราะ..ในวันนั้นที่ดอกไม้บานบนผืนแผ่นดินแห่งหัวใจมนุษย์

พระองค์ทรงรับการดูหมิ่น แต่มิเคยตอบโต้

ทรงเป็นทุกข์เจ็บปวด แต่…ไม่เคยแก้แค้น

เพราะทรงวางทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์ของพระบิดา

ทั้งหมดนี้ มิได้บ่งแสดงการเป็น ยอดมนุษย์

แต่…ประกาศถึงหนทางการเป็น มนุษย์ ของพระองค์

มนุษย์…ผู้กล่าวความจริงอย่างสงบนิ่ง และหนักแน่น

แม้ยืนอยู่ต่อหน้าศัตรูผู้โกรธแค้น และมุ่งทำร้าย

มนุษย์…ผู้เลี้ยงฝูงชนที่ขาดแคลนจนอิ่มล้น

…ผู้รักและเห็นใจฝูงชนที่ทนทุกข์

…ผู้มีหัวใจอิสระจากรอยเจ็บปวดของอดีต

ในมนุษย์ผู้นี้

…ที่มนุษยชาติได้รู้จักเสียงแห่งความรักนิรันดร์กาลของพระบิดา

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

ด้วยสภาวการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งทางรัฐบาลได้ออก พรก.และประกาศเคอร์ฟิว เพื่อหยุดยั้งการระบาด ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ แต่ก็ทำให้หลายคนต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-หมดรายได้ ขาดปัจจัยที่จะนำมาใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว แม้ทางรัฐบาลมีนโยบายเยียวยา-ช่วยเหลือ “เราไม่ทิ้งกัน.com” แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เกิดความยากลำบาก-ท้อแท้กับชีวิต

ดังนั้น ขอให้ผู้ที่ประสบความยากลำบาก ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตอยู่และเลี้ยงดูครอบครัว ขอให้พี่น้องสัตบุรุษเหล่านั้น ติดต่อมายังวัด ติดต่อมาที่คุณพ่อเจ้าอาวาส พ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878 หรือที่ผู้อำนวยการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือที่กรรมการสภาภิบาล เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือ เท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อการดำรงชีวิตอยู่จึงขอประกาศมายังพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน ที่ประสบความยากลำ บาก ขาดปัจจัยเพื่อการดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว ได้ติดต่อขอรับการช่วยเหลือได้

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

เจ้าอาวาสวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

หมายเหตุ :  1. พวกเราคงต้องร่วมมิสซา On Line ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

  1. ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านสวดภาวนา ขอพระเมตตาจาก                           พระเป็นเจ้าต่อๆ ไป และมากขึ้นด้วยครับ
  2. หากพี่น้องท่านใด มีสิ่งใดที่จะแนะนำ-เสนอแนะ ก็เชิญติดต่อกับพ่อนะครับ  ขอพระแม่มารีย์ ชนนีของพระเป็นเจ้าอวยพระพรทุกๆ ท่าน

ขอบคุณครับ

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2020

รัฐบาลได้ต่อ พรก.ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิวไปอีก 1 เดือน เพื่อหยุดยั้งการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แม้จะได้มีการผ่อนปรนให้เปิดสถานที่ 8 ประเภทนำร่องดำเนินการได้ แต่ไม่ได้กล่าวถึง การเข้าร่วมศาสนพิธีของเราชาวคริสต์ พูดง่ายๆ ว่า “ยังไปร่วมมิสซาที่วัดไม่ได้” และอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ก็ได้ประกาศขอให้พวกเราปฏิบัติตามและร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อความดีของสังคม โดยขอให้พวกเราร่วมพิเธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระ คุณ ผ่านการถ่ายทอดออนไลน์ต่อไปวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ก็จะทำการถ่ายทอดพิธีบูชาขอบพระคุณ วันอาทิตย์ เวลา 09.00 น. ออนไลน์ ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขอพี่น้องร่วมจิตร่วมใจภาวนาอย่างพร้อมเพรียงกันนะครับ อย่าเสียความเชื่อนะครับ พระเจ้าทรงรักและมีพระทัยเมตตาต่อเราเสมอ บางครั้งพระองค์ ตี-สอน และให้เหตุการณ์ต่างๆ อุบัติขึ้น เพื่อให้ข้อคิดบางอย่างกับเรา เราเคยมีโอกาสร่วมมิสซาอย่างเสรีและสม่ำเสมอ แต่บางครั้งเราก็อาจจะเฉยเมยหรือเกียจคร้านไปบ้าง หลายคนจึงกล่าวว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับมาแสดงออกถึงความเชื่อ-ศรัทธา ของเราอย่างจริง จังและจริงใจ และด้วยภาวะการณ์เช่นนี้ พี่น้องบางท่านที่ต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-ขาดรายได้-ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงครอบ ครัว มีคำกล่าวว่า เมื่อประสบความยากลำบาก เราท้อได้ แต่เราต้องไม่สิ้นหวัง เราต้องไม่ถอย ต้องสู้…สู้ และก้าวต่อไปข้างหน้า นะครับ พระเจ้าอยู่เคียงข้างเราเสมอ และสำหรับผู้ที่ทุกข์ยากจริงๆ ขอให้ติดต่อมายังคุณพ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878  หรือ   ที่ผู้อำนวยการสภาภิบาล คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือ กรรมการสภาภิบาลวัด เพราะเราจะไม่ทิ้งกันนะครับ ขอพี่น้องสัตบุรุษช่วยเหลียวแลดูเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของพวกเราด้วย หากมีสิ่งใดที่จะให้ทางวัดช่วย กรุณาแจ้งมาที่วัดนะครับ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ทุกสิ่งที่ท่านทำต่อพี่น้องที่ต่ำต้อย…ท่านได้ทำต่อเราเอง” (มธ.25:31-46)

ท้ายที่สุด เชิญชวนพี่น้องสวดภาวนา….สวดภาวนา…ร่วมมิสซาเพื่อวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้า พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ (มธ. 7:7 และ ยน.15:7)                                                                          ขอบคุณครับ

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151276 วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

Saturday, May 2nd, 2020

 บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 24 : 13-35

วันนั้น ศิษย์สองคนกำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านเอมมาอูส ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มประมาณสิบเอ็ดกิโลเมตร ทั้งสองคนสนทนากันถึงเหตุ การณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ขณะที่กำลังสนทนาและถกเถียงกันอยู่นั้น พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาร่วมเดินทางด้วย แต่เขาจำพระองค์ไม่ได้ เหมือนดวงตาถูกปิดปัง พระองค์ตรัสถามว่า “ท่านเดินสนทนากันเรื่องอะไร” ทั้งสองคนก็หยุดเดิน ใบหน้าเศร้าหมอง   ศิษย์ที่ชื่อเคลโอปัสถามว่า “ท่านเป็นเพียงคนเดียวในกรุงเยรูซาเล็มหรือที่ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นั่น เมื่อสองสามวันมานี้” พระองค์ตรัสถามว่า “เรื่องอะไรกัน” เขาตอบว่า “ก็เรื่องพระเยซูชาวนาซาเร็ธ ประกาศกทรงอำนาจในกิจการและคำพูดเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า และต่อหน้าประชากรทั้งปวง บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้นำของเรามอบพระองค์ให้ต้องโทษประหารชีวิต และตรึงพระองค์บนไม้กางเขน เราเคยหวังไว้ว่าพระองค์จะทรงปลด ปล่อยอิสราเอลให้เป็นอิสระ แต่นี่เป็นวันที่สามแล้วตั้งแต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น สตรีบางคนในกลุ่มของเราทำให้เราประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาไปที่พระคูหาตั้ง แต่เช้าตรู่ เมื่อไม่พบพระศพ เขากลับมาเล่าว่าได้เห็นนิมิตของฑูตสวรรค์ซึ่งพูดว่า พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ บางคนในกลุ่มของเราไปที่พระคูหา และพบทุกอย่างดังที่บรรดาสตรีเล่าให้ฟัง แต่ไม่เห็นพระองค์”                             พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “เจ้าคนเขลาเอ๋ย ใจของเจ้าช่างเชื่องช้าที่จะเชื่อข้อความที่บรรดาประกาศกกล่าวไว้ พระคริสตเจ้าจำเป็นต้องทนทรมานเช่นนี้เพื่อจะเข้าไปรับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์มิใช่หรือ” แล้วพระองค์ทรงอธิบายพระคัมภีร์ทุกข้อที่กล่าวถึงพระองค์ให้เขาฟังโดยเริ่มตั้งแต่โมเสส จนถึงบรรดาประกาศก    เมื่อพระองค์ทรงพระดำเนินพร้อมกับศิษย์ทั้งสองคนใกล้จะถึงหมู่บ้านที่เขาตั้งใจจะไป พระองค์ทรงแสร้งทำว่าจะทรงพระดำเนินเลยไป แต่เขาทั้งสองรบเร้าพระองค์ว่า “จงพักอยู่กับพวกเราเถิด เพราะใกล้ค่ำและวันก็ล่วงไปมากแล้ว”  พระองค์จึงเสด็จเข้าไปพักกับเขา ขณะประทับที่โต๊ะกับเขา พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ทรงถวายพระพร ทรงบิขนมปังและทรงยื่นให้เขา เขาก็ตาสว่างและจำพระองค์ได้ แต่พระองค์หายไปจากสายตาของเขา ศิษย์ทั้งสองจึงพูดกันว่า “ใจของเราไม่ได้เร่าร้อนเป็นไฟอยู่ภายในหรือเมื่อพระองค์ตรัสกับเราขณะเดินทาง และทรงอธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟัง”                                              เขาทั้งสองคนจึงรีบออกเดินทางกลับไปกรุงเยรูซาเล็มในเวลานั้น พบบรรดาอัครสาวกสิบเอ็ดคนกำลังชุมนุมอยู่กับศิษย์อื่นๆ เขาเหล่านี้บอกว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วจริงๆ และทรงสำแดงพระองค์แก่ซีโมน” ศิษย์ทั้งสองคนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามทางและเล่าว่าตนจำพระ องค์ได้เมื่อทรงบิขนมปัง.

ข้อคิด

เมื่อศิษย์ทั้งสองคนที่กำลังเดินทางไปหมู่บ้านเอมมาอูส จำพระเยซูเจ้าได้ ด้วยความตื่นเต้นยินดี เขาทั้งสองคนรีบออกเดินทางกลับไปกรุงเยรูซาเล็ม    การเดินทาง 11 กิโลเมตรกลับไปเยรูซาเล็มในยามค่ำคืนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเขาไม่อาจทนรอเก็บข่าวดี เรื่องพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพไว้กับตัวจนถึงรุ่งเช้าได้    พวกเขาตระหนักดีว่าความยินดีของพวกเขาจะยังไม่เต็มเปี่ยม จนกว่าจะได้แบ่งปันข่าวดีแก่ผู้อื่น    เช่นเดียวกัน เราคริสตชนจะถือว่าได้รับข่าวดีอย่างเต็มเปี่ยม ก็ต่อเมื่อเราได้แบ่งปันข่าวดีนี้กับผู้อื่นแล้วเท่านั้น!!

มองใหม่

เขาทั้งสองก้าวเดินออกจากเยรูซาเล็ม

…ดินแดนที่ความหวังพบจุดจบแห่งความพ่ายแพ้

ชายแปลกหน้าร่วมทางไปกับเขาบนถนนสายนี้

…พวกเขาเล่าเรื่อง หัวใจที่หมดหวัง

…พระเยซูผู้เคยเป็นความหวังว่าจะปลดปล่อยอิสราเอลเป็นอิสระ

บัดนี้ มาตายจาก…และสูญหาย

ในเรื่องราวของพวกเขา…สองสิ่งดูสวนทาง

…ความหวังในพระเยซู กับ ความตายของพระองค์

ความตายของพระองค์ ถูกมองเหมือนความตายอื่น

…จุดจบสิ้น…สถานีสุดท้าย…ของทางสายแห่งคำมั่นสัญญา

พวกเขาโศกเศร้า มิเพียงเพราะความตายของพระเยซู

แต่…เพราะความตายของความสัมพันธ์กับพระองค์

ณ เวลานี้ พวกเขาเป็นเพียงอดีตสาวก ของประกาศกผู้ตายจาก

จนกระทั่งเรื่องราวที่น่าเศร้าจบลง

ชายแปลกหน้าจึงเริ่มเรื่องราวใหม่

ทรงเชิญพวกเขาให้มองดูอดีตอีกครั้ง…ด้วยแสงแห่งพระวาจา

ทรงให้ความหมายใหม่ แก่เรื่องราวเก่า

…ความตายของพระคริสตเจ้า เป็นประตูสู่สิริมงคล

สำหรับชายแปลกหน้า..ความตายของพระเยซูเป็นความสำเร็จแห่งภารกิจ

และ…มิใช่ความล้มเหลว…หรือจุดจบสิ้น

ชายแปลกหน้า นำพาพวกเขาให้ค้นพบความหมายของอดีต

ด้วยแสงตะวันใหม่

พวกเขาขอพระองค์ให้ค้างคืน เพราะค่ำแล้ว

ณ ที่โต๊ะอาหาร…ทรงบิปัง และส่งให้พวกเขา

ตาของพวกเขาเปิดออก และจำพระองค์ได้…พระเยซูผู้กลับคืนชีพ

พวกเขาเริ่มมองเห็นอนาคตใหม่…ความหวังใหม่

กล้าพอที่จะเดินกลับสู่เยรูซาเล็ม…แม้ในความมืด

เพื่อเล่าขานเรื่องราวแห่งการพบเจอ

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

องค์พระเยซูเจ้า    ทรงยอมรับความทรมานต่างๆ ทรงยอมถูกเฆี่ยนตี ยอมถูกสวมมงกุฎหนาม ยอมแบกไม้กางเขน ยอมให้เขาตรึงพระองค์บนไม้กาง เขนเยี่ยงโจรผู้ร้าย สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนอย่างน่าอัปยศอดสู แต่พระองค์ได้ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ทรงชนะความตาย และเสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์                         พี่น้องที่รัก  ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะได้รับเกียรติมงคล   พระองค์ต้องผ่านความทุกข์ยากแสนสาหัส  จนแม้ชีวิต แล้วพระองค์ได้ผ่านข้ามความยากลำบาก และความตาย สู่ชีวิตใหม่ ชีวิตแห่งการกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ และจะทำให้เราทุกคนผ่านข้ามไปสู่ชีวิตใหม่เช่นเดียวกับพระองค์                  

จากมาตรการต่างๆที่รัฐบาล และเจ้าหน้าที่ ขอให้เราร่วมมืออยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ  นำมาซึ่งความยากลำบาก  ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำและถดถอย  การดำรงชีวิตประจำวันยากลำบากมากกว่าเดิม  แต่ในสถานการณ์ปัจจุปัน  เรากำลังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ความมืดกำลังจะผ่านไปนะครับ พ่อมั่นใจว่า เมื่อเราเชื่อ-ศรัทธา เราอธิษฐานภาวนา พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ   ฉะนั้น พี่น้องที่รัก (ขออนุญาตใช้คำของนักมวยด้วย) การ์ดอย่าตก  ต้องสวดภาวนาต่อไปและสวดมากขึ้นด้วย  ขอพระองค์ทรงพระเมตตา ประทาน พลกำลัง และแสงสว่าง-ปรีชาญาณ ให้กับพวกเราทุกคน เพื่อเราจะได้ก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับพระองค์ทุกๆเวลา เราจะพบสันติสุขอย่างแน่นอน เป็นดั่งพระวาจาของพระองค์ที่ตรัสกับเราในวันนี้ “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” และพระวาจาที่ตรัสกับโทมัสว่าท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข” (ยน.20:19-31)                                                     เชิญชวนพี่น้องร่วมมิสซา  On Line สด  ผ่าน Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official  หรือเว็บไซค์ของวัด   อีกสักระยะหนึ่งนะครับ (คาดว่า คงไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้) สวดภาวนา พลีกรรม ใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศล ขอมิสซา ต่อๆ ไปนะครับ                                            พี่น้องหลายท่านโทรไปหาพ่อว่า ไม่สันทัดในการ scan QR Code –  พร็อมเพย์  ก็ผ่านไปเขียนซองขอมิสซาที่วัด หรือ โอนผ่านบัญชี               บัญชีออมทรัพย์ : ธนาคารทหารไทย สาขาเมืองเอก-รังสิต                           ชื่อบัญชี : นายวรวุฒิ กิจสกุล  บัญชีเลขที่ : 099-7-00110-2

สันติสุขจงสถิตอยู่กับพี่น้องทุกๆท่าน   ขอบพระคุณครับ

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2020

ด้วยสภาวการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งทางรัฐบาลได้ออก พรก.และประกาศเคอร์ฟิว เพื่อหยุดยั้งการระบาด ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ แต่ก็ทำให้หลายคนต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-หมดรายได้ ขาดปัจจัยที่จะนำมาใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว แม้ทางรัฐบาลมีนโยบายเยียวยา-ช่วยเหลือ “เราไม่ทิ้งกัน.com” แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เกิดความยากลำบาก-ท้อแท้กับชีวิต                                                                                                                  ดังนั้น ขอให้ผู้ที่ประสบความยากลำบาก ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตอยู่และเลี้ยงดูครอบครัว ขอให้พี่น้องสัตบุรุษเหล่านั้น ติดต่อมายังวัด ติดต่อมาที่คุณพ่อเจ้าอาวาส พ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878 หรือที่ผู้อำนวยการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือที่กรรมการสภาภิบาล เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือ เท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อการดำรงชีวิตอยู่                                                       จึงขอประกาศมายังพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน ที่ประสบความยากลำ บาก ขาดปัจจัยเพื่อการดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว ได้ติดต่อขอรับการช่วยเหลือได้

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

เจ้าอาวาสวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

หมายเหตุ :  1. พวกเราคงต้องร่วมมิสซา On Line ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

  1. ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านสวดภาวนา ขอพระเมตตาจาก  พระเป็นเจ้าต่อๆ ไป และมากขึ้นด้วยครับ
  2. หากพี่น้องท่านใด มีสิ่งใดที่จะแนะนำ-เสนอแนะ ก็เชิญดต่อกับพ่อนะครับ     ขอพระแม่มารีย์ ชนนีของพระเป็นเจ้าอวยพระพรทุกๆ ท่าน

ขอบคุณครับ

สารวัด ฉบับที่ 151277 วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 2 ฉลองพระเมตตา เทศกาลปัสกา

Saturday, May 2nd, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 20 : 19-31

ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่ เพราะกลัวชาวยิว พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาประทับยืนตรงกลาง ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้บรรดาศิษย์ดูพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกาย เมื่อเขาเหล่านั้นเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็มีความยินดี    พระ องค์ตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใดเราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น”        ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลาย ตรัสว่า “จงรับพระจิตเจ้าเถิด ท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย ท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย”   โทมัส ซึ่งเรียกกันว่า “ฝาแฝด” เป็นคนหนึ่งในบรรดาอัครสาวกสิบสองคน ไม่ได้อยู่กับอัครสาวกคนอื่นๆ เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมา ศิษย์คนอื่นบอกเขาว่า “พวกเราเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” แต่เขาตอบว่า “ถ้าข้าพเจ้าไม่ได้เห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ และไม่ได้เอานิ้วแยงเข้าไปที่รอยตะปู และไม่ได้เอามือคลำที่ด้านข้างพระวรกาย ข้าพเจ้าจะไม่เชื่อเป็นอันขาด” แปดวันต่อมา บรรดาศิษย์อยู่ด้วยกันในบ้านนั้นอีก โทมัสก็อยู่กับเขาด้วย พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาประทับยืนอยู่ตรงกลาง ทั้งๆที่ประตูปิดอยู่ ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลาย

 

เถิด” แล้วตรัสกับโทมัสว่า “จงเอานิ้วมาที่นี่ และดูมือของเราเถิด จงเอามือมาที่นี่ คลำที่สีข้างของเรา อย่าสงสัยอีกต่อไป แต่จงเชื่อเถิด” โทมัสทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “ท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข”                                                    พระเยซูเจ้ายังทรงกระทำเครื่องหมายอัศจรรย์อื่นๆ อีกหลายประการให้บรรดาศิษย์เห็น แต่ไม่ได้บันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้ เรื่องราวเหล่านี้ถูกบันทึกไว้เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่า พระเยซูเจ้าเป็นคริสตเจ้าพระบุตรของพระเจ้า และเมื่อมีความเชื่อนี้แล้ว ท่านทั้งหลายก็จะมีชีวิตเดชะพระนามของพระองค์.

ข้อคิด

โทมัสหายหน้าไปจากบรรดาศิษย์ที่ร่วมชุมนุมกัน จึงพลาดโอกาสพบกับพระเยซูเจ้าคราวที่พระองค์เสด็จมาหาครั้งแรก  ปัญหาของโทมัสยังคงเป็นปัญหาของเราคริสตชนทุกวันนี้ นั่นคือหลายคนชอบหลบหน้าไปจากวัด ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมกันของบรรดาสัตบุรุษ จึงพลาดโอกาสที่จะได้พบกับพระเยซูเจ้า กลับมาร่วมชุมนุมกันแบบโทมัสเถิด มาให้พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพและประทับอยู่ท่ามกลางเราในพระวาจาและศีลมหาสนิท ให้พระองค์พูดกับเรา สัมผัสหัวใจของเรา เพื่อเราจะได้ไม่สงสัยอีกต่อไป แต่เชื่อเช่นเดียวกับโทมัส.

 

    สุข..แม้ไม่เห็น

ยอห์น….สาวกองค์สุดท้าย กำลังจากไป

ในกลุ่มชนที่เคยเห็นพระองค์ด้วยตา และเคยสัมผัสพระองค์ด้วยมือ

เขาเป็นคนเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่

กลุ่มคริสตชนจะประกาศพระองค์อย่างมีน้ำหนักได้อย่างไร

ถ้าไม่มีใครที่เคยเห็นพระองค์หลงเหลืออยู่

 

โทมัส มิได้อยู่ด้วยกับเพื่อนสาวก เมื่อพระองค์ประจักษ์มา

แม้….เขาคนนี้มิอาจเชื่อว่าพระองค์กลับคืนชีพ ถ้าไม่ได้เห็น

แต่….เรื่องราวของเขา กำลังสร้างสะพานเชื่อมต่อ

….ระหว่างผู้ที่เคยเห็น และไม่เคยเห็นพระองค์

ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็น ก็เป็นสุข

 

จริงอยู่….เป็นการยากที่จะเชื่อในบางคนที่ไม่เคยพบเจอ

แต่ยังมีความจริงอีกประการหนึ่งที่ไม่อาจปฎิเสธได้

….หลายคนที่ได้พบเจอพระองค์ แต่ก็มิได้เชื่อในพระองค์

การพบเจอ จึงมิใช่หนทางจำเป็นที่นำพาสู่ความเชื่อ

 

อัครสาวก….เป็นบุคคลเหล่านั้นที่ได้เห็น….ได้เชื่อ

และได้รับภารกิจให้ส่งต่อความเชื่อนั้น

ความเชื่อของฉันในพระองค์ จึงเชื่อมโยงย้อนสู่อัครสาวก

อาศัยห่วงโซ่แห่งการส่งต่อ

เมื่อทอดยาวผ่านกาลเวลา

ห่วงโซ่นี้จะอ่อนแอและหมดกำลังลงหรือไม่

 

….เป็นความสงสัยที่ไม่อาจมองข้าม

การถ่ายทอดใดๆ ในกาลเวลาจะอ่อนแอและหมดกำลังลง

….ถ้าขาดแรงเสริมแห่งปัจจุบัน

 

พลังแห่งพระจิตเป็นพลังแห่งปัจจุบัน

ที่ประทานให้แก่กลุ่มประชากรของพระองค์ในทุกกาลเวลา

การอ่อนแรงของความเชื่อจึงได้รับการบำบัดเยียวยา

พระจิตแห่งชีวิตนำพาดอกไม้แห่งความเชื่อ

ของกลุ่มประชากรให้เบ่งบานสดชื่น

ในความสัมพันธ์กับพระองค์ผู้ทรงกลับคืนชีพ

….และประทับอยู่ในปัจจุบันกาล

 

ในอดีต…แม้ประตูหัวใจจะปิดแน่นด้วยความหวาดกลัวและอยากพิสูจน์

พระองค์ทรงเสด็จมา….ยืนท่ามกลางพวกเขา

ในปัจจุบัน…แม้กาลเวลาที่ยาวไกลจะขวางกั้นระหว่างผู้ที่เห็นและไม่เห็น

พระองค์ก็ยังคงเสด็จมา…ยืนท่ามกลางพวกเราในทุกกาลเวลา.

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ฉลองพระเมตตา 19 เมษายน 2020

องค์พระเยซูเจ้า    ทรงยอมรับความทรมานต่างๆ ทรงยอมถูกเฆี่ยนตี ยอมถูกสวมมงกุฎหนาม ยอมแบกไม้กางเขน ยอมให้เขาตรึงพระองค์บนไม้กาง เขนเยี่ยงโจรผู้ร้าย สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนอย่างน่าอัปยศอดสู แต่พระองค์ได้ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ทรงชนะความตาย และเสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์               พี่น้องที่รัก  ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะได้รับเกียรติมงคล   พระองค์ต้องผ่านความทุกข์ยากแสนสาหัส  จนแม้ชีวิต แล้วพระองค์ได้ผ่านข้ามความยากลำบาก และความตาย สู่ชีวิตใหม่ ชีวิตแห่งการกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ และจะทำให้เราทุกคนผ่านข้ามไปสู่ชีวิตใหม่เช่นเดียวกับพระองค์                               จากมาตรการต่างๆที่รัฐบาล และเจ้าหน้าที่ ขอให้เราร่วมมืออยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ  นำมาซึ่งความยากลำบาก  ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำและถดถอย  การดำรงชีวิตประจำวันยากลำบากมากกว่าเดิม  แต่ในสถานการณ์ปัจจุปัน  เรากำลังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ความมืดกำลังจะผ่านไปนะครับ พ่อมั่นใจว่า เมื่อเราเชื่อ-ศรัทธา เราอธิษฐานภาวนา พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ   ฉะนั้น พี่น้องที่รัก (ขออนุญาตใช้คำของนักมวยด้วย) การ์ดอย่าตก  ต้องสวดภาวนาต่อ ไปและสวดมากขึ้นด้วย  ขอพระองค์ทรงพระเมตตา ประทาน พลกำลัง และแสงสว่าง-ปรีชาญาณ ให้กับพวกเราทุกคน เพื่อเราจะได้ก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับพระองค์ทุกๆเวลา เราจะพบสันติสุขอย่างแน่นอน เป็นดั่งพระวาจาของพระองค์ที่ตรัสกับเราในวันนี้ “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” และพระวาจาที่ตรัสกับโทมัสว่าท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข” (ยน.20:19-31)                                                     เชิญชวนพี่น้องร่วมมิสซา  On Line สด  ผ่าน Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official  หรือเว็บไซค์ของวัด   อีกสักระยะหนึ่งนะครับ (คาดว่า คงไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้) สวดภาวนา พลีกรรม ใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศล ขอมิสซา ต่อๆ ไปนะครับ                                          พี่น้องหลายท่านโทรไปหาพ่อว่า ไม่สันทัดในการ scan QR Code – พร็อมเพย์  ก็ผ่านไปเขียนซองขอมิสซาที่วัด หรือ โอนผ่านบัญชี             บัญชีออมทรัพย์ : ธนาคารทหารไทย สาขาเมืองเอก-รังสิต                           ชื่อบัญชี : นายวรวุฒิ กิจสกุล  บัญชีเลขที่ : 099-7-00110-2

สันติสุขจงสถิตอยู่กับพี่น้องทุกๆท่าน   ขอบพระคุณครับ