





เชิญพี่น้อง เพิ่มเพื่อนในไลน์ เพื่อรับข่าวสารจากทางวัด







เชิญพี่น้อง เพิ่มเพื่อนในไลน์ เพื่อรับข่าวสารจากทางวัด

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูยอห์น
ยน 14:15-16, 23ข-26
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับอัครสาวกว่า “ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา และเราจะวอนขอพระบิดา แล้วพระองค์จะประทานผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่งให้ท่าน เพื่อจะอยู่กับท่านตลอดไป
ผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา พระบิดาของเราจะทรงรักเขา พระบิดาจะเสด็จพร้อมกับเรามาหาเขา จะทรงพำนักอยู่กับเขา ผู้ที่ไม่รักเรา ก็ไม่ปฏิบัติตามวาจาของเรา วาจาที่ท่านได้ยินนี้ ไม่ใช่วาจาของเรา แต่เป็นของพระบิดา ผู้ทรงส่งเรามา เราบอกสิ่งเหล่านี้ให้ท่านฟัง ขณะที่เรายังอยู่กับท่าน แต่พระผู้ช่วยเหลือคือพระจิตเจ้าที่พระบิดาจะทรงส่งมาในนามของเรานั้น จะทรงสอนท่านทุกสิ่งและจะทรงให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราเคยบอกท่าน”
ข้อคิดจากพระวาจา โดยพระคุณเจ้า พระสังฆราชลือชัย ธาตุวิสัย
พี่น้องที่รัก วันนี้เป็นวันสมโภชพระจิตเจ้า ซึ่งเป็นการระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญและยิ่งใหญ่อีกอันหนึ่งที่ได้เกิดขึ้นในพระศาสนจักรของเรา นั่นคือ “พระจิตเจ้า” หรือ “ผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่ง” ได้เสด็จลงมาเหนือบรรดาอัครสาวกเหมือนดังที่พระเยซูเจ้าได้ทรงสัญญาไว้ก่อนที่พระองค์จะทรงจากพวกเขากลับไปหาพระบิดา ยิ่งกว่านั้น วันนี้ถือได้ว่าเป็นวันเกิดของพระศาสนจักรด้วยเพราะเป็นวันที่บรรดาอัครสาวกได้เริ่มป่าวประกาศข่าวดีอย่างเป็นทางการและมีผู้กลับใจเป็นจำนวนมาก สำหรับชาวยิววันนี้เป็นวันที่พวกเขาฉลองการเก็บเกี่ยวซึ่งเป็นวันที่พวกเขาขอบคุณพระเจ้าเป็นพิเศษสำหรับผลผลิตที่ได้รับตลอดปีที่ผ่านมา อันที่จริง บรรดาอัครสาวกฉลองการเก็บเกี่ยวด้วยเหมือนกัน แต่สิ่งที่พวกเขาเก็บเกี่ยวไม่ใช่พืชพันธุ์ธัญญาหาร แต่เป็นผู้มีความเชื่อในพระเยซูเจ้าและข่าวดีของพระองค์
ในบทอ่านแรกซึ่งมาจากหนังสือกิจการอัครสาวก นักบุญลูกาผู้เขียน หนังสือเล่มนี้เล่าให้เราฟังว่าพระจิตเจ้าได้เสด็จลงมาเหนือบรรดาอัครสาวกที่กำลังชุมนุมกันในรูปของเปลวไฟที่มีลักษณะเหมือนลิ้น ผลที่ตามมาคือ บรรดาอัครสาวกสามารถพูดภาษาต่างๆ ได้จนสร้างความประหลาดใจให้กับชาวยิวที่เลื่อมใสศรัทธาซึ่งเดินทางมาจากทุกชาติทั่วโลก เพื่อนมัสการพระเจ้าที่กรุงเยรูซาเล็มเพราะพวกเขาได้ยินบรรดาอัครสาวกพูดภาษาของตนเอง อัศจรรย์ครั้งนี้ชี้ให้เราเห็นว่าพระจิตเจ้าได้ประทานอำนาจแห่งการสื่อสารให้แก่บรรดาอัครสาวก ซึ่งทำให้ทุกคนเข้าใจข่าวดีที่พวกเขาประกาศ ความสับสนวุ่นวายในเรื่องภาษาที่หอบาเบล (เทียบ ปฐก11:1-9) ได้ถูกทำลายลงด้วยเอกภาพแห่งการเข้าใจที่ทุกคนสามารถพบได้ในพระจิตเจ้า เวลานี้ไม่มีประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรเป็นพิเศษอีกต่อไป เพราะทุกคนเป็นประชากรของพระเจ้าและทุกคนได้รับเรียกให้เข้ามาในพระอาณาจักรของพระองค์
เราไม่สงสัยในพลังอำนาจของพระจิตเจ้าที่ทำงานผ่านทางบรรดาอัครสาวกและกลุ่มคริสตชนในสมัยเริ่มแรก เพราะหลังจากที่พวกเขาได้รับพระองค์แล้ว พวกเขาได้เริ่มป่าวประกาศข่าวดีอย่างกล้าหาญ เป็นพยานถึงความเชื่อในพระเยซูเจ้าด้วยชีวิตทั้งครบ แม้ว่าพวกเขาหลายคนต้องพลีชีวิตตนเองเพื่อพันธกิจนี้ พวกเขาก็ยอมสละด้วยความเต็มใจ แล้วเราละ! ในฐานะคริสตชนคนหนึ่ง พระจิตเจ้าทรงมีบทบาทต่อชีวิตของเราอย่างไร?
ในจดหมายถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 1 ที่เราได้รับฟังในบทอ่านที่สองวันนี้ นักบุญเปาโลบอกเราว่า พระจิตเจ้าช่วยเราให้สามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่า “พระเยซูคือองค์พระผู้เป็นเจ้า” (1คร12:3) นั่นคือ พระจิตเจ้าทรงช่วยเราให้มีความเชื่อในพระเยซูเจ้ามั่นคงมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งพระองค์กลายเป็นศูนย์กลางชีวิตและเจ้านายแต่เพียงผู้เดียวของเรา ยิ่งกว่านั้น พระจิตเจ้ายังทรงเป็นบ่อเกิดแห่งพระพรพิเศษต่างๆ มากมาย พระพรพิเศษที่เราแต่ละคนได้รับอาจจะแตกต่างกัน แต่มาจากต้นกำเนิดเดียวกัน นั่นคือ พระจิตเจ้า เพราะฉะนั้น เราทุกคนจึงเป็นหนึ่งเดียวกันในพระองค์ “เดชะพระจิตเจ้าพระองค์เดียว เราทุกคนจึงได้รับการล้างมารวมเข้าเป็นร่างกายเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นชาวยิวหรือชาวกรีก ไม่ว่าจะเป็นทาสหรือไทก็ตาม เราทุกคนต่างได้รับพระจิตเจ้าพระองค์เดียวกัน” (1คร12:13)
สิ่งหนึ่งที่เราควรจดจำไว้เสมอคือ พระพรพิเศษของพระจิตเจ้าไม่ได้มีไว้เพื่อตัวของผู้ที่ได้รับเท่านั้น แต่มีไว้เพื่อรับใช้และตอบสนองความต้องการของผู้อื่นด้วย ด้วยเหตุนี้ เราแต่ละคนต้องทำงานด้วยกัน ใช้พระพรพิเศษที่เราได้รับเพื่อสร้างและพัฒนากลุ่มคริสตชนและสังคมที่เราแต่ละคนเป็นส่วนหนึ่งให้เจริญก้าวหน้าในหนทางที่ถูกต้อง เราอาจมีจำนวนมากก็จริง แต่โดยทางการทำงานของพระจิตเจ้า เราแต่ละคนกลายเป็นร่างกายเดียวกัน อันที่จริง เราแต่ละคนเป็นส่วนหนึ่งของพระกายทิพย์ของพระเยซูเจ้าหรือพระศาสนจักรอยู่แล้ว เหมือนที่ร่างกายมีอวัยวะหลายอย่าง แต่ทุกอย่างทำงานประสานกลมกลืนกัน เช่นเดียวกัน เราควรใช้ศักยภาพและความสามารถทั้งหมดที่พระจิตเจ้าประทานแก่เราอย่างมีเอกภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดของกลุ่มคริสตชนและสังคมที่เราอาศัยอยู่
พระจิตเจ้ายังทรงเป็นหนทางที่นำไปสู่เสรีภาพและการปลดปล่อยให้เป็นอิสระอย่างแท้จริงวิถีทางของพระองค์ ไม่ได้เป็นวิถีทางแห่งการเป็นทาส การบีบบังคับ ความโลก หรือความหวาดกลัว โดยทางพระองค์ เราสามารถมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระเจ้าจนกระทั่งเราสามารถเรียกพระองค์ว่า “พระบิดา” เหมือนที่พระเยซูเจ้าทรงสอนเรา เมื่อเราได้รับพระจิตเจ้าในศีลกำลังแล้ว เราแต่ละคนกลายเป็นสมาชิกที่สมบูรณ์ของพระศาสนจักรและสามารถมีส่วนร่วมในกิจการและภารกิจแห่งรักและรับใช้ทุกอย่างของประชากรพระเจ้า
นอกจากนี้ พระจิตเจ้ายังทำให้เรามีส่วนร่วมในพระทรมานของพระเยซูเจ้าเพื่อว่าเราจะมีส่วนร่วมในพระสิริรุ่งโรจน์ร่วมกับพระองค์ในเมืองสวรรค์ ความทุกข์ยากลำบากที่ทำให้เรามีส่วนร่วมในพระทรมานของพระเยซูเจ้านี้ไม่ได้เกิดจากการขาดเสรีภาพของเรา แต่เกิดจากการที่เราอุทิศตนทั้งครบเพื่อยืนยันความถูกต้องและความจริงและเพื่อปกป้องเสรีภาพและศักดิ์ศรีของมวลมนุษย์ ในฐานะศิษย์ของพระเยซูเจ้า เราต้องพร้อมที่จะจ่ายทุกอย่างเพื่อภารกิจยิ่งใหญ่นี้ แม้แต่ด้วยชีวิตของเรา ถ้าจำเป็น
พี่น้องที่รัก ในวันสมโภชพระจิตเจ้าปีนี้ พ่ออยากเชิญชวนเราให้พิจารณาไตร่ตรองเกี่ยวกับเป้าประสงค์ที่แท้จริงของพระพรพิเศษที่เราได้รับจากพระจิตเจ้า จริงอยู่ เหมือนที่นักบุญเปาโลบอกเรา พระพรพิเศษมีหลายประการ นั่นคือ เราแต่ละคนมีความรู้และความสามารถแตกต่างกัน แต่เราต้องไม่ลืมว่าพระพรพิเศษทุกชนิดมีไว้เพื่อแบ่งปัน ดังนั้น เราไม่ควรเก็บความรู้และความสามารถของเราไว้เพื่อประโยชน์ของเราเองเท่านั้น แต่เราควรใช้มันเพื่อรับใช้ความต้องการของเพื่อนพี่น้องที่อยู่รอบข้างเราด้วย จำไว้เสมอว่ายิ่งเราแบ่งปันความรู้และความสามารถของเราให้กับคนอื่นมากเท่าใด เราก็ยิ่งมีพวกมันมากขึ้นเท่านั้น ขอพระจิตเจ้านำทางเราและช่วยเราให้ใช้ศักยภาพที่เรามีให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องทุกคน
(จากบทเทศน์วันสมโภชพระจิตเจ้าปี A (วันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 2014))
เสียงผู้เลี้ยงแกะ
พีน้องที่รักเคารพในพระคริสตเจ้า สัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต
ขณะนี้ในมิสซังกรุงเทพฯของเรา มีคณะซิสเตอร์แม่ชีเทเรซา แห่งกัลกัตตา มาทำงานช่วยเหลือคนยากจน โดยจะเริ่มเรียนภาษาก่อน เวลานี้ได้พักอยู่ที่วัดแม่พระลูกประคำ กาลหว่าร์ ต่อไปก็จะไปพักที่วัดนักบุญยอแซฟ ตรอกจันทน์ แล้วไปทำงานช่วยคนยากจนที่วัดแม่พระปฏิสนธินิรมลแห่งเหรียญอัศจรรย์ ชุมชนโรงหมู ท่าเรือคลองเตย
พ่อขอนำเรื่องที่นักบุญแม่ชีเทเรซา แห่งกัลกัตตา ได้เขียนเล่าไว้ว่า “ย้อนไปในอดีต ครั้งหนึ่งฉันได้นำชายคนหนึ่งมาจากถนน เนื้อตัวของชายคนนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นและหนอน เขาถูกกัดกินแม้ขณะยังมีชีวิตอยู่ มีเพียงส่วนเดียวของร่างนั้นที่พอสะอาดหน่อย คือใบหน้าของเขา มีหนอนไต่ยั้วเยี้ยอยู่ตามร่างของชายนั้น ฉันพาเขามาที่บ้านของเรา ชายนั้นกล่าวกับฉันว่า “ผมมีชีวิตอยู่ตามถนนเหมือนสัตว์ แต่ผมกำลังจะตายเหมือนเทวดา ผมได้รับความรักและความเอาใจใส่” เราใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงช่วยกันทำความสะอาดขจัดสิ่งต่างๆ ออกจากตัวชายผู้นั้น ชายผู้นั้นพูดว่า “ซิสเตอร์ครับ ผมกำลังกลับบ้านไปหาพระ” แล้วเขาก็สิ้นใจ
ชายนั้นกลับบ้านไปหาพระเจ้าจริงๆ ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ฉันไม่เคยพบเห็นรอยยิ้มแบบนั้นมาก่อนเลย นั่นเป็นรอยยิ้มของชายคนหนึ่งที่เคยมีชีวิตอยู่ตามถนนดุจสัตว์ ถูกหนอนกัดกินตามร่างแม้ยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังกล้าหาญยิ่งนัก เขามุ่งมองไปข้างหน้า มีสันติสุขและความชื่นชมยินดีบนใบหน้าของเขา เพราะว่ามีคนที่รักเขา มีคนที่ต้องการเขา มีคนที่ช่วยเขาให้สิ้นใจอย่างสงบสุขกับพระเจ้า” (จากหนังสือ ข้อคิดข้อรำพึงตลอดปี คุณแม่เทเรซา แห่งกัลกัตตา หน้า 103)
พี่น้องที่รักครับ คณะซิสเตอร์นักบุญแม่ชีเทเรซาแห่งกัลกัตตา จะมาทำช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากลำบากเช่นนี้ และจะมีจิตอาสาในหมู่พวกเราไปร่วมด้วยช่วยกันทำกับคณะซิสเตอร์ พวกเราคนอื่นๆ ก็อาจจะช่วยเสริมหนุนด้วยกำลังทรัพย์ ปัจจัยสิ่งของที่จำเป็น การให้กำลังใจและคำภาวนา เพื่อบรรเทาทุกข์จิตใจของผู้ประสบเคราะห์ อีกทั้งให้เป็นเครื่องหมายพยานว่า พระเจ้าเสริมกำลังบรรดาซิสเตอร์ยืนหนึ่งแถวหน้าด้วยพวกเราหนุนเสริมอยู่ข้างหลังครับ.
ขอพระชนนีของพระเป็นเจ้า อำนวยพรท่าน
คุณพ่ออนุชา (อียิปต์) ชาวแพรกน้อย
วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน 2565 เวลา 15.29 น.

https://www.motherofgod-church.com/
https://www.facebook.com/MotherofGd.Church
ติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ต่างๆ จากทางวัด เพิ่มเพื่อนในไลน์ น่ะครับ

บทเพลงในพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณสมโภชพระจิตเจ้า วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 2022
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูลูกา
ลก 24:46-53
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “มีเขียนไว้ดังนี้ว่าพระคริสตเจ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานและจะกลับคืนพระชนมชีพ จากบรรดาผู้ตายในวันที่สาม จะต้องประกาศในพระนามพระองค์ให้นานาชาติกลับใจเพื่อรับอภัยบาป โดยเริ่มจากกรุงเยรูซาเล็ม ท่านทั้งหลายเป็นพยานถึงเรื่องนี้ทั้งหมด บัดนี้ เรากำลังจะส่งพระผู้ที่พระบิดาทรงสัญญาไว้มาเหนือ ท่านทั้งหลาย เพราะฉะนั้นท่านจงคอยอยู่ในกรุงจนกว่าท่านจะได้รับพระอานุภาพปกคลุมจากเบี้องบน” พระองค์ทรงนำบรรดาศิษย์ออกไปใกล้หมู่บ้านเบธานี ทรงยกพระยกพระหัตถ์ขึ้นอวยพระพร และขณะที่อวยพระพรนั้น พระองค์ทรงแยกไปจากเขา และทรงถูกนำขึ้นสู่สวรรค์ บรรดาศิษย์กราบนมัสการพระองค์แล้วกลับไปกรุงเยรูซาเล็มด้วยความยินดียิ่ง เขาอยู่ในพระวิหารตลอดเวลา ถวายพระพรแด่พระเจ้า.
***อ่านประกอบพระคัมภีร์ ข้อคิดจากพระวาจา***
เจตจำนงสุดท้ายของพระเยซูเจ้า อาทิตย์สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์
บทนำ
ยาโกโม ปุชชีนิ (Giacomo Puccini) นักดนตรีเอกชาวอิตาเลียน ผู้แต่งบทเพลงโอเปรา La Boheme, Madama Butterfly และ Tosca ขณะกำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งขั้นสุดท้ายปี 1922 ปุชชีนิได้เขียนบทเพลง Turandot กล่าวกันว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขา ปุชชีนิเขียนบทเพลงนี้ทั้งกลางวันกลางคืนจนสุขภาพแย่ลง ปุชชีนิได้พูดกับศิษย์ของตนว่า “หากฉันเขียน Turandot ไม่จบ ช่วยเขียนต่อให้จบด้วย” ปุชชีนิมรณะปี 1924 ทิ้งงานที่ยังเขียนไม่จบไว้ และบรรดาลูกศิษย์ได้ช่วยกันเขียนต่อจนจบ ในการเปิดการแสดงรอบปฐมทัศน์ ณ โรงละครสกาลา (La Scala) แห่งเมืองมิลานปี 1926 ทอสกานีนิ ศิษย์เอกของปุชชีนิเป็นผู้อำนวยเพลง บทเพลง Turandot ได้บรรเลงอย่างไพเราะกระทั่งถึงท่อนสุดท้ายที่ปุชชีนิเขียน ทอสกานีนิได้หยุดบรรเลงและหันมาทางผู้ชมว่า “อาจารย์ได้เขียนมาถึงตอนนี้และจากไป” ผู้ฟังปรบมือให้เกียรติอย่างยาวนาน ทอสกานีนิกล่าวต่อไปว่า “พวกเราลูกศิษย์ได้ช่วยกันเขียนต่อจนจบ” จากนั้นได้บรรเลงบทเพลงนี้จนจบ
วันนี้เราสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สี่สิบวันหลังการกลับคืนพระชนมชีพ พระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ต่อหน้าบรรดาศิษย์ด้วยอำนาจของพระองค์เอง ก่อนเสด็จสู่สวรรค์พระองค์ได้ตรัสกับบรรดาศิษย์และเราแต่ละคน ให้เราสานต่องานไถ่กู้มนุษยชาติของพระองค์ให้สำเร็จ ด้วยการประกาศข่าวดีในคำพูดและการกระทำของเรา อีกทั้งเป็นวันเฉลิมฉลองการได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ซึ่งทุกคนมีส่วน
เจตจำนงสุดท้ายของพระเยซูเจ้า
การเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูเจ้ามีความแตกต่างกันในพระวรสารแต่ละฉบับ ผู้เขียนไม่ได้มุ่งให้รายละเอียดทางประวัติศาสตร์ แต่ต้องการให้ความสำคัญกับพระดำรัสที่ตรัสกับบรรดาศิษย์ ซึ่งเป็นเจตจำนงสุดท้ายของพระองค์ และได้รับการบันทึกแตกต่างกัน แต่มีความสอดคล้องกันในประเด็นที่ว่า : 1) พระเยซูเจ้าทรงมอบพันธกิจแก่บรรดาศิษย์ ซึ่งเป็นงานผูกมัดพวกเขาจนกว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง และ 2) ทรงให้ความมั่นใจว่าจะทรงช่วยเหลือพวกเขาในการทำให้พันธกิจนี้สำเร็จ
พันธกิจแห่งการเป็นพยานถึงข่าวดีของพระเยซูเจ้าจนสุดปลายแผ่นดิน ด้วยการออกไปทั่วโลกประกาศข่าวดีแก่มนุษย์ทั้งมวล เป็นพันธกิจแจ่มชัดมาก พระเยซูเจ้าทรงต้องการให้เราเป็นข่าวดีแก่มนุษยชาติ ทุกชาติ ทุกภาษา และวัฒนธรรม เราถูกเรียกให้บอกเล่าเรื่องราวชีวิต พระทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าด้วยชีวิตของตน ในการเจริญชีวิตตามคุณค่าพระวรสารในชีวิตประจำวัน พันธกิจนี้มิใช่เป้าหมายที่สำเร็จได้ด้วยกำลังความสามารถของมนุษย์
พระเยซูเจ้าทรงสัญญาประทานพลังแก่ผู้นำสารด้วยอำนาจของพระจิตเจ้า การประกาศข่าวดีแก่มนุษยชาติควรเริ่มต้นจากตัวเรา ด้วยการคุกเข่าลงอธิษฐานภาวนาวอนขอพระพรจากพระจิตเจ้า และสารภาพว่างานทุกอย่างสำเร็จได้มิใช่ด้วยมือเรา แต่ด้วยพระหรรษทานจากเบื้องบน พระจิตเจ้าทรงช่วยเหลือให้พันธกิจนี้ดำเนินต่อไป ประการสำคัญ พระองค์ทรงสัญญาจะอยู่กับเราเสมอไปจนสิ้นพิภพ ในพระศาสนจักร ศีลมหาสนิท พระวาจาของพระเจ้า และในเพื่อนมนุษย์ เป็นการปรากฏพระองค์ในมิติของความเชื่อ
การสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ และพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญสำหรับเราหลายประการ ในการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ประการแรก เราต้องเป็นผู้ประกาศข่าวดี พระเยซูเจ้าทรงมอบพันธกิจนี้แก่ผู้มีความเชื่อทุกคน “ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวดีแก่มนุษย์ทั้งปวง” (มก 16:15) มีความแตกต่างระหว่างการเทศน์สอนกับการประกาศ เราสอนด้วยคำพูด แต่เราประกาศด้วยชีวิต เราถูกส่งไปประกาศข่าวดีแห่งชีวิตและความรัก ข่าวดีแห่งความหวังและสันติสุขในการเป็นพยานด้วยชีวิตของตน เราต้องเป็นศิษย์พระคริสต์ในทุกที่ที่เราอยู่และไป
ประการที่สอง เราต้องตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้า พระองค์ได้ให้ความมั่นใจว่าจะอยู่กับเราตลอดไป แม้ในห้วงเวลาแห่งความยากลำบากในชีวิต “เวลานี้พระเยซูเจ้าได้รับเกียรติรุ่งโรจน์ในสวรรค์ แต่ยังคงทรมานในโลก ในความเจ็บปวดและความทุกข์ระทมที่เรา พระกายทิพย์ของพระองค์ได้รับ” (น.เอากุสติน) เราต้องดำเนินชีวิตในความรักต่อกัน อธิษฐานภาวนาร่วมกัน ดำเนินชีวิตเป็นแสงสว่างให้คนอื่นเห็นความดีของพระเจ้าในตัวเรา
ประการที่สาม เราต้องเลียนแบบพระเยซูเจ้า ทรงมอบบทเรียนแห่งความเชื่อ ความหวัง ความเมตตากรุณา ความรักและการให้อภัยแก่เรา แม้ไม่ได้เห็นการปรากฏพระองค์ในโลกอีก แต่ทรงปรากฏพระองค์ในพระวาจา เราต้องทำให้พระวาจาของพระองค์ปรากฏเป็นจริงในชีวิตของเรา พันธกิจในการประกาศข่าวดีแก่มนุษยชาติต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน และมีความสุภาพถ่อมตนเพื่อให้พระจิตเจ้าทรงนำทางเรา
บทสรุป
พี่น้องที่รัก ความปรารถนาสุดท้ายของพระเยซูเจ้าก่อนจากบรรดาศิษย์สู่สวรรค์ ทรงต้องการให้พวกเขาประกาศข่าวดีแก่ทุกคนในโลก นี่เป็นเจตจำนงสุดท้ายที่ทรงต้องการจากศิษย์ของพระองค์และเราแต่ละคน เราได้รับแสงสว่างแห่งพระวรสารแล้วตั้งแต่วันรับศีลล้างบาป ดังนั้น เราต้องนำข่าวดีนี้ไปสู่ผู้อื่น ความเชื่อที่เรามีมิใช่สมบัติส่วนบุคคลที่ต้องเก็บรักษาไว้กับตนเอง แต่ต้องแบ่งปันกับผู้อื่นด้วยชีวิตของตน พระเยซูเจ้าทรงเสด็จสู่สวรรค์อย่างรุ่งโรจน์ เป็นความหวังว่าสักวันหนึ่งเราจะได้อยู่กับพระองค์ในสวรรค์เช่นเดียวกัน หากเราดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระองค์ ในอีกด้านหนึ่ง สวรรค์คือที่ประทับของพระเจ้า ศิษย์พระคริสต์ต้องอุทิศตนเพื่อทำให้โลกกลายเป็นสวรรค์ที่พระเจ้าประทับอยู่ สวรรค์บังเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ในโลกนี้ในความรักต่อกัน การให้อภัยความผิดของกันและกัน การรับใช้ซึ่งกันและกัน และในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือกัน…
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
ที่มา : ข้อคิดพระวาจาวันอาทิตย์สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ 2021 โดยคุณพ่อ Dondaniel ขวัญ ถิ่นวัลย์ https://dondaniele.blogspot.com/
สวัสดีครับ พี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ที่รักทุกท่าน
พ่อขอเล่าเรื่องที่อิงถึงพระคุณเจ้ายอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์ ที่ได้เทศน์สอนไว้ และคุณศรินทร เมธีวัชรานนท์ ได้เขียนถึงไว้ดังนี้
…ฉันคิดถึงเรื่องหนึ่งที่พระคุณเจ้าพระสังฆราชสังวาลย์ ศุระศรางค์ ประมุขแห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่ ผู้ซึ่งฉันเคารพรักมากได้เทศน์สอนไว้และฉันก็จำจนทุกวันนี้
มีชายคนหนึ่งเป็นนักไต่เขาที่เก่งมาก วันหนึ่งเขาไปร่วมการแข่งไต่เขาและเช้าวันที่เขาคิดว่าเขาจะสามารถพิชิตยอดเขาได้ เขาจึงเริ่มออกแต่เข้ามืด ปรากฏว่าเมื่อเริ่มไปได้ไม่นานเขาเกิดพลาดพลัดตกลงมาห้อยโตงเตงกลางอากาศ ท่าม กลางความมืดเขาตกใจมาก วินาทีนั้นเขาคิดถึงพระเจ้า เขาตะโกนขอความช่วยเหลือดังลั่น “พระเจ้าโปรดช่วยข้าด้วย” พระเจ้าเมื่อได้ยินดังนั้นก็ตะโกนกลับว่า “ให้ตัดเชือก” ชายหนุ่มผู้นั้นแทนที่จะตัดเชือกตามที่พระเจ้าทรงบอก เขากลับเอาเชื่อกพันรอบเอวเขาให้แน่นยิ่งขึ้น รุ่งเช้ามีคนพบศพชายหนุ่มผู้นี้ห้อยโตงเตงแข็งตายอยู่เหนือพื้นดินเพียง 2 ฟุตเท่านั้น
เมื่อได้ฟังนิทานเรื่องนี้ ทำให้ฉันอดคิดถึงตัวเองไม่ได้ หลายๆ ครั้งเมื่อฉันตกอยู่ในสภาวะเช่นเดียวกับชายผู้นี้ แต่ด้วยความเชื่อในพระองค์ ฉันจะตัดเชือกเลย โดยไม่ต้องคิดเป็นครั้งที่สอง แล้วฉันก็ตกลงสู่พื้นดินท่ามกลางความมืดมิดที่ห่างจากฉันเพียงฟุตครึ่งเท่านั้น
ความเชื่อของฉันที่มีต่อพระเป็นเจ้าในขณะนี้เป็นความเชื่อความศรัทธาที่ปราศจากเงื่อนไข (Unconditional Faith) จริงๆ และจากประสบการณ์ชีวิตจริงของฉัน ทำให้ฉันคิดถึงพระวาจาอีกบทหนึ่งที่ขอเขียนเป็นภาษาอังกฤษดังนี้ “All things are possible with God “(Mark 10:27) (ทุกสิ่งเป็นไปได้สำหรับพระเจ้า (มาระโก 10:27) และเพราะความเชื่อความศรัทธาต่อพระเจ้านี่แหละ ทำให้ฉันดำเนินชีวิตทุกวันนี้ตามพระวาจาของพระองค์ในทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกย่างก้าว ทุกมิติของชีวิต (จากหนังสือ ภูเขาเคลื่อนได้ โดยคุณศรินทร เมธีวัชรานนท์ หน้า 282-283)
คำพยานชีวิตของคุณศรินทร และเรื่องเล่าของพระคุณเจ้าสังวาลย์ ขอส่งต่อมอบให้เป็นคติธรรมสำหรับพี่น้องสัตบุรุษ เพื่อจะได้เกิดพลังแห่งความเชื่อไว้วางใจในพระ และมีความหวังเสมอในการช่วยให้รอดพ้นของพระองค์
ขอพระชนนีของพระเป็นเจ้า อำนวยพรท่าน
คุณพ่ออนุชา (อียิปต์) ชาวแพรกน้อย
วันศุกร์ 27 พฤษภาคม 2565 เวลา 17.23 น.
พระแม่มารีย์ ราชินีแห่งสันติสุข Mary Regina Pacis
พระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเชิญชวนให้สวดสายประคำเพื่อสันติภาพในยูเครนและเพื่อการยุติสงครามทั่วโลก โดยพระองค์จะทรงนำสวดสายประคำ ณ พระมหาวิหารแห่งพระนางมารีย์ (Basilica of St. Mary Major) กรุงโรม ประเทศอิตาลี ในวันอังคารที่ 31 พฤษภาคม 2022 เวลา 18.00 น. ต่อหน้าพระรูปพระแม่มารีย์ ราชินีแห่งสันติสุข (Mary Regina Pacis) และเพื่อเป็นการปิดเดือนของแม่พระ (พฤษภาคม)
ขอเชิญพี่น้องสัตบุรุษร่วมสวดสายประคำร่วมกับพระสันตะปาปาฟรังซิส และสักการะสถานทั่วโลกในโอกาสนี้ด้วย (Joining together with Pope Francis and international shrines)

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูยอห์น
ยน 14 : 23-29
เวลานั้น พระเยซูเจ้าทรงตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “ผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา พระบิดาของเราจะทรงรักเขา พระบิดาจะเสด็จพร้อมกับเรามาหาเขา จะทรงพำนักอยู่กับเขา ผู้ที่ไม่รักเราก็ไม่ปฏิบัติตามวาจาของเรา วาจาที่ท่านได้ยินนี้ ไม่ใช่วาจาของเรา แต่เป็นของพระบิดา ผู้ทรงส่งเรามา เราบอกสิ่งเหล่านี้ให้ท่านฟัง ขณะที่เรายังอยู่กับท่าน แต่พระผู้ช่วยเหลือคือพระจิตเจ้าที่พระบิดาจะทรงส่งมาในนามของเรานั้น จะทรงสอนท่านทุกสิ่ง และจะทรงให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราเคยบอกท่าน เรามอบสันติสุขไว้ให้ท่านทั้งหลาย เราให้สันติสุขของเราแก่ท่าน เราให้สันติสุขแก่ท่าน ไม่เหมือนที่โลกให้ ใจของท่านอย่าหวั่นไหว หรือมีความกลัวเลย ท่านได้ยินที่เราบอกกับท่านแล้วว่า เรากำลังจะไป และเราจะกลับมาหาท่านทั้งหลาย ถ้าท่านรักเรา ท่านคงยินดีที่เรากำลังไปเฝ้าพระบิดา เพราะพระบิดาทรงยิ่งใหญ่กว่าเรา และบัดนี้เราได้บอกท่านทั้งหลายก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้น เพื่อว่าเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว ท่านจะเชื่อ.
“ประตูนครเยรูซาเล็มใหม่ลอยลงมาจากฟ้า ใสเหมือนแก้วผลึกทั้ง 12 บาน จึงจารึกชื่อบรรดาลูกของยาโคบ 12 ตระกูล และเสาอันเป็นรากฐานแห่งนครเยรูซาเล็มใหม่ หรือพระศาสนจักร จารึกชื่ออัครสาวก 12 องค์ของพระเยซูเจ้า”
….อ่านประกอบพระคัมภีร์….. วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
บทอ่านที่ 1 หนังสือกิจการอัครสาวก (กจ 15 : 1-2, 22-29) เล่าเรื่อง ราวจุดเปลี่ยนอันสำคัญในพระศาสนจักร ต่อไปนี้คริสตชนกำลังจะหลุดออกมาจากศาสนายิวอย่างเด็ดขาดแล้ว สัญลักษณ์ที่อับราฮัมต้นตระกูลชาวอิสราเอลได้รับพระบัญชาจากพระเจ้าให้ทำเครื่องหมายว่าพวกเขาเป็นประชากรของพระเป็นเจ้าคือชายทุกคนที่เกิดมาต้องทำพิธีเข้าสุหนัต แต่บัดนี้ประชากรของพระเจ้าอาศัยการสิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า จะกลายเป็นชนนานาชาติมิใช่จำกัดอยู่แค่ประชากรชาวอิสราเอลเท่านั้น ชนนานาชาติมาเป็นประชากรของพระเจ้าได้อาศัยความเชื่อและรับศีลล้างบาปในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้า การเข้าสุหนัตจึงไม่มีความจำเป็นในหมู่ประชากรของพระเจ้าแล้ว ชาวยิวบางคนรู้สึกความสำคัญของตนเองในการเป็นประชากรของพระเจ้ากำลังจะลดลงเท่าๆกับชนนานาชาติก็ไม่พอใจ เดินทางไปยังเมืองอันทิโอกที่เปาโลและบารนาบัสแพร่ธรรมอย่างเกิดผลและประกาศต่อนานาชาติที่รับศีลล้างบาปแล้วว่า “ถ้าท่านทั้งหลายมิได้เข้าสุหนัตตามธรรมประเพณีของโมเสส ท่านจะรอดพ้นไม่ได้ “ ที่จริงเปาโลมิได้ลบล้างธรรมบัญญัติของโมเสส ชาวยิวก็ยังคงเข้าสุหนัตตามธรรมบัญญัติต่อไปในหมู่พวกเขา แต่เปาโลเห็นว่า
บทอ่านที่ 2 หนังสือวิวรณ์ (วว 21 : 10-14,22-23) แม้เครื่องหมาย เข้าสุหนัตอาจจะไม่จำเป็นในพันธสัญญาใหม่แล้ว แต่บรรดาประชากรของพระเจ้า ชาวอิสราเอลในพันธสัญญาเดิมก็ยังเป็นเหมือนทางผ่านจากความรอดพ้นของพระเยซูเจ้ามาถึงประชากรใหม่ ประตูนครเยรูซาเล็มใหม่ลอยลงมาจากฟ้า ใสเหมือนแก้วผลึกทั้ง 12 บานจึงจารึกชื่อบรรดาลูกของยาโคบ 12 ตระกูล และเสาอันเป็นรากฐานแห่งนครเยรูซาเล็มใหม่ หรือพระศาสนจักจารึกชื่ออัครสาวก 12 องค์ของพระเยซูเจ้า พระศาสนจักรกำลังหลุดออกมาจากศาสนายูดายแน่แท้แล้ว เพราะนครเยรูซาเล็มใหม่ ไม่มีพระวิหารที่จะต้องนำสัตว์มาฆ่าถวายเป็นเครื่องบูชาแบบพันธสัญญาเดิมอีกแล้ว “ข้าพเจ้าไม่เห็นพระวิหารใดในนครนี้ เพราะพระเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสรรพานุภาพและลูกแกะทรงเป็นพระวิหารของนครนี้ นครนี้ไม่ต้องการดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เพื่อส่องสว่าง เพราะพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้าส่องแสงเหนือนครและลูกแกะทรงเป็นตะเกียงของนคร “
พระวรสารนักบุญยอห์น (ยน 14: 23-29) พระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงเกริ่นถึงพระจิตเจ้าแล้ว “แต่พระผู้ช่วยเหลือคือพระจิตเจ้า ที่พระบิดาจะทรงส่งมาในนามของเรานั้น จะทรงสอนทุกสิ่งและจะทรงให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราเคยบอกท่าน” ที่เป็นเช่นนี้เพราะอาทิตย์หน้าเราจะสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ และตามมาด้วยสมโภชพระจิตเจ้า คริสตชนรู้สึกอบอุ่น เรามาถึงยุคสมัยแห่งความรอดพ้น ที่มีพระเจ้าประทับอยู่กับเราเสมอทุกเวลา ตั้งแต่พระเยซูเจ้าพระมหาไถ่เสด็จมาบังเกิดในโลกนี้แล้ว จำได้หรือไม่ในช่วงคริสต์มาสทุกปี เราจะอ่านบทอ่านประกาศกอิสยาห์ว่าชื่อของทารกที่จะประสูติมาคือ “อิมมานูเอล” แปลว่า พระเจ้าสถิตกับเรา ก็เป็นความจริงตลอดเรื่อยมาและจะประทับกับเราจนกว่าพระอาณาจักรในโลกนี้จะไปถึงซึ่งความสมบูรณ์
พระวรสารนักบุญยอห์นวันนี้ (ยน 14 : 23-29) ยังเป็นหลักฐานว่า พระเยซูเจ้าทรงเผยแสดงเรื่องพระตรีเอกภาพแก่เราชัดเจนที่สุด ในยุคพันธสัญญาเดิม ประชากรชาวอิสราเองรู้จักเพียงว่า พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้เพียงพระองค์เดียว และทรงพระนามว่า “ยาห์เวห์” แต่เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาบังเกิดในโลกนี้ พระเยซูเจ้าทรงเผยแสดงแก่เราว่า พระเป็นเจ้าทรงเป็นหนึ่งเดียว แต่เป็น สามพระบุคคล “ผู้ใดรักเราผู้นั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา พระบิดาของเราจะทรงรักเขา พระบิดาจะเสด็จพร้อมกับเรามาหาเขา จะทรงพำนักอยู่กับเขา ผู้ที่ไม่รักเราก็ไม่ปฏิบัติตามวาจาของเรา วาจาที่ท่านได้ยินนี้ ไม่ใช่วาจาของเราแต่เป็นของพระบิดาผู้ทรงส่งเรามา เราบอกสิ่งเหล่านี้ให้ท่านฟัง ขณะที่เรายังอยู่กับท่านแต่พระผู้ช่วยเหลือคือพระจิตเจ้า ที่พระบิดาจะทรงส่งมาในนามของเรานั้น จะทรงสอนทุกสิ่งและจะทรงให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราเคยบอกท่าน” (ที่มา คุณพ่อพงษ์เทพ ประมวลพร้อม ไลน์กลุ่มพระสงฆ์อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ)
“ผู้ที่เข้าทางประตูก็เป็นผู้เลี้ยงแกะ คนเฝ้าประตูย่อมเปิดประตูให้เขาเข้าไป บรรดาแกะฟังเสียงเขา เขาเรียกชื่อแกะของตนทีละตัว และพาออกไปข้างนอก เมื่อเขาพาแกะออกไปหมดแล้ว เขาจะเดินนำหน้า และแกะก็ตามไปเพราะจำเสียงของเขาได้ แกะจะไม่ตามคนแปลกหน้าเลย แต่จะหนีจากเขา เพราะไม่รู้จักเสียงของคนแปลกหน้า” (ยน.10:2-5)
พี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ที่รัก นี้เป็นเสียงของผู้เลี้ยงแกะ ที่พระคุณเจ้าเกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ส่งมาให้ร่วมชีวิตกับท่าน พร้อมกับ คุณพ่อไชโย กิจสกุล ด้วยกัน จึงขอพระวาจาของพระเยซูเจ้าเรื่อง “ผู้เลี้ยงแกะที่ดี” การฟังเสียงผู้เลี้ยงแกะ และผู้เลี้ยงก็รู้จักแกะ เรียกชื่อแกะของตนที่ละตัว (มีฟุตโน้ตอธิบายในพระคัมภีร์ว่า “เรียกแกะตามชื่อของมัน”) ด้วยความประทับใจในพระวาจานี้ พ่อก็พยายามจำชื่อและเรียก ชื่อพี่น้องสัตบุรุษที่พบเจอ คุ้นเคย และร่วมชีวิตกันเสมอมา รวมถึงคนขายไอติมรถเข็นที่ผ่านวัดยูดา ชินเขต ทุกอาทิตย์บ่าย และพ่อซื้อประจำ เวลานี้ ก็นายประเสริฐ ขายขนมจีบใส่กากหมูที่มาขายในซอยวัดพระชนนีฯ ของเรา
ขอนำบทกลอนของ “ภัศม์” (ฝุ่นดิน) คุณพ่ออนุสรณ์ แก้วขจร จากหนังสือรวมบทกลอน “ในนามของความเชื่อ ความหวัง และความรัก” ในชื่อบท “น้ำใสใจจริง” มาเสนอในโอกาสนี้
น้ำใสใจจริง
ใสเสมอ ทุกเมื่อ เพื่อหยิบยื่น
ใจต่อใจ ให้เปล่า มิเอาคืน
จริงดังว่า จะพาชื่น รื่นรมย์นาน
ยิ่งมี และมอบ ไร้กรอบกั้น
ให้แล้วพลัน ผู้ให้ ใจฉ่ำหวาน
ยิ่งการให้ ได้เห็น เป็นกิจการ
ได้รับคืน ความชื่นบาน ผ่านสู่ใจ
ความดี มีแล้ว ย่อมมีเหลือ
จะอุดหนุน จุนเจือ จิตใจได้
หวนย้อนคืน ความดี ที่ทำไป
กลับคืนสู่ ผู้ได้ กระทำดี
ตอบแทน ความดี ด้วยความรัก
รับรู้ และตระหนัก ความรักนี่
คุณค่า พาเพิ่ม พูนทวี
ความดีที่ ทำด้วยใจ บริสุทธิ์จริง
ขอพระชนนีของพระเป็นเจ้า อำนวยพรท่าน
คุณพ่ออนุชา (อียิปต์) ชาวแพรกน้อย
ศุกร์ 20 พฤษภาคม 2022
พวกลูก สัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ร่วมโมทนาคุณพระเจ้า ยินดีต้อนรับนายชุมพาบาลผู้อภิบาลลูกแกะ
คุณพ่อ ยอแซฟ อนุชา ชาวแพรกน้อย เจ้าอาวาส พระสงฆ์ผู้ช่วยงานอภิบาล วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต
คุณพ่อ ยอแซฟ ไชโย กิจสกุล เจ้าอาวาส พระสงฆ์ผู้ช่วยงานอภิบาล วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต
พวกลูก สัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ร่วมโมทนาคุณพระเจ้า ยินดีต้อนรับนายชุมพาบาลผู้อภิบาลลูกแกะ

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูยอห์น
ยน 13:31-33 ก, 34-35
เวลานั้น เมื่อยูดาสออกไปแล้ว พระเยซูเจ้าตรัสว่า “บัดนี้ บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ และพระเจ้าทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในบุตรแห่งมนุษย์ด้วย ถ้าพระเจ้าทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในบุตรแห่งมนุษย์ พระเจ้าจะทรงให้บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในพระ องค์ด้วย และจะทรงให้บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ทันที ลูกทั้งหลายเอ๋ย เราจะอยู่กับท่านอีกไม่นาน เราให้บทบัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลาย ให้ท่านรักกัน เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด ถ้าท่านมีความรักต่อกัน ทุกคนจะรู้ว่า ท่านเป็นศิษย์ของเรา”
ข้อคิด
ทุกวันอาทิตย์ในเทศกาลปัสกา จะเน้นคำสอนสำคัญของพระเยซูเจ้าเสมอ อาทิตย์ที่แล้วเน้นว่าพระเยซูเจ้าเป็นนายชุมพาบาลที่ดี วันอาทิตย์นี้เน้นบทบัญญัติแห่งความรัก พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด” ในบรรดาบทบัญญัติที่พระองค์ประทานให้แก่เรา บัญญัติประการนี้สำคัญที่สุด เพราะเป็นบทสรุปของบทบัญญัติทุกอย่าง เราอาจพูดได้ว่า ความล้มเหลวเดียวของการเป็นคริสตชน ก็คือความล้มเหลวที่จะรัก.
เราให้บัญญัติใหม่แก่ท่าน
…ให้ท่านรักกันละกัน เหมือนอย่างที่เรารักท่าน
มีสิ่งใดใหม่…ในบัญญัตินี้ กระนั้นหรือ?
บัญญัติเก่าของอิสราเอลบอกเรื่องเดียวกันมิใช่หรือ?
….จงรักพระเจ้าและเพื่อนพี่น้องอย่างสุดกำลังของเจ้า
ศาสนาจากซีกโลกตะวันออกก่อนคริสตกาลประกาศเรื่องเดียวกันมิใช่หรือ
ปราชญ์ชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่วนเวียนอยู่บนเส้นทางสายเดียวกันมิใช่หรือ
ความใหม่ของบัญญัตินี้แอบซ่อนอยู่ ณ ที่ใด
ณ บนภูเขาทาบอร์ พระเยซูเฝ้าประกาศหนทางแห่งมหาบุญลาภ
…รักแม้กระทั่งเขาคนนั้นที่ไม่เคยมีกลิ่นไอของความน่ารัก
…ตอบแทนความชั่วด้วยความดีงาน
…มอบการให้อภัยแทนความโกรธแค้น
ณ บนเขากัลวารีโอ
พระเจ้าผู้นี้ทรงประกาศหนทางแห่งความรักใหม่
…พระบิดาเจ้าข้า โปรดอภัยแก่เขาเถิด เพราะเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร
ดวงตาคู่นั้นของพระองค์ที่ถูกตรึงไม่เคยส่องประกายโกรธแค้น
…แต่ให้อภัยทุกผู้คน
ทั้งหมดเป็นความรักที่…อยู่เหนือเหตุผลทั้งมวลของมนุษย์
ถ้าความรักเดิมของมนุษย์อยู่ในขอบเขตของเหตุผล
…ความรักใหม่ของพระเจ้า แผ่ขยายกว้างไกลกว่ากรอบของเหตุผล
ฉันจึงได้ยินเสียงกระซิบ
…ปล่อยวางความโกรธแค้นขุ่นเคือง และก้าวเดินไปหาเขาอย่างอบอุ่น
…มอบรอยยิ้มอ่อนโยนแก่เขาคนนั้นที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของฉัน
…ให้อภัยแก่เขาคนนั้นที่ทำให้ฉันบาดเจ็บ
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2022 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา วันอาทิตย์แห่งนายชุมพาบาลที่ดี
พี่น้องที่รัก วันนี้พระเยซูเจ้าตรัสว่า….. “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา เราให้ชีวิตแก่แกะเหล่านั้น และมันจะไม่พินาศเลยตลอดนิรันดร…!!!” หลังจากที่พระเยซูเจ้าผู้ได้เสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ พระองค์ได้ประจักษ์พระองค์ให้บรรดาสาวกและศิษย์ได้เห็นเพื่อยืนยันพระองค์เอง และบรรดาสาวกและศิษย์ก็ได้เชื่อมั่นในพระองค์ พวกเขาได้รับพระคุณของพระจิตเจ้า พวกเขามีความกระตือรือล้น ในการประกาศเทศน์สอน โดยไม่หวั่นกลัว แม้จะถูกเบียดเบียน-ถูกต่อต้าน พวกเขาเฝ้าประกาศชีวิตของพระเยซูเจ้า องค์พระเยซูเจ้าผู้พร่ำสอนให้เชื่อและรักพระเจ้าเที่ยงแท้ พระองค์สอนให้เชื่อและรักพระเจ้า และรักเพื่อนมนุษย์ ตลอด 3 ปี ที่พระเยซูเจ้าชี้ให้มนุษย์มองเห็นหนทางของความสุขเที่ยงแท้ถาวร – ให้รู้ถึงหนทางของการมีชีวิตนิรันดร พวกสาวกได้อยู่กับพระเยซูเจ้า และรับรู้ถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ พระเยซูเจ้าทรงตั้งบรรดาสาวก-บรรดาศิษย์และมีบัญชาแก่เราทุกคนด้วย… “เราแต่งตั้งท่านให้เป็นแสงสว่างส่องนานาชาติ เพื่อท่านจะได้นำ ความรอดพ้นไปจนสุดปลายแผ่นดิน” น้องที่รัก พระองค์พระเจ้าได้เสด็จมาตามพันธสัญญาที่ให้ไว้ พระองค์เสด็จมาไถ่บาป-มาไถ่เราให้เป็นอิสระ พระองค์เสด็จมาชี้หนทางแห่งความรอด และนำเราทุกคนกลับสู่ความเป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์ เราทุกคนจึงมีหน้าที่ประกาศและนำคนอื่นทุกคนกลับมาอยู่ในคอกแกะ – มาอยู่ในหนทางแห่งความรอดที่พระองค์ทรงชี้บอกแก่เราด้วย
**** ขอบพระคุณ….และขอบพระคุณพี่น้องทุกๆท่าน ที่ได้แสดงความ ปรารถนาดีและมาร่วมโมทนาคุณพระเจ้าพร้อมกับพ่อโอกาส 40 ปีแห่งสังฆภาพ 40ปีในชีวิตสงฆ์ที่รับใช้พระเจ้า หากปราศจากพระพรของพระ และน้ำใจดีของพี่น้องแล้วไซร์ คงไม่อาจอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ขอบพระคุณใน ทุกสิ่งที่พี่น้องได้มอบให้กับพ่อ สิ่งเดียวที่พ่อจะขอตอบแทนพี่น้องทุก ท่าน ก็คือ คำภาวนาและการถวายมิสซา วอนขอพระเจ้าได้ตอบแทน พี่น้องเป็นร้อยเท่าทวีคูณ!!! และตามที่พี่น้องทราบแล้ว บัดนี้ มีคำสั่งให้พ่อย้ายไปอยู่วัดพระกุมารเยซู บางนา กม.8 พ่อก็ขอถือโอกาสนี้อำลาพี่น้องทุกท่าน พ่อจะขออนุญาตถวาย มิสซาในวันอาทิตย์ที่ 15 พค. นี้เป็นอาทิตย์สุดท้าย “ความรักของพระเจ้า คือ..ไม่มีเงื่อนไข…ไม่มีข้อจำกัดและสมบูรณ์ที่สุด”
คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2022 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา
บัดนี้ เข้าสู่ สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา เราได้เฉลิมฉลองการเสด็จกลับ คืนชีพของพระเยซูเจ้า และพระเยซูเจ้าได้ประจักษ์พระองค์ให้กับบรรดาสาวกได้เห็นหลายครั้ง ทำให้บรรดาสาวกและบรรดาศิษย์มีความเชื่อในพระองค์ พวกสาวกได้ประกาศองค์พระเยซูเจ้าไปยังผู้คนต่างๆ มากมาย ตามเมืองต่างๆ แม้จะมีผู้คนจำนวนหนึ่งต่อต้านและเบียดเบียน แต่พวกเขาก็มิได้ย่อท้อ เดินทางไปหลายแห่ง ประกาศให้เชื่อในพระเยซูเจ้า เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ ที่ได้เสด็จมาไถ่บาป ไถ่เราให้กลับมาเป็นบุตรบุญธรรมของพระเจ้า ให้เชื่อในองค์พระเยซูเจ้า ให้เชื่อในคำสั่งสอนของพระองค์ ผู้ทรงสอนให้รักพระเจ้าสุดหัวใจ และรักเพื่อนมนุษย์ และผู้ใดที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ ก็จะพบความสุข และจะได้รับชีวิตนิรันดร นักบุญยอห์นในหนังสือวิวรณ์ ท่านได้กล่าวว่า ท่านได้เห็นฟ้าใหม่และแผ่นดินใหม่ เป็นนครเยรูซาเล็มใหม่ ที่พระเจ้าได้ไถ่ให้พ้นบาป ทำให้มนุษย์กลับคืนดีกับพระเจ้า นักบุญยอห์นในพระวรสารวันนี้ ก็เน้นย้ำกับทุกคน พระเยซูเจ้าได้ให้บทบัญญัติใหม่แก่เรา ให้เรารักกันและกัน พระเจ้าได้ทรงรักเราอย่างมาก มาย เราจึงต้องรักตอบพระเจ้า และรักกันและกันให้มาก และเมื่อเราดำเนินชีวิตโดยรักกันและกัน โลกก็จะรู้ว่า เราเป็นศิษย์ของพระองค์ พี่น้องที่เคารพ เราต้องยอมรับว่า พูดง่ายว่ารัก แต่จะปฏิบัติความรักนั้นยากทีเดียว เมื่อพูดว่ารัก จำต้องมีกิจการ ความเชื่อและความรักต่อพระเจ้า มิใช่อยู่ที่คำพูดหรือลมปาก ความรักต้องแสดงออกด้วยกิจการ หรือการกระทำ การมีเมตตา แสดงออกด้วยการกระทำ – การช่วยเหลือ – การมีน้ำใจ – การให้ – มีความปรารถนาดี-แบ่งปัน ไม่นินทาให้ร้าย ไม่พูดถึงผู้อื่นในแง่ไม่ดี การแสดงออกว่ารักพระ คือการสวดภาวนา การมาวัด การทำกิจศรัทธาต่างๆ และเพราะรักพระ เราจึงรักผู้อื่น – ปรารถนาดีต่อทุกคน โลก – สังคมจะมีความสุขแท้ เราทุกคนจะมีความสุขแท้ เมื่อเราพยายามรักพระให้มาก และพยายามรักทุกคนด้วยใจจริง และนั่นคือ การเป็นคริสตชน เป็นศิษย์ที่แท้จริงของพระองค์
*** วันนี้ คงเป็นวันอาทิตย์สุดท้ายที่พ่อจะถวายมิสซาเพื่อพี่น้องสัตบุรุษวัด รังสิตทุกๆ คนในฐานะพระสงฆ์เจ้าอาวาส ซึ่งพ่อได้เคยกล่าวแล้ว มิใช่เฉพาะวันอาทิตย์ แต่ทุกๆวัน พ่อได้สวดภาวนา-ถวายมิสซา เพื่อพี่น้องทุกๆคนและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อผู้มีน้ำใจดีทุกท่านที่ได้ช่วยเหลือวัดและช่วยเหลือพ่อตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มันจะอยู่ในความทรงจำของพ่อเสมอ ขอบพระคุณและขอบพระคุณอีกครั้ง วอนขอพระเจ้าตอบแทน พี่น้องทุกท่านเป็นร้อยเท่าทวีคูณ
*** ขอประกาศให้พี่น้องทราบด้วย บัญชีพร้อมเพย์ เลขบัญชี 081-874-0878 ธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชี VORAVUTH KITSAKUL โดยการแสกน QR Code ซึ่งเป็นเลขเดียวกับโทรศัพท์ของพ่อ จากนี้ไป หากพี่น้องต้องการจะ ทำบุญหรือขอมิสซาจากวัดรังสิต พี่น้องก็รอจากคุณพ่อเจ้าวัดใหม่นะครับ คงจะแจ้งทางสารวัดให้พี่น้องทราบต่อไป
*** สำหรับเรื่องอื่นใด จากนี้พี่น้องก็ติดต่อคุณพ่อเจ้าวัดใหม่หรือติดต่อสภาอภิบาลวัดนะครับ หรือหากมีสิ่งใดที่พ่อติดค้างไว้ ก็ขออภัยด้วยนะครับ หรือ ติดต่อพ่อที่เบอร์เดิมครับผม!!
คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล
ขอให้พวกเราเชื่อ-ศรัทธา และเข้าใจถึงแผนการและน้ำพระทัยของพระองค์เสมอทุกวันเวลา สวดภาวนามากขึ้น เหมือนคนป่วยที่ต้องการหมอและยารักษามากขึ้นๆ ถ้าเราโกรธไม่ไปพบหมอ-ไม่ไปรับยารักษาโรคก็คงไม่หาย เราจะมีกำลังใจ-เราจะได้รับการรักษา เมื่อเราเชื่อ-ศรัทธาและสวดภาวนามากขึ้น
พวกเราได้ยินได้ฟังพระเยซูเจ้าทรงสรุปบัญญัติแห่งความรักนี้ มานับครั้งไม่ถ้วน การได้ยินได้ฟัง ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หน มันก็ไม่สำคัญเท่ากับ “การปฏิบัติ” ปฏิบัติกิจแห่งความรัก รักพระเจ้าและรักเพื่อนมนุษย์ซึ่งก็ดูเหมือนว่า เป็นคำพูดง่ายๆ แต่ไม่ง่ายที่จะปฏิบัติ กระนั้นก็ไม่ยากจนปฏิบัติไม่ได้
พระเจ้าสอนใจเราทุกคนแล้วครับ เราจงเลียนแบบกษัตริย์ซาโลมอนเถิด เพราะเมื่อเราวอนขอปรีชาญาณ ขอความรู้-ความเข้าใจ เพี่อจะแยกแยะความดีกับความชั่ว ถ้าเราได้รับพระพรนั้นจากพระเจ้า ชีวิตของเราจะรุ่งเรือง
พระองค์ก็เปรียบพระองค์เป็นพ่อ เรียกลูก 2 คนให้ไปทำงาน คนหนี่งตอบรับจะไปทำงาน แต่แล้วก็ไม่ไป อีกคนหนึ่งตอบพ่อว่า “ไม่อยากไป” แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ และไปทำงานในสวนของพ่อ ลูกคนไหนเป็นลูกที่ดีของพ่อล่ะครับ ?!? พี่น้องครับ หลายๆครั้ง เราก็เป็นเช่นนี้กับพระเจ้า ขอให้เราสำนึกตัวอยู่เสมอ จงทำทุกสิ่งตามที่พระองค์เรียกและบอกเรา
เราต้องรักพระเจ้าสุดหัวใจของเรา รักพระองค์มากกว่าใครทั้งมวลในโลกนี้ เริ่มจากเรารักพระเจ้าก่อน และถ้าเรารักพระจริงๆ เราจะรักผู้อื่นได้อย่างอัตโนมัติ
ชีวิตที่อาจจะเกียจคร้าน หรือเย็นชาในการสวดภาวนา-การไปวัด ชีวิตที่ขาดความเชื่อ-ความศรัทธา คงจะต้องเปลี่ยนเป็นแบบนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลที่เราฉลองแต่มิใช่เปลี่ยนด้วยคำพูดแต่ต้องเปลี่ยนด้วยกิจการการกระทำของเราด้วย
ทุกครั้งที่เราทำบาป เราก็ประกาศเช่นเดียวกับพวกเขาเหล่านั้นว่า “เอาพระองค์ไปตรึงกางเขน” (แทนเราที่ต้องรับโทษที่ได้ทำผิดนั่นเอง) บัดนี้เป็นเวลาแห่งความรอด จงกลับใจ-เปลี่ยน แปลงชีวิต มิฉะนั้นแล้ว เราจะพินาศ…..จงกลับใจ ใช้โทษบาป และเจริญชีวิตใหม่ในพระองค์
เราได้รับรู้เรื่องของแตงโม รอคอยให้ทุกคนพูดความจริง แต่เราก็ได้สัมผัสชีวิตอีกแง่มุมของเธอ เธอบอกเสมอว่า อาทิตย์หนึ่งมีเจ็ดวัน เธอมอบให้พระเจ้าสามวัน วันอาทิตย์ไปนมัสการพระเจ้า อีกสองวันไปทำกิจการกุศล เธอกล้าที่จะพูดแสดงออกถึงความรักพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ แล้วเราได้จัดสรรเวลาของเราให้พระเจ้าอย่างไรบ้าง??
พระองค์เป็นบิดาที่รอคอยให้บุตรคนเล็กกลับมาหาบิดา พระองค์ขอให้บุตรคนโตกลับเข้าบ้าน และร่วมยินดีกับน้องชาย พระองค์บอกกับหญิงที่ถูกจับขณะล่วงประเวณี ว่า “เราก็ไม่ลงโทษเธอ…ไปเถอะและอย่าทำบาปอีก” นางทาสคนนั้นได้รับการซื้อด้วยราคาค่าตัวที่แพงมาก เธอมีอิสรภาพ แต่เธอก็ไม่ไปไหน เธอสมัครใจอยู่กับผู้ที่ซื้อชีวิตเธอ!!!!
เทศน์และเตือนใจโดย คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญูยอห์น
ยอห์น 10:27-10
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสว่า “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา เราให้ชีวิตนิรันดรแก่แกะเหล่านั้น และมันจะไม่พินาศเลยตลอดนิรันดร ไม่มีใครแย่งชิงแกะเหล่านั้นไปจากมือเราได้ พระบิดาของเรา ผู้ประทานแกะเหล่านี้ให้เรา ทรงยิ่งใหญ่กว่าทุกคน และไม่มีใครแย่งชิงไปจากพระหัตถ์ของพระบิดาได้ เรากับพระบิดาเป็นหนึ่งเดียวกัน”
ข้อคิด
วันอาทิตย์ที่ 4 เทศกาลปัสกา ได้ชื่อว่าเป็น “วันอาทิตย์แห่งนายชุมพาบาลที่ดี” เพราะพระวรสารวันนี้พูดถึงนายชุมพาบาลที่ดีก็คือองค์พระเยซูเจ้า พระองค์ตรัสว่า “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา เราให้ชีวิตนิรันดรแก่แกะเหล่านั้น และมันจะไม่พินาศเลยตลอดนิรันดร” ภาพพจน์ของนายชุมพาบาลที่ดีเป็นภาพพจน์ที่สวยงาม และน่ารักที่สุดประการหนึ่งของพระเยซูเจ้า รอบตัวเรามีเสียงมากมาย เสียงใดบ้างที่ควรจดจำ เราบอกว่าเราเป็นแกะของนายชุมพาบาลที่ดี แต่กระนั้นเราไม่ได้ฟังและติดตามพระองค์เสมอไป เราจงไตร่ตรองในความล้มเหลวของเราในการตอบสนองความรักและความเอาใจใส่ของพระองค์ที่มีต่อเรา.
เขาเป็นชนชาติพเนจร
เร่ร่อนไปกับฝูงแกะ…จากทุ่งหญ้าสู่ทุ่งหญ้า
คนเลี้ยงแกะ…แม้มีชื่ออยู่ในตำนานของชนชาติ
แต่ไม่เคยได้รับคุณค่าและความไว้วางใจ
พวกเขาถูกมองเป็นโจรพเนจรและผู้หลอกลวง
พวกเขาถูกถือว่ามีมลทินและเป็นคนนอกศาสนา
พวกเขาไม่มีเครดิตและคำพยานของเขาไม่มีน้ำหนัก
คนเลี้ยงแกะ…เร่ร่อนไปนอกชายขอบความศิวิไลซ์
…ผ่านความร้ายกาจ และอันตรายของผืนทรายระอุร้าง
…สวมใส่เสื้อแห่งความมีมลทิน ก้าวเดินในความโดดเดี่ยว
…กินนอนกับฝูงแกะมากกว่าฝูงคน
และ…ไม่เคยพบที่แห่งศักดิ์ศรีในสังคมร่วมสมัย
เขาก้มหน้าเดินวนเวียนอยู่ในหุบเหวสังคมอันต่ำต้อย
ชายหนุ่มจากนาซาเร็ธ มองตน…เป็นคนเลี้ยงแกะ
ทรงพเนจรไปกับสังคมเร่ร่อน…จิ้งจอกยังมีโพรง นกยังมีรัง
แต่บุตรแห่งมนุษย์ไม่มีที่ที่จะวางศีรษะ
เขาคือประกาศกพเนจร ที่ถูกขับไล่จากบ้านเกิด
เขาก้าวเดินต่อไปยังเป้าหมายใหม่…ไม่ท้อแท้ หรือหมดหวัง
…แม้ต้องสลัดฝุ่นที่เท้ามากมายหลายหน
เขาไม่เคยหลงใหล…แม้ฝูงชนรอบข้างจะโห่ร้องชื่นชม
เขาไม่เคยถูกผูกมัด…เว้นแต่เมื่อต้องขึ้นเขากัลวารีโอ
ในวันนั้น…เขาถูกนำไปยังดินแดนประหาร
ถูกจับมัดอยู่บนกางเขน…และถูกกักขังอยู่ในคูหา
แต่…นั่นเป็นเพียงที่พำนักชั่วคราว
เพราะ…แม้กางเขนและคูหาจะสามารถหยุดยั้งทุกผู้คนที่ผ่านมา
แต่…ไม่อาจหยุดยั้งคนเลี้ยงแกะจากนาซาเร็ธ
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2022 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา
พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาสาวกว่า….. จงเหวี่ยงแหไปทางกาบเรือด้านขวาซิ แล้วจะได้ปลา”
บรรดาศิษย์จึงเหวี่ยงแหออกไปตามที่พระเยซูเจ้าได้ตรัส…แต่ดึงขึ้นไหว เพราะ ได้ปลาเป็นจำนวนมาก… พี่น้องที่รัก หลังจากพระเยซูเจ้าถูกจับ-ถูกเฆี่ยนตี และถูกเอาไปตรึงกางเขนเยี่ยงโจร บรรดาสาวกและบรรดาศิษย์ต่างสิ้นหวัง พวกเขาเคยหวังในองค์พระเยซูเจ้า ว่าจะเป็นผู้ที่จะเสด็จมาช่วยพวกเขา แต่พระองค์กลับถูกประ หารชีวิต แล้วพวกเขาจะหวังอะไรอีก พวกเขากลับบ้าน..ดำเนินชีวิตเหมือนเดิมกลับไปเป็นชาวประมง…แต่…แต่…พระเยซูเจ้าได้เสด็จมาพบพวกเขา หลังจากที่พระองค์เสด็จกลับคืนชีพ พระองค์ทรงแสดงพระองค์แก่พวกเขา สนทนากับพวกเขา พระ องค์พิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า เป็นพระองค์จริงๆ พระวรสารโดยนักบุญยอห์น บันทึกไว้ว่า….พวกเขาจับปลาไม่ได้เลย แม้จะทำทั้งวันทั้งคืน อาชีพเก่าที่พวกเขาเคยทำ พระเยซูเจ้าเพียงบอกให้เขาเหวี่ยงแหไปทางกาบเรือด้านขวา พวกเขากลับจับปลาได้มาก มากอย่างที่พวกเขาไม่เคยทำได้มาแต่ก่อน….!!! พี่น้องครับ วันนี้ พระองค์ต้องการจะบอกอะไรแก่เรา…??? เมื่อเรารู้สึกผิดหวัง-หมดหวังในองค์พระเยซูเจ้า แล้วหันกลับไปดำเนินชีวิตเดิมๆ เราจะพบความไม่สำเร็จ (เราจับปลาไม่ได้เลย) แต่ถ้าหากเราเชื่อและกลับมาดำเนินชีวิตตามที่พระองค์ตรัสและสอนเรา เราจะประสบความ สำเร็จ วันนี้ พระวารสารยังกล่าวถึงนักบุญเปโตร เปโตรที่เคยปฏิเสธพระองค์ถึง 3 ครั้ง และเราก็ทราบว่า เปโตรรู้สึกเสียใจที่ได้ทำเช่นนั้น นักบุญเปโตรได้เปลี่ยนชีวิตมาเชื่อและตอบกับพระเยซูเจ้าว่า… “ท่านรักพระองค์” พระเยซูเจ้าจึงมอบหมายให้นักบุญเปโตรดูแลและเลี้ยงดูลูกแกะ คือ เราคริสตชนทุกคน คือพระศาสนจักร ทุกวันนี้นั่นเอง พี่น้องที่รัก เราได้ผ่านช่วงเวลามหาพรต 40 วัน เราได้เฉลิมฉลอง สมโภชการเสด็จกลับคืนพระชนมชีพอย่างรุ่งโรจน์ขององค์ พระเยซูเจ้าในวันปัสกาทีผ่านมา เราได้ฉลอง Divine Mercy ฉลองพระเมตตารักของพระเยซูเจ้า –บิดาผู้มีแต่ความเมตตาต่อลูกทุกคน พระองค์ไม่ต้องการสิ่งใดจากเรา พระองค์เป็นบิดาที่รอคอยให้บุตรคนเล็กกลับมาหาบิดา พระองค์ขอให้บุตรคนโตกลับเข้าบ้าน และร่วมยินดีกับน้องชาย พระองค์บอกกลับเธอว่า “เราก็ไม่ลงโทษเธอ…ไปเถอะและอย่าทำบาปอีก” นางทาสคนนั้นได้รับการซื้อด้วยราคาค่าตัวที่แพงมาก เธอมีอิสรภาพ แต่เธอก็ไม่ไปไหน เธอสมัครใจอยู่กับผู้ที่ซื้อชีวิตเธอ!!!!
คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2022 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา วันอาทิตย์แห่งนายชุมพาบาลที่ดี
พี่น้องที่รัก วันนี้พระเยซูเจ้าตรัสว่า….. แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา เราให้ชีวิตแก่แกะเหล่านั้น และมันจะไม่พินาศเลยตลอดนิรันดร…!!!” หลังจากที่พระเยซูเจ้าผู้ได้เสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ พระองค์ได้ประจักษ์พระองค์ให้บรรดาสาวกและศิษย์ได้เห็นเพื่อยืนยันพระองค์เอง และบรรดาสาวกและศิษย์ก็ได้เชื่อมั่นในพระองค์ พวกเขาได้รับพระคุณของพระจิตเจ้า พวกเขามีความกระตือรือล้น ในการประกาศเทศน์สอน โดยไม่หวั่นกลัว แม้จะถูกเบียดเบียน-ถูกต่อต้าน พวกเขาเฝ้าประกาศชีวิตของพระเยซูเจ้า องค์พระเยซูเจ้าผู้พร่ำสอนให้เชื่อและรักพระเจ้าเที่ยงแท้ พระองค์สอนให้เชื่อและรักพระเจ้า และรักเพื่อนมนุษย์ ตลอด 3 ปี ที่พระเยซูเจ้าชี้ให้มนุษย์มองเห็นหนทางของความสุขเที่ยงแท้ถาวร – ให้รู้ถึงหนทางของการมีชีวิตนิรันดร พวกสาวกได้อยู่กับพระเยซูเจ้า และรับรู้ถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ พระเยซูเจ้าทรงตั้งบรรดาสาวก-บรรดาศิษย์และมีบัญชาแก่เราทุกคนด้วย… “เราแต่งตั้งท่านให้เป็นแสงสว่างส่องนานาชาติ เพื่อท่านจะได้นำ ความรอดพ้นไปจนสุดปลายแผ่นดิน” พี่น้องที่รัก พระองค์พระเจ้าได้เสด็จมาตามพันธสัญญาที่ให้ไว้ พระ องค์เสด็จมาไถ่บาป-มาไถ่เราให้เป็นอิสระ พระองค์เสด็จมาชี้หนทางแห่งความรอด และนำเราทุกคนกลับสู่ความเป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์ เราทุกคนจึงมีหน้าที่ประกาศและนำคนอื่นทุกคนกลับมาอยู่ในคอกแกะ – มาอยู่ในหนทางแห่งความรอดที่พระองค์ทรงชี้บอกแก่เราด้วย
**** ขอบพระคุณ….และขอบพระคุณพี่น้องทุกๆท่าน ที่ได้แสดง ความปรารถนาดีและมาร่วมโมทนาคุณพระเจ้าพร้อมกับพ่อโอกาส 40 ปีแห่งสังฆภาพ 40ปีในชีวิตสงฆ์ที่รับใช้พระเจ้า หากปราศ จากพระพรของพระและน้ำใจดีของพี่น้องแล้วไซร์ คงไม่อาจอยู่มา จนถึงทุกวันนี้ ขอบพระคุณในทุกสิ่งที่พี่น้องได้มอบให้กับพ่อ สิ่งเดียวที่พ่อจะขอตอบแทนพี่น้องทุกท่าน ก็คือ คำภาวนาและการถวายมิสซา วอนขอพระเจ้าได้ตอบแทนพี่น้องเป็นร้อยเท่าทวีคูณ!!! และตามที่พี่น้องทราบแล้ว บัดนี้ มีคำสั่งให้พ่อย้ายไปอยู่ วัดพระกุมารเยซู บางนา กม.8 พ่อก็ขอถือโอกาสนี้อำลาพี่น้องทุกท่าน พ่อจะขออนุญาตถวายมิสซาใน วันอาทิตย์ที่ 15 พค. นี้เป็น อาทิตย์สุดท้าย “ความรักของพระเจ้า คือ..ไม่มีเงื่อนไข…ไม่มีข้อจำกัดและสมบูรณ์ที่สุด”
ข้อคิด
วันอาทิตย์ที่ 4 เทศกาลปัสกา ได้ชื่อว่าเป็น “วันอาทิตย์แห่งนายชุมพาบาลที่ดี” เพราะพระวรสารวันนี้พูดถึงนายชุมพาบาลที่ดีก็คือองค์พระเยซูเจ้า พระองค์ตรัสว่า “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา เราให้ชีวิตนิรันดรแก่แกะเหล่านั้น และมันจะไม่พินาศเลยตลอดนิรันดร” ภาพพจน์ของนายชุมพาบาลที่ดีเป็นภาพพจน์ที่สวยงาม และน่ารักที่สุดประการหนึ่งของพระเยซูเจ้า รอบตัวเรามีเสียงมากมาย เสียงใดบ้างที่ควรจดจำ เราบอกว่าเราเป็นแกะของนายชุมพาบาลที่ดี แต่กระนั้นเราไม่ได้ฟังและติดตามพระองค์เสมอไป เราจงไตร่ตรองในความล้มเหลวของเราในการตอบสนองความรักและความเอาใจใส่ของพระองค์ที่มีต่อเรา.
เขาเป็นชนชาติพเนจร
เร่ร่อนไปกับฝูงแกะ…จากทุ่งหญ้าสู่ทุ่งหญ้า
คนเลี้ยงแกะ…แม้มีชื่ออยู่ในตำนานของชนชาติ
แต่ไม่เคยได้รับคุณค่าและความไว้วางใจ
พวกเขาถูกมองเป็นโจรพเนจรและผู้หลอกลวง
พวกเขาถูกถือว่ามีมลทินและเป็นคนนอกศาสนา
พวกเขาไม่มีเครดิตและคำพยานของเขาไม่มีน้ำหนัก
คนเลี้ยงแกะ…เร่ร่อนไปนอกชายขอบความศิวิไลซ์
…ผ่านความร้ายกาจ และอันตรายของผืนทรายระอุร้าง
…สวมใส่เสื้อแห่งความมีมลทิน ก้าวเดินในความโดดเดี่ยว
…กินนอนกับฝูงแกะมากกว่าฝูงคน
และ…ไม่เคยพบที่แห่งศักดิ์ศรีในสังคมร่วมสมัย
เขาก้มหน้าเดินวนเวียนอยู่ในหุบเหวสังคมอันต่ำต้อย
ชายหนุ่มจากนาซาเร็ธ มองตน…เป็นคนเลี้ยงแกะ
ทรงพเนจรไปกับสังคมเร่ร่อน…จิ้งจอกยังมีโพรง นกยังมีรัง
แต่บุตรแห่งมนุษย์ไม่มีที่ที่จะวางศีรษะ
เขาคือประกาศกพเนจร ที่ถูกขับไล่จากบ้านเกิด
เขาก้าวเดินต่อไปยังเป้าหมายใหม่…ไม่ท้อแท้ หรือหมดหวัง
…แม้ต้องสลัดฝุ่นที่เท้ามากมายหลายหน
เขาไม่เคยหลงใหล…แม้ฝูงชนรอบข้างจะโห่ร้องชื่นชม
เขาไม่เคยถูกผูกมัด…เว้นแต่เมื่อต้องขึ้นเขากัลวารีโอ
ในวันนั้น…เขาถูกนำไปยังดินแดนประหาร
ถูกจับมัดอยู่บนกางเขน…และถูกกักขังอยู่ในคูหา
แต่…นั่นเป็นเพียงที่พำนักชั่วคราว
เพราะ…แม้กางเขนและคูหาจะสามารถหยุดยั้งทุกผู้คนที่ผ่านมา
แต่…ไม่อาจหยุดยั้งคนเลี้ยงแกะจากนาซาเร็ธ
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2022 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา
พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาสาวกว่า….. จงเหวี่ยงแหไปทางกาบเรือด้านขวาซิ แล้วจะได้ปลา”
บรรดาศิษย์จึงเหวี่ยงแหออกไปตามที่พระเยซูเจ้าได้ตรัส…แต่ดึงขึ้นไหว เพราะ ได้ปลาเป็นจำนวนมาก… พี่น้องที่รัก หลังจากพระเยซูเจ้าถูกจับ-ถูกเฆี่ยนตี และถูกเอาไปตรึงกางเขนเยี่ยงโจร บรรดาสาวกและบรรดาศิษย์ต่างสิ้นหวัง พวกเขาเคยหวังในองค์พระเยซูเจ้า ว่าจะเป็นผู้ที่จะเสด็จมาช่วยพวกเขา แต่พระองค์กลับถูกประ หารชีวิต แล้วพวกเขาจะหวังอะไรอีก พวกเขากลับบ้าน..ดำเนินชีวิตเหมือนเดิมกลับไปเป็นชาวประมง…แต่…แต่…พระเยซูเจ้าได้เสด็จมาพบพวกเขา หลังจากที่พระองค์เสด็จกลับคืนชีพ พระองค์ทรงแสดงพระองค์แก่พวกเขา สนทนากับพวกเขา พระ องค์พิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า เป็นพระองค์จริงๆ พระวรสารโดยนักบุญยอห์น บันทึกไว้ว่า….พวกเขาจับปลาไม่ได้เลย แม้จะทำทั้งวันทั้งคืน อาชีพเก่าที่พวกเขาเคยทำ พระเยซูเจ้าเพียงบอกให้เขาเหวี่ยงแหไปทางกาบเรือด้านขวา พวกเขากลับจับปลาได้มาก มากอย่างที่พวกเขาไม่เคยทำได้มาแต่ก่อน….!!! พี่น้องครับ วันนี้ พระองค์ต้องการจะบอกอะไรแก่เรา…??? เมื่อเรารู้สึกผิดหวัง-หมดหวังในองค์พระเยซูเจ้า แล้วหันกลับไปดำเนินชีวิตเดิมๆ เราจะพบความไม่สำเร็จ (เราจับปลาไม่ได้เลย) แต่ถ้าหากเราเชื่อและกลับมาดำเนินชีวิตตามที่พระองค์ตรัสและสอนเรา เราจะประสบความ สำเร็จ วันนี้ พระวารสารยังกล่าวถึงนักบุญเปโตร เปโตรที่เคยปฏิเสธพระองค์ถึง 3 ครั้ง และเราก็ทราบว่า เปโตรรู้สึกเสียใจที่ได้ทำเช่นนั้น นักบุญเปโตรได้เปลี่ยนชีวิตมาเชื่อและตอบกับพระเยซูเจ้าว่า… “ท่านรักพระองค์” พระเยซูเจ้าจึงมอบหมายให้นักบุญเปโตรดูแลและเลี้ยงดูลูกแกะ คือ เราคริสตชนทุกคน คือพระศาสนจักร ทุกวันนี้นั่นเอง พี่น้องที่รัก เราได้ผ่านช่วงเวลามหาพรต 40 วัน เราได้เฉลิมฉลอง สมโภชการเสด็จกลับคืนพระชนมชีพอย่างรุ่งโรจน์ขององค์ พระเยซูเจ้าในวันปัสกาทีผ่านมา เราได้ฉลอง Divine Mercy ฉลองพระเมตตารักของพระเยซูเจ้า –บิดาผู้มีแต่ความเมตตาต่อลูกทุกคน พระองค์ไม่ต้องการสิ่งใดจากเรา พระองค์เป็นบิดาที่รอคอยให้บุตรคนเล็กกลับมาหาบิดา พระองค์ขอให้บุตรคนโตกลับเข้าบ้าน และร่วมยินดีกับน้องชาย พระองค์บอกกลับเธอว่า “เราก็ไม่ลงโทษเธอ…ไปเถอะและอย่าทำบาปอีก” นางทาสคนนั้นได้รับการซื้อด้วยราคาค่าตัวที่แพงมาก เธอมีอิสรภาพ แต่เธอก็ไม่ไปไหน เธอสมัครใจอยู่กับผู้ที่ซื้อชีวิตเธอ!!!!
คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2022 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา วันอาทิตย์แห่งนายชุมพาบาลที่ดี
พี่น้องที่รัก วันนี้พระเยซูเจ้าตรัสว่า….. “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา เราให้ชีวิตแก่แกะเหล่านั้น และมันจะไม่พินาศเลยตลอดนิรันดร…!!!” หลังจากที่พระเยซูเจ้าผู้ได้เสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ พระองค์ได้ประจักษ์พระองค์ให้บรรดาสาวกและศิษย์ได้เห็นเพื่อยืนยันพระองค์เอง และบรรดาสาวกและศิษย์ก็ได้เชื่อมั่นในพระองค์ พวกเขาได้รับพระคุณของพระจิตเจ้า พวกเขามีความกระตือรือล้น ในการประกาศเทศน์สอน โดยไม่หวั่นกลัว แม้จะถูกเบียดเบียน-ถูกต่อต้าน พวกเขาเฝ้าประกาศชีวิตของพระเยซูเจ้า องค์พระเยซูเจ้าผู้พร่ำสอนให้เชื่อและรักพระเจ้าเที่ยงแท้ พระองค์สอนให้เชื่อและรักพระเจ้า และรักเพื่อนมนุษย์ ตลอด 3 ปี ที่พระเยซูเจ้าชี้ให้มนุษย์มองเห็นหนทางของความสุขเที่ยงแท้ถาวร – ให้รู้ถึงหนทางของการมีชีวิตนิรันดร พวกสาวกได้อยู่กับพระเยซูเจ้า และรับรู้ถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ พระเยซูเจ้าทรงตั้งบรรดาสาวก-บรรดาศิษย์และมีบัญชาแก่เราทุกคนด้วย… “เราแต่งตั้งท่านให้เป็นแสงสว่างส่องนานาชาติ เพื่อท่านจะได้นำ ความรอดพ้นไปจนสุดปลายแผ่นดิน” พี่น้องที่รัก พระองค์พระเจ้าได้เสด็จมาตามพันธสัญญาที่ให้ไว้ พระ องค์เสด็จมาไถ่บาป-มาไถ่เราให้เป็นอิสระ พระองค์เสด็จมาชี้หนทางแห่งความรอด และนำเราทุกคนกลับสู่ความเป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์ เราทุกคนจึงมีหน้าที่ประกาศและนำคนอื่นทุกคนกลับมาอยู่ในคอกแกะ – มาอยู่ในหนทางแห่งความรอดที่พระองค์ทรงชี้บอกแก่เราด้วย
**** ขอบพระคุณ….และขอบพระคุณพี่น้องทุกๆท่าน ที่ได้แสดง ความปรารถนาดีและมาร่วมโมทนาคุณพระเจ้าพร้อมกับพ่อโอกาส 40 ปีแห่งสังฆภาพ 40ปีในชีวิตสงฆ์ที่รับใช้พระเจ้า หากปราศจากพระพรของพระและน้ำใจดีของพี่น้องแล้วไซร์ คงไม่อาจอยู่มา จนถึงทุกวันนี้ ขอบพระคุณในทุกสิ่งที่พี่น้องได้มอบให้กับพ่อ สิ่งเดียวที่พ่อจะขอตอบแทนพี่น้องทุกท่าน ก็คือ คำภาวนาและการถวายมิสซา วอนขอพระเจ้าได้ตอบแทนพี่น้องเป็นร้อยเท่าทวีคูณ!!! และตามที่พี่น้องทราบแล้ว บัดนี้ มีคำสั่งให้พ่อย้ายไปอยู่วัดพระกุมารเยซู บางนา กม.8 พ่อก็ขอถือโอกาสนี้อำลาพี่น้องทุกท่าน พ่อจะขออนุญาตถวายมิสซาใน วันอาทิตย์ที่ 15 พค. นี้เป็นอาทิตย์สุดท้าย “ความรักของพระเจ้า คือ..ไม่มีเงื่อนไข…ไม่มีข้อจำกัดและสมบูรณ์ที่สุด”
คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล