สารวัด ฉบับที่ 151215 วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019

บอกเล่าให้ฟัง

            การร้องเพลงในพิธีกรรม เป็นต้นในมิสซาบูชาขอบพระคุณ ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ เราจำเป็นต้องมีส่วนร่วมช่วยกันร้องเพลงโดยพร้อมเพรียง ในสมัยก่อนพิธีกรรมต่างๆในพระศาสนจักรเป็นทำ นองบทร้องทั้งสิ้น และในหนังสือพิธีกรรมเป็นต้นมิสซาบูชาขอบพระ คุณในสมัยโบราณที่พ่อเคยเห็น และร่วมอยู่บ้างในสมัยเป็นเด็กจะมีโน๊ตเพื่อให้พระสงฆ์ร้องออกมาเป็นทำนองได้อย่างถูกต้อง ในปัจจุบัน หลังจากที่พระสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2  ประกาศให้ประกอบพิธีกรรม เป็นภาษาท้องถิ่นได้ยังมีทำกันอยู่หรือไม่ คำตอบก็คือยังมีทำกันอยู่ทั่วไปเป็นต้นในยุโรป สำหรับในเอเซีย บางครั้งพ่อเคยได้ยินชาวเวียด นามที่มาขอใช้วัดของเราทำมิสซาบูชาขอบพระคุณ พระสงฆ์บางองค์ก็ร้องเป็นทำนองทั้งมิสซาและสัตบุรุษก็ตอบรับเป็นทำนองด้วยเหมือน กัน ในประเทศไทยมีหรือไม่ มีครับพ่อเคยพบหนังสือที่คุณพ่อคณะเยซูอิต คุณพ่อโมลิ่งได้เคยแต่งทำนองไว้เล่มหนึ่งไว้ใช้ในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่ค่อยมีใครนำมาใช้เพราะมันต้องซ้อมกันใหม่ทั้งพระสงฆ์และสัตบุรุษ พ่อเคยนำมาใช้บางตอนในวันอาทิตย์ใบลานตอนเคาะและเปิดประตูวัด เพราะเห็นว่ามีความหมายดี ปีนี้พ่อจะนำมาใช้อีก

พี่น้องเนื่องจากว่าพิธีกรรมของพระศาสนจักรเป็นมิสซาบูชาขอบคุณ เป็นการทำซ้ำๆ วันอาทิตย์มีอยู่ 3 รอบปี คือ ปีA ปีB ปีC วันธรรมดามี 2 รอบปี ปีคู่และปีคี่ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องพยายามเติมความมีชีวิตชีวาทำให้เรื่องซ้ำๆ เป็นเรื่องใหม่และมีชีวิตชีวาสำหรับเราอยู่เสมอ ในการร่วมพิธีกรรมการทำอะไรตามความเคยชินเป็นเรื่องอันตราย เพราะมันจะลดคุณค่าในสิ่งที่เราทำให้น้อยลงไปเรื่อยๆ พ่อทำมิสซาบูชาขอบพระคุณทุกวัน เวลาทำพ่อต้องอ่านจากหนังสือทั้งหมดไหม ที่จริงแล้วไม่มีความจำเป็นเลยเพราะพ่อจำได้เกือบหมด แต่พ่อต้องบังคับตัวให้อ่านจากหนังสือเพราะจะทำให้พ่อมีความตั้งใจมากขึ้นและทำช้าลง ขนาดพ่อบังคับตัวขนาดนี้บางครั้งพ่อก็ทำเร็วเกินไป ถ้าเป็นเช่นนี้พี่น้องต้องช่วยบอกกล่าวด้วย

พี่น้องพ่อรู้สึกตกใจสังสัยมากที่ทราบว่า สัตบุรุษหลายๆท่านบอกว่า “ร้องเพลงที่ใช้ร้องในวัดไม่ได้”  “อีกหลายคนบอกว่าเพลงที่เอามาใช้ที่วัดของเราไม่คุ้นหูไม่เคยได้ยิน” พ่อต้องบอกตามความจริงว่าเพลงที่เรานำมาใช้ในวัดนี้มีความเป็นมายาวนานพอสมควร พ่อเคยเห็นเคยได้ยินมาตั้งแต่สมัยพ่อเป็นเด็กเริ่มจากต่างวัดต่างทำ ออกมาเป็นหนังสือชื่อต่างๆ อาทิ เสียงสวรรค์ ฯลฯ ต่อมาเริ่มมีเพลงแปลมาจากทางยุโรป ออกมาเป็นคริสตังร้องเพลง เทิดเกียรติ และเริ่มมีการแต่งกันเอง จากบ้านเณรแสงธรรม และสังฆมณฑลต่างๆ อาทิ จากใจ ฯลฯ ตอนหลังๆเริ่มมีการรวมเล่มให้มีเอกภาพมากขึ้นออกมาเป็น หนังสือปรารถนา สาธุการ สดุดี และหนังสือเพลงประสานใจ ฯลฯ หนังสือเพลงที่เราใช้กันในปัจจุบันมาจากการรวมเพลงจากแหล่งต่างๆ  เพลงเหล่านี้ส่วนใหญ่อายุ  30, 40, 50, 60 กว่าปีมาแล้ว และเป็นเพลงที่ใช้ซ้ำกันในพิธีกรรมเพราะมีการแบ่งหมวดหมู่ไว้ว่า ใช้ในเทศ กาลอะไร พิธีกรรมแบบไหน ในช่วงตอนไหน  เพลงใหม่ก็มีบ้างแต่ก็น้อยมากและต้องซ้อมก่อนนำมาใช้ พ่อจึงแปลกใจมากที่หลายๆคนบอกว่าร้องไม่ได้และไม่คุ้นหู พ่อจึงต้องบอกกับพี่น้องตรงไปตรงมาว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะพี่น้องร้องเพลงไม่ออกเสียง ร้องปากขมุบขมิบ ร้องเพลงแบบนี้ทำให้เราร้องเพลงไม่เป็น จึงขอความร่วมมือจากทุกๆคนให้เราร้องเพลงออกเสียงกันเถอะ การร้องเพลงถือเป็นการสรรเสริญพระเจ้าสองเท่าของการภาวนาธรรมดา.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ความสุขแท้

มนุษย์ทุกคนปรารถนาที่จะมีความสุขในชีวิตของตนมากที่สุด กิจ การทุกอย่างที่มนุษย์ทำทั้งดีและไม่ดี ก็ล้วนเป็นกิจการที่ต้องให้ได้มาซึ่งความสุขทั้งสิ้น บางคนดื่มสุราเพราะคิดว่าการดื่มสุราจะให้ความสุขแก่ตนเอง บางคนเล่นการพนันเพราะอยากมีเงินมีทองเยอะๆจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีมีความสุข คนดีๆ พยายามสร้างบุญสร้างกุศลเพื่อความสุขในชีวิต ฯลฯ ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนปรารถนาความสุขแต่แตกต่างกันที่ความเข้าใจ และวิธีการแสวงหา พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนหนทางที่จะทำให้เรามีความสุขเที่ยงแท้ หนทางที่พระองค์สอนดูเหมือนเป็นหนทางที่สวนกระแสกับหนทางของโลก “คนยากจน…คนที่หิว…คนที่ร้องไห้….คนที่ถูกคนอื่นเกลียดชัง…ดูหมิ่นเพราะเป็นศิษย์ของพระองค์ก็เป็นสุข” (ลก. 6:20-22) ความสุขที่พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวถึงเป็นความสุขแท้เป็นความสุขของผู้ที่เดินในหนทางของพระเป็นเจ้า ถึงแม้ว่าจะมีความยากลำบากในหนทางสายนี้แต่ท่ามกลางความยากลำบาก เขาจะพบกับความสุขแน่นอน และเป็นความสุขที่โลกให้ไม่ได้ นักบุญเปาโล ท่านได้กล่าวถึงความสุขแท้ซึ่งเป็นความหวังในชีวิตหลังความตาย ท่านอธิบายว่า “ถ้าความหวังในพระคริสตเจ้าของเราจำกัดอยู่เพียงในชีวิตนี้เท่านั้น เรามนุษย์ทุกคนจะเป็นผู้ที่น่าสงสารที่สุด” (1คร.15:19) แต่เนื่องจากพระเยซูคริสตเจ้าทรงสิ้น พระชนม์และทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย ทุกสิ่งทุกอย่างจึงไม่สิ้นสุดเพียงชีวิตบนโลกใบนี้แต่จะปรากฏผลในชีวิตหลังความตาย แต่ที่นั่นทุกอย่างจะบริบูรณ์ชัดเจนตามความยุติธรรม “ดวงใจมนุษย์จะไม่มีวันสงบ จนกว่าจะได้พักพิงในพระเจ้า” (นักบุญออกัสติน)

ที่พระเยซูคริสตเจ้าและบรรดาศิษย์ของพระองค์สอนเช่นนี้ เพราะต้องการที่จะให้เราแต่ละคนเข้าใจถึงสัจธรรมความจริงของสรรพสิ่ง ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนอนิจจังให้ความสุขแท้แก่เราไม่ได้  เพราะฉะนั้นอย่าไปติดใจกับทรัพย์สมบัติของโลกและอย่ายึดเอาสิ่งเหล่านี้เป็นสรณะของชีวิตเด็ดขาด เพราะว่ามันเป็นสรณะที่พึ่งพิงแท้จริงของเราไม่ได้ สาเหตุไม่ใช่เพราะมนุษย์ติดใจฝักใฝ่กับทรัพย์สมบัติความสะดวกสบายทางโลกจนเลยเถิดหรอกหรือโลกจึงวุ่นวายถึงปานนี้  มนุษย์พยายามกอบโกยทุกอย่างเข้าหาตนเองไม่รู้จักอิ่มไม่รู้จักพอ จนเป็นสาเหตุของความเสียหาย การทำลายสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ด้วยกัน วันนี้ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเริ่มกบฏรุนแรงขึ้นทุกวันจนเป็นภัยธรรมชาติที่มนุษย์กำลังจะรับมือไม่ไหวอยู่แล้ว เราลองถามตนเองซิว่าคนที่กอบโกยได้ร้อยล้าน พันล้าน หมื่นล้าน เมื่อตายแล้วเอาอะไรติดตัวไปได้บ้าง คนที่ยอมเป็นคนจน….ยอมหิวในเวลานี้ คือคนที่รู้จักระงับความต้องการของตนและเป็นอยู่อย่างพอเพียง เพราะเขารู้ถึงสัจธรรมว่าความยากจนความหิวของเขาเกิดจากความต้องการที่ไม่รู้จักจบสิ้น กิเลสความต้องการแบบนี้จะเป็นมูลเหตุของการกอบโกยเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว และการทำลายล้างทุกสิ่ง คนที่ยอมจน ยอมหิวเวลานี้ ก็เหมือนกับคนที่ประหยัดอดออม วันนี้เขายากจน เขาหิว เพราะความต้องการของเขายังไม่ได้รับการตอบสนอง เขาหว่านด้วยน้ำตา วันหนึ่งเขาจะเก็บเกี่ยวผลด้วยความยินดี  ส่วนคนที่เอาสบายเข้าไว้อิ่มเข้าว่าในวันนี้ วันหนึ่งก็จะรู้ผลเอง เพราะสัจธรรมยอมเป็นสัจธรรม พระวาจาของพระเจ้าจะเป็นจริงทุกประ การ ขอพระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเราให้เราเดินในหนทางของพระเป็นเจ้าด้วยเพียรอดทน ยอมยากจน ยอมหิวต่อความต้องการอันไม่สิ้นสุด ยอมหว่านด้วยน้ำตา ยอมถูกเบียดเบียนต่อความยากลำบากที่เกิดขึ้น แล้วเราจะเป็นสุขได้รับชีวิตนิรันดรตามพระสัญญา เพราะพระวาจาของพระเจ้าจะเป็นจริงแน่นอน.                                                                                                                                               พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. ขอให้พี่น้องเอาใบลานเก่ามาคืนที่วัดเพื่อทำเถ้า ใช้โปรยในวันพุธรับเถ้าที่จะถึงนี้ด้วย
  3. วันเสาร์ที่ 2  มี.ค.  2019 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนา และร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10.00 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์ทานอาหารร่วมกัน
  4. วันพุธที่ 6 มี.ค.  2019 เป็นวันพุธรับเถ้า เริ่มต้นเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาเสกและโปรยเถ้าเวลา 19.00 น. ด้วย และในวันนี้คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดเนื้อหรือทำพลีกรรมอื่นๆทดแทน  คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดอาหาร  การอดอาหารหมายถึง การรับทานอาหารอิ่มเพียงมื้อเดียว
  5. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่มประมาณ 20-22 มี.ค จนถึงประมาณ 22 เม.ย 2019 ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ความต้องการรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  6. เวลานี้วัดของเรากำลังซ่อมแซม มิสซาและพิธีกรรมต่างๆ  จัดที่ศาลาอเนกประสงค์ พี่น้องช่วยกันเก็บหนังสือ และถ้าพี่น้องท่านใดมีความปรารถนาจะช่วยค่าซ่อมแซม มอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

Tags: , , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.