สารวัด ฉบับที่ 151337 วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก                                                           มก 5:21-24,35-43                                                          เวลานั้น เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จลงเรือข้ามฟากอีกครั้งหนึ่ง ประชาชนชุมนุมกันเนืองแน่นรอบพระองค์ขณะที่ยังทรงอยู่ในทะเลสาบ หัวหน้าศาลาธรรมคนหนึ่งชื่อไยรัสเดินมา เมื่อเห็นพระองค์ เขากราบลงที่พระบาท พร่ำวิงวอนว่า “บุตรหญิงเล็กๆ ของข้าพเจ้าจวนจะสิ้นใจอยู่แล้ว เชิญพระองค์เสด็จไปปกพระหัตถ์เหนือเขาเถิด เขาจะได้หายจากโรค กลับมีชีวิต” พระเยซูเจ้าจึงเสด็จไปกับเขา ประชาชนกลุ่มใหญ่ติดตามไปและเบียดเสียดพระองค์                       ขณะกำลังตรัสอยู่นั้น มีคนมาจากบ้านหัวหน้าศาลาธรรม บอกเขาว่า “บุตรหญิงของท่านตายแล้ว ไปบอกพระอาจารย์อีกทำไม” แต่พระเยซูเจ้าทรงได้ยินเขาพูดดังนั้น จึงตรัสแก่หัวหน้าศาลาธรรมว่า “อย่ากลัวเลย จงมีความเชื่อไว้เถิด” พระองค์ไม่ทรงอนุญาตให้ใครติดตามไปนอกจาก เปโตร ยากอบ และยอห์นน้องชายของยากอบ เมื่อทุกคนมาถึงบ้านหัวหน้าศาลาธรรม พระเยซูเจ้าทรงเห็นความวุ่นวาย และเห็นผู้คนร่ำไห้พิลาปรำพันเป็นอันมาก พระองค์เสด็จเข้าไป ตรัสแก่คนเหล่านั้นว่า “วุ่นวายและร้องไห้ไปทำไม เด็กคนนี้ไม่ตาย เพียงแต่นอนหลับไปเท่านั้น” เขาต่างหัวเราะเยาะพระองค์ พระองค์ทรงไล่เขาออกไปข้างนอก ทรงนำบิดามารดาของเด็กและศิษย์ที่ติดตามเข้าไปยังที่ที่เด็กนอนอยู่ ทรงจับมือเด็ก ตรัสว่า “ทาลิธาคูม” แปลว่า “หนูเอ๋ย เราสั่งให้หนูลุกขึ้น” เด็กหญิงนั้นก็ลุกขึ้นทันที และเดินไปมา เด็กนั้นอายุสิบสองขวบแล้ว คนทั้งหลายต่างประหลาดใจอย่างยิ่ง พระองค์ทรงกำชับอย่างแข็งขันมิให้แพร่งพรายเรื่องนี้แก่ผู้ใด และทรงสั่งให้เขานำอาหารมาให้เด็กนั้นกิน.

ข้อคิด

ความตาย เกิดจากความป่วยไข้ เกิดจากการขาดแคลนอาหาร หรือจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ความตายที่ร้ายแรงกว่า คือ ความตายที่เกิดจากความเกลียดชัง การเข่นฆ่าและทำสงครามกัน ความตายทั้งหมดถูกบงการโดยปีศาจ  ดังในบทอ่านแรกได้บันทึกไว้ว่า “เพราะความอิจฉาของปีศาจ ความตายจึงเข้ามาในโลก ผู้ที่อยู่ฝ่ายปีศาจก็จะประสบความตาย”                                                   พระเจ้าไม่ทรงสร้างความตาย พระเยซูเจ้าจึงปลุกคนตายให้ฟื้นคืนชีพ พระองค์เองทรงกลับคืนชีพ ส่วนผู้มีความเชื่อจะไม่มีวันตายเลย เพราะพระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งให้ดำรงอยู่                                                                                   ผู้อยู่ด้านพระเจ้า ย่อมดำเนินชีวิตสนิทกับพระเจ้า รับศีลมหาสนิทบ่อยๆ และกระทำตามสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำ คือ “กายของเรามอบรับใช้ผู้อื่น”

 

เชื่อเถิด

ณ ริมฝั่งทะเล…ฝูงชนห้อมล้อมเบียดเสียด

ต้อนรับพระองค์ ผู้ทรงกลับคืน

จากดินแดนต่างด้าว…สู่ดินแดนถิ่นเกิด

ไยรัส…ชายสูงศักดิ์ ผู้สวมใส่ตำแหน่งหัวหน้าศาลาธรรม

…ดูแลพิธีกรรมของที่ชุมชน

ก้าวออกจากฝูงชน…มุ่งหาพระองค์ผู้ทรงกลับคืนถิ่น

มิใช่เพื่ออธิบายขั้นตอนพิธีกรรม

แต่คุกเข่า วอนขอชีวิตลูกสาววัยสิบสอง

โอ…ความรักในหัวใจพ่อผู้สิ้นหวัง

นำพาให้ถอดยศ และทิ้งตนบนพื้นดินดุจขอทาน

…วอนขอสิ่งเดียวที่หัวใจใฝ่หา

ไม่มีคำพูดใด ไม่มีคำสัญญาใด ที่อาจให้ความหวัง

แต่ การกระทำ…ทรงเสด็จไปกับเขา

ได้พูดทุกสิ่ง และสัญญาทุกอย่าง

การเดินทางดูยาวไกล

…ถูกขวางกั้นด้วยสตรีผู้สิ้นหวัง…ตกโลหิตสิบสองปี

และ…ดูจะจบลงในความสูญเสีย…บุตรหญิงของท่านตายแล้ว

แต่…ในความล่มสลายของหัวใจที่พบเจอความตาย

พระเยซูตรัส อย่ากลัวเลย จงมีความเชื่อไว้เถิด และก้าวเดินต่อไป

ณ บ้านแห่งความตาย ที่ห่อหุ้มด้วยเสียงร้องไห้

เมื่อพระองค์ยืนยัน เด็กคนนี้ไม่ตาย เพียงแค่นอนหลับไป

เสียงร้องไห้ของผู้คน ผันเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเยาะ

ที่ผู้เป็นเจ้าของจำต้องถูกขับไล่ไปข้างนอก

คงเหลือเพียงชุมชนเล็กๆ ของผู้มีความเชื่อ เพื่อเผชิญกับการสูญเสีย

ด้วยสัมผัส และการตรัสสั่ง ทาลิธาคูม…หนูเอ๋ย เราสั่งให้หนูลุกขึ้น

เด็กหญิงลุกขึ้นจากเตียงแห่งความตาย และก้าวเดินในทันที

ห้องแห่งความตาย จึงแปรเปลี่ยนไปเป็น ห้องแห่งชีวิต

ความสิ้นหวัง ถูกแทนที่ด้วยความเชื่อมั่น

อิ่มเต็มจนไม่เหลือที่ว่างใดสำหรับความหวาดกลัว

  สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2021                                                    สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

ขณะนั้นเกิดพายุแรงกล้า…….. บรรดาศิษย์เข้าไปปลุกพระเยซูเจ้า ทูลว่า…..                      “พระอาจารย์ พระองค์ไม่สนพระทัยที่พวกเรากำลังจะตายอยู่แล้วหรือ?”                พระเยซูเจ้าจึงทรงลุกขึ้น….. ทรงบังคับลม …. ตรัสสั่งทะเลว่า ………                              “เงียบสิ จงสงบลงเถิด”                                                                                       ลมก็หยุด ท้องทะเลก็กลับราบเรียบ แล้วพระเยซูเจ้าตรัสถามเขาว่า….                                    “ตกใจกลัวเช่นนี้ทำไม? ท่านยังไม่มีความเชื่อดอกหรือ…!!!                                               พี่น้องที่เคารพรัก หลายสิ่งหลายอย่างที่บังเกิดขึ้นในโลกนี้และกับชีวิตของเรา ทำให้เราขาดความเชื่อ ทำให้ชีวิตของเราสั่นคลอน ความตายของญาติพี่น้องของเรา อุบัติภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งภัยธรรมชาติและภัยที่มนุษย์ทำให้มันเกิดขึ้น สงคราม ความอดอยากยากจน มีหลายคนตั้งคำถาม….. “พระเจ้าอยู่ที่ไหน? พระเจ้าไม่ทำอะไรเลยหรือ? หรือว่าพระเจ้าไม่มีจริง!!”  ขณะนี้โลกกำลังเกิดการระบาดของไวรัสโควิด ติดเชื้อไปเป็นร้อยล้านคน ตายไปสองสามล้านคนแล้ว ซึ่งก็เป็นเหมือนพระวรสารกล่าวถึงในวันนี้ เมื่อสองพันปีมาแล้ว พวกศิษย์ไปปลุกพระเยซูเจ้า ทูลว่า พระองค์ไม่สนพระทัยเลยหรือ พวกเรากำลังจะตายกันอยู่แล้ว !!!                                                                                                                    พี่น้องครับ ก็คงต้องกล่าวกับพี่น้องเหมือนเดิมว่า …..                                            ความทุกข์ทั้งหมดบนโลกเป็นเครื่องทดลองและพิสูจน์ว่า ความเชื่อของพวกเรามั่นคงแข็งแกร่งเพียงใด คนป่วยยิ่งเจ็บปวดมากเพียงใด ก็ยิ่งต้องการยาและการรักษาและความช่วยเหลือจากพระเจ้า ซึ่งเราต้องออกแรง…วิ่ง…กระโดด…ร้องตะโกน…สวดภาวนาร้องหาพระเจ้า เหมือนกับสาวกที่รีบไปปลุกพระเยซูเจ้า เหมือนกับชายตาบอดที่ร้องตะโกนให้พระเยซูเจ้าทรงช่วยเขา หากเรายังใจเย็น ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่เปลี่ยนชีวิ ต พระเจ้าก็ไม่สามารถเข้ามาช่วยเราได้                                       ****   การระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดีขึ้นสักเท่าใด แต่มักจะไประบาดกับผู้คนที่รวมตัวกันแบบ หมู่มาก  รวมตัวกันแบบขาดสุขบัญญัติที่ดี ไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่เว้นระยะห่างกัน มั่วสุมกันฯลฯ  แต่ในเดือนนี้ ก็มีการฉีดวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ซึ่งเท่าที่พ่อทราบ   พี่น้องหลายท่านก็ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว พ่อเองก็ได้รับการฉีดเช่นกัน ดังนั้น ก็มั่นใจได้ในระดับหนึ่งนะครับ ทุกอย่างจะค่อยๆ ผ่านไปครับ เมื่อฝนตกก็จะหยุดตก เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นก็จะค่อยๆหมุนไปจนลับตา   และจะหมุนเวียนมาให้เราพบแสงอรุณในวันใหม่ หากเรามั่นใจ-เชื่อมั่นคง-สวดภาวนา-ทำกิจศรัทธา-วางใจในพระเจ้า-ประกอบกิจการดี พระเจ้ามิเคยทอดทิ้งพระเจ้าทรงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา

                                                                                                    คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล                                

วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2021                                                                  สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

            หนังสือปรีชาญาณกล่าวไว้ว่า………                                                    “เพราะพระเจ้าไม่ทรงสร้างความตาย และไม่พอพระทัยให้ผู้มีชีวิตต้องพินาศ  พระองค์ทรงเนรมิตทุกสิ่งให้ดำรงอยู่  บรรดาสิ่งสร้างในโลกล้วนมีอยู่เพื่อชีวิต ไม่มีพิษสงแห่งการทำลายอยู่เลย แดนมรณะก็ไม่ปกครองเหนือแผ่นดิน เพราะความชอบธรรมเป็นอมตะ โดยแท้จริงแล้ว พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นอมตะ พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์แห่งพระธรรมชาติของพระองค์ แต่เพราะความอิจฉาของปีศาจ ความตายจึงเข้ามาในโลก ผู้ที่อยู่ฝ่ายปีศาจก็จะประสบความตาย                                                                                                                                                                           โลกของเรากำลังประสบความวิกฤต ด้วยหลายสิ่งหลายอย่าง โลกกำลังร้อนระอุด้วยภัยธรรมชาติและสงครามที่มนุษย์สร้างขึ้น โลกกำลังประสบกับการระบาดของไวรัสโควิด และโรคระบาดที่มาถึงโลกทุกๆ ร้อยปี เป็นความมืดดำ – ความชั่วร้าย และการชำระล้าง                                                          แต่พระพิโรธของพระเจ้าคงอยู่เพียงชั่วขณะหนึ่ง และความโปรดปรานของพระเจ้าดำรงอยู่นิจนิรันดร น้ำตาอาจมาถึงในเวลาเย็น แต่ความยินดีจะมาในเวลาเช้า พระองค์จะเปลี่ยนการร่ำไห้ให้เป็นความยินดี                                     “ทาลิธาคูม” = “หนูเอ๋ย เราสั่งให้หนูลุกขึ้น” เด็กหญิงนั้นก็ลุกขึ้นและหายเป็นปกติ พระเยซูเจ้าทรงปกพระหัตถ์และปลุกให้เด็กนั้นกลับฟื้นคืนชีพ          พี่น้องที่เคารพรัก พระเจ้าสร้างชีวิต พระองค์ไม่ได้สร้างความตาย แต่ความวุ่นวาย – ความตายเกิดขึ้นก็เพราะปีศาจ และผลของความชั่วร้าย ผู้ที่อยู่ฝ่ายปีศาจก็จะประสบความตายและความพินาศไป แต่…แต่…ผู้ที่อยู่ฝ่ายพระเจ้า – เชื่อมั่นศรัทธาในพระเจ้า ดำเนินชีวิตสนิทกับพระเจ้า – เดินในหนทางของพระองค์ ผู้นั้นจะไม่มีวันพินาศไปเลย

****     เป็นอีกหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านไป และการระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดี      ขึ้น อาจจะเลวร้ายไปกว่าเดิม ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย แต่เกือบจะ ทั่วโลก เราทุกคนก็คงต้องดิ้นรนและสู้ๆต่อไปด้วยกำลังความสามารถ           ของตัวเรา และไม่ลืมที่จะพึ่งพระเมตตาของพระเจ้า ต้องไม่ขาด        ความเชื่อ       ศรัทธาในพระองค์ เหมือนดังเรื่องที่พ่อเล่าให้พี่น้องฟังในสัปดาห์ที่แล้ว              แม้เราจะวอนขอ เรายังไม่ได้รับตามที่วอนขอ แต่พระสงฆ์องค์นั้นยังยิ้ม  พอใจเพราะทราบว่า พระเจ้าทรงได้ยินและรับรู้คำภาวนาวอนขอนั้นแล้ว       แต่พระองค์ทรงมีเวลาของพระองค์ พระองค์ผู้เป็นบิดาผู้มีพระทัยดีจะ      ทรงประทานสิ่งที่ดีแก่ลูกของพระองค์เสมอ                                                ****     พวกเรากำลังจะจบเดือนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า และ   ดวงพระทัยนิรมลของพระแม่เจ้า แต่เราจะไม่จบความเชื่อศรัทธาของ    เราต่อพระองค์และพระแม่ของเรา และเราก็มั่นใจว่า ด้วยความเชื่อ       ศรัทธาที่เรามีนั้น พระเจ้าทรงพระเมตตาต่อเราเสมอ.

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                             

สารวัด ฉบับที่ 151336 วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 4:35-41

เย็นวันเดียวกันนั้น พระเยซูเจ้าตรัสสั่งบรรดาศิษย์ว่า “เราจะข้ามไปทะเลสาบฝั่งโน้นกันเถิด” บรรดาศิษย์จึงละประชาชนไว้ และออกเรือที่พระองค์ประทับอยู่นั้นไป  มีเรือลำอื่นๆ ติดตามไปด้วย ขณะนั้นเกิดพายุแรงกล้า คลื่นซัดเข้าเรือจนน้ำเกือบจะเต็มเรืออยู่แล้ว พระองค์บรรทมหลับหนุนหมอนอยู่ที่ท้ายเรือ บรรดาศิษย์จึงปลุกพระองค์ ทูลถามว่า “พระอาจารย์ พระองค์ไม่สนพระทัยที่พวกเรากำลังจะตายอยู่แล้วหรือ” พระองค์จึงทรงลุกขึ้น บังคับลม ตรัสสั่งทะเล “เงียบซิ จงสงบลงเถิด” ลมก็หยุด ท้องทะเลราบเรียบอย่างยิ่ง แล้วพระองค์ตรัสถามเขาว่า “ตกใจกลัวเช่นนี้ทำไม ท่านยังไม่มีความเชื่อหรือ” เขาเหล่านั้นกลัวมาก พูดกันว่า “ท่านผู้นี้เป็นใครหนอ ลมและทะเลจึงยอมเชื่อฟังเช่นนี้

 

ข้อคิด

มีหลายสิ่งหลายอย่างทำให้คนขาดความเชื่อ เช่น ภัยธรรมชาติ ความอดอยาก สงครามและความตาย สิ่งเหล่านี้มักทำให้คนถามกันว่า “พระเจ้าอยู่ที่ไหน”….อานุภาพของความเชื่อ ที่จริงพระเจ้าทรงอยู่ใกล้เรา อยู่ในตัวเรา เป็นผู้ให้ชีวิตและแนวทาง การดำเนินชีวิต เพื่อบรรลุถึงชีวิตอมตะ…. ความทุกข์ทั้งหมดบนโลก เป็นเครื่องทดลองและพิสูจน์ว่าเราแข็งแกร่งเพียงใด….พระเป็นเจ้าทรงเรียกร้องทุกคนให้ทวีความเชื่อ ศรัทธา สู้ชีวิต ยอมรับความจริงว่า ทุกคนต้องแบกกางเขน ต้องถวายชีวิตเป็นบูชายัญ ด้วยการสละชีวิตเพื่อผู้อื่น จึงจะมีชีวิตตามมาตรฐานที่พระกำหนดไว้.

 

พายุ

ดวงตะวันกำลังลาลับขอบฟ้า

ความมืดของยามค่ำคืนกำลังคืบคลานเข้าใกล้

ฝูงชนถูกปล่อยวางไว้เบื้องหลัง

แต่….เบื้องหน้าใช่ว่าจะเป็นวันหยุดยาว

ท้องทะเลกาลิลี…แม้จะสงบนิ่งโดยอุปนิสัย

แต่…อาจแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นลมพายุร้าย…โดยไม่ร้องบอกเตือน

เรือโคลงเคลง และน้ำซัดสาด

…จนแม้ชาวประมงมืออาชีพ

…ยังหวั่นไหว และตกใจกลัว

คลื่นลมดูโหดร้ายและขู่คำรามเข่นฆ่า

พระอาจารย์…ดูห่างไกล และไม่สนพระทัย

เขาปลุกพระองค์ให้ลุกขึ้น…พร้อมยื่นข้อกล่าวหา

พระองค์ไม่สนพระทัยที่พวกเรากำลังจะตายอยู่แล้วหรือ

พระองค์ทรงลุกขึ้น ตำหนิคลื่นลมและตรัสสั่งทะเล

เงียบซิ จงสงบเถิด

หลังตำหนิคลื่นลม…ทรงตำหนิบรรดาศิษย์

….สำหรับความหวาดกลัวที่มากมาย และความเชื่อที่น้อยนิด

หลังคลื่นลมสงบ คำถามใหญ่ไม่รีรอที่จะปรากฏตัว

ท่านผู้นี้เป็นใครหนอ ลมและทะเลจึงยอมเชื่อฟัง

แต่…คำตอบยังคงต้องรีรอจนถึงวันนั้น…ที่ทรงกลับฟื้นคืนชีพ

…เพื่อความเข้าใจและเชื่อมั่นจะเติบโตแข็งกล้า

จนถึงวันนั้น…ที่ฉันยังคงก้าวเดินไปกับพระองค์

…แม้ท่ามกลางความโหดร้ายของคลื่นลม

 

  สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 13 มิถุนายน 2021

สมโภชพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า

เมื่อกล่าวถึงความศรัทธาต่อดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า เราไม่อาจจะลืมชื่อของบุคคล 2 ท่านนี้ได้เลย นักบุญมาร์กาเร็ต มารีย์ อาลาก๊อก   และนักบุญโคลด เดอ ลา โกลอมปีแอร์ พระสงฆ์วิญญาณารักษ์ของเธอ ทั้ง 2 ท่านเป็นธรรมฑูตผู้ยิ่งใหญ่แห่งพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ท่านทุ่มเททำงานเพื่อเผยแพร่ความเชื่อศรัทธา และทำให้ความเชื่อศรัทธาต่อดวงพระทัยเป็นที่นิยม ความเชื่อศรัทธานี้มีอายุยืนยาวเท่าก้บคริสตศาสนาทีเดียว นับแต่วันที่หอกของทหารได้แทงทะลุสีข้างของพระเยซู  ซึ่งถูกตรึงกางเขนบนเนินเขากัลวารีโอ  เมื่อสองพันปีก่อน  นักบุญยอห์นอัครสาวก ศิษย์รักของพระเยซูเจ้า ได้จ้องมองพระองค์ผู้ทรงถูกแทงด้วยหอก ตลอดสองสหัสวรรษ บรรดาปิตาจารย์และนักปราชญ์ของพระศาสนจักรรวมทั้งผู้เพ่งญาณมากมาย ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า พระเจ้าทรงมีหัวใจ เป็นหัวใจที่มีเลือดเนื้อ มีอารมณ์ และความรู้สึก เป็นหัวใจมนุษย์อย่างแท้จริง และจากนั้นมา นักประพันธ์จำนวนมาก ได้เริ่มกล่าวอ้าง และใช้หัวใจเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก นักบุญออกัสตินได้บรรยายถึงบาดแผลที่สีข้างของพระเยซูเจ้าว่า….เป็น “ประตูแห่งชีวิต” เรียกร้องให้สัตบุรุษสลัดความกลัวและเข้าหาดวงพระทัยอันเปรียบได้กับ “บัลลังก์แห่งพระหรรษทาน” “ขุมทรัพย์และความมั่งคั่งอันแวววาว” การได้เพ่งมองที่สีข้างของพระเยซูเจ้าที่ถูกแทง จะทำให้เราพบความรักในดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าที่ทรงมีต่อเรา ข้าแต่ดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้หลบเข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับดวงพระทัยของพระองค์ เพื่อข้าพเจ้าจะได้รักพระองค์จนสุดดวงใจของข้าพเจ้าด้วยเทอญ

****       วันศุกร์หลังจากสมโภชพระกายพระโลหิตของพระคริสตเจ้า พระศาสนจักรเชิญชวน  คริสตชนให้ระลึกถึงและทำการสมโภชดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า และมักถูกเลื่อนไปฉลองในวันอาทิตย์ถัดไป และเช่นกัน เมื่อฉลองดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า เราก็ไม่ควรลืมฉลอง ดวงพระทัยนิรมลของแม่พระ ซี่งก็เต็มไปด้วยความรักที่ไม่ยิ่งหย่อนไปจากความรักของพระเยซูเจ้าเลย หัวใจของแม่พระเต็มไปด้วยความรัก – ความเต็มใจ – การยอมรับ น้ำพระทัยของพระเจ้า หัวใจที่ยอมมอบทุกอย่างให้กับพระองค์ วัน  ฉลองทั้งสองนี้ เชิญชวนเราทุกคนให้เพ่งมองดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าและแม่พระ  มองให้ลึกซึ้ง เพื่อเราจะได้รักตอบพระองค์และรักตอบแม่ของเรา

****       คุณศิริพงษ์และคุณณาณา ศรีภรรยา ได้นำยาฟ้าทะลายโจรมาฝากไว้ที่พ่อ จำนวน 20 ขวด ผู้ใดเคยใช้และได้ผลและต้องการ (ทราบว่า ขาดตลาด) เชิญติดต่อและไปรับ   จากพ่อได้นะครับยามที่เราต้องช่วยเหลือกันและกัน แบ่งปันและช่วยเหลือกัน

****       ไม่ลืมเช่นเคยครับ ขอขอบพระคุณพี่น้องผู้มีน้ำใจดีทุกๆท่าน ที่มีต่อทางวัดเสมอ ขอพระเจ้าตอบแทนน้ำใจดีของทุกท่านเป็นร้อยเท่าพันทวีด้วยเทอญ.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2021

สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

ขณะนั้นเกิดพายุแรงกล้า…….. บรรดาศิษย์เข้าไปปลุกพระเยซูเจ้า ทูลว่า…. “พระอาจารย์ พระองค์ไม่สนพระทัยที่พวกเรากำลังจะตายอยู่แล้วหรือ?” พระเยซูเจ้าจึงทรงลุกขึ้น….. ทรงบังคับลม …. ตรัสสั่งทะเลว่า ……… “เงียบสิ จงสงบลงเถิด”    ลมก็หยุด ท้องทะเลก็กลับราบเรียบ แล้วพระเยซูเจ้าตรัสถามเขาว่า….   “ตกใจกลัวเช่นนี้ทำไม? ท่านยังไม่มีความเชื่อดอกหรือ…!!!

พี่น้องที่เคารพรัก หลายสิ่งหลายอย่างที่บังเกิดขึ้นในโลกนี้และกับชีวิตของเรา ทำให้เราขาดความเชื่อ ทำให้ชีวิตของเราสั่นคลอน ความตายของญาติพี่น้องของเรา อุบัติภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งภัยธรรมชาติและภัยที่มนุษย์ทำให้มันเกิดขึ้น สงคราม ความอดอยากยากจน มีหลายคนตั้งคำถาม….. “พระเจ้าอยู่ที่ไหน? พระเจ้าไม่ทำอะไรเลยหรือ? หรือว่าพระเจ้าไม่มีจริง!!”  ขณะนี้โลกกำลังเกิดการระบาดของไวรัสโควิด ติดเชื้อไปเป็นร้อยล้านคน ตายไปสองสามล้านคนแล้ว ซึ่งก็เป็นเหมือนพระวรสารกล่าวถึงในวันนี้ เมื่อสองพันปีมาแล้ว พวกศิษย์ไปปลุกพระเยซูเจ้า ทูลว่า พระองค์ไม่สนพระทัยเลยหรือ พวกเรากำลังจะตายกันอยู่แล้ว !!!    พี่น้องครับ ก็คงต้องกล่าวกับพี่น้องเหมือนเดิมว่า …..  ความทุกข์ทั้งหมดบนโลกเป็นเครื่องทดลองและพิสูจน์ว่า ความเชื่อของพวกเรามั่นคงแข็งแกร่งเพียงใด คนป่วยยิ่งเจ็บปวดมากเพียงใด ก็ยิ่งต้องการยาและการรักษาและความช่วยเหลือจากพระเจ้า ซึ่งเราต้องออกแรง…วิ่ง…กระโดด…ร้องตะโกน…สวดภาวนาร้องหาพระเจ้า เหมือนกับสาวกที่รีบไปปลุกพระเยซูเจ้า เหมือนกับชายตาบอดที่ร้องตะโกนให้พระเยซูเจ้าทรงช่วยเขา หากเรายังใจเย็น ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่เปลี่ยนชีวิต พระเจ้าก็ไม่สามารถเข้ามาช่วยเราได้

****     การระบาดของไวรัสโควิดก็ยังไม่ดีขึ้นสักเท่าใด แต่มักจะไประบาดกับผู้คนที่   รวมตัวกันแบบหมู่มาก  รวมตัวกันแบบขาดสุขบัญญัติที่ดี ไม่สวมหน้ากากอนามัยไม่เว้นระยะห่างกัน มั่วสุมกัน ฯลฯ  แต่ในเดือนนี้ ก็มีการฉีดวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ซึ่งเท่าที่พ่อทราบพี่น้องหลายท่านก็ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว พ่อเองก็ได้รับการฉีดเช่นกัน ดังนั้น ก็มั่นใจได้ในระดับหนึ่งนะ  ครับ ทุกอย่างจะค่อยๆ ผ่านไปครับ เมื่อฝนตกก็จะหยุดตก เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นก็จะค่อยๆหมุนไปจนลับตา   และจะหมุนเวียนมาให้เราพบแสงอรุณในวันใหม่  หากเรามั่นใจ-เชื่อมั่นคง-สวดภาวนา-ทำกิจศรัทธา-วางใจในพระเจ้า-ประกอบกิจการดี พระเจ้ามิเคยทอดทิ้งพระเจ้าทรงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา

                                                                   

   คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

                                   

                                           

สารวัด ฉบับที่ 151335 วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 4:26-34

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับประชาชนว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้ายังเปรียบเสมือนคนที่นำเมล็ดพืชไปหว่านในดิน เขาจะหลับหรือตื่น กลางคืนหรือกลางวัน เมล็ดนั้นก็งอกขึ้นและเติบโต เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร เขาไม่รู้  ดินนั้นมีพลังให้เกิดผลในตนเอง  ครั้งแรกก็เป็นลำต้น แล้วก็ออกรวง ต่อมาก็มีเมล็ดเต็มรวง เมื่อข้าวสุก เกิดผลแล้ว เขาก็ใช้คนไปเก็บเกี่ยวทันที เพราะถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว”    พระองค์ตรัสอีกว่า “เราจะเปรียบพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างไร หรือจะใช้อุปมาอะไรอธิบายเรื่องนี้  พระอาณาจักรเปรียบเหมือนเมล็ดมัสตาร์ดซึ่งเมื่อหว่านในดิน ก็เป็นเมล็ดเล็กกว่าเมล็ดทั้งปวงทั่วแผ่นดิน แต่ครั้นได้หว่านและก็งอกขึ้นและกลายเป็นต้นไม้ใหญ่กว่าพืชผักทุกชนิด  มีกิ่งก้านใหญ่โตจนบรรดานกในอากาศมาพักอาศัยร่มเงาได้” พระองค์ตรัสเป็นอุปมาเช่นนี้อีกมากตามที่เขาเหล่านั้นฟังเข้าใจได้ พระ องค์มิได้ตรัสกับเขาโดยไม่ใช้อุปมา แต่เมื่อทรงอยู่เฉพาะกับบรรดาศิษย์ก็ทรงอธิบายทุกเรื่องให้กับเขาเหล่านั้น.

 

ข้อคิด

อุปมาเรื่องพืชที่งอกงามขึ้นเองและอุปมาเรื่องเมล็ดมัสตาร์ด ช่วยให้เราเข้าใจเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้าว่าอยู่ใกล้ และเรียกร้องให้ปฏิบัติ ช่วยชาวบ้านให้เข้าใจได้ง่ายๆ ข้าวออกรวง ซึ่งต่อไปเป็นอาหาร พระเยซูเจ้าต้องการสื่อว่า พระเจ้าเป็นเหมือนชาวนาหลัก เราเป็นเพียงผู้ช่วย พระเจ้าทรงเป็นผู้ริเริ่ม เราต้องทำหน้าที่ของเรา เมื่อถึงเวลาที่ “เราทุกคนจะต้องไปปรากฏเฉพาะพระบัลลังก์ขององค์พระคริสตเจ้า” (2 คร 5:10) ถ้าเราดำเนินชีวิตแห่งความรัก ความยุติธรรม และเสรีภาพ รับรู้ในพระพรของพระเจ้าในชีวิตของเรา เราก็จะได้รับเชิญเข้าในพระอาณาจักรพระเจ้า.

 

ฉันเริ่มต้นเล็กๆ…อ่อนแอ และเปราะบาง

ในโลกใบใหม่ที่ฉันไม่คุ้นเคย

วันเวลา….เพาะบ่มตัวฉันให้เติบโต

…ฉันจะหลับหรือตื่น…กลางคืนหรือกลางวัน

เมล็ดพันธุ์ชีวิตยังคงงอกงาม

…งอกขึ้นอย่างไร…ฉันไม่รู้

ฉันลืมตาพร้อมดวงตะวันยามเช้า…มองเห็น

ตนเองเป็นลำต้น…ออกรวง…และเมล็ด

และวันนั้น…เมื่อฤดูกาลสุกงอม

ฉันพบตนเองพร้อมสรรพสำหรับงานฉลอง

วัฏจักรชีวิตหมุนเวียนไปอย่างลึกลับและสงบนิ่ง

ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว…แต่มหัศจรรย์แห่งการเติบโตกำลังเคลื่อนตัวขึ้น

เมล็ดพันธ์ได้รับการเลี้ยงดู

…ไม่เร่งรีบ…ไม่กระวนกระวาย

…ก้าวไปตามจังหวะของพระองค์ผู้เป็นเจ้าของกาลเวลา

…ทุกสิ่งเป็นของพระองค์…จึงพึงกลับคืนสู่พระองค์

ให้พระองค์ครอบครอง และเป็นเจ้าของ

…ดุจผืนนาแห่งพระอาณาจักร

        ความรักส่วนสุดท้าย

ทุกสิ่งดูจบลงอย่างเร่งรีบ…สำหรับชายชื่อเยซู

…ถูกตัดสิน…ถูกตรึง…ตาย…และฝังในคูหา

ทุกอย่างจบบริบูรณ์ก่อนตะวันตกดิน

ทหาร…ผู้ชำนาญหอกดาบ

…แม้เร่งรีบ แต่ไม่เคยพลาดเป้า

ใช้หอกแทงสีข้างพระวรกาย

…โลหิตและน้ำไหลออกมา…ทันที

หัวใจพระเจ้า…แม้บอบช้ำด้วยบาปร้ายของมนุษย์

ยังคงไม่ลังเล…มอบเทให้เขาซึ่งความรักส่วนสุดท้าย

สีข้าง…ที่อาดัมเก่าเคยให้กำเนิดเอวาคู่ชีวิต

มาบัดนี้…อาดัมใหม่ให้กำเนิดมนุษยชาติ

…ทรงเลี้ยงดูเขาให้เติบโตและเข้มแข็งมั่นคง

…ด้วยเลือดเนื้อของพระองค์

ไม่เหลือสิ่งใด…ไม่เก็บสิ่งใด

มีดวงตาหลายดวงที่มองดูผู้ที่ถูกเขาแทง

มีดวงตาหลายดวงที่มองดูสีข้างและร่างกาย

แต่…จะมีดวงใจกี่ดวงที่มองเห็น…และได้เชื่อ

 

สัปดาห์ที่แล้ว

 วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2021

มีการส่งคลิปทางออนไลน์กันต่อๆมา พ่อเองก็ได้รับ และหลังจากที่ได้อ่าน ก็เห็นว่า เป็นเรื่องที่น่าใคร่ครวญ หลายคนคงจะไม่ได้รับ พ่อจึงขอนำมาลงในสารวัด เพื่อเราจะได้ลองคิดพิจารณา ในโอกาสที่เราทำการสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้า   มีผู้รับใช้พระเจ้าท่านหนึ่ง ได้ลุกขึ้นประกาศข่าวประเสริฐในรถไฟว่า “พระเยซูเจ้ารักคุณ” ทันใดนั้นมีหญิงคนหนึ่งได้ตะโกนด่าผู้รับใช้พระเจ้าด้วยเสียงอันดัง ว่าให้เขาหุบปากและเธอบอกกับผู้ชายคนนั้นว่า “พระเยซูเจ้าไม่มีจริงหรอก” ผู้รับใช้ของพระเจ้าได้นั่งลง แต่แล้วก็ลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่งและประกาศต่อไปว่า…”จงกลับใจและสารภาพบาป แล้วท่านจะได้รับความรอด” หญิงคนนั้นเกิดความไม่พอใจ จึงได้เดินไปทำร้ายร่างกายของผู้รับใช้คนนั้น  ทันใดนั้นลูกชายของนางก็ได้ตะโกนห้ามแม่ของเขาว่า “อย่าไปทำร้ายคนที่พระเจ้าส่งมา เขาเป็นคนของพระเจ้า” ฝ่ายคุณแม่เมื่อได้ยินอย่างนั้น เข่าของนางก็ทรุดลงและร้องไห้ ….. ผู้รับใช้คนนั้นจึงได้ถามหญิงนั้นว่า “ร้องไห้ทำไม” หญิงนั้นตอบว่า ….. “ลูกชายของเราเป็นใบ้ตั้งแต่กำเนิด แต่วันนี้เขาพูดได้แล้ว!”  พี่น้องที่รัก ถ้าเราอ่านเพลินๆ และปล่อยผ่าน ก็คงรู้สึกเฉยๆใช่ไหมครับ แต่ถ้าเราลองหยุดตริตรอง….มันก็น่าคิดนะครับ….ลูกชายของหญิงคนนั้นเป็นใบ้แต่กำเนิด แต่เขากลับพูดได้…เพราะอะไร…?!? ทำไมเขาจึงพูดได้…? หญิงคนนั้นโกรธโมโหและไม่เชื่อผู้รับใช้พระเจ้าคนนั้น ตะโกนด่าว่าผู้รับใช้พระเจ้าคนนั้น แต่แล้วเธอก็ต้องเข่าทรุดลงและร้องไห้     มีผู้คนจำนวนมาก ไม่เชื่อในพระเจ้า – ไม่เชื่อในเรื่องศีลมหาสนิท – ซึ่งเป็นพระกาย – พระโลหิตของพระคริสตเจ้า เป็นอาหารฝ่ายจิต – ทรงชีวิต ผู้ใดกินปังนี้จะมีชีวิตนิรันดร  …..จงกลับใจและเชื่อและวางใจในพระเจ้า แล้วเราจะได้รับความรอด!

****     เป็นอีกสัปดาห์หนึ่งที่พวกเราต้องสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า – ฉลองศีลมหาสนิท ทาง on line ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด    และไม่มี  โอกาสได้รับศีลมหาสนิท เพียงได้รับศีลฯ ทางความปรารถนาเท่านั้น      เพราะการระบาดของไวรัสโควิด แต่….แต่พี่น้องครับ จำที่เราจะต้องมีความเชื่อ เราต้องภาวนาวอนขอพระเจ้าได้โปรดเพิ่มความเชื่ออันน้อยนิดของพวกเรา ขอโปรดให้เราเชื่อและมั่นใจในพระเจ้า แม้ในยามที่พวกเรากำลังประสบความยากลำบากและวิกฤตของชีวิตขณะนี้

****        พวกเราอาจจะต้องเตือนตัวเองและคุกเข่าลง – ร้องไห้เหมือนหญิงคนนั้น …แม้ในท่ามกลางวิกฤต พระเจ้ายังรัก – เมตตา และประทานพระพรแก่เราอย่างมากมายมากกว่าคนอีกจำนวนเป็นล้านๆ เราจึงต้องสำนึกและ โมทนาคุณพระเจ้า พยายามที่จะรักตอบพระองค์ และเพราะรักพระองค์ เราจึงพยายามที่ จะรักและเมตตาเพื่อนมนุษย์เหมือนที่พระองค์ทรงรักและสอนให้เรารักกันและกัน.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

วันอาทิตย์  ที่ 13 มิถุนายน 2021

สมโภชพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า

 

เมื่อกล่าวถึงความศรัทธาต่อดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า เราไม่อาจจะลืมชื่อของบุคคล 2 ท่านนี้ได้เลย นักบุญมาร์กาเร็ต มารีย์ อาลาก๊อก   และนักบุญโคลด เดอ ลา โกลอมปีแอร์ พระสงฆ์วิญญาณารักษ์ของเธอ ทั้ง 2 ท่านเป็นธรรมฑูตผู้ยิ่งใหญ่แห่งพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ท่านทุ่มเททำงานเพื่อเผยแพร่ความเชื่อศรัทธา และทำให้ความเชื่อศรัทธาต่อดวงพระทัยเป็นที่นิยม ความเชื่อศรัทธานี้มีอายุยืนยาวเท่าก้บคริสตศาสนาทีเดียว นับแต่วันที่หอกของทหารได้แทงทะลุสีข้างของพระเยซู  ซึ่งถูกตรึงกางเขนบนเนินเขากัลวารีโอ                                                                                                                                                                                                       เมื่อสองพันปีก่อน  นักบุญยอห์นอัครสาวก ศิษย์รักของพระเยซูเจ้า ได้จ้องมองพระองค์ผู้ทรงถูกแทงด้วยหอก ตลอดสองสหัสวรรษ บรรดาปิตาจารย์และนักปราชญ์ของพระศาสนจักรรวมทั้งผู้เพ่งญาณมากมาย ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า พระเจ้าทรงมีหัวใจ เป็นหัวใจที่มีเลือดเนื้อ มีอารมณ์ และความรู้สึก เป็นหัวใจมนุษย์อย่างแท้จริง และจากนั้นมา นักประพันธ์จำนวนมาก ได้เริ่มกล่าวอ้าง และใช้หัวใจเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก นักบุญออกัสตินได้บรรยายถึงบาดแผลที่สีข้างของพระเยซูเจ้าว่า….เป็น “ประตูแห่งชีวิต” เรียกร้องให้สัตบุรุษสลัดความกลัวและเข้าหาดวงพระทัยอันเปรียบได้กับ “บัลลังก์แห่งพระหรรษทาน” “ขุมทรัพย์และความมั่งคั่งอันแวววาว” การได้เพ่งมองที่สีข้างของพระเยซูเจ้าที่ถูกแทง จะทำให้เราพบความรักในดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าที่ทรงมีต่อเรา ข้าแต่ดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้หลบเข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับดวงพระทัยของพระองค์ เพื่อข้าพเจ้าจะได้รักพระองค์จนสุดดวงใจของข้าพเจ้าด้วยเทอญ

****       วันศุกร์หลังจากสมโภชพระกายพระโลหิตของพระคริสตเจ้า พระศาสนจักรเชิญชวน คริสตชนให้ระลึกถึงและทำการสมโภชดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า และมักถูกเลื่อนไป         ฉลองในวันอาทิตย์ถัดไป และเช่นกัน เมื่อฉลองดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า เราก็ไม่     ควรลืมฉลอง ดวงพระทัยนิรมลของแม่พระ ซี่งก็เต็มไปด้วยความรักที่ไม่ยิ่งหย่อนไป    จากความรักของพระเยซูเจ้าเลย หัวใจของแม่พระเต็มไปด้วยความรัก – ความเต็มใจ – การยอมรับ น้ำพระทัยของพระเจ้า หัวใจที่ยอมมอบทุกอย่างให้กับพระองค์ วัน  ฉลองทั้งสองนี้ เชิญชวนเราทุกคนให้เพ่งมองดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าและแม่พระมองให้ลึกซึ้ง เพื่อเราจะได้รักตอบพระองค์และรักตอบแม่ของเรา

****       คุณศิริพงศ์และคุณณาณา ศรีภรรยา ได้นำยาฟ้าทะลายโจรมาฝากไว้ที่พ่อ จำนวน   20 ขวด ผู้ใดเคยใช้และได้ผลและต้องการ (ทราบว่า ขาดตลาด) เชิญติดต่อและไปรับ   จากพ่อได้นะครับยามที่เราต้องช่วยเหลือกันและกัน แบ่งปันและช่วยเหลือกัน

****       ไม่ลืมเช่นเคยครับ ขอขอบพระคุณพี่น้องผู้มีน้ำใจดีทุกๆท่าน ที่มีต่อทางวัดเสมอ ขอพระเจ้าตอบแทนน้ำใจดีของทุกท่านเป็นร้อยเท่าพันทวีด้วยเทอญ.

 

 

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151334 วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 2021 สมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า

November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 14:12-16,22-25

วันแรกของการกินขนมปังไร้เชื้อ เมื่อเขาฆ่าลูกแกะปัสกา บรรดาศิษย์ทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “พระองค์มีพระประสงค์ให้เราจัดเตรียมการเลี้ยงปัสกาที่ไหน” พระองค์จึงทรงใช้ศิษย์สองคนไป สั่งเขาว่า “จงเข้าไปในกรุง แล้วจะพบชายคนหนึ่งกำลังเดินแบกหม้อน้ำอยู่ จงตามเขาไป เขาเข้าไปที่ไหน จงถามเจ้าของบ้านว่า “พระอาจารย์ถามว่า ห้องที่เราจะกินปัสกากับบรรดาศิษย์นั้นอยู่ที่ไหน” เขาจะชี้ให้ท่านเห็นห้องใหญ่ชั้นบนปูพรมไว้เรียบร้อย จงจัดเตรียม ปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” ศิษย์ทั้งสองคนออกไป เดินทางเข้าไปในกรุง พบสิ่งต่างๆ ดังที่พระองค์ทรงบอกไว้ จึงจัดเตรียมปัสกา  ขณะที่ทุกคนกำลังกินอาหารอยู่นั้น พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ตรัสถวายพระพร ทรงบิขนมปัง ประทานให้เขาเหล่านั้น ตรัสว่า “จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรา” แล้วพระองค์ทรงหยิบถ้วย ตรัสขอบพระคุณ ประทานให้เขาและทุกคนดื่มจากถ้วยนั้น พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญาที่หลั่งออกเพื่อคนจำนวนมาก เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่ดื่นน้ำจากผลองุ่นใด จนกว่าจะถึงวันที่เราจะดื่มเหล้าองุ่นใหม่ในพระอาณาจักร”

 

ข้อคิด

วันนี้สมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า พระวาจาจากหนังสืออพยพมีประเด็นของการรื้อพันธสัญญา คือการพรมเลือดซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญา และพันธสัญญานี้อันที่จริง คือ “ความรัก” พระเยซูเจ้าในเวลาปัสกาของชาวยิว บรรดาศิษย์เข้ามาถามว่าจะให้เตรียมงานเลี้ยงปัสกาที่ไหน เป็นพระองค์เองที่ทรงสั่ง ทรงชี้นำ และให้พวกเขาไปจัดการ พวกเขาได้พบตามที่พระองค์ตรัสสั่ง ในวันนี้ ถ้าเราดูดีๆ พระองค์เป็นผู้กำหนด ทรงสั่ง ทรงให้จัดเตรียมปัสกา แต่ที่ต่างกันคือ ขนมปังเป็นพระกายของพระองค์ที่บิ และถ้วยที่ดื่มคือ เหล้าองุ่นที่พระองค์ตรัสว่าเป็นพระโลหิต สรุปว่า พระองค์เองทรงเป็นเจ้าของปัสกา ทรงเป็นอาหารและเครื่องดื่มแห่งความยินดีในพันธสัญญาของพระองค์.                          

 

สุดท้าย

ในชีวิต ฉันมีหลายสิ่งที่ได้กลายเป็นสิ่งสุดท้าย

…ฉันนอนบ้านครั้งสุดท้าย…ฉันอยู่ใกล้พ่อครั้งสุดท้าย

เมื่อสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น ฉันยังคงไม่นึกว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย

แม้ในการบอกลา ฉันยังคงไม่แน่ใจว่าการพบเจอจะจบสิ้น

แต่…ความไม่แน่ใจ ดูจะเป็นความบรรเทาเล็กๆ

เพราะการจบสิ้น ยังคงดูเจือจาง

พระเยซูเจ้ากำลังเตรียมสำหรับวันสุดท้าย…ที่จะอยู่กับเพื่อนของพระองค์

ทรงทราบดีว่า วาระสุดท้ายมาถึงแล้ว

นี่คือวันเวลาสุดท้าย…ทึ่จะแบ่งปันชีวิตกับศิษย์

ทุกอย่างได้รับการตระเตรียมอย่างละเอียดถี่ถ้วน

..อาหารค่ำมื้อสุดท้าย อบอุ่นด้วยความใกล้ชิดอันเรียบสงบ

…เชื้อเชิญให้ลิ้มรสของขวัญแห่งชีวิตที่จะถูกมอบ

…ของขวัญที่เกินความคาดคิด

พระเยซูทรงมอบพระองค์เอง

นี่คือกายของเรา…นี่คือโลหิตของเรา…รับไปกินดื่มให้ทั่วกันเถิด

ความสัมพันธ์ใกล้ชิดดูเหมือนจะถึงจุดอวสาน

พระองค์เผชิญกับความมืดแห่งกาลสุดท้าย

ด้วยการอยู่กับเพื่อนของพระองค์

และมอบของขวัญแห่งชีวิตของพระองค์แก่พวกเขา

หลังการกลับคืนชีพของพระองค์ พวกเขาจะรวบรวมกันอีกครั้งหนึ่ง

…เพื่อฟื้นฟูความทรงจำนี้ เพื่อเล่าขานเรื่องราวที่ความรักจดจำ

…เพื่อบิปังแต่ชีวิตที่จะหล่อเลี้ยงพวกเขา ให้ก้าวเดินสู่พระอาณาจักร

แม้วันเวลาได้ผ่านมายาวไกลหลายศตวรรษ

แต่ความทรงจำนี้ยังคงแจ่มชัด

ในมิสซา…คริสตชน  คนของพระคริสตเจ้า

ฟื้นฟูความทรงจำศักดิ์สิทธิ์

พวกเขาร่วมรับปังที่ได้ถูกบิออก…รับถ้วยที่ได้ถูกมอบให้

…แบ่งปันชีวิต และเลือดเนื้อ ในยามที่ผืนแผ่นดินร้องหา

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2021                 

            “จงดูอดีตก่อนที่ท่านทั้งหลายจะเกิด ตั้งแต่วันที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ไว้บนแผ่นดิน จงตรวจตราจากปลายหนึ่งถึงอีกปลายหนึ่งของโลกว่า มีอะไรยิ่งใหญ่เท่านี้เกิดขึ้นหรือไม่ มีใครเคยได้ยินเรื่องใดที่เหมือนเรื่องนี้ เคยมีมนุษย์ใดบ้างที่ได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าที่ตรัสจากกองไฟ หรือเคยมีพระเจ้าองค์ใดบ้างที่ทรงกล้าเลือกชนชาติหนึ่งออกจากอีกชนชาติหนึ่ง ทรงใช้การทดลอง เครื่องหมายมหัศจรรย์ ปาฏิหาริย์และสงคราม ทรงใช้พระหัตถ์ทรงฤทธิ์ และพระอานุภาพยิ่งใหญ่เพื่อประชากรของพระองค์   พี่น้อง ทุกคนที่มีพระจิตของพระเป็นเจ้านำทาง – เป็นผู้นำ ย่อมเป็นบุตรของพระเจ้า ท่านทั้งหลายไม่ได้รับจิตของการเป็นทาส ซึ่งมีแต่ความหวาดกลัว แต่ได้รับจิตของการเป็นบุตร – บุตรของพระเจ้า – เป็นบุตรบุญธรรม เป็นทายาทของพระองค์  พี่น้องที่รักยิ่ง พระวาจาของพระเจ้านั้นเที่ยงตรง พระราชกิจของพระองค์น่าเชื่อถือ พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและความยุติธรรม ความรักมั่นคงขององค์พระเจ้าเปี่ยมล้นทั่วแผ่นดิน                                                                                                               การระบาดของไวรัสโควิดในโลกปัจจุบัน บอกอะไร – สอนอะไรแก่เรา เพียงไวรัสตัวเล็กๆ มนุษย์ก็ยากจะเอาชนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร หากมนุษย์ขาดการเชื่อฟัง – เชื่อมั่นในพระ ทุกสิ่งจะพินาศ พระเจ้าทรงอนุญาตให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้น ก็เพื่อสอนใจมนุษย์ ให้มนุษย์สุภาพ – ถ่อมตน และยอมเคารพนับถือพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ เพียงพระวาจาเดียวของพระเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็นอย่างที่พระองค์พอพระทัย พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่ง ทรงเฝ้าพิทักษ์ทุกสิ่ง และทรงปรารถนาให้ทุกสิ่งรอดพ้น และจะได้เสวยสุขกับพระองค์ ข้าแต่พระตรีเอกภาพ ขอทรงพระเมตตาต่อข้าพเจ้าทั้งหลายด้วยเทอญ

****       ดูเหมือนว่า การระบาดของไวรัสโควิดจะไม่รู้จักจบจักสิ้น ตราบใดที่มนุษยโลก   ยังหลงในตัวเอง เมื่อใดที่มนุษย์ตาสว่าง – เห็นแจ้งจริงในพระเจ้า และยอมมอบทุกอย่างไว้กับพระเจ้า เมื่อนั้นพระองค์จะบันดาลความสุข แต่มิได้หมายความว่า           มนุษย์จะไม่ทำอะไร-อยู่เฉยๆ มนุษย์จะต้องยอมให้พระจิตของพระเจ้านำทาง และ ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ เมื่อใดที่มนุษย์หันกลับมาเชื่อ – วางใจ และรัก พระเจ้า และพยายามรัก – ช่วยเหลือ – เมตตาต่อกันและกันอย่างแท้จริง เมื่อนั้นแหละจะถึงเวลาแห่งการปลดปล่อยของพระเจ้า และมนุษย์จะกลับมามีชีวิตในความสุขอีกครั้งหนึ่ง ตามพระทัยของพระเจ้า

****       ช่วงเวลานี้ จึงเป็นช่วงเวลาของการพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ – เป็นลูกของพระเจ้า          เป็นประชากรของพระเจ้า เป็นช่วงเวลาที่เราจะต้องช่วยเหลือ – เห็นอกเห็นใจกัน        และกัน   หลายๆคนได้แสดงออกแล้ว ตู้ปันสุข – อาหารดับทุกข์ – ข้าวของแบ่งปัน เงินทองช่วยเหลือ ฯลฯ  ขอพระเจ้าตอบแทนทุกๆท่านที่ได้กระทำแล้ว ให้ได้พบความสุขทั่วหน้ากันเทอญ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2021

มีการส่งคลิปทางออนไลน์กันต่อๆมา พ่อเองก็ได้รับ และหลังจากที่ได้อ่าน ก็เห็นว่า เป็นเรื่องที่น่าใคร่ครวญ หลายคนคงจะไม่ได้รับ พ่อจึงขอนำมาลงในสารวัด เพื่อเราจะได้ลองคิดพิจารณา ในโอกาสที่เราทำการสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้า มีผู้รับใช้พระเจ้าท่านหนึ่ง ได้ลุกขึ้นประกาศข่าวประเสริฐในรถไฟว่า “พระเยซูเจ้ารักคุณ” ทันใดนั้นมีหญิงคนหนึ่งได้ตะโกนด่าผู้รับใช้พระเจ้าด้วยเสียงอันดัง ว่าให้เขาหุบปากและเธอบอกกับผู้ชายคนนั้นว่า “พระเยซูเจ้าไม่มีจริงหรอก” ผู้รับใช้ของพระเจ้าได้นั่งลง แต่แล้วก็ลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่งและประกาศต่อไปว่า…”จงกลับใจและสารภาพบาป แล้วท่านจะได้รับความรอด” หญิงคนนั้นเกิดความไม่พอใจ จึงได้เดินไปทำร้ายร่างกายของผู้รับใช้คนนั้น  ทันใดนั้นลูกชายของนางก็ได้ตะโกนห้ามแม่ของเขาว่า “อย่าไปทำร้ายคนที่พระเจ้าส่งมา เขาเป็นคนของพระเจ้า” ฝ่ายคุณแม่เมื่อได้ยินอย่างนั้น เข่าของนางก็ทรุดลงและร้องไห้ ….. ผู้รับใช้คนนั้นจึงได้ถามหญิงนั้นว่า “ร้องไห้ทำไม” หญิงนั้นตอบว่า ….. “ลูกชายของเราเป็นใบ้ตั้งแต่กำเนิด แต่วันนี้เขาพูดได้แล้ว!”   พี่น้องที่รัก ถ้าเราอ่านเพลินๆ และปล่อยผ่าน ก็คงรู้สึกเฉยๆใช่ไหมครับ แต่ถ้าเราลองหยุดตริตรอง….มันก็น่าคิดนะครับ….ลูกชายของหญิงคนนั้นเป็นใบ้แต่กำเนิด แต่เขากลับพูดได้…เพราะอะไร…?!? ทำไมเขาจึงพูดได้…? หญิงคนนั้นโกรธโมโหและไม่เชื่อผู้รับใช้พระเจ้าคนนั้น ตะโกนด่าว่าผู้รับใช้พระเจ้าคนนั้น แต่แล้วเธอก็ต้องเข่าทรุดลงและร้องไห้  มีผู้คนจำนวนมาก ไม่เชื่อในพระเจ้า – ไม่เชื่อในเรื่องศีลมหาสนิท – ซึ่งเป็นพระกาย – พระโลหิตของพระคริสตเจ้า เป็นอาหารฝ่ายจิต – ทรงชีวิต ผู้ใดกินปังนี้จะมีชีวิตนิรันดร  …..จงกลับใจและเชื่อและวางใจในพระเจ้า แล้วเราจะได้รับความรอด!

****    เป็นอีกสัปดาห์หนึ่งที่พวกเราต้องสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของ                 พระคริสตเจ้า – ฉลองศีลมหาสนิท ทาง on line ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด     และไม่มีโอกาสได้รับศีลมหาสนิท เพียงได้รับศีลฯ ทางความปรารถนาเท่านั้น เพราะการระบาดของไวรัสโควิด แต่….แต่พี่น้องครับ จำที่เราจะต้องมีความเชื่อ เราต้องภาวนาวอนขอพระเจ้าได้โปรดเพิ่มความเชื่ออันน้อยนิดของพวกเรา ขอโปรดให้เราเชื่อและมั่นใจในพระเจ้า แม้ในยามที่พวกเรากำลังประสบความยากลำบาก และวิกฤตของชีวิตขณะนี้

****       พวกเราอาจจะต้องเตือนตัวเองและคุกเข่าลง – ร้องไห้เหมือนหญิงคนนั้น          …แม้ในท่ามกลางวิกฤต พระเจ้ายังรัก – เมตตา และประทานพระพร แก่เราอย่างมากมาย มากกว่าคนอีกจำนวนเป็นล้านๆ เราจึงต้องสำนึกและโมทนาคุณพระเจ้า พยายามที่จะรักตอบพระองค์และเพราะรักพระ   องค์ เราจึงพยายามที่จะรักและเมตตาเพื่อนมนุษย์เหมือนที่พระองค์ทรงรักและสอนให้เรารักกันและกัน.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

                     

สารวัด ฉบับที่ 151333 วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 2021 พระตรีเอกภาพ

November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 28:19-20

เวลานั้น บรรดาศิษย์ทั้งสิบเอ็ดคนได้ไปยังแคว้นกาลิลี ถึงภูเขาที่พระเยซูเจ้าทรงกำหนดไว้ เมื่อเขาเห็นพระองค์ ก็กราบนมัสการ แต่บางคนยังสงสัยอยู่   พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้ ตรัสแก่เขาเหล่านั้นว่า “พระเจ้าทรงมอบอำนาจอาญาสิทธิ์ทั้งหมดในสวรรค์และแผ่นดินให้แก่เรา ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา ทำพิธีล้างบาปให้เขาเดชะพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต จงสอนเขาให้ปฏิบัติตามคำสั่งทุกข้อที่เราให้แก่ท่าน แล้วจงรู้เถิดว่าเราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ”

 

ข้อคิด

วันนี้สมโภชพระตรีเอกภาพ บทอ่านทั้งสามเกี่ยวกับพระบิดา พระบุตร และพระจิต ซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างชิดสนิทแนบแน่น จากหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติกล่าวถึงพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ไว้บนแผ่นดิน มนุษย์จงรู้และจำใส่ใจว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระเจ้า ส่วนจดหมายของนักบุญเปาโลกล่าวว่า มีพระจิตของพระเจ้าเป็นผู้นำ เราได้รับจิตการเป็นบุตรบุญธรรม ทำให้เราร้องเรียก “อับบา พ่อจ๋า”  ในพระวรสารนักบุญมัทธิว พระเยซูเจ้าตรัสกับเรา “จงไปประกาศสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของพระองค์ ทำพิธีล้างบาปเดชะพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต” ทำให้เรามนุษย์มีความสัมพันธ์กับพระตรีเอกภาพเยี่ยงบิดากับบุตร ดังนั้น เราจึงต้องตระหนักรู้ และทำหน้าที่ของการเป็นบุตรที่ดี ที่เหมาะสมของพระเจ้าอย่างเต็มกำลังความสามารถ.                                         

ทางสาธารณะ

ชีวิตคริสตชนมิใช่ทางส่วนบุคคล….ที่คนนอกห้ามผ่านเข้าออก

ความรอดมิใช่ผลงานความศักดิ์สิทธิ์ส่วนตัว

….ที่เกิดจากการพิศเพ่งพระพักตร์แห่งพระสิริของพระเจ้า

โดยไม่เหลียวแลใบหน้าอันเจ็บปวดของมนุษยชาติ

หนทางสู่ความรอด และหนทางสู่ความสมบูรณ์ของชีวิตมนุษย์

เป็นหนทางสาธารณะที่ต้อนรับ….และสัมพันธ์กับทุกคน

 

พระเจ้าของคริสตชนมิใช่พระเจ้าผู้รักสันโดษ

….นั่งนิ่ง และมีความสุขอยู่กับการหลุดพ้น

พระเจ้าของคริสตชนเป็นพระตรีเอกภาพ

ที่ฉายส่องสายสัมพันธ์แห่งความรักหนึ่งเดียว

ในพระองค์มีการปฏิสัมพันธ์ที่งดงาม และสมบูรณ์แบบ

 

พระเจ้าผู้นี้นั่งร่วมวงสนทนา

….สามพระบุคคล…พระบิดา…พระบุตร…และพระจิต

พูดคุยอย่างมีความสุข ถึงเรี่องราวการสร้างมนุษย์ และจักรวาล

…เรื่องราวของกาลเวลา และสถานที่ของการไถ่กู้

…เรื่องราวของการอยู่กับมนุษยชาติในประวัติศาสตร์

 

ภาพนี้คงมิใช่ภาพที่สมบูรณ์แบบ

เพราะความสมบูรณ์แบบ ไม่อาจถูกบรรจุอยู่ในประสบการณ์

ที่มีขอบเขตจำกัดของมนุษย์

แต่ภาพนี้ฉายแสงแห่งความเป็นจริงของพระเจ้าให้มนุษย์พอได้เห็น

มันเป็นความจริงที่อยู่ในธรรมชาติของพระเจ้า

และมิใช่อยู่ในจินตนาการของมนุษย์

ชีวิตคริสตชนซึ่งถูกเจิมด้วยพระตรีเอกภาพ

จึงเป็นชีวิตแห่งความสัมพันธ์

…ที่ทุกคนจับมือกัน ก้าวเดินไปอย่างเพื่อนและพี่น้อง

นเส้นทางสายนี้ พวกเขาประคับประคอง

…พึ่งพาอาศัย…รักและให้อภัยกันและกัน

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2021 

 

เมื่อวันเปนเตกอสเตมาถึง ศิษย์ทุกคน มาชุมนุม  ในสถานที่เดียวกัน ทันใดนั้น มีเสียงจากฟ้า   เหมือนเสียงลมพัดแรงกล้า ทุกคนที่อยู่ในบ้าน  ได้ยิน เขาเห็นเปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้นไฟ แยกไปลอยอยู่เหนือศีรษะของเขาแต่ละคน ทุกคนได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม พระพรพิเศษมีหลายประการ แต่มีพระจิตเจ้าองค์เดียว หน้าที่มีหลายอย่างต่างกัน แต่มีองค์พระเป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียว กิจการมีหลายอย่าง แต่มีพระเจ้าพระองค์เดียวผู้ทรงกระทำทุกอย่างในทุกคน พระจิตเจ้าทรงแสดงพระองค์ในแต่ละคนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม   พี่น้องที่เคารพรัก วันนี้เราทำการสมโภชพระจิตเจ้า พระคัมภีร์บอกแก่เราทุกคนว่า เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์แล้ว พระองค์ทรงส่งพระจิตของพระองค์ลงมายังเราทุกคน พระจิตบันดาลพระพรต่างๆแก่เรา เราแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราแต่ละคนมีความสามารถแตกต่างกัน บางคนมีความสามารถเป็นครู บางคนเป็นหมอ บางคนเป็นวิศวกร บางคนเป็นนักธุรกิจ บางคนเป็นแม่ค้า บางคนเป็นนักกีฬา  เรามนุษย์สามารถทำกิจการได้หลายอย่างต่างกัน เก่งต่างกัน แต่มีพระเป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียว  ที่ประทานพระคุณหรือพระพรของพระจิตเจ้า  ให้เรามีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม  เราจึงต้องใช้ความพยายามทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่   พระดำริ สติปัญญา ความคิดอ่าน ความรู้ กำลัง ความศรัทธา และความยำเกรงพระเจ้า คือ พระคุณทั้งเจ็ดประการที่เราทุกคนได้รับผ่านทางศีลกำลัง ทำให้เรามีพระพรและความสามารถแห่งการดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ ดำรงชีวิตอยู่ด้วยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โลกทุกวันนี้ ต้องการพระพร-พระหรรษทานของพระจิตเจ้า เพื่อเราทุกคนจะมีความคิดอ่าน-มีกำลัง-มีสติปัญญา เพื่อจะช่วยเหลือกันและกันและมุ่งหน้าไปในหนทางที่ถูกต้อง และพบความสุขที่เที่ยงแท้ถาวร

****       เชิญชวนพี่น้องอธิษฐานภาวนา เพื่อวอนขอพระเจ้า โปรดส่งพระจิต    ของพระองค์ลงมา   ยัง      โลก-มนุษยชาติทั้งมวล เพื่อเรามนุษย์จะมีสติปัญญา-มีความรู้และความคิดอ่าน ในการแก้ปัญหา-    ความวุ่นวายสับสนที่เกิดขึ้นในโลกอย่างถูกต้องเพื่อ      จะนำสันติภาพและสันติสุขมาสู่โลกเราอย่างแท้จริง

****       พระเยซูเจ้าตรัสว่า ปราศจากเรา ท่านไม่อาจทำสิ่งใดได้เลย โลกกำลังขาดความเชื่อและความไว้วางใจในพระเจ้า มนุษย์กำลังหลงในอำนาจและความคิดของตัวเองมากเกินไป คิดไปเองว่า ทำได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องพึ่งพระเจ้า   ขอพระจิตเจ้าเสด็จลงมาและทำให้มนุษย์มีความเชื่อศรัทธา มี      ความเคารพยำเกรงพระเจ้า  และก้าวเดินในหนทางของพระเจ้าเที่ยงแท้ถาวร-หนทางที่ถูกต้อง

ขอพระจิตเจ้าบันดาลให้โลกพ้นจากความมืดมนและโรคร้ายใดๆทั้งมวลด้วยเทอญ

                                                                       

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2021            

            “จงดูอดีตก่อนที่ท่านทั้งหลายจะเกิด ตั้งแต่วันที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ไว้บนแผ่นดิน จงตรวจตราจากปลายหนึ่งถึงอีกปลายหนึ่งของโลกว่า มีอะไรยิ่งใหญ่เท่านี้เกิดขึ้นหรือไม่ มีใครเคยได้ยินเรื่องใดที่เหมือนเรื่องนี้ เคยมีมนุษย์ใดบ้างที่ได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าที่ตรัสจากกองไฟ หรือเคยมีพระเจ้าองค์ใดบ้างที่ทรงกล้าเลือกชนชาติหนึ่งออกจากอีกชนชาติหนึ่ง ทรงใช้การทดลอง เครื่องหมายมหัศจรรย์ ปาฏิหาริย์และสงคราม ทรงใช้พระหัตถ์ทรงฤทธิ์ และพระอานุภาพยิ่งใหญ่เพื่อประชากรของพระองค์ พี่น้อง ทุกคนที่มีพระจิตของพระเป็นเจ้านำทาง – เป็นผู้นำ ย่อมเป็นบุตรของพระเจ้า ท่านทั้งหลายไม่ได้รับจิตของการเป็นทาส ซึ่งมีแต่ความหวาดกลัว แต่ได้รับจิตของการเป็นบุตร – บุตรของพระเจ้า – เป็นบุตรบุญธรรม เป็นทายาทของพระองค์ พี่น้องที่รักยิ่ง พระวาจาของพระเจ้านั้นเที่ยงตรง พระราชกิจของพระองค์น่าเชื่อถือ พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและความยุติธรรม ความรักมั่นคงขององค์พระเจ้าเปี่ยมล้นทั่วแผ่นดิน    การระบาดของไวรัสโควิดในโลกปัจจุบัน บอกอะไร – สอนอะไรแก่เรา เพียงไวรัสตัวเล็กๆ มนุษย์ก็ยากจะเอาชนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร หากมนุษย์ขาดการเชื่อฟัง – เชื่อมั่นในพระ ทุกสิ่งจะพินาศ พระเจ้าทรงอนุญาตให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้น ก็เพื่อสอนใจมนุษย์ ให้มนุษย์สุภาพ – ถ่อมตน และยอมเคารพนับถือพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ เพียงพระวาจาเดียวของพระเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็นอย่างที่พระองค์พอพระทัย พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่ง ทรงเฝ้าพิทักษ์ทุกสิ่ง และทรงปรารถนาให้ทุกสิ่งรอดพ้น และจะได้เสวยสุขกับพระองค์

ข้าแต่พระตรีเอกภาพ ขอทรงพระเมตตาต่อข้าพเจ้าทั้งหลายด้วยเทอญ

****       ดูเหมือนว่า การระบาดของไวรัสโควิดจะไม่รู้จักจบจักสิ้น ตราบใดที่มนุษยโลก ยังหลงในตัวเอง เมื่อใดที่มนุษย์ตาสว่าง – เห็นแจ้งจริงในพระเจ้า และยอมมอบทุกอย่างไว้กับพระเจ้า เมื่อนั้นพระองค์จะบันดาลความสุข แต่มิได้หมายความว่า             มนุษย์จะไม่ทำอะไร-อยู่เฉยๆ มนุษย์จะต้องยอมให้พระจิตของพระเจ้านำทาง และปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ เมื่อใดที่มนุษย์หันกลับมาเชื่อ – วางใจ และรัก    พระเจ้า และพยายามรัก – ช่วยเหลือ – เมตตาต่อกันและกันอย่างแท้จริง เมื่อนั้นแหละจะถึงเวลาแห่งการปลดปล่อยของพระเจ้า และมนุษย์จะกลับมามีชีวิตในความสุขอีกครั้งหนึ่งตามพระทัยของพระเจ้า

****       ช่วงเวลานี้ จึงเป็นช่วงเวลาของการพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ – เป็นลูกของพระเจ้า   เป็นประชากรของพระเจ้า เป็นช่วงเวลาที่เราจะต้องช่วยเหลือ – เห็นอกเห็นใจกัน     และกัน  หลายๆคนได้แสดงออกแล้ว ตู้ปันสุข – อาหารดับทุกข์ – ข้าวของแบ่งปัน  เงินทองช่วยเหลือ ฯลฯ  ขอพระเจ้าตอบแทนทุกๆท่านที่ได้กระทำแล้ว ให้ได้พบ ความสุขทั่วหน้ากันเทอญ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล                                                         

สารวัด ฉบับที่ 151332 วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 2021 สมโภชพระจิตเจ้า

November 30th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 20:19-23

ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่ เพราะกลัวชาวยิว พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามายืนอยู่ตรงกลาง ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้บรรดาศิษย์ดูพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกาย เมื่อเขาเหล่านั้นเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็มีความยินดี พระองค์ตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น”    ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลาย ตรัสว่า “จงรับพระจิตเจ้าเถิด ท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย ท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย

 

ข้อคิด

วันนี้สมโภชพระจิตเจ้า บทอ่านทั้งสามบทเกี่ยวกับกิจการของพระจิตเจ้า หนังสือกิจการอัครสาวกเล่าถึงเหตุการณ์ในวันเปนเตกอสเต ทุกคนได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม ส่วนจดหมายของนักบุญเปาโลกล่าวถึงลักษณะของพระจิตเจ้าที่มีองค์เดียว ทรงมอบพระพรพิเศษหลายอย่าง และพระจิตเจ้าทรงสำแดงองค์ในแต่ละคนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ในพระวรสาร พระเยซูเจ้าเสด็จมาพบบรรดาศิษย์ พระองค์ทรงเป่าลม ประทานพระจิตเจ้าให้กับพวกเขา ขอให้เราวอนขอพระจิตเจ้าอย่างสม่ำเสมอ พระองค์ทรงนำพระพรพิเศษหลายอย่างที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ เพราะหลายครั้ง มนุษย์มักมั่นใจในความสามารถของตนเอง จนลืมที่จะพึ่งพาพระจิตเจ้าผู้ทรงพระปรีชาญาณมากกว่า ทั้งด้านความรู้ และความดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวม                                                   

 

ผู้เยียวยา

มนุษย์ถูกสร้างมาในเอกภาพ

แต่เอกภาพก็ได้ถูกทำตกแตกด้วยความทระนงของมนุษย์

สวนเอเดนแห่งสัมพันธภาพได้ถูกทำลายด้วยมือมนุษย์

หอบาเบลแห่งความแตกแยกได้ถูกสร้างขึ้นทั่วผืนแผ่นดิน

รอยแตกร้าวของเอกภาพ ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ในทุกยุคสมัย

…สงคราม…ความรุนแรง…ความโกรธแค้น…กดขี่ข่มเหง

 

แต่…พระเจ้ายังไม่เคยหมดหวังกับมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างมา

ในทันทีที่เอกภาพตกแตก

พระองค์ทรงริเริ่มแผนการแห่งการเยียวยารักษา

พระบุตรได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อนำพามนุษย์ให้พบเจอพระอีกครั้ง

ทรงเทศน์สอนถึงอาณาจักรพระเจ้า

เพื่อ…นำพาเขา ออกตามหาชิ้นส่วนที่หายไป

…ทรงทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนชีพ

เพื่อเยียวยาเอกภาพที่แตกร้าว

และ เสด็จสู่สวรรค์

เพื่อประกาศก้องถึงโลกใบใหม่ที่สมบูรณ์ด้วยเอกภาพ

 

ในวันนี้…พระองค์ทรงประทานพระจิตเจ้าแก่สาวก และมนุษยชาติ

พระจิตเจ้า…ผู้ทรงเปลี่ยนบาเบลแห่งความแตกแยก

ให้กลับเป็นเอเดนแห่งสัมพันธภาพ

…ภาษาแห่งความแตกเยกจะตายจาก

…ภาษาแห่งความรักหนึ่งเดียวจะเกิดมา

โลกจะเข้าใจกันด้วยภาษาหนึ่งเดียว

พระจิตเจ้า…อำนาจแห่งการให้อภัย

…จงรับพระจิตเจ้าเถิด ท่านทั้งหลายให้อภัยบาปของผู้ใด

บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย

พระองค์ทรงนำการกลับคืนดีมาสู่มนุษยชาติ

….การกลับคืนดีระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า…มนุษย์กับมนุษย์

…มนุษย์กับสากลจักรวาล และระหว่างมนุษย์กับตนเอง

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2021

สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์

          “สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ”

เป็นคำกล่าวที่น่าคิดและเหมาะสมที่จะเตือนใจเราทุกคนได้เป็นอย่างดี หลายครั้งที่เราสงสัย – ไม่แน่ใจ และไม่ทราบอย่างแน่นอนว่า สวรรค์หรือนรกอยู่ที่ใด บนฟ้าก็ไม่มีสวรรค์ นรกก็ไม่ได้อยู่ใต้พิภพ แล้วสวรรค์และนรกอยู่ที่ใด?!?    วันนี้ พระศาสนจักรเชิญชวนให้เราคิดถึงสวรรค์ – สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ หนังสือกิจการอัครสาวกในบทอ่านแรก และพระวรสารนักบุญมาระโก เขียนบรรยายไว้อย่างชัดเจน….

“พระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ต่อหน้าเขาทั้งหลาย….. พระเจ้าพระบิดาทรงรับพระองค์ขึ้นสู่สวรรค์ ประทับเบื้องขวาของพระองค์ แล้วบรรดาศิษย์ก็แยกย้ายกันออกไปเทศนาสั่งสอนทั่วทุกแห่งหน…..”

พี่น้องครับ พระเยซูเจ้าเสด็จไปสวรรค์แล้ว พระองค์เสด็จไปสวรรค์เพื่อเตรียมที่สำหรับเรา – สำหรับเราทุกคนที่เชื่อและปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์ ผู้ใดเชื่อและปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์เสมอทุกวันเวลา ย่อมจะสุขใจ เสมือนหนึ่งมีสวรรค์อยู่ในอก เมื่อผู้นั้นดำรงชีวิตรักพระและรักเพื่อนพี่น้องทุกๆ วันเวลา เขาผู้นั้นจะมีแต่ความสุขใจและเป็นสุข ดั่งได้ขึ้นสวรรค์ทั้งเป็น แต่หากผู้ใดไม่เชื่อและไม่ได้ปฏิบัติบทบัญญัติ 10 ประการ ไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อรักพระเจ้า และรัก – ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ตรงข้าม เขาเกลียดพระ – เกลียดเพื่อนมนุษย์ – อิจฉา – โมโห – ทำร้าย – ใส่ความ – รังแก ทำบาป ก็เท่ากับว่า เขากำลังตกนรกทั้งเป็น นรกในใจในชีวิตตลอดเวลา

ข้าแต่พระเจ้า โปรดให้ลูกดำเนินชีวิตในหนทางสู่สวรรค์ด้วยเทอญ

****       วันเวลาผ่านไปเกือบ 2 ปีแล้ว   การระบาดของไวรัสโควิดยังคงระบาด และระบาดไป ทั่วทุกหนแห่ง เราทุกคนต้องมองดู – ใคร่ครวญ – ตระหนักถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทุกอย่าง  บอกอะไรแก่เรา  เราต้องดำเนินชีวิตอย่างไร    เพื่อจะมีสวรรค์อยู่ในอก  ไม่ให้มีนรกอยู่  ในใจเราทุกคนอยากไปสวรรค์แล้ว  เราจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไร เพื่อจะไปสวรรค์ บ้านแท้ของเราให้ได้ ผู้ที่เชื่อ–ศรัทธา และปฏิบัติตามบทบัญญัติรักของพระเจ้า จะได้ไปสวรรค์

****       ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนอนิจจัง สุขภาพที่ดีจะทำให้เราอยู่ในโลกได้อย่างปลอดภัย ขอพี่น้องทุกท่านรักษาสุขภาพนะครับ ขอขอบพระคุณสำหรับความมีน้ำใจดี ของพี่น้องที่มีต่อพ่อและต่อกันและกันนั่นแหละ สวรรค์อยู่ในอกของเราอย่างแท้จริง

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2021 

เมื่อวันเปนเตกอสเตมาถึง บรรดาศิษย์ทุกคน มาชุมนุมในสถานที่เดียวกัน ทันใดนั้น มีเสียงจากฟ้า   เหมือนเสียงลมพัดแรงกล้า ทุกคนที่อยู่ในบ้านได้ยิน เขาเห็นเปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้นไฟ แยกไปลอยอยู่เหนือศีรษะของเขาแต่ละคน ทุกคนได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม  พระพรพิเศษมีหลายประการ แต่มีพระจิตเจ้าองค์เดียว หน้าที่มีหลายอย่างต่างกัน แต่มีองค์พระเป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียว กิจการมีหลายอย่าง แต่มีพระเจ้าพระองค์เดียวผู้ทรงกระทำทุกอย่างในทุกคน พระจิตเจ้าทรงแสดงพระองค์ในแต่ละคนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พี่น้องที่เคารพรัก วันนี้เราทำการสมโภชพระจิตเจ้า พระคัมภีร์บอกแก่เราทุกคนว่า เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์แล้ว พระองค์ทรงส่งพระจิตของพระองค์ลงมายังเราทุกคน พระจิตบันดาลพระพรต่างๆแก่เรา เราแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราแต่ละคนมีความสามารถแตกต่างกัน บางคนมีความสามารถเป็นครู บางคนเป็นหมอ บางคนเป็นวิศวกร บางคนเป็นนักธุรกิจ บางคนเป็นแม่ค้า บางคนเป็นนักกีฬา  เรามนุษย์สามารถทำกิจการได้หลายอย่างต่างกัน เก่งต่างกัน แต่มีพระเป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียว  ที่ประทานพระคุณหรือพระพรของพระจิตเจ้า  ให้เรามีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม  เราจึงต้องใช้ความพยายามทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่   พระดำริ สติปัญญา ความคิดอ่าน ความรู้ กำลัง ความศรัทธา และความยำเกรงพระเจ้า คือ พระคุณทั้งเจ็ดประการที่เราทุกคนได้รับผ่านทางศีลกำลัง ทำให้เรามีพระพรและความสามารถแห่งการดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ ดำรงชีวิตอยู่ด้วยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน     โลกทุกวันนี้ ต้องการพระพร-พระหรรษทานของพระจิตเจ้า เพื่อเราทุกคนจะมีความคิดอ่าน-มีกำลัง-มีสติปัญญา เพื่อจะช่วยเหลือกันและกันและมุ่งหน้าไปในหนทางที่ถูกต้อง และพบความสุขที่เที่ยงแท้ถาวร

****     เชิญชวนพี่น้องอธิษฐานภาวนา เพื่อวอนขอพระเจ้า โปรดส่งพระจิตของพระองค์ลงมายังโลก-มนุษยชาติทั้งมวล เพื่อเรามนุษย์จะมีสติปัญญา-มีความรู้และ     ความคิดอ่าน ในการแก้ปัญหา-ความวุ่นวายสับสนที่เกิดขึ้นในโลกอย่างถูกต้องเพื่อ   จะนำสันติภาพและสันติสุขมาสู่โลกเราอย่างแท้จริง

****      พระเยซูเจ้าตรัสว่า ปราศจากเรา ท่านไม่อาจทำสิ่งใดได้เลย โลกกำลังขาด  ความเชื่อ และความไว้วางใจในพระเจ้า มนุษย์กำลังหลงในอำนาจและความคิดของตัวเองมาก      เกินไป คิดไปเองว่า ทำได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องพึ่งพระเจ้า   ขอพระจิตเจ้าเสด็จลงมาและทำให้มนุษย์มีความเชื่อศรัทธา มีความเคารพยำเกรงพระเจ้า และก้าวเดินในหน  ทางของพระเจ้าเที่ยงแท้ถาวร-หนทางที่ถูกต้อง  ขอพระจิตเจ้าบันดาลให้โลกพ้นจากความมืดมนและโรคร้ายใดๆทั้งมวลด้วยเทอญ

                                                           

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล