สารวัด ฉบับที่ 151286 วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 2020 สมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล อัครสาวก

September 13th, 2021

                           บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

                                              มธ 16:13-19

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงเขตเมืองซีซารียาแห่งฟิลิปและตรัสถามบรรดาศิษย์ว่า “คนทั้งหลายกล่าวว่าบุตรแห่งมนุษย์เป็นใคร” เขาทูลตอบว่า “บ้างกล่าวว่าเป็นยอห์นผู้ทำพิธีล้าง บ้างกล่าวว่าเป็นประกาศกเอลียาห์ บ้างกล่าวว่าเป็นประกาศกเยเรมีย์หรือประกาศกองค์ใดองค์หนึ่ง”

พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ท่านล่ะคิดว่าเราเป็นใคร” ซีโมนเปโตรทูลตอบว่า “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ซีโมนบุตรของยอห์น ท่านเป็นสุขเพราะไม่ใช่มนุษย์ที่เปิดเผยให้ท่านรู้ แต่พระบิดาเจ้าของเราผู้สถิตในสวรรค์ทรงเปิดเผย เราบอกท่านว่า ท่านเป็นศิลาและบนศิลานี้เราจะสร้างพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้ เราจะมอบกุญแจอาณาจักรสวรรค์ให้ ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย

                               ข้อคิด

พระเจ้าต้องการจิตใจที่ซื่อๆ รักพระองค์แบบไม่มีเงื่อนไข เปโตรเกิดความรักในพระอาจารย์อย่างลึกซึ้ง เมื่อพระเยซูเจ้ามองข้ามจุดบกพร่องของเขา ที่เป็นเพียงคนหาปลาเลี้ยงชีพไปวันๆ และนอกนั้นคำสอนของพระองค์ทำให้เปโตรมั่นใจว่าเขาได้พบผู้ที่เขาแสวงหาแล้ว ส่วนนักบุญเปาโล ผู้มีภูมิหลังต่างจากนักบุญเปโตรมาก เขามีการศึกษา เขามีฐานะทางสังคม คนเช่นนี้จะเปลี่ยนใจได้จำเป็นต้องมีประสบการณ์ตรงกับพระองค์ พระเยซูเจ้าจึงประจักษ์แก่เขาและสอนความจริงในระดับสูงให้เขา สรุปแล้ว ทั้งนักบุญเปโตรและเปาโลได้กลายเป็นศิษย์เอกของพระเยซูเจ้า ก็เพราะพระวาจานั่นเอง.

ลุกขึ้น

ในค่ำคืนเดือนมืด….ที่พระอาจารย์พรากจาก

เปโตรก้าวเดินไปบนความหวาดกลัว

และได้ปฏิเสธพระองค์สามครั้ง

ในยามเที่ยงวัน…ที่ผืนแผ่นดินร้อนระอุ

เปาโลขี่ม้า ออกตามหาผู้ห้อยแขวนนามพระเยซู

และได้เข่นฆ่าทุกคนที่พบเจอ…ซ้ำแล้วซ้ำอีก

วันเวลาผ่านไป

ผู้ปฏิเสธหวนคืน…กลับเป็นศิลาและผู้นำคนของพระคริสตเจ้า

ผู้เข่นฆ่าตกม้า…ดวงตามืดบอด

วกกลับ…กลายเป็นผู้นำข่าวดี

ข้ามพรมแดนยูเดียและมาเรีย พาออกสู่โลกกว้าง

 

เขาทั้งสองได้ล้มลง

แต่…ได้ลุกขึ้น และก้าวเดินบนหนทางใหม่

แม้พบเจอกองทัพบ้าเลือดของเนโร…จักรพรรดิ

หัวใจยังคงไม่หวั่นไหว สองเท้ายังไม่ล่าถอย

แม้ความทุกข์ยากและหลุมศพนอนรออยู่เบื้องหน้า

ความรักและภักดียังเข้มข้น…นำพาให้ก้าวเดิน

ไม่มีสิ่งใด…แม้ความตาย อาจหยุดหัวใจสองดวงนี้

ประวัติศาสตร์ของชีวิตพัดผ่านไป

…ไม่ว่าจะเป็นสีขาวหรือสีดำ

ไม่อาจเป็นอุปสรรคต่อการหวนคืน

และก้าวไปในทางสายใหม่

ไม่อาจขวางกั้นหัวใจให้หยุดรัก

และมอบให้ทั้งหมด…แม้ชีวิต

 

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

     “ผู้ใดที่ให้น้ำเย็น แม้เพียงหนึ่งแก้ว แก่คนใดคนหนึ่งที่ยากเข็ญธรรมดาๆ เพราะเขาเป็นเพื่อนมนุษย์ เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้นั้นจะได้รับบำเหน็จรางวัลอย่างแน่นอน”   (มัทธิว 10:37-42)                                                        พี่น้องที่เคารพรัก พระเยซู พระบุตรของพระเป็นเจ้าเสด็จมาในโลกนี้ ทรงกระทำแต่ความดี ทรงรักษาคนเจ็บป่วย ทรงช่วยเหลือทุกคนที่ต้องการความช่วย เหลือ พระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อเป็นพยานความรักที่พระบิดาทรงมีต่อเรามนุษย์ทุกคน ทรงสอนให้เรารัก…รักตามแบบอย่างของพระองค์ น้ำเย็นเพียงแก้วเดียวที่เราให้ผู้อื่นเพราะความรัก พระเจ้าจะทรงตอบแทนความมีน้ำใจดีต่อเรา และมากยิ่งกว่านั้น พระเยซูเจ้ายังตรัสอีกว่า ถ้าเราตายพร้อมกับพระคริสตเจ้า เราจะมีชีวิตพร้อมกับพระองค์ หมายความว่า แม้เราจะลำบากยากเข็ญสักเพียงใด ถ้าเรายังมีน้ำใจกับผู้อื่น  พระเจ้าจะไม่มีวันทอดทิ้งเรา      เกหะซีได้ต้อนรับเอลีชา ประกาศกของพระเจ้า พระเจ้าทรงตอบแทนเขาให้เขาและภรรยาไม่ต้องขายหน้าผู้คนอีกต่อไป ให้เขาและเธอได้มีบุตรชายตามที่ปรารถนา  พี่น้องครับ ด้วยเหตุนี้  เราจึงต้องรักพระเจ้าสุดหัวใจของเรา รักพระองค์มากกว่าใครทั้งมวลในโลกนี้ พระองค์ไม่ได้ให้เราเกลียดพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง แต่เพราะเรารักพระองค์ เราจึงต้องรักผู้อื่นทุกคน ทำดีต่อทุกๆคน แม้แต่ศัตรูของเรา พูดง่ายแต่ทำยากนะครับ แต่มันไม่ยากจนเกินไป พี่น้องครับ เริ่มจากเรารักพระเจ้าก่อน และถ้าเรารักพระจริงๆ เราจะรักผู้อื่นได้อย่างอัตโนมัติ แต่ถ้าเรายังไม่ได้รักพระเจ้าอย่างจริงใจ เราก็จะไม่รักผู้อื่นนั่นเอง

***ประเทศไทยของเรา ปลอดจากผู้ติดเชื้อโควิด 19 มามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว พวกเราคงได้กลับมาเจริญชีวิตแบบปกติอีกครั้งหนึ่ง แต่คงต้องเป็นแบบนิวนอร์มัล=ชีวิตวิถีใหม่ หรือ วิถีชีวิตใหม่ เป็นชีวิตตามแบบที่พระองค์ทรงสอนเราตามพระวาจาที่เราได้ฟังในวันนี้ กลับมาสวดภาวนา+ไปวัด+ใกล้ชิดพระ+รักพระให้มากๆ ชีวิตของเราจะพบความสงบและความสุขมากขึ้นอย่างแน่นอน

***เราจะเริ่มต้นทุกอย่างสู่ความเป็นปกติ ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมนี้นะครับ ยกเว้นมิสซาผู้สูงอายุ 1 สิงหาคมนะครับ พี่น้องสามารถมาร่วมมิสซาประจำวันได้เหมือนเดิม พลมารีมาประชุมได้ทุกวันอาทิตย์ แล้วจะประชุมสภาภิบาลในไม่ช้านี้นะครับ

***ขอบพระคุณพี่น้องทุกๆ ท่านอีกครั้ง สำหรับทุกสิ่งที่พี่น้องทำเพื่อวัดของเรา บางคนได้ซื้อต้นไม้มาถวายวัด บางคนนำข้าวของไปถวายวัด+ให้พ่อ บางท่านช่วย ทำสิ่งต่างๆให้กับวัด ขอพระเจ้าอำนวยพระพรและตอบแทนท่านทุกคนเทอญ.

 

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

           สมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล อัครสาวก           วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฏาคม 2020                                  

นักบุญเปโตร  กล่าวว่า    “พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าจะไปหาใครผู้ใดเล่า     พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพเจ้า

นักบุญเปาโล ก็กล่าวว่า “จากนี้ไป ชีวิตของข้าพเจ้าก็มิใช่ของข้าพเจ้า  แต่เป็นของพระองค์ผู้ทรงดำรงชีวิตในข้าพเจ้า    ชีวิตของข้าพเจ้ากำลังถูกถวายเป็นเครื่องบูชา ข้าพเจ้าต่อสู้มาอย่างดี วิ่งมาถึงเส้นชัยและได้รักษาความเชื่อไว้อย่างดีในพระองค์  แม้ข้าพเจ้าจะต้องจากไป ข้าพเจ้าก็มีชีวิตอยู่กับพระองค์”               พี่น้องที่รักยิ่ง วันนี้พระศาสนจักรให้เราทำการสมโภชท่านนักบุญ เปโตรและท่านนักบุญเปาโล แม้ท่านทั้งสองจะแตกต่างกัน แต่ก็มีหลายอย่างที่เหมือนกัน เปโตรเคยปฏิเสธพระเยซูเจ้าถึงสามครั้งว่าไม่รู้จักพระองค์ เปาโลเคยเบียดเบียนบรรดาคริสตชนที่เชื่อในพระองค์ แต่ท่านทั้งสองได้เสียใจที่ทำเช่นนั้น ได้เปลี่ยนชีวิตทั้งหมดของตนเอง และอุทิศชีวิตทั้งหมดเพื่อองค์พระเยซูคริสตเจ้า

พี่น้องครับ เราทุกคนเป็นคนบาป และเคยปฎิเสธพระองค์จนนับครั้งไม่ถ้วน เราจะต้องกลับใจเหมือนกับท่านทั้งสองเช่นกัน และหันกลับมาดำเนินชีวิตใหม่  New Normal  มีวิถีชีวิตใหม่กับพระคริสตเจ้า เป็นชีวิตที่ไม่ใช่ของเราเอง แต่เป็นชีวิตเพื่อพระคริสตเจ้า เพราะพระองค์คือพระเจ้าเที่ยงแท้ของเรา พระเจ้าต้องการจิตใจที่ซื่อๆ ของเรา…ที่รักพระองค์แบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ จะได้ไหมครับพี่น้อง ?!?         

***            พวกเรากำลังกลับมาดำเนินชีวิตแบบปกติ แต่จะต้องเปลี่ยน ไปเป็นแบบ  New Normal  วิถีชีวิตใหม่ โลกและสังคมคงต้องเปลี่ยนไปบ้าง แม้จะเป็นโลกใบเดิม แต่ชีวิตของพวกเราจะต้องปฏิบัติแบบใหม่ๆ บ้างนะครับพี่น้อง ชีวิตที่อาจจะเกียจคร้าน หรือเย็นชาในการสวดภาวนา-การไปวัด ชีวิตที่ขาดความเชื่อ-ความศรัทธา คงจะต้องเปลี่ยนเป็นแบบนักบุณเปโตรและนักบุญเปาโลที่เราฉลองในวันนี้นะครับ แต่มิใช่เปลี่ยนด้วยคำพูดแต่ต้องเปลี่ยนด้วยกิจการการกระทำของเรานะครับ

***      คงต้องขอบพระคุณพี่น้องหลายๆท่านเช่นเคย หลายท่านได้เสียสละซื้อต้นไม้สวยงามนำมาเพื่อจัดถวายเกียรติแด่พระเจ้า ซึ่งก็เป็นการเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่อย่างหนึ่ง นำสิ่งที่สวยงามในธรรมชาติมามอบแด่พระเจ้า มิได้มามือเปล่า  ขอบพระคุณมากๆครับ ทำให้วัดมีสีสรรมากขึ้น และพ่อเชื่อว่า สิ่งนี้มันออกมาจากหัวใจที่รักพระอย่างแท้จริง ขอเชิญชวนทุกท่านนะครับ  ขอบพระคุณอีกครั้งครับ.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151285 วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

September 13th, 2021

         บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

          มธ 10:37-42

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกว่า               “ผู้ที่รักบิดามารดามากกว่ารักเรา ก็ไม่คู่ควรกับเรา ผู้ที่รักบุตรชายหญิงมากกว่ารักเรา ก็ไม่คู่ควรกับเรา ผู้ใดไม่รับเอาไม้กางเขนของตนแบกตามเรา ผู้นั้นก็ไม่คู่ควรกับเรา”    “ผู้ที่หวงชีวิตของตนไว้ ก็จะสูญเสียชีวิตนั้น แต่ผู้ที่ยอมเสียชีวิตของตนเพราะเห็นแก่เรา จะพบชีวิตนั้นอีก”              “ผู้ที่ต้อนรับท่านทั้งหลาย ก็ต้อนรับเรา ผู้ที่ต้อนรับเรา ก็ต้อนรับพระองค์ผู้ทรงส่งเรามา”     “ผู้ที่ต้อนรับประกาศก เพราะเราเป็นประกาศก จะได้รับบำเหน็จรางวัลของประกาศก ผู้ที่ต้อนรับผู้ชอบธรรม เพราะเขาเป็นผู้ชอบธรรม จะได้รับบำเหน็จรางวัลของผู้ชอบธรรม”  “ผู้ใดที่ให้น้ำเย็นแม้เพียงหนึ่งแก้วแก่คนใดคนหนึ่งในบรรดาคนธรรมดาๆ เหล่านี้ เพราะเขาเป็นศิษย์ของเรา เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้นั้นจะได้รับบำเหน็จรางวัลอย่างแน่นอน”

                                ข้อคิด การต้อนรับผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า คือการต้อนรับพระพรของพระเจ้าเข้ามาในชีวิต การต้อนรับผู้ยากจนขัดสนคือการได้ต้อนรับองค์พระเจ้าเอง แต่การต้อนรับพระเจ้าให้พระเจ้ามาดำเนินชีวิตในตัวเราเป็นกระแสเรียกที่เด็ดขาด จับคันไถแล้วไม่เหลียวหลังกลับ การเลือกเอาพระเจ้าเป็นอันดับหนึ่งในชีวิต ไม่สามารถประนีประนอมแบ่งรับแบ่งสู้กับบาปและทรัพย์สมบัติฝ่ายโลกได้อีกต่อไป พระเยซูเจ้าไม่ได้สอนให้เราเกลียดชังพ่อแม่ แต่ถ้าเราจะติดตามพระเยซูเจ้า จงตั้งใจเด็ดเดี่ยวแบกกางเขนของตน แล้วที่เหลือพระเจ้าจะทรงเลี้ยงดูพ่อแม่ในแบบที่เราต้องวางใจในพระองค์ พูดง่ายๆ เราไม่อาจเอาข้ออ้างใดๆ มาเอ่ยเพื่อจะเลิกแบกไม้กางเขนของตนแล้วติดตามพระเยซูไป เพราะเป็นการประกาศว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นอันดับหนึ่งในชีวิตของเรา เป็นพระเจ้าที่ทรงดูแลความกังวลส่วนที่เหลือในชีวิตของเราได้.

 

หนทาง

แม้กางเขนและความตายจะเป็นชะตากรรมที่ยืนรออยู่ ณปลายทาง

แต่…ทรงก้าวเดินมุ่งสู่ปลายทางนั้น

ด้วยอิสรภาพ และการตัดสินใจเลือกที่ยิ่งใหญ่

…ขอให้พระประสงค์ของพระองค์จงสำเร็จไป

ในแผ่นดิน เหมือนในสวรรค์

พระบิดาทรงประทับยืนอยู่ ณ บันไดขั้นสูงสุดแห่งชีวิต

มิอาจมีสิ่งใดทดแทน…แม้เพียงขอส่วนแบ่ง

 

ทรงมองศิษย์ด้วยความรักและเข้าใจ

…เรียกเขาให้ก้าวเดินบนเส้นทางเดียวกัน

ยอมปล่อยวางทุกสิ่ง…แม้ชีวิต ไว้เบื้องหลัง

ก้าวไปบนเส้นทางความรักต่อพระบิดา และทุกผู้คนที่พบเจอ

แม้วันนั้นคำชื่นชมจะขาดหาย

และคำด่าว่าจะแทนที่

แม้วันนั้นที่การต้อนรับจะจากลา

และการปฏิเสธเข้าทักทาย

เขายังคงได้ยินเสียงเรียกเชิญให้ก้าวไปบนหนทางรัก

…มอบน้ำเย็นแห่งความสุขใจ

แม้จะไม่พบเจอสิ่งใดตอบแทน

 

 ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

 

สมโภชพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า  วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2020

ท่านทั้งหลายที่เหน็ดเหนื่อย และแบกภาระหนัก จงมาพบเราเถิด เราจะให้ท่านได้พักผ่อน หายเหนื่อยและเป็นสุข จงรับเอาแอกของเราแบกไว้ และมาเป็นศิษย์ของเรา….. เพราะเรานี้มีใจสุภาพและถ่อมตน จิตใจของท่านจะได้รับการพัก ผ่อน เพราะว่าแอกของเราอ่อนนุ่มและภาระที่เราให้ท่านแบกก็เบา (มธ 11:28-30)        พี่น้องที่รัก เพียงคำพูดประโยคนี้เท่านั้น หากเราเข้าหาดวงพระทัยของพระองค์ด้วยความรักแท้ต่อพระองค์ เราจะพบความบรรเทาและความสุขอย่างแน่นอน พระองค์มิเคยหลอกลวงผู้ใด พระองค์ คือ หนทาง ความจริง และชีวิต ผู้ใดเดินตามทางของพระองค์ ผู้ใดเชื่อในพระองค์อย่างสนิทใจ และผู้ใดมีชีวิตชิดสนิทกับพระองค์ เป็นหลักประกันได้ว่า ผู้นั้นจะพบความสุขในพระองค์     เชิญพี่น้องมาร่วมสมโภชดวงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า และเมื่อเราฉลองดวงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า พระศาสนจักรก็ให้เราฉลองดวงหทัยของพระนางมารีอา แม่ของพระองค์ด้วย พระเยซูเจ้ารักมนุษย์ฉันใด ดวงใจของผู้เป็นแม่ก็เป็นห่วงและรักมนุษย์ทุกคนฉันนั้น ไม่ต้องสงสัยเลย ธรรมชาติของผู้เป็นแม่ยังรักลูกของตัวเอง แล้วพระนางมารีอา ผู้ทรงเป็นแม่ของพระเจ้า เป็นแม่ผู้ประเสริฐสุด จะไม่รักเรามนุษย์…..???? ให้เราพร้อมเพรียงกันสรรเสริญ นมัสการ ดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าและดวงพระทัยของพระแม่มารีอาอย่างจริงใจกันเถิด

***ขอบพระคุณพี่น้องเป็นอย่างมาก พ่อได้ประกาศเชิญชวนพี่น้องให้ซื้อต้นไม้ และนำมาถวายหน้าพระแท่นบูชา พี่น้องก็ตอบสนองและมีน้ำใจดี ซื้อและนำมาถวาย พ่อได้ให้ป้าตุ่มนำมาจัดถวายในวันอาทิตย์นี้แล้ว จะพยายามดูแลรดน้ำ และนำกลับมาถวายอีก ถ้าพี่น้องท่านอื่นเห็นและนำมาอีก อาจจะเป็นไม้ดอกสีต่างๆ วัดของเราก็จะมีสีสรรมากยิ่งขึ้นนะครับ ขอพระเจ้าตอบแทนท่านเทอญ

***เนื่องจากทางวัดมีโทรศัพท์บ้านของ TOT เบอร์ (02) 992-1363 และ  แฟกซ์ (02) 992-1365 ดูเหมือนว่า ปัจจุบัน ติดบ้างไม่ติดบ้าง ทางวัดได้ติดตั้ง Net บ้านของ TRUE เขามีเบอร์โทรฯแถมให้ 1 เบอร์ ดังนั้น พี่น้องสามารถโทรมาที่วัดได้อีกทางหนึ่งนะครับ จะฝากไว้ที่ป้าตุ่มหรือป้าเล็กครับ เบอร์ : (095) 782-5939 แจ้งให้ทราบทั่วกันครับ

***ขอขอบคุณป้าสายทอง ช่วยส่งคนงานมาช่วยตัดหญ้าบริเวณที่จอดรถ ขอขอบคุณซ้อชุติมาส่งคนงานมาติดตั้งไฟส่องสว่าง และแก้ไขไฟฟ้าที่ขัดข้อง ขอขอบ คุณ คุณศิริพรสำหรับสารวัดและใบประกาศต่างๆ ขอขอบคุณพี่น้องทุกๆท่าน ที่มีน้ำใจดีกับทางวัดเสมอๆ สภาภิบาลวัดฯ เยาวชน และทุกๆท่านเลยครับ.

 

ดวงพระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า ทรงเมตตาเราเทอญ

ดวงพระทัยอันนิรมลยิ่งของพระแม่มารีย์ ภาวนาเพื่อเราเทอญ                                                                                                               

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา  วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2020                 

“ผู้ใดที่ให้น้ำเย็น แม้เพียงหนึ่งแก้ว แก่คนใดคนหนึ่งที่ยากเข็ญธรรมดาๆ เพราะเขาเป็นเพื่อนมนุษย์ เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้นั้นจะได้รับบำเหน็จรางวัลอย่างแน่นอน”   (มัทธิว 10:37-42)            พี่น้องที่เคารพรัก พระเยซู พระบุตรของพระเป็นเจ้าเสด็จมาในโลกนี้ ทรงกระทำแต่ความดี ทรงรักษาคนเจ็บป่วย ทรงช่วยเหลือทุกคนที่ต้องการความช่วย เหลือ พระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อเป็นพยานความรักที่พระบิดาทรงมีต่อเรามนุษย์ทุกคน ทรงสอนให้เรารัก…รักตามแบบอย่างของพระองค์ น้ำเย็นเพียงแก้วเดียวที่เราให้ผู้อื่นเพราะความรัก พระเจ้าจะทรงตอบแทนความมีน้ำใจดีต่อเรา และมากยิ่งกว่านั้น พระเยซูเจ้ายังตรัสอีกว่า ถ้าเราตายพร้อมกับพระคริสตเจ้า เราจะมีชีวิตพร้อมกับพระองค์ หมายความว่า แม้เราจะลำบากยากเข็ญสักเพียงใด ถ้าเรายังมีน้ำใจกับผู้อื่น  พระเจ้าจะไม่มีวันทอดทิ้งเรา      เกหะซีได้ต้อนรับเอลีชา ประกาศกของพระเจ้า พระเจ้าทรงตอบแทนเขาให้เขาและภรรยาไม่ต้องขายหน้าผู้คนอีกต่อไป ให้เขาและเธอได้มีบุตรชายตามที่ปรารถนา                                                                                                                  พี่น้องครับ ด้วยเหตุนี้  เราจึงต้องรักพระเจ้าสุดหัวใจของเรา รักพระองค์มากกว่าใครทั้งมวลในโลกนี้ พระองค์ไม่ได้ให้เราเกลียดพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง แต่เพราะเรารักพระองค์ เราจึงต้องรักผู้อื่นทุกคน ทำดีต่อทุกๆคน แม้แต่ศัตรูของเรา พูดง่ายแต่ทำยากนะครับ แต่มันไม่ยากจนเกินไป พี่น้องครับ เริ่มจากเรารักพระเจ้าก่อน และถ้าเรารักพระจริงๆ เราจะรักผู้อื่นได้อย่างอัตโนมัติ แต่ถ้าเรายังไม่ได้รักพระเจ้าอย่างจริงใจ เราก็จะไม่รักผู้อื่นนั่นเอง

***ประเทศไทยของเรา ปลอดจากผู้ติดเชื้อโควิด 19 มามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว พวกเราคงได้กลับมาเจริญชีวิตแบบปกติอีกครั้งหนึ่ง แต่คงต้องเป็นแบบนิวนอร์มัล=ชีวิตวิถีใหม่ หรือ วิถีชีวิตใหม่ เป็นชีวิตตามแบบที่พระองค์ทรงสอนเราตามพระวาจาที่เราได้ฟังในวันนี้ กลับมาสวดภาวนา+ไปวัด+ใกล้ชิดพระ+รักพระให้มากๆ ชีวิตของเราจะพบความสงบและความสุขมากขึ้นอย่างแน่นอน

***เราจะเริ่มต้นทุกอย่างสู่ความเป็นปกติ ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมนี้นะครับ ยกเว้นมิสซาผู้สูงอายุ 1 สิงหาคมนะครับ พี่น้องสามารถมาร่วมมิสซาประจำวันได้เหมือนเดิม พลมารีมาประชุมได้ทุกวันอาทิตย์ แล้วจะประชุมสภาภิบาลในไม่ช้านี้นะครับ

***ขอบพระคุณพี่น้องทุกๆ ท่านอีกครั้ง สำหรับทุกสิ่งที่พี่น้องทำเพื่อวัดของเรา บางคนได้ซื้อต้นไม้มาถวายวัด บางคนนำข้าวของไปถวายวัด+ให้พ่อ บางท่านช่วย ทำสิ่งต่างๆให้กับวัด ขอพระเจ้าอำนวยพระพรและตอบแทนท่านทุกคนเทอญ.

 

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151284 วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

September 13th, 2021

                     บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

                   มธ 10:26-33

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกว่า    “อย่ากลัวมนุษย์เลย ไม่มีสิ่งใดที่ปิดปังไว้ จะไม่ถูกเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้น จะไม่มีใครรู้ สิ่งที่เราบอกท่านในที่มืด ท่านจงกล่าวออกมาในที่สว่าง สิ่งที่ท่านได้ยินกระซิบที่หู จงประกาศบนดาดฟ้าหลังคาเรือน     อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย แต่ไม่อาจฆ่าวิญญาณได้ จงกลัวผู้ที่ทำลายทั้งกายและวิญญาณให้พินาศไปในนรก นกกระจอกสองตัว เขาขายกันเพียงหนึ่งบาทมิใช่หรือ ถึงกระนั้น ก็ไม่มีนกสักตัวเดียวที่ตกถึงพื้นดิน โดยที่พระบิดาของท่านไม่เห็นชอบ ผมทุกเส้นบนศีรษะของท่านถูกนับไว้หมดแล้ว ดังนั้นอย่ากลัวเลย ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก    ทุกคนที่ยอมรับเราต่อหน้ามนุษย์ เราจะยอมรับผู้นั้นเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ และผู้ที่ไม่ยอมรับเราต่อหน้ามนุษย์ เราก็จะไม่รับผู้นั้นเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ด้วย”

 

                       ข้อคิด         การเบียดเบียนผู้ที่เชื่อในพระเยซูเจ้ายังคงมีอยู่ในโลกปัจจุบัน นั่นย่อมแสดงว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ เพราะถ้าพระเยซูเจ้าไม่ใช่พระเจ้าที่ทรงทำให้ทุกคนเข้ามาหาพระองค์ ได้รับความรอดพ้นและได้รับความช่วยเหลือในเครื่องหมายมหัศจรรย์ ผู้เบียดเบียนเหล่านั้นจะมาสนใจพระองค์ทำไม? เพราะเขารู้ว่าคริสตชนและผู้ที่เชื่อถึงพระเยซูเจ้าจะทำให้เขาเป็นตัวตลกที่ไม่เชื่อในพระเจ้า  แต่พระเยซูเจ้าทรงยืนยันกับเราในพระวรสารวันนี้ว่า พระองค์ทรงรับรองการต่อสู้ทนต่อการเบียดเบียนของเราว่าเป็นของมีค่า ทุกกิจการที่เรายืนยันความเชื่อต่อหน้าสังคมมีค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า เมื่อเรามีค่าสำหรับพระเจ้า พระองค์ย่อมทรงปกป้องเราตั้งแต่ในโลกนี้จนถึงเมืองสวรรค์ บทอ่านทั้งสามบทสะท้อนเรื่องการเบียดเบียนและการสู้ทนเพราะเป็นของมีค่าเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ส่งผลให้เราได้ไปสวรรค์และรับความช่วยเหลือแม้ในโลกนี้.

 

พระเจ้า…เคียงข้าง

วันนั้น…ฉันก้าวเดินอยู่บนเส้นทางที่เจ็บปวด…ถูกขับไล่

…ผู้คนมองฉันเป็นคนอันตราย

ฉันก้มหน้า ก้าวเดินจากมา ดุจสุนัขบาดเจ็บ

 

…หวังหาที่สักแห่ง เพื่อเลียแผล

หวังว่า ทุกสิ่งคงจบสิ้น

แต่…ฉันคาดคิดผิดไป

เรื่องราวไม่จบสิ้นดั่งที่วาดไว้

ฉันถูกตามล้าง…ตามเช็ด เสมือนเป็นเชื้อโรคร้าย

กำแพงถูกสร้างขึ้นขวางกั้น เพราะความหวาดกลัวว่าฉันจะกลับคืน

ในความโดดเดี่ยว ฉันนั่งบนผืนหญ้า…มองหาสัจธรรม

 

ใครฤา จะลิขิตชีวิตฉันให้เป็นอย่างอื่น

ชีวิตได้ถูกลิขิตไว้แล้ว…พระเจ้าทรงกระทำ

ไม่มีสิ่งใด…แม้การขับไล่…การถูกปฏิเสธ…ความเจ็บปวดและความตาย

อาจเปลี่ยนแปลงท่วงทำนองชีวิตให้แตกต่างไปจากสิ่งที่พระเจ้ากำหนด

 

บนผืนหญ้าสีเขียว…ของป่าใหญ่ที่เยียวยา

ฉันได้ยินพระเจ้าทรงตรัส

อย่ากลัวมนุษย์เลย ไม่มีสิ่งใดที่ปิดปังไว้ จะไม่ถูกเปิดเผย

…อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย แต่ไม่อาจฆ่าวิญญาณได้

…ผมทุกเส้นบนศีรษะของท่าน ถูกนับไว้หมดแล้ว

…อย่ากลัวเลย ท่านมีค่ากว่านกกระจอกทั้งฝูง

พระองค์ทรงอยู่ข้างฉัน…ฉันจะกลัวสิ่งใด     

 

     ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

 

 สมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้า                        วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2020

“เราคือปังทรงชีวิต ผู้ใดกินปังนี้ จะมีชีวิตนิรันดร”    ค่ำวันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ ก่อนวันสิ้นพระชนม์ พระเยซูเจ้าได้ทรงตั้งศีลมหาสนิท ทรงมอบพระกายของพระองค์ให้เป็นอาหารฝ่ายจิตวิญญาณของเราทุกคน  ศีลมหาสนิท ภายใต้รูปปรากฎของปังและน้ำองุ่น ผ่านทางมือพระสงฆ์ พระองค์ทรงเปลี่ยนปังและน้ำองุ่นให้เป็นอาหารฝ่ายจิตวิญญาณของเราคริสตชนทุกคน           เมื่อคริสตชนมาร่วมบูชามิสซา เราทุกคนมาร่วมสรรเสริญ+นมัสการพระเป็นเจ้า เรามาร่วมระลึกถึงบูชาบนไม้กางเขนของพระเยซูเจ้า ผ่านทางบูชาบนพระแท่นพร้อมกับพระสงฆ์ และเมื่อพระสงฆ์ได้เสกปังและน้ำองุ่น องค์พระเยซูเจ้าเสด็จมาประทับในแผ่นปังและเหล้าองุ่น ปังและเหล้าองุ่นกลับกลายเป็นพระกายและพระโลหิตของพระเยซูเจ้า เป็นอาหารทรงชีวิตที่จะทำให้ผู้รับมีชีวิตนิรันดร ดังนั้น ทุกครั้งที่เรามาร่วมถวายบูชามิสซา เราจึงต้องเตรียมตัวอย่างดี อยู่ในสถานะพระหรรษทาน รับศีลอภัยบาป ตั้งใจละทิ้งบาป และเข้าไปรับศีลมหาสนิทด้วยความเชื่อ+ความศรัทธา อัญเชิญพระองค์เข้ามาประ ทับอยู่กับเราในวิญญาณของเรา และเมื่อเรามีพระองค์อยู่กับเรา เราก็จะก้าวเดินไปทุกวันพร้อมกับพระองค์ และเราจะไม่มีวันหลงทางเลย      

** ขอพี่น้องนำกระบอกมหาพรต ที่ได้รับไปตั้งแต่วันพุธรับเถ้ามาส่งคืนที่วัด เพื่อจะรวบรวมและนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ตามเจตนาของเราต่อไป

** ต้นเดือนกรกฏาคม วันศุกร์ต้นเดือนที่ 7 กรกฏาคม พระสงฆ์จะไปส่งศีลฯ แก่ผู้เจ็บป่วยและผู้สูงอายุที่ไม่สามารถมาวัดได้ เหมือนดังเช่นเคย และหากพี่น้องมีญาติผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถมาวัดและปรารถนาจะรับศีลฯ ก็ขอพี่น้องแจ้งที่พ่อหรือผ่านทางคณะพลมารีย์ เพื่อจะนัดแนะ เวลาและสถานที่+เส้นทางในการไปส่งศีล

** สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด 19 คลี่คลายลงแล้ว ตั้ง แต่วันที่ 1 กรกฏาคม พี่น้องสามารถมาร่วมบูชามิสซากับพระสงฆ์ได้ทุกวันเหมือนเช่นเคยนะครับ วันจันทร์,อังคาร, พุธ เวลา 07.00 น. วันพฤหัส, ศุกร์. เสาร์ เวลา 19.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 09.00 น. และเวลา 11.00 น.

 

ขอพระเจ้าสถิตอยู่กับพี่น้องทุกท่าน

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

มโภชพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า                 วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2020

ท่านทั้งหลายที่เหน็ดเหนื่อย และแบกภาระหนัก จงมาพบเราเถิด เราจะให้ท่านได้พักผ่อน หายเหนื่อยและเป็นสุข จงรับเอาแอกของเราแบกไว้ และมาเป็นศิษย์ของเรา….. เพราะเรานี้มีใจสุภาพและถ่อมตน จิตใจของท่านจะได้รับการพัก ผ่อน เพราะว่าแอกของเราอ่อนนุ่มและภาระที่เราให้ท่านแบกก็เบา (มธ 11:28-30)            พี่น้องที่รัก เพียงคำพูดประโยคนี้เท่านั้น หากเราเข้าหาดวงพระทัยของพระองค์ด้วยความรักแท้ต่อพระองค์ เราจะพบความบรรเทาและความสุขอย่างแน่นอน พระองค์มิเคยหลอกลวงผู้ใด พระองค์ คือ หนทาง ความจริง และชีวิต ผู้ใดเดินตามทางของพระองค์ ผู้ใดเชื่อในพระองค์อย่างสนิทใจ และผู้ใดมีชีวิตชิดสนิทกับพระองค์ เป็นหลักประกันได้ว่า ผู้นั้นจะพบความสุขในพระองค์     เชิญพี่น้องมาร่วมสมโภชดวงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า และเมื่อเราฉลองดวงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า พระศาสนจักรก็ให้เราฉลองดวงหทัยของพระนางมารีอา แม่ของพระองค์ด้วย พระเยซูเจ้ารักมนุษย์ฉันใด ดวงใจของผู้เป็นแม่ก็เป็นห่วงและรักมนุษย์ทุกคนฉันนั้น ไม่ต้องสงสัยเลย ธรรมชาติของผู้เป็นแม่ยังรักลูกของตัวเอง แล้วพระนางมารีอา ผู้ทรงเป็นแม่ของพระเจ้า เป็นแม่ผู้ประเสริฐสุด จะไม่รักเรามนุษย์…..???? ให้เราพร้อมเพรียงกันสรรเสริญ นมัสการ ดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าและดวงพระทัยของพระแม่มารีอาอย่างจริงใจกันเถิด

***ขอบพระคุณพี่น้องเป็นอย่างมาก พ่อได้ประกาศเชิญชวนพี่น้องให้ซื้อต้นไม้ และนำมาถวายหน้าพระแท่นบูชา พี่น้องก็ตอบสนองและมีน้ำใจดี ซื้อและนำมาถวาย พ่อได้ให้ป้าตุ่มนำมาจัดถวายในวันอาทิตย์นี้แล้ว จะพยายามดูแลรดน้ำ และนำกลับมาถวายอีก ถ้าพี่น้องท่านอื่นเห็นและนำมาอีก อาจจะเป็นไม้ดอกสีต่างๆ วัดของเราก็จะมีสีสรรมากยิ่งขึ้นนะครับ ขอพระเจ้าตอบแทนท่านเทอญ      ***เนื่องจากทางวัดมีโทรศัพท์บ้านของ TOT เบอร์ (02) 992-1363 และ  (02) 992-1365 ดูเหมือนว่า ปัจจุบัน ติดบ้างไม่ติดบ้าง ทางวัดได้ติดตั้ง Net บ้านของ TRUE เขามีเบอร์โทรฯแถมให้ 1 เบอร์ ดังนั้น พี่น้องสามารถโทรมาที่วัดได้อีกทางหนึ่งนะครับ จะฝากไว้ที่ป้าตุ่มหรือป้าเล็กครับ เบอร์ : (095) 782-5939 แจ้งให้ทราบทั่วกันครับ

***ขอขอบคุณป้าสายทอง ช่วยส่งคนงานมาช่วยตัดหญ้าบริเวณที่จอดรถ ขอขอบคุณซ้อชุติมาส่งคนงานมาติดตั้งไฟส่องสว่าง และแก้ไขไฟฟ้าที่ขัดข้อง ขอขอบคุณพี่ศิริพรสำหรับสารวัดและใบประกาศต่างๆ ขอขอบคุณพี่น้องทุกๆท่าน ที่มีน้ำใจดีกับทางวัดเสมอๆ สภาภิบาลวัดฯ เยาวชน และทุกๆท่านเลยครับ.

 

ดวงพระหฤทัยอันศักดิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า ทรงเมตตาเราเทอญ     

ดวงพระทัยอันนิรมลยิ่งของพระแม่มารีย์ ภาวนาเพื่อเราเทอญ                                                                                             

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151282 วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ สมโภชพระตรีเอกภาพ

September 13th, 2021

 

                 บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

                   ยน 3:16-18

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับนิโคเดมัสว่า “พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระ องค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร เพราะพระเจ้าทรงส่งพระบุตรมาในโลกนี้มิใช่เพื่อตัดสินลงโทษโลก แต่เพื่อโลกจะได้รับความรอดพ้นเดชะพระบุตรนั้น ผู้ที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่ถูกตัดสินลงโทษ แต่ผู้ที่ไม่มีความเชื่อก็ถูกตัดสินลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้มีความเชื่อในพระนามของพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระเจ้า”.

                     ข้อคิด                                      โดยอาศัยความเชื่อ เราได้รับการเผยแสดงจากพระคัมภีร์ว่า พระตรีเอกภาพนั้นเป็นพระเจ้าแห่งความรัก พระบิดา พระบุตรและพระจิต เป็นสามพระบุคคลที่แตกต่างกันแต่เป็นหนึ่งเดียวกัน และนี่คือตัวอย่างในการดำเนินชีวิตสำหรับเราคริสตชน โดยอาศัยความรักเป็นศูนย์กลาง เราสามารถที่จะมีความแตกต่างกันได้ โดยที่ไม่ต้องมีความแตกแยก ถ้าชีวิตครอบครัว ชีวิตหมู่คณะนักบวช ชีวิตในสังคมต่างๆ เกิดความไม่เข้าใจกันจนนำไปสู่ความเกลียดชัง ทะเลาะเบาะแว้งกัน สาเหตุคงไม่ใช่เพราะว่าเรามีความแตกต่างกัน แต่คงจะะเป็นเพราะว่า เรายังรักกันไม่มากพอ เพราะถ้าเรารักกันมากเพียงพอ เหมือนอย่างที่พระตรีเอกภาพเป็นองค์ความรักนั้น ความแตกต่างระหว่างบุคคล ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ เชื้อชาติ ฐานะ การศึกษา ฯลฯ จะไม่ทำให้เราแตกแยกกันเด็ดขาด.

สันติ

ในความมืดมิดของยามค่ำคืน

นักการฑูตผู้หวาดระแวง…จากกรุงเยรูซาเล็ม

พบปะประกาศกผู้เรืองนาม…จากกาลิลี

นิโคเดม้สประทับใจในข่าวคราวของพระเยซูจนอยากพบเจอ

แต่…อาชีพและตำแหน่งการงานแห่งการเป็นส่วนหนึ่งของสภาสูง

ได้เป็นกำแพงขวางกั้นมิให้ก้าวเดินสู่ความสัมพันธ์ในยามฟ้าสว่าง

ความมืดจึงกลับเป็นผ้าคลุมกาย และความลับกลับเป็นบัตรประกันสังคม

 

แต่…คำตอบของพระเยซูประกาศก

พลิกผันห่างไกลจากความหวาดระแวงของนักการฑูต

…ไม่มีคำประกาศเตือนภัย

มีแต่คำประกาศยืนยันหนักแน่นถึงความรักของพระเจ้าต่อมนุษยชาติ

พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงประทานพระบุตรแต่องค์เดียวสำหรับโลก

…เพราะพระเจ้าทรงส่งพระมุตรมาในโลกนี้ มิใช่เพื่อตัดสินลงโทษโลก

แต่เพื่อโลกจะได้รับความรอดพ้นเดชะพระบุตรนั้น

พระเยซูพบปะความหวาดระแวงของนิโคเดมัส

ด้วยคำยืนยันถึงความรักสากลของพระเจ้า

ในหัวใจของประวัติศาสตร์แห่งความรอด

มนุษย์ได้พบเจอความสัมพันธ์ของพระเจ้ากับมนุษยชาติ

…อันหยั่งรากลึกอยู่ในความรัก

…และมิได้อยู่ในความหวาดกลัว หวาดระแวงหรือการตัดสินปรับโทษ

แม้ตำนานเก่าแก่ของอดีตอาจได้นำพาให้เป็นดังนั้นก็ตาม

 

เป็นความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้านี้เองที่มอบคืนคุณค่าแก่โลก

เป็นความรักเดียวกันนี้ที่มอบคืนศักดิ์ศรีแก่มนุษยชาติ

 

 

     ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

    สมโภชพระจิตเจ้าเสด็จลงมา วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2020

มนุษย์เป็นสิ่งสร้างของพระเจ้า  พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ให้ละม้ายคล้ายกับพระองค์  ทรงสร้างให้มีกาย  สร้างวิญญาณให้สนิทกับกาย เรียกว่าวิญญาณ  มนุษย์จึงมี 2 ส่วน  กายเติบโตด้วยอาหารฝ่ายกายบนโลกนี้  แต่วิญญาณของมนุษย์เป็นจิต  จึงต้องเติบโตและเจริญอยู่ได้ด้วยอาหารฝ่ายจิต คือ องค์พระจิตเจ้า          พระจิตเจ้าประทานพระคุณ ฝ่ายวิญญาณให้มีความรู้ มีสติปัญญา มากกว่าสัตว์เดรัจฉานทั่วๆไป  มีมโนธรรม รู้ดี+รู้ชั่ว  ส่วนกายของมนุษย์ก็ต้องเป็นไปเหมือนสัตว์ทั่วๆ ไป  มนุษย์จึงเป็นสัตว์ประเสริฐที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นอย่างพิเศษ  ให้มีสติปัญญา  แต่ก็มีอำเภอใจที่จะเลือกทำดีหรือทำชั่ว  ถ้ามนุษย์ผู้ใดปล่อยตัวตามธรรมชาติฝ่ายกาย  เขาผู้นั้นก็เป็นเช่นสัตว์เดรัจฉาน  มนุษย์ที่ดีจึงต้องดำรงชีวิตฝ่ายจิต  รับพระคุณพระหรรษทานฝ่ายจิต  มนุษย์จึงต้องดำรงชีวิตในองค์พระจิตเจ้า    เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จไปสวรรค์แล้ว พระองค์ไม่ทรงปรารถนาให้มนุษย์ อยู่โดยลำพัง โดยปราศจากพระองค์พระเจ้า พระองค์จึงทรงส่งพระจิตของพระองค์ลงมาประทับอยู่กับเรา ทรงประทานพระพรทั้งครบทั้ง 7 ประการ ลงในจิตใจของมนุษย์

1.พระดำริ ทำให้เรารับรู้ยิ่งกว่าสติปัญญา เหมือนกับอัจฉริยะ        

2. สติปัญญา     ทำให้เรามีความรู้+ความเข้าใจ ในสิ่งต่างๆ มีความคิด                

3.ความคิดอ่าน  ทำให้เรามีความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบในการตัดสินใจ              

4. กำลัง        นอกจากกำลังกายเรายังต้องการกำลังฝ่ายจิต+กำลังใจด้วย      

5. ความรู้  ทำให้เรารับรู้อัตถ์ความจริง เรียนรู้ถึงสิ่งต่างๆ ได้                 

6. ความศรัทธา   ทำให้เรายึดมั่น+เชื่อมั่น และเจริญชีวิตในความจริง           

7. ความยำเกรง ทำให้เราเกิดความเคารพรักศรัทธา เกรงกลัวพระเจ้าแท้

พี่น้องที่รัก  ให้พวกเราพร้อมใจอธิษฐานภาวนา  วอนขอพระจิตเจ้า  หลั่งพระหรรษทาน  พระพร  พระคุณทั้งครบของพระองค์ลงในจิตใจของพวกเราทุกคน  เพื่อเราจะสามารถดำรงชีวิตในหนทางที่ดี+ที่ถูกต้อง  มิฉะนั้นแล้ว หากเราขาดพระคุณของพระจิตนำทาง เราจะหลงไป เราจะดำรงชีวิตตามความปรารถนาฝ่ายกาย  เหมือนเช่นสัตว์เดรัจฉานทั่วไป  เราจะพ่ายแพ้ต่อจิตชั่วร้าย เราจะพ่ายแพ้การประจญของปีศาจ ไปทำชั่ว+ทำไม่ดี  เราอาจจะต้องตกนรกนิรันดร.

เชิญเสด็จมา ข้าแต่พระจิตเจ้า เชิญเสด็จมาในดวงใจสัตบุรุษทั้งมวล      

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สมโภชพระตรีเอกภาพ วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2020

เราคริสตชนได้ทำการสมโภชปัสกา ฉลองการกลับคืนพระชนมชีพอย่างรุ่งโรจน์ขององค์พระเยซูเจ้า  พระองค์ทรงมีชัยชนะต่อปีศาจและความตาย  ทรงเผยแสดงพระองค์ตลอด 40 วัน ยืนยันว่าเป็นพระองค์จริงๆ ที่ได้เสด็จกลับคืนชีพ  ทรงเสด็จขึ้นสวรรค์  ประทับเบื้องขวาพระบิดาเจ้า และทรงส่งพระจิตลงมาประทับอยู่กับเรา วันนี้พระศาสนจักรจึงเชิญชวนเราให้ทำการสมโภชพระตรีเอกภาพ พระเจ้าเที่ยงแท้แต่พระองค์เดียว พระเจ้าแห่งความรัก และเมตตากรุณา ไม่โกรธง่าย เปี่ยมด้วยความรักมั่นคง และความซื่อสัตย์เสมอ (อพย. 34:4-9)   มนุษย์พยายามเข้าใจพระเจ้า  พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ  ยิ่งใหญ่เกินกว่าสติปัญญาของมนุษย์จะเข้าใจได้ทั้งครบ ทรงเป็นสามพระบุคคลที่แตกต่างกันแต่เป็นหนึ่งเดียวกัน เปรียบเหมือนสามเหลี่ยมหน้าจั่วหรือสามเหลี่ยมด้านเท่า  เป็นสามเหลี่ยมรูปเดียวแต่มี 3 ด้าน หรือมี 3 มุม พระเป็นเจ้าของเรามีแต่พระเจ้าเดียว เป็นเหมือนสามเหลี่ยมรูปเดียว แต่ในพระองค์เป็น 3 พระบุคคล คือ พระบิดา พระบุตร และพระจิต เป็นเหมือนสามด้านของสามเหลี่ยมรูปเดียวนั้น

หรือ อาจเปรียบเทียบเผินๆ ได้กับครอบครัว พ่อ – แม่ – ลูก เป็น 3 บุคคลแต่เป็นครอบครัวเดียวกัน  และยังมองได้อีกว่า ในพระเจ้าหนึ่งเดียวนั้น มี 3 พระบุคคลที่แตกต่างกันแต่สนิทสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวด้วยความรัก ซึ่งก็เป็นแบบอย่างให้กับเราคริสตชนทุกคน เริ่มตั้งแต่ในครอบครัว อันเป็นสังคมที่เล็กที่สุด พ่อ – แม่ – ลูก อาศัยความรักและความสัมพันธ์  จะต้องทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกัน  สังคมก็เช่นกัน  เราเป็นแต่ละบุคคลที่แตกต่างกัน  แต่เพราะความรักขององค์พระเจ้า  จะต้องทำให้เราสนิทสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกัน – สมานสามัคคี – เห็นอกเห็นใจกัน – ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน อย่าให้ความแตกต่างระหว่างบุคคล ทัศนคติ เชื้อชาติ ฐานะ การศึกษา และแม้แต่รูปร่างหน้าตาหรือผิวพรรณ  จะต้องไม่ทำให้เราแตกแยกหรือแบ่งพรรค – แบ่งพวกกัน แต่เพราะความรักของพระเจ้า พระตรีเอกภาพจะต้องทำให้เราทุกคนก้าวเดินไปแต่ละวัน ในความรักของพระองค์แล้วนั้น  เราทุกคนจะพบความสุขเที่ยงแท้ความสุขชั่วนิรันดร.

ด้วยความรักในพระบิดา พระบุตร และพระจิต

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151281 วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 7 สมโภชพระจิตเจ้า

September 13th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 20:19-23

ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่ เพราะกลัวชาวยิว พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาประทับยืนอยู่ตรงกลาง ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้บรรดาศิษย์ดูพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกาย เมื่อเขาเหล่านั้นเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็มีความยินดี     พระองค์ตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น” ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลาย ตรัสว่า “จงรับพระจิตเจ้าเถิด ท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย ท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย”.

ข้อคิด

เราไม่สงสัยในพลังอำนาจของพระจิตเจ้าที่ทำงานผ่านทาง บรรดาอัครสาวกและกลุ่มคริสตชนในสมัยเริ่มแรก  เพราะหลังจากที่พวกเขาได้รับพระองค์แล้ว   พวกเขาเริ่มป่าวประกาศข่าวดีอย่างกล้าหาญ เป็นพยานถึงความเชื่อในพระเยซูเจ้าด้วยชีวิตทั้งครบ แม้พวกเขาหลายคนต้องพลีชีวิตตนเองเพื่อพันธกิจนี้ พวกเขายอมสละด้วยความเต็มใจ ในฐานะคริสตชนคนหนึ่ง  พระจิตเจ้าทรงมีบทบาทต่อชีวิตของเราอย่างไร?  เหมือนที่นักบุญเปาโลบอกเรา พระพรพิเศษของพระจิตเจ้ามีหลายประการ นั่นคือ เราแต่ละคนมีความรู้และความสามารถแตกต่างกัน  แต่เราต้องไม่ลืมว่าพระพรพิเศษทุกชนิดมีไว้เพื่อแบ่งปัน เราไม่ควรเก็บความรู้ความ สามารถของเราไว้เพื่อประโยชน์ของเราเองเท่านั้น แต่เราควรใช้เพื่อรับใช้ความต้องการของเพื่อนพี่น้องที่อยู่รอบข้างด้วย จำไว้เสมอว่า ยิ่งเราแบ่งปันความรู้และความสามารถของเราให้กับคนอื่นมากเท่าใด เราก็ยิ่งมีพระพรเหล่านี้มากขึ้น ขอพระจิตเจ้านำทางเราและช่วยเราให้ใช้ศักยภาพที่มีให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้.

สันติ

แม้ในวันต้นสัปดาห์….กาลเวลาใหม่

ความหวาดกลัวของอดีตยังคงคุมขังพวกเขา

ในห้องแคบที่ประตูปิดแน่น…ไร้ทางออก

ในห้องแห่งความหวาดกลัวและสับสนของสาวก

พระเยซูเสด็จมายืนอยู่ท่ามกลางพวกเขา

…ตรัสว่า สันติสุขจงอยู่กับท่านทั้งหลาย

…ทรงนำสันติสุขสู่หัวใจที่หวาดกลัว

…ทรงนำอิสรภาพสู่ชีวิตที่ถูกคุมขัง

ครั้งหนึ่งเคยตรัสกับพวกเขา เราจะไม่ทิ้งท่านให้เป็นกำพร้า

และพระองค์ทรงซื่อสัตย์ต่อคำสัญญา

…ด้วยการกลับฟื้นคืนชีพจากแดนผู้ตาย

อีกครั้ง…ในอาหารค่ำครั้งสุดท้าย

ทรงตรัส สันติสุขจงอยู่กับท่านทั้งหลาย

และสัญญา…เรามอบสันติสุขไว้ให้ท่านทั้งหลาย

เราให้สันติสุขของเรากับท่าน

ณ บัดนี้ทรงรักษาสัญญา…มอบสันติสุขของพระองค์แก่พวกเขา

ถ้าความปั่นป่วนวุ่นวายเป็นผลงานของจิตชั่ว และอำนาจมืด

สันติสุข เป็นเครื่องหมายแห่งการประทับอยู่ของพระจิตเจ้า

…องค์ความสว่าง

สันติสุขมิใช่สิ่งอื่นใด

แต่…เป็นลายเซ็นของพระจิตเจ้าที่ไม่อาจปลอมแปลงได้

แท้จริงแล้ว…ในการประจักษ์ครั้งแรก ทรงนำความรักมา

และในการประจักษ์ครั้งที่สอง…ทรงนำสันติมา

ลมปราณแห่งพระจิตจึงเปี่ยมล้นชีวิตของเขาผู้เป็นศิษย์

ทรงเปลี่ยนความกลัวให้เป็นความกล้า

…การถูกจองจำให้เป็นอิสรภาพ

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์                           

สวัสดีครับ พี่น้องที่เคารพรัก วันนี้พ่อขอเริ่มด้วยคำถามโง่ๆ หรือคำถามที่ซื่อบื้อนะครับ “ผู้ใดอยากไปสวรรค์?!?”  “ใครอยากไปนรก?!?” คำตอบที่ได้ ก็คงจะเหมือนกันหรือรู้อยู่แล้วว่าจะได้คำตอบอย่างไร นั่นคือ ทุกคนอยากไปสวรรค์ และคงไม่มีผู้ใดอยากไปนรก แต่สิ่งสำคัญคงไม่ใช่คำถามคำตอบนี้เท่านั้น จะต้องถามและตอบต่อไป นั่นคือ แล้วจะทำอะไรอย่างไรเพื่อจะได้ไปสวรรค์เพื่อจะได้ไม่ตกนรกและเมื่อรู้แล้วก็คงไม่ใช่เพียงรับรู้เฉยๆ แต่ต้องปฏิบัติหรือกระทำด้วย!?!    พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ผู้ที่เชื่อในเราและรักเรา และปฏิบัติตามบท บัญญัติของเรา ผู้นั้นจะมีชีวิตนิรันดร” นั่นคือ จะได้อยู่ในสวรรค์+ในความรอดนิรันดร         อะไรคือบัญญัติ???  บัญญัติ 10 ประการที่พระองค์มอบแก่เรานั่นไงครับ หลงไปหรือยังครับ  รื้อฟื้นกันหน่อยนะครับ:….

  1. จงนมัสการพระเจ้าผู้เดียวของเจ้า
  2. อย่าออกพระนามของพระเจ้าโดยไม่สมเหตุ
  3. วันพระเจ้าอย่าลืมฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ์
  4. จงนับถือบิดามารดา
  5.  อย่าฆ่าคน
  6. อย่าทำอุลามก, อย่าผิดประเวณี
  7. อย่าลักขโมย
  8. อย่าพูดเท็จใส่ร้ายผู้อื่น
  9. อย่าปลงใจผิดประเวณี
  10. อย่ามักได้ทรัพย์ของผู้อื่น

บัญญัติ 3 ข้อแรก คือสิ่งที่เราต้องปฏิบัติต่อพระเจ้า   และบัญญัติ ข้อ 4 ถึงข้อ 10 บอกให้เราต้องปฏิบัติต่อเพื่อนพี่น้องทุกคน หรือสรุปออกมาได้ง่ายๆสั้นๆ ว่า “จงรักพระเจ้าสุดใจ และจงรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเอง”

พี่น้องหลายท่านมักจะบอกว่า ได้ถือบัญญัติของพระองค์เสมอมาแล้ว ซึ่งหลายครั้ง มันรู้สึกลอยๆ เป็นแบบนามธรรม อยากให้เราลงไปให้ลึกๆ ให้เป็นแบบรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อจะได้รู้ชัดๆ ว่าเราได้ปฏิบัติหรือไม่อย่างไร                                                            กิจเมตตาธรรมฝ่ายกาย

  1. ให้อาหารแก่ผู้หิวโหย
  2. ให้น้ำแก่ผู้กระหาย
  3. ให้เสื้อผ้าแก่ผู้ไม่มีนุ่งห่ม
  4. ให้ที่พักแก่ผู้ที่ไร้ที่อยู่
  5. เยี่ยมผู้ป่วย
  6. เยี่ยมผู้ต้องขัง
  7. ร่วมงานฝังศพ

กิจเมตตาธรรมฝ่ายจิต

  1. ให้คำแนะนำแก่ผู้สงสัย
  2. สอนคนที่ไม่รู้
  3. ตักเตือนคนบาป
  4. บรรเทาผู้ทุกข์ยาก
  5. ให้อภัยผู้ทำความผิด
  6. อดทนต่อความผิดของผู้อื่น
  7. ภาวนาสำหรับผู้เป็นและผู้ตาย

นักบุญเปาโลกล่าวว่า “พระอาณาจักรสวรรค์ของพระเจ้า ไม่อยู่ในคำพูด แต่อยู่ในการกระทำ ซึ่งแสดงพระอาณุภาพของพระจิตเจ้า” (1 คร.4:20)            พี่น้องที่รัก วันนี้เราสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ เราทุกคนอยากไปสวรรค์ และเราต้องไปสวรรค์ให้ได้ เกิดมาชาติเดียว ต้องไปสวรรค์ให้ได้ แต่จะไปได้หรือไม่ได้ ต้องดูว่า เราได้ทำหรือปฏิบัติกิจต่างๆ อย่างไร เพื่อสมจะได้ไปสวรรค์หรือไม่?!?

คุณพ่อ ยอห์นวรวุฒิ กิจสกุล

 

สมโภชพระจิตเจ้าเสด็จลงมา วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2020

มนุษย์เป็นสิ่งสร้างของพระเจ้า  พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ให้ละม้ายคล้ายกับพระองค์  ทรงสร้างให้มีกาย  สร้างวิญญาณให้สนิทกับกาย เรียกว่าวิญญาณ  มนุษย์จึงมี 2 ส่วน  กายเติบโตด้วยอาหารฝ่ายกายบนโลกนี้  แต่วิญญาณของมนุษย์เป็นจิต  จึงต้องเติบโตและเจริญอยู่ได้ด้วยอาหารฝ่ายจิต คือ องค์พระจิตเจ้า    พระจิตเจ้าประทานพระคุณ ฝ่ายวิญญาณให้มีความรู้ มีสติปัญญา มากกว่าสัตว์เดรัจฉานทั่วๆไป  มีมโนธรรม รู้ดี+รู้ชั่ว  ส่วนกายของมนุษย์ก็ต้องเป็นไปเหมือนสัตว์ทั่วๆ ไป  มนุษย์จึงเป็นสัตว์ประเสริฐที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นอย่างพิเศษ  ให้มีสติปัญญา  แต่ก็มีอำเภอใจที่จะเลือกทำดีหรือทำชั่ว  ถ้ามนุษย์ผู้ใดปล่อยตัวตามธรรมชาติฝ่ายกาย  เขาผู้นั้นก็เป็นเช่นสัตว์เดรัจฉาน  มนุษย์ที่ดีจึงต้องดำรงชีวิตฝ่ายจิต  รับพระคุณพระหรรษทานฝ่ายจิต  มนุษย์จึงต้องดำรงชีวิตในองค์พระจิตเจ้า                         เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จไปสวรรค์แล้วพระองค์ไม่ทรงปรารถนาให้มนุษย์ อยู่โดยลำพัง โดยปราศจากพระองค์พระเจ้า พระองค์จึงทรงส่งพระจิตของพระองค์ลงมาประทับอยู่กับเรา ทรงประทานพระพรทั้งครบทั้ง 7 ประการ ลงในจิตใจของมนุษย์

1. พระดำริ       ทำให้เรารับรู้ยิ่งกว่าสติปัญญา เหมือนกับอัจฉริยะ                          

2. สติปัญญา    ทำให้เรามีความรู้+ความเข้าใจ ในสิ่งต่างๆ มีความคิด                

3. ความคิดอ่าน ทำให้เรามีความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบในการตัดสินใจ                   

4. กำลัง      นอกจากกำลังกาย เรายังต้องการกำลังฝ่ายจิต+กำลังใจด้วย               

5. ความรู้         ทำให้เรารับรู้อัตถ์ความจริง เรียนรู้ถึงสิ่งต่างๆ ได้                           

6. ความศรัทธา   ทำให้เรายึดมั่น+เชื่อมั่น และเจริญชีวิตในความจริง                        

7. ความยำเกรง          ทำให้เราเกิดความเคารพรักศรัทธา เกรงกลัวพระเจ้าแท้

พี่น้องที่รัก  ให้พวกเราพร้อมใจอธิษฐานภาวนา  วอนขอพระจิตเจ้า  หลั่งพระหรรษทาน  พระพร  พระคุณทั้งครบของพระองค์ลงในจิตใจของพวกเราทุกคน  เพื่อเราจะสามารถดำรงชีวิตในหนทางที่ดี+ที่ถูกต้อง  มิฉะนั้นแล้ว หากเราขาดพระคุณของพระจิตนำทาง เราจะหลงไป เราจะดำรงชีวิตตามความปรารถนาฝ่ายกาย  เหมือนเช่นสัตว์เดรัจฉานทั่วไป  เราจะพ่ายแพ้ต่อจิตชั่วร้าย เราจะพ่ายแพ้การประจญของปีศาจ ไปทำชั่ว+ทำไม่ดี  เราอาจจะต้องตกนรกนิรันดร.

 

เชิญเสด็จมา ข้าแต่พระจิตเจ้า เชิญเสด็จมาในดวงใจสัตบุรุษทั้งมวล   

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151280 วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์

August 24th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 28:16-20

เวลานั้น บรรดาศิษย์ทั้งสิบเอ็ดได้ไปยังแคว้นกาลิลี ถึงภูเขาที่พระเยซูเจ้าทรงกำหนดไว้ เมื่อเขาเห็นพระองค์ ก็กราบนมัสการ แต่บางคนยังคงสงสัยอยู่ พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้ ตรัสแก่เขาเหล่านั้นว่า “พระเจ้าทรงมอบอำนาจอาชญาสิทธิ์ทั้งหมดในสวรรค์และบนแผ่นดินให้ แก่เรา ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา ทำพิธีล้างบาปให้เขา เดชะพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต จงสอนเขาให้ปฏิบัติตามคำสั่งทุกข้อที่เราให้แก่ท่าน แล้วจงรู้เถิดว่าเราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ”

 

ข้อคิด

ก่อนจะพูดถึงภารกิจสำคัญที่บรรดาศิษย์ต้องทำ พระเยซูเจ้าทรงบอกพวกเขาว่า พระเจ้าทรงมอบอำนาจอาชญาสิทธิ์ทั้ง หมดในสวรรค์และบนแผ่นดินแก่พระองค์ พระองค์จึงทรงมีอำนาจบนแผ่นดินเช่นเดียว กับที่ทรงมีในสวรรค์ เป็นอำนาจที่ไม่มีขอบเขตและได้รับจากพระบิดา จากนั้น พระองค์ทรงสั่งพวกเขาให้นำนานาชาติมาเป็นศิษย์ของพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงมอบอำนาจแห่งการสั่งสอนแก่บรรดาศิษย์ พวกเขาต้องทำสิ่งที่พระองค์ได้ทรงเคยทำ เมื่อยังทรงมีพระชนม์อยู่บนโลกนี้ พวกเขาจะมีอำนาจในการทำให้คนบาปคืนดีกับพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง มีอำนาจในการตัดสินว่าใครยังไม่พร้อมสำหรับการคืนดี และใครยังไม่พร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างสมบูรณ์ในกิจการต่างๆ ของพระศาสนจักร พวกเขาต้องเทศน์สอน รักษา และทำลายกำแพงแห่งการแบ่งแยกทุกชนิดที่เกิดขึ้นในกลุ่มคริสตชน ศีลล้างบาปในพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต จะเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นศิษย์ของพระองค์ พร้อมกันนี้พระองค์ทรงสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างพวกเขาตลอดไป เราจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องหวาดกลัวสิ่งชั่วร้ายอีกต่อไป.

ในหัวใจ

เมื่อภารกิจสำเร็จบริบูรณ์

…ก่อนก้าวออกจากผืนแผ่นดิน

พระองค์ทรงมอบหนทางใหม่แก่พวกเขาที่เป็นศิษย์

ท่านจงไปสั่งสอนนานาชาติ…ล้างบาป

แม้ภารกิจจบลง แต่ชีวิตของพระองค์ไม่เคยจบสิ้น

ทรงอยู่กับพวกเขา…ในส่วนลึกของหัวใจ

เมื่อแสงแห่งแท่งเทียนปัสกาในวัดจะถึงเวลาดับลง

มนุษย์จะยังพบเจอแสงใหม่ใกล้บ้าน…ในหัวใจตน

 

ทรงเก็บใบหน้าของพระองค์…มิใช่บนภูเขาสูง

…มิใช่ในท้องทะเลลึก

แต่…ในหัวใจมนุษย์

 

เมื่อทรงก้าวเดินบนผืนแผ่นดิน…พระองค์ทรงเก็บทุกผู้คนไว้ในหัวใจ

…คนเจ็บป่วย ผู้มีความหวังริบหรี่

…คนต่ำต้อย และถูกกดขี่ ผู้กล้ำกลืนอยู่กับความทุกข์เจ็บปวด

ทรงเฝ้ารักษาพวกเขาไว้ในหัวใจที่เต็มล้นด้วยความรักนิรันดร์กาล

 

ณ บัดนี้…เมื่อต้องก้าวจากไป

ทรงมอบพระองค์เองไว้ในหัวใจมนุษย์

…ในทุกผู้คนที่เจ็บป่วย…ต่ำต้อย และถูกกดขี่

ใครฤา…จะดูแลรักษา..และห่วงใย

 

       ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

ตู้ปันสุข พี่น้องที่รัก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้พูดถึง New Normal (นิว นอร์มัล)  ซึ่งในภาษาไทยว่า “ชีวิตวิถีใหม่” หรือ “วิถีชีวิตใหม่” วันนี้ สังคมกำลังพูดถึง “ตู้ปันสุข” ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งแพร่ระบาดไปทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 4 ล้านคน เสียชีวิตไปเกือบ 3 แสนคนแล้ว ทุกฝ่ายกำลังช่วยกันหาวิธียับยั้งการระบาด การปิดประเทศ-ปิดเมือง การประกาศเคอร์ฟิว ธุรกิจหลายอย่างต้องหยุดชะงักหรือปิดตัว ทำให้ผู้คนจำนวนมากตกงาน-ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ มีแต่รายจ่าย เพราะทุกคนต้องกิน ต้องเลี้ยงชีวิต หลยคนยังพอมี แต่หลายคนไม่มี ไม่มีแม้เงินเพียงสิบบาทยี่สิบบาทเพื่อซื้ออาหารประทังชีวิต…และในภาวะการณ์เช่นนี้ การแบ่งปันกันจึงเกิดขึ้น ผู้ที่ยังพอมีก็แบ่งปันกับผู้ที่ไม่มี “ตู้ปันสุข” จึงเกิดขึ้น แม้มันจะมีภูมิหลัง-ที่มา หรือ คอนเซ็ปต์จากหลายที่หลายแห่งหรือหลายประเทศ แต่ความหมายก็คงเหมือนกัน คือคนที่มีก็แบ่งปันกับคนที่ไม่มี จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ช่วงนี้ คงโฟกัสไปที่อาหารการกิน พี่น้องครับ พระวรสาร-พระวาจาของพระเจ้าสัปดาห์นี้ พระเยซูเจ้าตรัสว่า

“ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา…” (ยน 14:15-21) บทบัญญัติของพระองค์ คือ บทบัญญัติแห่งความรัก  รักที่ไม่ใช่แต่เพียงคำพูดแต่เป็นรักที่แสดงออกด้วยกิจการ กิจการที่แสดงออกด้วยการช่วยเหลือและแบ่งปัน สิ่งใดที่เราทำด้วยความรัก ช่วยเหลือแบ่งปันต่อเพื่อนพี่น้อง ก็เท่ากับเราได้ทำต่อพระเยซูเจ้าเอง พี่น้องดูทีวี เห็นภาพข่าว ฟังเรื่องราวต่างๆ ของ ตู้ปันสุข เราได้เห็นผู้ทีน้ำใจดีมากมายนำสิ่งที่ตนมีแบ่งปันกับผู้ไม่มี แม้ผู้ไม่มีบางคนจะมีความเห็นแก่ตัว กอบโกย ขาดน้ำใจหรือความตระหนักถึงผู้อื่น ก็คงจะเป็นเรื่องปกติที่สังคมมักจะมีทั่งคนดีและคนไม่ดี แต่สิ่งหนี่งที่สำคัญสำหรับเราด้วยก็คือ แม้เราได้ดู-ได้เห็น-ได้ฟัง แล้วเราได้ทำอะไรบ้าง เราจะเป็นเพียงผู้ดู-ผู้ชมเฉยๆ ผู้ใดเป็นอย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องของฉันกระนั้นหรือ?!? ขอให้พระวาจาของพระองค์สะกิดเตือนใจเรา ถ้าท่านรักพระ ก็จงถือบัญญัติ แห่งรักของพระองค์ ความรักที่แสดงออกด้วยการช่วยเหลือ แบ่งปัน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว แล้วเราทุกคนก็จะก้าวผ่านไปด้วยกัน เราจะพบความสุขที่แท้จริง.พ่อวรวุฒิ กิจสกุล

 

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2020 สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์            สวัสดีครับ พี่น้องที่เคารพรัก วันนี้พ่อขอเริ่มด้วยคำถามโง่ๆ หรือคำถามที่ซื่อบื้อนะครับ “ผู้ใดอยากไปสวรรค์?!?”  “ใครอยากไปนรก?!?” คำตอบที่ได้ ก็คงจะเหมือนกันหรือรู้อยู่แล้วว่าจะได้คำตอบอย่างไร นั่นคือ ทุกคนอยากไปสวรรค์ และคงไม่มีผู้ใดอยากไปนรก แต่สิ่งสำคัญคงไม่ใช่คำคำถามคำตอบนี้เท่านั้น จะต้องถามและตอบต่อไป นั่นคือ แล้วจะทำอะไรอย่างไรเพื่อจะได้ไปสวรรค์เพื่อจะได้ไม่ตกนรก และเมื่อรู้แล้ว ก็คงไม่ใช่เพียงรับรู้เฉยๆ แต่ต้องปฏิบัติหรือกระทด้วย!!! พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ผู้ที่เชื่อในเราและรักเรา และปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา ผู้นั้นจะมีชีวิตนิรันดร” นั่นคือ จะได้อยู่ในสวรรค์-ในความรอดนิรันดร

อะไรคือบัญญัติ??? บัญญัติ 10 ประการที่พระองค์มอบแก่เรานั่นไงครับหลงลืมไปหรือยังครับ  รื้อฟื้นกันหน่อยนะครับ:….

 

 

  1. จงนมัสการพระเจ้าผู้เดียวของเจ้า
  2. อย่าออกพระนามของพระเจ้าโดยไม่สมเหตุ
  3. วันพระเจ้าอย่าลืมฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ
  4.   จงนับถือบิดามารดา
  5.   อย่าฆ่าคน
  6.   อย่าทำอุลามก, อย่าผิดประเวณี
  7.   อย่าลักขโมย
  8.   อย่าพูดเท็จใส่ร้ายผู้อื่น
  9. อย่าปลงใจผิดประเวณี
  10. อย่ามักได้ทรัพย์ของผู้อื่น

บัญญัติ 3 ข้อแรก คือสิ่งที่เราต้องปฏิบัติต่อพระเจ้า   และบัญญัติ ข้อ 4 ถึงข้อ 10 บอกให้เราต้องปฏิบัติต่อเพื่อนพี่น้องทุกคน หรือสรุปออกมาได้ง่ายๆสั้นๆ ว่า “จงรักพระเจ้าสุดใจ และจงรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเอง” พี่น้องหลายท่านมักจะบอกว่า ได้ถือบัญญัติของพระองค์เสมอมาแล้ว ซึ่งหลายครั้ง มันรู้สึกลอยๆ เป็นแบบนามธรรม อยากให้เราลงไปให้ลึกๆ ให้เป็นแบบรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อจะได้รู้ชัดๆ ว่าเราได้ปฎิบัติหรือไม่อย่างไร

 

 

กิจเมตตาธรรมฝ่ายกาย

  1. ให้อาหารแก่ผู้หิวโหย
  2. ให้น้ำแก่ผู้กระหาย
  3. ให้เสื้อผ้าแก่ผู้ไม่มีนุ่งห่ม
  4. ให้ที่พักแก่ผู้ที่ไร้ที่อยู่
  5. เยี่ยมผู้ป่วย
  6. เยี่ยมผู้ต้องขัง
  7. ร่วมงานฝังศพ

กิจเมตตาธรรมฝ่ายจิต

  1. ให้คำแนะนำแก่ผู้สงสัย
  2. สอนคนที่ไม่รู้
  3. ตักเตือนคนบาป
  4. บรรเทาผู้ทุกข์ยาก
  5. ให้อภัยผู้ทำความผิด
  6. อดทนต่อความผิดของผู้อื่น
  7. ภาวนาสำหรับผู้เป็นและผู้ตาย

นักบุญเปาโลกล่าวว่า “พระอาณาจักรสวรรค์ของพระเจ้า ไม่อยู่ในคำพูด แต่อยู่ในการกระทำ ซึ่งแสดงพระอาณุภาพของพระจิตเจ้า” (1 คร.4:20) พี่น้องที่รัก วันนี้เราสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ เราทุกคนอยากไปสวรรค์ และเราต้องไปสวรรค์ให้ได้ เกิดมาชาติเดียว ต้องไปสวรรค์ให้ได้ แต่จะไปได้หรือไม่ได้ ต้อวดูว่า ราได้ทำหรือปฏิบัติกิจต่างๆ อย่างไร เพื่อสมจะได้ไปสวรรค์หรือไม่?!?

 

พ่อ วรวุฒิ กิจสกุล