สารวัด ฉบับที่ 151217 วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม ค.ศ. 2019

March 5th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

            เทศกาลแห่งการ ลด ละ เลิก คริสตชนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าเทศกาลมหาพรตเป็นเทศกาลแบบนี้ แต่ถ้าเราสังเกตดูจากกิจการที่พระศาสนจักรสั่งให้เราคริสตชนปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต การอธิษฐานภาวนา การทำพลีกรรมและจำศีลอดอาหาร การให้ทาน ทำกิจเมตตาต่างๆ เราจะพบว่าความจริงการ ลด ละ เลิก เป็นส่วนหนึ่งของเทศการมหาพรตเท่านั้น และถ้าเราพิจารณาให้ลึกซึ้งถึงจิตตารมณ์ของกิจการต่างๆ เราจะพบเทศกาลมหาพรตเป็นเทศกาลที่เน้นการปฏิบัติมากกว่าการ ลด ละ เลิก อาทิ การทำพลีกรรมและการจำศีลอดอาหาร ดูจากลักษณะของกิจการ ก็น่าจะเป็นการ ลด ละ เลิก เราต้องบังคับตนเองมากขึ้นไม่ให้ติดใจอยู่กับความสะดวกสบาย ตัดใจจากสิ่งที่เราชอบเป็นพิเศษเพื่อฝึกฝนการบังคับตัวบังคับใจตนเอง พิจารณาดูเผินๆ ดูเหมือนว่าจะเป็นการ ลด ละ เลิก เท่านั้น แต่ถ้าพิจารณาตามจิตตารมณ์เราจะพบว่ากิจการนี้มีอะไรมากกว่าที่เราคิดและเข้าใจ เพราะพระศาสนจักรสั่งไว้ว่า “สิ่งที่เราได้จากการทำพลีกรรมและจำศีลอดอาหาร ความเป็นอยู่อย่างสะดวกสบายตามปกติที่เราเคยทำ เราต้องนำไปทำทานช่วยเหลือผู้อื่นเป็นต้น คนด้อยโอกาส” เช่น การดำเนินชีวิตกินอยู่ตามปกติ เราอาจจะมีค่าใช้จ่ายต่อวัน 800 บาท ในเทศกาลมหาพรตหลังจากที่เราทำพลีกรรมและจำศีลอดอาหารแล้ว เราใช้เงินต่อวันเพียง 500 บาท ค่าใช้จ่ายที่ลดลงไปนี่แหละเราต้องนำไปทำทานหรือช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เมื่อเราพิจารณาเช่นนี้เราพบว่า เทศกาลมหาพรตเน้นเรื่องการปฏิบัติความดีกิจเมตตามากกว่าการ ลด ละ เลิก

การปฏิบัติตามพระบัญญัติของศาสนาต่างๆ ถ้าพิจารณาดีๆก็จะพบ ว่ามีลักษณะเดียวกัน ศาสนาพุทธศีล 5 มีเบญจศีลข้อห้าม และเบญจธรรมข้อพึงปฏิบัติ พระศาสนจักรคาทอลิกเวลาที่สอนคำสอนเกี่ยวเรื่องพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า และพระศาสนจักร เราต้องสอนข้อพึงปฏิบัติด้วยเช่นเดียวกัน อาทิ คุณธรรมหรือฤทธิกุศลต่างๆ ความเชื่อ ความวางใจ ความรัก ความยุติธรรม ความฉลาด ความเข้มแข็ง ความมัธยัสถ์ ฯลฯ เพราะฉะนั้นการถือตามพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าและพระศาสนจักร เราจึงไม่ได้คิดถึงเพียงข้อห้ามอย่างเดียว อย่าทำอย่างนี้นะเป็นบาป อย่าทำอย่างนั้นนะเป็นบาป แต่เราต้องคิดถึงข้อพึงปฏิบัติด้วยว่า ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถเป็นคนดีขึ้นในด้านต่างได้เรื่อยๆ เพื่อเราจะได้สามารถเป็นคนดีบริบูรณ์อย่างที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ทรงความดีบริบูรณ์

พระศาสนจักรพยายามทำให้กิจการหรือแบบฝึกฝนต่างๆ ในเทศกาลมหาพรตเป็นรูปธรรมมากที่สุด เพื่อเราจะได้เตรียมตัวเตรียมจิตใจสมโภชปัสกา การรับทนทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า พระศาสนจักรให้พวกเราเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์ เพื่อรำพึงถึงเรื่องราวแห่งพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า และชัยชนะในการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ ต้องการจะบอกกับเราว่าผ่านหนทางแห่งไม้กางเขน เราจึงสามารถพบกับความสว่างและความรอดพ้น วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต มีเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์ก่อนมิสซาบูชาขอบพระคุณในเทศกาลมหาพรต วันเสาร์เวลา 19.00 น. วันอาทิตย์เวลา 8.45 น. ทั้งนี้เพื่อทำให้การรำพึงการอธิษฐานภาวนาเป็นรูปธรรมชัดเจน การให้ทานทำกิจเมตตาต่างๆพระศาสนจักรให้มีกระบอกมหาพรต เพื่อออมเงินจากการทำพลีกรรมจำศีลอดอาหาร ไม่ใช่เพื่อให้พี่น้องทำบุญให้พระศาสนจักรเอาไปใช้  แต่เพื่อให้พี่น้องออมเงินจากการบังคบตนเองของพี่น้อง และเอามามอบให้พระศาสนจักรเมื่อจบเทศกาลมหาพรต หลังจากนั้นพระศาสนจักรจะนำเงินทั้งหมดนี้ไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส คนยากจน ผ่านทางอัครสังฆมณฑลและทางเขต ในเขต 2 ของเรามีการบริหารจัดการโดยนำเงินไปช่วยองค์กรในเขต 2 ที่ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ลี้ภัย และเป็นทุนการศึกษาให้ลูกหลานของเราที่มีความจำเป็นต้องการความช่วยเหลือ ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้กิจการที่เราทำในเทศกาลมหาพรตเป็นรูปธรรมทั้งสิ้น.  

จากคุณพ่อเจ้าวัด

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

การพูดจาและพลังในการสั่งสอน

            “เมื่อเขย่าตะแกรง ย่อยเหลือกากฉันใด เมื่อคนหนึ่งพูด ความบกพร่องของเขาก็ย่อมปรากฏออกมาฉันนั้น” (บสร.27:4) เมื่อได้ฟังได้อ่านพระคัมภีร์ทั้งหมดในวันนี้แล้ว เราคงมีความรู้สึกว่าแม้พระคัมภีร์จะถูกเขียนขึ้นมาเป็นเวลานานนับพันๆปี แต่ยังคงทันสมัยมีพลังในการสั่งสอนอยู่เสมอ ในปัจจุบันพวกเราคงเคยได้ยินว่า “ผู้ที่ฉลาดจริงจะไม่พูดมากเป็นต้นในเรื่องที่เขาไม่มีความชำนาญ แต่จะเป็นนักฟัง เพราะยิ่งพูดมากยิ่งผิดมาก” หรืออาจจะเคยได้ยินคำว่า คนนั้นคนนี้พูดแล้วต้องใช้ตะแกรงมาร่อนสักกี่ชั้นอะไรทำนองนี้ นี่ก็เป็นสำนวนที่คล้ายๆกัน “การสนทนาย่อมพิสูจน์นิสัยของมนุษย์” (บสร.27:5) เราเคยได้ยินสำนวนที่ว่า “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล” พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้เตือนใจเราในเรื่องของการพูดจาและพลังในการสั่งสอน “แบบอย่างในการดำเนินชีวิตส่งเสียงดัง มีพลังมากกว่าคำพูด” เรื่องนี้แทบไม่ต้องพิสูจน์เพราะหลายๆคนคงมีประสบการณ์อยู่แล้ว นักเทศน์แม้จะมีวาทศิลป์เยี่ยมยอดเพียงใด ก็ทำได้เพียงแค่ให้ความสนุกบันเทิงเท่านั้น แต่สาระที่จะนำไปปฏิบัติการเทศน์สอนแบบนี้คงไม่มีพลังพอที่จะชักจูงผู้คนให้ปฏิบัติตาม หรืออาจจะทำได้เพียงทำให้คนหลงคารมเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

พี่น้องหลายๆคนคงเคยประสบปัญหาในเตือนสอนลูกหลาน และลูก หลานไม่เชื่อฟัง เมื่อเป็นเช่นนี้พี่น้องลองกลับไปพิจารณาดูว่า เราทำอะไร เรากำลังบ่นจนรำคาญหรือเรากำลังเตือนสอน ถ้าเราใช้วิธีการบ่นรับรองได้ว่าไม่ได้ผล ถ้าพิจารณาแล้วปรากฏว่าเราไม่ได้บ่นแต่ใช้วิธีการชักชวน ถ้าไม่ได้ผลอีกก็ต้องไปดูว่า เราเคยเป็นคนแบบไหนและมีแบบอย่างให้พวกเขาได้เห็นหรือ ไม่ สามีภรรยาคุณพ่อคุณแม่หลายท่านมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ สวดภาวนาแล้ว ก็เริ่มอารมณ์เสียเพราะคนอื่นเขาไม่ได้ปฏิบัติอย่างที่ตนเองปฏิบัติ เริ่มบ่นว่าคนนั้นคนนี้หน้าตาก็บอกบุญไม่รับ  เชื่อเถอะครับถ้าทำแบบนี้คนในครอบครัวคนในบ้านเขาไม่มีวันปฏิบัติตามเราหรอก เพราะคนที่ไปร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ และสวดภาวนามา หน้าจะต้องอิ่มบุญและมีความสุข และเริ่มแสดงความรักความเมตตาต่อผู้อื่น ถ้าเรามีท่าทีแบบนี้แล้วถามถึงทุกข์สุขกับคนในครอบครัวด้วยหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส วันหนึ่งคนในครอบครัวของคุณก็จะเริ่มสงสัยว่าทำไมคุณจึงมีความสุขแบบนี้ และเขาจะปรารถนาที่จะมีความ สุขบ้าง และวันนั้นเขาจะมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ และสวดภาวนาเอง ไม่ใช่เพราะคำพูดดีๆของคุณนั้นหรอก แต่เพราะแบบอย่างที่คุณแสดงให้เขาเห็น มีพลังในการสั่งสอนมากกว่าคำพูดของคุณ

ความซื่อตรงในความคิดและกิจการเป็นเรื่องที่สำคัญในการสั่งสอน ในพระวรสารนักบุญลูกาบทที่ 6 ได้กล่าวถึงเรื่องทำนองนี้ไว้หลายตอน “คนตาบอดจะนำทางคนตาบอกได้หรือ ทั้งคู่จะตกลงไปในคูมิใช่หรือ” (ลก.6:39)  “ท่านจะกล่าวแก่พี่น้องได้อย่างไรว่า…ให้ฉันเขี่ยเศษฟางออกจาก ตาของท่านเถิด ขณะที่ท่านไม่เห็นท่อนซุงในดวงตาของตนเอง” (ลก.6:42) เมื่อได้อ่านได้ยินข้อความเหล่านี้พวกเรามักจะคิดถึงพวกฟาริสีและพวกธรรมาจารย์ ในปัจจุบันพวกเราจะคิดถึงพระสงฆ์ ผู้เทศน์ทั้งหลาย ความจริงบุคคลเหล่านี้ก็เป็นเป้าหมายสำคัญที่จะต้องเตือนใจตนเองบ่อยๆ แต่ที่เหนือไปกว่านั้นก็คือพวกเราคริสตชนทุกคน ที่ต้องมีชีวิตเป็นพยานให้ผู้อื่น ได้รับรู้ความดีความรักความเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ทุกคน และบรรดาผู้ที่มีหน้าที่ต้องตักเตือนสั่งสอนผู้อื่นทั้งหลาย ถ้าเรามีความซื่อตรงในความคิดและกิจการมีแบบอย่างที่งดงามให้เห็นประจักษ์ชัด แน่นอนที่สุดคำพูดการสั่งสอนการตักเตือนของเราจะมีพลังเป็นยอมรับของผู้คนทั้งหลาย.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกา

  1. ในเทศกาลมหาพรตมีเดินรูป 14 ภาค ก่อนมิสซาบูชาขอบพระคุณ วันเสาร์เวลา 19.00 น. วันอาทิตย์ เวลา  45 น. ส่วนกิจศรัทธาอื่นของดไป ให้พี่น้องทำส่วนตัวในเทศกาลมหาพรต
  2. วันพุธที่ 6 มี.ค.  2019 เป็นวันพุธรับเถ้า เริ่มต้นเทศกาลมหาพรตขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาเสกและโปรยเถ้าเวลา 19.00 น. ด้วยและในวันนี้คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดเนื้อหรือทำพลีกรรมอื่นๆทดแทน คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ถึง 59 ปีบริบูรณ์ต้องอดอาหาร การอดอาหารหมายถึง การรับทานอาหารอิ่มเพียงมื้อเดียว
  1. วันอาทิตย์ที่ 10 มี.ค. 2019 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่ม วันที่ 21 มี.ค   จนถึงประมาณ 25 เม.ย 2019 ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ความต้องการรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  3. การซ่อมแซมวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังมิสซานี้ ขอให้พี่น้องช่วยกันขนหนังสือเอาไปไว้ที่หน้าวัด และช่วยกันจัดให้เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม

      ประกาศแต่งงาน

ระหว่าง                          นาย จุฑา ธรรมจินดา

บุตร                นาย จิตตวัฒน์ และ นาง โกสุม ธรรมจินดา

กับ                         มารีอา ณัฎฐ์ชพิทย์ สุรนันทชัย

บุตรี              ยอแซฟ บุญช่วย และ นาง ศรีจันทร์ สุรนันทชัย

ประกอบพิธีวันเสาร์ที่ 16  มี.ค. 2019 เวลา 10.00 น.

ถ้าผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆ ต้องแจ้งให้พ่อเจ้าวัดทราบ

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี  วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

สารวัด ฉบับที่ 15126 วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019

February 23rd, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

เรากำลังจะเข้าเทศกาลมหาพรตแล้ว เทศกาลนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในรอบปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร  เราคริสตชนเตรียมสมโภชพระธรรมล้ำลึกที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของพระศาสนจักร 40 วัน นั่นก็คือ พระธรรมล้ำลึกปัสกา พระเยซูคริสตเจ้าทรงรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อไถ่โทษมนุษยชาติให้พ้นจากการเป็นทาสของบาปและความตาย ช่วยมนุษยชาติให้รอดพ้นจากบาปโทษทั้งมวล พระศาสนจักรจัดเวลา 40 วันในเทศกาลมหาพรตเพื่อให้คริสตชนทั้งหลายเตรียมจิตใจเพื่อสมโภชพระธรรมล้ำลึกยิ่งใหญ่เช่นนี้ เพราะเลข 40 มีความหมายสำคัญทางพระคัมภีร์ ซึงมีกล่าวถึงตั้งแต่พันธสัญญาเดิมจนถึงพันธสัญญาใหม่ ในพันธสัญญาเดิมเมื่อโมเสสขึ้นไปรับพระบัญญัติ 10 ประการและรื้อฟื้นพันธสัญญาบนภูเขาซีนาย ท่านได้จำศีลอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน (อพย.34:28) ในช่วงเวลาที่ประกาศกเอลียาห์เดินทางไปภูเขาโฮเรบท่านอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน (1พกษ.19:8)  และประชากรของพระเจ้าต้องเดินทางในทะเลทรายถิ่นทุรกัน ดารเป็นเวลา 40 ปี ก่อนที่จะเข้าสู่ดินแดนพระสัญญา (สดด.95:10)   ในพันธสัญญาใหม่ก่อนที่พระเยซูคริสตเจ้าจะเริ่มประกาศข่าวดี พระจิตเจ้าทรงดลใจพระองค์เสด็จเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร พระองค์ประทับอยู่ที่นั่น 40 วัน อธิษฐานภาวนา จำศีลอดอาหาร และมีซาตานมาผจญพระองค์ และพระองค์ทรงได้ชัยชนะ (มก.1:12)  เลข 40 ที่พบในพระคัมภีร์หมายถึง การผ่าน การเตรียมตัว การกลับใจ การใช้โทษบาป การชำระตนให้บริสุทธิ์ การหันหลังให้กับความชั่วร้ายทั้งหลาย และตัดสินใจเลือกอยู่ฝ่ายพระเจ้า ดำเนินชีวิตในหนทางแห่งความชอบธรรม

เทศกาลมหาพรตยังเป็นช่วงเวลาแห่งการฝึกฝนตนเอง ด้วยเหตุนี้ในเทศกาลนี้พระศาสนจักรจึงมอบแบบฝึกฝนให้คริสตชนปฏิบัติอย่างน้อย 3 ประ การ

ประการแรก การสวดภาวนา ในเทศกาลมหาพรต คริสตชนต้องสวดภาวนามากขึ้น และต้องพิจารณาดูว่าการสวดภาวนาของตนเป็นอย่างไร การสวดภาวนามีองค์ปรกอบสำคัญดังนี้ การนมัสการสรรเสริญพระเจ้า การขอบพระคุณพระองค์ การขอโทษพระเจ้าสำหรับความผิดพลาดต่างๆที่เราได้กระทำ และการวอนขอสิ่งจำเป็นสำหรับฝ่ายวิญญาณและกายจากพระองค์ เราสวดภาวนาเป็นไหม ถูกต้องหรือเปล่า และสวดภาวนามากน้อยแค่ไหน

          ประการที่สอง การทำพลีกรรมและการจำศีลอดอาหาร คริสตชนที่มีอายุ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ต้องทำพลีกรรมในพระบัญญัติของพระศาสนจักรบอกว่าต้องอดเนื้อ แต่การอดเนื้อไม่ค่อยมีความหมายในการทำพลีกรรมสำหรับคนไทย พวกเราทำอะไรเป็นพลีกรรมแทนการอดเนื้อ อาทิ งดเล่นเกมส์ งดดื่มเหล้า ฯลฯ การทำพลีกรรมนี้เราต้องทำทุกๆวันศุกร์ตลอดทั้งปี รวมทั้งวันพุธรับเถ้าด้วย การจำศีลอดอาหาร คริสตชนที่มีอายุ 18 ปีบรบูรณ์ขึ้นไปถึง 59 ปีบริบูรณ์ ต้องอดอาหาร การอดอาหารหมายถึงทานอิ่มได้หนึ่งมื้ออีกสองมื้อทานพออยู่ได้ เราได้ทำถูกต้องหรือไม่อย่างไร การอดอาหารเราต้องทำในวันพุธรับเถ้า และวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ และในวันอื่นๆตามความสมัครใจ

ประการที่สาม การทำกิจเมตตาต่างๆ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งกิจเมตตาจิตวิญญาณและฝ่ายกาย อาทิ ให้คำแนะนำให้คำปรึกษาในเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณ ตักเตือนผู้ที่หลงผิด ชักชวนให้มาปฏิบัติศาสนกิจ ช่วยเหลือคนยากจน เยี่ยมผู้ป่วย  ฯลฯ

ถ้าเราสังเกต เราจะพบว่าสิ่งที่พระศาสนจักรให้ฝึกฝนนั้น เป็นสิ่งเราจำเป็นต้องปฏิบัติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่กิจการที่ต้องทำในเทศกาลมหาพรตเท่านั้น ที่เราต้องนำมาฝึกฝนบ่อยๆเพื่อเราจะได้ใช้วิธีการอย่างนี้ในการปฏิบัติต่อไป จนกระทั่งเราจะดำเนินชีวิตบรรลุเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิตของเราแต่ละคน.

                                                                                    จาก คุณพ่อเจ้าวัด

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จงรักอย่างที่พระเจ้าทรงรักและเมตตาอย่างที่พระเจ้าทรงเมตตาเรา

            พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ ท้าทายชีวิตของเราคริสตชนทุกคน เราต้องมีมาตรฐานในการดำเชีวิตสูงกว่าผู้อื่น “ถ้าท่านรักเฉพาะผู้ที่รักท่าน ท่านจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้อย่างไร คนบาปก็ยังรักผู้ที่รักเขาด้วย” (ลก.6:32) เป็นมาตรฐานการดำเนินชีวิตที่ทำให้เราคริสตชนแตกต่างจากคนทั่วไป การดำเนินชีวิตแบบนี้จะทำให้ชีวิตของเราคริสตชนสะท้อนภาพของพระบิดาเจ้าสวรรค์อย่างเด่นชัด ทำให้ทุกคนได้ประจักษ์แก่ตาและสรรเสริญพระองค์ “เพื่อคนทั้งหลายจะได้เห็นกิจการดีของท่าน และสรรเสริญพระบิดาเจ้าผู้สถิตในสวรรค์” (มธ.5:16) “จงเป็นผู้เมตตากรุณาดังที่พระบิดาของท่านทรงเมตตากรุณาเถิด” (ลก.6:36) ในพระวรสารนักบุญมัทธิวขึ้นเป็นหัวเรื่องใหญ่ว่า “มาตรฐานใหม่สูงกว่ามาตรฐานเดิม” อ่านแล้วดูเหมือนว่าพระเยซูคริสตเจ้ามาทำลายธรรมบัญญัติเดิม แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ พระองค์เสด็จมามิใช่เพื่อทำลายธรรมบัญญัติ (ฉธบ.4:8)  ทั้งมิใช่มาเพื่อบันดาลให้ธรรมบัญญัติศักดิ์สิทธิ์จนแตะต้องไม่ได้แต่เสด็จมาสั่งสอนและปฏิบัติเป็นแบบอย่าง เพื่อทำให้ธรรมบัญญัติเดิมสมบูรณ์มีรูปแบบใหม่และคงอยู่ถาวร พระองค์มามอบบทบัญญัติใหม่ให้แก่เรา (ยน.13:34) ซึ่งทำให้ธรรมบัญญัติทั้งหมดสมบูรณ์ไป

“จงรักศัตรู จงทำดีต่อผู้ที่เกลียดชังท่าน จงอวยพรผู้สาปแช่งท่าน จงอธิษฐานภาวนาให้ผู้ที่ทำร้ายท่าน” (ลก.6:27-28) อ่านหรือฟังคำสอนนี้แล้วดูเหมือนจะเป็นคำสอนที่เลื่อนลอยปฏิบัติไม่ได้จริง เป็นคำพูดที่หรูฟังดูดี แต่คริสตชนหลายๆคนคิดว่าเป็นสิ่งไม่สามารถปฏิบัติได้ อย่าว่าแต่ผู้ที่เป็นศัตรู หรือคนที่ทำร้ายเราเลย เอาแค่ว่าคนที่ไม่น่ารักไม่น่าไว้วางใจในสายตาของเรา  เราก็ไม่สนใจเฉยเมยไม่คบหาสมาคมด้วยทั้งๆที่เรายังไม่เคยรู้จักเขามาก่อน แต่พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้มีข้อพิสูจน์ให้เราเห็นชัดเจนว่า ถ้าคนๆหนึ่งมีจิตใจที่ดีและพยายามที่จะปฏิบัติ เขาสามารถปฏิบัติได้ เราได้รับแบบอย่างจากดาวิด กษัตริย์ซาอูลพยายามหาทางฆ่ากำจัดดาวิดเพราะอิจฉา ครั้งหนึ่งดาวิดประสบโอกาสเหมาะสามารถที่จะฆ่ากษัตริย์ซาอูลได้อย่างสบาย แต่ดาวิดไม่ทำและยังห้ามลูกน้องไม่ให้ทำด้วย อาบีชัยกล่าวกับดาวิดว่า “วันนี้พระเจ้าทรงมอบศัตรูของท่านไว้ในมือของท่านแล้ว ขอข้าพเจ้าเอาหอกแทงเขาปักติดดินเถิด….”   แต่ดาวิดห้ามอาบีชัยว่า “อย่าฆ่าเขาเลย เพราะไม่มีใครที่ทำร้ายผู้รับเจิมของพระยาห์เวห์แล้วจะไม่มีความผิด” (1ซมอ.26:8-9) ดาวิดไม่เพียงไม่ฆ่ากษัตริย์ซาอูลเท่านั้น แต่ยังมีความเคารพกษัตริย์ซาอูลในฐานะผู้ที่ได้รับการเจิมจากพระเจ้าอีกด้วย นี่เป็นตัวอย่างทำให้เราเห็นว่าคนธรรมดาสามัญอย่างดาวิดสามารถปฏิบัติได้จริง ถ้าจะถามว่ายากไหมขอตอบว่ายาก ยิ่งกว่านั้นเรายังได้เห็นความคิดของคนทั่วไปจากลูกน้องของดาวิดอีกด้วย แต่เราคริสตชนคิดอย่างนั้นไม่ได้

พระเยซูคริสตเจ้าเป็นพระอาจารย์ที่ไม่ได้สอนแต่ปาก แต่พระองค์ปฏิบัติให้เราเห็นเป็นแบบอย่าง ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ได้ทูลขอพระบิดาเจ้าไม่ให้ลงโทษผู้ที่ทำร้ายพระองค์ “พระบิดาเจ้าข้าโปรดอย่าลงโทษพวกเขา เพราะพวกเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร” พระวาจาที่พระองค์กล่าวนี้ เป็นการให้อภัยไม่ถือโทษ เป็นการแสดงความรักตามมาตรฐานใหม่ที่พระองค์สอน “เราให้บทบัญญัติใหม่….เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้น” (ยน.13:34) เรามอบแบบอย่างไว้ให้เพื่อท่านทั้งหลายจะได้ปฏิบัติตามเรา.

                                                                       พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. ขอให้พี่น้องเอาใบลานเก่ามาคืนที่วัดเพื่อทำเถ้า ใช้โปรยในวันพุธรับเถ้าที่จะถึงนี้ด้วย ในเทศกาลมหาพรตมีเดินรูป 14 ภาคก่อนมิสซาบูชาขอบพระคุณ วันเสาร์เวลา 19.00 น. วันอาทิตย์ เวลา  8.45 น.
  2. วันเสาร์ที่ 2  มี.ค.  2019 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด  ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนา และร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10.00 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์ทานอาหารร่วมกัน และวันเสาร์ที่ 30 มี.ค. 2019 มีเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจผู้สูงอายุเขต 2 ที่วัดเซนต์จอห์น  ลงทะเบียน เวลา 8.00-9.00 น.
  3. วันอาทิตย์ที่ 3 มี.ค. 2019 เป็นวันอาทตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างเด็ก ผู้ที่ปรารถนาจะนำลูกหลานมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าและส่งข้อมูลล่วงหน้าด้วย
  4. วันพุธที่ 6 มี.ค.  2019 เป็นวันพุธรับเถ้า  เริ่มต้นเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาเสกและโปรยเถ้าเวลา 19.00 น. ด้วย และในวันนี้คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดเนื้อหรือทำพลีกรรมอื่นๆทดแทน คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ถึง 59 ปีบริบูรณ์ต้องอดอาหาร การอดอาหารหมายถึง การรับทานอาหารอิ่มเพียงมื้อเดียว
  5. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่ม วันที่ 21 มี.ค จนถึงประมาณวันที่ 25 เม.ย 2019 ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ ความต้องการรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  6. ประกาศแต่งงานระหว่าง   นาย จุฑา ธรรมจินดา  บุตร  นาย จิตตวัฒน์ และ นาง โกสุม ธรรมจินดา กับ                               มารีอา ณัฎฐ์ชพิทย์ สุรนันทชัย บุตรี    ยอแซฟ บุญช่วย และ นาง ศรีจันทร์ สุรนันทชัย   ประกอบพิธีวันเสาร์ที่ 16  มี.ค. 2019 เวลา 10.00 น.     ถ้าผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆ ต้องแจ้งให้พ่อเจ้าวัดทราบ

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี  วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

สารวัด ฉบับที่ 151215 วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019

February 23rd, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

            การร้องเพลงในพิธีกรรม เป็นต้นในมิสซาบูชาขอบพระคุณ ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ เราจำเป็นต้องมีส่วนร่วมช่วยกันร้องเพลงโดยพร้อมเพรียง ในสมัยก่อนพิธีกรรมต่างๆในพระศาสนจักรเป็นทำ นองบทร้องทั้งสิ้น และในหนังสือพิธีกรรมเป็นต้นมิสซาบูชาขอบพระ คุณในสมัยโบราณที่พ่อเคยเห็น และร่วมอยู่บ้างในสมัยเป็นเด็กจะมีโน๊ตเพื่อให้พระสงฆ์ร้องออกมาเป็นทำนองได้อย่างถูกต้อง ในปัจจุบัน หลังจากที่พระสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2  ประกาศให้ประกอบพิธีกรรม เป็นภาษาท้องถิ่นได้ยังมีทำกันอยู่หรือไม่ คำตอบก็คือยังมีทำกันอยู่ทั่วไปเป็นต้นในยุโรป สำหรับในเอเซีย บางครั้งพ่อเคยได้ยินชาวเวียด นามที่มาขอใช้วัดของเราทำมิสซาบูชาขอบพระคุณ พระสงฆ์บางองค์ก็ร้องเป็นทำนองทั้งมิสซาและสัตบุรุษก็ตอบรับเป็นทำนองด้วยเหมือน กัน ในประเทศไทยมีหรือไม่ มีครับพ่อเคยพบหนังสือที่คุณพ่อคณะเยซูอิต คุณพ่อโมลิ่งได้เคยแต่งทำนองไว้เล่มหนึ่งไว้ใช้ในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่ค่อยมีใครนำมาใช้เพราะมันต้องซ้อมกันใหม่ทั้งพระสงฆ์และสัตบุรุษ พ่อเคยนำมาใช้บางตอนในวันอาทิตย์ใบลานตอนเคาะและเปิดประตูวัด เพราะเห็นว่ามีความหมายดี ปีนี้พ่อจะนำมาใช้อีก

พี่น้องเนื่องจากว่าพิธีกรรมของพระศาสนจักรเป็นมิสซาบูชาขอบคุณ เป็นการทำซ้ำๆ วันอาทิตย์มีอยู่ 3 รอบปี คือ ปีA ปีB ปีC วันธรรมดามี 2 รอบปี ปีคู่และปีคี่ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องพยายามเติมความมีชีวิตชีวาทำให้เรื่องซ้ำๆ เป็นเรื่องใหม่และมีชีวิตชีวาสำหรับเราอยู่เสมอ ในการร่วมพิธีกรรมการทำอะไรตามความเคยชินเป็นเรื่องอันตราย เพราะมันจะลดคุณค่าในสิ่งที่เราทำให้น้อยลงไปเรื่อยๆ พ่อทำมิสซาบูชาขอบพระคุณทุกวัน เวลาทำพ่อต้องอ่านจากหนังสือทั้งหมดไหม ที่จริงแล้วไม่มีความจำเป็นเลยเพราะพ่อจำได้เกือบหมด แต่พ่อต้องบังคับตัวให้อ่านจากหนังสือเพราะจะทำให้พ่อมีความตั้งใจมากขึ้นและทำช้าลง ขนาดพ่อบังคับตัวขนาดนี้บางครั้งพ่อก็ทำเร็วเกินไป ถ้าเป็นเช่นนี้พี่น้องต้องช่วยบอกกล่าวด้วย

พี่น้องพ่อรู้สึกตกใจสังสัยมากที่ทราบว่า สัตบุรุษหลายๆท่านบอกว่า “ร้องเพลงที่ใช้ร้องในวัดไม่ได้”  “อีกหลายคนบอกว่าเพลงที่เอามาใช้ที่วัดของเราไม่คุ้นหูไม่เคยได้ยิน” พ่อต้องบอกตามความจริงว่าเพลงที่เรานำมาใช้ในวัดนี้มีความเป็นมายาวนานพอสมควร พ่อเคยเห็นเคยได้ยินมาตั้งแต่สมัยพ่อเป็นเด็กเริ่มจากต่างวัดต่างทำ ออกมาเป็นหนังสือชื่อต่างๆ อาทิ เสียงสวรรค์ ฯลฯ ต่อมาเริ่มมีเพลงแปลมาจากทางยุโรป ออกมาเป็นคริสตังร้องเพลง เทิดเกียรติ และเริ่มมีการแต่งกันเอง จากบ้านเณรแสงธรรม และสังฆมณฑลต่างๆ อาทิ จากใจ ฯลฯ ตอนหลังๆเริ่มมีการรวมเล่มให้มีเอกภาพมากขึ้นออกมาเป็น หนังสือปรารถนา สาธุการ สดุดี และหนังสือเพลงประสานใจ ฯลฯ หนังสือเพลงที่เราใช้กันในปัจจุบันมาจากการรวมเพลงจากแหล่งต่างๆ  เพลงเหล่านี้ส่วนใหญ่อายุ  30, 40, 50, 60 กว่าปีมาแล้ว และเป็นเพลงที่ใช้ซ้ำกันในพิธีกรรมเพราะมีการแบ่งหมวดหมู่ไว้ว่า ใช้ในเทศ กาลอะไร พิธีกรรมแบบไหน ในช่วงตอนไหน  เพลงใหม่ก็มีบ้างแต่ก็น้อยมากและต้องซ้อมก่อนนำมาใช้ พ่อจึงแปลกใจมากที่หลายๆคนบอกว่าร้องไม่ได้และไม่คุ้นหู พ่อจึงต้องบอกกับพี่น้องตรงไปตรงมาว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะพี่น้องร้องเพลงไม่ออกเสียง ร้องปากขมุบขมิบ ร้องเพลงแบบนี้ทำให้เราร้องเพลงไม่เป็น จึงขอความร่วมมือจากทุกๆคนให้เราร้องเพลงออกเสียงกันเถอะ การร้องเพลงถือเป็นการสรรเสริญพระเจ้าสองเท่าของการภาวนาธรรมดา.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ความสุขแท้

มนุษย์ทุกคนปรารถนาที่จะมีความสุขในชีวิตของตนมากที่สุด กิจ การทุกอย่างที่มนุษย์ทำทั้งดีและไม่ดี ก็ล้วนเป็นกิจการที่ต้องให้ได้มาซึ่งความสุขทั้งสิ้น บางคนดื่มสุราเพราะคิดว่าการดื่มสุราจะให้ความสุขแก่ตนเอง บางคนเล่นการพนันเพราะอยากมีเงินมีทองเยอะๆจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีมีความสุข คนดีๆ พยายามสร้างบุญสร้างกุศลเพื่อความสุขในชีวิต ฯลฯ ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนปรารถนาความสุขแต่แตกต่างกันที่ความเข้าใจ และวิธีการแสวงหา พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนหนทางที่จะทำให้เรามีความสุขเที่ยงแท้ หนทางที่พระองค์สอนดูเหมือนเป็นหนทางที่สวนกระแสกับหนทางของโลก “คนยากจน…คนที่หิว…คนที่ร้องไห้….คนที่ถูกคนอื่นเกลียดชัง…ดูหมิ่นเพราะเป็นศิษย์ของพระองค์ก็เป็นสุข” (ลก. 6:20-22) ความสุขที่พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวถึงเป็นความสุขแท้เป็นความสุขของผู้ที่เดินในหนทางของพระเป็นเจ้า ถึงแม้ว่าจะมีความยากลำบากในหนทางสายนี้แต่ท่ามกลางความยากลำบาก เขาจะพบกับความสุขแน่นอน และเป็นความสุขที่โลกให้ไม่ได้ นักบุญเปาโล ท่านได้กล่าวถึงความสุขแท้ซึ่งเป็นความหวังในชีวิตหลังความตาย ท่านอธิบายว่า “ถ้าความหวังในพระคริสตเจ้าของเราจำกัดอยู่เพียงในชีวิตนี้เท่านั้น เรามนุษย์ทุกคนจะเป็นผู้ที่น่าสงสารที่สุด” (1คร.15:19) แต่เนื่องจากพระเยซูคริสตเจ้าทรงสิ้น พระชนม์และทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย ทุกสิ่งทุกอย่างจึงไม่สิ้นสุดเพียงชีวิตบนโลกใบนี้แต่จะปรากฏผลในชีวิตหลังความตาย แต่ที่นั่นทุกอย่างจะบริบูรณ์ชัดเจนตามความยุติธรรม “ดวงใจมนุษย์จะไม่มีวันสงบ จนกว่าจะได้พักพิงในพระเจ้า” (นักบุญออกัสติน)

ที่พระเยซูคริสตเจ้าและบรรดาศิษย์ของพระองค์สอนเช่นนี้ เพราะต้องการที่จะให้เราแต่ละคนเข้าใจถึงสัจธรรมความจริงของสรรพสิ่ง ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนอนิจจังให้ความสุขแท้แก่เราไม่ได้  เพราะฉะนั้นอย่าไปติดใจกับทรัพย์สมบัติของโลกและอย่ายึดเอาสิ่งเหล่านี้เป็นสรณะของชีวิตเด็ดขาด เพราะว่ามันเป็นสรณะที่พึ่งพิงแท้จริงของเราไม่ได้ สาเหตุไม่ใช่เพราะมนุษย์ติดใจฝักใฝ่กับทรัพย์สมบัติความสะดวกสบายทางโลกจนเลยเถิดหรอกหรือโลกจึงวุ่นวายถึงปานนี้  มนุษย์พยายามกอบโกยทุกอย่างเข้าหาตนเองไม่รู้จักอิ่มไม่รู้จักพอ จนเป็นสาเหตุของความเสียหาย การทำลายสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ด้วยกัน วันนี้ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเริ่มกบฏรุนแรงขึ้นทุกวันจนเป็นภัยธรรมชาติที่มนุษย์กำลังจะรับมือไม่ไหวอยู่แล้ว เราลองถามตนเองซิว่าคนที่กอบโกยได้ร้อยล้าน พันล้าน หมื่นล้าน เมื่อตายแล้วเอาอะไรติดตัวไปได้บ้าง คนที่ยอมเป็นคนจน….ยอมหิวในเวลานี้ คือคนที่รู้จักระงับความต้องการของตนและเป็นอยู่อย่างพอเพียง เพราะเขารู้ถึงสัจธรรมว่าความยากจนความหิวของเขาเกิดจากความต้องการที่ไม่รู้จักจบสิ้น กิเลสความต้องการแบบนี้จะเป็นมูลเหตุของการกอบโกยเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว และการทำลายล้างทุกสิ่ง คนที่ยอมจน ยอมหิวเวลานี้ ก็เหมือนกับคนที่ประหยัดอดออม วันนี้เขายากจน เขาหิว เพราะความต้องการของเขายังไม่ได้รับการตอบสนอง เขาหว่านด้วยน้ำตา วันหนึ่งเขาจะเก็บเกี่ยวผลด้วยความยินดี  ส่วนคนที่เอาสบายเข้าไว้อิ่มเข้าว่าในวันนี้ วันหนึ่งก็จะรู้ผลเอง เพราะสัจธรรมยอมเป็นสัจธรรม พระวาจาของพระเจ้าจะเป็นจริงทุกประ การ ขอพระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเราให้เราเดินในหนทางของพระเป็นเจ้าด้วยเพียรอดทน ยอมยากจน ยอมหิวต่อความต้องการอันไม่สิ้นสุด ยอมหว่านด้วยน้ำตา ยอมถูกเบียดเบียนต่อความยากลำบากที่เกิดขึ้น แล้วเราจะเป็นสุขได้รับชีวิตนิรันดรตามพระสัญญา เพราะพระวาจาของพระเจ้าจะเป็นจริงแน่นอน.                                                                                                                                               พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. ขอให้พี่น้องเอาใบลานเก่ามาคืนที่วัดเพื่อทำเถ้า ใช้โปรยในวันพุธรับเถ้าที่จะถึงนี้ด้วย
  3. วันเสาร์ที่ 2  มี.ค.  2019 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนา และร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10.00 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์ทานอาหารร่วมกัน
  4. วันพุธที่ 6 มี.ค.  2019 เป็นวันพุธรับเถ้า เริ่มต้นเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาเสกและโปรยเถ้าเวลา 19.00 น. ด้วย และในวันนี้คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดเนื้อหรือทำพลีกรรมอื่นๆทดแทน  คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดอาหาร  การอดอาหารหมายถึง การรับทานอาหารอิ่มเพียงมื้อเดียว
  5. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่มประมาณ 20-22 มี.ค จนถึงประมาณ 22 เม.ย 2019 ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ความต้องการรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  6. เวลานี้วัดของเรากำลังซ่อมแซม มิสซาและพิธีกรรมต่างๆ  จัดที่ศาลาอเนกประสงค์ พี่น้องช่วยกันเก็บหนังสือ และถ้าพี่น้องท่านใดมีความปรารถนาจะช่วยค่าซ่อมแซม มอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

สารวัด ฉบับที่ 151214 วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019

February 13th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

            ในช่วงนี้วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าอยู่ในระหว่างปิดซ่อมแซม พ่อต้องขออภัยในความไม่สะดวกต่างๆที่เกิดขึ้น แต่ทุกอย่างยังมีให้บริการอยู่เหมือนเดิม การรับศีลอภัยบาปอยู่ในห้องด้านหลัง หันหน้าเข้าศาลาอเนกประสงค์จะอยู่ทางด้านขวามือมีห้องที่มองตรงไปแล้วเห็นเลย และห้องทางด้านขวามืออีกห้องหนึ่ง ถ้าผู้ใดต้องการรับศีลอภัยบาปให้เดินเข้าไปด้านใน พ่อไม่ต้องการให้การซ่อมแซมวัดเป็นอุปสรรค์ในการปฏิบัติศาสนกิจของพี่น้อง เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศให้ศาลาอเนกประสงค์เป็นวัดชั่วคราวของเราให้ได้โดยเริ่มตั้งแต่ เวลาพี่น้องเข้าไปในบริเวณศาลาอเนกประสงค์ในช่วงนี้ต้องสำนึกว่าที่นี่มีพระแท่นบูชาและศีลมหาสนิท เป็นเครื่องหมายถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าที่ชัดเจน จึงต้องถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เราต้องสำรวมและให้ความเคารพ เมื่อมาถึงวัดชั่วคราว พ่อขอความกรุณาจากพี่น้องทุกๆท่าน ใครมาถึงก่อนให้เข้าไปนั่งด้านในนะครับ เพราะวัดชั่วคราวมีบริเวณที่เล็กและแคบ คนที่มาที่หลังจึงไม่ค่อยกล้าเดินเข้าไปด้านใน  เวลามองซ้ายมองขวามองไปข้างหน้าหันไปข้างหลัง ดูเหมือนว่าผู้คนอยู่ใกล้ๆไปหมด การเก็บหนังสือต่างๆที่นำมาใช้เอาอะไรมาขอให้นำเอาไปเก็บที่เดิมด้วยนะครับ พ่อเชื่อว่าถ้าเราช่วยกันสร้างบรรยากาศอย่างนี้ แม้สถานที่อาจจะไม่สะดวกนัก แต่การปฏิบัติศาสนกิจของเราจะสงบเรียบร้อยชวนศรัทธา

วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าหลังนี้สร้างมาครบ 25 ปี จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซม และเราได้พยายามทำอยู่แล้ว พ่อต้องขอบคุณพี่น้องหลายๆท่านที่ช่วยเป็นหูเป็นตา ช่วยงานนั้นงานนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เมื่อเราซ่อมแซมวัดทำให้พ่ออดคิดไม่ได้ว่า แล้ววัดหรือพระวิหารที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเป็นอย่างไรกันบ้าง ท่านนักบุญเปาโลสอนเราว่าเราแต่ละคนเป็นวัดหรือพระวิหารขององค์พระจิตเจ้า เป็นที่ประทับของพระองค์ พระวิหารหลังนี้เป็นอย่างไรกันบ้างหนอ เป็นเรื่องที่เราต้องสำรวจตรวจดูเหมือนกัน โดยธรรมชาติวัดหรือพระวิหารที่เป็นตึกเป็นอาคารมันต้องเก่าและซ่อมแซมไปตามสภาพวันเวลา แต่พระวิหารของพระจิตเจ้าซึ่งเป็นพวกเราแต่ละคนจะเป็นแบบตัวตึกหรืออาคารไม่ได้ ยิ่งเราเป็นคริสตชนนานเท่าใด ความเชื่อความศรัทธาของเราจะต้องเติบโต และเข้มแข็งมากขึ้นเท่านั้น ถ้าเราตรวจเช็คดูแล้วสภาพภายในของเราไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวถึงนี้ เราต้องพยายามปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน ลองดูซิว่าเราต้องเพิ่มเติมอะไรในการดำเนินชีวิตคริสตชน การสวดภาวนาของเราเป็นอย่างไร การมาร่วมบูชาขอบพระคุณของเราเป็นอย่างไร การรับพระหรรษทานจากศีลศักดิ์สิทธ์ต่างๆทำอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ การรับฟังพระวาจาของพระเจ้าและนำไปปฏิบัติตามเป็นอย่างไร สิ่งที่พ่อกล่าวถึงนี้ล้วนเป็นอาหารฝ่ายจิตวิญญาณที่จะช่วยให้ความเชื่อศรัทธาในพระเป็นเจ้าของเราเจริญเติบโต ถ้ามีอะไรขาดตกบกพร่องไปนั่นแหละเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ชีวิตความเชื่อเราไม่เจริญเติบโต ซึ่งเราจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้ ร่างกายของเราต้องหล่อเลี้ยงด้วยอาหาร น้ำ อากาศบริสุทธิ์เพื่อการเจริญเติบโต ชีวิตฝ่ายจิตจึงต้องหล่อเลี้ยงด้วยอาหารฝ่ายจิตเพื่อการเจริญเติบโตด้วยเช่นดียวกัน.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

 

ประสบการณ์ความเชื่อ

ความเชื่อมี 2 ระดับ ระดับแรกเริ่มต้นที่ความรู้ มนุษย์จะมีความเชื่อได้ต้องเริ่มต้นด้วยการรู้จัก ว่าสิ่งนั้นเป็นอะไร เป็นใคร ดีหรือไม่ดี เชื่อถือได้หรือไม่ได้    เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่จะมาเป็นคริสตชน จึงต้องเรียนคำสอนก่อนเพื่อจะได้รู้จักพระเจ้าโดยผ่านทางคำสอนในแง่มุมต่างๆของพระศาสนจักร รู้จักกฎเกณฑ์ และวิถีการดำเนินชีวิตคริสตชนเสียก่อน จึงสามารถรับศีลล้างบาปเข้ามาเป็นคริสตชนได้ ในระดับความรู้นี้ต้องน้อมรับด้วยสติปัญญา เมื่อคนๆหนึ่งเริ่มรู้จักแล้วครูคำสอน หรือพระสงฆ์และกลุ่มคริสตชน จะต้องพยายามนำคนๆนั้นให้มีประสบการณ์ความเชื่อที่ลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆต่อไป เพราะฉะนั้นผู้สอนคำสอนจึงต้องเชิญชวนผู้สนใจจะมาเป็นคริสตชนมาร่วมมิสซา และกิจกรรมต่างๆในกลุ่มคริสตชน เพื่อจะได้มีประสบการณ์ความเชื่อ ในระดับนี้ต้องน้อมรับด้วยใจ

คนที่มีประสบการณ์ความเชื่อ หมายถึงคนๆหนึ่งที่เข้าไปลิ้มรสสัมผัส ความดีงาม ความรัก ความเมตตา ของพระเจ้าด้วยตนเอง แหล่งที่มาของประสบการณ์ความเชื่อมาจากหลายๆทาง อาทิ การอ่าน การฟังพระวาจาของพระเจ้าและนำไปปฏิบัติตาม การสวดภาวนาด้วยเลื่อมใสความศรัทธา การรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆด้วยความศรัทธาโดยการเตรียมตัวเตรียมจิตใจอย่างดี และอาศัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง ฯลฯ นักบุญเปโตร ยากอบ และยอห์น เป็นอัครสาวกรุ่นแรกที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงเรียก เพราะฉะนั้นเราอนุมานได้ว่าพวกท่านต้องเริ่มฟังคำสอนของพระองค์ และรู้จักกับพระองค์บ้างแล้ว พระวรสารนักบุญลูกาจึงเล่าถึงเหตุการณ์ซึ่งพระเยซูคริสตเจ้า ทรงปรารถนาในพวกท่านมีประสบการณ์ความเชื่อ โดยสั่งให้นักกบุญเปโตรซึ่งเป็นชาวประมงออกไปจับปลาในเวลาที่ไม่เหมาะ สม “จงแล่นเรือออกไปในที่ลึกและหย่อนอวนลงจับปลาเถิด ซีมอนทูลว่า พระอาจารย์ พวกเราทำงานมาทั้งคืนแล้วจับปลาไม่ได้เลย แต่เมื่อพระองค์มีพระดำรัสข้าพเจ้าก็จะลงอวน”(ลก.5:4-5) จากความ สำเร็จในการได้ปลามากมายจนอวนแทบจะขาดทำให้นักบุญเปโตรรู้ซึ้งถึงความสามารถของตนในฐานะชาวประมงมืออาชีพ และฤทธานุภาพของพระเจ้าซึ่งเขาต้องมีความเชื่อ และยอมรับถึงความอ่อนด้อยของตน ถ้าขาดพระองค์แล้วเขาจะทำอะไรไม่ได้เลย

การมีประสบการณ์ความเชื่อ ทำให้คนๆนั้นสำนึกถึงความอ่อนแอ ความต่ำต้อย ความไม่เหมาะสม และความเป็นคนบาปของตน ในการที่ตนจะเข้าไปมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า และทำให้คนๆหนึ่งสำนึกถึงความรัก ความเมตตาของพระเจ้า ที่ทรงเชื้อเชิญต้อนรับมนุษย์ให้เข้ามามีชีวิตร่วมกับพระองค์ “เปโตรเห็นดังนั้น จึงกราบลงที่พระชานุ…..ทูลว่า โปรดไปจากข้าพเจ้าเสียเถิดพระเจ้าข้า เพราะข้าพเจ้าเป็นคนบาป” (ลก.5:8) นักบุญหลายท่านหลังจากมีประสบการณ์ความเชื่อแล้ว ก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน บางท่านร้องไห้อย่างขมขื่นเพราะประสบการณ์นั้นทำให้พวกท่านรู้ว่าสภาพ มนุษย์เป็นอย่างไรเมื่อพบกับความยิ่งใหญ่ ความรัก ความเมตตาของพระเจ้า “จงแล่นเรือไปในที่ลึก” จึงเป็นการเชื้อเชิญเราทุกคนให้เข้ามามีประสบการณ์ความเชื่อในพระเจ้า เพื่อเราจะได้สัมผัสความดีงาม ความรัก ความเมตตาของพระองค์ สำนึกถึงความต่ำต้อยเป็นคนบาปของตน แล้วเข้าไปพึ่งพระเมตตาของพระองค์ และนี่คือหนทางการดำเนินชีวิตที่ปลอดภัยที่สุดของเราคริสตชน.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ มีประชุมสภาภิบาล เวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซาและผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน    รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และหลังมิสซาเวชบุคคลคาทอลิก จะมาให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐาน พี่น้องรับบริการได้ที่หน้าศาลา
  1. วันอาทิตย์ที่ 17 ก.พ.  2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  1. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่มประมาณ 20-22 มี.ค จนถึงประมาณ 22 เม.ย 2019 ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน  ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ความต้องการรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  1. เวลานี้วัดของเรากำลังซ่อมแซม มิสซาและพิธีกรรมต่างๆจะจัดที่ศาลาอเนกประสงค์ พี่น้องช่วยกันเก็บหนังสือ และถ้าพี่น้องท่านใดมีความปรารถนาจะช่วยค่าซ่อมแซม มอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

สารวัด ฉบับที่ 151213 วันอาทิตย์ที่ 03 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019

February 4th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

รอบรู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองเป็น พ่อคิดว่าเรื่องนี้ป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เราควรมีความสำนึกอยู่เสมอ ในเรื่องของการนับถือศาสนาก็เช่นเดียวกัน เวลาที่บ่าว-สาวจะมาทำพิธีแต่งงาน พ่อจะให้พวกเขานำเอกสารไปกรอกมาให้เรียบร้อย ในเอกสารที่เขาต้องทำ มีเอกสารใบหนึ่งเป็นคำสัญญาของฝ่ายที่เป็นคาทอลิก ฝ่ายที่เป็นคาทอลิกต้องไปกรอกมาและอ่านทำความเข้าใจกับเงื่อนไขที่พระศาสนจักรกำหนดไว้ เมื่ออ่านจบแล้ว ต้องเอาเงื่อนไขนั้นไปให้ฝ่ายที่ไม่ใช่คาทอลิกอ่านทำความเข้าใจ และลงนามเพื่อแสดงว่ารับทราบยอมรับเงื่อนไขเหล่านั้นแล้ว พ่อจะบอกเสมอว่า ถ้ายังรับไม่ได้กับเงื่อนไขเหล่านั้น อย่าลงนามและมาขอคำอธิบายก่อนที่จะตัดสินใจ มีบางรายเหมือนกันที่ไม่ลงชื่อเมื่อมาขอคำอธิบาย พ่อจะถามถึงการปฏิบัติของศาสนาที่เขานับถือว่าต้องปฏิบัติอะไรบ้าง การปฏิบัติในบางเรื่องที่พวกเขาปฏิบัติหมายความว่าอะไร ส่วนใหญ่จะตอบไม่ได้ พ่อหันไปถามฝ่ายคาทอลิกว่าพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าและพระศาสนจักรมีอะไรบ้าง โชคดีของพ่อที่ส่วนใหญ่ตอบกันได้ แต่บางครั้งคาทอลิกบางคนตอบไม่ได้ พ่อรู้สึกอายและให้เหตุผลกับฝ่ายที่ไม่ใช่คาทอลิกไม่ได้ เพราะในคำสัญญามีข้อหนึ่งมีระบุไว้ว่า “ต้องอบรมลูกตามแนวของพระคริสตเจ้า” คือ ต้องให้ลูกรับศีลล้างบาปเป็นคาทอลิกนั่นเอง ถ้าคาทอลิกตอบได้ พ่อก็จะให้เหตุผลว่า คุณนับถือศาสนานั้นคุณยังไม่รู้เลยว่าเขาเชื่ออะไรต้องปฏิบัติอะไรบ้าง แล้วพ่อจะฝากเด็กๆให้เขาอบรมได้อย่างไร และส่วนใหญ่เขาก็เข้าใจและยอมรับเงื่อนไขนั้น แต่ถ้าคาทอลิกตอบไม่ได้พ่อก็จนปัญญาไม่รู้จะให้เหตุผลกับเขาว่าอย่างไร

     ถ้ามีคนมาถามว่า “คุณเป็นคาทอลิก แล้วคาทอลิกเขาเชื่ออะไรบ้าง” พวกเราจะตอบได้หรือเปล่า ถ้าเรารอบรู้จริงก็คงไม่ยากอะไร เราก็สวดบทข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้าให้คนที่ถามฟัง หรือจะสวดบทข้าพเจ้าเชี่อถึงพระเป็นเจ้าแบบเก่าก็ได้ จะเป็นบทเก่าหรือบทใหม่ไม่สำคัญขอให้สวดได้ก็แล้วกัน เราก็จะตอบคำถามนี้ได้ พี่น้องเรามาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณทุกวันอาทิตย์ บางคนก็มาบ่อยกว่านั้น ถามว่า “การร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณอย่างถูกต้องสมบูรณ์ ต้องร่วมตั้งแต่ตอนไหนถึงตอนไหน” เป็นคำถามที่มีมาแต่โบราณ บางครั้งก็เข้าใจกันว่า มาทันเสกศีลหรือก่อนบทเพลงศักดิ์สิทธิ์และได้รับศีลมหาสนิทก็พอแล้ว มีหลายคนปฏิบัติเช่นนี้เพื่อจะได้ออกจากวัดเร็วที่สุด สมัยก่อนบางคนก็จะไปร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณที่อื่นต่อเพราะเข้าใจว่าสามารถเพิ่มบุญกุศลให้กับตนเองได้ แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย การร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณที่ถูกต้อง คือการร่วมตั้งแต่เพลงเริ่มพิธีจนถึงการร้องเพลงปิดพิธีจบแล้วจึงเดินออกจากวัดไป รวมทั้งการตอบรับกับพระสงฆ์ด้วย ต้องพยายามตอบรับกับพระสงฆ์อย่างพร้องเพรียง อาณาเขตระยะใกล้ไกลก็มีความสำคัญเหมือนกัน เพราะฉะนั้นพี่น้องที่ชอบนั่งอยู่ไกลๆอยู่หน้าวัดโดยไม่มีเหตุผลจำเป็น ก็จะถือว่ามาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณแล้วไม่ได้ ที่พ่อเขียนเรื่องเหล่านี้มาให้อ่านกันไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้พี่น้องมีมโนธรรมที่จุกจิก อะไรนิดอะไรหน่อยก็ไม่ได้ทั้งนั้น เวลาเราทำอะไรแล้วรู้สึกอย่างไรต้องถามถึงเจตนาของตนเองดูก่อนว่า “เจตนาของเราเป็นอย่างไร” อาทิ มาวัดไม่ทันเพราะรถติด แต่ทุกครั้งเราก็มาทันก่อนเวลาด้วยเผอิญวันนั้นมันเหตุอะไรไม่ทราบรถมันติด ถ้าอย่างนี้แสดงว่าไม่มีเจตนา และเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ครับ แต่ถ้าจงใจมาช้าและจงใจออกก่อนพ่อคิดว่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องครับ เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามรอบรู้และเชี่ยวชาญในสิ่งที่เราเป็น    

จาก     คุณพ่อเจ้าวัด

 

ทัศนคติต่อผู้อื่น

นักบุญลูกาท่านได้บันทึกเรื่องราวการเทศน์สอนในศาลาธรรม ที่บ้านเกิดเมืองนอนของพระเยซูคริสตเจ้าไว้อย่างน่าสนใจ “ในวันนี้ ข้อความจากพระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว ทุกคนสรรเสริญพระองค์ และต่างประหลาดใจในถ้อยคำน่าฟังที่พระ องค์ตรัส” (ลก.4:21-22) ปฏิกิริยาของผู้คนที่ได้ยินคำเทศน์สอนของพระองค์ในตอนแรก ต่างชื่นชมในปรีชาญาณคำเทศน์สอนของพระองค์ แต่ไฉนความชื่นชมจึงกลายเป็นความสงสัย อคติ และในที่สุดกลายเป็นความรุนแรง จนนักบุญลูกาบันทึกไว้ว่าพวกเขาพยายามที่จะฆ่าพระองค์ สิ่งที่เกิดกับพระเยซูคริสตเจ้าในศาลาธรรม ที่บ้านเกิดเมืองนอนของพระ องค์ ทำให้เราต้องหันมาไตร่ตรองทัศนคติที่เรามีต่อผู้อื่น เป็นต้นเมื่อเราเห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จ มีอะไรบางสิ่งบางอย่างที่เหนือกว่าเรา เรามองเขาด้วยสายตาอย่างไร ทัศนคติที่เรามีต่อผู้อื่นเป็นตัวชี้วัดความรักของเราต่อผู้อื่น และวุฒิภาวะความเป็นผู้ใหญ่ของเรา นักบุญเปาโลจึงให้คำนิยามเรื่องความรักแท้ไว้ว่า “ความรัก…..ไม่อิจฉา…….ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง” (1คร.13:4-6) นักบุญเปาโลสอนอย่างนี้แสดงว่า  เมื่อคนๆหนึ่งเห็นผู้อื่นมีความสามารถแล้วชื่นชม พยายามสนับสนุน พยายามช่วยเขาให้ค้นพบความสามารถนั้น และใช้ให้เกิดประโยชน์ แสดงว่าบุคคลนั้นถึงพร้อมแล้วในความเป็นผู้ใหญ่ และมีความรักแท้ต่อผู้อื่น

“ไม่มีประกาศกคนใด ได้รับการต้อนรับอย่างดีในบ้านเมืองของตน” (ลก.4:24) ทำไมเราจึงคิดว่าคนใกล้ตัวเรา  คนบ้านเดียวกับเราจึงเก่งกว่าเรา เหนือกว่าเรา ดีกว่าเราไม่ได้ เพราะอะไรหรือ ก็เพราะความอิจฉาริษยาที่มันแอบซ่อนกลบดานในใจของเรามานานแล้ว ตั้งแต่เรายอมให้มันแทรกซึมเข้ามาในความรู้สึกนึกคิดของเรา โดยทัศนคติที่คิดถึงแต่ตนเองเป็นสำคัญไม่ยอมรับผู้อื่น ความอิจฉาริษยาจึงเป็นตัวการเจ้าใหญ่ที่บดบังความดีงามของผู้อื่น มองผู้อื่นในแง่ร้าย สงสัยหวาดระแวง สร้างอคติขึ้นในจิตใจ “เขากล่าวกันว่า นี่เป็นลูกของโยเซฟมิใช่หรือ” (ลก.4:22) ความอิจฉาริษยาอคติใจทำให้เกิดการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น เป็นเหตุให้ความคลางแคลงใจเริ่มก่อตัว ลูกของโยเซฟช่างไม้จนๆในหมู่บ้านของเราจะเก่งกว่าเราได้อย่างไร มีสิทธิ์มาสอนเราด้วยหรือ อคติที่แฝงเร้นในใจเช่นนี้ ทำให้ผู้คนที่บ้านเกิดเมืองนอนของพระเยซูคริสตเจ้า เสียโอกาสที่จะได้รับพระพรแห่งการเสด็จกับไปเยี่ยมบ้านเกิด เมืองนอนของพระองค์

กี่ครั้งกี่หนมาแล้วที่เราคริสตชนเสียโอกาสอันงดงามเช่นนี้ เพียงเพราะความคิดที่ไม่ถูกต้องอคติที่มันแฝงเร้นอยู่ในใจของเรา เราสงสัยในการเป็นปุถุชนคนธรรมดาของพระศาสนจักรและศาสนบริกร พวกท่านสามารถทำอย่างนั้นอย่างนี้ได้ด้วยหรือ หลายๆครั้งเราคิดว่าคริสตชนเป็นอภิสิทธิ์ชนที่พระเจ้าต้องให้ต้องทำเพื่อเราอยู่แล้ว เราจึงไม่เปิดทางให้พระเจ้าเข้ามาทำงานในชีวิตของเรา เวลาเราวอนขอแทนที่เราจะแสดงความสุภาพแต่เรากลับแสดงความเป็นอภิสิทธิ์ชน พระเจ้าต้องประทานให้ฉันอยู่แล้วเพราะฉันเป็นคริสตชน พระพรต่างๆที่เราสมควรจะได้รับจึงตกเป็นของคนอื่น ที่เข้ามาพึ่งพระเจ้าด้วยใจสุภาพซื่อตรงเหมือนกับแม่ม่ายที่เมืองศาเรฟัท นาอามานชาวซีเรียซึ่งไม่ใช่ชาวยิว ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องพยายามสะสางอคติร้ายๆในใจของเรา เพื่อพระเจ้าจะได้สามารถเข้ามาทำงานในชีวิตของเรา และทำให้ชีวิตของเราบังเกิดผลอุดมไปด้วยพระพร.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ สภาพระสังฆราชขอให้พี่น้องช่วยบริจาค เพื่อช่วยเหลืองานคณะธรรมทูตแห่งประเทศไทย  พี่น้องสามารถบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  1. วันอังคารที่ 5 ก.พ. 2019 เป็นวันตรุษจีนปีใหม่ของชาวจีนจะมีมิสซาวันปีใหม่ของชาวจีน เวลา 9.30 น. ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาขอพรพระเจ้า ในโอกาสตรุษจีนนี้ด้วย
  1. วันอาทิตย์ที่ 10 ก.พ. 2019 ประชุมสภาภิบาล เวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  2. วันอาทิตย์ที่ 10 ก.พ. 2019 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วย มิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน   และหลังมิสซาเวชบุคคลคาทอลิก จะมาให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐาน พี่น้องรับบริการได้ที่หน้าศาลา
  1. วันอาทิตย์ที่ 17 ก.พ.  2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  1. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่มประมาณ 20-22 มี.ค. จนถึงประมาณ 22 เม.ย 2019 ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ความต้องรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  1. เวลานี้วัดของเรากำลังซ่อมแซม มิสซาและพิธีกรรมต่างๆจะจัดที่ศาลาอเนกประสงค์ พี่น้องช่วยกันเก็บหนังสือ และถ้าพี่น้องท่านใดมีความปรารถนาจะช่วยค่าซ่อมแซม มอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี

วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

สารวัด ฉบับที่ 151212 วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม ค.ศ.2019

January 28th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

       รำพึงจากพระวาจาประจำวัน ทั้งๆที่มีพระสัญญาว่าจะให้เข้าไปในที่พักผ่อนกับพระองค์ แต่เราก็ต้องกลัวว่า อาจมีบางคนที่ไปไม่ถึง ความจริงเราได้รับข่าวดีเช่นเดียวกับเขาเหล่านั้น แต่พระวาจาที่ได้ยินนั้นไม่มีประโยชน์ต่อเขา เพราะเขาไม่มีความเชื่อเหมือนกับผู้ที่ฟัง (ฮบ.4:1-2) เพราะฉะนั้นหลายๆคนที่คิดว่าสวรรค์เป็นของตายอยู่แล้ว เนื่องจากเราได้รับศีลล้างบาปเราเป็นลูกของพระเจ้า ก็อาจพลาดท่าไม่ได้เข้าสวรรค์ที่พักผ่อนที่แท้จริงได้เหมือนกัน เพราะว่าเขาไม่มีความเชื่อ ด้วยเหตุนี้ ข่าวดีพระวาจาของพระเจ้า ที่มาจากแหล่งต่างๆที่พระเจ้าทรงสอนเตือนจึงไม่มีประโยชน์สำหรับเขา การไม่มีความเชื่อและไม่ปฏิบัติตามพระวาจาของพระเจ้า เกิดมาจากคนๆหนึ่งที่ไม่ใส่ใจในเรื่องของพระเจ้า พวกเขาถูกกระแสของโลก ลาภ ยศ สรรเสริญพัดพาไปไกลเกินกว่าจะมาสนใจในเรื่องของพระเจ้า เรื่องของพระเจ้าจึงเป็นเรื่องไกลตัวและเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับคนเหล่านี้

       พระคัมภีร์บทจดหมายถึงชาวฮีบรู ยังได้อ้างหนังสือปฐมกาลอย่างจงใจด้วยว่า พระเจ้าทรงพักผ่อนจากการงานทุกอย่างในวันที่เจ็ด” (ฮบ.4:4) การอ้างอย่างจงใจเช่นนี้ทำให้เราคริสตชนต้องคิดถึงวันอาทิตย์วันพระเจ้า และการมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณของเราว่า เราให้คุณค่าความสำคัญกับวันศักดิ์สิทธิ์นี้มากน้อยแค่ไหน เพราะกิจการที่เราแสดงออกมาภายนอกนั้น เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเชื่อที่อยู่ภายในอย่างชัด เจนที่สุด หลายๆคนขาดการมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์โดยมีเหตุผลที่ไม่สมควรเลยๆจริง อาทิ เพราะฉันเหนื่อยจากการทำงานมา 5-6 วันแล้ว อีกหลายๆคนก็ไม่มาเลยหรือมาปีละครั้งหรือ 2 ครั้ง และสิ่งที่คนเหล่านี้อ้างถึงคือพวกเขาไม่มีเวลาต้องทำมาหากิน การไม่ใส่ใจในเรื่องของพระเจ้าเช่นนี้มีความหมายเดียวกับสิ่งที่พ่อกล่าวมาข้างต้น คือพวกเขาไม่มีความเชื่อพระวาจาของพระเจ้าที่ประกาศมาจากแหล่งต่างๆ ซึ่งอาจมาจากพระคัมภีร์โดยตรง อาจมาจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม หรือการเตือนสอนของพ่อแม่และคนอื่นๆ จึงไม่มีประโยชน์สำหรับพวกเขา เพราะพวกเขาไม่เปิดใจรับฟัง บุคคลเหล่านี้จึงมีโอกาสที่จะไม่ได้เข้าไปพักผ่อนในพระอาณาจักรสวรรค์เช่นเดียวกัน

ในช่วงเวลานี้ พ่อเริ่มประชาสัมพันธ์เรื่องค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนแล้ว ในปัจจุบันการที่เราจะได้สามเณรใหญ่มาช่วยสอนคำสอนภาคฤดูร้อนไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนแต่ก่อน เพราะจำนวนเณรน้อยลงไปอย่างน่าใจหาย แต่ปีนี้วัดของเรายังโชคดีพระชนนีของพระเป็นเจ้าช่วยเรา เราจึงได้สามเณรใหญ่คณะธรรมทูตมาช่วยสอนคำสอน 2 ท่าน แต่อย่างไรก็ตามพ่อ ก็คงจะได้ยินคำเดิมๆประโยคเดิมๆที่ได้ฟังมายังเกือบทุกปี  พ่อจะทำอย่างไรลูกของฉันหลานของฉันยังไม่ได้รับศีลมหาสนิท….. ศีลกำลังเลย แต่ไม่มีเวลามาเรียนคำสอน เพราะต้องไปเรียนดนตรี เรียนว่ายน้ำ ไปเข้าค่ายภาษาอังกฤษ ต้องไปเรียนปรับฐาน ฯลฯ พ่อก็คิดแบบเดิมๆเหมือนกัน แปลกนะ ที่เราบอกว่าเราเชื่อ เราวางใจ เรารักพระจ้า และเรามีเวลาเรียนทุกสิ่งทุกอย่างแต่เราไม่มีเวลาเรียนรู้เรื่องของพระเจ้า ซึ่งเป็นวิธี การที่จะเอาตัวรอดไปสวรรค์ พ่อจึงปรารถนาที่จะเตือนใจผู้ปกครองทั้งหลาย ด้วยคติพจน์ที่พ่อเคยพบในโรงเรียนเครือเซนต์คาเบรียลที่พ่อจำมาแบบระท่อนกระแท่น อันวิชาความรู้ต้องเล่าเรียนเพียรขยัน แต่สวรรค์ดีกว่าเราอย่าลืม

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

 

ข่าวดีสำหรับคนยากจน

ถ้าเราอ่านพระวรสารของนักบุญลูกา ด้วยการพินิจพิจารณาไตร่ ตรองอย่างลึกซึ้ง เราจะพบว่างานเขียนของท่านเน้นถึงพระเมตตาของพระเจ้า ความรักความเอาใจใส่ของพระเจ้าต่อคนยากจน บุคคลชายขอบของสังคม และบุคคลที่สังคมประณามดูถูกเหยียดหยาม ท่านจึงจงใจเริ่มต้นพระวรสารของท่านด้วยความสุภาพว่า “ท่านเธโอฟีลัสที่เคารพรักยิ่ง คนจำนวนมากได้เรียบเรียงเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพวกเรา…..ได้ถ่ายทอดเหตุการณ์เหล่านี้ให้เรารู้แล้ว” (ลก.1:1-4) ที่บอกว่าท่านจงใจเริ่มอย่างนี้เพราะ “เธโอฟีลัส” เป็นคำที่มาจากภาษากรีกซึ่งแปลว่า “ผู้ที่รักพระเจ้า” เป็นชื่อที่ไม่เจาะจงหมายถึงใคร ท่านต้องการจะหมายถึงใครก็ได้ที่ต้องการแสวงหาพระเจ้าด้วยความรัก ปรารถนาที่จะรู้จักพระองค์อย่างลึกซึ้ง เพราะยิ่งรู้จักพระเจ้าลึกซึ้งมากเท่าใดก็จะรักพระองค์มากขึ้นเท่านั้น และที่บอกว่าท่านเริ่มด้วยความสุภาพ เพราะท่านยอมรับว่าท่านไม่ได้เป็นผู้รับคำสอนจากพระเยซู คริสตเจ้าโดยตรง แต่ท่านได้รับการถ่อยทอดมาอีกต่อหนึ่ง แต่กระนั้นท่านก็พยายามเรียบเรียงเรื่องราวเหล่านี้เพื่อเป็นข่าวดีสำหรับพวกเรา

พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมาประกาศข่าวดีสำหรับคนยากจน เป็นความหวังสำหรับผู้ที่สังคมประณามไม่คบหา และดูเหมือนว่าประตูสวรรค์จะปิดตายสำหรับคนพวกนี้ไปแล้ว ข่าวดีที่พระองค์ประกาศเป็นความหวังของทุกคน “ทุกคนมีสิทธิ์เข้าสวรรค์” แต่มีข้อแม้ว่า “จะต้องสำนึกผิดกลับใจใช้โทษบาป เปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีพูด และวิถีดำเนินชีวิตของตนให้ตรงกับพระประสงค์ของพระเจ้า” ด้วยเหตุนี้การเทศน์สอนของพระองค์จึงนำความชุ่มชื่นใจ มาให้กับทุกๆคนที่ถูกกดขี่ข่มเหงจากชนชั้นสูงในเวลานั้น จากการขานรับและปฏิกิริยาของประชาชน ทำให้เราทราบว่าความยากจนในทัศนะของนักบุญลูกา ไม่ใช่ความยากจนในเรื่องเงินทองปัจจัยภายนอกเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความยากจนทางด้านจิตใจ สำหรับทุกคนที่โหยหาปรารถนาจะรู้จักพระเจ้า ปรารถนาที่จะได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากบาปและความมืดมนของชีวิต ซึ่งคำทำนายของประกาศกอิสยาห์ก็บ่งบอกไว้ชัดเจนแล้ว และพระเยซู คริสตเจ้ายังเน้นว่าพระองค์มาเพื่อการนี้  “พระองค์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ ให้ประกาศข่าวดีแก่คนยากจน… ปลดปล่อยแก่ผู้ถูกจองจำ… คืนสายตาให้แก่คนตาบอด… ปล่อยผู้ถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ ประกาศปีแห่งความโปรดปรานจากพระเจ้า…พระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว” (ลก.4:18-21)

สิ่งที่พรรณนามาข้างต้นแสดงว่าโซ่ตรวนถูกปลดล๊อกกุญแจไว้แล้ว แต่ไฉนมีผู้คนจำนวนมากมายยังอยู่ในสภาพเดิมๆ เพราะมีหลายๆคนเมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วรีบปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระ แต่อีกหลายคนมือยังคงจับโซ่ตรวนไว้แน่น ย่ำอยู่ที่เก่า นี่จึงเป็นสภาพที่น่าเวทนาเพราะเพียงเขาปล่อยมือจากโซ่ตรวนนั้นมันจะร่วงหล่นลงไปเอง คนที่อยู่ในสภาพเช่นนี้แหละทำให้เราคริสตชนต้องตระหนักถึงหน้าที่ในการประกาศข่าวดี พระเยซูคริสตเจ้าทรงปลดปล่อยมนุษยชาติให้เป็นอิสระจากบาปและความมืดมนแห่งชีวิตแล้วก็จริง แต่ยังปรารถนาให้เราทุกคนร่วมมือกับพระองค์ในการประกาศข่าวดีแห่งความรัก ความเมตตา และความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อมนุษยชาติ เมื่อทุกคนได้สัมผัสและรับรู้พวกเขาจะได้ทราบว่าพวกเขาได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ หลุดพ้นจากบาปและความมืดมนแห่งชีวิตแล้วไม่จมอยู่ในนั้นอีกต่อไป.

           พระเจ้าสถิตกับท่าน

                                               คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันเสาร์ที่ 2  ก.พ.  2019 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนา และร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10:00 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์ทานอาหารร่วมกัน มิสซาผู้สูงอายุและมิสซาค่ำจะเริ่มด้วยพิธีเสกเทียนและแห่เทียนเข้าวัด ทางวัดจะเตรียมเทียนไว้จำนวนหนึ่ง และพี่น้องสามารถเอาเทียนจากบ้านมาให้เสกได้ด้วย
  2. วันอาทิตย์ที่ 3 ก.พ. 2019 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนมีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่างหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ และให้นำมาส่งล่วงหน้าด้วย และวันอาทิตย์เดียวกันนี้เป็นวันธรรมทูตไทย พระสงฆ์คณะธรรมทูตไทยจะมาเป็นประธานและเทศน์ในมิสซา
  1. วันอังคารที่ 5 ก.พ. 2019 เป็นวันตรุษจีนปีใหม่ของชาวจีน  จะมีมิสซาวันปีใหม่ของชาวจีน เวลา 9.30 น. ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาขอพรพระเจ้า ในโอกาสตรุษจีนนี้ด้วย
  1. วันอาทิตย์ที่ 10 ก.พ. 2019 ประชุมสภาภิบาลเวลา 10.30 น.  ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  1. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่มประมาณ 20-22 มี.ค 2019  จนถึงประมาณ 22 เม.ย 2019   ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ ความต้องการรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  2. เวลานี้วัดของเรากำลังซ่อมแซม มิสซาและพิธีกรรมต่างๆจะจัดที่ศาลาอเนกประสงค์ พี่น้องช่วยกันเก็บหนังสือ และถ้าพี่น้องท่านใดมีความปรารถนาจะช่วยค่าซ่อมแซม มอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด

:    คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี