เนื้อหาทั้งหมดของ ‘ประกาศจากทางวัด’

สารวัด ฉบับที่ 151299 วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

Friday, November 5th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว      

มธ 21: 33-43

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสของประชาชนว่า   “ท่านทั้งหลาย จงฟังอุปมาอีกเรื่องหนึ่งเถิด คหบดีผู้หนึ่งปลูกองุ่นไว้สวนหนึ่ง ทำรั้วล้อม ขุดบ่อย่ำองุ่น สร้างหอเฝ้า ให้ชาวสวนเช่า แล้วก็ออกเดินทางไปต่างเมือง เมื่อใกล้ถึงฤดูเก็บผล เจ้าของสวนจึงให้ผู้รับใช้ไปพบคนเช่าสวนเพื่อรับส่วนแบ่งจากผลผลิต แต่คนเช่าสวนได้จับคนใช้ ทุบตีคนหนึ่ง ฆ่าอีกคนหนึ่ง เอาหินทุ่มอีกคนหนึ่ง เจ้าของสวนจึงส่งผู้รับใช้จำนวนมากกว่าพวกแรกไปอีก คนเช่าสวนก็ทำกับพวกนี้เช่น เดียวกัน  ในที่สุด เจ้าของสวนได้ส่งบุตรชายของตนไปพบคนเช่าสวนคิดว่า ‘คนเช่าสวนคงจะเกรงใจลูกของเราบ้าง’ แต่เมื่อคนเช่าสวนเห็นบุตรเจ้าของสวนมา ก็พูดกันว่า ‘คนนี้เป็นทายาท เราจงฆ่าเขาเสียเถิด เราจะได้รับมรดกของเขา’     เขาจึงจับบุตรเจ้าของสวน นำตัวออกไปนอกสวนแล้วฆ่าเสีย ดังนี้ เมื่อเจ้าของสวนมา เขาจะทำอย่างไรกับคนเช่าสวนพวกนั้น” บรรดาผู้ฟังตอบว่า “เจ้าของสวนจะกำจัดพวกใจอำมหิตนี้อย่างโหดเหี้ยม และจะยกสวนให้คนอื่นเช่า ซึ่งจะแบ่งผลคืนให้เขาตามกำหนดเวลา” พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “ท่านมิได้อ่านในพระคัมภีร์หรือว่า ‘หินที่ช่างก่อสร้างทิ้งเสียนั้น           ได้กลายเป็นศิลาหัวมุม            องค์พระผู้เป็นเจ้าได้กระทำเช่นนั้น       เป็นที่น่าอัศจรรย์แก่เรายิ่งนัก’     ดังนั้น เราบอกท่านว่า พระอาณาจักรของ   พระเจ้าจะถูกยกจากท่านทั้งหลาย ไปมอบ ให้แก่ชนชาติอื่นที่จะทำให้บังเกิดผล”

                                ข้อคิด

เมื่อหัวหน้าสมณะ ผู้อาวุโส และฟาริสีถามพระเยซูเจ้าว่าทรงได้รับอำนาจจากไหน พระองค์ทรงเล่าอุปมาเรื่องสวนองุ่นเพื่อเผยถึงที่มาของอำนาจของพระองค์ กล่าวคือ ทรงเป็นพระบุตร ทรงเป็นทายาท พร้อมกันนั้นก็ตำหนิการใช้อำนาจของหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโส ไม่ใช่เพื่อประชากรของพระเจ้า แต่เพื่อผลประโยชน์ของตน ทรงยืนยันอำนาจของประกาศกที่มาในพระนามพระเจ้า และทรงกระชากหน้ากากผู้มีอำนาจที่ใช้ศาสนาเพื่อฆ่าพระบุตรเพราะไม่ต้องการสูญเสียผลประโยชน์ ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา อุปมาที่พระเยซูเจ้าทรงเล่ายังคงต่อเนื่องทั้งในระดับพระศาสนจักร และในสังคม ตราบใดที่คนยังใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์แห่งตนมากกว่าเพื่อรับใช้.

 

  ลำนำเมืองใต้

ดินแดนใต้ที่เคยร่มเย็น ได้กลับกลายเป็นตำนาน

เสียงเพลงที่เคยเร้าใจ ได้แปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้ที่ปวดร้าว

เสียงพูดคุยหยอกล้อ ได้แปรเปลี่ยนเป็นเสียงระเบิด และเสียงปืน

ร้านน้ำชาแห่งมิตรภาพ ได้แปรเปลี่ยนเป็นลานประหาร

ชีวิตต้องร่วงหล่น แม้ยังไม่ถึงฤดูกาล

หัวใจต้องแตกสลาย เพราะการพลัดพรากก่อนกาลเวลา

พืชผลกำพร้าเกลื่อนกลาดผืนดิน เพราะความรักมาตายจาก

 

 

 

โอ้มนุษย์!  มีการเข่นฆ่าใดหรือ ที่ก่อให้เกิดสันติ

มีการทำลายล้างใดบ้างที่สร้างสรรค์สิ่งสวยงาม

มีฆาตกรรมใด ที่นำพามรดกแห่งแผ่นดิน

 

                                             ปรัชญาที่ไร้จริยธรรม และความคิดที่ไร้ปัญญา

….ไฉนเลยจึงไม่ตายจากผืนแผ่นดิน

มนุษย์แอบเพาะบ่มไว้ ในมุมมืดแห่งหัวใจ

สงคราม…ความโกรธแค้น และความตายจึงไม่ยอมจบสิ้น

น้ำตาและเสียงร้องไห้จึงมิยอมขาดหาย

 

  ผืนดินแม่ที่ร้อนระอุ และว่างร้าง

ร้องวอนขอผู้คนให้เรียนรู้ และเริ่มใหม่

เพื่อน้ำตาจะเหือดแห้ง และรอยยิ้มจะเบ่งบาน    

 

           ประกาศประชาสัมพันธ์สัปดาห์ที่แล้ว                   วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2020

หลายคนกล่าวว่า ……   “วิธีการขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ยุติธรรม”        หลายคน นอกจากเชื่อน้อย หรือ ไม่เชื่อพระเจ้าแล้ว ยังต่อว่าพระเจ้า ทำไมพระเจ้าไม่อวยพรแก่เขา? ทำไมพระเจ้าให้คนอื่นรวยกว่าเขา? ทำไมพระเจ้าให้คนอื่นประสบความสำเร็จ?  พระเจ้าให้สิ่งต่างๆ กับผู้อื่น ทำไมพระเจ้าไม่ให้ฉัน?  ฉันขออะไรก็ไม่ได้!  ทำไม…ทำไม…ทำไม??     พี่น้องเคยได้ยินเช่นนี้ไหม…..?!?     พ่อมั่นใจว่า พี่น้องคงเคยได้ยินพี่น้องหลายๆคนบ่นเช่นนี้ ทั้งๆที่พี่น้องเหล่านั้น ไม่เคยสวดภาวนา..ไม่เคยไปวัด…ไม่เคยทำบุญทำทาน…ไม่เคยมีความเมตตา…ไม่เคยช่วยมนุษย์ด้วยกัน…ไม่เคยทำงานอะไร…ไม่เคยเสียสละ…ไม่…ไม่  มีอยู่อย่างเดียว คือ …บ่น….ว่า…ต่อว่าพระเจ้า…นินทาทุกคน    พระวรสารสัปดาห์ที่แล้ว ยังจำได้ไหมครับ….!!!!    พระเจ้าเปรียบพระองค์เหมือนพ่อบ้านหรือเจ้าของสวน เขาออกไปตั้งแต่เช้า ออกไปอีกตอนสาย ตอนเที่ยง ตอนบ่าย แม้ตอนเย็น ก่อนหมดเวลางาน พระองค์เรียกทุกคนให้ไปทำงานในสวนของพระองค์ และพระองค์ก็ตอบแทน โดยให้ค่าจ้างแก่ทุกคน ให้รางวัลแก่ทุกคน ผู้ใดอยู่ในสวนของพระองค์ ก็จะได้ค่าจ้าง…ได้รางวัลทุกคน       วันนี้ พระองค์ก็เปรียบพระองค์เป็นพ่อ  เรียกลูก 2 คนให้ไปทำงาน คนหนี่งตอบรับจะไปทำงาน แต่แล้วก็ไม่ไป อีกคนหนึ่งตอบพ่อว่า “ไม่อยากไป”  แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ และไปทำงานในสวนของพ่อ ลูกคนไหนเป็นลูกที่ดีของพ่อล่ะครับ ?!?    พี่น้องครับ หลายๆครั้ง เราก็เป็นเช่นนี้กับพระเจ้า   ใช่แล้วครับพี่น้องที่เคารพรัก ขอให้เราสำนึกตัวอยู่เสมอ ทำทุกสิ่งตามที่พระองค์เรียกและบอกเรา เมื่อนั้นแหละ เราจึงจะได้ชื่อว่า เป็นลูกที่ดีของพระองค์ และแน่หละ เมื่อเราเป็นลูกที่ดี-ที่พ่อภูมิใจ-เป็นลูกที่พ่อรัก เมื่อเราวอนขอสิ่งใดๆ พระองค์หรือพ่อผู้นี้จะไม่ประทานค่าจ้างหรือรางวัลให้แก่เราล่ะหรือ?!?

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2020   สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราจะพบในพระวรสารที่พระเยซูเจ้าทรงกล่าวเกี่ยวกับสวนองุ่น พระองค์ทรงเปรียบเทียบพระองค์เป็นเจ้าของสวนองุ่น    สัปดาห์ที่ 25 พระองค์เปรียบพระองค์เป็นเจ้าของสวนองุ่น ที่ออกไปเกือบทั้งวัน เพื่อเรียกทุกคนให้ไปทำงานในสวนองุ่นของพระองค์ และพระองค์ก็พร้อมจะให้ค่าจ้าง และรางวัลแก่ทุกคนอย่างผู้ใจดี

สัปดาห์ที่ 26  พระองค์เปรียบพระองค์เป็นเจ้าของสวนองุ่นและบอกให้ลูก 2 คน ไปทำงานในสวนองุ่น ลูกคนหนึ่งตอบปฏิเสธแต่แล้วก็เปลี่ยนใจไปทำตามสิ่งที่พ่อบอก กับลูกอีกคนหนึ่งตอบรับ “ครับ” “ค่ะ” แต่แล้วก็ไม่ได้ไปทำตามสิ่งที่พ่อบอก  มาในวันนี้ พระองค์ก็เปรียบพระองค์เป็นเจ้าของสวนองุ่น เจ้าของสวนจัดเตรียมสวนไว้อย่างดี มอบให้คนเช่า แต่คนเช่ากลับไม่รับผิดชอบ ไม่จ่ายค่าเช่า ทำร้ายคนงาน ทำร้ายแม้กระทั่งลูกชายของเจ้าของสวน เจ้าของสวนจะทำอย่างไรกับผู้เช่าสวนที่ไม่ดีนี้เล่า ?!?    พี่น้องครับ พระเจ้าทรงพระทัยดี พระองค์เปรียบพระองค์เป็นเจ้าของสวนองุ่นที่มีแต่ความเมตตา แต่ถ้าผู้เช่าสวน-คนงานไม่ได้ทำหน้าที่ที่ควรทำอย่างดี….ทำตามใจตน….ทำเพื่อผลประโยชน์แห่งตน….ทารุณกรรมผู้อื่น…ใจอำมหิตโหดเหี้ยม….เขาผู้นั้นจะต้องถูกลงโทษอย่างสาสมเพราะการกระทำที่ไม่ดีของเขาอย่างแน่นอน   อย่าลืมนะครับ เราทุกคนเป็นคนบาป เราเคยผิดพลาดกับทุกคน เราเคยตอบปฏิเสธ แต่เมื่อเราได้ใคร่ครวญ เราก็สามารถเปลี่ยนใจ-เปลี่ยนแปลง-กลับใจ และกลับไปทำสิ่งที่พ่อบอก-กลับใจไปทำสิ่งที่ควรกระทำ และดังนั้น เมื่อเราหันกลับมาปฏิบัติความยุติธรรมและความชอบธรรม เราจะรักษาชีวิตของเรา เราจะมีชีวิตอย่างแน่นอน เราจะไม่ตายในบาป  เราจะไม่ต้องรับโทษ        ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงเมตตาอภัยโทษและความผิดที่ลูกได้กระทำ โปรดประทานพระพรให้ลูกเป็นลูกที่ดีของพระองค์ด้วยเทอญ.

***        เดือนตุลาคม เดือนแม่พระลูกประคำเวียนมาอีกครั้งหนึ่งแล้วนะครับหลายคนคงได้ไปร่วมงาน “ทั่วโลกพร้อมเพรียงไม่สิ้นเสียงสายประคำ” อย่าเป็นเพียงวันเดียวนะครับ เราทุกคนจะพยายามเป็นลูกที่ดีของพระแม่ เชิญชวนเราสวดสายประคำกันทุกๆวันตลอดเดือนนี้ และตลอดไปนะครับ จะเป็นหลักประกันอย่างแน่นอนว่าเราจะได้สวรรค์อย่างแน่นอน

***        เรื่องที่สำคัญ ที่ใกล้จะมาถึง คือ งานฉลองคริสตมาส (ค่ำคืนคริสตมาสตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม ต่อด้วยวันคริสตมาส ศุกร์ที่ 25 ธันวาคม ซี่งไม่ใช่วันหยุดราชการ) งานวันครอบครัวสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า      รังสิต วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม งานฉลองวัด-ฉลองพระชนนีของพระเป็นเจ้า ตรงกันศุกร์ที่ 1 มกราคม      เชิญชวนพี่น้องช่วยเสนอความคิดเห็น-ข้อเสนอแนะ-รูปแบบ -วิธีการจัดฉลองในแบบ New Normal เราควรจัดกันอย่างไร เพื่อการเฉลิมฉลองจะเป็นไปอย่างดีที่สุด เชิญชวนพี่น้องช่วยกันคิดพิจารณานะครับ เสนอโดยตรงกับพ่อ ที่คุณไพโรจน์ ผู้อำนวยการสภาอภิบาล หรือ คณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านครับ

***        ขอให้ประธานหรือหัวหน้าทุกกลุ่มองค์กรของวัด ช่วยรวบรวมใบสมัครเป็นสมาชิกของกลุ่มองค์กรนั้นๆ ส่งให้กับพ่อเจ้าวัด เพื่อเก็บไว้เป็นทะเบียนและหลักฐานของวัดด้วยครับ

กลุ่มผู้สูงอายุ  = คุณสุภาพ;      กลุ่มผู้นำขับร้อง  =  คุณอิ๋ม       ผู้อ่านพระคัมภีร์ = คุณป่าน;      กลุ่มเยาวชน      =  คุณพิ้งค์   กลุ่มเด็กช่วยมิสซา = คุณปุ่น;     กลุ่มพลมารีย์    = คุณศศธร กลุ่ม BEC  = คุณเล็ก     ขอบพระคุณครับ

***        เด็กหรือเยาวชนที่สมัครเล่นออร์แกนหรืออิเลคโทน ติดต่อคุณอิ๋ม-คุณราเชน-คุณศิริพงษ์ ได้โดยตรงนะครับ เพื่อจะทราบตารางเวลาฝึกหัด-สถานที่ ฯลฯ          นะครับ พี่ๆทั้ง 3 พร้อมจะให้การฝึกอบรม นัดแนะ เวลา-สถานที่ ให้ตรงกัน

***        ผู้ใดปรารถนาจะเซ้งร้านฟองหอม ซักอบรีด ติดต่อคุณรุ่งนภา ตาม  เบอร์โทร.(098) 509-2887 โดยตรงครับ

***        ไม่ลืมขอบคุณพี่น้องทุกๆท่าน ที่มีใจกรุณาช่วยเหลือวัดรังสิต ในทุกช่องทาง  ขอพระเจ้าอำนวยพระพรและตอบแทนน้ำใจดีของทุกท่านเป็นร้อยเท่าทวีคูณ

 

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

สารวัด ฉบับที่ 151298 วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

Friday, November 5th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว      

มธ 21: 28-32

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสของประชาชนว่า                                                                        “ท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร ชายคนหนึ่งมีบุตรสองคน เขาไปพบบุตรคนแรกพูดว่า ‘ลูกเอ๋ย วันนี้ จงไปทำงานในสวนองุ่นเถิด’ บุตรตอบว่า ‘ลูกไม่อยากไป’ แต่ต่อมาก็เปลี่ยนใจและไปทำงาน พ่อจึงไปพบบุตรคนที่สอง พูดอย่างเดียวกัน บุตรคนที่สองตอบว่า ‘ครับพ่อ’ แต่แล้วก็ไม่ได้ไป สองคนนี้ใครทำตามใจพ่อ” พวกเขาตอบว่า “คนแรก”        พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนเก็บภาษีและหญิงโสเภณี จะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าก่อนท่าน เพราะยอห์นได้มาพบท่าน ชี้หนทางแห่งความชอบธรรม ท่านก็ไม่เชื่อยอห์น ส่วนคนเก็บภาษีและหญิงโสเภณีเชื่อ แต่ท่านทั้งหลายเห็นดังนี้แล้ว ก็ยังคงไม่เปลี่ยนในมาเชื่อยอห์น”.

                                ข้อคิด

ประกาศกเอเสเคียลอธิบายคำสอนให้เราเข้าใจง่าย คือ ความพินาศของมนุษย์อยู่ที่เมื่อผู้ชอบธรรมเปลี่ยนใจไม่ปฏิบัติความชอบธรรม แต่มาทำผิด เขาจะต้องตายเพราะความผิดที่เขาได้ทำ ส่วนคนชั่วร้ายถ้าเลิกทำความชั่วร้ายที่เขาได้เคยทำ มาปฏิบัติความยุติธรรมและความชอบธรรม เขาก็จะรักษาชีวิตของตนไว้ เขาจะมีชีวิตนิรันดร ส่วนนักบุญเปาโลกล่าวเสริมว่า ถ้าเราเป็นหนึ่งเดียวกับพระจิตเจ้า มีความเห็นอกเห็นใจกัน มีความรักกัน และมีใจสุภาพถ่อมตนเหมือนพระคริสตเจ้าเราก็เป็นลูกของพระเจ้าอย่างสมบูรณ์

 

สมบัติ…ชิ้นสุดท้าย

มนุษย์ก่อเกิดเป็นตัวตนในความรักนิรันดร์กาลของพระเจ้า

เขาคือลูกที่พระองค์ทรงรัก ดูแล และหวงแหน

เขาเกิดมาพร้อมกับศักดิ์ศรีของพระเจ้า

สมบัติแห่งอิสรภาพ ถูกบรรจงวางใส่ในหัวใจของเขา

เป็นสมบัติประการเดียวที่ทรงค่า และไม่เคยถูกถอดถอน

อิสรภาพกลับเป็นอานุภาพยิ่งใหญ่แห่งการตัดสินใจเลือก

….เลือกที่จะตอบรับ หรือตอบปฏิเสธ

….เลือกที่จะสัตย์ซื่อ หรือทรยศ

….เลือกที่จะรัก หรือเมินเฉย

…เลือกที่จะอยู่บ้าน หรือเดินจากไป

 

ในยามโกรธแค้นขุ่นเคือง มนุษย์ยื่นคำขาด

…ประกาศปิดประตูโอกาส…หมดเวลากลับคืน

แต่…พระเจ้า แม้ในยามถูกทรยศ

ยังคงสัตย์ซื่อ และไม่เปลี่ยนแปลงในความรัก

ประตูโอกาสยังคงเปิดกว้าง รอคอยการหวนคืน

ไม่ว่าจะเป็นเวลาเลขเก้าหรือเก้าสิบ

แม้วันนั้น ที่เขาอยู่ในดินแดนไกลโพ้น เหลวแหลกกับชีวิต

เขายังคงพบตั๋วกลับบ้าน ที่พระองค์วางใส่ไว้ ในย่ามชีวิตที่ขาดวิ่น

แม้วันนั้นที่ชีวิตถูกทำตกแตก มนุษย์ไม่อาจเยียวยา

เขายังคงพบพระหัตถ์พระเจ้าทรงอานุภาพเพียงพอที่จะประกอบเขาขึ้นใหม่

ไม่เลย…ไม่มีบาปใดใหญ่เกินการให้อภัยของพระเจ้า

ทั้งในอดีต และ ปัจจุบัน

ไม่มีการหลงทางใด ที่ไม่อาจกลับคืน

ทั้งใกล้ และไกล

มนุษย์เอ๋ย….มองดูสมบัติชิ้นสุดท้ายของพระเจ้า และตัดสินใจเลือก

….ลุกขึ้นจากหลุมเหวแห่งความหมดหวัง และก้าวเดินกลับบ้าน.     

 

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2020                   สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

หลายคนกล่าวว่า ……       “วิธีการขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ยุติธรรม”     หลายคน นอกจากเชื่อน้อย หรือ ไม่เชื่อพระเจ้าแล้ว ยังต่อว่าพระเจ้า ทำไมพระเจ้าไม่อวยพรแก่เขา? ทำไมพระเจ้าให้คนอื่นรวยกว่าเขา? ทำไมพระเจ้าให้คนอื่นประสบความสำเร็จ?  พระเจ้าให้สิ่งต่างๆ กับผู้อื่น ทำไมพระเจ้าไม่ให้ฉัน?  ฉันขออะไรก็ไม่ได้!  ทำไม…ทำไม…ทำไม??      พี่น้องเคยได้ยินเช่นนี้ไหม…..?!?    พ่อมั่นใจว่า พี่น้องคงเคยได้ยินพี่น้องหลายๆคนบ่นเช่นนี้ ทั้งๆที่พี่น้องเหล่านั้น ไม่เคยสวดภาวนา..ไม่เคยไปวัด…ไม่เคยทำบุญทำทาน…ไม่เคยมีความเมตตา…ไม่เคยช่วยมนุษย์ด้วยกัน…ไม่เคยทำงานอะไร…ไม่เคยเสียสละ…ไม่…ไม่  มีอยู่อย่างเดียว คือ …บ่น….ว่า…ต่อว่าพระเจ้า…นินทาทุกคน พระวรสารสัปดาห์ที่แล้ว ยังจำได้ไหมครับ….!!!!     พระเจ้าเปรียบพระองค์เหมือนพ่อบ้านหรือเจ้าของสวน เขาออกไปตั้งแต่เช้า ออกไปอีกตอนสาย ตอนเที่ยง ตอนบ่าย แม้ตอนเย็น ก่อนหมดเวลางาน พระองค์เรียกทุกคนให้ไปทำงานในสวนของพระองค์ และพระองค์ก็ตอบแทน โดยให้ค่าจ้างแก่ทุกคน ให้รางวัลแก่ทุกคน ผู้ใดอยู่ในสวนของพระองค์ ก็จะได้ค่าจ้าง…ได้รางวัลทุกคน    วันนี้ พระองค์ก็เปรียบพระองค์เป็นพ่อ  เรียกลูก 2 คนให้ไปทำงาน คนหนี่งตอบรับจะไปทำงาน แต่แล้วก็ไม่ไป อีกคนหนึ่งตอบพ่อว่า “ไม่อยากไป”  แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ และไปทำงานในสวนของพ่อ ลูกคนไหนเป็นลูกที่ดีของพ่อล่ะครับ ?!?       พี่น้องครับ หลายๆครั้ง เราก็เป็นเช่นนี้กับพระเจ้า      ใช่แล้วครับพี่น้องที่เคารพรัก ขอให้เราสำนึกตัวอยู่เสมอ ทำทุกสิ่งตามที่พระองค์เรียกและบอกเรา เมื่อนั้นแหละ เราจึงจะได้ชื่อว่า เป็นลูกที่ดีของพระองค์ และแน่หละ เมื่อเราเป็นลูกที่ดี-ที่พ่อภูมิใจ-เป็นลูกที่พ่อรัก เมื่อเราวอนขอสิ่งใดๆ พระองค์หรือพ่อผู้นี้จะไม่ประทานค่าจ้างหรือรางวัลให้แก่เราล่ะหรือ?!?

 

สรุปการประชุมคณะกรรมการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต        เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2020

  1. เชิญชวนพี่น้องไปร่วมสวดสายประคำ วันเสาร์ต้นเดือนที่ 3 ตุลาคม ณ วัดแม่พระฟาติมา ดินแดง “ทั่วโลกพร้อมเพรียงไม่สิ้นเสียงสายประคำ” วัดรังสิตของเราจะจัดรถไปร่วมงาน ติดต่อลงชื่อที่คุณสุภาพ ประธานชมรมผู้สูงอายุ หรือติดต่อผ่านคณะพลมารี นอกนั้นคณะกรรมการฯ เชิญชวนพี่น้องร่วมโครงการ “เดือนสายประคำโลก” เชิญชวนพี่น้องสวดสายประคำให้ได้หนึ่งล้านสาย พี่น้องสามารถรับแบบบันทึกการสวดสายประคำได้จากคณะพลมารี และร่วมสวดทุกวันตลอดเดือนตุลาคม พร้อมส่งคืนในเดือนพฤศจิกายน เรียนเชิญนะครับ เราจะมั่นใจได้อย่างแน่นอนว่า พระแม่เจ้าจะช่วยให้ได้ไปสวรรค์อย่างแน่นอน

 

  1. การสวดสายประคำ ณ บ้านสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต จะมีตารางของเดือนตุลาคมที่หน้าวัด เชิญพี่น้องลงชื่อจองวันที่พี่น้องจะรับแม่พระ และเชิญพระสงฆ์และผู้มีจิตศรัทธาไปร่วมสวดที่บ้านของพี่น้อง เพื่อขอรับพระพรและความคุ้มครองจากพระแม่เป็นพิเศษ โปรดลงเวลา และพิกัดของบ้าน พร้อมเบอร์โทรฯติดต่อด้วยนะครับ
  2. เดือนพฤศจิกายน พระศาสนจักรเชิญชวนให้ระลึกถึงผู้ล่วงลับ ญาติพี่น้องและบุคคลที่เรารัก-เคารพ ซึ่งจากเราไปล่วงหน้าแล้ว เชิญชวนพี่น้องสวดภาวนาและขอมิสซาเป็นพิเศษแด่ท่านเหล่านั้น เพื่อขอพระเจ้าโปรดเมตตา และรับพวกเขาเข้าสู่สรวงสวรรค์โดยเร็ววัน
  3. การฉลองคริสตมาสปีนี้ อาจจะมีรูปแบบต่างไปจากทุกปี เพราะสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด 19 จะมีคณะกรรมการชุดหนึ่ง โดยมีคุณไพโรจน์ ผู้อำนวยการสภาฯ เป็นประธาน เพื่อรวบรวมข้อคิด-ข้อเสนอแนะจากพี่น้องเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการจัดงานคริสตมาส เชิญชวนพี่น้องช่วยคิดและเสนอแนะได้นะครับ เพื่อการฉลองคริสตมาสปีนี้ซึ่งคงจะเป็นแบบ New Normal จะสามารถนำความสุข-สนุก-สันติสุข-และพระพรอย่างอุดมมาสู่พี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน (ค่ำคืนวันคริสตมาสตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม ต่อถึงวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม เป็นวันคริสตมาส ซึ่งคงไม่ใช่วันหยุดราชการ)
  4. การจัดงานวันครอบครัวสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม ก็เช่นกันนะครับ เชื่อว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด 19 คงยังไม่หมดไป เราควรจะจัดฉลองกันอย่างไร ??? ต้องใส่หน้ากากอนามัย ต้องเว้นระยะห่าง ไม่สามารถจัดกินอาหารร่วมกันได้ เชิญชวนพี่น้องช่วยแสดงความคิดเห็นนะครับ!

 

  1. การฉลองวัดของเรา ฉลองพระชนนีของพระเป็นเจ้า นามชื่อวัดของเรา ตรงกับวันขึ้นปีใหม่ของทุกปี เราควรจัดฉลองในรูปแบบใด อาจจะต้องปฎิบัติตาม Social Distancing เว้นระยะห่าง การจัดเลี้ยงอาหาร อาจจะต้องเป็นแบบอาหารกล่อง แจกเอาไปทานที่บ้าน การนั่งร่วมถวายบูชามิสซา ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน คงต้องมีระเบียบปฏิบัติเช่นนี้ต่อไป เชิญชวนพี่น้องอีกครั้ง ช่วยเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะนะครับ
  2. เพื่อการมีส่วนร่วมในบูชามิสซา เชิญชวนพี่น้องสมัครเป็นผู้อ่านพระคัมภีร์ สมัครเป็นผู้นำขับร้อง สมัครเป็นผู้ช่วยมิสซาข้างๆ พระแท่น ซึ่งทุกกลุ่มจะมีการอบรมเพื่อจะทราบถึงสิ่งที่ควรต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง เชิญชวนพี่น้องทุกท่านนะครับ เราจะได้มีส่วนร่วม (Active Participation) ในบูชามิสซากับพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง
  3. เสียงออร์แกนหรือเสียงอิเลคโทน ที่ประกอบการขับร้องถวายเกียรติแด่พระเจ้าก็มีความสำคัญ วันใดที่ขาดเสียงอิเลคโทน ก็จะรู้สึกแห้งๆ ขาดชีวิตชีวา เด็กและเยาวชน คนใดสนใจจะเรียน-ฝึกฝนเป็นนักดนตรี-เล่นออร์แกนหรืออิเลคโทน เขียนใบสมัครเลยนะครับ ทางวัดจะออกทุนการศึกษาและหาที่เรียนให้ วัดของเราก็มีนักออร์แกนหรือนักอิเลคโทนถึง 4 คน พร้อมที่จะสอนและฝึกให้ด้วยนะครับ ขอเชิญเด็กและเยาวชนที่สนใจนะครับ โอกาสดีๆเข่นนี้มีมาแล้วนะครับ เป็นกำไรในชีวิต ที่เราจะนำไปต่อยอดได้นะครับ
  4. วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ศกนี้ จะมีพิธีโปรดศีลล้างบาปให้กับผู้ใหญ่ที่เรียนคำสอนมาแล้วประมาณ 1 ปี จำนวน 4 ท่าน และพิธีรับศีลมหาสนิทสำหรับน้องเซเว่น ที่เรียนคำสอนเตรียมตัวรับศีลฯด้วย หากพี่น้องจะให้เด็กทารกมารับศีลล้างบาปในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ด้วย ช่วยกรอกใบสมัครและรีบส่งให้พ่อเพื่อจะได้ทำพิธีฯ ไปพร้อมๆกันเลยนะครับ
  5. ผู้ใดต้องการเครื่องซักผ้า 8 กก. และ 21 กก. เครื่องอบ 8 กก. (รับประกัน 10 ปี) ติดต่อคุณรุ่งนภา งามวงศ์ ร้านฟองหอมซักอบรีด แอทโฮมเพลส II โทร. 098-509-2887 เนื่องด้วยต้องย้ายกลับภูมิลำเนาเพราะญาติเสีย จึงประกาศขาย เชิญผู้สนใจสงเคราะห์ช่วยเหลือ ติดต่อได้เลย!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

สารวัด ฉบับที่ 151297 วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา

Friday, November 5th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว      

มธ 20: 1-16

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกเป็นคำอุปมาว่าดังนี้          “อาณาจักรสวรรค์เปรียบเหมือนพ่อบ้านผู้หนึ่งซึ่งออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อจ้างคนงานมาทำงานในสวนองุ่น ครั้นได้ตกลงค่าจ้างวันละหนึ่งเหรียญกับคนงานแล้ว ก็ส่งไปทำงานในสวนองุ่น ประมาณสามโมงเช้า พ่อบ้านออกมา ก็เห็นคนอื่นๆ ยืนอยู่ที่ลานสาธารณะโดยไม่ทำงาน จึงพูดกับคนเหล่านี้ว่า ‘จงไปทำงานในสวนองุ่นของฉันเถิด ฉันจะให้ค่าจ้างตามสมควร’ คนเหล่านี้ก็ไป พ่อบ้านออกไปอีกประมาณเที่ยงวันและบ่ายสามโมง กระทำเช่นเดียวกัน ประมาณห้าโมงเย็น พ่อบ้านออกไปอีก พบคนอื่นๆ ยืนอยู่ จึงถามเขาว่า ‘ทำไมท่านยืนอยู่ที่นี่ทั้งวันโดยไม่ทำอะไร’ เขาตอบว่า ‘เพราะไม่มีใครจ้าง’ พ่อบ้านจึงพูดว่า ‘จงไปทำงานในสวนองุ่นของฉันเถิด’                 ครั้นถึงเวลาค่ำ เจ้าของสวนบอกผู้จัดการว่า ‘ไปเรียกคนงานมา จ่ายค่าจ้างให้เขาโดยเริ่มตั้งแต่คนสุดท้ายถึงคนแรก’ เมื่อพวกที่เริ่มงานเวลาห้าโมงเย็นมาถึง เขาได้รับคนละหนึ่งเหรียญ เมื่อคนงานพวกแรกมาถึง เขาคิดว่าตนจะได้รับมากกว่านั้น แต่ก็ได้รับคนละหนึ่งเหรียญเช่นเดียวกัน ขณะรับค่าจ้างเขาก็บ่นต่อหน้าเจ้าของสวนว่า ‘พวกที่มาสุดท้ายนี้ทำงานเพียงชั่วโมงเดียว ท่านก็ให้ค่าจ้างแก่เขาเท่ากับเราซึ่งต้องตรากตรำอยู่กลางแดดตลอดวัน’ เจ้าของสวนจึงพูดกับคนหนึ่งในพวกนี้ว่า ‘เพื่อนเอ๋ย ฉันไม่ได้โกงท่านเลย ท่านไม่ได้ตกลงกับฉันคนละหนึ่งเหรียญหรือ จงเอาค่าจ้างของท่านไปเถิด ฉันอยากจะให้คนที่มาสุดท้ายนี้เท่ากับให้ท่าน ฉันไม่มีสิทธิ์ใช้เงินของฉันตามที่ฉันพอใจหรือ ท่านอิจฉาริษยาเพราะฉันใจดีหรือ’                                        ดังนี้แหละคนกลุ่มสุดท้ายจะกลับกลายเป็นคนกลุ่มแรก            และคนกลุ่มแรกจะกลับกลายเป็นคนกลุ่มสุดท้าย”

 

                                ข้อคิด

พระเจ้าสร้างเรามาให้เอาตัวรอดไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์ พระองค์จึงรักมนุษย์ทุกคน ทั้งคนดีและคนชั่ว พระองค์ให้โอกาสคนชั่วเสมอจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต  ดังนั้น เมื่อคนชั่วกลับมาหาพระเจ้า พระองค์ก็ให้อภัย และมีการฉลองใหญ่โต คนดีที่ดำรงชีวิตในศีลในธรรมมาชั่วชีวิตก็เป็นเครื่องประกันความรอด และคนชั่วที่หลงผิดกลับใจในช่วงบั้นปลายชีวิต ต่างคนก็ได้รับรางวัลเท่ากัน         นักบุญเปาโลเตือนเราให้ประพฤติตนให้คู่ควรกับข่าวดีของพระคริสตเจ้า คือพระองค์นับเราเป็นญาติของพระองค์แล้ว.

 

    ไม่แข่ง

มนุษย์เกิดมาบนผืนดินที่แปรเปลี่ยนเป็นสนามแข่งขัน

โลกทุนนิยมเฝ้าบอกเขาให้ไขว่คว้าความเป็นที่หนึ่ง

เขาถูกพร่ำสอนว่าค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน

เขาจึงต้องไล่ล่าหาความสำเร็จ เพื่อจะพบตนเองว่ามีคุณค่า

 

เขาวิ่งวนเวียนไปบนลู่แห่งการแข่งขันที่ไม่รู้จบ

จากอันหนึ่ง สู่อีกอันหนึ่ง

การแข่งขันกลับเป็นสายเลือดของเขาตั้งแต่เยาว์วัย

เขาอิ่มเต็มกับความสุขใจ ในความสำเร็จ

…เมื่อพบเจอผู้คนรอบข้างล้มเหลว หรือสำเร็จน้อยกว่า

เขาอิ่มเต็มกับความสุขใจ ในชัยชนะ

…เมื่อพบเจอผู้คนพ่ายแพ้อยู่ข้างหลัง

ความสำเร็จ…ชัยชนะในมือเขา มีรสชาติหวานชื่น

…เมื่อพบเจอว่าขาดหายไปจากมือคนอื่น

เขาสุขใจสูงสุดกับดวงดาวชีวิตที่ใสสว่าง

…เมื่อพบเจอผู้คนรอบข้างจมหายในความมืด

 

อนิจจา!…โลกแห่งการแข่งขันใบนี้

ได้หมุนเวียนเข้าสู่ปลายทางอันน่าหวาดกลัว

ณ จุดสุดท้าย เขาพบตนเองนอนอยู่อย่างโดดเดี่ยว

บนผืนดินแห่งความแตกแยก

เขามองเห็นผู้คนรอบข้างมิใช่เป็นเพื่อนพี่น้องที่ร่วมทุกข์สุขในการเดินทาง

แต่….เป็นคู่แข่งขันที่จะต้องเอาชนะ

 

แผ่นดินสวรรค์ มิใช่สนามแข่งขัน

แต่…เป็นบ้านที่อุดมด้วยความรักห่วงใยของพี่น้อง

ณ ที่นี้ ไม่มีการแข่งขัน…ไม่มีความแตกแยก  ไม่มีคนแพ้…ไม่มีคนชนะ

มีแต่เพื่อนพี่น้องในความรักหนึ่งเดียว.

 

         

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2020                   สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา

ประกาศกอิสยาห์ ได้เขียนไว้ในพระคัมภีร์ บอกกับเราในวันนี้ว่า                     “จงแสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด ตราบเมื่อพระองค์ทรงยอมให้เราพบ จงทูลขอ เมื่อพระองค์ทรงอยู่ใกล้…..!!!!!”              พระวรสารโดย น.มัทธิว วันนี้ ก็บอกให้เราทราบเช่นเดียวกัน   “อาณาจักรสวรรค์ เปรียบได้กับพ่อบ้าน ซึ่งออกไปหาคนงาน ตั้งแต่เช้าตรู่ ออกไปอีก ประมาณสามโมงเช้า ประมาณเที่ยงวัน เวลาบ่ายสามโมง แม้กระทั่งเวลาบ่ายห้าโมงเย็น เกือบจะเป็นเวลาเลิกงาน เพื่อจ้างคนงานให้ไปทำงานในสวนองุ่นของเขา พ่อบ้านถึงกับต่อว่าหลายๆคนว่า ทำไมยืนอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไร….!!! และเขาก็ให้ค่าจ้างแก่ทุกคนที่ไปทำงานในสวนของเขา…..”             พี่น้องที่รัก พระเจ้าเรียกเรา…..รอเรา…งอนง้อเรา….ให้ไปอยู่กับพระองค์ในสวน-ในอาณาจักรของพระองค์ พระองค์มาติดตามเราให้ไปพบกับพระองค์ แล้วพระองค์ก็มอบและตอบแทนเรา ที่เราเสียสละให้กับพระองค์อย่างสาสม จะมีผู้ใดที่ไหนเปรียบเหมือนพระเจ้าของเรา พระองค์ทรงพระทัยดีต่อเราจนสุดจะบรรยายได้                พี่น้องที่เคารพรัก ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ…ตราบใดที่เรายังแข็งแรงดี….ตราบใดที่เรายังมีโอกาส…..ตราบใดที่พระองค์ทรงยอมให้เราได้พบหา…..ตราบใดที่พระ องค์ทรงอยู่ใกล้ (อยู่ที่วัด….อยู่ในตู้ศีลฯ) เราจะไม่ยอมพบพระองค์ละหรือ?!? เราจะยังสลวนกับโลก….กับการนั่งหรือยืนเฉยๆ ไม่ทำอะไร…ไม่เข้าหาพระองค์…ไม่ไปทำงานในสวน…ในอาณาจักรกับพระองค์ละหรือ?!? แล้วเราจะได้สวรรค์….ได้พบความสุขเที่ยงแท้…ได้รับรางวัลในสวรรค์ชั่วนิรันดรละหรือ!?! เราจะได้อยู่กับพระองค์…ในอาณาจักรสวรรค์บ้านแท้ของเราละหรือ?   พี่น้องครับ บัดนี้เป็นเวลาแห่งความรอดแล้ว บัดนี้เป็นโอกาสที่เหมาะสมที่เราจะต้องกลับเข้าหาและพบพระองค์ และมาอยู่กับพระองค์….ทำงานกับพระองค์ พระองค์จะให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่เรา

 

สรุปการประชุมคณะกรรมการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต        เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2020

  1. เชิญชวนพี่น้องไปร่วมสวดสายประคำ วันเสาร์ต้นเดือนที่ 3 ตุลาคม ณ วัดแม่พระฟาติมา ดินแดง “ทั่วโลกพร้อมเพรียงไม่สิ้นเสียงสายประคำ” วัดรังสิตของเราจะจัดรถไปร่วมงาน ติดต่อลงชื่อที่คุณสุภาพ ประธานชมรมผู้สูงอายุ หรือติดต่อผ่านคณะพลมารี                                     นอกนั้นคณะกรรมการฯ เชิญชวนพี่น้องร่วมโครงการ “เดือนสายประคำโลก” เชิญชวนพี่น้องสวดสายประคำให้ได้หนึ่งล้านสาย พี่น้องสามารถรับแบบบันทึกการสวดสายประคำได้จากคณะพลมารี และร่วมสวดทุกวันตลอดเดือนตุลาคม พร้อมส่งคืนในเดือนพฤศจิกายน เรียนเชิญนะครับ เราจะมั่นใจได้อย่างแน่นอนว่า พระแม่เจ้าจะช่วยให้ได้ไปสวรรค์อย่างแน่นอน
  2. การสวดสายประคำ ณ บ้านสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต จะมีตารางของเดือนตุลาคมที่หน้าวัด เชิญพี่น้องลงชื่อจองวันที่พี่น้องจะรับแม่พระ และเชิญพระสงฆ์และผู้มีจิตศรัทธาไปร่วมสวดที่บ้านของพี่น้อง เพื่อขอรับพระพรและความคุ้มครองจากพระแม่เป็นพิเศษ โปรดลงเวลา และพิกัดของบ้าน พร้อมเบอร์โทรฯติดต่อด้วยนะครับ
  3. เดือนพฤศจิกายน พระศาสนจักรเชิญชวนให้ระลึกถึงผู้ล่วงลับ ญาติพี่น้องและบุคคลที่เรารัก-เคารพ ซึ่งจากเราไปล่วงหน้าแล้ว เชิญชวนพี่น้องสวดภาวนาและขอมิสซาเป็นพิเศษแด่ท่านเหล่านั้น เพื่อขอพระเจ้าโปรดเมตตา และรับพวกเขาเข้าสู่สรวงสวรรค์โดยเร็ววัน
  4. การฉลองคริสตมาสปีนี้ อาจจะมีรูปแบบต่างไปจากทุกปี เพราะสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด 19 จะมีคณะกรรมการชุดหนึ่ง โดยมีคุณไพโรจน์ ผู้อำนวยการสภาฯ เป็นประธาน เพื่อรวบรวมข้อคิด-ข้อเสนอแนะจากพี่น้องเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการจัดงานคริสตมาส เชิญชวนพี่น้องช่วยคิดและเสนอแนะได้นะครับ เพื่อการฉลองคริสตมาสปีนี้ซึ่งคงจะเป็นแบบ New Normal จะสามารถนำความสุข-สนุก-สันติสุข-และพระพรอย่างอุดมมาสู่พี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน (ค่ำคืนวันคริสตมาสตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม ต่อถึงวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม เป็นวันคริสตมาส ซึ่งคงไม่ใช่วันหยุดราชการ)
  5. การจัดงานวันครอบครัวสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม ก็เช่นกันนะครับ เชื่อว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด 19 คงยังไม่หมดไป เราควรจะจัดฉลองกันอย่างไร ??? ต้องใส่หน้ากากอนามัย ต้องเว้นระยะห่าง ไม่สามารถจัดกินอาหารร่วมกันได้ เชิญชวนพี่น้องช่วยแสดงความคิดเห็นนะครับ!
  6. การฉลองวัดของเรา ฉลองพระชนนีของพระเป็นเจ้า นามชื่อวัดของเรา ตรงกับวันขึ้นปีใหม่ของทุกปี เราควรจัดฉลองในรูปแบบใด อาจจะต้องปฎิบัติตาม Social Distancing เว้นระยะห่าง การจัดเลี้ยงอาหาร อาจจะต้องเป็นแบบอาหารกล่อง แจกเอาไปทานที่บ้าน การนั่งร่วมถวายบูชามิสซา ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน คงต้องมีระเบียบปฏิบัติเช่นนี้ต่อไป เชิญชวนพี่น้องอีกครั้ง ช่วยเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะนะครับ
  7. เพื่อการมีส่วนร่วมในบูชามิสซา เชิญชวนพี่น้องสมัครเป็นผู้อ่านพระคัมภีร์ สมัครเป็นผู้นำขับร้อง สมัครเป็นผู้ช่วยมิสซาข้างๆ พระแท่น ซึ่งทุกกลุ่มจะมีการอบรมเพื่อจะทราบถึงสิ่งที่ควรต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง เชิญชวนพี่น้องทุกท่านนะครับ เราจะได้มีส่วนร่วม (Active Participation) ในบูชามิสซากับพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง
  8. เสียงออร์แกนหรือเสียงอิเลคโทน ที่ประกอบการขับร้องถวายเกียรติแด่พระเจ้าก็มีความสำคัญ วันใดที่ขาดเสียงอิเลคโทน ก็จะรู้สึกแห้งๆ ขาดชีวิตชีวา เด็กและเยาวชน คนใดสนใจจะเรียน-ฝึกฝนเป็นนักดนตรี-เล่นออร์แกนหรืออิเลคโทน เขียนใบสมัครเลยนะครับ ทางวัดจะออกทุนการศึกษาและหาที่เรียนให้ วัดของเราก็มีนักออร์แกนหรือนักอิเลคโทนถึง 4 คน พร้อมที่จะสอนและฝึกให้ด้วยนะครับ ขอเชิญเด็กและเยาวชนที่สนใจนะครับ โอกาสดีๆเข่นนี้มีมาแล้วนะครับ เป็นกำไรในชีวิต ที่เราจะนำไปต่อยอดได้นะครับ
  9. วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ศกนี้ จะมีพิธีโปรดศีลล้างบาปให้กับผู้ใหญ่ที่เรียนคำสอนมาแล้วประมาณ 1 ปี จำนวน 4 ท่าน และพิธีรับศีลมหาสนิทสำหรับน้องเซเว่น ที่เรียนคำสอนเตรียมตัวรับศีลฯด้วย หากพี่น้องจะให้เด็กทารกมารับศีลล้างบาปในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ด้วย ช่วยกรอกใบสมัครและรีบส่งให้พ่อเพื่อจะได้ทำพิธีฯ ไปพร้อมๆกันเลยนะครับ
  10. ผู้ใดต้องการเครื่องซักผ้า 8 กก. และ 21 กก. เครื่องอบ 8 กก. (รับประกัน 10 ปี) ติดต่อคุณรุ่งนภา งามวงศ์ ร้านฟองหอมซักอบรีด แอทโฮมเพลส II โทร. 098-509-2887 เนื่องด้วยต้องย้ายกลับภูมิลำเนาเพราะญาติเสีย จึงประกาศขาย เชิญผู้สนใจสงเคราะห์ช่วยเหลือ ติดต่อได้เลย!

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151296 วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, November 3rd, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธืว    

มธ 18: 21-35

เวลานั้น เปโตรเข้ามาทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพี่น้องทำผิดต่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต้องยกโทษให้เขาสักกี่ครั้ง ถึงเจ็ดครั้งหรือไม่”    พระเยซูตรัสตอบว่า “เราไม่ได้บอกท่านว่าต้องยกโทษให้เจ็ดครั้ง แต่ต้องยกโทษให้เจ็ดคูณเจ็ดสิบครั้ง อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับกษัตริย์พระองค์หนึ่ง ทรงประสงค์จะตรวจบัญชีหนี้สินของผู้รับใช้ ขณะที่ทรงเริ่มตรวจบัญชีนั้น มีผู้นำชายผู้หนึ่งเข้ามา ชายผู้นี้เป็นหนี้อยู่พันล้านบาท เขาไม่มีสิ่งใดจะชำระหนี้ได้ กษัตริย์จึงตรัสสั่งให้ชายทั้งตัวเขา บุตรภรรยา และทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อใช้หนี้ ผู้รับใช้กราบพระบาททูลอ้อนวอนว่า “ขอทรงพระกรุณาผัดหนี้ไว้ก่อนเถิด แล้วข้าพเจ้าจะชำระหนี้ให้ทั้งหมด  กษัตริย์ทรงสงสารจึงปล่อยเขาไปและทรงยกหนี้ให้ ขณะที่ผู้รับใช้ออกไป ก็พบเพื่อนผู้รับใช้ด้วยกันซึ่งเป็นหนี้เขาอยู่ไม่กี่พันบาท เขาเข้าไปคว้าคอบีบไว้แน่น พูดว่า “เจ้าเป็นหนี้ข้าอยู่เท่าไร จงจ่ายให้หมด”      เพื่อนคนนั้นคุกเข่าลงอ้อนวอนว่า “กรุณาผัดหนี้ไว้ก่อนเถิด แล้วข้าพเจ้าจะชำระหนี้ให้” แต่เขาไม่ยอม นำลูกหนี้ไปขังไว้จนกว่าจะชำระหนี้หมด เพื่อนผู้รับใช้อื่นๆ เห็นดังนั้นต่างสลดใจมาก จึงนำความทั้งหมดไปทูลกษัตริย์ พระองค์จึงทรงเรียกชายผู้นั้นมา ตรัสว่า “เจ้าคนสารเลว ข้ายกหนี้สินของเจ้าทั้งหมด เพราะเจ้าขอร้อง เจ้าต้องเมตตาเพื่อนผู้รับใช้ด้วยกัน เหมือนที่ข้าได้เมตตาเจ้ามิใช่หรือ” กษัตริย์กริ้วมากตรัสสั่งให้นำผู้รับใช้ไปทรมานจนกว่าจะชำระหนี้ทั้งหมด พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์จะทรงกระทำต่อท่านทำนองเดียวกัน ถ้าท่านแต่ละคนไม่ยอมยกโทษให้พีน้องจากใจจริง”

                                ข้อคิด

คนมีพระเจ้าจะเป็นอย่างไร อ่านพระวาจาวันอาทิตย์นี้…พบได้ชัดเจนมาก นำมาทำให้เป็นจริง ความโลภ อาฆาตพยาบาท ความโกรธ ฯลฯ พระวาจาวันนี้ชี้หนทางแก้ไขได้ชัดเจน พระเจ้าคือคำตอบ ชีวิตที่มีพระเจ้าคือคำตอบแท้จริง ถ้ายกสายตาขึ้นหาพระเจ้า แล้วมองดูเพื่อนพี่น้องด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ให้อภัย เมตตา จริงใจ ด้วยสายตาที่มีพระเจ้าจริงๆ ถ้าพระเจ้าให้อภัยเรา เราก็ต้องให้อภัยเพื่อนพี่น้อง และการให้อภัยนั้นไม่เพียงไม่เอาผิด แต่นำไปถึงการยกโทษ และยกหนี้ เพราะนั่นคือความรักแบบที่พระเจ้ารักเรา และเป็นคำสอนในพระวรสารนักบุญมัธทิว บทที่ 18 เป็นบทที่มีคำว่า “พระศาสนจักร” ชัดเจนที่สุด คำเทศน์เรื่องพระศาสนจักรอยู่ที่นั่น.

 

    จดจำ

 

มนุษย์เอ๋ย….เกิดอะไรขึ้นกับหัวใจเจ้า

ไฉนเลย จึงลืมความรักและการอภัยที่เจ้าได้รับ

เจ้าหลงลืม หรือ ทำหล่นหาย

ไหนเลย กอหนามที่ก้าวร้าวรุนแรง และผูกใจเจ็บ จึงขึ้นปกคลุม

เจ้าบีบคอเขาแน่น…บังคับให้จ่ายหนี้สินทั้งหมด

เจ้าไม่ฟังคำอ้อนวอน…ขอความเมตตาสงสาร

เจ้าเรียกร้องการกักขัง และการชดใช้จนหยดสุดท้าย

 

มนุษย์เอ๋ย…เจ้าเป็นเนื้อดินที่พระองค์ทรงสร้าง

ผืนดินที่เคยด้อยค่า และไร้ราคา ได้รับการเหลียวแล และฟื้นฟู

ทรงล้อมรั้ว สร้างหอเฝ้า…ปกป้องให้พ้นอันตราย

ทรงปลูกไม้พันธุ์ดี ให้เกิดผล…เกิดชีวิต

วันใดที่เจ้าล้มลง…ทรงพยุงให้ลุกขึ้น

วันใดที่เจ้าทรยศ…ทรงให้อภัยไม่รู้จบ

วันใดที่เจ้าบาดเจ็บ…ทรงเยียวยารักษา

เจ้าคือ ผืนดินที่พระองค์ทรงรัก

 

มนุษย์เอ๋ย…จงจดจำวันนั้น ที่พระเจ้ายกเจ้าขึ้นจากกองขยะ

วันนั้น ที่ทรงชำระล้างเจ้าจากบาป และความชั่วร้ายทั้งมวล

วันนั้น ที่ทรงให้อภัย และลบรอยทรยศทั้งหมดของเจ้า

วันนั้น ที่ทรงโอบอุ้มเจ้า ด้วยอ้อมแขนอบอุ่นนิรันดร์กาล

จงจดจำ และเก็บรักษาไว้ไนห้วงแห่งจิตวิญญาณ

เพื่อใจท่านจะเป็นอิสระ หลุดพ้นจากคุกแห่งความโกรธแค้น

                                                           …ปลดปล่อยทุกคนให้เป็นไท             

 

     

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2020 สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

พระเยซูเจ้าตรัสว่า……  “ถ้าท่านสองหรือสามคนบนแผ่นดินพร้อมใจกันอ้อนวอนขอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง..พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์จะประทานให้…. ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา”  พี่น้องที่รัก ทุกอาทิตย์ที่เรามาชุมนุมกัน มิใช่แค่ 2 หรือ 3 คน แต่เป็นสองร้อยหรือสามร้อยคน พวกเรามาสรรเสริญ…พวกเรามาร่วมใจกันโมทนาขอบพระคุณ… พวกเรามาพร้อมใจอธิษฐานวอนขอพระพรจากพระองค์ พระองค์ทรงทราบดี ก่อนที่พวกเราจะวอนขอเสียอีก อย่างไรก็ดี พี่น้องอาจจะสงสัย เราวอนขอ….แต่ไม่ได้รับ!!! ทำไม? ก็เพราะว่า เราอาจจะวอนขอไม่ถูกต้อง…!!! หรือสิ่งที่เราวอนขอ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา…!!! หรือยังไม่ถึงวัน-เวลาที่เหมาะสมของพระองค์ด้วย หรือบางครั้ง พระองค์ก็ทรงทดลองใจเราด้วยว่า เรามีความเชื่อ หรือมีความเพียรทนอย่างไร        พระองค์ยังสอนเรา ให้ตักเตือนกันและกัน เมื่อมีการทำผิด ไม่มีความผิดใดที่ให้อภัยไม่ได้ พระองค์ทรงรอเวลาสำหรับการกลับใจ สำนึกผิด และเปลี่ยนหนทางแห่งการดำเนินชีวิต     ข้าแต่พระเจ้า โปรดสอนให้ลูกภาวนา โปรดให้ลูกเชื่อมั่นในพระองค์ และโปรดประทานในสิ่งที่ลูกวอนขอพระองค์ด้วยเถิด พระเจ้าข้า

 

***    วันที่ 8 กันยายนของทุกปี เป็นวันฉลองแม่พระทรงบังเกิด หรือวันเกิดของแม่พระ พระเจ้าประทานพระแม่ให้กับเรา เพื่อช่วยเราทุกคนในทุกสิ่ง พวกเราจะทำอะไร…ให้กับพระแม่    และจะวอนขออะไรจากพระแม่…?!?

***    ใกล้จะถึงเดือนตุลาคม เดือนแม่พระลูกประคำ เรามีนัดกันวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคมนะครับ และตลอดเดือน เราจะ    สวดลูกประคำกันทุกๆ วันนะครับ                                            ***       พระเจ้าเต็มไปด้วยพระเมตตา พ่อก็เห็นพี่น้องมีน้ำใจเช่น   กัน ทุกสิ่งที่พี่น้องทำเพื่อพระ-เพื่อเพื่อนพี่น้อง-เพื่อวัด         พระเจ้าจะตอบแทนพี่น้องอย่างแน่นอน

 

ประกาศแต่งงาน

คู่ที่ 1

มารีอา จริยา เสงี่ยมศักดิ์          อายุ 36 ปี   บ้านอยู่ลำลูกกา ปทุมธานี      บุตรีของ     นายพัฒนา เสงี่ยมศักดิ์ และ มารีอา ใจทิพย์ ไทยวิบูลย์   ปรารถนาจะแต่งงานกับ     นายชาณุวัชร  แสนสุขเหลือ            อายุ 32 ปี   เกิดที่สัตหีบ ชลบุรี       บุตรของ  พ.จ.อ. ธวัชชา แสนสุขเหลือ และ นางบุณฑริยา วจนะมงคล   ใน     วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2020 เวลา 14.00 น.

คู่ที่ 2

มารีอา กอแรตตี วิภาดา งอยหล้า    อายุ 32 ปี  เกิดที่ จ. สกลนคร    บุตรีของ    ยอแซฟ ทินกร และ มารีอา วรจิตร งอยหล้า    ปรารถนาจะแต่งงานกับ  นายยุทธพงษ์  หลาบหนองแสง       อายุ 33 ปี   เกิดที่ จ.อุดรธานี  บุตรของ  นายวิชัย และนางสุภา หลาบหนองแสง  ใน   วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2020 เวลา 14.00 น. หากพี่น้องทราบว่ามีอุปสรรคที่ทำให้พวกเยาไม่อาจจะแต่งงานกันอย่างถูกต้องได้            ต้องแจ้งให้พระสงฆ์เจ้าอาวาสทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดเช่นเดียวกันด้วน

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2020 สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

ความเคียดแค้น และความโกรธ เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ    จงให้อภัยเพื่อนบ้านที่ทำผิดต่อท่าน แล้วบาปของท่านจะได้รับการอภัย เมื่อท่านอธิษฐานภาวนา ถ้าผู้ใดสุมความโกรธต่อผู้อื่นไว้ เขาจะขอให้พระเจ้าอภัยแก่เขาได้อย่างไร ถ้าเขาไม่มีเมตตากรุณาต่อเพื่อนพี่น้อง แล้วผู้ใดจะอภัยแก่เขา จงระลึกถึงบั้นปลายชีวิตของท่าน แล้วจงเลิกเกลียดชังกันเถิด    เปโตรถามพระเยซูเจ้าว่า ถ้าพี่น้องทำผิด จะต้องอภัยแก่เขาสักกี่ครั้ง?!?           พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า ต้องให้อภัยเขา “เจ็ดครั้งเจ็ดสิบหน…” ซึ่งหมายความว่า ต้องให้อภัยเสมอ       พี่น้องที่เคารพครับ นี่คือสิ่งที่พระเจ้าสอนเรา พระเจ้าทรงให้อภัยแก่เราฉันใด เราก็ต้องให้อภัยแก่ผู้อื่นเสมอไปเช่นกัน        นักบุญเปาโลยังบอกพวกเราอีกว่า “ไม่มีพวกเราคนใดมีชีวิตอยู่เพื่อตนเอง และไม่มีผู้ใดตายเพื่อตนเอง…แต่เรามีชีวิตอยู่และตายเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าให้ชีวิตแก่เรา และสักวันหนึ่ง พระองค์ก็จะเรียกเอากลับคืนไป ดังนั้น เมื่อเราเกิดมาแล้ว เราจะต้องดำเนินชีวิตเพื่อพระเจ้าเท่านั้น เพราะแท้จริง แม้เราจะมีชีวิตอยู่ เราก็มีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า พระองค์ทรงสร้างเรามา เพื่อให้เราเป็นของพระองค์    ดังนั้น พี่น้องที่รัก อย่าหลงไป อย่าหลงดำเนินชีวิตเพื่อตนเอง เพราะนั่นก็เท่ากับหลอกตนเอง อย่าหลงไปกับโลก หรือยึดติดกับจิตตารมณ์ของโลกนี้ ทุกสิ่งในโลกจะมลายและสูญไป แต่เราจะต้องกลับไปอยู่กับพระองค์ มันน่าเสียดายเพียงใด หากเราไม่ได้กลับไปอยู่กับพระองค์ในบ้านแท้ คือ เมืองสวรรค์กับพระองค์ชั่วนิรันดร

***  วันฉลองแม่พระทรงบังเกิดผ่านไปแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน       พี่น้องลืมหรือได้ทำอะไรเพื่อแม่ของเราบ้าง หากลืมไป-จำไม่ได้             ก็จงกระทำเสียเถิด เพื่อแสดงว่าเราเป็นลูกที่ดีของพระแม่

***   วันอาทิตย์นี้ มีประชุมสภาอภิบาลวัดของเรา เพื่อเตรียมหลายๆ สิ่ง          หลายๆอย่าง การสวดลูกประคำในเดือนแม่พระ การระลึกถึงวิญญาณ       ของผู้ล่วงลับตลอดเดือนพฤศจิกายน การฉลองคริสตมาส และการฉลอง     ปีใหม่-ฉลองพระชนนีของพระเป็นเจ้า-ฉลองวัดของพวกเรา พี่น้องท่านใด   จะมีข้อคิดและข้อเสนออะไร เสนอได้เลยนะครับ

***   เพราะการมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า หลายท่านจึงแสดงออกด้วย การมีน้ำใจ     เมตตา ต่อเพื่อนพี่น้อง – ต่อวัด ขอพระเจ้าตอบแทนทุกๆท่านเทอญ           เพราะสิ่งที่พี่น้องได้ทำต่อเพื่อนพี่น้อง ท่านได้กระทำต่อ     พระเจ้านั่นเอง.

 

คุณพ่อยอห์น วรวุฒิ

สารวัด ฉบับที่ 151295 วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, November 3rd, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธืว

มธ 18: 15-20

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาอัครสาวกว่า      “ถ้าพี่น้องของท่านทำผิด จงไปตักเตือนเขาตามลำพัง ถ้าเขาเชื่อฟัง ท่านจะได้พี่น้องกลับคืนมา ถ้าเขาไม่เชื่อฟัง จงพาอีกคนหนึ่งหรือสองคนไปด้วย คำพูดของพยานสองคนหรือสามคนจะได้จัดเรื่องราวให้เรียบร้อย ถ้าเขาไม่ยอมฟังพยาน จงแจ้งให้หมู่คณะทราบ ถ้าเขาไม่ยอมฟังหมู่คณะอีก จงปฏิบัติต่อเขาเหมือนเขาเป็นคนต่างศาสนาหรือคนเก็บภาษีเถิด        เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดิน จะผูกไว้ในสวรรค์ และทุกสิ่งที่ท่านจะแก้บนแผ่นดิน ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย          เราบอกความจริงแก่ท่านอีกว่า ถ้าท่านสองคนบนแผ่นดินพร้อมใจกันอ้อนวอนขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด พระบิดาของเราผู้สถิตอยู่ในสวรรค์จะประทานให้ เพราะว่า ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราจะอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา”

                                ข้อคิด

การกลับใจจำเป็นที่สุดเมื่อมนุษย์หลงเดินทางในความผิด ไม่ว่าความผิดนั้นจะเสียหายตกต่ำเท่าใด แต่การฟื้นฟู กลับใจ คือ ไม่เดินทางเดิมอีก แต่เลือกทางเดินใหม่ที่ดีกว่าด้วยความสำนึก กลับใจ Metanoia (อ่านว่า เมตตานอยยา) คือ การรู้จริง สำนึก และเปลี่ยนแปลง นี้คือ สิ่งที่พระเจ้าเรียกร้องและปรารถนาในเรามนุษย์ ไม่จมปลักอยู่ในบาป และความชั่ว และต้องตายไปในบาปของตน การเรียกร้อง การตักเตือน ช่วยเหลือ จึงจำเป็นในพระศาสนจักรตามคำสอนของพระเยซู มธ.18 ปล่อยไม่ได้ ไมใยดีไมได้ ปล่อยให้พี่น้องเดินหลงทางจมในบาปไม่ได้ นั่นผิด ไม่ใช่เขาผิด แต่เราผิดต่อความรักที่ไม่ได้ช่วยเหลือตักเตือนให้เขาได้กลับใจ เป็นหน้าที่ที่จะไม่ “ละเลย” การละเลยพี่น้องให้เดินในความบาป เป็นบาปที่แย่กว่าคือขาดความรักต่อเขา.

 

 ตามหารัก

ฉัน…เกิดมาในอ้อมแขนแห่งความสัมพันธ์

…นอนสงบนิ่ง…สุขใจไม่หวาดกลัว

ลมหายใจแห่งความรักห่อหุ้มตัวฉัน…มั่นคงปลอดภัย

 

วันคืนโหดร้ายที่ฉันร้องจ้า

เป็นวันเวลาที่ไออุ่นเหือดแห้ง…ก้าวร้าวรุนแรง

…ความสัมพันธ์แห้งเฉา และความรักตายจาก

เสียงทะเลาะร้องตะโกนบอกความร้าวฉาน

กรีดหัวใจฉันเป็นแผลใหญ่…ยากแก่การเย็บเยียวยา

 

โอ้มนุษย์…เขาเป็นผลผลิตของความรัก

…เขามองดูโลกครั้งแรก ในบ้านรักแห่งหัวใจ

…เขาเติบโตมีความสุข ในบ้านหลังนี้

…เขาใฝ่ฝันที่จะโบกมือลาโลก จากบ้านหลังเดียวกัน

 

ความรัก มิเคยทำให้ใครตาบอด

แต่…นำพาให้เห็นคุณค่าของเขาผู้เป็นที่รัก แม้ในยามมืดมน

ความรัก มิเคยทำให้ใครเจ็บปวด

แต่…เป็นพลังให้ก้าวเดินผ่านความเจ็บปวด เพื่อผู้เป็นที่รัก

ความรัก มิเคยทำให้ใครต้องทุกข์ทน

แต่…เป็นอานุภาพยิ่งใหญ่ ให้ก้าวเดินบนทางแห่งความทุกข์

มุ่งสู่กางเขน และความตาย…มอบชีวิตให้เขาผู้เป็นที่รัก

โอ้หัวใจเอ๋ย…อย่าปล่อยให้ความขมขื่นขุ่นเคืองทับถม

จนความรักถูกกลืนหาย

จงออกตามหา แม้ยามมืดมน…บาดเจ็บ และทุกข์ทน

ก้าวไปข้างหน้า…หาทุกหนแห่ง เพื่อรักจะกลับคืน

       

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

        วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2020 สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา      วันนี้ พระวรสารได้พูดถึง  การที่พระเยซูเจ้าทรงตำหนิเปโตร                 “เจ้าซาตาน ถอยไปข้างหลังเรา เจ้าเป็นเครื่องกีดขวางเรา…เจ้าไม่คิดอย่างพระเจ้า แต่คิดอย่างมนุษย์”   พี่น้องที่เคารพรัก พระเยซูเจ้าทรงตำหนิเปโตรอย่างรุนแรงทีเดียว ถึงกับเรียกเปโตรว่า “ซาตาน” ทั้งๆ ที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในพระวรสารกล่าวถึง การที่เปโตรตอบพระเยซูเจ้าว่า … “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” และพระเยซูเจ้าได้ตรัสกับเปโตรว่า “ท่านคือศิลา และบนศิลานี้ เราจะตั้งพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้ และพระองค์ก็ได้มอบกุญแจสวรรค์-กุญแจพระอาณาจักรสวรรค์ไว้กับเปโตร”  พี่น้องครับ เพียงแค่ข้ามคืน เปโตรผู้จงรักภักดี ศิษย์เอกของพระเยซูเจ้า ศิษย์ผู้มั่นใจอย่างเต็มล้นในองค์พระเยซูเจ้า มั่นใจว่า พระองค์เป็นผู้ที่จะมาปลดแอก แต่กลับพูดได้อย่างไรว่า พระองค์จะถูกจับ จะถูกทรมาน จะถูกประหารชีวิต ดังนั้นในฐานะศิษย์เอกจะยอมไม่ได้ ท่านคิดตามประสามนุษย์ ท่านไม่ได้คิดอย่างพระเจ้า พระเจ้าทรงเลือกสิ่งที่โลกว่าน่าอัปยศ ให้กลับกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของความรัก รักที่ต้องเสียสละตนเองทั้งหมด “ถ้าผู้ใดอยากติดตามพระองค์ ก็ต้องเลิกคิดถึงตนเอง แบกไม้กางเขนของตนและติดตามพระองค์ เราจะพบชีวิตนิรันดร ….ประโยชน์อะไร….แม้ได้โลกมาเป็นกำไร ….ได้ครอบครองโลกแต่ต้องเสียชีวิต     พี่น้องที่เคารพยิ่ง แม้เราจะสวดภาวนาทุกวัน แม้เราจะมาวัดสม่ำเสมอทุกวันอาทิตย์ แม้เราจะทำดีและสม่ำเสมอในความมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ แต่อย่าลืมหรือประมาทหรือเผลอใจ เราจะถูกปีศาจประจญล่อลวง เพื่อจะคิดตามประสามนุษย์ เพื่อจะอยู่ในโลกและเป็นของโลก หลงไปกับโลก และจะพินาศไปพร้อมกับโลก แต่เราต้องหันกลับมาดำเนินชีวิตชิดสนิทกับพระเจ้า เดินไปพร้อมกับพระองค์ แม้จะลำบาก-แบกหนัก แม้ถึงกับชีวิตที่ต้องเสียไปบนโลกนี้ แต่เราจะได้ชีวิตนิรันดรในสวรรค์เป็นรางวัล!!!!

 

ประกาศแต่งงาน

คู่ที่ 1

เอากุสติน ภูวนัย ครองสมบัติ อายุ 29 ปี เกิดที่จังหวัดลพบุรี   บุตร   นายทวีจิตร และ เทเรซา โสภี ครองสมบัติ ย้ายมาอยู่ปทุมธานี                 ปรารถนาจะแต่งงานกับ      นางสาว ธิดา เหล่าเลิศ อายุ 23 ปี เกิดที่ศรีษะเกษ     บุตรีของ นายโท และ นางมัด เหล่าเลิศ ยังอยู่ที่ศรีษะเกษ  จะทำพิธีสมรส  วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2020 เวลา 14.00 น.

คู่ที่ 2

มารีอา จริยา เสงี่ยมศักดิ์ อายุ 36 ปี เกิดที่ จ. ปทุมธานี   บุตรีของ นายพัฒนา เสงี่ยมศักดิ์ และ มารีอา ใจทิพย์ ไทยวิบูลย์             ปรารถนาจะแต่งงานกับ  นายชาณุวัชร  แสนสุขเหลือ อายุ 32 ปี เกิดที่กรุงเทพฯ     บุตรของ พ.จ.อ. ธวัชชา แสนสุขเหลือ และ นางบุณฑริยา วจนะมงคล                 จะทำพิธีสมรส  วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2020 เวลา 14.00 น.  หากพี่น้องทราบว่ามีข้อขัดขวางมิให้พวกเขาแต่งงานอย่างถูกต้องได้       จะต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดด้วย

 

***   วันเสาร์ที่ 5 กันยายน ศกนี้ บรรดาผู้สูงอายุทุกท่าน เรามีนัดเพื่อร่วมในมิสซาพร้อมกันนะครับ เวลา 10.00 น.                   ***      ไม่ลืมที่จะขอบพระคุณทุกท่านผู้มีน้ำใจดี มีเมตตา นำเสื้อผ้าและสิ่งของ           มาบริจาคไว้ที่วัด เพื่อนำไปช่วยผู้ประสบความยากลำบากต่อไป

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2020

สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

พระเยซูเจ้าตรัสว่า……             “ถ้าท่านสองหรือสามคนบนแผ่นดินพร้อมใจกันอ้อนวอนขอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง..พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์จะประทานให้…. ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา”            พี่น้องที่รัก ทุกอาทิตย์ที่เรามาชุมนุมกัน มิใช่แค่ 2 หรือ 3 คน แต่เป็นสองร้อยหรือสามร้อยคน พวกเรามาสรรเสริญ…พวกเรามาร่วมใจกันโมทนาขอบพระคุณ… พวกเรามาพร้อมใจอธิษฐานวอนขอพระพรจากพระองค์ พระองค์ทรงทราบดี ก่อนที่พวกเราจะวอนขอเสียอีก อย่างไรก็ดี พี่น้องอาจจะสงสัย เราวอนขอ….แต่ไม่ได้รับ!!! ทำไม? ก็เพราะว่า เราอาจจะวอนขอไม่ถูกต้อง…!!! หรือสิ่งที่เราวอนขอ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา…!!! หรือยังไม่ถึงวัน-เวลาที่เหมาะสมของพระองค์ด้วย หรือบางครั้ง พระองค์ก็ทรงทดลองใจเราด้วยว่า เรามีความเชื่อ หรือมีความเพียรทนอย่างไร                                 พระองค์ยังสอนเรา ให้ตักเตือนกันและกัน เมื่อมีการทำผิด ไม่มีความผิดใดที่ให้อภัยไม่ได้ พระองค์ทรงรอเวลาสำหรับการกลับใจ สำนึกผิด และเปลี่ยนหนทางแห่งการดำเนินชีวิต                          ข้าแต่พระเจ้า โปรดสอนให้ลูกภาวนา โปรดให้ลูกเชื่อมั่นในพระ องค์ และโปรดประทานในสิ่งที่ลูกวอนขอพระองค์ด้วยเถิด พระเจ้าข้า

***   วันที่ 8 กันยายนของทุกปี เป็นวันฉลองแม่พระทรง            บังเกิด หรือวันเกิดของแม่พระ พระเจ้าประทานพระแม่              ให้กับเรา เพื่อช่วยเราทุกคนในทุกสิ่ง พวกเราจะทำอะไร…      ให้กับพระแม่ และจะวอนขออะไรจากพระแม่…?!?

***   ใกล้จะถึงเดือนตุลาคม เดือนแม่พระลูกประคำ เรามีนัด          กันวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคมนะครับ และตลอดเดือน เราจะ            สวดลูกประคำกันทุกๆ วันนะครับ                    ***   พระเจ้าเต็มไปด้วยพระเมตตา พ่อก็เห็นพี่น้องมีน้ำใจเช่น          กัน ทุกสิ่งที่พี่น้องทำเพื่อพระ-เพื่อเพื่อนพี่น้อง-เพื่อวัด          พระเจ้าจะตอบแทนพี่น้องอย่างแน่นอน

 

ประกาศแต่งงาน

คู่ที่ 1

มารีอา จริยา เสงี่ยมศักดิ์          อายุ 36 ปี   บ้านอยู่ลำลูกกา ปทุมธานี    บุตรีของ     นายพัฒนา เสงี่ยมศักดิ์ และ มารีอา ใจทิพย์ ไทยวิบูลย์     ปรารถนาจะแต่งงานกับ        นายชาณุวัชร  แสนสุขเหลือ       อายุ 32 ปี   เกิดที่สัตหีบ ชลบุรี     บุตรของ  พ.จ.อ. ธวัชชา แสนสุขเหลือ และ นางบุณฑริยา วจนะมงคล             ใน     วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2020 เวลา 14.00 น.

คู่ที่ 2

มารีอา กอแรตตี วิภาดา งอยหล้า    อายุ 32 ปี  เกิดที่ จ. สกลนคร    บุตรีของ    ยอแซฟ ทินกร และ มารีอา วรจิตร งอยหล้า                 ปรารถนาจะแต่งงานกับ        นายยุทธพงษ์  หลาบหนองแสง       อายุ 33 ปี   เกิดที่ จ.อุดรธานี   บุตรของ  นายวิชัย และนางสุภา หลาบหนองแสง  ใน   วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2020 เวลา 14.00 น.

 

หากพี่น้องทราบว่ามีอุปสรรคที่ทำให้พวกเขาไม่อาจจะแต่งงานกันอย่างถูกต้องได้            ต้องแจ้งให้พระสงฆ์เจ้าอาวาสทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดเช่นเดียวกันด้วย

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

สารวัด ฉบับที่ 151294 วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, November 3rd, 2021

                           บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธืว

มธ 16: 21-27

ตั้งแต่นั้นมา พระเยซูเจ้าทรงเริ่มแจ้งแก่บรรดาศิษย์ว่า พระองค์จะต้องเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็มเพื่อรับการทรมานอย่างมากจากบรรดาผู้อาวุโส หัวหน้าสมณะและธรรมาจารย์ จะถูกประหารชีวิต แต่จะทรงกลับคืนพระชนมชีพในวันที่สาม         เปโตรนำพระองค์แยกออกไป ทูลทัดทานว่า “ขอเถิด พระเจ้าข้า เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นกับพระองค์อย่างแน่นอน” แต่พระองค์ทรงหันมาตรัสแก่เปโตรว่า “เจ้าซาตาน ถอยไปข้างหลังเรา เจ้าเป็นเครื่องกีดขวางเรา เจ้าไม่คิดอย่างพระเจ้า แต่คิดอย่างมนุษย์”       พระเยซูเจ้าตรัส แก่บรรดาศิษย์ว่า “ถ้าผู้ใดอยากตามเรา ก็จงเลิกคิดถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนและติดตามเรา ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้น ก็จะสูญเสียชีวิตนิรันดร แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเรา ก็จะพบชีวิตนิรันดร มนุษย์จะได้ประโยชน์ใดในการที่ได้โลกทั้งโลกเป็นกำไร แต่ต้องเสียชีวิต มนุษย์จะต้องให้สิ่งใดเพื่อแลกชีวิตที่สูญเสียไปให้กลับ คืนมา    บุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จกลับมาในพระสิริรุ่งโรจน์ของพระบิดาพร้อมกับบรรดาฑูตสวรรค์ เมื่อนั้นพระองค์จะประทานรางวัลแก่ทุกคนตามความประพฤติของเขา”

                                ข้อคิด

หลังจากที่นักบุญเปโตรได้ยืนยันว่า “พระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” (อาทิตย์ที่แล้ว) พระเยซูเจ้าได้บอกกับศิษย์ต่อไปว่า เพราะพระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระองค์ต้องรับการทรมานและความตายอย่างทารุณจากเงื้อมมือของชาวยิว แต่จะทรงกลับคืนพระชนมชีพในวันที่สาม พระองค์ยังได้บอกศิษย์ของพระองค์ว่า พวกเขาต้องเตรียมพร้อมที่จะเผชิญความยากลำบาก ความทุกข์ทรมานเช่นเดียวกัน พระองค์ยังเตือนอีกว่า “มนุษย์จะได้ประโยชน์ใดในการที่ได้โลกทั้งโลกเป็นกำไร แต่ต้องเสียชีวิต” เราต้องหยุดคิดและรำพึงถึงคำพูดนี้ เมื่อเราต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ หรือกำหนดเป้าหมายของชีวิตเราอย่างไร ต้องไตร่ตรองคำเตือนนี้ให้จงดี การติดตามพระเยซูเจ้าเราต้องเจ็บปวด แต่ก็มีรางวัลอันยิ่งใหญ่รอเราอยู่.

 

 ทาง…กางเขน

แม้เป็นวันฟ้าใส และคืนฟ้าสวย

ถนนแห่งชีวิตโล่งโปร่ง ไม่ติดขัด

แม่น้ำแห่งกิจวัตรไหลลื่นไร้อุปสรรค

แต่…ความทุกข์ยากยังคงอาจแวะเวียน เยี่ยมเยียนอย่างไม่ผิดพลาด

 

ในค่ำคืนแห่งความยิ่งใหญ่

เยเรมีย์ประกาศกร้องประกาศถึงความล่มสลายของเยรูซาเล็ม

และร้องบ่นถึงความสัมพันธ์ที่ปวดร้าวของตนเอง

ในวันแห่งสิริโรจนา

พระเยซูมองเห็นหนทางแห่งความตาย ที่มุ่งสู่กรุงเยรูซาเล็ม

ทรงร้องเตือนสาวกให้เตรียมใจพร้อม

ทางสายเยรูซาเล็มเป็นเส้นทางบังคับที่นำสู่ความรอดพ้น

…จะต้องเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็มเพื่อรับการทรมาน…ถูกประหารชีวิต

แต่จะทรงกลับคืนพระชนมชีพ

ทางสายนี้…มนุษย์มิอาจเข้าใจ

ทั้งนี้ เพราะมิได้ถือกำเนิดจากกระแสความคิดของมนุษย์

แต่จากกระแสแห่งปรีชาญาณของพระเจ้า

 

เปโตร…หนุ่มใหญ่ที่ได้เพิ่งร้องประกาศว่าพระองค์เป็นพระบุตรพระเจ้า

มาบัดนี้…กลับเป็นคนแรกที่ไม่เข้าใจ และนำเสนอทางเบี่ยง

ในวันแห่งความยิ่งใหญ่ของตน เปโตรปฏิเสธชีวิตแท้จริงของพระองค์

เขาต้องการที่จะลบความทุกข์ยากออกจากวาระชีวิตพระเยซู

พระเยซู…ยกชูกางเขนแห่งความทุกข์ยากไว้เบื้องหน้าศิษย์

และไม่ยอมให้ถูกกลมกลืนด้วยความคิดใดๆ ของมนุษย์

เพื่อจะเข้าใจพระเยซู พวกเขาพึงเข้าใจกางเขน

กางเขนได้กลับเป็นแก่นแห่งชีวิตและคำสอนของพระองค์

เปโตรจึงแปรเปลี่ยนเป็น ซาตาน ผู้ล่อลวง

เขาชี้นำหนทางให้พระเยซูเลี่ยงหนีจากกางเขน

ความคิดและความใฝ่ฝันของเขามีรูปลักษณ์เดียวกับของซาตาน

พระผู้ไถ่ในความฝันของเขาเป็นพระแห่งเกียรติอำนาจ และความยิ่งใหญ่

…ไม่อาจปนเปื้อนด้วยความเปราะปางของชีวิตมนุษย์

หนทางใหม่ที่เปโตรชี้นำ

จึงแยกห่างจากหนทางนั้นที่องค์พระผู้ไถ่จะก้าวเดิน

…หนทางแห่งความรัก ที่มีกางเขนเป็นทางผ่าน

       

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

          วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2020  สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

        พระเยซูเจ้าตรัสถามบรรดาศิษย์ว่า……..

คนทั้งหลายกล่าวว่า บุตรมนุษย์เป็นใคร….???

พระเยซูเจ้าตรัสถามย้ำกับพวกเขาอีกว่า…….

ท่านล่ะ  คิดว่าเราเป็นใคร….???      ซีมอน เปโตร ทูลตอบว่า……..

พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต”   

พี่น้องที่รัก  คำถามที่พระเยซูเจ้าถามบรรดาสาวกเมื่อ 2 พันปีที่แล้วมา ยังคงเป็นคำถามของพระเยซูเจ้าที่ถามพวกเราคริสตชนในเวลาปัจจุบันนี้……   พระเยซูเจ้าเป็นใครสำหรับพวกเรา…..???”       “พระเยซูเจ้ามีความหมายอะไรในชีวิตของพวกเราทุกวันนี้”   “และเราทำอะไรต่อพระองค์ หรือ ทำอะไรเพื่อพระองค์บ้าง

พี่น้องครับ วันนี้ เราต้องตอบกับพระองค์ให้ได้ด้วยตัวของเราเอง            ** เราอาจจะบอกกับพ่อแม่ของเราว่า.. “พ่อแม่คือผู้บังเกิดเกล้าของเรา เราต้องทดแทนพระคุณ…เราต้องกตัญญู…เราต้องรัก…เราต้องเลี้ยงดูท่าน…ฯลฯ                                                 ** เราอาจจะบอกกับสามีหรือภรรยาของเราว่า… “เขาคือคู่ชีวิตของเรา เขาคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเรา เราต้องรัก…ให้เกียรติ…ดูแลเขา…ฯลฯ  เราอาจจะบอกกับลูกๆ ของเราว่า… “ลูกคือดวงใจของพ่อแม่ ลูกคือความหวังสูงสุดของพ่อแม่ ลูกคือทุกสิ่งทุกอย่างของพ่อแม่ พ่อแม่รักลูกที่สุด….!!!!

พี่น้องครับ  วันนี้ ก่อนจะออกจากวัด ให้เราตอบกับพระเยซูเจ้าเอง    ด้วยคำพูดที่ออกมาจากหัวใจของเรา  ที่ออกมาจากก้นบึ้งของสมองและหัวใจดวงเดียวของเรา…. “พระเยซูเจ้าคือใครในชีวิตเรา..??? และลูกจะทำอะไรเพื่อพระองค์ !!!”

***     ขอขอบพระคุณพี่น้องทุกท่าน ที่พี่น้องจะทำและได้ทำทุกสิ่งเพื่อพระองค์และทุกสิ่งที่พี่น้องได้ทำต่อพี่น้องที่ต่ำต้อย เท่ากับว่าพี่น้องได้ทำต่อพระองค์แล้ว…

ขอพระเจ้าอำนวยพระพรแด่พี่น้องทุกท่าน

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2020 สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา วันนี้ พระวรสารได้พูดถึง  การที่พระเยซูเจ้าทรงตำหนิเปโตร       “เจ้าซาตาน ถอยไปข้างหลังเรา เจ้าเป็นเครื่องกีดขวางเรา…เจ้าไม่คิดอย่างพระเจ้า แต่คิดอย่างมนุษย์”      พี่น้องที่เคารพรัก พระเยซูเจ้าทรงตำหนิเปโตรอย่างรุนแรงทีเดียว ถึงกับเรียกเปโตรว่า “ซาตาน” ทั้งๆ ที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในพระวรสารกล่าวถึง การที่เปโตรตอบพระเยซูเจ้าว่า … “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” และพระเยซูเจ้าได้ตรัสกับเปโตรว่า “ท่านคือศิลา และบนศิลานี้ เราจะตั้งพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้ และพระองค์ก็ได้มอบกุญแจสวรรค์-กุญแจพระอาณาจักรสวรรค์ไว้กับเปโตร”                พี่น้องครับ เพียงแค่ข้ามคืน เปโตรผู้จงรักภักดี ศิษย์เอกของพระเยซูเจ้า ศิษย์ผู้มั่นใจอย่างเต็มล้นในองค์พระเยซูเจ้า มั่นใจว่า พระองค์เป็นผู้ที่จะมาปลดแอก แต่กลับพูดได้อย่างไรว่า พระองค์จะถูกจับ จะถูกทรมาน จะถูกประหารชีวิต ดังนั้นในฐานะศิษย์เอกจะยอมไม่ได้ ท่านคิดตามประสามนุษย์ ท่านไม่ได้คิดอย่างพระเจ้า พระเจ้าทรงเลือกสิ่งที่โลกว่าน่าอัปยศ ให้กลับกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของความรัก รักที่ต้องเสียสละตนเองทั้งหมด “ถ้าผู้ใดอยากติดตามพระองค์ ก็ต้องเลิกคิดถึงตนเอง แบกไม้กางเขนของตนและติดตามพระองค์ เราจะพบชีวิตนิรันดร ….ประโยชน์อะไร….แม้ได้โลกมาเป็นกำไร ….ได้ครอบครองโลกแต่ต้องเสียชีวิต                                                                                พี่น้องที่เคารพยิ่ง แม้เราจะสวดภาวนาทุกวัน แม้เราจะมาวัดสม่ำเสมอทุกวันอาทิตย์ แม้เราจะทำดีและสม่ำเสมอในความมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ แต่อย่าลืมหรือประมาทหรือเผลอใจ เราจะถูกปีศาจประจญล่อลวง เพื่อจะคิดตามประสามนุษย์ เพื่อจะอยู่ในโลกและเป็นของโลก หลงไปกับโลก และจะพินาศไปพร้อมกับโลก แต่เราต้องหันกลับมาดำเนินชีวิตชิดสนิทกับพระเจ้า เดินไปพร้อมกับพระองค์ แม้จะลำบาก-แบกหนัก แม้ถึงกับชีวิตที่ต้องเสียไปบนโลกนี้ แต่เราจะได้ชีวิตนิรันดรในสวรรค์เป็นรางวัล!!!!

 

ประกาศแต่งงาน

คู่ที่ 1

เอากุสติน ภูวนัย ครองสมบัติ อายุ 29 ปี เกิดที่จังหวัดลพบุรี  บุตร   นายทวีจิตร และ เทเรซา โสภี ครองสมบัติ ย้ายมาอยู่ปทุมธานี     ปรารถนาจะแต่งงานกับ     นางสาว ธิดา เหล่าเลิศ อายุ 23 ปี เกิดที่ศรีษะเกษ  บุตรีของ นายโท และ นางมัด เหล่าเลิศ ยังอยู่ที่ศรีษะเกษ   จะทำพิธีสมรส  วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2020 เวลา 14.00 น.

คู่ที่ 2

มารีอา จริยา เสงี่ยมศักดิ์ อายุ 36 ปี เกิดที่ จ. ปทุมธานี  บุตรีของ นายพัฒนา เสงี่ยมศักดิ์ และ มารีอา ใจทิพย์ ไทยวิบูลย์

ปรารถนาจะแต่งงานกับ  นายธาณุวัชร  แสนสุขเหลือ อายุ 32 ปี เกิดที่กรุงเทพฯ   บุตรของ พ.จ.อ. ธวัชชา แสนสุขเหลือ และ นางบุณฑริยา วจนะมงคล                 จะทำพิธีสมรส  วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2020 เวลา 14.00 น.          หากพี่น้องทราบว่ามีข้อขัดขวางมิให้พวกเขาแต่งงานอย่างถูกต้องได้      จะต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดด้วย

***  วันเสาร์ที่ 5 กันยายน ศกนี้ บรรดาผู้สูงอายุทุกท่าน เรามีนัดเพื่อ      ร่วมในมิสซาพร้อมกันนะครับ เวลา 10.00 น.

*** ไม่ลืมที่จะขอบพระคุณทุกท่านผู้มีน้ำใจดี มีเมตตา นำเสื้อผ้าและสิ่งของ    มาบริจาคไว้ที่วัด เพื่อนำไปช่วยผู้ประสบความยากลำบากต่อไป

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล