สารวัด ฉบับที่ 151334 วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 2021 สมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 14:12-16,22-25

วันแรกของการกินขนมปังไร้เชื้อ เมื่อเขาฆ่าลูกแกะปัสกา บรรดาศิษย์ทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “พระองค์มีพระประสงค์ให้เราจัดเตรียมการเลี้ยงปัสกาที่ไหน” พระองค์จึงทรงใช้ศิษย์สองคนไป สั่งเขาว่า “จงเข้าไปในกรุง แล้วจะพบชายคนหนึ่งกำลังเดินแบกหม้อน้ำอยู่ จงตามเขาไป เขาเข้าไปที่ไหน จงถามเจ้าของบ้านว่า “พระอาจารย์ถามว่า ห้องที่เราจะกินปัสกากับบรรดาศิษย์นั้นอยู่ที่ไหน” เขาจะชี้ให้ท่านเห็นห้องใหญ่ชั้นบนปูพรมไว้เรียบร้อย จงจัดเตรียม ปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” ศิษย์ทั้งสองคนออกไป เดินทางเข้าไปในกรุง พบสิ่งต่างๆ ดังที่พระองค์ทรงบอกไว้ จึงจัดเตรียมปัสกา  ขณะที่ทุกคนกำลังกินอาหารอยู่นั้น พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ตรัสถวายพระพร ทรงบิขนมปัง ประทานให้เขาเหล่านั้น ตรัสว่า “จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรา” แล้วพระองค์ทรงหยิบถ้วย ตรัสขอบพระคุณ ประทานให้เขาและทุกคนดื่มจากถ้วยนั้น พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญาที่หลั่งออกเพื่อคนจำนวนมาก เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่ดื่นน้ำจากผลองุ่นใด จนกว่าจะถึงวันที่เราจะดื่มเหล้าองุ่นใหม่ในพระอาณาจักร”

 

ข้อคิด

วันนี้สมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า พระวาจาจากหนังสืออพยพมีประเด็นของการรื้อพันธสัญญา คือการพรมเลือดซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญา และพันธสัญญานี้อันที่จริง คือ “ความรัก” พระเยซูเจ้าในเวลาปัสกาของชาวยิว บรรดาศิษย์เข้ามาถามว่าจะให้เตรียมงานเลี้ยงปัสกาที่ไหน เป็นพระองค์เองที่ทรงสั่ง ทรงชี้นำ และให้พวกเขาไปจัดการ พวกเขาได้พบตามที่พระองค์ตรัสสั่ง ในวันนี้ ถ้าเราดูดีๆ พระองค์เป็นผู้กำหนด ทรงสั่ง ทรงให้จัดเตรียมปัสกา แต่ที่ต่างกันคือ ขนมปังเป็นพระกายของพระองค์ที่บิ และถ้วยที่ดื่มคือ เหล้าองุ่นที่พระองค์ตรัสว่าเป็นพระโลหิต สรุปว่า พระองค์เองทรงเป็นเจ้าของปัสกา ทรงเป็นอาหารและเครื่องดื่มแห่งความยินดีในพันธสัญญาของพระองค์.                          

 

สุดท้าย

ในชีวิต ฉันมีหลายสิ่งที่ได้กลายเป็นสิ่งสุดท้าย

…ฉันนอนบ้านครั้งสุดท้าย…ฉันอยู่ใกล้พ่อครั้งสุดท้าย

เมื่อสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น ฉันยังคงไม่นึกว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย

แม้ในการบอกลา ฉันยังคงไม่แน่ใจว่าการพบเจอจะจบสิ้น

แต่…ความไม่แน่ใจ ดูจะเป็นความบรรเทาเล็กๆ

เพราะการจบสิ้น ยังคงดูเจือจาง

พระเยซูเจ้ากำลังเตรียมสำหรับวันสุดท้าย…ที่จะอยู่กับเพื่อนของพระองค์

ทรงทราบดีว่า วาระสุดท้ายมาถึงแล้ว

นี่คือวันเวลาสุดท้าย…ทึ่จะแบ่งปันชีวิตกับศิษย์

ทุกอย่างได้รับการตระเตรียมอย่างละเอียดถี่ถ้วน

..อาหารค่ำมื้อสุดท้าย อบอุ่นด้วยความใกล้ชิดอันเรียบสงบ

…เชื้อเชิญให้ลิ้มรสของขวัญแห่งชีวิตที่จะถูกมอบ

…ของขวัญที่เกินความคาดคิด

พระเยซูทรงมอบพระองค์เอง

นี่คือกายของเรา…นี่คือโลหิตของเรา…รับไปกินดื่มให้ทั่วกันเถิด

ความสัมพันธ์ใกล้ชิดดูเหมือนจะถึงจุดอวสาน

พระองค์เผชิญกับความมืดแห่งกาลสุดท้าย

ด้วยการอยู่กับเพื่อนของพระองค์

และมอบของขวัญแห่งชีวิตของพระองค์แก่พวกเขา

หลังการกลับคืนชีพของพระองค์ พวกเขาจะรวบรวมกันอีกครั้งหนึ่ง

…เพื่อฟื้นฟูความทรงจำนี้ เพื่อเล่าขานเรื่องราวที่ความรักจดจำ

…เพื่อบิปังแต่ชีวิตที่จะหล่อเลี้ยงพวกเขา ให้ก้าวเดินสู่พระอาณาจักร

แม้วันเวลาได้ผ่านมายาวไกลหลายศตวรรษ

แต่ความทรงจำนี้ยังคงแจ่มชัด

ในมิสซา…คริสตชน  คนของพระคริสตเจ้า

ฟื้นฟูความทรงจำศักดิ์สิทธิ์

พวกเขาร่วมรับปังที่ได้ถูกบิออก…รับถ้วยที่ได้ถูกมอบให้

…แบ่งปันชีวิต และเลือดเนื้อ ในยามที่ผืนแผ่นดินร้องหา

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2021                 

            “จงดูอดีตก่อนที่ท่านทั้งหลายจะเกิด ตั้งแต่วันที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ไว้บนแผ่นดิน จงตรวจตราจากปลายหนึ่งถึงอีกปลายหนึ่งของโลกว่า มีอะไรยิ่งใหญ่เท่านี้เกิดขึ้นหรือไม่ มีใครเคยได้ยินเรื่องใดที่เหมือนเรื่องนี้ เคยมีมนุษย์ใดบ้างที่ได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าที่ตรัสจากกองไฟ หรือเคยมีพระเจ้าองค์ใดบ้างที่ทรงกล้าเลือกชนชาติหนึ่งออกจากอีกชนชาติหนึ่ง ทรงใช้การทดลอง เครื่องหมายมหัศจรรย์ ปาฏิหาริย์และสงคราม ทรงใช้พระหัตถ์ทรงฤทธิ์ และพระอานุภาพยิ่งใหญ่เพื่อประชากรของพระองค์   พี่น้อง ทุกคนที่มีพระจิตของพระเป็นเจ้านำทาง – เป็นผู้นำ ย่อมเป็นบุตรของพระเจ้า ท่านทั้งหลายไม่ได้รับจิตของการเป็นทาส ซึ่งมีแต่ความหวาดกลัว แต่ได้รับจิตของการเป็นบุตร – บุตรของพระเจ้า – เป็นบุตรบุญธรรม เป็นทายาทของพระองค์  พี่น้องที่รักยิ่ง พระวาจาของพระเจ้านั้นเที่ยงตรง พระราชกิจของพระองค์น่าเชื่อถือ พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและความยุติธรรม ความรักมั่นคงขององค์พระเจ้าเปี่ยมล้นทั่วแผ่นดิน                                                                                                               การระบาดของไวรัสโควิดในโลกปัจจุบัน บอกอะไร – สอนอะไรแก่เรา เพียงไวรัสตัวเล็กๆ มนุษย์ก็ยากจะเอาชนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร หากมนุษย์ขาดการเชื่อฟัง – เชื่อมั่นในพระ ทุกสิ่งจะพินาศ พระเจ้าทรงอนุญาตให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้น ก็เพื่อสอนใจมนุษย์ ให้มนุษย์สุภาพ – ถ่อมตน และยอมเคารพนับถือพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ เพียงพระวาจาเดียวของพระเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็นอย่างที่พระองค์พอพระทัย พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่ง ทรงเฝ้าพิทักษ์ทุกสิ่ง และทรงปรารถนาให้ทุกสิ่งรอดพ้น และจะได้เสวยสุขกับพระองค์ ข้าแต่พระตรีเอกภาพ ขอทรงพระเมตตาต่อข้าพเจ้าทั้งหลายด้วยเทอญ

****       ดูเหมือนว่า การระบาดของไวรัสโควิดจะไม่รู้จักจบจักสิ้น ตราบใดที่มนุษยโลก   ยังหลงในตัวเอง เมื่อใดที่มนุษย์ตาสว่าง – เห็นแจ้งจริงในพระเจ้า และยอมมอบทุกอย่างไว้กับพระเจ้า เมื่อนั้นพระองค์จะบันดาลความสุข แต่มิได้หมายความว่า           มนุษย์จะไม่ทำอะไร-อยู่เฉยๆ มนุษย์จะต้องยอมให้พระจิตของพระเจ้านำทาง และ ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ เมื่อใดที่มนุษย์หันกลับมาเชื่อ – วางใจ และรัก พระเจ้า และพยายามรัก – ช่วยเหลือ – เมตตาต่อกันและกันอย่างแท้จริง เมื่อนั้นแหละจะถึงเวลาแห่งการปลดปล่อยของพระเจ้า และมนุษย์จะกลับมามีชีวิตในความสุขอีกครั้งหนึ่ง ตามพระทัยของพระเจ้า

****       ช่วงเวลานี้ จึงเป็นช่วงเวลาของการพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ – เป็นลูกของพระเจ้า          เป็นประชากรของพระเจ้า เป็นช่วงเวลาที่เราจะต้องช่วยเหลือ – เห็นอกเห็นใจกัน        และกัน   หลายๆคนได้แสดงออกแล้ว ตู้ปันสุข – อาหารดับทุกข์ – ข้าวของแบ่งปัน เงินทองช่วยเหลือ ฯลฯ  ขอพระเจ้าตอบแทนทุกๆท่านที่ได้กระทำแล้ว ให้ได้พบความสุขทั่วหน้ากันเทอญ

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2021

มีการส่งคลิปทางออนไลน์กันต่อๆมา พ่อเองก็ได้รับ และหลังจากที่ได้อ่าน ก็เห็นว่า เป็นเรื่องที่น่าใคร่ครวญ หลายคนคงจะไม่ได้รับ พ่อจึงขอนำมาลงในสารวัด เพื่อเราจะได้ลองคิดพิจารณา ในโอกาสที่เราทำการสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้า มีผู้รับใช้พระเจ้าท่านหนึ่ง ได้ลุกขึ้นประกาศข่าวประเสริฐในรถไฟว่า “พระเยซูเจ้ารักคุณ” ทันใดนั้นมีหญิงคนหนึ่งได้ตะโกนด่าผู้รับใช้พระเจ้าด้วยเสียงอันดัง ว่าให้เขาหุบปากและเธอบอกกับผู้ชายคนนั้นว่า “พระเยซูเจ้าไม่มีจริงหรอก” ผู้รับใช้ของพระเจ้าได้นั่งลง แต่แล้วก็ลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่งและประกาศต่อไปว่า…”จงกลับใจและสารภาพบาป แล้วท่านจะได้รับความรอด” หญิงคนนั้นเกิดความไม่พอใจ จึงได้เดินไปทำร้ายร่างกายของผู้รับใช้คนนั้น  ทันใดนั้นลูกชายของนางก็ได้ตะโกนห้ามแม่ของเขาว่า “อย่าไปทำร้ายคนที่พระเจ้าส่งมา เขาเป็นคนของพระเจ้า” ฝ่ายคุณแม่เมื่อได้ยินอย่างนั้น เข่าของนางก็ทรุดลงและร้องไห้ ….. ผู้รับใช้คนนั้นจึงได้ถามหญิงนั้นว่า “ร้องไห้ทำไม” หญิงนั้นตอบว่า ….. “ลูกชายของเราเป็นใบ้ตั้งแต่กำเนิด แต่วันนี้เขาพูดได้แล้ว!”   พี่น้องที่รัก ถ้าเราอ่านเพลินๆ และปล่อยผ่าน ก็คงรู้สึกเฉยๆใช่ไหมครับ แต่ถ้าเราลองหยุดตริตรอง….มันก็น่าคิดนะครับ….ลูกชายของหญิงคนนั้นเป็นใบ้แต่กำเนิด แต่เขากลับพูดได้…เพราะอะไร…?!? ทำไมเขาจึงพูดได้…? หญิงคนนั้นโกรธโมโหและไม่เชื่อผู้รับใช้พระเจ้าคนนั้น ตะโกนด่าว่าผู้รับใช้พระเจ้าคนนั้น แต่แล้วเธอก็ต้องเข่าทรุดลงและร้องไห้  มีผู้คนจำนวนมาก ไม่เชื่อในพระเจ้า – ไม่เชื่อในเรื่องศีลมหาสนิท – ซึ่งเป็นพระกาย – พระโลหิตของพระคริสตเจ้า เป็นอาหารฝ่ายจิต – ทรงชีวิต ผู้ใดกินปังนี้จะมีชีวิตนิรันดร  …..จงกลับใจและเชื่อและวางใจในพระเจ้า แล้วเราจะได้รับความรอด!

****    เป็นอีกสัปดาห์หนึ่งที่พวกเราต้องสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของ                 พระคริสตเจ้า – ฉลองศีลมหาสนิท ทาง on line ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด     และไม่มีโอกาสได้รับศีลมหาสนิท เพียงได้รับศีลฯ ทางความปรารถนาเท่านั้น เพราะการระบาดของไวรัสโควิด แต่….แต่พี่น้องครับ จำที่เราจะต้องมีความเชื่อ เราต้องภาวนาวอนขอพระเจ้าได้โปรดเพิ่มความเชื่ออันน้อยนิดของพวกเรา ขอโปรดให้เราเชื่อและมั่นใจในพระเจ้า แม้ในยามที่พวกเรากำลังประสบความยากลำบาก และวิกฤตของชีวิตขณะนี้

****       พวกเราอาจจะต้องเตือนตัวเองและคุกเข่าลง – ร้องไห้เหมือนหญิงคนนั้น          …แม้ในท่ามกลางวิกฤต พระเจ้ายังรัก – เมตตา และประทานพระพร แก่เราอย่างมากมาย มากกว่าคนอีกจำนวนเป็นล้านๆ เราจึงต้องสำนึกและโมทนาคุณพระเจ้า พยายามที่จะรักตอบพระองค์และเพราะรักพระ   องค์ เราจึงพยายามที่จะรักและเมตตาเพื่อนมนุษย์เหมือนที่พระองค์ทรงรักและสอนให้เรารักกันและกัน.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

                     

Tags: , , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.