เนื้อหาจาก October, 2018

สารวัด ฉบับที่ 151198 วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 2018

Sunday, October 21st, 2018

การแพร่ธรรม หัวใจ ความเชื่อของคริสตชน

บอกเล่าให้ฟัง

สันติสุขของชุมชนแห่งความเชื่อ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง พ่อเชื่อว่าพี่น้องทุกๆท่านปรารถนาจะมีชุมชนแห่งความเชื่อที่มีความสงบสุข ทำให้พ่อคิดถึงพระวาจาของพระเจ้าจากพระวรสารนักบุญลูกา บทเพลงของเศคาริยาห์ “ทรงช่วยเราให้พ้นเงื้อมมือของศัตรู เพื่อรับใช้พระองค์โดยปราศจากความหวาดกลัวใดๆ”  หลังจากที่ท่านเศคาริยาห์มีประสบการณ์กับพระเจ้า จากเหตุการณ์การกำเนิดมาของนักบุญยอห์นบัปติสตา ท่านได้สวดเพลงสุดดีบทหนึ่งสรรเสริญพระเจ้า และในเพลงสดุดีที่ท่านสวด ท่านได้แสดงความเบิกบานใจอย่างที่สุดว่า เนื่องจากพระเจ้าที่ท่านรักและนมัสการทรงสรรพานุภาพและทรงความดีเช่นนี้ ต่อจากนี้ท่านสบายใจได้แล้วเพราะท่านสามารถรับใช้พระเจ้าที่ท่านรักและเคารพ โดยปราศจากความหวาดกลัวสิ่งใดๆทั้งสิ้น พ่อคิดว่านี่เป็นสาระสำคัญอย่างหนึ่งของการมาปฏิบัติศาสนกิจ เรามาวัดแล้วต้องมีความสุขมีความเบิกบานใจ ปราศจากความกังวลและความรำคาญใจใดๆ

สันติสุขอย่างที่กล่าวมานี้ จะเกิดในชุมชนแห่งความเชื่อของเราได้อย่างไร พ่อไม่ทราบว่าทำไมพระคุณเจ้าจึงให้พ่อกลับมาที่วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าอีกครั้ง แต่วิธีคิดของพ่อเมื่อถูกส่งให้ไปอยู่ที่ไหน ถ้าผู้ใหญ่ไม่ได้บอกอะไรตรงไปตรงมาว่าให้พ่อไปทำอะไร พ่อก็จะพยายามสังเกตุดูสถานการณ์ที่นั่นว่าเป็นอย่างไร เมื่อเห็นแล้วพ่อคิดว่าการนำสันติสุขกลับสู่ชุมชนแห่งความเชื่อ น่าจะเป็นพันธกิจหนึ่งที่สำคัญของพ่อ ซึ่งพ่อก็พยายามสุดความสามารถที่จะนำกลับมา แต่เรื่องนี้พ่อไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกๆฝ่ายทุกๆคน ที่มีจิตสำนึกและความปรารถนาหนึ่งเดียวกัน นั่นก็คือปรารถนาให้ชุมชนแห่งความเชื่อแห่งนี้มีความสงบสุข อะไรที่ร่วมมือได้ต้องให้ความร่วมมือ อะไรที่ทำได้ต้องช่วยกันทำ อะไรที่เป็นอุปสรรค์ต้องช่วยกันสะสาง โดยมีเป้าหมายหนึ่งเดียวกัน เพื่อความสงบสุขของชุมชนแห่งความเชื่อนี้

พี่น้อง พ่อเห็นบรรยากาศในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา พ่อรู้สึกว่ามีคนมาวัดของเรามากขึ้น หลังมิสซาก็เห็นคนอยู่ทานโน้นทานนี่ดื่มนั่นดื่มนี่ พูดคุยกันมากขึ้น และมีหลายคนอยู่ต่อที่วัดช่วยทำโน้นทำนี่ พ่อคิดว่าบรรยากาศของวัดเราค่อยๆดีขึ้นแล้วนะครับ เราต้องช่วยกันร่วมมือกันต่อไป คิดถึงบรรยากาศเดิมๆที่มีคนอยู่อ่านพระคัมภีร์ร่วม กันเต็มศาลาเรือนไทย เด็กๆก็มานั่งสวดนั่งคุยกันที่เต็นท์เก่าๆ เวลามีคุณพ่อมาเทศน์มิสชัน ต้องการพูดคุยกับสัตบุรุษเรื่องงานประกาศข่าวดี ให้พ่อรวมสัตบุรุษให้ พ่อบอกกับพ่อท่านนั้นว่า “ไม่ต้องรวมพ่อมาร่วมแบ่งปันกับพวกเขาได้เลย” คุณพ่อท่านนั้นมาร่วมแล้วก็ประทับ ใจกลับไป มีนักบวชหลายคณะบ้านเณรต่างๆมาหากระแสเรียกก็ไม่ต้องรวมเด็กเพราะเด็กรวมตัวกันอยู่แล้ว มาพูดคุยกับเด็กได้เลย แต่ต้องพูดเรื่องกระแสเรียกทั่วไป แล้วจึงพูดถึงพันธกิจของคณะของตนและเชิญชวนเด็ก บรรยากาศแบบนี้เคยเกิดขึ้นและมีอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้มันหายไปแล้วครับและพ่อก็เสียดายพยายามนำมันกลับคืนมา พ่อเชื่อแน่ว่าถ้าพวกเราปรารถนาจะให้วัดของเรามีบรรยากาศแบบนี้  เราสามารถสร้างขึ้นได้อีก เพียงแต่ว่าเราต้องเสียสละต้องช่วยกันต้องร่วม มือกัน เพราะเราเคยทำสำเร็จมาแล้ว.     

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

***********************************************

ผู้ยิ่งใหญ่ตามทางโลกและทางธรรม

ผู้ยิ่งใหญ่ทางโลกและทางธรรม เป็นแนวความคิดที่แตกต่างและสวนทางกันโดยสิ้นเชิง จากประสบการณ์ที่เราสัมผัสได้ในชีวิตจริง ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงไม่ใช่การมีอำนาจสั่งการ แต่เป็นความ สามารถในการครองใจคน ด้วยเหตุนี้ “ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงต้องสามารถนั่งในใจของคน ไม่ใช่นั่งบนหัวคนอื่น” พระเยซูคริสตเจ้าทรงชี้ประเด็นให้เราเห็นความแตกต่าง ระหว่างผู้ยิ่งใหญ่ตามประสาโลก และผู้ยิ่งใหญ่ตามจิตตารมณ์พระวรสารอย่างชัดเจน “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่า คนต่างชาติที่คิดว่าตนเป็นหัวหน้า…..เป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และ….ใช้อำนาจบังคับ แต่ท่านทั้งหลาย……..ผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่ จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่ง….ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน” (มก.10:42-44) คำสอนของพระเยซูคริสตเจ้าในเรื่องนี้ไม่ได้นำมาซึ่งความสำเร็จทางธรรมเท่านั้น แม้แต่ทางโลกเองเราจะพบว่าสถานประกอบการที่ให้บริการด้วยความสุภาพอ่อนน้อม หรือผู้ที่ประกอบอาชีพใดๆไม่ว่าที่ประกอบอาชีพของตนตามแนวทางที่พระเยซูคริสตเจ้าสอน จะประสบความสำเร็จในกิจการนั้นๆเสมอ

ผู้รับใช้ตามคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า หมายถึงผู้ที่สละตนเองอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น หรือเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม และพระองค์เองก็คือผู้รับใช้ตามที่พระองค์สอนเพราะพระองค์มิได้สอนเพียงทฤษฎี แต่พระองค์ดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างให้เราปฏิบัติตามพระองค์  “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์”(มก.10:45) พระองค์ยอมมอบชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อช่วยมนุษยชาติให้พ้นจากบาปโทษทั้งปวง “บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบ….จะถูกสบประมาท เยาะเย้ย ถ่มน้ำลายรด โบยตี และฆ่าเสีย” (มก.10:33-34) ในระหว่างอาหารค่ำมื้อสุดท้ายตามที่นักบุญยอห์นบันทึกไว้ พระองค์ทรงให้แบบอย่างที่ชัดเจนในการล้างเท้าอัครสาวกและสั่งให้อัครสาวกปฏิบัติตาม  “ท่านทั้ง หลายเรียกเราว่าอาจารย์และองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็ถูกแล้ว เพราะเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ ในเมื่อเราซึ่งเป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและอาจารย์ยังล้างเท้าให้ท่าน ท่านก็ต้องล้างเท้าให้กันและกันด้วย เราวางแบบอย่างไว้ให้แล้ว ท่านจะได้ทำเหมือนที่เราทำกับท่าน” (ยน.13:14-15)

พระวรสารที่เราได้ฟังได้อ่านในวันนี้สะท้อนให้เห็น ปัญหาทีเกิดขึ้นในหมู่อัครสาวก เพราะพวกท่านดำเนินชีวิตตามประสาโลกและพระเยซูคริสตเจ้าพยายามสอนให้พวกท่านเข้าใจวิถีทางของพระ องค์ แต่เวลานั้นพวกท่านยังไม่เข้าใจเพราะพวกท่านยังคงคิดถึงความยิ่งใหญ่ตามประสาโลกอยู่เหมือนเดิม ทำให้เราทราบถึงรากเหง้าของปัญหาในสังคมและในครอบครัวของเรา ตราบใดที่เรายังดำเนินชีวิตตามประสาโลก มีความมักใหญ่ใฝ่สูง แกร่งแย่งแข่งขัน จองหอง ผิดไม่ได้ ขอโทษไม่เป็น คิดว่าตนเองเป็นมาตรการตัดสินทุกสิ่ง ครอบครัวและสังคมของเราจะไม่มีทางมีความสงบสุข จะมีแต่การชิงดีชิงเด่น ทะเลาะวิวาท และความแตกแยก พระเยซูคริสตเจ้าทรงทราบถึงปัญหานี้ดี จึงทรงพยายามสอนและให้แบบอย่างที่ชัดเจนแก่เรา และสั่งให้เราปฏิบัติตาม เพราะถ้าเราปฏิบัติคำสั่งสอนของพระองค์ เราจะสามารถนำความรัก ความอบอุ่น สัมพันธภาพที่ดี และสันติสุขกลับคืนมาสู่ครอบครัวและสังคมของเรา.

                                     พระเจ้าสถิตกับท่าน

                                    คุณพ่อ สมชาย อัญชลี

 

**************************************************

ประกาศ

  1. โครงการรณรงค์สวดสายประคำ 350,000 สาย ตั้งแต่วันที่ 1 -31 ตุลาคม 2018 ขอเชิญทุกครอบครัว และกลุ่มองค์กรต่างๆ ของวัด รับแบบฟอร์มบันทึกการสวดสายประคำ สิ้นเดือนตุลาคมแล้วนำมาส่งคืนที่วัด
  2. วันอาทิตย์นี้ ทางวัดจะไปเยี่ยมศูนย์มาร์ตินที่ปากเกร็ด จะมีเยาวชนและผู้ที่มาเข้าค่ายไปร่วมจัดกิจกรรมและเลี้ยงอาหารเด็ก ขอเชิญพี่น้องที่สนใจไปร่วมได้
  1. วันอาทิตย์นี้ เป็นวันแพร่ธรรมสากล พ่อตั้งตู้ทานเพื่อขอรับบริจาคเพื่อช่วยงานแพร่ธรรมของพระศาสนจักรสากล ไว้ที่กลางวัด ผู้ที่พอจะช่วยเหลืองานของพระศาสนจักรด้านนี้ได้ เชิญบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ขอจิตอาสาแสดงละครคริสต์มาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไปลงชื่อได้ที่คุณเล็ก
  1. วันศุกร์ที่ 2 พ.ย. 2018 เป็นวันศุกร์ต้นเดือนและเป็นวันที่พระศาสนจักรคิดถึงผู้ล่วงลับเป็นพิเศษ    พ่อจะทำมิสซา Requiem ระลึกถึงผู้ล่วงลับและคุณพ่อมาร์แซล แปร์เรย์เป็นพิเศษ ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซา เวลา 19.00 น.
  2. วันเสาร์ที่ 2 พ.ย. 2018 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุ และสัตบุรุษทุกท่านมาสวดภาวนาและร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10.00 น.  จะมีพิธีโปรดศีลเจิมคนไข้ให้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และทุกท่านที่ปรารถนาจะรับศีลเจิมคนไข้

สารวัด ฉบับที่ 151197 วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2018

Saturday, October 13th, 2018

บอกเล่าให้ฟัง

วันสวดสายประคำ คริสตชนไทยพร้อมเพียงไม่สิ้นเสียงสายประคำเพิ่งผ่านไป พ่อคิดถึงเหตุการณ์หนึ่งที่พ่อเคยไปช่วยฟังแก้บาปในโอกาสแบบนี้ บังเอิญตู้ฟังแก้บาปที่นั่นเป็นกระจก พ่อจึงมีโอกาสเห็นภาพบรรยากาศภายนอกบ้าง สิ่งที่พ่อเห็นเป็นบรรยากาศที่ดีเป็นภาพที่งดงามจนอดที่จะนำมาเล่าในที่นี้มิได้ พ่อเห็นหลายๆครอบครัวมาสวดสายประคำเป็นครอบครัว บางครอบครัวก็พาลูกตัวเล็กตัวน้อยมาด้วย พี่น้องคงจะทราบธรรมชาติของเด็กเป็นอย่างดีว่า “ซนและนั่งนานๆไม่ค่อยติด” สิ่งที่พ่อประทับใจไม่ใช่เพราะเด็กซนและนั่งไม่ค่อยติด แต่พ่อประทับใจคุณพ่อคุณแม่ที่มีความเพียรพยายาม ในการดูแลลูกและสอนลูกให้สวดสายประคำ สอนลูกให้จับและนับสายประคำว่าตรงนี้สวดบทอะไร ทำให้พ่อคิดถึงคำสอนของพระศาสนจักรที่สอนว่า “พ่อแม่เป็นครูคำสอนคนแรกของลูกๆ การสอนความเชื่อต้องสอนและปลูกฝังตั้งแต่ในครอบครัว”

 

เวลาที่พ่อเห็นสัตบุรุษมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณกันเป็นครอบครัว พ่อดีใจถึงแม้ว่าบางครั้งเด็กจะซนไปบ้างก็ตาม เพราะภาพที่พ่อแม่กำลังสอนลูกให้ทำสำคัญมหากางเขน

ให้พนมมือเคารพศีลมหาสนิทเป็นภาพที่น่าประทับใจ วัดของเรามีพ่อแม่ผู้ปกครองหลายท่านพาลูกหลานมาวัด พ่อดีใจครับในภาพที่เห็นแต่ พ่อแม่ต้องมีความเพียรอดทนที่จะสอนลูกและดูแลลูกของตนเอง สอนเด็กๆให้รู้ว่า วัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ประทับของพระเจ้า พ่อคิดว่าเราค่อยๆสอนไปทีละเล็กทีละน้อยเด็กจะค่อยๆเรียนรู้และเข้าใจไปเอง มีเด็กๆ หลายคนสามารถนั่งร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณกับพ่อแม่ได้ นั่นก็หมายความว่า พ่อแม่ของเขาต้องสอนมานานแล้ว พ่อคิดว่าพ่อแม่ของเด็กพวกนี้ต้องใช้ความอดทนมากทีเดียว ในการสอนลูก ไม่ทราบว่าใช้วิธีอะไรกันนัก แต่ก็คงต้องใช้วิธีการหลายอย่างทีเดียวแหละ พ่อขอชื่นชมพ่อแม่เหล่านี้ครับ

        “ลูกไม้ตกไม่ไกลต้น พระเยซูคริสตเจ้าสอนว่า ต้นไม้ดีย่อมเกิดผลดี สุภาษิตและคำสอนนี้ยังคงความเป็นอมตะอยู่เสมอ พี่น้องลองสังเกตดูซิครับว่าจริงหรือเปล่า พ่อแม่ที่มาวัดและมาช่วยงานพระศาสนจักร เราจะเห็นว่าลูกของพวกเขาส่วนใหญ่ก็วนเวียนอยู่ใกล้ตัวและเจริญรอยตามพ่อแม่ หลายคนอาจจะแย้งว่าทำไมลูกของฉันไม่เห็นเป็นอย่างที่พ่อว่าเลย ถ้าเป็นเช่นนี้พ่อเสนอว่า เราลองคิดรำพึงถึงความเป็นมาของเราดูว่าเป็นอย่างไร บางคนปฏิบัติจริงแต่การปฏิบัติไม่ค่อยมีพลังเพราะการปฏิบัติและการดำเนินชีวิตไม่สอดคล้องกัน บางคนปฏิบัติแต่ไม่เคยสอนลูก บางคนชีวิตในอดีตกับปัจจุบันนั้นต่างกันราวกับฟ้าดิน แต่อย่างไรก็ตามไม่มีคำว่า สาย สำหรับการทำความดี ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่ พ่อขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องทุกๆท่าน และพ่อกล้ายืนยันว่าสิ่งที่เราปลูกฝังไว้ ความดีที่เราทำไม่มีวันสูญเปล่า เพราะน้ำใจดีของเรามีค่าในสายพระเนตรของพระเจ้าเสมอ แม้ว่าลูกหลานของเราบางคนอาจจะหลงไปบ้าง แต่ขอให้เชื่อเถอะว่า คนที่เคยได้รับการปลูกฝังสั่งสอนเรื่องดีๆ จะกลับมาง่ายกว่าคนที่ไม่เคยได้รับ แล้วเราจะพบว่าวันหนึ่งเขาจะกลับมา อีกสิ่งหนึ่งที่พี่น้องไม่ควรลืมก็คือคำภาวนาของพ่อแม่มีพลังมหาศาลสำหรับลูกของตน เสียงบ่นช่วยอะไรไม่ได้ แต่คำภาวนาช่วยได้แน่นอน ขอให้เราช่วยกันปลูกฝังความเชื่อและสิ่งดีๆให้กับลูกหลาน และสวดภาวนาให้กับเขามากๆเข้าไว้แล้วที่เหลือพระเจ้าจะจัดการให้เอง.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

***********************************************************************

คนรวยผิดตรงไหน

ยากจริงหนอที่คนมั่งมีจะเข้าพระอาณาจักรของพระเจ้า (มก.10:23) เมื่ออ่านพระวาจาตอนนี้แล้วดูเหมือนว่าพระเยซูคริสตเจ้าจะตำหนิคนร่ำรวย ความร่ำรวยเป็นสิ่งที่ผิด แต่ถ้าพิจารณาอย่างลึกซึ้งแล้วเราจะทราบว่า “ความร่ำรวย” “ความยากจน” ในตัวมันเองยังไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดหรือถูก ความร่ำรวยและความยากจนจะผิดหรือถูก มันขึ้นอยู่กับที่มาและที่ไปของมัน ทำไมถึงร่ำรวย ทำไมถึงยากจน และใช้เงินทองที่มีอยู่ไปทำอะไร คนที่ร่ำรวย ถ้าเขาเป็นคนที่มีอาชีพสุจริต ขยันขันแข็ง รู้จักประหยัด รู้จักใช้เงิน จนมีทรัพย์สินเงินทองเป็นคนร่ำรวย ที่มาของความร่ำรวยแบบนี้ไม่มีความผิดแต่ประการใด แต่ถ้าความร่ำรวยของเขามาจากการทุจริต โกงบ้านโกงเมือง กอบโกย เอาเปรียบคนอื่น ร่ำรวยด้วยวิธีการอย่างนี้ก็ต้องถือว่าเป็นบาปและความผิดแน่นอน ท่านโกงไม่จ่ายค่าจ้างให้กรรมกรที่เก็บเกี่ยวในทุ่งนาของท่าน ค่าจ้างนี้กำลังร้อง….ไปถึงพระกรรณของพระเจ้าจอมโยธาแล้ว (ยก.5:4) คนยากจนก็เช่นเดียวกัน ถ้าเขาได้พยายามทำมาหากิน ประหยัด แต่ก็ยังไม่ร่ำรวย เงินทองไม่พอใช้ ทั้งๆที่ยากจนแต่ก็ไม่เคยทุจริต ไม่ลักขโมยใคร คนยากจนอย่างนี้เราไม่สมควรดูถูกดูแคลนเขา ตรงกันข้ามต้องเห็นอกเห็นใจหาทางช่วยเหลือ

เราใช้ทรัพย์สิ้นเงินทองที่เรามีอย่างไร นี่เป็นที่ไปของความร่ำรวยและความยากจน พระเยซูคริสตเจ้าทรงเชื้อเชิญเศรษฐีหนุ่มคนนั้นให้ใช้เงินทองอย่างถูกต้อง ไม่ใช่คิดถึงแต่ตนเองแต่ต้องคิดถึงผู้อื่นด้วย ท่านยังขาดสิ่งหนึ่งจงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจนและท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์ (มก.10:21)  พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งมาสำหรับมนุษย์ทุกคน และจงใจสร้างมนุษย์ให้มีความแตกต่างกัน มีคนอ่อนแอ มีคนเข้มแข็ง มีคนร่ำรวย มีคนยากจน ฯลฯ เพราะทรงมีพระประสงค์ให้เราใช้ความแตกต่าง แสดงความรักความเมตตา ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อทำให้เราทราบว่าเราอยู่ในครอบครัวของพระเจ้า เราเป็นพี่น้องกัน มีพระเจ้าเป็นพระบิดา เราจึงต้องช่วยเหลือกัน และเราไม่มีสิทธิ์ครอบครองสิ่งที่เรามีเพื่อประโยชน์ส่วนตนฝ่ายเดียว ท่านมีชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยในโลกนี้ และกินเลี้ยงอย่างสนุกสนาน…… ไว้รอวันประหาร”(ยก.5:5) เราอย่าคิดว่าการใช้ชีวิตแบบนี้เป็นเฉพาะคนร่ำรวยเท่านั้น แต่คนยากจนหลายๆคนก็ใช้ชีวิตอย่างนี้ด้วยและนี่อาจจะเป็นสาเหตุของความยากจนของเขาก็เป็นได้

ความร่ำรวยที่เป็นอุปสรรค์ต่อการเข้าพระอาณาจักรสวรรค์ คือความร่ำรวยฝ่ายจิตใจ จิตใจหมกมุ่นอยู่กับทรัพย์สมบัติฝ่ายโลก จนไม่เห็นคุณค่าของพระอาณาจักรสวรรค์ เขาจะทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมด เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สมบัติฝ่ายโลก เพื่อบำรุงบำเรอกิเลสตัณหาของตนเพราะคิดว่านั่นเป็นความสุขแท้ ส่วนคุณค่าของพระอาณาจักรสวรรค์ ความศักดิ์สิทธิ์ ความรัก ความยุติธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดี เขาจะไม่สนใจละเลยไม่ดำเนินชีวิตตามคุณค่าของพระอาณาจักรนั้น พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสว่า อูฐจะลอดรูเข็มยังง่ายกว่าคนมั่งมีเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า”(มก.10:25) ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราเข้าใจคุณค่าของพระอาณา จักรสวรรค์ ออกแรงสุดความสามารถที่จะดำเนินชีวิตตามคุณค่านั้น ซึ่งจะทำให้เราได้รับความสุขนิรันดรกับพระเจ้าในเมืองสวรรค์ อันเป็นขุมทรัพย์ที่แท้จริงของเรา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

 

ประกาศ

1.โครงการรณรงค์สวดสายประคำ 350,000 สาย

ตั้งแต่วันที่ 1 -31 ตุลาคม 2018 ขอเชิญทุกครอบครัว และกลุ่มองค์กรต่างๆ ของวัด รับแบบฟอร์มบันทึกการสวดสายประคำ สิ้นเดือนตุลาคมแล้วนำมาส่งคืนที่วัด

2.วันอาทิตย์นี้ ประชุมสภาภิบาล หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียง

3.วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน   รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน

4.วันอาทิตย์นี้ เวชบุคคลคาทอลิกจะมาให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐาน  ผู้ใดสนจขอรับบริการได้หลังมิสซา

5.ทางวัดจัดค่ายคำสอนระยะสั้น วันเสาร์ที่ 20 ถึงวันอังคารที่ 23 ต.ค. 2018 รวม 4 วันค้างที่วัด 3 คืน เชิญชวนพี่น้องส่งลูกหลานตั้งแต่ ป.3 ถึง ระดับมหาวิทยาลัย มาเข้าค่าย เพื่อมาอยู่และทำกิจกรรมร่วมกัน และเรียนรู้เรื่องพิธีกรรมต่างๆ เป็นจะได้เป็นอนาคตของวัดสืบไป

6.วันอาทิตย์ที่ 21 ต.ค. 2018 ทางวัดจะไปเยี่ยมศูนย์มาร์ตินที่ปากเกร็ด จะมีเยาวชนและผู้ที่มาเข้าค่ายไปร่วมจัดกิจกรรมและเลี้ยงอาหารเด็ก ขอเชิญพี่น้องที่สนใจไปร่วมได้ และพ่อได้ตั้งตู้ทานขอรับบริจาคเพื่อสนับสนุนกิจการของศูนย์ไว้ที่กลางวัด ถ้าผู้ใด

พอช่วยได้ขอให้ช่วยสนับสนุนกิจการของพระศาสนจักรนี้ด้วยกัน

7.ขอจิตอาสาแสดงละครคริสต์มาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อม วันที่ 15 ต.ค. 2018 ลงชื่อได้ที่คุณเล็ก