สารวัด ฉบับที่ 51205 วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 2018

บอกเล่าให้ฟัง

            แรงบันดาลจากพระวาจาของพระเจ้าในบูชาขอบพระคุณประจำ วันธรรมดา ก่อนที่จะสิ้นปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร ในช่วงเวลาที่กล่าวถึงนี้ พระศาสนจักรนำเอาพระวาจาของพระเจ้า จากหนังสือวิวรณ์และพระวรสารนักบุญลูกามาเล่าให้ฟังเพื่อเตือนใจเราทุกๆคน หนังสือวิวรณ์กล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของลูกแกะของพระเจ้า การเสด็จมาของบุตรแห่งมนุษย์ กำหนดเวลาแห่งการเก็บเกี่ยว พระยุติธรรมพระเจ้าที่จะปรากฏมา และการล่มสลายของบรรดามหาอำนาจและความยิ่งใหญ่ทางโลก พระวรสารนักบุญลูกากล่าวถึงความพินาศของนครเยรูซาเล็มซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวยิว เหตุการณ์ก่อนวันสิ้นพิภพ การเบียดเบียนต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับคนของพระเยซูคริสตเจ้า และในที่สุดความชั่วร้ายความอธรรมทั้งหลายจะต้องพ่ายแพ้ พระสิริรุ่งโรจน์พระยุติธรรมของพระเจ้าก็จะปรากฏมา

พี่น้องพระศาสนจักรจัดพิธีกรรมเช่นนี้ มิได้มีความประสงค์ที่จะขู่ให้เรากลัว แต่มีความประสงค์ให้เราย้อนไปดูเหตุการณ์ในอดีต เพื่อเราจะได้เข้าใจสัจธรรมแห่งชีวิตมากขึ้น ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตเวลานี้อยู่ที่ไหน อาณาจักรมหาอำนาจอันเกรียงไกรเป็นอย่างไร ความรุ่งเรืองที่เป็นความภูมิใจของผู้คนในสมัยนั้นไปไหนเสียแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอนิจจัง มันจะต้องเป็นเช่นนี้ตามกาลเวลา มีเวลารุ่งเรืองก็มีเวลาดับสูญไป แต่ใยมนุษย์ไม่สำนึกหลายคนยังหลงอยู่ในอำนาจวาสนาของตนเอง บางคนยังหลงระเริงอยู่กับความสนุกสนานทางโลก ยอมให้กิเลสตัญหา ความโกรธ ความโลภ ความหลง มันชักนำไปจนจะถึงปลายทางชีวิตอยู่แล้ว พระเยซูคริสตเจ้าเตือนว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนสมัยของโนอาห์ และสมัยของโลท คนมัวแต่กินดื่มสนุกสนานจนความพินาศมาถึงแล้วตั้งตัวไม่ทัน ที่จริงสิ่งที่พระวาจาของพระเจ้ากล่าวถึงก็เหมือนชีวิตของหลายๆคนที่กำลังดำเนินอยู่เวลานี้ บางคนพบกับคำว่าสายไปเสียเกินไป สิ่งที่อยากทำยังไม่ได้ทำ สิ่งต้องเตรียมยังไม่ได้เตรียม หรือบางคนก็ทำอะไรดูขำๆ เพราะสิ่งที่ต้องทำมาตั้งนานแล้วไม่ทำ แต่ทำเวลานี้ที่ทำไปแล้วไม่มีประโยชน์อะไรเลย อีกหลายๆคนอาจจะกำลังนึกเสียดายเวลาที่ผ่านไป ทำงานกันจนแทบจะล้มประดาตาย แต่ในที่สุดเงินทองที่หามาได้ก็ต้องมาจ่ายเป็นค่ารักษาตัวที่โรงพยาบาล อนิจจาคนที่ใช้ชีวิตไม่เป็นก็จะเป็นเช่นนี้

            เราอย่าปล่อยให้ชีวิตของเราโลดแล่นอยู่ในวังวนของอวิชา ต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติรอบคอบสำนึกรู้อยู่เสมอ สายตาคอยจับจ้องอยู่ที่เครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่พระเจ้าประทานให้ อ่านให้ออก และเข้าใจความหมายแห่งความเป็นจริงของโลกที่อยู่ตรงหน้าเรา เมื่อเป็นเช่นนี้การหมุนเวียนเปลี่ยนไปของเทศกาลต่างๆในรอบปีพิธีกรรม ก็จะช่วยเราให้เข้าใจสัจธรรมความจริงแห่งชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่เสมอทุกๆวัน มีความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิตใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ คุ้มค่ากับวันเวลาซึ่งเป็นของประทานจากพระเจ้า จนถึงวันที่พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ในวันนั้นจะเป็นวันชื่นชมยินดีสำหรับเรา เพราะเราจะสามารถยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ด้วยความเชื่อมั่นว่า เราได้ทำทุกอย่างสุดกำลังความสามารถแล้ว และทำตามที่พระเยซูคริสตเจ้าเคยบอกกับเราล่วงหน้าว่า “ท่านทั้งหลายจงยืนตรงเงยหน้าขึ้นเพราะความชื่นชมยินดีมาถึงท่านทั้งหลายแล้ว”

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เสียงตะโกนจากถิ่นทุรกันดาร

เมื่อคิดถึงถิ่นทุรกันดารทำให้เราคิดถึงความทุกข์ยากลำบาก ความแล้งแค้น ภยันตรายต่างๆ คิดถึงแดนเนรเทศที่ชาวอิสราเอลเคยอยู่ ยามที่พวกเขาตกเป็นเมืองขึ้นของชนชาติอื่น ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า พระวาจาของพระเจ้ากล่าวถึงเสียงร้องจากถิ่นทุรกันดาร มีเสียงของผู้ที่ร้องในถิ่นทุรกันดารว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป้นเจ้า จงเตรียมทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด(ลก.3:4) ภาพของหุบเหว ทางเดินที่คดเคี้ยวขรุขระกันดารและอันตราย เป็นสภาพของชีวิตมนุษย์หลังจากที่มนุษย์ตกในบาปแล้ว ความมืดมนของชีวิตเงาแห่งความตายเข้าปกคลุม    เสียงของยอห์นบัปติสตาที่ส่งเสียงออกมาจากสภาพอันน่าทุเรศทุรังของมนุษย์อย่างนี้ จึงเป็นเสียงแห่งความหวังที่บ่งบอกให้มนุษย์ทราบว่า พระเจ้าทรงซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญา ที่ทำไว้กับมนุษย์ว่าจะช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าจึงเป็นเทศกาลแห่งความหวัง

ยอห์นบัปติสตาส่งเสียงออกมาว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า…..ให้ตรง….หุบเขา…. ถมให้เต็ม….ภูเขาและเนิน….ปรับให้ต่ำลง…ทางคดเคี้ยว….เป็นทางตรง…ทางขรุขระ…ทำให้ราบเรียบ(ลก.3:4-5) เสียงนี้เป็นเสียงเตือนให้มนุษย์หันกลับมาสำรวจความเป็นจริงของชีวิตของตนเอง เทศกาลนี้จึงเป็นเทศกาลแห่งการกลับใจด้วย โดยเริ่มจากการเผชิญหน้ากับถิ่นทุรกันดาร ความทุเรศทุรัง ความมืดมน ซึ่งเป็นความเป็นจริงแห่งชีวิต การกลับใจจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ามนุษย์ยังยึดติดกับสภาพเดิมๆ ไม่รู้สึกรู้สมกับความน่ารังเกียจ ความเจ็บซ้ำซึ่งเกิดจากบาปที่ตนทำ ไม่ยอมรับความเป็นจริงแห่งชีวิตของตน สภาพเช่นนี้เป็นสภาพที่อันตรายและจะเป็นทางนำมนุษย์ไปสู่ความหายนะ ซึ่งนักบุญยอห์นอัครสาวกได้กล่าวถึงตั้งแต่เริ่มต้นพระวรสารของท่าน แสงสว่างแท้คือองค์พระวจนาตถ์ส่องสว่างเข้ามาในโลกแล้ว แต่โลกไม่ต้อนรับพระองค์ พระวจนาตถ์ประทับอยู่ในโลกและโลกถูกสร้าง โดยอาศัยพระองค์แต่โลกไม่รู้จักพระองค์ (ยน.1:10) มนุษย์ที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริงของตน เขาจะดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ ชีวิตจะจมอยู่ในความมืดมนต่อไป และยิ่งวันจะยิ่งจมลึกลงไปเรื่อย จนไม่มีโอกาสเห็นแสงสว่างแห่งธรรม จนกระทั่งต้องถึงแก่ความพินาศตลอดนิรันดร

แล้วมนุษย์ทุกคนจะเห็นความรอดพ้นจากพระเจ้า(ลก.3:6) คำกล่าวของท่านยอห์นบัปติสตาแสดงนัยสำคัญแห่งการกลับใจใช้โทษ ท่านบอกให้ถมหุบเหวปรับทางที่คดเคี้ยวขรุขระให้ตรงและราบเรียบ นั่นแสดงว่าเราต้องพิจารณาสภาพชีวิตของเรา เราจะยอมอยู่ในสภาพความมืดมนแห่งชีวิตอีกนานเท่าไร เราจะหลงอยู่ในวังวนแห่งความผิดหลง การเหินห่างจากพระเจ้าอีกนานเท่าใด เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดารบอกกับเราว่า เราต้องพยายามหาทางหลุดพ้นจากสภาพที่ย่ำแย่ และจะนำเราไปสู่ความหายนะ โดยการฟังเสียงของพระเจ้า พระวาจาของพระเจ้าที่ออกมาจากถิ่นทุรกันดาร สามารถเยียวยารักษาทุกสิ่ง ถ้าเราฟังพระวาจานั้นแล้วน้อมรับและปฏิบัติตาม ด้วยความสุภาพถ่อมตนยอมรับความเป็นจริงแห่งชีวิต ว่าแท้ที่จริงแล้วเราเป็นคนอ่อนแอ ต้องการพระเมตตาจากพระเจ้าเพื่อช่วยเหลือเยียวยารักษา การฟังเสียงของพระเจ้า น้อมรับ และวอนขอพระเมตตาของพระองค์ช่วยเหลือเช่นนี้ จะทำให้เราทุกคนพบกับความรอดพ้นที่พระเจ้าทรงนำมาให้.

 พระเจ้าสถิตกับท่าน

                                คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ 

  1. ขอจิตอาสาแสดงละครคริสตมาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไป ลงชื่อได้ที่คุณเล็ก
  2. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงานอาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภา อภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  3. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  4. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  5. วันอาทิตย์นี้ ประชุมสภาภิบาล หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 16 ธ.ค. 2018 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน

'งดแสดงความคิดเห็น'.