Posts Tagged ‘วัดรังสิต’

สารวัด ฉบับที่ 151210 วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม ค.ศ. 2019

Friday, January 11th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

การดำเนินชีวิตร่วมกันเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม การดำเนินชีวิตบนโลกใบนี้มนุษย์จึงต้องมีชีวิตอยู่ในความสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วยการพึ่งพาอาศัยกัน การเรียนรู้ทักษะในการดำเนินชีวิตร่วมกันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ทักษะในการดำเนินชีวิตก็คือ ความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น ในที่นี้ พ่อจึงปรารถนาที่จะยกประเด็นต่างๆมาเล่าให้พวกเราได้อ่านกัน เพื่อเป็นการพิจารณาไตร่ตรองดูว่า “เราต้องดำเนินชีวิตในความสัมพันธ์อย่างไร เราขาดทักษะในการดำเนินชีวิตไปบ้างหรือไม่” พบสังเขปดังนี้

–           ความแตกต่างในชีวิตของมนุษย์ พระเจ้าจงใจสร้างมนุษย์ให้มีความแตกต่างกัน มนุษย์แต่ละคนถูกสร้างให้เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครในโลก (unique) ที่เป็นเช่นนี้เพราะพระเจ้าต้องการให้มนุษย์ใช้ความแตกต่างในการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มนุษย์จะหันหน้าเข้าหากัน รักกัน และมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น เราจึงต้องเรียนรู้ถึงความแตกต่าง และยอมรับผู้อื่นที่แตกต่างจากตนเอง ผู้ที่ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ในความแตกต่าง ก็จะดูถูกดูแคลนผู้อื่นและมักจะยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ยอมรับความคิดและการกระทำที่แปลกแยกจากตน ส่วนผู้ที่เข้าใจและยอมรับความแตกต่างได้ ความแตกต่างจะเป็นความงดงามของชีวิตและไม่ก่อให้เกิดความแตกแยก

–           นานาทัศนะหลายหลากมุมมอง สรรพสิ่งในโลกจะมีหลายด้าน หลายเหลี่ยม หลายมุมเสมอ มันขึ้นอยู่กับว่าเรายืนอยู่ที่จุดไหนมองเห็นด้านไหน และมันยังขึ้นอยู่กับการเลือกของเรา ที่เราจะเลือกคิด เลือกจะมอง เลือกจะพูด เลือกที่จะกระทำ ในการดำเนินชีวิตของเรา เราจึงต้องฝึกที่จะมองต่างมุม มองหลายๆด้าน และยอมที่จะเปลี่ยนจุดยืนบ้าง เพราะถ้าเรายืนอยู่ตรงจุดเดิมจุดเดียวเราจะเห็นเพียงสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และมีทัศนะที่แคบ การที่คนๆหนึ่งจมอยู่กับทัศนะเดิมๆจะไม่มีการพัฒนาความคิดอ่าน และหลายๆครั้งสิ่งนี้เองเป็นสาเหตุทำให้เรามีความทุกข์ การเปลี่ยนจุดยืน เปลี่ยนมุมมองเสียบ้างอาจจะทำให้โลกของเราน่าอยู่และงดงามขึ้น

–           การรู้จักเป็นผู้ให้และเป็นผู้รับ แน่นอนที่สุดเราคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “การให้มีความสุขมากกว่าการรับ” แต่ในชีวิตจริงเราจะเป็นผู้ให้อย่างเดียว หรือเป็นผู้รับอย่างเดียวไม่ได้ บางครั้งเราต้องเป็นผู้ให้ถ้าเราอยู่ในฐานะที่ให้ได้และต้องช่วยเหลือผู้อื่น บางครั้งเราต้องเป็นผู้รับเพราะถ้าเราเป็นผู้รับแล้วทำให้ผู้อื่นภูมิใจและมีความสุข เราก็ต้องเป็นผู้รับทั้งๆที่เราอาจจะไม่มีความจำเป็นที่ต้องรับด้วย ผู้สูงอายุหลายๆท่านไม่ยอมรับความช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่จากลูกหลาน เพราะกลัวว่าตนเองจะเป็นภาระเป็นคนไร้ค่า แต่ความจริงแล้วที่ลูกหลานทำให้ ช่วยเหลือในเรื่องต่างๆเพราะมันถึงเวลาที่เราจะเป็นผู้รับแล้ว ใครที่ยอมรับความเป็นจริง และยอมให้ลูกหลานช่วยเหลือก็จะสามารถสัมผัสถึงความสุขความชื่นชมยินดีในการอยู่ร่วมกับลูกหลาน

ความจริงแล้ว ยังมีทักษะในการดำเนินชีวิตร่วมกันอีกมากมายที่เราจะต้องเรียนรู้ และเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น เพราะเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนคนเปลี่ยน เราจึงต้องปรับตัวเรียนรู้เพื่อความสงบสุขในการดำเนินชีวิตอยู่เสมอ.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

 

พระเจ้ายินดีเข้าร่วมทุกข์ร่วมสุขกับมนุษย์

ภาพของพระเยซูคริสตเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราผู้ไม่รู้จักบาป แต่ทรงเสด็จไปยังแม่น้ำจอร์แดนเป็นการแสดงองค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอีกลักษณะหนึ่ง เพื่อประกาศความรักของพระเจ้าที่พร้อมที่จะยืนอยู่เคียงข้างมนุษย์ผู้เป็นคนบาปต่ำต้อย พระเจ้าซึ่งเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ผู้ไม่มีบาป แต่เสด็จไปอยู่ร่วมกับประชาชนทั้งหลายที่ไปขอรับพิธีล้างจากท่านยอห์นบัปติสตา เพื่อแสดงถึงการเป็นทุกข์ถึงบาปสำนึกผิดกลับใจ เป็นการประกาศว่าพระเจ้ายินดีร่วมทุกข์ร่วมสุขกับมนุษย์ ยินดียอมรับสภาพของบาป ความเจ็บซ้ำอันเกิดจากบาปที่พระองค์ไม่ได้กระทำ พระองค์จะทำทุกวิถีทางที่ช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้น ซึ่งนี่ก็คือพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าสวรรค์ เป็นพันธกิจของพระเยซูคริสตเจ้าพระผู้ไถ่ซึ่งพระบิดาเจ้ารับรองด้วยเสียงจากสวรรค์ มีเสียงจากสวรรค์ว่า ท่านเป็นบุตรที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา (ลก.3:22)

การรับพิธีล้างที่แม่น้ำจอร์แดน เป็นจุดเริ่มต้นพันธกิจของพระเยซูคริสตเจ้า ในฐานะพระเมสสิยาห์พระผู้ไถ่ซึ่งประกาศกอิสยาห์ได้ให้ภาพพจน์ไว้ว่าพระเมสสิยาห์จะต้องเสด็จมาในฐานะผู้รับใช้ขององค์พระเจ้า เป็นมนุษย์เพื่อคนอื่นนั่นก็คือพระเจ้าทำการนี้ไม่ใช่เพื่อพระองค์เองแต่เพื่อมนุษยชาติ  นี่คือผู้รับใช้ของเรา ซึ่งเราเชิดชู เราเลือกเขาเพราะเราพอใจเขา เราให้จิตของเราแก่เขา เขาจะนำความยุติธรรมไปให้แก่นานาชาติ (อสย.42:1-2) พระเยซูคริสตเจ้าทรงเริ่มพันธกิจของพระองค์เช่นนี้ เพราะต้องการเป็นหนึ่งเดียว เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติอย่างแท้จริง เพื่อพระองค์จะได้สามารถเป็นสะพานเชื่อมสวรรค์กับแผ่นดิน พระเจ้ากับมนุษย์ ต่อไปนี้ความช่วยเหลือพระหรรษทานจากสวรรค์ลงมาสู่มนุษย์อย่างใกล้ชิด ผ่านทางพระเยซูคริสตเจ้า พระเจ้าแท้และมนุษย์แท้ซึ่งเป็นคนกลางระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ต่อไปนี้ไม่มีอะไรมาขวางกั้นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าอีกแล้ว เพราะมนุษย์สามารถมีความ สัมพันธ์กับพระเจ้าโดยทางพระเยซูคริสตเจ้าผู้เป็นพระเจ้าแท้และมนุษย์แท้ พระองค์เป็นอิมมานูเอลพระเจ้าซึ่งประทับอยู่ท่ามกลางเรา

การเริ่มต้นพันธกิจของพระเยซูคริสตเจ้า ทำให้เราต้องไตร่ตรองพันธกิจที่เราคริสตชนทุกคนได้รับโดยทางศีลล้างบาป ศีลล้างบาปทำให้เรามีชีวิตใหม่ในพระเจ้า เป็นสมาชิกของพระศาสนจักร และทำให้เราเป็นบุตรของพระเจ้า เราคริสตชนจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไรในฐานะบุตรของพระเจ้า เราทราบจากการไขแสดงทางพระคัมภีร์ว่า พระเยซูคริสตเจ้าเริ่มต้นพันธกิจของพระองค์ ในฐานะผู้รับใช้ขององค์พระเจ้า เป็นมนุษย์เพื่อรักและรับใช้ผู้อื่น และสวรรค์ได้ยืนว่านี่เป็นพระประสงค์พระบิดาเจ้า โดยกล่าวว่าผู้นี้เป็นบุตรที่รักและโปรดปรานของเรา แน่นอนที่สุดถ้าเราคริสตชนต้องการเป็นบุตรที่พระเจ้าทรงรักและโปรดปราน เราจะต้องตอบ สนองการเรียกของพระองค์ให้มาเป็นบุตรของพระองค์ โดยปฏิบัติพันธกิจเช่นเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า เป็นคริสตชนเพื่อรักและรับใช้ผู้อื่นตามความสามารถตามบทบาทและหน้าที่ของเราที่มีอยู่ในสังคมวันนี้ ขอให้วันฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างที่แม่น้ำจอร์แดน เตือนใจเราให้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ที่เราได้รับโดยทางศีลล้างบาป  ดำเนินชีวิตเป็นคริสตชนที่ดีเลียนแบบอย่างของพระเยซูคริสตเจ้าพระอาจารย์ของเรา นั่นก็คืออุทิศตนเป็นเครื่อง มือของพระเจ้าในการเสริมสร้างพระอาณาจักรของพระองค์ ด้วยการรักและรับใช้ผู้อื่น.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

 

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้เป็นวันเด็กของวัดเรา หลังจากที่พระสงฆ์อวยพรและประกาศปิดพิธีแล้ว จะมีการอวยพรเด็กๆ ขอให้พี่น้องที่นำเด็กเล็กๆมาอยู่ตรงกลาง แล้วพ่อจะอวยพรและแจกของให้เด็กๆ
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. วันอาทิตย์ที่ 20 ม.ค.  2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน     รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. พ่อยังสอนคำสอนผู้ใหญ่ทุกวันอาทิตย์หลังมิสซา

ผู้ที่สนใจที่จะมาทบทวนคำสอน และเรียนคำสอนเพื่อรับศีลล้างบาปสมัครได้ที่บ้านพักพระสงฆ์

  1. ทางวัดได้ทำเรื่องราวเกี่ยวกับการครบ 25 ปี ของวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ไว้บน YouTube

เชิญพี่น้องเข้าไปชมได้ โดยคลิ๊กลิ้งค์ข้างล่างนี้ครับ

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า

สารวัด ฉบับที่ 151198 วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 2018

Sunday, October 21st, 2018

การแพร่ธรรม หัวใจ ความเชื่อของคริสตชน

บอกเล่าให้ฟัง

สันติสุขของชุมชนแห่งความเชื่อ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง พ่อเชื่อว่าพี่น้องทุกๆท่านปรารถนาจะมีชุมชนแห่งความเชื่อที่มีความสงบสุข ทำให้พ่อคิดถึงพระวาจาของพระเจ้าจากพระวรสารนักบุญลูกา บทเพลงของเศคาริยาห์ “ทรงช่วยเราให้พ้นเงื้อมมือของศัตรู เพื่อรับใช้พระองค์โดยปราศจากความหวาดกลัวใดๆ”  หลังจากที่ท่านเศคาริยาห์มีประสบการณ์กับพระเจ้า จากเหตุการณ์การกำเนิดมาของนักบุญยอห์นบัปติสตา ท่านได้สวดเพลงสุดดีบทหนึ่งสรรเสริญพระเจ้า และในเพลงสดุดีที่ท่านสวด ท่านได้แสดงความเบิกบานใจอย่างที่สุดว่า เนื่องจากพระเจ้าที่ท่านรักและนมัสการทรงสรรพานุภาพและทรงความดีเช่นนี้ ต่อจากนี้ท่านสบายใจได้แล้วเพราะท่านสามารถรับใช้พระเจ้าที่ท่านรักและเคารพ โดยปราศจากความหวาดกลัวสิ่งใดๆทั้งสิ้น พ่อคิดว่านี่เป็นสาระสำคัญอย่างหนึ่งของการมาปฏิบัติศาสนกิจ เรามาวัดแล้วต้องมีความสุขมีความเบิกบานใจ ปราศจากความกังวลและความรำคาญใจใดๆ

สันติสุขอย่างที่กล่าวมานี้ จะเกิดในชุมชนแห่งความเชื่อของเราได้อย่างไร พ่อไม่ทราบว่าทำไมพระคุณเจ้าจึงให้พ่อกลับมาที่วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าอีกครั้ง แต่วิธีคิดของพ่อเมื่อถูกส่งให้ไปอยู่ที่ไหน ถ้าผู้ใหญ่ไม่ได้บอกอะไรตรงไปตรงมาว่าให้พ่อไปทำอะไร พ่อก็จะพยายามสังเกตุดูสถานการณ์ที่นั่นว่าเป็นอย่างไร เมื่อเห็นแล้วพ่อคิดว่าการนำสันติสุขกลับสู่ชุมชนแห่งความเชื่อ น่าจะเป็นพันธกิจหนึ่งที่สำคัญของพ่อ ซึ่งพ่อก็พยายามสุดความสามารถที่จะนำกลับมา แต่เรื่องนี้พ่อไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกๆฝ่ายทุกๆคน ที่มีจิตสำนึกและความปรารถนาหนึ่งเดียวกัน นั่นก็คือปรารถนาให้ชุมชนแห่งความเชื่อแห่งนี้มีความสงบสุข อะไรที่ร่วมมือได้ต้องให้ความร่วมมือ อะไรที่ทำได้ต้องช่วยกันทำ อะไรที่เป็นอุปสรรค์ต้องช่วยกันสะสาง โดยมีเป้าหมายหนึ่งเดียวกัน เพื่อความสงบสุขของชุมชนแห่งความเชื่อนี้

พี่น้อง พ่อเห็นบรรยากาศในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา พ่อรู้สึกว่ามีคนมาวัดของเรามากขึ้น หลังมิสซาก็เห็นคนอยู่ทานโน้นทานนี่ดื่มนั่นดื่มนี่ พูดคุยกันมากขึ้น และมีหลายคนอยู่ต่อที่วัดช่วยทำโน้นทำนี่ พ่อคิดว่าบรรยากาศของวัดเราค่อยๆดีขึ้นแล้วนะครับ เราต้องช่วยกันร่วมมือกันต่อไป คิดถึงบรรยากาศเดิมๆที่มีคนอยู่อ่านพระคัมภีร์ร่วม กันเต็มศาลาเรือนไทย เด็กๆก็มานั่งสวดนั่งคุยกันที่เต็นท์เก่าๆ เวลามีคุณพ่อมาเทศน์มิสชัน ต้องการพูดคุยกับสัตบุรุษเรื่องงานประกาศข่าวดี ให้พ่อรวมสัตบุรุษให้ พ่อบอกกับพ่อท่านนั้นว่า “ไม่ต้องรวมพ่อมาร่วมแบ่งปันกับพวกเขาได้เลย” คุณพ่อท่านนั้นมาร่วมแล้วก็ประทับ ใจกลับไป มีนักบวชหลายคณะบ้านเณรต่างๆมาหากระแสเรียกก็ไม่ต้องรวมเด็กเพราะเด็กรวมตัวกันอยู่แล้ว มาพูดคุยกับเด็กได้เลย แต่ต้องพูดเรื่องกระแสเรียกทั่วไป แล้วจึงพูดถึงพันธกิจของคณะของตนและเชิญชวนเด็ก บรรยากาศแบบนี้เคยเกิดขึ้นและมีอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้มันหายไปแล้วครับและพ่อก็เสียดายพยายามนำมันกลับคืนมา พ่อเชื่อแน่ว่าถ้าพวกเราปรารถนาจะให้วัดของเรามีบรรยากาศแบบนี้  เราสามารถสร้างขึ้นได้อีก เพียงแต่ว่าเราต้องเสียสละต้องช่วยกันต้องร่วม มือกัน เพราะเราเคยทำสำเร็จมาแล้ว.     

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

***********************************************

ผู้ยิ่งใหญ่ตามทางโลกและทางธรรม

ผู้ยิ่งใหญ่ทางโลกและทางธรรม เป็นแนวความคิดที่แตกต่างและสวนทางกันโดยสิ้นเชิง จากประสบการณ์ที่เราสัมผัสได้ในชีวิตจริง ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงไม่ใช่การมีอำนาจสั่งการ แต่เป็นความ สามารถในการครองใจคน ด้วยเหตุนี้ “ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงต้องสามารถนั่งในใจของคน ไม่ใช่นั่งบนหัวคนอื่น” พระเยซูคริสตเจ้าทรงชี้ประเด็นให้เราเห็นความแตกต่าง ระหว่างผู้ยิ่งใหญ่ตามประสาโลก และผู้ยิ่งใหญ่ตามจิตตารมณ์พระวรสารอย่างชัดเจน “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่า คนต่างชาติที่คิดว่าตนเป็นหัวหน้า…..เป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และ….ใช้อำนาจบังคับ แต่ท่านทั้งหลาย……..ผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่ จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่ง….ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน” (มก.10:42-44) คำสอนของพระเยซูคริสตเจ้าในเรื่องนี้ไม่ได้นำมาซึ่งความสำเร็จทางธรรมเท่านั้น แม้แต่ทางโลกเองเราจะพบว่าสถานประกอบการที่ให้บริการด้วยความสุภาพอ่อนน้อม หรือผู้ที่ประกอบอาชีพใดๆไม่ว่าที่ประกอบอาชีพของตนตามแนวทางที่พระเยซูคริสตเจ้าสอน จะประสบความสำเร็จในกิจการนั้นๆเสมอ

ผู้รับใช้ตามคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า หมายถึงผู้ที่สละตนเองอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น หรือเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม และพระองค์เองก็คือผู้รับใช้ตามที่พระองค์สอนเพราะพระองค์มิได้สอนเพียงทฤษฎี แต่พระองค์ดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างให้เราปฏิบัติตามพระองค์  “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์”(มก.10:45) พระองค์ยอมมอบชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อช่วยมนุษยชาติให้พ้นจากบาปโทษทั้งปวง “บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบ….จะถูกสบประมาท เยาะเย้ย ถ่มน้ำลายรด โบยตี และฆ่าเสีย” (มก.10:33-34) ในระหว่างอาหารค่ำมื้อสุดท้ายตามที่นักบุญยอห์นบันทึกไว้ พระองค์ทรงให้แบบอย่างที่ชัดเจนในการล้างเท้าอัครสาวกและสั่งให้อัครสาวกปฏิบัติตาม  “ท่านทั้ง หลายเรียกเราว่าอาจารย์และองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็ถูกแล้ว เพราะเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ ในเมื่อเราซึ่งเป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและอาจารย์ยังล้างเท้าให้ท่าน ท่านก็ต้องล้างเท้าให้กันและกันด้วย เราวางแบบอย่างไว้ให้แล้ว ท่านจะได้ทำเหมือนที่เราทำกับท่าน” (ยน.13:14-15)

พระวรสารที่เราได้ฟังได้อ่านในวันนี้สะท้อนให้เห็น ปัญหาทีเกิดขึ้นในหมู่อัครสาวก เพราะพวกท่านดำเนินชีวิตตามประสาโลกและพระเยซูคริสตเจ้าพยายามสอนให้พวกท่านเข้าใจวิถีทางของพระ องค์ แต่เวลานั้นพวกท่านยังไม่เข้าใจเพราะพวกท่านยังคงคิดถึงความยิ่งใหญ่ตามประสาโลกอยู่เหมือนเดิม ทำให้เราทราบถึงรากเหง้าของปัญหาในสังคมและในครอบครัวของเรา ตราบใดที่เรายังดำเนินชีวิตตามประสาโลก มีความมักใหญ่ใฝ่สูง แกร่งแย่งแข่งขัน จองหอง ผิดไม่ได้ ขอโทษไม่เป็น คิดว่าตนเองเป็นมาตรการตัดสินทุกสิ่ง ครอบครัวและสังคมของเราจะไม่มีทางมีความสงบสุข จะมีแต่การชิงดีชิงเด่น ทะเลาะวิวาท และความแตกแยก พระเยซูคริสตเจ้าทรงทราบถึงปัญหานี้ดี จึงทรงพยายามสอนและให้แบบอย่างที่ชัดเจนแก่เรา และสั่งให้เราปฏิบัติตาม เพราะถ้าเราปฏิบัติคำสั่งสอนของพระองค์ เราจะสามารถนำความรัก ความอบอุ่น สัมพันธภาพที่ดี และสันติสุขกลับคืนมาสู่ครอบครัวและสังคมของเรา.

                                     พระเจ้าสถิตกับท่าน

                                    คุณพ่อ สมชาย อัญชลี

 

**************************************************

ประกาศ

  1. โครงการรณรงค์สวดสายประคำ 350,000 สาย ตั้งแต่วันที่ 1 -31 ตุลาคม 2018 ขอเชิญทุกครอบครัว และกลุ่มองค์กรต่างๆ ของวัด รับแบบฟอร์มบันทึกการสวดสายประคำ สิ้นเดือนตุลาคมแล้วนำมาส่งคืนที่วัด
  2. วันอาทิตย์นี้ ทางวัดจะไปเยี่ยมศูนย์มาร์ตินที่ปากเกร็ด จะมีเยาวชนและผู้ที่มาเข้าค่ายไปร่วมจัดกิจกรรมและเลี้ยงอาหารเด็ก ขอเชิญพี่น้องที่สนใจไปร่วมได้
  1. วันอาทิตย์นี้ เป็นวันแพร่ธรรมสากล พ่อตั้งตู้ทานเพื่อขอรับบริจาคเพื่อช่วยงานแพร่ธรรมของพระศาสนจักรสากล ไว้ที่กลางวัด ผู้ที่พอจะช่วยเหลืองานของพระศาสนจักรด้านนี้ได้ เชิญบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ขอจิตอาสาแสดงละครคริสต์มาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไปลงชื่อได้ที่คุณเล็ก
  1. วันศุกร์ที่ 2 พ.ย. 2018 เป็นวันศุกร์ต้นเดือนและเป็นวันที่พระศาสนจักรคิดถึงผู้ล่วงลับเป็นพิเศษ    พ่อจะทำมิสซา Requiem ระลึกถึงผู้ล่วงลับและคุณพ่อมาร์แซล แปร์เรย์เป็นพิเศษ ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซา เวลา 19.00 น.
  2. วันเสาร์ที่ 2 พ.ย. 2018 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุ และสัตบุรุษทุกท่านมาสวดภาวนาและร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10.00 น.  จะมีพิธีโปรดศีลเจิมคนไข้ให้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และทุกท่านที่ปรารถนาจะรับศีลเจิมคนไข้

ฉบับที่ 970 วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2555 เทศกาลธรรมดา

Thursday, August 16th, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

เวลานี้พระศาสนจักรกำลังรณรงค์ให้คริสตชนฟื้นฟูชีวิตความเชื่อ ตามแผนอภิบาลของสภาพระสังฆราช 36 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป โดยเริ่มจากเรื่อง “พระศาสนจักร” ให้คริสตชนทุกคนไตร่ตรองเรื่องพระศาสนจักร เนื่องจากพระศาสนจักรหมายถึงผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปแล้วทุกคนซึ่งรวมกันเป็นหนึ่งเดียว การไตร่ตรองถึงพระศาสนจักรจึงเป็นการไตร่ตรองถึงตัวตนของเราเอง ในบทยืนยันความเชื่อที่เรายืนยันทุกๆวันอาทิตย์ และวันสมโภชเรายืนยันถึงลักษณะซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของพระศาสนจักรว่า “พระศาสนจักร หนึ่งเดียว ศักดิ์สิทธิ์ สากล และสืบเนื่องจากอัครสาวก” สิ่งที่เรายืนยันนี้แหละคือคุณค่าที่เราต้องทบทวน และนำเอาคุณค่าเหล่านี้มาดำเนินชีวิตให้เป็นรูปธรรม

(more…)

ฉบับที่ 969 วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 2555 เทศกาลธรรมดา

Friday, August 10th, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

ศาสนาสร้างคน คนสร้างชาติ ในประวัติศาสตร์แห่งความรอดพระเจ้าทรงเริ่มแผนการช่วยมนุษยชาติให้รอดพ้น โดยเริ่มจากคนๆหนึ่ง “พระเจ้าทรงเรียกอับราฮัมให้ออกจากบ้านเกิดเมืองนอนของท่าน” พ่อคิดเล่นๆตามทัศนะของชาวบ้าน ทำไมพระเจ้าต้องเรียกอับราฮัมออกจากบ้านเกิดเมืองนอน และทำให้เกิดเป็นชนชาติใหม่ ชนเผ่าต่างๆในสมัยนั้นคงจะมีอะไรดิบๆเถื่อนๆอยู่บ้าง พระองค์จึงทรงเรียกคนๆหนึ่งออกมาต่างหาก เพื่อจะได้เตรียมเขาให้เป็นบิดาของชนชาติที่พระองค์ทรงเลือกสรรในอนาคต โดยการทำให้อับราฮัมค่อยๆมีประสบการณ์กับพระเจ้าเที่ยงแท้ และเข้าใจพระประสงค์ของพระองค์ ทำให้ท่านรู้ว่าจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไรจึงจะเป็นคนสมคน เป็นมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีดำเนินชีวิตบนหนทางของพระองค์ จากครอบครัวเดียวกลายเป็นชนกลุ่มใหญ่ พระเจ้าทรงทราบดีว่าชนกลุ่มใหญ่เช่นนี้จะอยู่ด้วยกันได้ จะต้องมีผู้นำพระองค์ทรงเรียกโมเสส จะต้องมีกติกาในการอยู่ร่วมกันพระองค์ประทานพระบัญญัติ 10 ประการให้ที่ภูเขาซีนัย จากนั้นชนกลุ่มเล็กๆก็ค่อยๆพัฒนามีระบบระเบียบจนกลายเป็นชนชาติอิสราเอลขึ้นมา

(more…)

ฉบับที่ 968 วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2555 เทศกาลธรรมดา

Thursday, August 2nd, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

เวลานี้วัดของเราได้คณะกรรมการสภาภิบาลชุดใหม่แล้ว คนที่มาช่วยมีทั้งเก่าบ้างใหม่บ้างคนเก่ากลับมาใหม่ก็มี พ่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าของเรา ที่ชอบอยู่เบื้องหลังการถ่ายทำปิดทองหลังพระคงจะพยายามทำหน้าของตนต่อไป ในฐานะคนในชุมชนแห่งความเชื่อเดียวกัน ตั้งแต่พ่อมาอยู่ที่วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าพ่อสัมผัสได้ถึงความมีน้ำใจของพี่น้องทุกๆท่าน ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้สังกัดองค์กรใดๆแต่ก็ยังมีน้ำใจคอยช่วยเหลือวัดอยู่เสมอ พ่อเชื่อว่าความรู้สึกรัก ผูกพัน และความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ “นี่คือวัดของเรา นี่คือชุมชนแห่งความเชื่อของเรา” เป็นสิ่งที่สำคัญเพราะนี่คือสายใยที่เชื่อมโยงเราทุกคนไว้ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน รักกัน และในที่สุดจะมาถึงความร่วมมือกันในสร้างพัฒนาชุมชนแห่งความเชื่อของเราให้มั่นคงเป็นปึกแผ่นสืบไป

(more…)

ฉบับที่ 967 วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม 2555 เทศกาลธรรมดา

Friday, July 27th, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

ในขณะที่โลกของเราวิวัฒนาการไปตามกาลเวลา มนุษย์ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆมากมาย ปัญหาต่างๆเหล่านี้มาจากไหน สรรพสิ่งต่างๆบนใบนี้ที่ดำเนินไปตามวิถีทางธรรมชาติอย่างที่พระเจ้ากำหนด มันจะรู้ไหมว่ามันจะสูญพันธุ์เมื่อไร ไดโนเสาร์มันคงไม่รู้หรอกว่าพวกมันจะอยู่เป็นเจ้าครองโลกใบนี้ได้สักกี่ปี และพวกมันจะต้องสูญพันธ์ไปในยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อมนุษย์ผู้มีปัญญาไปขุดค้นพบซากของมัน ทราบถึงความยิ่งใหญ่โหดร้ายของมันต่างก็โมทนาสาธุที่พวกมันสูญพันธุ์ไปเสียได้ เพราะขนาดลูกหลานสายพันธุ์เดียวกับพวกมันซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ดุร้าย เราเห็นแล้วยังสยองอาจจะมีนักค้นคว้าวิจัยบางคนอยากให้พวกมันมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ แต่ในที่สุดก็ต้องจำนนด้วยเหตุผลว่ามันไม่เหมาะสมกับกาลเวลา จึงมีการสร้างภาพยนตร์ขึ้นมาสะท้อนภาพให้เห็นว่า ถ้านักวิทยาศาสตร์สามารถทำให้ไดโนเสาร์กลับคืนชีพขึ้นมาได้จะเกิดอะไรขึ้น พอจะสรุปได้ว่าพวกมันสูญพันธุ์ไปได้นั่นแหละดีและเหมาะสมที่สุดแล้ว แสดงว่าพระประสงค์ของพระเจ้าในทุกสิ่งนั้นดีและเหมาะสมสำหรับเรา

(more…)